หน้าแรกผู้จัดการ Online | หน้าแรกละครออนไลน์ | ละครออนไลน์
ละครออนไลน์ ป่านางเสือ 2

ป่านางเสือ 2 ตอนที่ 9

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์
30 กันยายน 2555 07:27 น.
หน้าที่แล้ว
1 | 2 | 3 | 4
หน้าถัดไป
ป่านางเสือ 2 ตอนที่ 9
        ป่านางเสือ 2 ตอนที่ 9 (ต่อ)
       
       
       สัตยาเดินเข้ามาที่ดาวกับฤทธิดาวที่ถูกมัดโยงติดกันอยู่ตรงกลางลาน สัตยาจ้องมองแล้วยิ้มอย่างพอใจ...
       “ใครเป็นศัตรูของแบล็คอีวิลมีแต่ตายสถานเดียว”
       ดาวยิ้ม
       “นายเคยนับมั่งหรือเปล่าว่าแบล็คอีวิล สั่งเก็บคนในองค์กรอย่างนายไปกี่คนแล้ว”
       สัตยาหุบยิ้ม ฤทธิชัยจ้องหน้า
       “บอกนายใหญ่แกด้วย…โผล่ออกมาจากรูเมื่อไหร่ถูกเด็ดหัวแน่”
       “น่าเสียดายที่ฉันได้เด็ดหัวพวกแกก่อน”
       หัวหน้ามือปืนเดินเข้ามาถาม
       “จะให้ผมลากพวกมันไปยิงทิ้งมั๊ยครับคุณสัตยา”
       “ไม่ต้องเสียเวลาลากไปไหน ยิงตรงนี้เลย”
       ลุงเดชกับแสงชะงัก สัตยามองดาวกับฤทธิชัยอย่างเย้ยหยัน
       “ได้ข่าวว่าแกสองคนตายยากตายเย็น อยากจะดูซะหน่อยว่าคราวนี้จะรอดไปได้ยังไง”
       หัวหน้ามือปืนหันไปสั่งสมุน
       “พวกเองถอยห่างออกมา ใครถูกลูกหลงข้ายิงซ้ำนะเว๊ย”
       มือปืนต่างถอยออกมาจากดาวและฤทธิชัยทยอยมายืนตรงด้านหน้า พร้อมกับยกปืนขึ้นจ้อง
       ไปที่ฤทธิชัยกับดาว แสงขยับปืนในมือลุงเดชจับเอาไว้ แสงพูดเบาๆ
       “เรารอไม่ได้แล้ว”
       “เอ็งจัดการนายสัตยา ข้าจะเล่นงานไอ้หัวหน้า”
       ทั้งสองขยับปืน พวกมือปืนต่างพร้อมนิ้วของพวกมันอยู่ในโกร่งไก หัวหน้าตะโกนลั่น
       “ทุกคนพร้อม”
       ทันใดนั้นเสียงสายลมร้องก้องบนท้องฟ้า พวกมันต่างขยับตัวตื่นเต้น เสียงสายฟ้าคำราม
       “นางเสือ”
       พวกมือปืนเริ่มเสียขบวนสับสน…ทันใดนั้นฤทธิชัยสะบัดเชือกขาด คว้าข้อมือของดาวเอาไว้
       “ผมจะเหวี่ยงคุณออกไป”
       “ดาวจะรีบกลับมาช่วยคุณ”
       สัตยาออกคำสั่ง
       “ยิง”
       พวกมือปืนเหนี่ยวไกเสียงปืนดังสนั่นหวั่นไหว ฤทธิชัยหมุนตัวเหวี่ยงดาวปลิวออกไป...ดาวลอยออกมาเข้าไปในดงไม้
       ทันใดนั้นเงาร่างพุ่งมาคว้าร่างของดาวไว้ได้ แล้วร่อนลงกับพื้นอย่างปลอดภัย เป็นไผ่นั่นเองในชุดนางเสือ
       “พี่ไผ่”
       “รอคิวอยู่นานแล้ว”
       ดาวยกแขนผ่านตัวกลายเป็นชุดนางเสือแล้วพุ่งออกไป…ไผ่รีบตาม
       
