หน้าแรกผู้จัดการ Online | หน้าแรกละครออนไลน์ | ละครออนไลน์
ละครออนไลน์ แรงเงา

แรงเงา ตอนที่ 3

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์
27 กันยายน 2555 06:53 น.
1 | 2 | 3 | 4
หน้าถัดไป
แรงเงา ตอนที่ 3
        แรงเงา ตอนที่ 3
       
       คืนนั้นมุตตาสวมเสื้อคลุมอาบน้ำนั่งหน้ากระจกเงากำลังหวีผมอยู่ในห้องพักของโรงแรมม่านรูด เจนภพเข้ามานั่งเบียดจูบซอกคอ มุตตาหน้าแดง เจนภพหอมอย่างพอใจ
       
       “จนป่านนี้แล้ว ยังจะอายผมอยู่อีก”
       “ก็...ตา”
       “ผมรู้ว่าตารักผมมาก ตามอบทุกสิ่งทุกอย่างให้ผม แต่ผม ผมแทบไม่มีอะไรมาตอบแทนตาเลย”
       “ทำไมต้องพูดแบบนี้ล่ะคะ ความรักที่แท้คือการให้ ไม่ต้องการอะไรตอบแทนหรอกค่ะ”
       “ผมรักตาเหลือเกิน ถ้าผมไม่ใช่แค่ข้าราชการ ผมคงมีอะไรให้ตาได้มากกว่านี้”
       “อย่าพูดแบบนี้เลยค่ะ เพียงแค่ ผ.อ.รักตาเหมือนที่ตารัก ผ.อ.ก็พอแล้ว”
       “ผมสัญญาตา ผมสัญญา” เจนภพซุกไซ้มือไม้เปะปะ “อ้อ ตา”
       “คะ”
       “ตาเริ่มกินยาแล้วใช่ไหม”
       มุตตาอึ้งไปนิดหนึ่งแล้วพยักหน้า
       “คนดี เราจะได้ไม่ต้องห่วงว่ามีอะไรผิดพลาดจ้ะ”
       “ค่ะ”
       “แล้วอีกอย่าง ตาอย่าทำตัวผิดปกติ เคยทำยังไงก็ทำอย่างนั้น อย่าแต่งตัวหรูนักสร้อยนี่ก็อย่าใส่ คนจะผิดสังเกตเปล่าๆ”
       “ตาแค่อยากใส่มาให้หัวหน้าดู”
       เจนภพยืนขึ้น ห้อยสร้อยมุกมาหน้ามุตตา แล้วใส่ให้
       “ผมก็เห็นแล้วไงจ๊ะ เห็นแล้วว่าเวลาตาใส่แค่สร้อยเส้นนี้แล้วสวยแค่ไหน”
       เจนภพดึงมุตตาลุก มือปลดสายรัด เสื้อคลุมมุตตาลงไปกองกับพื้น
       
       คืนนั้นเจนภพขับรถกลับบ้านอย่างมีความสุข แต่ทันทีที่เจนภพก้าวเข้าไปในบ้าน ก็มีแจกันใบหนึ่งถูกทุ่มมาแตกกระจายตรงหน้า เจนภพกระโดดถอยอย่างตกใจ
       “เฮ้ย”
       
