ตะวันทอแสง ตอนที่ 15 จบบริบูรณ์

โดย MGR Online   
12 ตุลาคม 2555 13:59 น.
หน้าที่แล้ว |   1 | 2 | 3 | 4  | หน้าถัดไป
ตะวันทอแสง ตอนที่ 15 จบบริบูรณ์
        ตะวันทอแสง ตอนที่ 15 อวสาน (ต่อ)
       
       คัพเค้กตกใจ หันมาทางชีวินและรสาที่ยืนอึดอัดกันอยู่ คัพเค้กรู้ตัวทำหน้าสำนึกผิด ชีวินรอฟังคำแก้ตัว รสาฝืนยิ้มบอก
       
       “ที่ไม่ได้ช่วยเพราะไม่รู้ต่างหาก”
       “ใช่พี่ก็ว่างั้น ถ้ารสไม่อยากแต่งก็คงบอกไอ้วินไปตั้งแต่แรกแล้ว นังคัพเค้กมันพูดจาเลอะเทอะ อย่าไปฟังเลยนะ” พิทยาว่าแล้วก็พยายามเปลี่ยนเรื่อง
       “เออ พี่ว่า รสผอมไปนะ เป็นอะไรหรือเปล่าทำไมดูซีดๆเซียวๆ ไม่สบายหรือเปล่า”
       คัพเค้กเข้ามาหารสาแล้วก็จับแขนยกขึ้นหมุนๆ ดูอย่างพิจารณา
       “เออ จริงๆ ด้วยพี่รสดูผอมแล้วก็ไม่สดใสเหมือนพี่รสคนเดิมเลย เป็นเหมือนคนนี้เลย คุณภคพงษ์”
       รสากับชีวินสะอึกนิดๆ คัพเค้กยังไม่รู้ตัว พูดต่อไม่หยุด
       “คัพเค้กไปเจอเมื่อวันก่อน เห็นเดินอยู่คนเดียวแถวๆหน้าร้านเพชรเค้านั่นแหละ จำแทบไม่ได้ ดูโทรมๆ ปล่อยเนื้อปล่อยตัว ปล่อยหนวดยาว เสื้อผ้าก็ใส่แบบขอไปที ไม่เหมือนคุณภคพงษ์ไฮโซที่เคยรู้จักเลย ดูๆไปเหมือนคนหมดอาลัยตายอยาก เหมือนไปผิดหวังอะไรแรงๆมาสักอย่าง”
       พิทยาพยายามสะกิดให้คัพเค้กหยุดพูด แต่คัพเค้กไม่หยุด พูดต่ออย่างไร้สติ พิทยาทนไม่ไหวกระทืบเท้าอีกที
       “โอ้ย พี่พิทกระทืบหนูอีกทำไมเนี่ย”
       พิทยาไม่ตอบแต่พยักเพยิดไปทางชีวินและรสาที่ยืนอึ้ง นิ่ง ไม่พูดไม่จา จนพิทยาต้องตัดบท
       “พี่ว่า พี่พานังคัพเค้กไปฝัง เอ้ย ไปจัดสวนให้วินต่อแล้วกันนะ ยิ่งอยู่ยิ่งน่าตาย ไปเลยไป”
       พิทยาลากคัพเค้กไป ชีวินมองที่พยายามทำตัวให้เป็นปกติ
       “รสคิดว่าพี่ภคพงษ์เป็นแบบนี้เพราะรสหรือเปล่า”
       รสายังไม่ทันตอบ เสียงห้าวก็ดังขึ้น
       “รส มีคนมาหา”
       รสาตกใจลึกๆ แอบคิดว่าเป็นภคพงษ์ ชีวินนึกเหมือนกันเลยแอบหวั่นใจ
       
