หน้าแรกผู้จัดการ Online | หน้าแรกละครออนไลน์ | ละครออนไลน์
ละครออนไลน์ ดุจตะวันดั่งภูผา

ดุจตะวันดั่งภูผา ตอนที่ 1

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 21 พฤศจิกายน 2555 18:34 น.
1 | 2 | 3 | 4
หน้าถัดไป
ดุจตะวันดั่งภูผา ตอนที่ 1
        ดุจตะวันดั่งภูผา ตอนที่ 1
       
        
       กลางหุบเขาในป่าลึก พวกกองทัพขนยาเสพติดของกระเหรี่ยงตั้งแคมป์อยู่ในแอ่งของหุบเขา มีเต็นท์ใหญ่ซึ่งเป็นเต็นท์อำนวยการและเก็บยาเสพติด มีทหารประมาณ 18 คนรวมทั้งหัวหน้าด้วย
        
       ทั้งหมดกำลังเตรียมตัวเก็บของออกเดินทางต่อ มีม้าพื้นเมือง 3 ตัว มีลังและข้าวของวางพอที่จะเป็นที่หลบและกำบังตัวได้ มีรถจี๊ปจอดอยู่ มีราวตากผ้าตากผ้าเต็นท์ผืนใหญ่
       
       ขณะนั้นผู้พันฌอน ไท และทีมทหารรับจ้าง 5 คน ค่อยๆ ซุ่มเดินมาตามป่าอย่างระมัดระวัง
       “นี่เป็นภาระกิจสำคัญ ทุกคนจำไว้ว่า เราต้องการจับหัวหน้าของพวกมันเป็นๆ ค่าหัว 4 ล้าน ส่วนยาเสพติดที่จับได้ รัฐบาลจะจ่ายให้ 10 เปอร์เซ็นต์ของราคาที่ขายในท้องตลาด”
       ทั้งหมดเดินมาถึงหน้าผาเตี้ยๆ ด้านล่างเป็นแอ่งเห็นว่ามีชายประมาณ 18 คนกำลังบรรจุยาเสพติดใส่หลังม้าพื้นเมืองและกำลังจะออกเดินทาง บางคนกำลังเก็บเต็นท์ มีหัวหน้าคอยสั่งการ
       “นั่น หัวหน้ามัน ทำตามแผนที่วางไว้ จ่าเค นายลงไปแล้วลอบเข้าไปวางระเบิดตามจุดสำคัญ หมวดหม่องนายคุมไปทางด้านโน้น ฉันกับเอี่ยวจะไปทางนี้ พอจ่าเควางระเบิดเสร็จให้กลับมาสมทบกับหมวดหม่อง แล้วฉันจะกดระเบิด เริ่มเข้าชาร์จเลย ไปอย่างเร็วและเงียบที่สุด ส่วนไท นายคอยซุ่มยิง ถ้าเห็นว่าเหตุการณ์ไม่ดีก็ให้เก็บทีละคน...เอาล่ะ ไปได้”
       ทุกคนแยกกันไป ไทเตรียมปืนให้พร้อมแล้วเช็คระยะจากกล้องที่ติดปืน จ่าเคค่อยๆ วิ่งหลบไปตามลัง รถจี๊ป และราวตากผ้า แล้ววางระเบิด ตามส่วนต่างๆ เขาส่งสัญญาณหมวดหม่องรู้ ไทใช้กล้องจากปืนดูความเคลื่อนไหวเห็นว่าทุกอย่างเป็นไปอย่างราบรื่น ผู้พันฌอนกับเอี่ยวเคลื่อนตัวไปใกล้ที่ค่าย จ่าเคบุกเข้าไปใกล้อีก แต่มีฝ่ายกระเหรี่ยงคนหนึ่งมองเห็นแต่ไม่แน่ใจว่าเป็นอะไรจึงวิ่งมาดู แล้วใช้ปืนหมายจะยิงด้านหลังของจ่าเค ไทมองอยู่ในกล้อง เขาเก็บมันล้มลงทันที จ่าเครอดอย่างหวุดหวิด
       จ่าเควางระเบิดหมดแล้วเขาส่งสัญญาณให้ทุกรู้กำลังจะเข้าโจมตี ทหารกระเหรี่ยงคนหนึ่งมาเห็นเพื่อนที่โดนยิงตายจึงร้องโวยวายให้ทุกคนรู้ หัวหน้ากระเหรี่ยงตื่นตัวแล้วสั่ง
       “ระวังตัว คุ้มกันของด้วย”
       ทหารทุกคนตื่นตัว ไทเก็บทหารคนที่โวยวายไปอีกคน ผู้พันฌอนตัดสินใจกดระเบิด ระเบิดสามจุดระเบิดขึ้น
       ทหารกระเหรี่ยงแตกตื่น ฝูงม้าต่างตื่นร้องกันเสียงดัง
       ผู้พันฌอนตัดสินใจยิงปืนเข้าใส่แล้วบุกเข้าชาร์จ หัวหน้ากระเหรี่ยงสั่งสู้ตาย และตอบโต้
       “สู้ตาย สู้ตาย”
       การต่อสู้เป็นไปอย่างดุเดือด ไทพยายามซุ่มยิงทีละคน แต่แล้วหัวหน้ารู้ตัวจึงสั่งปืนกลยิงมาทางไทแต่เขาหลบได้ทัน ฝ่ายกระเหรี่ยงเริ่มตั้งตัวได้และคุมสถานการณ์ไว้ได้ จากที่อยู่ในวงล้อมผู้พันฌอน บัดนี้พวกมันยิงทหารของผู้พันฌอนตายไปสองคน คงเหลือ ผู้พัน เอี่ยว และไท และตอนนี้ผู้พันฌอนกับเอี่ยวกำลังตกในวงล้อมของทหารกระเหรี่ยง
       ไทลอบเข้ามาช่วยผู้พันฌอนซึ่งถูกยิงบาดเจ็บที่ขา ส่วนเอี่ยวยังไม่เป็นอะไร
       “เอายังไงดีไท” ผู้พันฌอนถามไท
       “เราล้อมมันไว้ดีไหม?” ไทประชด “ยังไงก็ต้องฝ่าออกไปครับ”
       ไทพูดยังไม่ทันขาดคำก็มี จรวดRPG มาตกลงข้างๆ ร่างของไทลอยสติขาดลงในหัวมีแต่เสียงวิ้ง ไทพยายามเอื้อมมือไปหยิบแหวนที่คล้องกับสายสร้อยที่ขาดกระเด็นไปไม่ห่างนัก เขาเอื้อมมือจนถึงสายสร้อย
       