       พวกมือปืนเหนี่ยวไกยิงสนั่นหวั่นไหว ฤทธิชัยเซไปตามแรงกระสุน ทันใดนั้นร่างของนาคีปรากฏมาบังตรงหน้าของฤทธิชัยกระสุนปืนทำอะไรนาคีไม่ได้ พวกมือปืนต่างตกใจคาดไม่ถึง ลุงเดชตะลึง
       “นางงู ไอ้แสงหลบ”
       ลุงเดชกับแสงพุ่งตัวลงกับพื้น…ทันใดนั้นนาคีตวัดมือปล่อยพิษเข้าใส่พวกมือปืน เสียงดังตึบๆๆๆ พิษที่แข็งจนเหมือนกระสุนปืนพุ่งเข้าใส่ร่าง พวกมือปืนล้มกันระนาว สัตยารีบพุ่ง
       ตาลีตาเหลือกหลบหลังพวกมือปืนที่ถูกพิษล้มแล้ววิ่งออกไปอย่างรวดเร็ว พวกมือปืนล้มทีละคน
       
       ดาวกับไผ่อยู่ในแนวป่า กราดตามองอย่างคาดไม่ถึง
       “เราปล่อยให้นางงูจัดการพวกมัน”
       ไผ่ยิ้ม
       “นางงูเป็นแบบนี้ พวกมันคงเต้นแน่ๆ”
       
       สัตยาวิ่งหนีตาลีตาเหลือกออกมา เห็นรถจิ๊ปของโจกำลังเคลื่อนออกไปยังทางออกด้านหน้า
       “หยุดก่อน”
       รถจิ๊ปหยุดกึกสัตยาวิ่งไปถึงโดดขึ้นอย่างรวดเร็ว
       “นางงูบ้าไปแล้ว เล่นงานพวกมือปืนจนเรียบ”
       โจหน้าเคร่งเครียด รถจิ๊ปพรวดออกไปอย่างรวดเร็ว
       
       ร่างของพวกมือปืนนอนกันระเนระนาด ฤทธิชัยยืนกราดสายตามองอย่างคาดไม่ถึง
       “ท่านพี่”
       ฤทธิชัยหันกลับไปเห็นนาคีอยู่ตรงหน้า นาคีเดินเข้ามาใกล้
       “ท่านพี่บาดเจ็บตรงไหนหรือเปล่า”
       “ดูเหมือนว่าจะไม่มีใครรอดจากพิษของคุณ”
       “พวกมันเป็นคนชั่ว และคิดจะทำร้ายท่านพี่ ทำไมต้องสนใจ…เราไปกันเถอะ”
       “ผม…”
       ฤทธิชัยกราดสายตาไป เห็นแสงกับลุงเดชนอนราบกับพื้นอยู่ในกลุ่มของพวกมือปืน…
       แสงเริ่มขยับตัวโงหัวเพื่อดูเหตุการณ์ ลุงเดชพูดเบาๆ
       “ไอ้แสงอย่าเพิ่ง”
       แสงรีบนอนราบนิ่งลงไปแต่ไม่พ้นสายตาของฤทธิชัย ทันใดนั้นฤทธิชัยพุ่งออกไป นาคีตื่นเต้นดีใจ รีบดีดตัวตามไป ลุงเดชกับแสงผ่อนลมหายใจ ค่อยๆขยับตัวลุกขึ้นมา ทันใดนั้นร่างของไผ่กับดาวร่อนลงมา
       “พ่อ ลุงเดช เป็นยังไงบ้าง”
       แสงโล่งใจ
       “เกือบไปเหมือนกัน”
       “คุณหนึ่งล่อนางงูออกไปข้างนอก ก่อนที่มันจะจัดการลุงกับไอ้แสง”
       แสงหันไปบอกไผ่
       “รีบตามไปเร็ว…”
       ลุงเดชบอกทั้งสอง
       “ไปเถอะลุงกับแสงไม่เป็นไร”
       ดาวพยักหน้าพุ่งออกไป ไผ่ตาม ลุงเดชกับแสงแต่งถอนหายใจ มองไปเห็นพวกมือปืนนอนเต็มไปหมด
       