       ปรางทิพย์นั่งลงที่เก้าอี้ในห้องรับแขกของรีสอร์ตพร้อม รสาเดินเข้ามาเห็นปรางทิพย์ก็แปลกใจ
       “น้องปรางมาที่นี่ได้ยังไง”
       ปรางทิพย์ยิ้มแล้วบอก
       “ป้าสายใจบอกทางไปบ้านป้าอาภรณ์ และป้าอาภรณ์บอกทางให้ปรางมาที่นี่ค่ะ”
       “น้องปรางมีอะไรหรือเปล่าคะ ทำไมต้องพยายามตามหาพี่ขนาดนั้น”
       “มีค่ะ เรื่องสำคัญมากด้วยค่ะ”
       ปรางทิพย์ตอบด้วยความมุ่งมั่น รสารอฟังอย่างตื่นเต้นนิดๆ แต่ไม่แสดงออก
       ที่หน้าห้องรับแขก ชีวินค่อยๆเดินเข้ามามองซ้ายมองขวาแล้วยืนแอบฟังอยู่ที่หน้าห้องอย่างระมัดระวัง
       “พี่รสรู้เรื่องระหว่างปรางกับพี่ภัคหรือยังคะ”
       “ยังค่ะ และพี่ก็ไม่อยากรู้ ต้องขอโทษด้วยที่พูดตรงๆ”
       “ถึงพี่รสไม่อยากรู้ ปรางก็อยากเล่าค่ะ ปรางกับพี่ภัคเป็นพี่น้องกันค่ะ” ชีวินช็อกและแอบฟังต่อ
       “เรามีแม่คนเดียวกัน พี่ภัคกับแม่มีปัญหาไม่เข้าใจ พี่ภัคเลยแกล้งคุณแม่ด้วยการจีบปราง”
       ชีวินอึ้ง !! เป็นรอบสอง
       “เรื่องนี้ พี่ทราบแล้วค่ะ”
       ปรางทิพย์แปลกใจ
       “อ้าว พี่รสทราบ แล้วทำไมพี่รสยังโกรธพี่ภัคอยู่ล่ะคะ”
       รสาอึกอัก
       “มีเหตุผลมากมายที่ทำให้พี่โกรธเค้า มันมากจนพี่ไม่อยากจะพูดถึง”
       “แต่พี่ภัครักพี่รสมากนะคะ”
       แม้รสาจะพยายามคุมสติอยู่ แต่ก็ตกใจไม่น้อย ชีวินทั้งตกใจและใจหาย
       “พี่ภัคยอมทำทุกอย่างเพื่อพี่รส พี่ภัครักพี่รสมากๆจริงๆนะคะ”
       ชีวินสะอึกด้วยความเศร้า ปรางทิพย์อธิบายต่อ
       “พี่ภัคยอมขอโทษ และยกโทษให้คุณแม่ ยอมไปพูดให้คุณพ่อเข้าใจคุณแม่ พี่ภัคยอมทำทุกอย่างเพื่อพี่รส”
       “ทุกอย่างที่เค้าทำ ก็เพื่อตัวเค้าเองค่ะ ไม่เกี่ยวกับพี่” รสาไม่เชื่อ
       “ไม่จริงค่ะพี่รสฟังนี่ นี่เป็นคำสารภาพของพี่ภัค ปรางแอบอัดไว้ไม่ให้พี่ภัครู้ตัว”
       ปรางทิพย์หยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมากดเปิดเสียงที่อัดไว้
       “ความรู้สึกที่พี่มีต่อรสา มันมากกว่าความรัก รสาคือผู้หญิงที่ทำให้อยากจะเปลี่ยนแปลงตัวเอง พี่อยากเป็นคนดี ดีพอที่จะรักเค้า และดีพอที่เค้าจะรัก แต่มันคงเป็นไปไม่ได้”
       รสาฟังแล้วสะท้านใจ
       
       ชีวินฟังแล้วรู้สึกสะเทือนใจ
       “พี่ทำผิดกับเค้าไว้มาก มากจนไม่น่าให้อภัย ไม่ว่าพี่จะรักเค้ามากแค่ไหน มันคงไม่มากที่จะทำให้เค้ารักพี่ได้”
       