       14 ปีที่แล้ว สายสร้อยเส้นเดียวกันสวมอยู่ที่คอของไทในวัย14 ปี ซึ่งนั่งอยู่ในรถบัสโดยสาร รถโดยสารวิ่งไปตามทางลาดชันของภูเขา มุ่งหน้าไปทางเขาใหญ่ที่สองข้างทางยังเป็นป่า
       ไทกำลังเดินทางกลับบ้านหลังจากปิดภาคเรียน ไทหยิบการ์ดอวยพรวันเกิดออกมาดูมันเป็นวันเกิดของพ่อ ไทยิ้มออกมาอย่างมีความสุข
       
       ที่บ้านพักของเทอดพ่อของไท ซึ่งเป็นบ้านพักของกรมป่าไม้ที่ร่มรื่น ขณะนั้นแม่ของไทกำลังทำอาหารอยู่ในครัว
       ที่หน้าบ้านมีจี๊ปแล่นมาจอดเทอดลงจากรถเดินตรงเข้าไปในครัวแล้วไปโอบหลังภรรยา
       “วันนี้มีอะไรกินบ้างแม่”
       “ดูเอาสิคะ”
       เทอดดูที่โต๊ะเตรียมอาหารเห็นว่ามีอาหารหลายอย่างเขาสงสัย
       “ทำไมวันนี้ทำเยอะจัง ดูไปนี่มันของโปรดของตาไททั้งนั้นเลยนี่”
       แม่หันมาทำดุเล็กๆ
       “นี่คุณจำไม่ได้หรือว่าโรงเรียนปิดเทอมแล้ว ลูกกลับบ้านวันนี้ไง”
       “จริงสิ ตายผมนี่แย่จริงๆ ทำงานจนลืมเลยนะเนี่ย ไม่ได้แล้ววันนี้ต้องมีเซอร์ไพร์ให้เจ้าไทมันซะหน่อย”
       “ไปอาบน้ำอาบท่าก่อนไป เดี๋ยวลูกมาถึงจะได้ทานข้าวกัน”
       เทอดทำตามที่ภรรยาบอกเขาเดินออกไป เทอดเดินผ่านห้องรับแขกเห็นมีรูปถ่ายของเขาเป็นข้าราชการ รูปไท กับเทอดที่ถ่ายกันในป่าสองพ่อลูกถือปืนดูเท่ห์
       
       ไทนั่งหลับอยู่ในรถขณะที่รถกำลังวิ่งไปเรื่อยๆ ส่วนเทอดเมื่อแต่งตัวเสร็จเทอดเดินมาข้างล่างที่ห้องรับแขกอย่างสดชื่น มีเสียงโทรศัพท์ดังขึ้น เทอดรับโทรศัพท์
       “สวัสดีครับ ผมเทอดครับ”
       อีกฝ่ายพูดอะไรบางอย่างทำให้เทอดหน้าซีดมือไม้สั่น ฝ่ายโน้นกรอกเสียงเข้ามาเป็นประโยคสุดท้ายแล้ววางสายลง
       “นายไม่มีทางเลือกแล้วล่ะ”
       เทอดวางสายโทรศัพท์ลง เสียงภรรยาตะโกนบอกเทอด
       “อาหารเสร็จแล้วนะคะพ่อ เดี๋ยวลูกคงมาถึงแล้วล่ะ”
       “จ้ะ...งั้นพ่ออยู่ในห้องทำงานนะ”
       