       ฤทธิชัยร่อนลงในลานป่า ตามด้วยนาคี
       “ผมขอบคุณที่มาช่วย…เราควรจะจากกันตรงนี้”
       “แต่นาคีมารับท่านพี่”
       “เสียใจด้วย”
       “ท่านพี่ขัดขืนนาคีไม่ได้หรอก”
       ทันใดนั้นเสียงดาวดังขึ้น
       “ท่านแน่ใจเหรอ”
       นาคีหันมาพบดาวกับไผ่ยืนอยู่ก็ยิ้มหยัน
       “ท่านคือคนที่เราต้องกำจัด”
       นาคีพุงเข้าหาปล่อยหมัดใส่ ดาวยกมือกันแล้วโต้กลับ ฤทธิชัยเข้ามาขวางไว้
       “เห็นแก่คุณที่ช่วยผม วันนี้เราอย่าเป็นศัตรูกันดีกว่า”
       นาคีสีไม่พอใจ ผมบนศรีษะเป็นงูส่ายๆไปมา ในที่สุดนาคีก็แวบหายไป
       “โชคดีคุณสองคนมาได้ทันเวลา ขอบคุณมากคุณไผ่”
       “ด้วยความยินดี ผมขอตัวไประเบิดรังของมันก่อน”
       ไผ่พุ่งออกไป ดาวเอามือผ่านตัวเองคราบนางเสือหายไป เดินเข้ามาใกล้ฤทธิชัย
       “ดูเหมือนว่านางงูจะเชื่อฟังคุณหนึ่งดีนะคะ”
       “อืม…นางงูถูกมนต์สร้างขึ้นมาให้ทำชั่ว”
       “ความจริงก็น่าสงสารเหมือนกัน”
       “เราคงทำอะไรไม่ได้ คงต้องแล้วแต่บุญกรรม”
       ทันใดนั้นเสียงระเบิดดังสนั่นหวั่นไหว ไฟลุกโชติช่วง ดาวกับฤทธิชัยต่างมองหน้ากัน
       “แบบนี้ความดันไอ้นายใหญ่ต้องขึ้นสูงแน่”
       
       ทั้งสองต่างยืนดูแสงไฟที่ลุกโชติช่วงอย่างสะใจ

ป่านางเสือ 2 ตอนที่ 9
         
       ลุงเดช กับ แสง นั่งอยู่บนหลังช้าง คนละตัวต่างมองไฟที่ลุกโชติช่วง ทันใดนั้นเสียงสายฟ้าร้องก้อง ตามด้วยเสียง ของสายลม ลุงเดชกับแสงต่างยิ้มให้กัน
        
       “ข้าว่าคราวนี้มันต้องหมดอย่างน้อยเป็นพันๆล้าน”
       “แต่ฉันว่ายังจิ๊บจิ๊บนะลุงเดช องค์กรใหญ่อย่างพวกมันต้องมีเป็นหมื่นล้านแสนล้าน”
       “เออ...มีเท่าไหร่ก็ให้มันขนเข้ามา วันนึงมันต้องหมดล่ะวะ”
       แสงยิ้มขำช้างทั้งสองค่อยๆเดินออกไป
       
       ในห้องประชุมลึกลับ ชายสูงอายุ 5 คนนั่งอยู่ตรงหน้าจอมอนิเตอร์ขนาดใหญ่ติดผนัง ในจอเป็นนายใหญ่ที่เป็นเงามองไม่เห็นหน้า ชายสูงอายุคนหนึ่งโวยขึ้น
       “ท่านทำให้องค์กรของเราเสียเงินเป็นหมื่นๆล้าน โดยไม่มีอะไรคืบหน้า”
       ชายสูงอายุอีกคนพูดขุฃึ้นบ้าง
       “เราคิดว่าท่านจบแต่เพียงเท่านี้จะดีกว่า”
       นายใหญ่พยายามยืนยัน
       “ผมขอรับรองว่างานยังดำเนินไปด้วยดี ผลการพิจารณาโครงการณ์ต่างๆจะประกาศ ภายในเร็วๆนี้ เราได้ทุกโครงการแน่นอน”
       ชายสูงอายุถอนใจก่อนจะพูดเสียงเข้ม
       “เราจะให้โอกาสสุดท้ายกับท่าน ถ้าไม่ได้ทุกโครงการท่านจบแน่”
       จอดับวูบไป
       