       นพนภายืนหอบหน้าเครียดอยู่กลางห้อง
       
       เจนภพก้าวเข้าไปในบ้าน แจกันใบหนึ่งถูกทุ่มมาแตกกระจายตรงหน้า เจนภพกระโดดถอยด้วยความตกใจ
       “เฮ้ย”
       นพนภายืนหอบเครียดอยู่กลางห้อง เจนภพกวาดสายตามองเห็นสร้อยคำ ต้อง ต่อ ต้อมนั่งอยู่บนโซฟา แต้ว ยายแหวงนั่งอยู่ที่พื้น
       “โธ่ คุณนภาใจเย็นๆ ค่ะ”
       “นี่มันอะไรกัน” เจนภพถามอย่างแปลกใจ
       “ไม่มีอะไรหรอกค่ะ แค่ของหายคุณแม่เลยพลิกบ้านหา แจกันมันขวางหูขวางตาก็เลยทุ่มทิ้งเล่นๆ”
       “ทำไมทำอย่างนี้ล่ะคุณ”
       “ทำไม แจกันฉันซื้อมาเอง เงินฉัน ฉันจะทุ่มอีกกี่ใบก็ได้” เจนภพเดินหลีกเศษแจกัน สีหน้าเย็นชาขึ้นเมื่อนพนภาพูดเรื่องเงิน นพนภามองเจนภพแล้วยิ่งพาล “แล้วที่กลับมาป่านนี้ ไปติดสัดอยู่ที่ไหน”
       สร้อยคำสะดุ้ง เจนภพหน้าแดง ต้องยิ้มเยาะ ต่อปรายตามองพ่อ ต้อมตาโตประมวลข้อมูลใหม่
       “นี่คุณพูดอะไร ลูกก็นั่งอยู่นี่”
       “จะเป็นอะไรไป ยังไงมันก็มีเลือดแม่ค้าครึ่งหนึ่ง ไม่ได้มีเลือดผู้ดีเก่าเหง้าผู้ดีถึงต้องมาทำสนิมสร้อย”
       “ติดสัด” ต้อมทวนคำ
       สร้อยคำตะครุบปากต้อมร้อง “ไม่เอาลูก” เจนภพมองหน้านพนภา นพนภาอึ้งไปนิดแล้วเชิด
       “แล้วอะไรหาย”
       “สร้อยมุกเส้นใหม่ของฉัน ซื้อที่งานเมื่อวันก่อนไงคะ”
       เจนภพนั่งลง ตีหน้าซื่อ
       “ไปซื้อตอนไหน ผมไม่เห็นรู้เลย”
       “ฮึ สร้อยมุกทะเลแดง มุกคัดทุกเม็ด ที่สำคัญเม็ดใหญ่ล้อมเพชรตั้งเจ็ดชั้น ขนาดเขาลดให้ 20 เปอร์เซนต์ ยังปาเข้าไปตั้งแสนห้า”
       “อะไรนะ แสนห้า” เจนภพตกใจ
       “ก็ใช่นะซี แสนห้า ว่าไงนังแต้ว”
       แต้วสูดน้ำมูก ยายแหวงน้ำตาเอ่อ
       “หนูไม่รู้เรื่อง”
       “แต้วน่ะมันอยู่มาตั้งแต่ยายต้องยังไม่เกิด ไม่เคยมีอะไรหาย ยายแหวงก็ไว้ใจได้” สร้อยคำบอก
       “ค่ะ อิฉันใจซื่อมือสะอาด ค่ากับข้าวไม่เคยเม้มซักบาทค่ะ”
       “นี่ไม่ต้องมาบีบน้ำตาเป็นละครน้ำเน่า ฉันไม่ได้ว่าแก 2 คนเอาไป ฉันแค่ถามว่าเห็นบ้างไหม ฉันน่ะไว้ใจแกกว่านังต้องอีก”
       “ตาย ดีนี่คะ คนใช้ไม่สงสัยมาสงสัยลูก หนูไม่เอาไปหรอกค่ะ เครื่องเพชรแม่แต่ละชิ้นน่ะใครเห็นก็คิดว่าของปลอม”
       “อย่ามาทำปากจัดแฟชั่นโฟกัสกับฉัน”
       “แล้วไอ้ต่อน่ะ ไม่สงสัยบ้างหรือคะ”
       “บ้า ผมจะเอาไปทำอะไร”
       “เอาไปใส่เองมั้ง แกชอบไม่ใช่หรือ”
       ต่อโกรธเม้มปากตาวาว ต้องยิ้มสะใจ แต้วมอง
       “แกอย่ามาชักใบให้เรือเสีย ยายต้อมล่ะลูก เอาไปเล่นหรือเปล่า”
       “ไม่เล่น ติดสัด”
       “ว้ายลูก ไม่เอาค่ะ” สร้อยคำร้องห้ามอย่างตกใจ
       “ต๊าย จับมือใครดมไม่ได้ซักคน”
       “ไม่ลองดมมือพ่อบ้างหรือฮะ”
       เจนภพสะดุ้งมองลูกชายตาเขียว ต่อมองตอบแบบไม่เกรง
       “นี่แกอย่ามาพูดอะไรมั่วๆ ไอ้ต่อ นี่คุณผมนึกออกแล้ว คืนนั้นคุณกระดกเข้าไปไม่รู้กี่แก้ว ไปทำตกในงานแล้วล่ะ”
       “ไม่จริง ตอนกลับบ้านอยู่ในรถ ฉันยังเอามาดูอยู่เลย”
       “งั้นก็ลืมไว้ในรถ เสร็จไอ้ชมไปแล้วล่ะ”
       “ว้าย จริงด้วย ไอ้ชม”
       นพนภาวิ่งออกไป ทุกคนมองตามอย่างอ่อนเปลี้ยเพลียใจ เจนภพโล่งใจแต่อีกใจก็ยังอึ้งกับราคาของสร้อยมุก ต้อมเริ่มวิ่งร่อนร้องติดสัดอยู่เหมือนแผ่นเสียงตกร่อง
       
       วันต่อมา วีกิจและสร้อยคำนั่งบนเก้าอี้หวาย บัวกับแต้วนั่งบนที่นั่งขอบเทอเรซกำลังหั่นเครื่องเมี่ยงคำ วีกิจห่อเครื่องเมี่ยงหยอดน้ำปรุงส่งให้สร้อยคำกิน
       “จริงๆ นะคะ ถ้าคุณสร้อยไม่ห้ามไว้ หนู ยายแหวง พี่ชมจะลาออกยกแผงเลย”
       “อย่ามาทำใจน้อยเลย ลาออกไปใครเขาจะให้เงินเดือนดีเหมือนบ้านนี้”
       “นี่แหละค่ะ ข้อดีของคุณนภา ฮึ สร้อยมุก สร้อยเหม็นอะไร หนูไม่เคยเห็นซักนิด”
       บัวขำตะครุบปากไว้ สร้อยคำนิ่วหน้าทั้งดุทั้งขำ
       “แกนี่ปากคอ เดี๋ยวยายต้อมก็จำไปอีก”
       แต้วยิ้มแห้ง วีกิจคิดอะไรบางอย่างแต่ก็สรุปเองว่าเป็นไปไม่ได้
       
       “สร้อยมุกหรือฮะ แปลกจริง”