       ชีวินฟังแล้วก็อึ้งไป

ตะวันทอแสง ตอนที่ 15 จบบริบูรณ์
        รสาอึ้ง ภายในใจน้ำตาร่วงด้วยความซึ้งใจ แต่ภายนอกยังคงนิ่งเย็นชา ยังไม่กล้ายอมรับ ปรางทิพย์กดเสียงที่อัดไว้ให้หยุด แล้วรีบอธิบายต่อ
       
       “พี่ภัคบอกคุณพ่อว่า เพราะความรักของผู้หญิงคนหนึ่ง ทำให้เค้ายอมยกโทษให้คุณแม่ หวังว่าความรักที่คุณพ่อมีต่อปรางจะทำให้คุณพ่อยกโทษให้คุณแม่ด้วยเช่นกัน”
       ปรางทิพย์มองหน้ารสา
       “ปรางรู้ว่า ผู้หญิงคนนั้นคือ พี่รส”
       รสาสีหน้ายังนิ่ง เหมือนไม่รู้สึกอะไร แต่น้ำตาไหลออกมา ปรางทิพย์จับมือรสา
       “พี่รสร้องไห้ แสดงว่า พี่รสก็รักพี่ภัคใช่มั้ยคะ”
       ชีวินเจ็บจี๊ด ยืนตัวชาอยู่ที่หน้าห้อง รสาค่อยๆดึงมือออกจากปรางทิพย์แล้วปาดน้ำตา และพูดด้วยน้ำเสียงนิ่งๆ
       “มันไม่สำคัญว่าพี่จะรู้สึกยังไงกับเค้า ตอนนี้ชีวิตพี่เดินไปข้างหน้า ไม่มีวันจะหันหลังกลับ และผู้หญิงคนนั้น ที่ทำให้ภคพงษ์เปลี่ยนแปลง คงไม่ใช่พี่หรอกค่ะ พี่ไม่สำคัญมากขนาดนั้น ขอบคุณที่มาเยี่ยมนะคะ”
       รสาพูดแล้วก็เดินลุกหนี ปรางทิพย์พยายามเรียกไว้
       “พี่รส พี่รส พี่รสคะ”
       รสาหยุดฟัง
       “พี่ภัครักพี่รสจริงๆนะคะ ปรางไม่รู้ว่าพี่ภัคทำผิดอะไร ยกโทษให้พี่ภัคได้มั้ยคะ ปรางขอร้อง”
       รสาเบือนหน้าหนี ไม่อยากจะยอมรับ แล้วก็เดินออกจากห้องไป ชีวินรีบหลบ รสาเดินผ่านไป ชีวินค่อยๆโผล่ออกมา มองตามด้วยแววตาเศร้าแล้วคิด
       ปรางทิพย์นั่งอยู่ที่เดิมด้วยความกลัดกลุ้ม
       
       บริเวณริมทะเล รสาเดินออกมาจากบ้าน แล้วก็หยุดคิดถึงสิ่งที่ได้ยินมา
       “พี่ภัครักพี่รสจริงๆนะคะ ปรางไม่รู้ว่าพี่ภัคทำผิดอะไร ยกโทษให้พี่ภัคได้มั้ยคะ ปรางขอร้อง”
       รสาส่ายหน้าไม่ให้อภัย ให้อภัยไม่ได้ แล้วก็เศร้า ชีวินยืนมองรสาจากมุมหนึ่งแล้วก็มีสีหน้าหนักใจ เศร้า และ เป็นห่วง
       