       เทอดค่อยๆ เดินไปที่ห้องทำงาน

ดุจตะวันดั่งภูผา ตอนที่ 1
        เทอดทรุดนั่งลงที่โต๊ะทำงานสีหน้าซึมในสมองปั่นป่วน เขาวางกล่องไม้ใบสวยลงข้างๆ แล้วเขียนจดหมายสั้นๆ
       เทอดเปิดกล่องไม้ใบสวยแล้วหยิบปืนบราวนิ่งกระบอกทองแกะลายสวยงามขึ้นมาลูบคลำ
       
       เสียงปืนดังก้อง ฝูงนกแตกตื่น ขณะนั้นภรรยาเทอดกำลังล้างจานอยู่ เสียงปืนดังก้องจานตกลงพื้นกระจาย
       
       ไทสะดุ้งตื่นเมื่อมีรถบรรทุกขนาดใหญ่วิ่งสวนและบีบแตรเสียงแหลม
       ภรรยาเทอดรีบวิ่งมาที่ห้องทำงานภาพที่เห็นคือเทอดฟุบจมกองเลือดอยู่บนโต๊ะ เธอถึงกับอ่อนแรงทรุดนั่งที่หน้าประตู
       “พ่อ”
       
       ท่ามกลางฝนตกที่สุสานไทกับแม่ยืนกางร่มสีหน้าเศร้า แม่ร้องไห้อยู่หน้าหลุมศพที่สลักชื่อ เทอด ธัญธรณี
       ไทมองหลุมศพพ่อ แล้วนึกถึงหนังสือที่พ่อเขียนไว้ให้ไทก่อนตาย
       “ไทโตแล้ว และคิดว่าลูกเป็นลูกผู้ชายเต็มตัวที่สมบูรณ์แบบที่สุด พ่อมีความจำเป็นที่ต้องทำสิ่งโง่ๆ แบบนี้ พ่ออยากให้ไทปกป้องและคุ้มครองแม่แทนพ่อด้วย ขอให้ไทจงซื่อตรงดุจตะวันและหนักแน่นดั่งภูผา...ลาก่อน”
       กลับมาที่หลุมศพไทวางการ์ดวันเกิดไว้ที่หลุมศพพ่อ
       “ผมไม่รู้ว่าพ่อทำแบบนี้ทำไม แต่ผมคิดว่าวันหนึ่งผมจะต้องรู้ให้ได้”
       ไทกำสร้อยในมือแน่นเห็นไม้กางเขนและสร้อยบางส่วนหลุดออกมานอกมือ แม่ยังคงอาลัยอาวรณ์ ไททำตัวเข้มแข็งแล้วชวนแม่กลับ
       “กลับกันเถอะครับ”
       สองแม่ลูกเดินกางร่มฝ่าสายฝนออกไปจากสุสาน
       “เราสองแม่ลูกไม่เหลืออะไรอีกแล้ว ทรัพย์สินทั้งหมดถูกธนาคารยึดไปและอีกไม่กี่เดือนแม่ก็จากผมไปอีกคน”
       
       ไทเดินไปเรื่อยๆ ตามถนนหลวงพลางโบกรถที่ขับผ่านมาแต่ไม่มีรถคันไหนจอด
       “ตอนนี้เหมือนผมเหลือตัวเดียวในโลก แต่ก็ยังต้องมีชีวิตอยู่ต่อไป ผมมองไม่เห็นปลายทางว่ามันอยู่ตรงไหนแต่ก็ต้องก้าวต่อไป สิ่งเดียวที่คิดได้ตอนนี้คือต้องกล้าที่จะมีลมหายใจต่อไป”
       ห่างไปไม่มาก มีรถปิคอัพจอดเสียอยู่ มีรถมอเตอร์ไซด์แข่งอยู่หลังรถคันหนึ่ง น้าอี๊ดเจ้าของอู่รถมอเตอร์ไซด์กำลังซ่อมรถอยู่ เขาดูลุกลี้ลุกลนเพราะว่าไม่มีผู้ช่วยคอยจับโน่นส่งนี่ ไทเดินเข้ามาถึงเขายืนมองน้าอี๊ดมุดอยู่ในฝากระโปรง
       “รถเป็นอะไรน้า มีอะไรให้ผมช่วยไหมครับ”
       น้าอี๊ดเป็นคนอารมณ์ดีเขายินดีที่ไทเสนอตัว
       “ไม่รู้ดิ ขับมากระตุกๆ เหมือนเครื่องมันเดินไม่เต็มสูบ”
       “ผมขออนุญาตลองทำได้มั้ยครับ”
       “ลองดูสิ”
       ไททำตามด้วยความเต็มใจ เขาสตาร์ทรถตามคำสั่ง เดี๋ยวหยุดเดี๋ยวสตาร์ท น้าอี๊ดก็ไขโน่นไขนี่ จับโน่นจับนี่จนในที่สุดรถก็ติด น้าอี๊ดโล่งใจ เขาเดินมาที่ไทแล้วขอบใจ
       “แหม ติดซะที ขอบใจนะไอ้หนู”
       “ไม่เป็นไรครับงั้นผมขอตัวนะครับ”
       ไทแบกเป้สะพายขึ้นหลังน้าอี๊ดสังเกตว่าเขาจะต้องเดินทางไปที่ไหนสักแห่งจึงถาม
       “จะไปไหนหรือ”
       “ไปมันเรื่อยครับ ได้งานทำก็หยุด”
       “เฮ้ย เดี๋ยว งั้นขึ้นก่อนรถสิ”
       ไทยิ้มด้วยความยินดี
       