แรงเงา ตอนที่ 3
        เช้าวันต่อมาที่ห้องทำงานเจนภพปิดม่านจนมืด มีเพียงไฟกิ่งที่ผนังเปิดไว้สลัวราง เจนภพกอดมุตตาดันไปติดตู้เอกสารแล้วจูบลูบไล้ มุตตาตัวสั่น ตู้เอกสารดังกึกกัก แล้วเจนภพก็ดึงมุตตามาที่โต๊ะทำงานดันมุตตาให้นั่งบนขอบโต๊ะ มือวางบนหัวเข่า มุตตาจับรั้งมือไว้
       
       “อย่าค่ะ ผ.อ.”
       “ตา ผมอยู่ใกล้ตาไม่ได้เลย ตาทำให้ผมร้อนรุ่มไปหมด”
       เจนภพขยับมือมุตตาผวา มีเสียงเคาะประตู ทั้งคู่ผงะจากกัน
       ที่หน้าประตู แจงจิตถือแฟ้มยืนอยู่ด้วยสีหน้าเรียบสนิท ภายในห้องเจนภพเปิดไฟพลางสวมเสื้อนอก มุตตารูดม่านพลางกลัดกระดุมเสื้อ
       “เข้ามาได้”
       แจงจิตถอนใจน้อยๆ เปิดประตูเข้าไป เจนภพนั่งเก้าอี้ มุตตานั่งเก้าอี้เล็กในมือมีสมุดโน้ตเล็ก
       “เพิ่มหัวข้อนี้ในการประชุมฝ่ายคราวหน้าด้วย”
       “ค่ะ”
       แจงจิตส่งแฟ้มให้เจนภพ เจนภพทำเป็นเปิดดูอย่างสนใจ
       “นี่ค่ะ เอกสารสำหรับการประชุมย่อยตอนบ่ายสาม”
       มุตตาออกไป เหลือบดูแจงจิต แจงจิตไม่สนใจ มุตตาปิดประตูลง แจงจิตมองเจนภพแล้วส่ายหน้าปลงๆ
       
       วันเดียวกันนั้น เนตรนภิศในชุดหรูเนี้ยบนั่งอยู่กับแจงจิตภายในร้านอาหารหรูแห่งหนึ่ง แจงจิตดูเมนูแล้วสะดุ้งกับราคาอาหาร บริกรยืนเชิดอยู่
       “อุ๊ย สั่งไปเถอะค่ะ ฉันเลี้ยงเอง” เนตรนภิศบอก
       “เอาอาหารชุดก็แล้วกัน ชุดเอค่ะ” บริกรเดินไป “ไปร่ำรวยมาจากไหนคะ คุณนภิศ”
       “คุณอมรกับเพื่อนเขาพาไปทัวร์นครวัดค่ะ แต่ฉันกลัวแดดก็เลยไม่ไปไหน หลบอยู่แต่ใน...”
       “บ่อน”
       “เขาเรียกคาสิโนค่ะ แหม หรูใช้ได้นะคะ ไม่เท่ามาเก๊าแต่ไม่แพ้แถวเก็นติ้งไฮแลนด์เลยนะคะ ก็ได้มานิดหน่อยค่ะ”
       แจงจิตถอนใจ
       “คุณนภิศคะ คุณเตือนคุณนภาหรือยังเรื่องเด็กมุตตา”
       “อ๋อ ยังค่ะ”
       เนตรนภิศยกมือลูบแก้ม ดวงตาวาววูบหนึ่ง
       “อ้าว ทำไมล่ะคะ”
       “ช่วงนี้พี่นภามีปัญหาเรื่องธุรกิจน่ะค่ะ เรื่องลูกหนี้ที่เอาที่มาจำนองดื้อแพ่งอะไรซักอย่างก็เลยอาละวาดแว๊ดๆ ทั้งวัน ฉันเลยกลัวลูกหลง”
       “เฮ้อ แต่ยังไงก็น่าจะรีบบอกคุณนพนภาได้แล้วนะคะ”
       “ทำไมหรือคะ หรือว่าแม่เด็กนั่นเสียท่าพี่เขยฉันไปแล้ว”
       “เรื่องแบบนี้ใครจะไปรู้แน่ล่ะคะ ไม่ได้ตามไปเกาะขอบเตียงดูนี่” เนตรนภิศหัวเราะ “ฉันไม่อยากให้เกิดเรื่องเกิดราว แกเป็นเด็กดี ยังใสยังซื่อ ไม่รู้เล่ห์มนุษย์”
       “ก็ไม่เห็นต้องกลัวนี่คะ ถ้าเด็กดีใสซื่ออย่างที่ว่า”
       “ไอ้ซื่อกับเซ่อนี่ มันอยู่ใกล้กันนิดเดียวเท่านั้นล่ะค่ะ”
       “คุณแจงคะ คุณแจงก็รู้ฤทธิ์พี่นภาดี ถ้าไปบอกเขา ต่อให้พี่เขยฉันกะเด็กนี่ยังไม่มีอะไร พี่นภาต้องมาฉีกอกเด็กนี่แน่ ลงท้ายก็หมดอนาคตแบบแม่ชีกายสิทธิ์นั่นเปล่าๆ”
       “เอ แต่ยังไงก็ต้องบอก คุณไม่บอกฉันบอกเอง”
       “อุ๊ย อย่าเพิ่งเลยค่ะ ใจร่มๆ ก่อนนะคะ เดี๋ยวเกิดเราเข้าใจผิดไปเองจะเสียหายหลายล้าน อุ๊ย ฉันนึกออกแล้ว เอายังงี้ไหมคะ”
       เนตรนภิศอ่อนหวาน แต่ดวงตากลับวางแผนการบางอย่าง
       
