หน้าแรกผู้จัดการ Online | หน้าแรกละครออนไลน์ | ละครออนไลน์
ละครออนไลน์ สาวน้อย

สาวน้อย ตอนที่ ๒๗ - ๒๘

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 9 ตุลาคม 2555 09:34 น.
หน้าที่แล้ว
1 | 2 | 3 | 4
หน้าถัดไป
สาวน้อย ตอนที่ ๒๗ - ๒๘
       สาวน้อย ตอนที่ ๒๗ (ต่อ)
       
       บนโต๊ะทำงานภายในบ้านชูวงศ์ บุญมานั่งอยู่หน้าพิมพ์ดีดรอบตัวมีกระดาษเกลื่อน ท่าทางเหมือนไม่ได้นอนทั้งคืน กระดาษบนเครื่องพิมพ์เขียนว่า “แก่นแก้ว” ตอน ๔๐ ตัวอักษรที่ถูกเรียงร้อยอยู่บนกระดาษ ในเครื่องพิมพ์ดีดมีความว่า
       
       “แก่นแก้วเผยอปากอิ่มราวกลีบกุหลาบ ชายหนุ่มตะลึงตะไลไป ราวต้องมนต์จากกามเทพผู้ถือธนูดอกไม้ เขาก้มลงจรดริมฝีปากลงบนเรียวปาก”
       บุญมาชะงักนิ้วอ่านทวนหน้านิ่วคิ้วขมวด
       “คลิเช (๒) จริงๆ ให้ตาย ล้มทับมองตากันอีกแล้ว”
       บุญมาดึงกระดาษควากมาขยำ ปาลงไปรวมกับกระดาษอื่นๆ นมพวงกับศรีสาวใช้ถือหนังสือพิมพ์เข้ามาด้วย
       “คุณบุญมาขา”
       “จ๋า มีอะไรหรือนม”
       “ใครคือนางเอกสาวดาวรุ่ง เคยเป็นเมียบ่าวในบ้านพระยาอายุรุ่นปู่ แล้วเจ้าคุณก็เอามาย้อมแมวทั้งปั้นทั้งปล้ำให้เป็นดาราค่ะ” นมพวงถาม
       บุญมาตาเบิกโพลง
       “อะไร ใครปล้ำใคร”
       “ก็ข่าวในหนังสือพิมพ์คู่แข่งของผะดุงไทยนี่ไงคะ”
       บุญมาคว้ามาอ่านดูคร่าวๆ ตรงหน้าบันเทิง
       “หนูว่าถ้าไม่ใช่มานีก็ต้องเป็นวนิดาแน่เลยเจ้าค่ะ”
       บุญมาหน้าบึ้งทันที
       