       น้าอี๊ดขับรถไปตามถนน ไทรู้สึกสบายขึ้นน้าอี๊ดสนใจในตัวไท
       “ดูท่าทางเราพอมีความรู้เรื่องรถดีนี่”
       “ครับพ่อผมสอนมาตั้งแต่เด็ก”
       “ฉันชื้ออี๊ด เราชื่ออะไร”
       “ไทครับ ผมชื่อไท”
       “ไทเหรอ เธอชื่อแปลกดีนะสนใจจะทำงานกับฉันไหมล่ะ ฉันมีอู่ซ่อมรถมอเตอร์ไซค์ เราทำรถแข่งน่ะ”
       ไทนิ่งคิดสักครู่แล้วตกลง
       “ได้สิครับ มีงานทำก็มีเงิน”
       “ฉันมีที่พักให้ด้วยนะ อาหารสามมื้อ แถมแอลกอฮอล์อีกต่างหากเธอดื่มไหม”
       “ไม่ครับ ผมไม่ดื่ม”
       น้าอี๊ดรับรู้แล้วล้วงบุหรี่ขึ้นมา
       “บุหรี่ล่ะ เอาไหม...เอ้า”
       “ผมไม่สูบครับ”
       “เออ ดีจัง ไม่เปลืองอย่างนี้ค่อยน่าจ้างหน่อย”
       
       ทั้งคู่หัวเราะให้กัน

ดุจตะวันดั่งภูผา ตอนที่ 1
        น้าอี๊ดพาไทมาที่อู่ซ่อมมอเตอร์ไซค์ มันเป็นอู่ที่ไม่ใหญ่แต่มีรถเต็มไปหมด มีรถแข่งคันสวยอยู่คันหนึ่งไทรู้สึกชอบมันจึงเดินเข้าไปลูบมันอย่างทนุถนอม น้าอี๊ดมองแล้วยิ้ม
       
       “ชอบหรือ”
       “ครับ”
       “รถฉันเอง นังเนี่ยมันพยศน่าดู ถ้ามือไม่ถึงต้องมีเสียอวัยวะ”
       “วันนึงผมต้องขี่คันนี้ให้ได้เลย”
       “เป็นไง แจ๋วไหม”
       “แจ๋วครับ”
       “ได้เลย แต่ตอนนี้เราเริ่มงานกันก่อนดีกว่า” ไทมองมันแล้วรับรู้ น้าอี๊ดเรียกลูกน้องมาแนะนำ “เฮ้ย ทางนี้กันหน่อย” ทุกคนเดินมา “นี่สมาชิกตัวจิ๋วคนใหม่ของพวกเรา”
       ไทยิ้มยินดีกับทุกคน
       “สวัสดีครับทุกคน”
       “ที่นี่อยู่กันอย่างพี่น้อง”
       