       ในห้องทำงานของทีมอภิชาติในหน่วยพิเศษ กำจร แสงรุ่งเรือง กำลังรายงานข่าวอยู่ในจอทีวี
       “ผลการพิจารณาโครงการต่างๆหลายโครงการณ์ มูลค่านับแสนๆล้านได้ประกาศออกมาแล้ว เดี๋ยวนะครับ ท่านรองศักดามาพอดี”
       ศักดาเดินมากับบอดี้การ์ดสองสามคน กำจรเข้ามาสัมภาษณ์
       “ท่านคิดว่าการอนุมัติของคณะกรรมการ มีนอกมีในหรือเปล่าครับ”
       “ผมคิดว่าไม่มีแน่นอน ทุกอย่างโปร่งใส”
       “ทำไมมีแต่ อินเตอร์บิสกับบริษัทในเครือเท่านั้นที่ได้สัมปทานทั้งหมดละครับ”
       “ขอบอกว่าโปร่งใสครับ ขอตัวก่อนครับ”
       ศักดาเดินผ่านไปขึ้นรถตู้ที่จอดอยู่ กำจรจะตามไปถามต่อแต่ถูกบอดี้การ์ดกันไว้ ในที่สุดรถตู้ก็วิ่งออกไป กำจรหันหน้าเข้าหากล้อง
       “ครับ เป็นที่น่ายินดีอย่างยิ่งที่บ้านเมืองทำงานกันอย่างโปร่งใสอีกครั้ง หวังว่าจะทำให้อันดับของประเทศในเรื่อง คอรัปชั่นซึ่งขณะนี้อยู่ในอันดับต้นๆ ดีขึ้น...ลดลงไปอยู่ในอันดับท้ายๆเลยนะครับ ผมกำจร แสงรุ่งเรือง รายงาน”
       จอทีวีดับวูบลง
       
       อภิชาติ จักจั่น และ งิ้ว ยืนบ้างนั่งบ้างอยู่น่าจอทีวี อภิชาติเคร่งเครียด
       “เราต้องรีบหาหลักฐานมาหยุดยั้ง อินเตอร์บิสให้เร็วที่สุดเท่าที่จะเร็วได้ ก่อนที่พวกมันจะขนทรัพยากรณ์ทุกอย่างออกไปจนหมดประเทศ”
       เสียงโทรศัพท์ดังขึ้น จักจั่นรับสาย
       “พี่ดาว”
       อภิชาติกับงิ้วหันมาฟังอย่างตั้งใจ จักจั่นยิ้ม
       “จักจั่นรู้อยู่แล้วค่ะ ความดีย่อมชนะในที่สุด”
       จักจั่นวางสาย
       “พี่ดาวกับคุณหนึ่งพ้นจากมนต์ร้ายแล้วค่ะ”
       ทุกคนยิ้มอย่างมีความสุข
       
       อาตงกับเม่งจู วิ่งเข้ามาหาดาว ทุกคนอยู่กันพร้อมหน้า ป้าเนียน ไผ่ แม่สมพร จันจิรา ฤทธิชัย แม่สมพรยิ้มออกมาอย่างโล่งอก
       “เฮ้อ หมดทุกข์หมดโศกกันซะที”
       ป้าเนียนหันมาหาฤทธิชัยกับดาว
       “นางงู นางเงอ อะไรนี่มันร้ายกาจจริงๆ คุณหนึ่งกับหนูดาวต้องระวังให้มาก อย่าให้มันสะกดเอาอีก”
       ทั้งหมดต่างยิ้มกันอย่างมีความสุข บรรยากาศสดใส ไผ่บอกกับทุกคน
       “ผมต้องขอตัวก่อน เดี๋ยวลุงเดช กับ พ่อแสงจะคิดถึง”
       “จันจะไปส่งพี่ไผ่”
       จันจิราเดินออกไปกับไผ่ ดาวหันไปหาเด็กๆ
       “เม่งจู กับ อาตง เราไปนั่งรถเล่นกันดีกว่า”
       เด็กทั้งสองดีใจ
       “เย้”
       ทุกคนต่างยิ้มกัน
       
       ฤทธิชัยขับรถ ดาวนั่งด้านหน้า เม่งจู กับ อาตง นั่งอยู่ด้านหลัง ฤทธิชัยถามขึ้น
       “คุณดาว คิดว่าเด็กจะจำที่ตั้งของกำแพงได้เหรอครับ”
       “เด็กๆมักจะมีจินตนาการและความจำที่ดี อาจจะเวิคร์ก็ได้”
       “อีกทางหนึ่ง คือลากตัวนายโจ กับ นายสัตยามาเค้นหาความจริงก็ได้”
       “จากที่ผ่านมา พวกมันทุกคนยอมตาย แต่ไม่ยอมคายความลับ”
       “อืมใช่...หรือไม่ก็ถูกเก็บซะก่อน”
       “แน่อยู่แล้ว…ถ้าเกิดโชคดี เม่งจูกับอาตงจำได้ เราอาจจะจบพวกมันได้ทันที”
       ดาวมีความหวังขึ้นมา...รถจิ๊ปแล่นผ่านเข้าไปในราวป่า
       