       วีกิจนั่งทำงานอยู่ที่โต๊ะ ปริมทำงานอยู่ใกล้ๆ ประสิทธิ์ชัยเดินเข้ามานั่งหมิ่นๆ บนโต๊ะวีกิจ พลางกระซิบกระซาบ
       “เฮ้ย ไอ้กิจเห็นหรือยังวะ”
       “เห็นอะไร”
       “มีมาใหม่อีกคนโว๊ย เห็นว่าจะมาอยู่ฝ่ายเราแต่เป็นแค่ลูกจ้างชั่วคราวว่ะ”
       “ทำไม สวยเหรอ”
       “สเป็คเลยว่ะ เด็กๆ ปากนิด จมูกหน่อย ใสซื่อ”
       “แล้วแฟนเอ็งล่ะ”
       “ตอนนี้โสดอีกแล้วโว๊ย”
       ปริมเงี่ยหูฟังสุดความสามารถ ประสิทธิ์ชัยเหลือบดู
       “ไม่ไหวว่ะ โสดเฉพาะกิจแบบเอ็งนี่ เด็กใหม่นี่ชื่ออะไรวะ”
       “ชื่อน้องนกว่ะ ชื่อจริงชื่ออะไรไม่รู้ คุณปริม คุณรู้ไหม” ประสิทธิ์ชัยหันไปถามปริม
       “ฉันจะไปรู้ได้ยังไง วันๆ ทำแต่งาน คุณสิทธิ์จ้องจะงาบอีกแล้วล่ะซี”
       “เฮ้ย เปล่า ผมออกจะเป็นคนดี ถามให้วีกิจมัน”
       ประสิทธิ์ชัยใส่ไฟ ปริมตาโต วีกิจอึ้งแต่ก็ตามน้ำ
       “อะไรกันคะ เดี๋ยวอี เอ๊ย ยายมุตตา เดี๋ยวจะเด็กใหม่อีกเหรอ”
       “สมัยนี้เขาต้องมีสำรองไว้เยอะๆ ไม่ใช่หรือครับ”
       ปริมรู้ว่าวีกิจแกล้งพูด
       “ฮึ ถ้าคุณเป็นคนแบบนั้นจริง ฉันเลิกคบดีกว่า”
       “โธ่ เข้าชื่อในเวทติ้งลิสต์ไปก่อนเถอะครับ”
       
       ปริมตาเขียวค้อนทั้งประสิทธิ์ชัยและวีกิจ

แรงเงา ตอนที่ 3
        แจงจิตยืนอยู่ข้างรัชนก เด็กสาววัย 20 หน้าตาไม่สวยมากแต่สดใส ตาคม แต่งหน้าบาง แต่งตัวเรียบร้อย มุตตา ทิพอาภา อรพิมอยู่ตรงหน้า
       
       “นี่รัชนกเพิ่งมาใหม่ที่นี่ นี่มุตตา นี่ทิพอาภา นี่อรพิม”
       รัชนกย่อตัวไหว้ มุตตา ทิพอาภารับไหว้อย่างดี แต่อรพิมรับไหว้ส่งๆ
       “สวัสดีค่ะ”
       “สวัสดีค่ะ คุณรัชนก”
       “เรียกนกว่านกเถอะค่ะ คุณมุตตา”
       “เรียกพี่ พี่ตาเฉยๆ ก็ได้ค่ะ”
       “น้องนก เรียกพี่พี่ทิพดีกว่าค่ะ”
       อรพิมมองดูความอ่อนหวานของรัชนกอย่างรำคาญ
       “เรียกฉัน คุณอรพิมก็แล้วกัน”
       รัชนกงงไปนิด แต่ยิ้มสู้
       “ค่ะ เอ้อ นกเพิ่งมาอยู่ใหม่ มีอะไรก็ช่วยแนะนำด้วยนะคะ”
       “อุ๊ย ไม่มีอะไรจะแนะนำหรอกจ้ะ ท่าทางหนูก็ไม่โง่ อยู่ๆ ไปก็เป็นงานเองแหละ” อรพิมบอก
       “เอ้าพอ แม่คุณ...ไปหนู ฉันจะพาไปแผนกอื่น”
       แจงจิตพารัชนกออกไป
       “นังแม่มดยูฮี อยู่ดีไปแขวะเด็กทำไม” ทิพอาภาหันไปถามอรพิม
       “ไม่รู้ เห็นปุ๊บก็ไม่ชอบขี้หน้า ไม่ถูกชะตา”
       “เธอนี่จริงๆ นะ หนูนกดูซื่อจะตาย”
       “ใช่ ดูซื่อๆ น่ารักออก”
       “อุ๊ย ยังงี้แค่ดูซื่อย่ะ แต่เนื้อในฉันไม่ชัวร์ นังเด็กคนนี้หูตาแพรวพราว ไม่เหมือนหล่อน หล่อนน่ะทั้งซื่อทั้งซีดจริง แต่นังนี่มันซีดบีบี”
       “อคติแล้ว”
       “ใช่ น่ารักจะตาย ยังกะสาวเกาหลี หล่อนอิจฉาเด็กน่ะซี”
       “ก็ใช่น่ะซียะ สวย ใส ตาโต หนองโพใหญ่ หมั่นไส้”
       “หนองโพใหญ่ อะไรน่ะ อ๋อ...ฉันรู้แล้ว นังลามก” ทิพอาภาต่อว่าอรพิม
       
