หน้าแรกผู้จัดการ Online | หน้าแรกละครออนไลน์ | ละครออนไลน์
ละครออนไลน์ ตะวันทอแสง

ตะวันทอแสง ตอนที่ 14

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์
10 ตุลาคม 2555 17:49 น.
1 | 2 | 3 | 4
หน้าถัดไป
ตะวันทอแสง ตอนที่ 14
        ตะวันทอแสง ตอนที่ 14
        
       รัชนีขับรถไปสนามบินด้วยความร้อนใจ ในขณะที่ด้านหลังภคพงษ์ขับตามมาอย่างเร็ว เมื่อรัชนีมองกระจกหลังเห็นรถภคพงษ์ตามมา ก็ตกใจ รีบเร่งความเร็วหนี
       
       ปรางทิพย์หันมามอง เห็นรถภคพงษ์ก็เริ่มไม่สบายใจ รัชนีเร่งความเร็วถึง 140
       ภคพงษ์อัดเครื่องเร่งตามรัชนีไปด้วยความแค้นจนถึงระยะประชิด
       
       ภายในรถ ปรางทิพย์มองรัชนีที่ขับรถไปอย่างเร็ว และภคพงษ์ขับไล่ตามมาอย่างมีพิรุธ ปรางทิพย์ก็ถามด้วยความข้องใจ
       “คุณแม่ ตกลงคุณแม่กับพี่ภัคเป็นอะไรกันแน่คะ”
       รัชนีอึกอักแล้วก็เฉไฉบอก
       “แม่จะบอกทุกอย่างให้ปรางฟัง ต่อเมื่อเราไปจากที่นี่แล้วเท่านั้น”
       รัชนีพูดไปก็ขับรถหนีภคพงษ์ไปด้วย
       ปรางทิพย์ไม่ยอม
       “ทำไมคะ ทำไมเราจะอยู่ที่นี่ไม่ได้ คุณแม่จะหนีพี่ภัคใช่มั้ยคะ ทำไมคุณแม่ถึงต้องหนีพี่ภัคด้วยคะ”
       รัชนีตวาดลั่น
       “หยุดถามซะที รู้ไว้อย่างเดียว เราต้องไปจากที่นี่ นั่งดีๆ รัดเข็มขัด”
       “ไม่ ถ้าคุณแม่ไม่บอกความจริง ปรางจะกระโดดลงจากรถเดี๋ยวนี้”
       รัชนีหันมาด้วยความตกใจ ปรางทิพย์มองตอบด้วยความมั่นใจ รัชนีขับรถไป มองปรางทิพย์ไปด้วย ด้วยความเป็นห่วง
       “อย่านะปราง”
       ปรางทิพย์ทำท่าจะเปิดประตู รัชนีพยายามดึงยื้อไว้ด้วยมือเดียว
       ทันใดนั้นรถภคพงษ์ก็เร่งเครื่องจะแซง รัชนีตกใจรีบเร่งเครื่องหนีขณะที่ยังยื้อปรางทิพย์ไปด้วย ความชุลมุนที่เกิดขึ้นทำให้รัชนีไม่ทันเห็นว่าข้างหน้าเป็นไฟแดง
       รถรัชนีเร่งฝ่าไฟแดงออกมาในขณะที่รถจากอีกฝั่งก็พุ่งออกมาพอดี เสียงแตรรถดังสนั่น
       ทั้งปรางทิพย์และรัชนีร้องกรี๊ดด้วยความตกใจ
       “คุณแม่”
       “ปราง”
       เสียงรถชนดังโครม ภคพงษ์ตกใจเหยียบเบรกกะทันหัน
       “ แม่” ภคพงษ์ตกใจตะโกนลั่นออกมาโดยไม่รู้ตัว
       ภายในโรงพยาบาล รถพยาบาลแล่นเข้ามาจอดเทียบที่หน้าห้องฉุกเฉิน บุรุษพยาบาล พยาบาล ต่างรีบวิ่งเข้ามาเข็นรถคนไข้ลงจากรถ รัชนีและปรางทิพย์ถูกลำเลียงเข็นเข้าไปในโรงพยาบาล
       ปรางทิพย์อาการไม่หนักมาก ยังพอรู้สึกตัว
       “คุ..คุณแม่”
       ปรางทิพย์หันไปทางรถพยาบาลที่รัชนีนอนอยู่ในอาการสาหัส เลือดโทรมตัว ไม่ได้สติ
       ภคพงษ์วิ่งเข้ามา มองซ้ายมองขวา เห็นรถเข็นรัชนีและปรางทิพย์ก็รีบวิ่งไปหา ทั้งคู่ถูกเข็นเข้าไปในห้องไอซียู
       ภคพงษ์วิ่งตามจะเข้าไปแต่พยาบาลกันไว้
       “เข้ามาไม่ได้นะคะ ญาติคนไข้รออยู่ข้างนอกก่อนค่ะ”
       ภคพงษ์จำใจต้องรออยู่ด้านหน้า
       