       อภิชาติ งิ้ว จักจั่น กำลังนั่งกันที่โต๊ะกินข้าว งิ้วกำลังกดบนแป้นคีย์บอร์ดอย่างรวดเร็ว
       “อย่างที่บอก มีหมอศัลยกรรมเก่งๆ ในเอเซียเกือบ 50 คน”
       “เราต้องเช็คข้อมูลให้หมดทุกคน จักจั่นเชื่อว่ามันมีแผนที่จะสร้างตัวแทน ของบุคคลที่มีตำแหน่งสำคัญๆ”
       อภิชาติคิดๆ
       “เช็คด้วยว่าถ้าต้องผ่าตัดเปลี่ยนโฉม ใช้เวลาอย่างน้อยกี่วัน”
       งิ้วหยุดแล้วเอานิ้วมือทั้งสองข้างมาประกบกัน แล้วดันไปข้างหน้าทำท่าบริหารนิ้วมือ
       “สงสัยคงต้องจิ้มกันจนนิ้วง่อยแน่ เฮ้อ กาแฟซักแก้วคงจะดี”
       จักจั่นยิ้ม
       “เดี๋ยวจัดการให้”
       “ผมจะให้คนติดตามพวกรัฐมนตรีทุกคน”
       จักจั่นเดินไปออกไปที่เคาเตอร์ในครัวซึ่งมีพวกกาแฟ ทันใดนั้นเสียงเคาะประตูดังขึ้น นพ ก้าวเข้ามา
       “ขอโทษครับ นายดำรงขอพบคุณอภิชาติครับ”
       
       ทุกคนต่างมองหน้ากันอย่างสงสัย

ป่านางเสือ 2 ตอนที่ 9
         
       อภิชาติก้าวเข้ามาในห้องพักของดำรง
        
       “ว่ายังไงครับคุณดำรง”
       “เอ้อ…คือผมคิดว่า ในเมื่อผลการตัดสินเรื่องสัมปทานออกมาแล้ว...พวกอินเตอร์บิสคงไม่สนใจที่จะ...”
       อภิชาติพูดต่อทันที
       “เก็บคุณแล้ว”
       ดำรงยิ้มเจือน
       “ครับ...ผมขอขอบคุณที่ช่วยผม ผมคิดว่าผมกลับบ้านดีกว่า”
       “เชิญตามสบายครับ…ผมจะให้หน่วยพิเศษจัดรถไปส่ง”
       “คุณอภิชาติมีอะไรที่จะให้ผมรับใช้ ผมยินดี”
       อภิชาติยิ้ม
       “ไม่แน่นะครับ อาจจะมี”
       อภิชาติเดินออกไป ดำรงมองตามยิ้มอย่างพอใจ
       
       อภิชาติก้าวเข้ามาในห้อง งิ้วกับจักจั่นหันไป อภิชาติหันมาบอกสองสาว
       “นายดำรงขอกลับบ้าน”
       อภิชาติทรุดตัวนั่งลงพร้อมเปิดแลบท็อปของตน หาข้อมูล
       “ก็ดี…หมดเรื่องหมดราวกันซะที” จักจั่นหันมาหางิ้ว “พูดถึงนายดำรง…ท่านณุพันธ์เป็นไงบ้าง”
       งิ้วมือง่วนอยู่กับคีย์บอร์ด
       “คุณพ่อสบายดี ทางหน่วยจัดเซฟเฮ้าส์ให้เป็นพิเศษปลอดภัยแน่นอน”
       “ดีแล้ว คุณงิ้วจะได้ลุยพวกมันได้เต็มที่”
       งิ้วหยุดมองจอ
       “การผ่าตัดเปลี่ยนแปลงใบหน้า ต้องพักให้แผลเข้าที่อย่างน้อยที่สุดสองอาทิตย์”
       จักจั่นยิ้มๆ
       “ไม่เลวนี่ จักจั่นไปทำมั่งดีกว่า”
       อภิชาติมองจอ
       “โว่...โว่…อะไรกันนี่”
       “จักจั่นพูดเล่นหรอกค่ะ หน้าเดิมสวยอยู่แล้ว”
       “ไม่ใช่หรอกครับ”
       จักจั่นหน้างอ
       “อ๋อ…จักจั่นไม่สวยเหรอ”
       “ไม่ใช่...คือ...ผมกำลังพูดถึงเรื่องท่านรองศักดา พร้อมรัฐมนตรีหลายท่าน กำลังจะไปเยือนต่างประเทศเป็นเวลาสองอาทิตย์”
       งิ้วนิดคิดได้
       “เข้าล็อคเป๊ะ”
       จักจั่นคิดตาม
       “พวกรัฐมนตรีเดินทางออกไป แต่ขากลับเป็นคนใหม่เข้ามาแทน”
       “ภายใต้การนำของ ท่านรองศักดา ย่อมไม่มีใครสงสัยอย่างแน่นอน”
       งิ้วหน้าเครียด
       “ที่สำคัญเรายังไม่มีหลักฐานยืนยันหรือวิธีการที่จะหยุดพวก มันได้เลย”
       ทั้งหมดต่างหน้าเคร่งเครียดกังวล
       