       1 อาทิตย์ต่อมา รัชนกถือถาดอาหารเดินหาที่นั่งผ่านโต๊ะวีกิจ ประสิทธิ์ชัย ปริม
       “คุณนก นั่งนี่ไหมครับ” ประสิทธิ์ชัยเอ่ยชวน
       “ต๊าย หวาน ใส คลื่นไส้” ปริมบอกอย่างหมั่นไส้ รัชนกชะงัก
       “คุณพูดอะไรน่ะ”
       ปริมชูแก้วสไปร์ทให้ดู
       “ก็นี่ไงคะ โฆษณาว่าไม่มีแคลอรี่ แต่มีสารพิษหรือเปล่าไม่รู้”
       รัชนกยิ้มแหยเดินต่อไป มุตตานั่งอยู่กับอรพิม ทิพอาภา ทั้งคู่ลุกขึ้นพอดี รัชนกเดินเข้าไปหา
       “ไปหล่อนไปกักตุนสแน็คยามบ่าย”
       “พี่ตา นกนั่งด้วยได้ไหมคะ”
       “เชิญค่ะ เป็นไงคะ ทำงานมาอาทิตย์นึงแล้ว”
       รัชนกนั่งลงยิ้มประจบ
       “ก็ดีค่ะ ไม่ดีอยู่เรื่องเดียว คุณปริมน่ะค่ะชอบแขวะนกอยู่เรื่อยเลย มีคนบอกว่าเขาหึงคุณวีกิจ แต่คุณวีกิจเป็นแฟนพี่ตาไม่ใช่หรือคะ”
       “อีกแล้ว พี่กับคุณกิจเป็นเพื่อนกันค่ะ เพื่อนสนิท”
       “นี่พี่ตาตอบแบบดาราหรือเปล่าคะ”
       “เพื่อนจริงๆ ค่ะ ช่วงนี้ก็เลยห่างๆ กัน ไม่ค่อยได้กินข้าวหรือไปไหนมาไหนด้วยกันแล้วค่ะ แต่ใครๆ ก็ยังเข้าใจผิดอยู่”
       “เอ แต่นกว่าพี่ตาไม่ได้กลัวใครๆ เข้าใจผิดหรอก พี่ตากลัวแค่ใครบางคนเข้าใจผิดมากกว่า”
       “ใครบางคน ใครกันคะ”
       “ก็แฟนตัวจริงของพี่ตาน่ะซีคะ นกรู้พี่ตาต้องมีแฟนแล้วแน่ๆ เลย”
       แววตามุตตาพราวระยิบระยับ รัชนกมองอย่างดูท่าที
       
       อีก 5 นาทีจะบ่ายโมงแต่ห้องทำงานยังว่างอยู่ มีเพียงมุตตากับรัชนกที่กินผลไม้อยู่ที่โต๊ะมุตตา รัชนกพลิกดูนิตยสาร
       “พี่ตารู้ไหมคะ นกแทบไม่มีเสื้อผ้าดีๆ ใส่เลย ที่ใส่มาทำงานก็วนอยู่ไม่กี่ตัว พี่ตาช่วยเป็นเพื่อนซื้อเสื้อกับนกหน่อยได้ไหมคะ”
       “ได้ซีคะ เมื่อไรดี”
       “เย็นนี้เลยได้ไหมคะ พรุ่งนี้นกต้องไปงาน”
       “แหม แต่เย็นนี้พี่มีนัดพอดี”
       “กับใครเอ่ย”
       มุตตายิ้มตาพราว
       “เอาอย่างนี้ค่ะ ขอพี่โทรไปเลื่อนนัดหน่อยนึง”
       มุตตากดมือถือ รัชนกมอง
       ขณะนั้นเจนภพขับรถอยู่ มือถือดัง เจนภพหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาหน้าจอขึ้นชื่อ แจงจิต 1 เจนภพยิ้ม
       “ฮัลโหลตา”
       “วันนี้ตาขอไปซื้อของหน่อยนะคะ”
       “ซื้อของหรือ”
       “ซื้อเสื้อน่ะค่ะ ไปเป็นเพื่อนน้องนก”
       “แล้วเราสองคนจะยังไงดี”
       “ก็ ไปรับตาที่หอตอน 2 ทุ่มดีไหมคะ”
       “โอเคจ้ะ”
       มุตตาวางโทรศัพท์ลง
       “คิดว่าเลื่อนนัดใครที่แท้ก็คนพิเศษของพี่ตาน่ะเอง แต่ว่าทำไมพี่ตาพูดเหมือนเขารู้จักนกเลย”
       มุตตาใจหายวาบ
       “ก็ พี่เคยเล่าเรื่องน้องนกให้เขาฟังน่ะซีคะ”
       
       รัชนกยิ้มอ่อนหวาน มุตตาคลายกังวลลง

แรงเงา ตอนที่ 3
        คืนนั้น มุตตาแต่งตัวสะสวยนั่งอยู่กับเจนภพที่สวมแว่นสีชาพรางใบหน้าอยู่ในผับแห่งหนึ่ง มุตตามองดูรอบๆ ตัวอย่างตื่นตาตื่นใจ
       