       ฝนเวลาต่อมา พิทยากับคัพเค้กพูดขึ้นอย่างตกใจ เมื่อเห็นชีวินกำลังเก็บข้าวของ
       “เข้ากรุงเทพ”
       “ใช่ ผมมีธุระต้องไปทำ”
       “ธุระอะไร ทำไมต้องรีบแบบนี้ด้วยคะ” คัพเค้กถาม
       ชีวินวางมือจาการเก็บของแล้วตอบ
       “ธุระ สำคัญมาก”
       ชีวินหันไปหยิบกระเป๋า พิทยาและคัพเค้กทำหน้าเหวอๆ
       “ถ้าพี่พิทกับคัพเค้กจะอยู่ต่อก็ได้นะครับ ผมขอกลับก่อน”
       ชีวินพูดแล้วก็เดินไปเลย
       “อ้าวเฮ้ย ที่พวกฉันมา เพราะจะมาช่วยแกจัดงาน แกไม่อยู่ แล้วฉันสองคนจะอยู่ทำด๋อยอะไร กลับด้วยสิเว้ย”
       พิทยาลุกตามไปอีกคน คัพเค้กรีบหันไปหยิบกระเป๋า
       “ว้าย ไปด้วยสิคะ ไปกันหมด แล้วคัพเค้กจะอยู่กับใคร ไปด้วยค่า”
       สามคนรีบเดินพรวดพราดออกไป ห้าวมองตามด้วยความแปลกใจ
       “มันเกิดอะไรขึ้น”
       
       ปรางทิพย์ยืนคุยโทรศัพท์อยู่มุมหนึ่ง
       “ตอนนี้ปรางอยู่กับพี่รสค่ะ ภารกิจยังไม่สำเร็จ ปรางขออยู่ต่อนะคะ ม่ต้องห่วงค่ะ ที่นี่เป็นรีสอร์ต ปรางอยู่ได้ค่ะ แค่นี้นะคะคุณแม่ ถ้ามีอะไรคืบหน้า ปรางจะรีบรายงาน ถ้าปรางทำให้พี่รสเปลี่ยนใจไม่ได้ปรางจะไม่กลับค่ะ”
       ปรางทิพย์พูดด้วยความมุ่งมั่น ปรางทิพย์วางสายไป
       
       ภคพงษ์เดินสีหน้าอมทุกข์เข้ามาในบ้าน สายใจรีบเดินเข้ามารายงาน
       “คุณภัคคะ มีคนมาขอพบค่ะ”
       ภคพงษ์มองด้วยความแปลกใจ
       
       ภายในห้อง ชีวินยืนมองดูรูปพรตอยู่ ภคพงษ์เดินเข้ามาทางด้านหลังแล้วพูดขึ้น
       “คุณพ่อผมเอง”
       ชีวินหันมา
       “ผมทราบและผมก็ทราบแล้วว่าคุณแม่คุณเป็นใคร”
       ภคพงษ์ชะงักนิดๆ มองหน้าชีวิน ทั้งสองคนเผชิญหน้ากัน
       ชีวินเปิดฉาก
       “ที่ผมมาวันนี้ ผมมีเรื่องจะขอความร่วมมือ”
       ภคพงษ์รอฟังอย่างตั้งใจ
       
        “คุณก็ทราบดีว่า ผมกับรสกำลังจะแต่งงานกัน เพื่อความสบายใจของเราสามคน ผมขอร้องให้คุณปล่อยรสมาให้ผม”

ตะวันทอแสง ตอนที่ 15 จบบริบูรณ์
        ชีวินพูดตรงๆ ภคพงษ์หันมามองหน้า และพูดตรงๆ เช่นกัน
        
       “ผมก็ไม่ได้จะเหนี่ยวรั้งอะไรเค้าไว้ และที่สำคัญ ผมก็ไม่มีสิทธิจะรั้งเค้าไว้ เพราะเค้าไม่ได้เลือกผม เค้าเลือกคุณ คุณก็รู้”
       “ใช่ รสเลือกผม แต่เค้าไม่ได้มาร้อยเปอร์เซ็นต์เพราะคุณ คุณไม่ได้เหนี่ยวรั้งด้วยการกระทำ แต่คุณรั้งรสไว้ด้วยความรู้สึก ความรักของคุณทำให้รสไม่หลุดออกจากคุณ”
       “แล้วคุณจะทำให้ผมทำยังไง”
       ชีวินพูดเสียงเข้ม แบบที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
       “หยุดความรักที่คุณมีต่อรส หยุดรักเธอ และปล่อยเธอไป”
       ภคพงษ์อึ้ง เศร้าและคิดไม่ออกว่าจะทำยังไงได้แต่ทรุดตัวลงนั่งต่อหน้าชีวิน
       ชีวินหยิบโทรศัพท์ออกมาวางไว้บนโต๊ะ และเลื่อนมาข้างหน้า
       “พูดออกมาว่าคุณไม่รักรสแล้ว เพื่อความสุขของเธอ คุณทำได้หรือเปล่า”
       ภคพงษ์อึ้งคิดหนัก ชีวินรอด้วยใจระทึก ทั้งสองคนมองหน้ากันภายใต้บรรยากาศกดดันสุดๆ
       