       ในเวลาต่อมา เผด็จและสุวิทย์เดินเข้ามาด้วยความร้อนใจ ภคพงษ์นั่งรออยู่ที่หน้าห้องผ่าตัด
       “คุณภัค”
       ภคพงษ์หันมาด้วยสีหน้าแย่ สุวิทย์รีบเดินเข้ามาหา
       “มันเกิดอะไรขึ้น ทำไม ทำไมถึงเกิดอุบัติเหตุได้ แล้วตอนนี้ปรางทิพย์กับรัชนีเป็นยังไงบ้าง”
       “น้องปรางปลอดภัยแล้ว”
       “แล้วคุณรัชล่ะ คุณรัชเป็นยังไงบ้าง”
       ภคพงษ์อึกอัก ไม่กล้าตอบ
       ทันใดนั้นประตูห้องไอซียูก็เปิดออกมา พร้อมกับพยาบาที่เดินออกมาด้วยความตกใจ
       “ญาติคุณรัชนีอยู่ที่นี่หรือเปล่าคะ”
       สุวิทย์หันไปรีบเดินไปหา
       “ผมเองครับ ผมเป็นสามีครับ ภรรยาผมเป็นยังไงบ้าง”
       “ตอนนี้คนไข้เสียเลือดมาก เราต้องการเลือดกรุ๊ป AB-ve (เอบีเนกกาทีฟ) ด่วนค่ะ เลือดกรุ๊ปนี้หายากมาก เลือดสำรองของโรงพยาบาลไม่มีเลยค่ะ ไม่ทราบว่าญาติผู้ป่วยมีเลือดกรุ๊ปนี้หรือเปล่าคะ”
       สุวิทย์ส่ายหน้าด้วยความร้อนใจ
       “ผมกับลูกไม่ใช่กรุ๊ปนี้”
       ภคพงษ์ลุกขึ้นทันที
       “ผมมีครับ ผมมีเลือดกรุ๊ปเอบีเนกกาทีฟ”
       สุวิทย์หันมามองภคพงษ์ด้วยความแปลกใจ
       “เอาเลือดของผมไปเลยครับ”
       ภคพงษ์พูดจากใจอย่างร้อนรน สัญชาติญานของความรัก ความห่วงใยได้ปรากฎออกมาในสภาวะคับขัน
        
       เผด็จมองภคพงษ์ด้วยความตื้นตัน

ตะวันทอแสง ตอนที่ 14
        รสาเดินเข้ามาในโฮมสเตย์ของอาภรณ์ หันมาทางชีวินที่ช่วยอาภรณ์ยกกระเป๋าเดินทางมาวางไว้ข้างๆ
       
       “ขอบใจมากนะวินที่ขับรถพาเรากับป้าไประยอง”
       ชีวินเดินมาหา
       “เล็กน้อยน่ะรส มากกว่านี้วินก็ทำให้ได้ รส ถ้ารสยังไม่อยากไปทำงาน เราบอกพี่พิทตี้ให้ก็ได้นะ เอาไว้พร้อมเมื่อไหร่แล้วค่อยกลับไปทำงาน”
       “ก็ดีเหมือนกัน รสยังรู้สึกเหมือนตัวเองไม่อยู่ในโลกความเป็นจริง ทุกอย่างมันเกิดขึ้นเร็วมากจริงๆ เร็วจนรสทำใจไม่ได้”
       ชีวินจับมือรสา
       “รสหมายถึงเรื่องของพิม หรือว่า...มีเรื่องอื่นด้วย”
       รสาสะอึก แล้วค่อยๆมองหน้าชีวิน ชีวินรอฟังคำตอบ รสากลืนน้ำลายแต่ไม่ตอบ
       “รสขอตัวไปอาบน้ำก่อนนะ รู้สึกไม่ค่อยสบายตัว ขอบใจอีกครั้งนะวิน ขอบใจจริงๆ”
       รสาปล่อยมือจากชีวินแล้วก็เดินขึ้นห้องไป ชีวินอยากจะถามต่อ แต่เห็นรสาไม่พูดก็จำใจต้องเงียบต่อไป
       