       “ตาทีหลังรอผมในซอยดีกว่าไปยืนตรงเซเว่นแบบนั้น สว่างก็สว่าง คนก็เยอะเดี๋ยวใครมาเห็นเข้า”
       “ข้างในมันมืดค่ะ แล้วก็พวกวินมอเตอร์ไซค์นั่งกินเหล้ากันอยู่ ตากลัว”
       “โธ่ ผมจะไปรับตาที่หอ ตาก็กลัวมีพวกหูผีจมูกมดแล้วนี่จะนัดกันยังไง” มุตตานิ่งอึ้งมองเจนภพมีแววเจ็บช้ำ เจนภพอ่อนลง “คราวหลังผมไปรับตาที่หอนั่นแหละ จอดห่างมาหน่อย ดีไหมจ๊ะ”
       “ก็ได้ค่ะ”
       “วันนี้ไปซื้อของกับหนูนกอีกแล้วหรือ”
       “ไปกินข้าวแล้วก็ดูหนังเรื่องนึงค่ะ”
       “หมู่นี้ตาสนิทกับหนูนกจังนะ”
       “แกน่ารักดีค่ะ ซื่อๆ พอแต่งเนื้อแต่งตัวเข้าก็สวยมากนะคะ”
       “นายประสิทธิ์ชัยเขาตามจีบอยู่ไม่ใช่หรือ นายกิจมันเล่าให้ฟัง” มุตตาเงียบไปนิดเมื่อเอ่ยชื่อวีกิจ แต่เจนภพกลับคิดอะไรได้ “ก็ดีตาไปไหนมาไหนบ้าง ทำตัวเป็นปกติใครจะได้ไม่ผิดสังเกตเรื่องเราสองคน”
       “ตาทราบดีค่ะ”
       มุตตาประชดประชันเล็กๆ เจนภพพูดต่อ ดวงตามีแววอย่างหนึ่ง
       “กับนายวีกิจก็เหมือนกัน พูดคุย ไปไหนมาไหนบ้าง หรือจะให้ไปรับไปส่งบ้างก็ได้”
       “อะไรนะคะ”
       มุตตาแปลกใจระคนโกรธ แต่เจนภพอธิบายอย่างใจเย็น
       “นายกิจมันเป็นเด็กดี นิสัยดี มันเป็นเพื่อนที่ดีมากนะตา ตาไม่ต้องตัดขาดมันไปเลยหรอก”
       “ตาก็ไม่ได้ตัดขาดนะคะ แค่ห่างๆ ออกมา”
       “ตาไม่ต้องกลัวตากิจเข้าใจผิดหรอก มันรู้ว่าตาคบมันได้แค่เพื่อน”
       “แต่ ผ.อ.”
       “ผมรักตาแค่ไหน ผมก็เชื่อใจตาแค่นั้น ผมรู้ว่าในใจตามีผมคนเดียว ในใจผมก็มีแค่ตาคนเดียวเหมือนกัน” เจนภพกุมมือมุตตา มุตตายิ้มออกปลาบปลื้มน้ำตาเอ่อ ไม่เห็นแววตาสมใจของเจนภพ “ตาชอบที่นี่ไหม”
       “อาหารอร่อย เพลงก็เพราะดีค่ะ แต่คนเที่ยวมีแต่ฝรั่งกับวัยรุ่น”
       “เราจะได้ไม่บังเอิญไปจ๊ะเอ๋กับใครไง”
       มุตตากับเจนภพมองเลยไป
       “เอ๊ะ เด็กผู้หญิงคนนั้น คุ้นจังค่ะ”
       “ไหนหรือ”
       เจนภพมองตามสายตามุตตาจึงเห็นต้องในชุดกลางคืนคล้ายเสื้อหลวมคอถ่วงหลังถ่วงโชว์ไหล่หลัง ท่อนล่างเป็นกระโปรงที่สั้นจนหายไปในเสื้อ ต้องกำลังเต้นรำกับเด็กหนุ่มตัวบาง หน้าตาดี ผมเกาหลีปิดตาปิดแก้ม
       “ยายต้อง” เจนภพอุทานออกมาอย่างตกใจ
       “คุณต้องหรือคะ”
       “ยายต้องยังไม่เต็ม 17 เลย เข้ามาได้ยังไง ให้ตาย ผมจะหลบไปก่อน ตาเรียกเช็คบิลที”
       เจนภพรีบลุกผละไป
       ต้องเต้นไปมา แจ็ค เด้กหนุ่มคู่เต้นของต้องหาโอกาสแตะเนื้อต้องตัวเป็นระยะ เจนภพเดินตามหลังบริกรให้บริกรบังไว้ แต่ทันใดบริกรแยกไปต้องหมุนตัวมาใกล้เจนภพ เจนภพชะงักใจหายวาบแล้วเห็นว่าต้องปรือตาเต้น แจ็คกระชากต้องหมุนมาหา เจนภพรีบหลบปรู๊ดออกไป
       บริกรส่งบิลให้ มุตตาแง้มดูกระเป๋าเงิน แล้วดึงออกมาราว 3,000 บาทหมดกระเป๋าวางลงในถาด
       แจ็คโอบต้องมาที่โต๊ะ ต้องปัดมือออก เพื่อนเกย์รูปหล่อหุ่นดีแต่สาวนิดหนึ่งเดินมารวมกลุ่ม
       “นี่หล่อน 2 คนหายไปไหนมา”
       “ไปเช็กหนังหน้า”
       “มันตามญี่ปุ่นเข้าไปตะหาก”
       คิมค้อนเล็กน้อย จัสทำท่าไม่พอใจ ต้องลุกขึ้นเต้นใหม่
       “เต้นต่อเถอะ นี่ไอ้แจ็คไปห่างๆ ฉัน อย่ามาทำเป็นพวกถูไถในรถไฟฟ้า” ต้องมองมาเห็นมุตตา มุตตารีบก้มหน้าก้มตาหลบออกไป “อื๋อ แฟนพี่กิจนี่”
       