       ไทเริ่มทำงานซ่อมรถมอเตอร์ไซค์ที่อู่น้าอี๊ด เขาทำเครื่อง และบิดลองเครื่อง ไทขับรถมอเตอร์ไซค์ลองเครื่องเป็นรถมอเตอร์ไซค์เล็กกว่า 4 สูบ น้าอี๊ดยืนมองรู้สึกพอใจ
       เวลาผ่านไป บรรยากาศสนามแข่งมีรถมอเตอร์ไซค์รอเข้าแข่งหลายคัน มีพริตตี้สาวสวยมากมาย มุมหนึ่งมีโชว์ดิ๊ปรถ ทำโดนัท (ใช้ล้อหลังมอเตอร์ไซค์บดยางให้ไหม้เป็นวงกลม) บรรยากาศคึกคักสนุกสนาน น้าอี๊ดกับลูกน้องเอารถมาจอด มันเป็นมอเตอร์ไซค์คันใหม่ ข้างๆ มีรถเฮียหมูมาจอดเทียบทั้งคู่จับเดิมพันกัน เฮียหมูเจ้าของรถฝ่ายตรงข้ามเดินเข้ามาหาน้าอี๊ดแล้วสอบถามอย่างยียวน
       “จะแข่งกันยังไง”
       “ความเร็ว”
       เฮียหมูมองไปที่รถของน้าอี๊ดที่กำลังบิดทดลองเครื่อง
       “ดู พี่อี๊ดจะเชื่อรถของพี่เหลือเกินนะ”
       “ไม่ใช่แค่รถ คนขี่ด้วย”
       “ได้ข่าวว่าไอ้มืดเด็กพี่อี๊ดรถล้มขาหักไม่ใช่หรือ”
       “ข้ามีคนขี่คนเดียวที่ไหนล่ะเฮียหมู”
       เฮียหมูลองเชิงเพราะรู้ว่าไอ้มืดรถล้มขาหัก น้าอี๊ดมองมาบริเวณที่เขาดิ๊ปรถกัน เขาส่งสัญญาณเรียกใครบางคน แล้วมอเตอร์ไซค์คันนึงก็สไลด์เข้ามาคนขี่ถอดหมวกออก จนเห็นว่าเป็นไทเดินผ่านโฟร์กราวด์เข้ามาอย่างเท่ห์
       ขณะนี้ไทโตเป็นหนุ่มแล้ว ระหว่างทางเดินมีสาวๆ มองไทอย่างยั่วยวน ไทเดินมาที่น้าอี๊ด เฮียหมูรู้สึกสนใจไท
       “หน่วยก้านไม่เลวนี่”
       ไทเดินผ่านไปที่รถแล้วบิดลองเครื่อง เขามองน้าอี๊ดเป็นบางครั้ง
       ทุกคนต่างเอารถเข้าที่ ไทเอาเข้าไปเทียบกับรถของลูกน้องเฮียหมูทั้งคู่มองตากัน แล้วเบิ้ลเครื่อง เตรียมพร้อม
       มีพริตตี้เซ็กซี่ชูมืออยู่ตรงกลางถ้าเอามือลงแสดงว่าให้ออกรถได้เลย
       “เอาล่ะทุกคน ในเมื่อพร้อมกันแล้ว กติกามีง่ายๆ คือใครถึงเส้นชัยแล้ว คว้าไฟแช็กมาจุดได้ก่อนจะเป็นผู้ชนะ
       เฮียหมูเดิมพันครั้งนี้แสนนึง กับรถด้วย ใครชนะกินรถไปเลย”
       ขาโจ๋ประจำสนามยืนบนลังใบใหญ่แล้วประกาศ
       “เอาล่ะเพื่อนๆ ทุกคน ใครที่จะแข่งก็เอารถมาเข้าที่ได้เลย น้องๆ ของเรารออยู่แล้ว ใครใคร่วางเดินพันก็จับกันได้ ขอให้รวดเร็วด้วย ถ้าตำรวจมาก็ตัวใครตัวมันนะเพื่อน”
       ไทเอากระจกที่หมวกลงปิดหน้าแล้วเตรียมพร้อม พริตตี้เอามือลง รถวิ่งออกไปอย่างรวดเร็ว ไทบิดด้วยความชำนาญ สูสีคู่แข่ง ทั้งคู่นำรถคันอื่นแล้วผลัดกันแซงดูหวาดเสียว น้าอี๊ดและพวกยิ้ม ขณะที่เฮียหมูมีสีหน้ามั่นใจ ลูกน้องเฮียหมูพยายามจะโกงด้วยการจะปาดให้ไทล้ม แต่ไทดึงจังหวะหลบได้ ไทคิดเอาคืนด้วยการปาดคืนและกันไม่ให้แซง จังหวะหนึ่ง ลูกน้องเฮียหมูแซงได้ แต่ไทก็บี้มาติดๆ
       ที่เส้นชัย ไฟแช็กตั้งอยู่บนถังสองร้อยลิตร ไทกับคู่แข่งวิ่งตรงเข้ามาอย่างสูสี ทั้งคู่วิ่งมาคว้าไฟแช็กพร้อมกัน ไม่รู้ว่าใครได้ไป เพราะมันเร็วมาก ทุกคนในสนามลุ้นเพราะไม่แน่ใจว่าเป็นใครได้ไฟเช็กไป จนกระทั่งไฟแช็กถูกจุดขึ้นและคนที่จุดก็คือไท ไทเป็นผู้ชนะ ทุกคนปรบมือโห่ร้อง ไทขี่รถเข้ามาที่จอดรถ เฮียหมูหน้าเสีย น้าอี๊ดเดินเข้ามาหา
       “ถือว่าวันนี้เฮียหมูโชคไม่ดีก็แล้วกัน เอาเงินกับกุญแจรถมาตามสัญญา”
       เฮียหมูจะโกงน่าด้านๆ เขาโยนซองเงินให้แต่ไม่ให้กุญแจรถ
       “เอ้า...เงิน แต่รถฉันคงให้ไม่ได้ ถือซะว่าเมื่อกี้ฉันพูดเล่นก็แล้วกัน”
       “อย่างนี้มันโกงกันนี่หว่า”
       ไทและคนอื่นๆ ต่างเดินเข้ามาสมทบ
       “เขาไม่ได้เรียกว่าโกง เขาเรียกว่าไม่ให้ ไม่เข้าใจหรือไง”
       สิ้นเสียงเฮียหมูลูกน้องของน้าอี๊ดก็ชาร์จเข้าทันที เกิดการตะลุมบอนกันขึ้น ผู้ร่วมงานทุกคนกระเจิงไป มีการตะลุมบอนกันครั้งใหญ่ น้าอี๊ดยืนมองคุมเชิงสีหน้าเข้ม เฮียหมูก็ยืนมองคุมเชิงเหมือนกัน ลูกน้องคนหนึ่งเซมาที่น้าอี๊ด เขาซัดมันกระเด็นไป ไทชกกับคู่แข่งรถจังหวะหนึ่ง เฮียหมูหยิบปืนออกมาจากเอว เขาหมายจะยิงน้าอี๊ด ไทเห็นก่อน เขาชกคู่แข่งกลิ้งไปแล้วตรงเข้าแย่งปืนเฮียหมู เกิดการแย่งกันไปมาพอดีปืนลั่น เฮียหมูตายคาที่ ทุกคนตกตะลึง
       