       รสาเดินเข้ามาในห้องนอนแล้วก็ถอนใจด้วยความอึดอัด และรู้สึกผิดต่อชีวิน รสาวางกระเป๋าสะพายไว้บนโต๊ะ แล้วก็นึกได้ รสาหยิบโทรศัพท์มือถือมาดูแล้วก็ชะงักนิดๆ ที่เห็นเบอร์ภคพงษ์โชว์ว่าไม่ได้รับ
       รสาหยิบมาดูชื่อแล้วก็คิด ก่อนจะกดโทร.ออก
       
       โทรศัพท์มือถือของภคพงษ์ดังขึ้น โทรศัพท์อยู่ในมือเผด็จ เผด็จดูหน้าจอเห็นชื่อรสา แล้วก็กดรับ
       “สวัสดีครับคุณรสา ผมเผด็จนะครับ ตอนนี้คุณภัคไม่สะดวกรับสาย ฝากโทรศัพท์ไว้กับผม”
       รสาพยักหน้ารับทราบแล้วก็ถามต่อ
       “รสเห็นเบอร์คุณภคพงษ์โทรมาแต่รสไม่ได้รับ คุณเผด็จทราบหรือเปล่าคะ ว่าเค้ามีธุระอะไร”
       “ไม่ทราบครับ”
       “แล้วตอนนี้เค้าอยู่ที่ไหนคะ”
       เผด็จหนักใจก่อนจะตอบ
       “คุณภัคอยู่ที่โรงพยาบาลครับ”
       รสาตกใจ
       “โรงพยาบาล คุณเผด็จคะ เกิดอะไรขึ้นคะ”
       รสารอฟังด้วยความอยากรู้และรู้สึกสังหรณ์ใจ
       
       ภคพงษ์นอนให้เลือดอยู่ในห้อง ภคพงษ์มองดูเลือดที่ค่อยออกจากร่างกาย แววตาของภคพงษ์อ่อนลง ความรู้สึกผิดและสติค่อยๆงอกเงยจากความแค้น
       ปรางทิพย์นอนสลบให้น้ำเกลืออยู่ในห้องพัก สุวิทย์นั่งอยู่ในห้องพักและนั่งมองปรางทิพย์ด้วยความสงสาร และเสียใจ รสาเดินเข้ามาหยุดยืนอยู่หน้าห้อง มองผ่านกระจกเข้ามาเห็นปรางทิพย์ที่นอนพักอยู่ มีผ้าผันแผลที่ศรีษะ และแขน รสารู้สึกสงสารจับใจ เข้าใจผิดและโกรธภคพงษ์สุดขีด
       “เกินไปแล้ว ทำไมต้องทำกันถึงขนาดนี้ คุณทำเกินไปแล้ว..คุณภคพงษ์”
       รสาสะบัดตัวออกไปอย่างเร็ว
       