       พอออกจากผับ เจนภพพามุตตามาต่อที่โรงแรมม่านรูด เจนภพและมุตตานั่งอยู่บนเตียง เจนภพลงมือปลดกระดุมเสื้อมุตตา มุตตาปัดมือ
       “ไม่ค่ะ”
       “ทำไมล่ะตา โธ่ เรามีเวลาไม่มากนะ”
       “เวลาอะไรคะ”
       “เวลาหาความสุขของเราไง”
       “เวลาหาความสุขของ ผ.อ.ต่างหากคะ ไม่ใช่ของตา”
       “ตา นี่ตาเป็นอะไรไป”
       มุตตาเบือนหน้าคับแค้น
       “ผ.อ.ต้องการเพียงแค่นี้เองหรือคะ ไม่ว่าอะไรก็มาจบลงบนเตียง ตามีค่าเท่านี้เองหรือคะ”
       “ตา ตาน่าจะรู้ว่าตามีค่าสำหรับผมแค่ไหน ผมรักตามากนะ”
       “แต่ ตาไม่ชอบความรักแบบนี้ค่ะ นี่หรือคะความรักของ ผ.อ.”
       เจนภพขยับเข้าชิดโอบกอดแผ่วเบา
       “ผมรู้แต่ว่าผมรักตา ตาคือทุกสิ่งทุกอย่าง คือชีวิต คือลมหายใจของผม ผมไม่เคยรู้สึกอย่างนี้กับใครนอกจากตา” มุตตาอ่อนลง เจนภพจูบซอกคอ “ตาเหมือนไฟที่เผาผลาญผม แล้วก็คือน้ำทิพย์ที่ดับไฟนั้นด้วย”
       “ผ.อ.”
       เจนภพยิ่งเคล้าคลึง ประคองร่างมุตตาเอนลง
       
       มุตตานอนระทดระทวยสีหน้าเปี่ยมสุข เจนภพนั่งบนขอบเตียงกำลังสวมกางเกง ท่อนบนยังเปลือย
       “ตาจ๋า ลุกขึ้นได้แล้ว”
       “ทำไมคะ”
       “เรากลับกันได้แล้ว ตาลุกขึ้นแต่งตัวเถอะ”
       “นี่ยังไม่เที่ยงคืนเลย”
       “ผมกลับดึกมาหลายคืนแล้ว วันนี้กลับเร็วบ้าง เขา...ใครๆ จะได้ไม่สงสัย แต่งตัวเถอะตา ผมจะไปส่ง”
       มุตตากัดริมฝีปากตัวเอง
       “ค่ะ ตารู้ค่ะว่าควรจะทำตัวยังไง”
       
       เช้าวันต่อมา มุตตาแต่งชุดนอนนั่งอยู่หน้าโต๊ะเครื่องแป้งโทรทัศน์เปิดละครน้ำเน่า มุตตาหยิบแผงยาคุมกำเนิดมาแกะกิน พรโผล่มาใกล้ๆ ถือถุงขนมมาด้วย
       “อ้าว กินยาอะไรอยู่จ๊ะ” มุตตาสะดุ้งสุดตัวหน้าซีดเผือด แผงยากระเด็นตกไปที่เท้าพร พรหยิบมาพูดแกมหัวเราะ “ต๊าย ขวัญเอ๊ย ขวัญมา ขอโทษจ้ะ พี่เห็นประตูเปิดอยู่ก็เลยเข้ามาเลย เอ๊ะ นี่มันยาคุมนี่”
       “ไม่ใช่นะคะ”
       “อ๋อ รู้แล้ว” มุตตายิ่งตกใจ “นี่หนูกินรักษาสิวน่ะซี ได้ผลใช่ไหมหนู ช่วงนี้หนูถึงได้เปล่งปลั่งขนาดนี้” มุตตาลอบถอนใจโล่งอก พรนั่งลงบนเตียง “อียาตัวนี้พี่ก็เคยกิน แต่มันไม่ถูกกับพี่ สิวไม่ยุบ แต่นมใหญ่ พุงเพิงปลิ้น นังป้าฤดีมันคิดว่าพี่ท้อง ผัวไม่มีขืนท้องก็ตายซี”
       “พี่พร มีอะไรหรือคะ”
       “เอาขนมมาฝาก นี่น่ะเครปชาติหน้า” พรส่งถุงขนมให้ มุตตาพึมพำขอบคุณ “นี่ ประตูประต่างทำไมไม่ล็อค ระวังนะจ๊ะถึงจะหอพักหญิงก็เถอะ ฉันเห็นนังทอมฮะกับทอมเสี่ยเล็งเธอตาเป็นมันอยู่”
       “แหม พี่พร”
       “วันนี้พระเอกของตาไม่มารับไปไหนหรือ”
       “เขาก็อยู่บ้าน อยู่กับครอบครัวเขาซีคะ เขาไม่ใช่พระเอกของตาหรอกค่ะ เป็นแค่หัวหน้าที่ที่ทำงาน”
       “แหม หัวหน้าอะไรจะมาคอยเทคแคร์ลูกน้องขนาดนี้”
       “แต่เขาแต่งงานแล้ว ลูกเมียก็มีด้วยกัน”
       “คนแต่งงานแล้ว เขาก็หย่ากันโครมๆ ไม่เว้นแต่ละวัน ว่าแต่หนูเถอะรักเขาเข้าแล้วน่ะซี แต่ยังไงล่ะก็อย่าเพิ่งไปได้เปรียบเสียเปรียบกันนะหนู เล่นตัวไว้ก่อนพรสอนไว้” มุตตาอึ้ง พรไม่ได้สนใจนัก ตามองดูทีวี แล้วร้องอุทานคว้ารีโมทมาเพิ่มเสียง “อุ๊ย ฉะกันแล้ว”
       ในโทรทัศน์ เมียน้อยเมียหลวงกำลังชี้หน้าด่ากัน
       “ยังไงฉันก็เมียหลวง เมียตบเมียแต่ง เมียจดทะเบียน”
       “งั้นก็เชิญกอดทะเบียนไว้เถอะ เพราะผัวเธอมีฉันกอดอยู่แล้ว”
       “แก...นังหน้าด้าน”
       “แกต่างหากที่หน้าด้าน ไม่ได้รักกันแล้วยังมาหวงก้าง ฉันต่างหากที่รักเขาหมดใจแล้วเขาก็รักฉัน ฉันคนเดียวเท่านั้น”
       