       นาคีปรากฏร่างขึ้นในถ้ำแปลกใจที่ คายามังรออยู่แล้ว
       “ท่านปลุกเสกมนต์สะกดให้เราได้แล้วหรือยัง”
       “นายใหญ่ไม่พอใจที่เจ้าทำร้ายคนช่วยศัตรู”
       “ใครจะทำร้ายคนรักของเราไม่ได้”
       “เอาล่ะแล้วก็แล้วไป…ข้าเอามนต์สะกดมาให้เจ้า”
       “ท่านอาจารย์พูดจริง”
       “ถ้าข้าให้เจ้าแล้ว เจ้าต้องกำจัดศัตรูตามคำสั่ง”
       นาคีดีใจ
       “แน่นอนที่สุด”
       “ก็ได้”
       คายามังหยิบย่ามมาค่อยๆล้วงมือลงไปในย่าม
       “เอ…อยู่ไหน”
       “ท่านอย่าล้อข้าเล่น รีบส่งมาให้ข้า”
       นาคีเข้ามาใกล้ยื่นมือมาด้วยความดีใจ ทันใดนั้น คายามังดึงดาบอาคมออกมาจากย่ามส่งแสงประกาย นาคีร้องด้วยความตกใจ
       “ท่าน…ท่านโกหก”
       คายามังท่องมนต์ นาคีถึงกับอ่อนแรง คายามังสะบัดมือมีเชือกสีเงินมาคล้องคอของนาคีแล้วรัดติดอยู่ที่คอ นาคีหายใจติดขัดอ่อนแรง
       “ท่านอาจารย์”
       
       “เจ้าต้องทำตามที่ข้าสั่ง” คายามังสั่งเสียงเข้ม

ป่านางเสือ 2 ตอนที่ 9
         
       คายามังกำลังนั่งสมาธิอยู่ มือปืนเข้ามารายงาน คายามังลืมตาขึ้น
        
       “คุณโจต้องการให้ท่านไปพบ”
       “ทำไมพวกนั้นไม่มาที่นี่”
       มือปืนส่ายหน้า คายามังไม่พอใจแต่ก็ลุกขึ้นออกไปโดยดี
       
       รถจิ๊ปสองคันจอดอยู่ โจกับสัตยา พร้อมมือปืน 5 คนยืนระวังอยู่ รถของคายามังเข้ามาจอด คายามังก้าวลงมาจากหน้าตาไม่พอใจ
       “ทำไมพวกท่านต้องให้ข้าออกมาถึงนี่”
       “ศัตรูกำลังเข้าใกล้กำแพงมนต์ ต่อไปนี้เราจะพบกันข้างนอก”
       คายามังชำเลืองมองโจกับสัตยาอย่างพิจารณา สัตยายืนหน้าเคร่ง คายามังถามเสียงนิ่ง
       “ท่านต้องการอะไร”
       โจจ้องหน้าคายามัง
       “นางงูของท่านทำให้ศัตรูคนสำคัญหนีไป และทำให้องค์กรเสียหายเป็นหมื่นล้าน นายใหญ่ต้องการให้กำจัดนางงูทิ้ง”
       “แต่ตอนนี้เราสยบนาคีได้แล้ว”
       โจหน้าเคร่งเครียดยิ้มเยาะ
       “ถ้ามีผลงานดี…นายใหญ่อาจให้โอกาสท่านก็ได้ เราแค่นำคำสั่งมาบอกท่านเท่านั้น ขอให้ท่านโชคดี”
       โจเดินไปขึ้นรถ สัตยาขึ้นตาม ขบวนรถของโจออกไป คายามังมองตาม
       