       ภคพงษ์ทรุดตัวลงนั่งที่โซฟาหน้าห้องไอซียู รอฟังผลการรักษาด้วยความอ่อนเพลีย ที่ข้อพับเห็นมีสำลีติดไว้
       หลังจากการให้เลือด ภคพงษ์หมดแรง เพลีย และเศร้าอย่างเห็นได้ชัด รสาเดินเข้ามา ภคพงษ์แปลกใจอย่างแรง
       “รสา”
       ภคพงษ์ดีใจ เพราะคิดว่าเธอคงจะมาเพื่อปลอบใจ หรือให้กำลังใจ ภคพงษ์ยันตัวลุกขึ้น พร้อมกับยิ้ม
       รสาเดินตรงเข้ามา ภคพงษ์เดินเข้าไปหา
       “ผมกำลังคิด...”
       ภคพงษ์จะบอกว่า “คิดถึง” แต่ยังไม่จบ รสาฟาดมือตบหน้าภคพงษ์อย่างแรง ภคพงษ์นิ่งอึ้ง ยืนตะลึงอยู่ที่เดิม
       รสาพูดลั่นด้วยความโกร
       “ไหนคุณสัญญากับฉันว่าจะหยุดไงล่ะ ต้องให้มีคนตายก่อนใช่มั้ย คุณถึงจะหยุดได้ ทีนี้สะใจ สมใจคุณรึยัง.. คุณภคพงษ์”
       ภคพงษ์หันมาจับแขนรสา
       “รสาฟังผมก่อน ผมไม่ได้ตั้งใจให้มันเป็นแบบนี้”
       รสาสะบัดแขนออก
       “พอได้แล้ว หยุดโกหกฉันสักที ในสายตาคุณฉันคงเป็นผู้หญิงที่โง่มาก จะหลอกอะไรก็ได้ จะพูดอะไรฉันก็เชื่อไปหมด นี่เหรอ ที่คุณบอกว่า คุณจะยุติทุกอย่าง”
       ภคพงษ์ของขึ้นเหมือนกัน
       “ ผมตั้งใจจะจบ แต่เค้าต่างหากที่ไม่ยอมจบ คุณไม่เห็นตอนที่เค้ามองผมด้วยความรังเกียจ เค้าไม่เคยเห็นผมอยู่ในสายตา และเค้าก็กำลังจะทิ้งผมไปอีกเป็นครั้งที่สอง ผมทนไม่ได้ คุณเข้าใจผมนะรสา คุณต้องเข้าใจผม”
       “ฉันไม่เข้าใจ และฉันก็ไม่อยากเข้าใจด้วย คุณใช้แต่อารมณ์เป็นใหญ่ ไม่เคยคิดถึงจิตใจของคนอื่น คุณคิดแต่จะแก้แค้น เกลียดชัง แม้แต่อารมณ์ของตัวเองคุณยังควบคุมไม่ได้ คุณจะให้ฉันมั่นใจ เชื่อใจคุณได้ยังไง”
       รสาโกรธจนน้ำตาร่วง ภคพงษ์มองรสาด้วยความเสียใจ
       “วันนี้คุณพูดอย่าง พรุ่งนี้คุณทำอีกอย่าง ตามแต่อารมณ์จะพาคุณไป ฉันจะไม่ทนอีกแล้ว พอกันที สิ่งที่เกิดขึ้นระหว่างเรา ฉันจะคิดซะว่ามันเป็นฝันร้าย ตอนนี้ฉันตื่นแล้ว ฉันขอไปจากชีวิตที่แสนจะมืดมิดของคุณซะที เชิญคุณจมอยู่กับชีวิตมืดๆของคุณต่อไปคนเดียวเถอะ ลาก่อน ภคพงษ์”
       รสาพูดจบแล้วก็หันหลังให้ภคพงษ์เดินออกไปด้วยความเสียใจ ภคพงษ์จะตามไป
       “รสา รสา”
       ทันใดนั้นหมอเดินออกมาจากห้องผ่าตัด
       “คุณเป็นญาติคุณรัชนีหรือเปล่าครับ”
       ภคพงษ์ชะงัก หันมาทางหมอ
       “ใช่ครับ”
       
       ภคพงษ์หันไปตอบ ในเสี้ยววินาทีนั้น เขายอมปล่อยรสาไป

ตะวันทอแสง ตอนที่ 14
        รสาเดินจ้ำอ้าวๆ มาถึงทางเดินที่ไม่มีคน หยุด ค่อยๆ คิด อารมณ์เริ่มนิ่งขึ้น รสาค่อยหันหลังกลับมาและเห็นว่าภคพงษ์ไม่ได้ตามมา รสาหันกลับมาแววตาแข็งกร้าวเหมือนเดิม และเดินออกไปอย่างตัดใจ
       
       รัชนีนอนอยู่บนเตียงในห้องพัก มีสายระโยงระยาง ภคพงษ์เดินเข้ามาพอเห็นรัชนีก็โล่งใจ หมอหันมาบอกภคพงษ์
       “คนไข้ปลอดภัยแล้วนะครับ เพราะเลือดที่คุณให้มา ทำให้การผ่าตัดผ่านไปได้ด้วยดี ยินดีด้วยครับ”
       “ขอบคุณครับ”
       หมอพูดจบก็เดินออกไป พยาบาลเดินตามออกไปด้วย ในห้องเหลือภคพงษ์และรัชนีสองคน ภคพงษ์ยืนมองรัชนีที่นอนนิ่งอยู่บนเตียง แววตาเต็มไปด้วยความรู้สึกผิด รัชนีนอนนิ่ง ยังไม่รู้ตัว ภคพงษ์เดินเข้ามาหา เอื้อมมือมาจะจับมือแม่
       ทันใดนั้นเองประตูก็เปิดออก สุวิทย์เดินพรวดพราดเข้ามา ภคพงษ์ต้องหดมือกลับ
       “รัช รัช รัชเป็นยังไงบ้าง”
       สุวิทย์รีบเข้ามาหารัชนีด้วยความเป็นห่วง ภคพงษ์เห็นแล้วก็ค่อยๆ ถอย เดินออกมาอย่างเงียบๆ
       