       ภายในบ้านโพธิธารา พระชาญชลาศัยลดหน้าหนังสือพิมพ์ลงแล้วยิ้มเยาะ สรรค์นั่งหน้าเคร่ง ส่วนมารศรีสีหน้าบึ้ง แม่ผินเอาอาหารเช้าเข้ามาเสิร์ฟอย่างอารมณ์ดี บัวคุกเข่าเอาผ้าขี้ริ้วถูพื้นที่มีน้ำหยด สมพงษ์นั่งรอรับใช้อยู่
       “ไงตอนนี้ น้ำลดตอเลยผุดขึ้นมาแล้ว แกยังหลงใหลได้ปลื้มอยู่อีกไหม” พระชาญชลาศัยถามขึ้น
       “นี่มันข่าวเท็จครับ หนังสือพิมพ์ฉบับนี้มุ่งโจมตีวนิดามาแต่ไหนแต่ไรแล้ว” สรรค์บอก
       “ไม่มีไฟจะมีควันได้ยังไง”
       ผินหัวเราะระริกพลางมองค้อนมารศรี
       “ต้องเปรียบว่า ไม่มีมูลฝอยหมาไม่...ถ่ายตะหากเจ้าคะ แต่นังผู้หญิงสมัยนี้มันหน้าด้านตะพานช้างโรงสี (๓) ตอผุดโด่ออกมาก็ยังลอยหน้าเสนอนวลอยู่ได้ค่ะ”
       มารศรีปรายตามองก็รู้ว่า ผินไม่ได้ด่าวนิดาแต่ตั้งใจมาแขวะตน แต่สรรค์กลับโกรธแม่ผิน
       “แม่ผิน พูดจาให้ระวังหน่อย ลูกผู้หญิงน่าจะเห็นใจผู้หญิงเหมือนกัน ยิ่งเป็นข่าวโป้ปดมดเท็จจะช่วยกระพือข่าวไปให้ได้อะไรขึ้นมา”
       แม่ผินผงะน้อยใจ พระชาญชลาศัยได้ยินที่สรรค์พูดก็ยิ่งโกรธ
       “แกรู้ได้ยังไงว่าเป็นข่าวเท็จ”
       “วนิดาเคยเล่าให้ฟังทุกอย่างว่า เคยเป็นสาวใช้ในบ้านพระยาธรรมนูญ พระยาธรรมนูญเอ็นดูเธอเหมือนลูกหลาน สอนหนังสือ สอนภาษาอังกฤษให้จนพูดได้คล่อง”
       “แล้วแกรู้ได้ยังไงว่าไม่สอนเลยเถิด ไปสอนภาษากายกันบนเตียงด้วย”
       “จริงเจ้าค่ะ เจ้าคุณแก่ๆ มาทำเป็นใจดีกับคนใช้ ร้อยทั้งร้อย ก็คิดจะร้อยก้นเอาไว้ใช้งานในห้องกันทั้งนั้น”
       “แม่ผิน!” สรรค์เรียกปราม
       มารศรียิ้มลุกขึ้น
       “ตาย ถ้าอย่างนั้น คุณพระก็คงเคยร้อยก้นแม่ผินไว้ใช้งานน่ะซีคะ ถึงได้อยู่กันมายืดยาวขนาดนี้” มารศรีแขวะ
       แม่ผินร้องวิ้ด เพราะพรหมจาริณีที่รักษาไว้ถูกละเมิด พระชาญชลาศัยโกรธจัดลุกพรวดขึ้น
       “ปากดีนักนะมารศรี ไม่รู้จักที่ต่ำที่สูงแล้วหรือ”
       “ถ้าผู้หลักผู้ใหญ่แบกแต่อคติไว้ ผู้น้อยก็ควรจะพูดเตือนสติได้บ้างค่ะ”
       “งั้นฉันก็ขอเตือนสติเธอบ้าง”
       พระชาญตบมารศรีผัวะจนมารศรีหน้าสะบัดไป สรรค์ตกใจ แม่ผินผงะแล้วยิ้มเยาะอย่างสะใจ บัวถอยลนลานไปข้างสมพงษ์ด้วยความตกใจ เพราะบัวรักมารศรี นายหญิงคนนี้มาก
       “ชนักมันติดหลังเธอคาอยู่ อย่าอวดดีให้มากนัก ฉันหมดความอดทนกับเธอแล้ว”
       “เช่นเดียวกันค่ะ ดิฉันก็หมดความอดทนเหมือนกัน” มารศรีบอก
       
       คุณพระอึ้งไป มารศรีมองอย่างผิดหวังด้วยความน้อยใจและเสียใจ แววตาพระชาญชลาศัยเริ่มอ่อนลงเพราะยังไงก็ยังรักมารศรีอยู่
       “ดิฉันเลิกร้างกับสามีคนแรกเพราะมันทุบตีดิฉันประสาคนชั้นต่ำ ดิฉันถึงอยากมีสามีผู้ดี เพราะนึกไปเองว่า คนชั้นสูงจะไม่ตบตีเมีย ลงท้าย...ผู้ดีกับไพร่ก็ไม่ต่างกันนัก”
       แม้พระชาญชลาศัยจะรู้สึกผิด แต่เอาโกรธขึ้นข่ม
       “อย่าเอาฉันไปเปรียบกับผัวเก่าของเธอ”
       “ค่ะ เพราะชั่งข้อดีข้อเสียกันแล้ว คุณพระอาจจะทรามกว่าด้วยซ้ำ”
       แม่ผินร้องว้าย พระชาญเงื้อมืออีก มารศรีมองตอบตาวาวท้าทาย
       “คุณพระจะยืนยันคำพูดดิฉันหรือคะ”
       พระชาญชลาศัยลดมือลง
       “ไป ไป๊ ไปให้พ้นหน้าฉัน”
       “ค่ะ...ดิฉันจะไปให้พ้นจากบ้านแห่งความอยุติธรรมนี้”
       พระชาญชลาศัยตกใจอย่างคาดไม่ถึงแทบร้องท้วง แต่แม่ผินตาวาวเสือกไส
       “ไป ไปเลย ไปหาความยุติธรรมที่อื่น”
       คุณพระนิ่งงัน มารศรียิ้ม สรรค์ถึงกับหลุดปาก
       “มารศรี”
       สรรค์เองก็พูดไม่ถนัดปากนัก มารศรียิ้มรับอย่างขอบใจพลางก้มศีรษะให้นิดหนึ่ง แล้วเดินออกไป บัวกับสมพงษ์ร้องไม่มีเสียง ‘ทำยังไงดีแก’
       