       ไทก็ตะลึงมันเป็นครั้งแรกที่เขายิงคนตาย แต่เขาไม่ได้ตั้งใจ

ดุจตะวันดั่งภูผา ตอนที่ 1
        ไทถือปืนดูเฮียหมูนอนตาย ผู้คนต่างค่อยๆ มารุมไทช้าๆ ทุกคนคิดว่าไทฆ่า แต่น้าอี๊ดรู้ว่าอะไรเป็นอะไร ไทส่ายหน้าเหมือนกับบอกว่าเขาไม่รู้เรื่อง ทุกคนจะเข้ามารุมไท
       
       น้าอี๊ดเอาปืนที่ไทมาแล้วยิงขึ้นฟ้าลูกน้องเฮียหมูและทุกคนแตกกระเจิงหนีไป น้าอี๊ดมองไทอย่างเป็นห่วงแล้วตัดสินใจ
       “หนีไปซะไท เอารถคันนั้นไป”
       “แล้วทางนี้ล่ะน้า”
       น้าอี๊ดหน้าตาจริงจัง
       
       ไทขับรถมาจอดที่หน้าผาแห่งหนึ่งแล้วมองไปที่แม่น้ำไกล เขานั่งอยู่บนมอเตอร์ไซค์แล้วคิดไปเรื่อยๆ
       “จริงอย่างที่พ่อบอก ชีวิตของผมมันเริ่มต้นได้ใหม่เรื่อย แต่ก็หาจุดหมายปลายทางไม่เจอ มีงานก็มีเงิน มีเงินก็มีชีวิตอยู่ได้ แม่ผมสอนอย่างนั้นเสมอผมทำงานสารพัด ไม่เคยเลือกงาน แต่เลือกที่จะมีชีวิต”
       หลังจากวันนั้นไทก็เปลี่ยนงานไปเรื่อยๆ ตั้งแต่ขับรถบรรทุกคอนเทรนเนอร์ เป็นช่างเชื่อมโลหะที่โรงงานเล็กๆ
       ซ่อมรถบรรทุก ไททำงานอย่างเหน็ดเหนื่อยแต่ก็ยังยิ้มสู้
       
       ไทขี่มอเตอร์ไซค์มาตามทางหลวง เขาเปลี่ยนชุดธรรมดามีเป้อยู่หลังรถ เขาขี่ไปอย่างไร้จุดหมาย
       “คำว่าหนีของน้าอี๊ด ผมรู้ว่ามันไกลแค่ไหน แต่สำหรับผมมันไม่มีระยะทาง คำๆ นี้พาผมไปเจอกับอะไรหลายสิ่งหลายอย่างมากมาย และสิ่งต่างๆ เหล่านี้มันหล่อหลอมชีวิตผมให้รู้จักคำว่า ลูกผู้ชาย”
       