       ภายในห้องพัก ปรางทิพย์นอนอยู่บนเตียง ภคพงษ์เดินเข้ามามองด้วยความสงสาร ปรางทิพย์ยังไม่รู้สึกตัว
       ภคพงษ์เดินเข้ามาและนั่งลงข้างๆ มองปรางทิพย์แล้วครุ่นคิด ด้วยความรู้สึกผิดกับภาพการกระทำเลวร้ายต่างๆที่เคยทำไว้กับแม่และน้องของตัวเอง / ตอนทะเลาะกับแม่ / ตอนทำดีกับปรางทิพย์ / ตอนบอกแม่ว่าจะแต่งงาน / ตอนแม่เป็นลมในงานเลี้ยง / ตอนปรางทิพย์ยิ้มมีความสุข / ตอนปรางทิพย์ทะเลาะกับแม่ต่อหน้าตัวเอง / ตอนแม่ลากปรางทิพย์ขึ้นรถและเกิดอุบัติเหตุ
       ภคพงษ์หลับตา ความรู้สึกผิดจู่โจมเข้ามาอย่างรุนแรงคำพูดของรสาดังแว่บเข้ามาในความคิด
       “นี่ใช่มั้ยคือสิ่งที่คุณต้องการ อยากให้มีคนตายขึ้นมาจริงๆ ถึงจะหยุดหรือไง”
       “ฉันไม่เข้าใจ และฉันก็ไม่อยากเข้าใจด้วย คุณใช้แต่อารมณ์เป็นใหญ่ ไม่เคยคิดถึงจิตใจของคนอื่น คุณคิดแต่จะแก้แค้น เกลียดชัง แม้แต่อารมณ์ของตัวเองคุณยังควบคุมไม่ได้ คุณจะให้ฉันมั่นใจ เชื่อใจคุณได้ยังไง วันนี้คุณพูดอย่าง พรุ่งนี้คุณทำอีกอย่าง ตามแต่อารมณ์จะพาคุณไป ฉันไม่อยากวิ่งไล่ตามอารมณ์ของคุณอีกแล้ว พอกันที สิ่งที่เกิดขึ้นระหว่างเรา ฉันจะคิดซะว่ามันเป็นฝันร้าย ตอนนี้ฉันตื่นแล้วลาก่อน ภคพงษ์”
       ภคพงษ์น้ำตาซึม ความรู้สึกผิดมากล้นจนเขาตัดสินใจที่จะทำอะไรบางอย่าง ภคพงษ์มองปรางทิพย์ด้วย
       ความสงสารเต็มหัวใจ
       
       รสาเดินครุ่นคิดถึงสิ่งที่เกิดขึ้นบนถนนกรุงเทพตอนกลางคืนในมุมสวย รสาคิดและตัดสินใจบางอย่างอย่างเด็ดเดี่ยว
       “พอกันที ภคพงษ์”
       