       สมพงษ์กับไม้ขนกระเป๋าเสื้อผ้า ๓-๔ ใบของมารศรีไปใส่รถ กุ๊กเฮง รามซิงค์มาร่วมยืนหน้าเสียอยู่ บัว ราตรี จงกลยืนร้องไห้กระซิก มารศรีน้ำตาคลอแต่ยิ้ม
       “จะร้องทำไมฮึ”
       “คุณต้องได้กลับมาเจ้าค่ะ ยังไงคุณก็เป็นคุณผู้หญิงของบ้านนี้”
       มารศรีน้ำตาไหลแล้วรีบปาดทิ้ง ผินมายืนแอบดูค้อนเด็กตัวเองตาคว่ำ
       
       ภายในห้องนอนพระชาญชลาศัยในเวลาต่อมา คุณพระนั่งเชิดอยู่ที่โต๊ะเขียนหนังสือ มารศรีถือกล่องเครื่องเพชรแบนใหญ่ ๒ กล่องเข้ามา
       “เมื่อไม่เห็นหัวฉันก็ไม่ต้องมาลา”
       “ดิฉันไม่ได้มาลาค่ะ ดิฉันเอาเครื่องเพชรของคุณหญิง คุณแม่คุณสรรค์มาคืน”
       
       พระชาญชลาศัยอึ้ง เพราะลืมไปแล้วว่าเคยให้
       “อยากคืนก็เอาไปเก็บที่ไป”
       มารศรีเดินไปเปิดตู้เสื้อผ้ามีลิ้นชักข้างในสำหรับเก็บของมีค่าของสำคัญ มีจดหมายของแมกกินนี ๒ ฉบับวางอยู่ มารศรีหยุดมองแล้ววางกล่องลง คว้าซองจดหมายมาซุกซองลงในเสื้อหันมา
       “เรียบร้อยแล้วค่ะ”
       พระชาญชลาศัยมีแววรักแต่เปี่ยมทิฐิจึงทำเมินไป
        
       มารศรีมองอย่างรักและน้อยใจผิดหวังก่อนยิ้มหยันแล้วพาตัวเองออกไป

สาวน้อย ตอนที่ ๒๗ - ๒๘
       นายไม้นั่งอยู่บนรถที่ติดเครื่องรออยู่ คนใช้หญิงชายตั้งแถวส่ง มารศรีขึ้นรถแล้วดึงซองจดหมายจากอกมาดู ทันใดนั้นแม่ผินก็พรวดมาบนรถ กระซากซองไป
       
        “กะอยู่แล้วว่าแกต้องขโมยเงินคุณพระซุกซ่อนมาในนม”
        แม่ผินตรงมาที่รถแล้วกระชากซองไป มารศรีตาวาวตามติดเข้าแย่งซองคืน
        “นังขี้ขโมยต่ำเหมือนเลนตม”
        “เอาคืนมา”
        มารศรีแย่งคืนมาได้ แต่แม่ผินยังแย่งยื้อ คนใช้หญิงชายกรูมาดู
        “ไอ้อีทั้งหลายมาช่วยฉันซียะ”
        ไอ้อีทั้งหมดได้ยินดังนั้นเลยตัดสินใจไม่ช่วย มารศรีสะบัดจนแม่ผินหมุนคว้าง มารศรีได้จังหวะถีบก้น แม่ผินลอยถลาลงไปในอ่างบัวขนาดใหญ่ หน้าทิ่มลงไปก้นโด่ง บัว สมพงษ์ไปช่วยดึงขึ้น แม่ผินมีเลนพอกหัวดำไปถึงไหล่ บนหัวมีดอกบัวบานสีขาวโรยราหักติดมาประดับอยู่ ราวกับจะสำแดงอาการของพรหมจารีหมดอายุ
        “ว้าย คุณแม่บ้าน” บัวร้องขึ้น
        “ต่ำเหมือนเลนตม” สมพงษ์ย้ำ
        มารศรียิ้มให้แม่ผินแล้วขึ้นรถไป แม่ผินร้องวิ้ดยาวคล้ายวิสัญญีเปรต
       