       อภิชาติเดินไปเดินมา จักจั่นกับงิ้ว ยืนหน้าเคร่งอยู่ใกล้ๆ อภิชาติหันมาหาสองสาว
       “เรามีเวลาอีก10 วัน ก่อนที่ พวกรัฐมนตรีจะเดินทาง เราต้องหาตัวหมอและสถานที่ การดำเนินการของพวกมันให้ได้”
       จักจั่นเซ็งๆ
       “โห…ซื้อหวยยังมีสิทธิ์ถูกมากกว่าอีก”
       “เราจะจับตาดูนายโจคนใหม่แล้วก็ท่านรองศักดาทุกฝีก้าว”
       งิ้วเสนอ
       “ทำไมเราไม่จับตัวท่านรองศักดาซะเลย ไม่มีท่านรองก็ไม่มีการเดินทาง”
       “ท่านรองมีตำแหน่งสำคัญ หายตัวไปเรื่องบานปลายแน่ ถึงเราจะหยุดการเดินทางได้ มันก็มีวิธีอื่นอยู่ดี ถ้าเราหาสถานที่มันได้ เราก็ได้ตัวหมอ ได้ช่วยรัฐมนตรี มีหลักฐานครบหยุดแผนมันได้แน่นอน”
       งิ้วกับจักจั่นมองหน้ากัน จักจั่นยิ้มออกมา
       “โอเค ดาลิ่งค์”
       ทั้งหมดต่างยิ้มให้กัน
       
       จักจั่นกับงิ้วจอดรถอยู่ฟั่งตรงข้าม อินเตอร์บิส ทั้งสองต่างยกถ้วยกาแฟขึ้นจิบ จักจั่นถามขึ้นลอยๆ
       “มานี่ก็นานแล้ว ไม่คิดถึงแฟนเหรอ”
       “คิดถึง แต่ชาติกับหน้าที่ต้องมาก่อน”
       “จักจั่นว่าเราโชคดีนะ ที่มีผู้ชายดีๆเป็นคู่ชีวิตร่วมอุดมการณ์เดียวกัน”
       “บอกตามตรง ถ้าเปลี่ยนชีวิตใหม่ได้ขอเป็นดาราแล้วก็แต่งงานกับคนรวยๆ ใช้ชีวิตช็อปปิ้งไปวันๆดีกว่า”
       จักจั่นยิ้ม
       “ความจริงคุณงิ้วก็สวยเข้าขั้นดารา ยังไม่สายเกินไปที่จะแต่งงานกับคนรวยๆ”
       “ปัญหาก็อยู่ที่ว่าหาคนรวยๆที่ไม่โกงกินบ้านเมืองได้ยากเต็มที ไม่บรรพบุรุษกิน ตัวเองก็กิน”
       “สมัยนี้ไม่มีใครสนหรอก รวยก็ถือว่าดีกันทั้งนั้นนายดำรง”
       “แหวะ จ้างให้ก็ไม่เอา”
       “ไม่ได้ให้สนนายดำรง แต่ให้ดู”
       จักจั่นหันไปก็เห็นดำรงออกมาจากอินเตอร์บิส ขึ้นรถตู้เคลื่อนออกไป
       “ที่แท้นายดำรงกับอินเตอร์บิส มีได้มีเสีย เลวจริงๆ”
       “เห็นม๊ะ บอกแล้วไง หาคนรวยๆดีๆยาก”
       จักจั่นเคลื่อนรถออกไป
       “อย่างนี้ต้องคุยกันหน่อย”
       
       จักจั่นขับตามดำรงมาจนกระทั่งเห็นรถดำรง เลี้ยวเข้าไปในโรงแรมหรูแห่งหนึ่งจึงเลี้ยวตามเข้าไป...ในล็อบบี้ของโรงแรม พนักงานวางเครื่องดื่มลงกับโต๊ะของดำรงแล้วออกไป ดำรงนั่งอยู่กับสาวสวยคนหนึ่ง มือปืนยืนอยู่ข้างหลังห่างออกไปสองคน ดำรงยกแก้วขึ้นยื่นไปตรงหน้า
       “ดื่มซิจ๊ะหนู”
       ทันใดนั้นจักจั่นกับงิ้วนั่งลงบนเก้าอี้ว่างที่เหลือตรงหน้าดำรง
       “ชีวิตน่าอิจฉาจริง ว่ามั๊ยคุณงิ้ว”
       ดำรงชะงัก
       “คุณจักจั่น”
       งิ้วหันไปบอกสาวสวย
       “น้อง ไปเดินเล่นก่อนไป”
       สาวสวยรีบลุกออกไปอย่างรวดเร็ว มือปืนสองคนขยับตัวเข้ามา แต่ดำรงยกมือห้าม มือปืนสองคนถอยออกไป จักจั่นมองหน้าดำรง
       “เราคอยระวังคุณไม่ให้ถูกเก็บ เสียทั้งกำลังคนแต่คุณกับแอบมากุ๊กกิ๊กกับอินเตอร์บิส”
       “คุณ...คุณจักจั่นเข้าใจผิด...ผมไม่มีอะไรกับอินเตอร์บิส ในเมื่อพวกมันได้สัมปทานไปแล้ว ผมก็แค่มาแสดงตัว เลิกราต่อกัน ผมไม่อยากเป็นศัตรูกับใคร”
       งิ้วสวนทันที
       “ไม่มีมิตรแท้และศัตรูที่ถาวร”
       จักจั่นเสริม
       “คำนิยามยอดนิยมของผู้ที่มีผลประโยชน์ร่วมกัน”
       