       ในเวลากลางคืน ชีวินนั่งอยู่ในโฮมสเตย์ของอาภรณ์ ในมือถือกล่องแหวนแต่งงานไว้ แล้วก็ครุ่นคิด
       อาภรณ์เดินมาเห็น ในมือถือถาดผลไม้มาด้วย
       “ตกลงได้คุยกับรสเรื่องนี้หรือยัง” อาภรณ์พูดพลางพยักเพยิดมาที่แหวน
       ชีวินปิดกล่องแล้วบอก
       “คุยแล้วครับ”
       อาภรณ์ตื่นเต้นขึ้นเล็กน้อย
       “เหรอ แล้วรสว่าไงบ้าง แต่งไม่แต่ง”
       ชีวินเสียงเศร้า
       “แต่งครับ”
       “อ้าว แต่ง แล้วทำไมไม่มีใครบอกป้าเลย แล้วทำไม ไม่ดีใจเหรอ”
       “ดีใจครับ แต่มันดีใจไม่สุดยังไงไม่รู้ เอาเป็นว่าถ้ารสเค้าอยากแต่งกับผมจริงๆ เค้าคงไม่ลืม แต่ถ้าเค้าไม่พูดถึงมันอีกก็แสดงว่าเค้าคงไม่อยากแต่งกับผม”
       รสาเดินเข้ามาด้วยสีหน้าเศร้าๆ เหนื่อยๆ อาภรณ์หันไปเห็นพอดี
       “มาพอดี ลองคุยกันดูนะ เผื่อจะเคลียร์กันได้”
       อาภรณ์พูดให้กำลังใจ ชีวินพยักหน้ารับ มีหวังแบบไม่อยากหวัง รสาเดินเข้ามาเห็นชีวินนั่งรออยู่ ชีวินโบกมือทักทายพร้อมรอยยิ้มแสนดีเหมือนเดิม รสาเห็นแล้วรู้สึกอบอุ่นใจ
       
       รสากับชีวินนั่งอยู่ที่หน้าบ้าน ในสวน รสาหันมาทางชีวินที่นั่งอยู่ข้างๆ
       “เรื่องงานแต่งงาน รสก็ได้คำตอบแล้ว แต่งงานกันนะวิน”
       ชีวินยิ้มกว้างถาม
       “แน่ใจนะ”
       “ที่สุดอ่ะ รสตอบตัวเองได้แล้ว เราแต่งงานกันตอนนี้คือคำตอบที่ดีที่สุด”
       ชีวินยิ้มจับมือรสา
       “ขอบใจรสมากนะที่ไว้ใจวิน งั้น วินเริ่มเตรียมงานได้เลยนะ”
       รสาพยักหน้า “จ้ะ”
       ชีวินกับรสาจับมือกัน ชีวินยิ้มอย่างมีความสุข รสาพยายามยิ้มอย่างมีความสุข
       
       2-3 วันต่อมา ในยามเช้าพยาบาลเอาผ้าปิดแผลที่หน้าผากปรางทิพย์ออก ปรางทิพย์ส่องกระจก เห็นว่าอาการดีขึ้นมากแล้ว ภายในในห้องมีดอกไม้วางอยู่เต็มไปหมด
       “แผลแห้งดีแล้วนะคะ วันนี้คุณหมออนุญาตให้คุณปรางทิพย์กลับบ้านได้แล้วค่ะ”
       “ค่ะ..แล้วคุณแม่ล่ะคะ”
       “คุณรัชนีอาการก็ดีขึ้นมากแล้วค่ะ อีกไม่นานคงจะออกจากโรงพยาบาลได้เหมือนกัน”
       “ค่ะ วันนี้ปรางขอเข้าไปเยี่ยมคุณแม่หน่อยนะคะ”
       “เดี๋ยวดิฉันไปเตรียมรถเข็นมาให้นะคะ”
       “ขอบคุณค่ะ”
       พยาบาลเดินออกไป ปรางทิพย์ขยับจะลุกขึ้น หันไปเห็นดอกไม้ที่วางอยู่ก็ยิ้มนิดๆ ก่อนจะหยิบมาดู และพลิกอ่านการ์ด ที่การ์ด “หายเร็วนะครับน้องปราง..พี่ภัค”
       
       ปรางทิพย์ยิ้ม และมองไปรอบห้องที่เต็มไปด้วยดอกไม้ คิดถึงภคพงษ์ขึ้นมาทันที

ตะวันทอแสง ตอนที่ 14
        ที่หน้าห้องพักปรางทิพย์ ภคพงษ์เดินออกมา แววตานิ่งสงบ เหมือนกับตัดสินใจบางอย่างได้ และเดินตรงไปที่ห้องทันที ปรางทิพย์นั่งอยู่บนเตียง มือถือดอกไม้อยู่ ภคพงษ์เดินเข้ามา ปรางทิพย์ยิ้มรับ
       