        ภายในโถงบ้านธรรมนูญภักดี นิดนั่งราบกับพื้นกราบลงขอโทษพระยาธรรมนูญที่นั่งหน้าเฉยอยู่บนเก้าอี้ นักสืบประสงค์ยืนกุมเป้าเยื้องไปทางด้านหลัง
        “นิดขอประทานโทษที่ทำให้ใต้เท้าต้องเป็นขี้ปากชาวบ้านเจ้าค่ะ”
        “ลุกขึ้นๆ มานั่งนี่ เอ้า ประสงค์มานั่งด้วยมา”
        นิดลุกมานั่งเก็บมือเก็บเท้าสำรวม ประสงค์ตามมานั่งบนโซฟาอีกตัว
        “ขี้ปากชาวบ้านอะไรกัน เมื่อวานไปสโมสร เพื่อนฝูงฉันทักกันให้เกรียว บางคนมายกนิ้วให้ฉันเป็นเต้ย ฉันงงอยู่ตั้งนานกว่าจะนึกออก”
        ประสงค์อมยิ้ม นิดยิ้มไม่ค่อยออกเพราะรู้ว่า พระยาธรรมนูญพูดเล่นเพื่อปลอบใจ
        “บ้านเมืองเรา ตาแก่ตัณหากลับไม่ใช่เรื่องเสียหายหรอก ที่ฉันห่วงน่ะคือเราต่างหาก”
       “ชาวบ้านก็ไม่ได้เชื่อไปเสียทั้งหมดหรอกเจ้าค่ะ เพราะหนังสือพิมพ์ ฉบับนี้จ้องเล่นงานแต่ดิฉันมาหลายครั้งแล้ว”
        “ว่ายังไงประสงค์”
        “ที่ผมสืบมา ตัวเอดิเตอร์หนังสือพิมพ์ฉบับนี้ไม่ถูกกับคุณบุญมา ยิ่งคุณบุญมามาทำโฆษณาให้ละครคุณนิดก็ยิ่งเติมเชื้อลงไปอีก”
        “คุณบุญมาก็เคยพูดให้ดิฉันฟังเหมือนกัน”
        “แต่ไม่ใช่แค่นั้นครับ นายเอดิเตอร์คนนี้ยังเป็นลูกพี่ลูกน้องกับคุณรตี”
        นิดยิ้มนิดๆ
        “เพื่อนสนิทกึ่งผู้ติดตามของคุณสุวลีน่ะหรือคะ”
        “ครับ”
        พระยาธรรมนูญภักดีถอนใจแล้วบอก
        “ฉะนั้นสายสนกลในเป็นยังไง เธอก็น่าจะเดาได้”
        “คุณเธอจะเล่นงานดิฉัน ยังไงก็ไม่น่าดึงใต้เท้ามาเสื่อมเสียด้วย”
        “ปู้โธ่ เสื่อมเสียอะไร ข่าวแบบนี้ล่ะที่ทำให้ชีวิตไม่จืดชืด”
        นิดยิ้มแล้วบอก
        “ค่ะ พรุ่งนี้ดิฉันต้องไปออกงานให้เป็นข่าวเหมือนกัน”
       
        บริเวณพระบรมรูปทรงม้าเด่นสง่า พระที่นั่งอนันตสมาคมประดับไฟแพรวพรา บรรยากาศงานฉลองรัฐธรรมนูญประจำปีเป็นงานใหญ่มหึมา มีการออกร้านจากสมาคม หน่วยงานต่างๆ ทั้งของรัฐและเอกชน ร้านค้ามีการตกแต่งประดับประดาแข่งกัน ตามซุ้มประดิดประดอยเป็นคอนเซปท์ต่างๆ บ้างก็ใช้ต้นไม้ดอกไม้ , ธงทิว , โบว์ผ้า คนที่มาเดินส่วนใหญ่เป็นคนชั้นกลางขึ้นไป แต่งตัวแต่งผมมาประกวดประชันกัน แม้ยังไม่ถึงยุคมาลานำไทย ก็มีการแต่งแฟชั่นหมวกนานาชนิดไม่แพ้งานดาร์บี้ของอังกฤษ
       
        งานฉลองรัฐธรรมนูญ สวนอัมพร ๑๐ ธันวาคม พ.ศ. ๒๔๘๒
        เวลากลางคืน สรรค์และบุญมาใส่สูทสากล นิดสวมชุดราตรีเรียบหรู แก้วใส่สูทแบบผู้ชายแต่อกเสื้อแขนเสื้อมีระบายให้ดูหญิงเดินมาด้วยกัน บรรดาคนที่เดินสวนมาตาโต ต่างร้องทัก
       
        “วนิดา วนิดาจริงๆ ด้วย ใช่จริงๆ เธอสวยจังเลย”
        “วนิดาขอถ่ายรูปหน่อยนะครับ”
        นิดต้องหยุดยืนกับแก้ว สรรค์กับบุญมาขยับถอยออกมา เพียงครู่เดียวก็มีคนกว่าสิบคนมามุงขอลายเซ็น คนหนึ่งถือกล้องมีดวงแฟลชโด่มาด้วย ขอถ่ายรูป นิดกับแก้วยืนยิ้มให้ถ่ายรูป แสงแฟลชสว่างพึ่บ เสียงแฟนคลับดังเซ็งแซ่
        “ไม่ต้องไปสนใจข่าวลือนะวนิดา อย่าไปใส่ใจ ช่างหัวมัน”
        “เราไม่เชื่อข่าวลือหรอก เราเลิกซื้อหนังสือพิมพ์บ้านั่นไปแล้ว”
        นิดยิ้มมากขึ้นปรายตามองดูสรรค์ที่ยิ้มให้
       