       มุตตามองดูโทรทัศน์ หน้าเชิดขึ้นโดยไม่รู้ตัว
       
       โปรดติดตาม "แรงเงา" ตอนที่ 3 หน้า 2

1 | 2 | 3 | 4
หน้าถัดไป
ข่าวล่าสุด ในหมวด
แรงเงา ตอนที่ 18 จบบริบูรณ์
แรงเงา ตอนที่ 17
แรงเงา ตอนที่ 16
แรงเงา ตอนที่ 15
แรงเงา ตอนที่ 14
เครื่องมือจัดการเว็บ
ส่งบทความนี้ต่อ
พิมพ์หน้านี้
ข่าวที่มีผู้ส่งมากที่สุด
แสดงผลหน้าเดียว
จำนวนคนโหวต 4 คน
คุณเห็นด้วยกับข่าว/บทความนี้หรือไม่
เห็นด้วย ไม่เห็นด้วย
เห็นด้วย 3 คน
75 %
ไม่เห็นด้วย 1 คน
25 %
ความคิดเห็นที่ 1 +1 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
Jenni is a good actress, but unfortunately, Jenni cannot measure up to Ann. I don't think Jenni can convince anyone that she is a naive Muta.
Jill
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความคิดเห็น
1. โปรดงดเว้น การใช้คำหยาบคาย ส่อเสียด ดูหมิ่น กล่าวหาให้ร้าย สร้างความแตกแยก หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
2. ทุกความคิดเห็นไม่เกี่ยวข้องกับผู้ดำเนินการเว็บไซต์ และไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมายได้
3. ทีมงานเว็บมาสเตอร์ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
4. เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
5. ผู้ร่วมแสดงความคิดเห็นสามารถร่วมตรวจสอบข้อความที่ไม่เหมาะสมได้ โดยการกดปุ่ม "แจ้งลบ" หรือส่งอีเมลแจ้งมาที่ cs@astvmanager.com หรือ cs.astvmanager@gmail.com ซึ่งทีมงานจะทำการตรวจสอบ และลบข้อความดังกล่าวโดยเร็วที่สุด หรืออย่างช้าภายใน 3 วันทำการ
เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
แสดงความคิดเห็นเพิ่มเติม
โชว์ภาพผู้ใช้ทุกครั้งที่แสดงความเห็น เพียงเข้าสู่ระบบด้วยบัญชีของเฟซบุก กดที่ปุ่มด้านล่างนี้เลย!

ชื่อ/e-mail ของคุณ : *
 
 *
  กฎกติกาการแสดงความคิดเห็นฉบับเต็ม
 
หนังสือพิมพ์: ASTV ผู้จัดการออนไลน์ | ASTV ผู้จัดการรายวัน | นิตยสารผู้จัดการ 360° | Positioning | ASTV News1
มุม: การเมือง | อาชญากรรม | คุณภาพชีวิต | ภูมิภาค | ต่างประเทศ | มุมจีน | ธุรกิจ | หุ้น | SMEs | Motoring
CyberBiz | วิทยาศาสตร์ | เกม | กีฬา | บันเทิง | Life on Campus | Celeb Online | ท่องเที่ยว | ธรรมะกับชีวิต | Multimedia
เว็บ: Asia Times | บุรพัฒน์ คอมมิคส์ | Mars Magazine | ทะเลไทย | คุยกับเว็บมาสเตอร์ | โฆษณาบนเว็บ
All site contents copyright ©1999-2014