       “พี่ภัค ปรางกำลังคิดถึงพี่ภัคอยู่ พี่ภัคก็เดินเข้ามาเลย”
       “น้องปรางเป็นยังไงบ้าง”
       “ดีขึ้นมากแล้วค่ะ วันนี้คุณหมอให้ปรางกลับบ้านได้แล้ว ที่ปรางหายเร็วก็เพราะกำลังใจกับดอกไม้ของพี่ภัคนะคะ”
       ภคพงษ์ค่อยๆหุบยิ้ม หน้าขรึมขึ้น ปรางทิพย์แปลกใจ
       “พี่ภัคไม่ดีใจเหรอคะ”
       “ดีใจครับ น้องปรางครับ พี่มีเรื่องสำคัญจะคุยด้วย”
       ปรางทิพย์ใจคอเริ่มไม่ดี
       “พี่ภัคมีอะไรไม่สบายใจเหรอคะ”
       ภคพงษ์มองหน้าปรางทิพย์ คิด และตัดสินใจพูด
       “พี่ คิดว่า เราสองคนควรจะเลิกกัน”
       ปรางทิพย์อึ้ง ปล่อยดอกไม้ในร่วงหล่นลงพื้น
       “ทำไมคะ ทำไมคะพี่ภัค ทำไมเราต้องเลิกกันคะ”
       “เราสองคนไม่ควรจะเป็นแฟนกัน”
       ปรางทิพย์น้ำตาร่วงถาม
       “ทำไม ทำไม ปรางไม่เข้าใจ เพราะคุณแม่ใช่มั้ยคะ คุณแม่ทำให้พี่ภัคคิดแบบนี้ใช่มั้ยคะ”
       “ไม่ใช่ แต่เพราะความเป็นจริง เราไม่ควรจะเป็นแฟนกัน”
       “ปรางไม่เชื่อ ความจริงอะไรกัน ที่ทำให้เราเป็นแฟนกันไม่ได้ ปรางไม่เชื่อ มันไม่มีความจริงอะไรทั้งนั้น ปรางไม่เชื่อ ปรางไม่เชื่อ”
       ภคพงษ์มองหน้าปรางทิพย์อย่างรู้สึกผิด
       “ปราง พี่ขอโทษ”
       ภคพงษ์พูดจบก็เดินออกไปเลย ปรางทิพย์ปล่อยโฮ
       “พี่ภัค ไม่นะคะ พี่ภัค พี่ภัคคุยกับปรางก่อน พี่ภัค”
       ภคพงษ์ไม่หยุด กัดฟันเดินออกไปเพื่อยุติทุกอย่าง ปรางทิพย์จะลุกเดินตามไป แต่ยังไม่ค่อยมีแรง
       “พี่ภัค กลับมาก่อนค่ะ พี่ภัค”
       ภคพงษ์เดินสวนกับพยาบาลที่เดินเข้ามาพร้อมรถเข็น พยาบาลมองด้วยความงุนงง ปรางทิพย์ทรุดตัวนั่งร้องไห้อยู่ข้างเตียง
       
       รัชนีเริ่มรู้สึกตัว ค่อยๆลืมตามองไปรอบๆห้อง หมอ กับ พยาบาลเดินเข้ามา
       “เป็นยังไงบ้างครับ รู้สึกดีขึ้นหรือยัง”
       “ดีขึ้นมากแล้วค่ะ ขอบคุณคุณหมอมากนะคะ”
       “ผมว่าคุณควรจะขอบคุณคนที่บริจาคเลือดให้คุณด้วยนะครับ ถ้าเราไม่ได้เลือดจากเค้า การผ่าตัดอาจจะไม่สำเร็จ”
       “คนที่ให้เลือด ใครคะ”
       พยาบาลหันไปเห็นภคพงษ์ที่เดินเข้ามาพอดี พยาบาลพูดขึ้น
       “คุณคนนี้ไงคะ”
       รัชนีหันไปก็ตกใจ ภคพงษ์เดินเข้ามาอย่างช้าๆ
       “ภคพงษ์”
       ภคพงษ์ยืนอยู่ แม่ลูกเผชิญหน้ากันอีกครั้ง ในครั้งนี้แววตาของภคพงษ์เปลี่ยนไป
       หมอและพยาบาลเดินออกมาจากห้องพักคนไข้
       