        ร้านๆ หนึ่งมีการแสดงภาพที่เข้าประกวด ทางเข้ามีป้ายคำขวัญตัวใหญ่ “รัฐธรรมนูญจงถาวร” สรรค์ นิด แก้วและบุญมาเดินมาถึงทางเข้าที่ตกแต่งด้วยดอกไม้งดงาม
        “จะมีการประกาศผลเมื่อไหร่คะ” นิดถาม
        สรรค์ดูนาฬิกา
        “อีกราวๆ ชั่วโมงนึงครับ”
        “อีกตั้งชั่วโมงนึงแล้วให้ฉันมาทำไมป่านนี้” แก้วว่า
        “ก็ให้มาดูรูปก่อนไงครับ” สรรค์บอก
        “ไม่ดูล่ะเบื่อเห็นแล้วเห็นอีก”
        แก้วหันมาหาบุญมาบอก
        “นี่ ไปเดินเที่ยวกับฉันดีกว่า ฉันอยากลงเรือตูม อยากขึ้นรถไฟอยากไปยิงปืน อยากเข้าเขาวงกต แล้วก็อยากคล้องห่าน”
        “เวร มีเวลาชั่วโมงเดียวนี่นะ” บุญมาว่า
        “แหม รางวงรางวัลช่างมันเถอะ ท่าทางคงไม่ได้หรอก” แก้วบอก
        “แล้วกันคุณแก้ว”
        สรรค์ทำตาค้อนๆ แก้ว แก้วทำไม่รู้ไม่ชี้ นิดขำสรรค์
        “ไปซี ไปไหนก็ไป” บุญมาบอก
        “ดีจัง”
        แก้วคว้ามือบุญมาลากหายไปในฝูงชน สรรค์กับนิดมองตามแล้วอมยิ้ม
        “ไปดูรูปคุณน้อยกันดีกว่า”
        “ดูรูปคู่แข่งของคุณสรรค์ก่อนดีกว่าค่ะ”
        สรรค์กับนิดเดินดูรูปที่แสดงในงาน ปากคุยไปด้วย
       “เมื่อคืนผมฝันประหลาดมาก ผมฝันว่าผมไปเที่ยวงานวัดกับคุณน้อย”
        นิดแอบดีใจ
        “ยังไงคะ”
        สรรค์ทบทวนความฝัน... งานวัดวันงานสงกรานต์
        “มันเป็นวัดเหมือนวัดบ้านนอกมีผมเดินเที่ยวกับคุณน้อย คุณแก้วแล้วยังมีผู้ชาย 2 คนเหมือนเป็นพี่ชายคุณน้อย”
       
        นิดตื่นเต้นดีใจ เสียงประกาศผลรางวัลกำลังเริ่มต้นขึ้น

สาวน้อย ตอนที่ ๒๗ - ๒๘
       บริเวณมุมหนึ่งจัดเป็นยกพื้นเตี้ยๆ มีไมโครโฟน ประธานในงานกำลังประกาศผลรางวัล
       ที่นั่งด้านหน้ายกพื้นตั้งเก้าอี้เรียงเป็นแถว แถวหน้าเป็นเก้าอี้หุ้มผ้าขาวมีริบบิ้นทองหรูหรารับแขกผู้ใหญ่และผู้มีเกียรติ มีผู้เฒ่า ๓-๔ คน สรรค์และนิดนั่งอยู่ด้วย
       
       “รางวัลชมเชยเป็นของนายฉัตร วิจิตรกุล”
       สรรค์และนิดปรบมือ นิดเอียงหน้าคุยกับสรรค์
       “ในฝันนั่นยังมีอะไรอีกคะ”
       “เหมือนผมกับคุณน้อยไปก่อพระเจดีย์ทราย”
       นิดปลาบปลื้มยิ้มสุขใจ สรรค์ยังคงพูดลำดับความฝันออกมา
       “ในฝันยังมีผู้หญิงวัยกลางคนคนหนึ่ง ท่าทางใจดี ผมเกิดรู้ขึ้นมาเองว่าคือคุณแม่ของคุณน้อย”
       นิดน้ำตาคลอนึกถึงแม่ที่จากกันมากว่าปี แต่สุขใจที่สรรค์จำได้ นิดหันหน้าไปซ่อนน้ำตาที่คลอออกมาด้วยความตื้นตัน
       