       ในเวลาต่อมา ชีวินเดินยิ้มนิดๆออกมา ในมือถือโทรศัพท์ไว้ ภคพงษ์ยืนอยู่ในบ้าน สีหน้าเศร้าโคตรๆ
       
       ท้องทะเลยามเช้าวันต่อมา ปรางทิพย์เดินวนไปมาด้วยอาการครุ่นคิด ห้าวกำลังเสิร์ฟอาหารเช้าให้ลูกค้าคนอื่นอยู่ก็เดินมาหาวิมลที่กำลังจัดอาหารใส่จาน
       “ผู้หญิงคนนั้นเป็นใครน่ะป้า เห็นมาคุยกับรสตั้งแต่เมื่อวาน แถมยังเช่าห้องพักแบบไม่มีกำหนดกลับอีก”
       วิมลเงยหน้ามองนิดๆแล้วบอก
       “น้องสาวคุณภคพงษ์”
       ห้าวหันขวับมาทางวิมล
       “หะ น้องสาวไอ้ไฮโซนั่นน่ะนะ แล้ว เค้ามาทำไม มาทำอะไร”
       วิมลชักสีหน้าบอก
       “เค้าจะมาทำไม มาทำอะไรก็เรื่องของเค้า มันก็ไม่ใช่หน้าที่ของแก เอาอาหารไปเสิร์ฟ เนี่ยหน้าที่ของแก ไป”
       วิมลวางจานอาหารลงบนถาดแล้วก็ส่ายหน้าด้วยความเซ็ง
       “อยู่น้องๆสาวไอ้ไฮโซก็มา แล้วอยู่ๆไอ้ชีวินมันก็กลับกรุงเทพไม่บอกไม่กล่าว สถานการณ์แปลกๆเว้ย ไม่น่าวางใจ”
       ชีวินเดินหน้านิ่งๆเข้ามาพอดี ห้าวมองด้วยความแปลกใจ
       “เฮ้ย เมื่อวานเพิ่งไป วันนี้มาอีกแหละ มั๊ยล่ะ แปลกจริงๆด้วย”
       ชีวินกับห้าวสบตากัน ชีวินไม่สนใจเดินเลี่ยงไปที่บ้านพักของรสาทันที
       
       ชีวินกับรสานั่งคุยกันอยู่ในห้องรับแขก รสาถามด้วยความแปลกใจ
       “วินจะให้รสฟังอะไรนะ”
       “ฟังคำสารภาพของภคพงษ์ รสจะได้รู้ว่าผู้ชายคนนี้จริงๆแล้วคิดอะไรกันแน่”
       รสาสะอึก ชีวินวางโทรศัพท์ที่อัดเสียงไว้ตรงหน้ารสา รสารอฟังด้วยความตื่นเต้นลึกๆ
       