       ดำรงหน้าเสียยิ้มไม่ออก จักจั่นกับ งิ้วหน้าเคร่งเครียด
        
       อ่านต่อหน้า 4

หน้าที่แล้ว
1 | 2 | 3 | 4
หน้าถัดไป
ข่าวล่าสุด ในหมวด
ป่านางเสือ 2 ตอนที่ 18 อวสาน (ต่อ)
ป่านางเสือ 2 ตอนที่ 17
ป่านางเสือ 2 ตอนที่ 16
ป่านางเสือ 2 ตอนที่ 15
ป่านางเสือ 2 ตอนที่ 14
เครื่องมือจัดการเว็บ
ส่งบทความนี้ต่อ
พิมพ์หน้านี้
ข่าวที่มีผู้ส่งมากที่สุด
แสดงผลหน้าเดียว
จำนวนคนโหวต 13 คน
คุณเห็นด้วยกับข่าว/บทความนี้หรือไม่
เห็นด้วย ไม่เห็นด้วย
เห็นด้วย 12 คน
93 %
ไม่เห็นด้วย 1 คน
7 %
ความคิดเห็นที่ 3 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ดีมากๆ
manthan4 สมาชิก
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 2 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ขอชื่อทุกคนหน่อย
บาร์บี้
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 1 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
mai sanook nung mai dee
eleni
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความคิดเห็น
1. โปรดงดเว้น การใช้คำหยาบคาย ส่อเสียด ดูหมิ่น กล่าวหาให้ร้าย สร้างความแตกแยก หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
2. ทุกความคิดเห็นไม่เกี่ยวข้องกับผู้ดำเนินการเว็บไซต์ และไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมายได้
3. ทีมงานเว็บมาสเตอร์ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
4. เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
5. ผู้ร่วมแสดงความคิดเห็นสามารถร่วมตรวจสอบข้อความที่ไม่เหมาะสมได้ โดยการกดปุ่ม "แจ้งลบ" หรือส่งอีเมลแจ้งมาที่ cs@astvmanager.com หรือ cs.astvmanager@gmail.com ซึ่งทีมงานจะทำการตรวจสอบ และลบข้อความดังกล่าวโดยเร็วที่สุด หรืออย่างช้าภายใน 3 วันทำการ
เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
แสดงความคิดเห็นเพิ่มเติม
โชว์ภาพผู้ใช้ทุกครั้งที่แสดงความเห็น เพียงเข้าสู่ระบบด้วยบัญชีของเฟซบุก กดที่ปุ่มด้านล่างนี้เลย!

ชื่อ/e-mail ของคุณ : *
 
 *
  กฎกติกาการแสดงความคิดเห็นฉบับเต็ม
 
หนังสือพิมพ์: ASTV ผู้จัดการออนไลน์ | ASTV ผู้จัดการรายวัน | นิตยสารผู้จัดการ 360° | Positioning | ASTV News1
มุม: การเมือง | อาชญากรรม | คุณภาพชีวิต | ภูมิภาค | ต่างประเทศ | มุมจีน | ธุรกิจ | หุ้น | SMEs | Motoring
CyberBiz | วิทยาศาสตร์ | เกม | กีฬา | บันเทิง | Life on Campus | Celeb Online | ท่องเที่ยว | ธรรมะกับชีวิต | Multimedia
เว็บ: Asia Times | บุรพัฒน์ คอมมิคส์ | Mars Magazine | ทะเลไทย | คุยกับเว็บมาสเตอร์ | โฆษณาบนเว็บ
All site contents copyright ©1999-2014