       ท่านประธานการประกวดยืนประกาศที่ไมโครโฟน ด้านหลังมีภาพเขียน ๓ ภาพซึ่งถูกคลุมด้วยผ้าอยู่
       “ต่อไปเป็นการประกาศผลภาพเขียนรางวัลชนะเลิศและรอง ๒ อันดับ ในคืนนี้คณะกรรมการได้รับเกียรติจากดาราขวัญใจประชาชนมาร่วมงานด้วย”
       คนในงานฮือฮา บางคนไม่รู้ว่านิดมาด้วยก็ชะเง้อดูอยากรู้ว่าเป็นใคร เมื่อเห็นนิดปรากฎตัวก็ฮือฮากัน นิดยิ้มนิดๆ สรรค์มองอย่างชื่นชม
       “ยิ่งไปกว่านั้น ภาพที่เข้าประกวดภาพหนึ่งก็เป็นภาพที่เธอเป็นแบบด้วยจึงขอเชิญวนิดา ขึ้นมามอบรางวัลแก่ผู้ชนะและรองในโอกาสนี้”
       
       นิดลุกขึ้นจากที่นั่ง ผู้คนปรบมือกราว นิดก้าวขึ้นไปบนยกพื้น นักข่าวช่างภาพถ่ายรูปกันแฟลชปะทุพึ่บพั่บ ที่บริเวณทางเข้า บุญมาลากแก้วเข้ามา แก้วถือตุ๊กตุ่น ตุ๊กตาที่ได้รางวัลมาด้วย ทั้ง ๒ คนแทรกผู้คนเดินไปหาสรรค์
       “ปู้โธ่ เขาประกาศไปจะถึงรางวัลที่ ๑ แล้ว” บุญมาบอก
       “อุ้ย นายเสียมไม่ได้หรอก” แก้วว่า
       บุญมาและแก้วมาตรงหน้าสรรค์พอดี สรรค์ลุกขึ้นเชิญให้แก้วนั่ง
       “นายเสียมอะไร”
       “เปล่า ฉันพูดว่าคุณสรรค์ไม่ได้หรอก”
       “ให้กำลังใจกันจัง ขอบคุณมาก” สรรค์บอก
       บนยกพื้นนิดกำลังมอบโล่สลักชื่อเล็กๆ ให้กับรองอันดับหนึ่งที่เป็นศิลปินร่างตัวผอมบาง รูปภาพทั้ง ๒ รูปถูกเปิดผ้าคลุมแล้วเหลือเพียงรูปตรงกลาง บุญมามองดูรูปที่ปิดผ้าอยู่แล้วถาม
       “รูปสาวน้อยของนายหรือเปล่าวะ”
       “ไม่รู้ซี”
       “ไม่ใช่หรอก รูปที่คลุมผ้าใหญ่กว่าตั้งเยอะ” แก้วว่า
       ท่านประทานยิ้มแป้นกับนิด
       “ส่วนรางวัลชนะเลิศได้แก่...”
       ผู้ช่วยบนเวที ๒ คนรอจังหวะ ท่านประทานพยักหน้า ผู้ช่วยทั้ง ๒ คนก็ตลบผ้าออก รูปสาวน้อยรูปที่ 2 ตั้งเด่นอยู่
       “...รูปสาวน้อย ของสรรค์ โพธิธารา”
       นิดยิ้มดีใจจนน้ำตาคลอหันมาดูสรรค์ บุญมาหัวเราะดึงสรรค์ลุกขึ้น แก้วกระโดดยืนร้องวิ้ดตบมือไม่หยุด ผู้คนปรบมือกราวมองดูสรรค์และนิด นักข่าวช่างภาพถ่ายรูปกัน ผู้คนร้องกันเซ็งแซ่
       'วนิดาแจกรางวัลให้รูปตัวเอง’ , ‘ดูวนิดาไม่แต่งหน้าเลยในรูป’ , ‘รูปสวยมาก’ , ‘ตัวจริงสวยกว่า’ , ‘รูปสวยกว่า’ , ‘ตัดสินลำเอียง’ , ‘ปากเหรอ ระวังโดนตบ’
       สรรค์ก้าวไป นิดถือถ้วยเงินใบเล็กๆ ในมือมอบให้สรรค์ สรรค์รับมามองนิดอย่างตื้นตัน นิดยิ้มให้ แก้วตบมือหนักอย่างไม่กลัวมือหัก ดีใจอย่างสุดซึ้ง บุญมามองอย่างหมั่นไส้
       “เมื่อกี้ ยังแช่งให้มันแพ้อยู่ไม่ใช่หรือ”
       “ไม่เคยได้ยินที่เขาว่า ชนะไหนเข้าด้วยช่วยกระพือเหรอ”
       นิดก้าวมายืนข้างสรรค์ทางด้านหนึ่งของรูป บุญมากับช่างภาพอื่นๆ มารุมถ่ายรูป นิดยิ้มให้สรรค์
       