       2 ปีผ่านไป
       บนเครื่องบินโดดร่ม ไทแต่งชุดโดดร่มเรียบร้อย เอี่ยวนั่งตรงกันข้าม มีนักโดดร่มหลายคน กำลังพร้อมจะโดด
       ในมือเอี่ยวเด้งลูกบอลเล่นไปมา เขาหยอกไท
       “เพิ่งมาเข้าทีมหรือ ฉันชื่อเอี่ยว”
       เอี่ยวยื่นมือให้จับ ไทจับมือ
       “ไท”
       “ขอต้อนรับสู่ความ สูง เสียว เสี่ยง”
       ไทพยักหน้า ยิ้มรับและแสดงความมั่นใจ
       ข้างล่างเป็นจุดผู้เข้าชมมีเต็นท์ใหญ่เป็นศูนย์อำนวยการ มีคณะกรรมการมาดูเป็นสักขีพยาน โฆษกคอยบรรยาย
       “อีกไม่กี่นาทีเท่านั้นนะครับ เราก็จะได้เห็นการโดดร่มที่จะทำลายสถิติโลก ลงกินส์เนสบุ๊คเวิลด์ออฟเร็คคอร์ด ประเภทท่าทางและจับกลุ่มกันมากที่สุด โดยการกระโดดครั้งนี้จะสร้างวงกลมซ้อนกันถึง สี่วง ซึ่งไม่มีใครเคยทำมาก่อน”
       บนเครื่องบิน หัวหน้าทีมเช็คความพร้อม
       “ทุกคนพร้อมนะ โดดตามที่ซ้อมกันไว้ โอเค เอาล่ะ ไปได้”
       นักโดดร่มชุดที่ 1 โดดลงไป จากเครื่องบินเห็นนักโดดร่มเริ่มลอยตัวเข้าจับกัน
       “ชุดแรกลงมาแล้วครับ กำลังจัดกระบวนกันอยู่ครับ ดีครับ ยังไม่มีอะไรผิดพลาดครับ”
       ชุดที่ 1 ทำได้ตามที่ซ้อม หัวหน้าสั่งการต่อ
       “ชุด 2 ไป”
       ไทกับเอี่ยวอยู่ในชุดนี้ด้วย แล้วชุดสองก็โดดลงไป ข้างล่างโฆษกบรรยายอย่างเห็นภาพ
       “ชุดสองโดดมาแล้วครับ แหมสวยงามมาก กำลังจัดขบวนเข้าหากันแล้วครับ” เอี่ยวกับไท พยายามร่อนเข้าหากันแล้วจะจับมือกันแต่พลาด “อุ๊ย...แหม พลาดไปหน่อยครับ ไม่เป็นไรครับตั้งลำใหม่ เอาล่ะครับคู่เมื่อกี๊จัดขบวนใหม่ได้แล้วครับ”
       เอี่ยวกับไทจัดขบวนได้แล้วร่อนเข้ากลุ่ม หัวหน้าปล่อยชุดสุดท้าย รวมทั้งตัวเองด้วย
       “ไปได้”
       นักโดดร่มทั้งหมดลงมาจากเครื่องหมดแล้ว กำลังพยายามจัดเข้ารูปตามที่ซ้อมไว้ โฆษกบรรยาย ผู้คนและกรรมการที่มีกล้องส่องดูอย่างลุ้น
       “ลงมาหมดแล้วครับ ตอนนี้กำลังจัดขบวนแล้วครับ สวยงามจริงๆ” นักโดดร่มต่อเป็นรูปร่างได้อย่างสวยงาม
       “ต่อกันได้สวยงามและสมบูรณ์มากครับ” กรรมการยืนมองชื่นชม “เอาล่ะครับ เหลืออีกชั้นเดียว กำลังจะเข้าขบวนแล้วครับ” นักโดดร่มต่อขบวนได้สำเร็จ “เรียบร้อยครับ สำเร็จแล้ว ต่อกันได้สวยงามจริง เป็นอันว่าทำลายสถิติโลกได้ครับ”
       กรรมการและผู้คนพากันปรบมือกันใหญ่ ไทยิ้มกับเอี่ยว นักโดดร่มทุกคนพอใจ หัวหน้ายิ้มแล้วให้สัญญาณกระตุกร่ม ทุกคนกระตุกร่ม ทีละคน ร่มที่กระตุกจะถูกดึงขึ้นแล้วกาง
       “เป็นอันเรียบร้อยครับ ทุกคนดึงร่มแล้ว”
       ไทยังไม่ได้ดึงร่ม เขาเหลือบไปเห็นพื่อนร่วมทีมดึงร่มแล้วพันเขาดิ้นรนแก้ ตัวม้วนไปม้วนมากำลังดิ่งลงพื้น
       โฆษกเห็นก็ตกใจ
       “เอ๊ะ...นั่น นักโดดคนหนึ่งร่มพันครับ คุณพระช่วย จะทำยังไงครับ เหลือไม่ถึง 4 พันฟุตแล้วด้วย”
       ไทตัดสินใจพุ่งตัวเข้าไปหาเพื่อนคนนั้น สีหน้าเขาจริงจังและกล้าตาย เพื่อนเขายังพยายามแก้ร่มอยู่ร่างร่วงลงเรื่อยๆ ไทพุ่งตัวลงมาอย่างรวดเร็ว โฆษกเห็นว่าไทกำลงมาช่วย
       “เดี๋ยวก่อนครับ มีคนกำลังมาช่วยครับ เร้ว...เร็ว เข้า...”
       