       ภายในห้องเหลือรัชนีและภคพงษ์เพียงสองคน รัชนีมองภคพงษ์ด้วยความแปลกใจ ซึ้งใจ และประหลาดใจปะปนกันมั่วไปหมด
       “ทำไม เธอถึงช่วยชีวิตฉัน”
       ภคพงษ์มองหน้าแล้วก็พูดด้วยความรู้สึกผิด
       “เลือดในตัวผมส่วนหนึ่งก็มาจากคุณ ผมแค่คืนมันกลับไปให้คุณ”
       รัชนีดวงตาร้อนผ่าวขึ้นมาทันที ภคพงษ์พยายามจะสะกดกลั้นความรู้สึกด้านลบ เพื่อจบทุกอย่าง
       “คุณคงไม่คิดว่ามันจะมีค่ามากพอจะช่วยชีวิตคุณได้”
       “ไม่ใช่ ฉันรู้เสมอว่ามันมีค่ามากแค่ไหน แต่ฉันแค่ไม่เคยคิดว่าเธอจะยอมเสียสละ เพื่อรักษาชีวิตของฉัน ฉันไม่คิดว่าตัวเองจะมีค่ามากพอจะได้รับสิ่งนั้น คืนกลับมา”
       รัชนีร้องไห้ ภคพงษ์มองด้วยความรู้สึกผิด แววตาอ่อนโยนลง ภคพงษ์พูดกับรัชนีด้วยน้ำเสียงที่เปลี่ยนไป
       “ผมบอกเลิกปรางทิพย์แล้ว”
       รัชนีชะงัก เงยหน้ามองภคพงษ์
       “เรื่องระหว่างผมกับปรางทิพย์ มันจบแล้ว ไม่มีอะไรที่คุณจะต้องห่วงอีกต่อไป”
       “ทำไม เพราะอะไร”
       ภคพงษ์นึกถึงรสา และสิ่งที่เกิดขึ้นทั้งหมดก่อนตอบอย่างหนักแน่น
       “ผมไม่อยากสูญเสียความรัก และคนที่ผมรักมากไปกว่านี้ ผมสูญเสียมามากเกินไปแล้ว”
       รัชนีมองหน้าภคพงษ์ ความรู้สึกผิดพุ่งเข้ามาที่รัชนีอย่างรุนแรง
       “ภคพงษ์”
       “คุณไม่จำเป็นต้องให้อภัยผม รู้แค่ว่า ผมให้อภัยคุณเท่านั้นก็พอ”
       รัชนีน้ำตาร่วง ความอัดอั้นทั้งหมดที่สุมอยู่ในอกถูกปลดปล่อยออกมาในบัดดล ภคพงษ์มองรัชนีด้วยแววตาที่อ่อนโยนลง และค่อยๆ หันหลังเดินออกไป
        
       รัชนีปล่อยโฮออกมา ทุกสิ่งทุกอย่างที่กักเก็บไว้ถูกระบายออกมาจนหมดสิ้น
        

1 | 2 | 3 | 4
หน้าถัดไป
ข่าวล่าสุด ในหมวด
ตะวันทอแสง ตอนที่ 15 จบบริบูรณ์
ตะวันทอแสง ตอนที่ 14
ตะวันทอแสง ตอนที่ 13
ตะวันทอแสง ตอนที่ 12
ตะวันทอแสง ตอนที่ 11
เครื่องมือจัดการเว็บ
ส่งบทความนี้ต่อ
พิมพ์หน้านี้
ข่าวที่มีผู้ส่งมากที่สุด
แสดงผลหน้าเดียว
จำนวนคนโหวต 104 คน
คุณเห็นด้วยกับข่าว/บทความนี้หรือไม่
เห็นด้วย ไม่เห็นด้วย
เห็นด้วย 102 คน
99 %
ไม่เห็นด้วย 2 คน
1 %
คุณสามารถแสดงความคิดเห็นผ่านบัญชีของเฟซบุกได้แล้ววันนี้ กดที่ปุ่มด้านล่างนี้เลย!

 
หนังสือพิมพ์: ASTV ผู้จัดการออนไลน์ | ASTV ผู้จัดการรายวัน | นิตยสารผู้จัดการ 360° | Positioning | ASTV News1
มุม: การเมือง | อาชญากรรม | คุณภาพชีวิต | ภูมิภาค | ต่างประเทศ | มุมจีน | ธุรกิจ | หุ้น | SMEs | Motoring
CyberBiz | วิทยาศาสตร์ | เกม | กีฬา | บันเทิง | Life on Campus | Celeb Online | ท่องเที่ยว | ธรรมะกับชีวิต | Multimedia
เว็บ: Asia Times | บุรพัฒน์ คอมมิคส์ | Mars Magazine | ทะเลไทย | คุยกับเว็บมาสเตอร์ | โฆษณาบนเว็บ
All site contents copyright ©1999-2015