       กลางดึก ผู้คนเริ่มซาลง พวกสรรค์กลับไปหมดแล้ว สุวลีก้าวมายืนที่หน้าจุดแสดงภาพ สายตาพิศวง มียิ้มเยาะ รังเกียจ หวาดหวั่นปะปนกันไปหมด ตรงหน้าคือรูปสาวน้อยรูปที่ 2 แขวนเด่นอยู่ที่ผนังของงานแสดงภาพ มีโบว์แดงติดอยู่ที่รูป นิดในรูปดูคล้ายมองตรงมาที่สุวลี
       “ยิ่งรูปนี้ยิ่งเหมือนมัน สมัยเป็นนังบ้านนอกชาวเกาะคอยทำงานงกๆ อยู่ที่บ้านธรรมนูญภักดีไม่มีผิด” มะลิว่า
       มะลิก้าวมายืนเคียงดูรูปกับสุวลี คุณเฟื่องยืนเยื้องไปทางเบื้องหลัง มีคนมาดูรูปบ้าง สุวลีมองด้วยแววตาริษยาแต่ยอมรับ
       “สวยเหลือเกิน”
       “ต้าย แม่คุณ ใจกว้างกระไรเช่นนี้ ยังไปนิยมชมชื่นมันอีก”
       “สุไม่ได้หมายถึงแบบ แต่สุพูดถึงรูปนี้ต่างหากคะที่งามเหมือนสรรค์ทุ่มเทชีวิตจิตใจทั้งหมดลงไป สวยกว่ารูปส...”
       สุวลีมีแววยอกแสยง ริษยา โกรธ น้อยใจ และรู้สึกเสียศักดิ์ศรี แม้เกือบพูดว่าสวยกว่ารูปสุ แล้วก็ชะงัก คุณเฟื่องและมะลิรู้โดยนัยว่า สุวลีนึกเปรียบกับรูปตัวเอง
       มะลิใส่ไฟทันที
       “มันกล้าแต่งตัวเป็นชาวบ้านให้พ่อสรรค์วาดรูป มันจงใจให้หนูจำมันได้ สม .. มันคงคิดเปิดศึกกับหนูแล้ว”
       “สงครามครั้งนี้ สุไม่แพ้หรอกค่ะ”
       
       สุวลีเชิดหน้าเรียกความมั่นใจคืนกลับมาแล้วสบตากับนิดในรูปอย่างไม่หวั่น
       จบตอนที่ ๒๗
       
       หมายเหตุ - ผู้เรียบเรียง ตอนที่ ๒๗
       
       ๑ สันนุราช - ตัวละครจากเรื่อง “คาวี”
       ๒ คลิเช - cliche' หมายถึง สำนวน ภาษา หรือความคิดเห็นที่ใช้กันบ่อยจนเฝือ
       ๓ ตะพานช้างโรงสี  หมายถึง สะพานช้างโรงสี หน้ากระทรวงมหาดไทย เรียกชื่อนี้เพราะสะพานที่มีความแข็งแรงมากพอที่ช้างจะเดินข้ามได้ ส่วน “โรงสี” ที่พ่วงท้าย เนื่องจากตั้งอยู่ใกล้กับโรงสีข้าวของฉางหลวงสำหรับพระนคร ต่อมาสมัยรัชกาลที่ ๖ โปรดให้สร้างสะพานช้างโรงสีขึ้นใหม่ เป็นสะพานคอนกรีตเสริมเหล็ก สร้างเสร็จใน พ.ศ.๒๔๕๓