       ผู้คนที่ดูต่างฮือฮา

1 | 2 | 3 | 4
หน้าถัดไป
ข่าวล่าสุด ในหมวด
ดุจตะวันดั่งภูผา ตอนที่ 12 อวสาน (ต่อ)
ดุจตะวันดั่งภูผา ตอนที่ 11
ดุจตะวันดั่งภูผา ตอนที่ 10
ดุจตะวันดั่งภูผา ตอนที่ 9
ดุจตะวันดั่งภูผา ตอนที่ 8
เครื่องมือจัดการเว็บ
ส่งบทความนี้ต่อ
พิมพ์หน้านี้
ข่าวที่มีผู้ส่งมากที่สุด
แสดงผลหน้าเดียว
จำนวนคนโหวต 35 คน
คุณเห็นด้วยกับข่าว/บทความนี้หรือไม่
เห็นด้วย ไม่เห็นด้วย
เห็นด้วย 32 คน
92 %
ไม่เห็นด้วย 3 คน
8 %
ความคิดเห็นที่ 2 +6 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ถึง คห.1 ละครของ ตระกูลภักดีวิจิตร มันไม่ธรรมดาเท่าไหร่นะ เพราะเมืองนี้ภูธร มันกว้างใหญ่กว่าเมืองหลวงยิ่งนัก...
ระเบิดภูเขา เผากระต๊อบ....
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 7 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
กาสดนกกาสาทามาอาปากาพาดะพงวสลบ
โอปอ เปงกี้
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
 
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ดดำหดไฟกฟ
เกเพกเำห
 
ความคิดเห็นที่ 6 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
คนที่เล่นเป็นโอตี่ น่ะ เล่นได้สมบทบาทดีนะ เราดูแล้วกลัวเลยอ่ะ เห็นหน้าแล้วกลัว นึกถึงฆ่าหั่นศพเลยอ่ะ
เชิบๆ
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 5 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
gfrfdgfrgh
gbyg
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 4 +1 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ทุกคนแสดงละครได้ดีมากเลยครับ
นิ้ง
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 3 +1 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ชอบ
ทิตยา
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 2 +5 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ถึง คห.1 ละครของ ตระกูลภักดีวิจิตร มันไม่ธรรมดาเท่าไหร่นะ เพราะเมืองนี้ภูธร มันกว้างใหญ่กว่าเมืองหลวงยิ่งนัก...
ระเบิดภูเขา เผากระต๊อบ....
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 1 +1 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
วันพุธ พฤหัสนี่ ช่วงหลังช่องเจ็ด ไม่เน้นเลย เน้นหนักแค่ศุกร์ เสาร์ อาฑิตย์
กี่เพ้าสบายตัวแล้ว
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความคิดเห็น
1. โปรดงดเว้น การใช้คำหยาบคาย ส่อเสียด ดูหมิ่น กล่าวหาให้ร้าย สร้างความแตกแยก หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
2. ทุกความคิดเห็นไม่เกี่ยวข้องกับผู้ดำเนินการเว็บไซต์ และไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมายได้
3. ทีมงานเว็บมาสเตอร์ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
4. เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
5. ผู้ร่วมแสดงความคิดเห็นสามารถร่วมตรวจสอบข้อความที่ไม่เหมาะสมได้ โดยการกดปุ่ม "แจ้งลบ" หรือส่งอีเมลแจ้งมาที่ cs@astvmanager.com หรือ cs.astvmanager@gmail.com ซึ่งทีมงานจะทำการตรวจสอบ และลบข้อความดังกล่าวโดยเร็วที่สุด หรืออย่างช้าภายใน 3 วันทำการ
เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
แสดงความคิดเห็นเพิ่มเติม
โชว์ภาพผู้ใช้ทุกครั้งที่แสดงความเห็น เพียงเข้าสู่ระบบด้วยบัญชีของเฟซบุก กดที่ปุ่มด้านล่างนี้เลย!

ชื่อ/e-mail ของคุณ : *
 
 *
  กฎกติกาการแสดงความคิดเห็นฉบับเต็ม
 
หนังสือพิมพ์: ASTV ผู้จัดการออนไลน์ | ASTV ผู้จัดการรายวัน | นิตยสารผู้จัดการ 360° | Positioning | ASTV News1
มุม: การเมือง | อาชญากรรม | คุณภาพชีวิต | ภูมิภาค | ต่างประเทศ | มุมจีน | ธุรกิจ | หุ้น | SMEs | Motoring
CyberBiz | วิทยาศาสตร์ | เกม | กีฬา | บันเทิง | Life on Campus | Celeb Online | ท่องเที่ยว | ธรรมะกับชีวิต | Multimedia
เว็บ: Asia Times | บุรพัฒน์ คอมมิคส์ | Mars Magazine | ทะเลไทย | คุยกับเว็บมาสเตอร์ | โฆษณาบนเว็บ
All site contents copyright ©1999-2014