       ภคพงษ์นั่งอยู่ด้วยความลำบากใจ ขณะที่ชีวินกำลังอัดเสียง
       “รสาเป็นผู้หญิงที่ไม่เหมือนคนอื่น เธอทำให้ผมไม่สามารถละสายตาจากเธอได้ นับตั้งแต่ครั้งแรกที่เจอกัน”
       ภาพของรสาที่ภคพงษ์เจอครั้งแรกในงานแต่งงานของเพื่อนที่สวน
       รสานั่งฟังและพยายามคุมสติ
       “เธอมีอะไรบางอย่างที่ดึงให้ผมต้องสนใจเธอ ความไม่ยอมคน ความไม่ยอมแพ้ ทำให้ผมยิ่งอยากเอาชนะ”
       บรรยากาศที่ภคพงษ์กับรสาแกล้งกันไปมา ทั้งตอนไปดูโอ่งที่ราชบุรี ตอนไปเที่ยวทะเล ผ่านเข้ามา
       ภคพงษ์นั่งพูดต่อ
       “ผมสนใจรสา เพราะผมต้องการเอาชนะเธอ”
       ภคพงษ์กัดฟันพูดด้วยความเศร้า ตาเริ่มแดงๆ ชีวินมองหน้าภคพงษ์อย่างไม่วางตา จับสังเกตทุกคำพูด
       “ไม่มีผู้หญิงคนไหนที่ไม่สนใจผม เพราะฉะนั้น สิ่งเดียวที่ผมต้องการ คือทำให้รสารักผมให้ได้”
       รสานั่งฟัง ใจเต้นโครมคราม ดวงตาร้อนผ่าว ความผิดหวังค่อยๆเพิ่มขึ้น
       ชีวินมองหน้ารสาอย่างไม่วางตาเช่นกัน รสานั่งฟังด้วยตาร้อนผ่าน กำมือแน่นด้วยความเสียใจ
       ภคพงษ์กำมือแน่นกัดฟันพูดต่อ
       “ผมยอมทำทุกอย่างเพื่อให้ได้ความรักจากเธอ ทั้งๆที่ ผมไม่ได้รักเธอเลย ทุกอย่างที่ทำ เพื่อต้องการเอาชนะเธอเท่านั้น”
       รสา ตาแดงกร่ำ และน้ำตาก็ค่อยๆร่วงลงมา ชีวินมองแล้วก็เศร้าใจ ชีวินคิดดหนัก
       “ผมไม่เคยรักรสา ทุกสิ่งที่ผมทำเพื่อจะเอาชนะเธอเท่านั้น รวมทั้งคลิปเสียงของปรางทิพย์ มันไม่ใช่ความรู้สึกที่แท้จริง ความจริงคือผมไม่เคยรักเธอ”
       ภคพงษ์น้ำตาร่วง ไม่ต่างจากรสา ชีวินมองด้วยความเศร้าใจหนักกว่าเดิม
       
       ภคพงษ์ร้องไห้แบบแมนๆ น้ำตาไหล ทั้งที่หน้ายังนิ่ง และเสียงไม่สั่น
        

จำนวนคนโหวต 214 คน
คุณเห็นด้วยกับข่าว/บทความนี้หรือไม่
เห็นด้วย ไม่เห็นด้วย
เห็นด้วย 200 คน
94 %
ไม่เห็นด้วย 14 คน
6 %
 
หนังสือพิมพ์: ผู้จัดการออนไลน์ | ผู้จัดการรายวัน | ผู้จัดการสุดสัปดาห์ | นิตยสารผู้จัดการ 360° | Positioning | News1
มุม: การเมือง | อาชญากรรม | คุณภาพชีวิต | ภูมิภาค | ภาคใต้ | ต่างประเทศ | มุมจีน | iBiz Channel | เศรษฐกิจ-ธุรกิจ | ตลาดหลักทรัพย์
กองทุนรวม | SMEs | Motoring | CyberBiz | วิทยาศาสตร์ | เกม | กีฬา | บันเทิง | โต๊ะญี่ปุ่น | Celeb Online | ท่องเที่ยว | ธรรมะกับชีวิต
เว็บ: Asia Times | บุรพัฒน์ คอมมิคส์ | Mars Magazine | คุยกับเว็บมาสเตอร์ | Site Map | โฆษณาบนเว็บ | ติดต่อเรา
All site contents copyright ©1999-2017