หน้าที่แล้ว
1 | 2 | 3 | 4
หน้าถัดไป
ข่าวล่าสุด ในหมวด
สาวน้อย ตอนที่ ๓๑ (จบตอน)
สาวน้อย ตอนที่ ๒๙ - ๓๐
สาวน้อย ตอนที่ ๒๗ - ๒๘
สาวน้อย ตอนที่ ๒๕ - ๒๖
สาวน้อย ตอนที่ ๒๓ - ๒๔
เครื่องมือจัดการเว็บ
ส่งบทความนี้ต่อ
พิมพ์หน้านี้
ข่าวที่มีผู้ส่งมากที่สุด
แสดงผลหน้าเดียว
จำนวนคนโหวต 61 คน
คุณเห็นด้วยกับข่าว/บทความนี้หรือไม่
เห็นด้วย ไม่เห็นด้วย
เห็นด้วย 61 คน
100 %
ยังไม่มีผู้ไม่เห็นด้วย
0 %
ความคิดเห็นที่ 1 +24 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ไหนบอกว่า โปรดติดตาม "สาวน้อย" ตอนต่อไป 17.00 น.
ทำไมไม่มี อะ หลอกกันอีกแล้ววว ผู้จัดการร
nujoya@yahoo.com
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 9 +2 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
เปิดทุกชั่วโมงเลยคะ เมื่ อไหร่จะมาเสียที รอมาหลายวันแล้ว
patsawee1978@windowslive.com
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 8 +3 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
โอ๋ย... เช้านี้เปิดเข้ามาดูหลายครั้งแล้ว ยังไม่ update อีก เอาตอนอวสานมาลงเลยดีกว่า จะได้เดาได้ว่าตอนจบเป็นไง น้องนิดตายหรือเปล่า เท่านี้แหละที่อยากรู้ ด่วนเลย....
สาวน้อบ
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 7 +2 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
โปรดติดตามเค้าอัพจากหัวข้อ ตอนที่ ๒๗(จบตอน) เป็น ตอนที่ ๒๘ แค่นั้น 555
555
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 6 +4 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
17.00 น. เวลานิวยอร์ค ใช่ป่ะ
เซ็ง
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 5 +5 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ผู้จัดการคงหัวเราะชอบใจนิที่นึกเห็นหน้า...เเขวนคับ..เเต่
ละคนกำลังนั่งคลุ้มคลั่งนํ้าลายยืดดดรออยู่หน้าจอ
เเฟนนนนนนคลับ
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 4 +4 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
นั่นดิรออ่านอยู่เนี่ย ไม่มาซะที่ รมเสียแล้วนะค่ะ ผู้จัดการ
pung
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 3 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
อารมณ์กำลังค้างเลยอ้ะ มาต่อไวๆ จ้า
แก้ว
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 2 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ว้าาาา
รออยู่ค่ะ
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 1 +24 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ไหนบอกว่า โปรดติดตาม "สาวน้อย" ตอนต่อไป 17.00 น.
ทำไมไม่มี อะ หลอกกันอีกแล้ววว ผู้จัดการร
nujoya@yahoo.com
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
 
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
เข้ามาตอน 6 โมงกว่าๆ ยังไม่เห็นเหมือนกัน อ้อ เค้าไม่ได้หลอกนะ ก็ไม่ได้ระบุวันที่นี่นา สงสัยอีก 2 วันข้างหน้า
เนอะ
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
อาจจะ 17.00น. อีก 2 อาทิตย์หน้าก็ได้ค่ะ อัพเดททีรอเป็นชาติ อย่างเซ็ง
รอกันจนเหงือกแห้ง
 
โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความคิดเห็น
1. โปรดงดเว้น การใช้คำหยาบคาย ส่อเสียด ดูหมิ่น กล่าวหาให้ร้าย สร้างความแตกแยก หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
2. ทุกความคิดเห็นไม่เกี่ยวข้องกับผู้ดำเนินการเว็บไซต์ และไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมายได้
3. ทีมงานเว็บมาสเตอร์ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
4. เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
5. ผู้ร่วมแสดงความคิดเห็นสามารถร่วมตรวจสอบข้อความที่ไม่เหมาะสมได้ โดยการกดปุ่ม "แจ้งลบ" หรือส่งอีเมลแจ้งมาที่ cs@astvmanager.com หรือ cs.astvmanager@gmail.com ซึ่งทีมงานจะทำการตรวจสอบ และลบข้อความดังกล่าวโดยเร็วที่สุด หรืออย่างช้าภายใน 3 วันทำการ
เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
แสดงความคิดเห็นเพิ่มเติม
โชว์ภาพผู้ใช้ทุกครั้งที่แสดงความเห็น เพียงเข้าสู่ระบบด้วยบัญชีของเฟซบุก กดที่ปุ่มด้านล่างนี้เลย!

ชื่อ/e-mail ของคุณ : *
 
 *
  กฎกติกาการแสดงความคิดเห็นฉบับเต็ม
 
หนังสือพิมพ์: ASTV ผู้จัดการออนไลน์ | ASTV ผู้จัดการรายวัน | นิตยสารผู้จัดการ 360° | Positioning | ASTV News1
มุม: การเมือง | อาชญากรรม | คุณภาพชีวิต | ภูมิภาค | ต่างประเทศ | มุมจีน | ธุรกิจ | หุ้น | SMEs | Motoring
CyberBiz | วิทยาศาสตร์ | เกม | กีฬา | บันเทิง | Life on Campus | Celeb Online | ท่องเที่ยว | ธรรมะกับชีวิต | Multimedia
เว็บ: Asia Times | บุรพัฒน์ คอมมิคส์ | Mars Magazine | ทะเลไทย | คุยกับเว็บมาสเตอร์ | โฆษณาบนเว็บ
All site contents copyright ©1999-2014