หน้าแรกผู้จัดการ Online | หน้าแรกละครออนไลน์ | ละครออนไลน์
ละครออนไลน์ แรงเงา

แรงเงา ตอนที่ 17

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์
12 พฤศจิกายน 2555 09:04 น.
1 | 2 | 3 | 4
หน้าถัดไป
แรงเงา ตอนที่ 17
        แรงเงา ตอนที่ 17
       
       ต่อมาที่กระทรวง รัชนกกำลังพูดโทรศัพท์มือชงกาแฟไปด้วย วีกิจเดินเข้ามาแล้วชะงักเพราะมองจากด้านหลังรัชนกแต่งเป็นมุตตาทุกอย่าง
        
       “ช่วงนี้พี่ตาโทรมาบ่อยมากค่ะ ผ.อ.กลับดึกใช่ไหมคะ คุณนพนภาอย่าเพิ่งคิดมากนะคะ นกจะช่วยดูแบบเนื้อๆ เน้นๆ เองค่ะ ค่ะ ค่ะ”
       รัชนกวางหู หันมาเห็นวีกิจยืนมองอย่างเย็นชา
       “มุตตาที่พยายามรายงานเรื่องอาภพอยู่ตอนนี้ เป็นมุตตาคนเดียวกับที่พาผมไปขึ้นเตียงคุณใช่ไหมฮะ”
       รัชนกเอามือทาบอก
       “ตายจริง พี่ตาเคยพาคุณวีกิจ เอ่อ ขึ้นเตียงด้วยหรือคะ”
       “นี่คุณมีความละอายบ้างไหม”
       “นกเป็นคนขี้อายออกค่ะ ใครๆ ก็รู้”
       “คุณทำให้ผมเชื่อจริงๆ ว่าอย่าเชื่อในสิ่งที่ตาเราเห็น”
       “เชื่อเถอะค่ะว่านี่ของจริง” รัชนกลูบหน้าลงมาจนถึงเนินอก “ไม่มีซิลิโคนปลอมปน”
       แจงจิตโผล่มา รัชนกทำแป๋ว ยกถ้วยกาแฟบังอกเดินไป แจงจิตถือแฟ้มบางมาด้วย
       “ต๊าย คิดว่ามุตตา อ้อ คุณกิจ พี่เตรียมแฟ้มประวัติมุตตาเอาไว้ให้แล้ว จะเอาไปทำไมฮึ”
       “ช่วงนี้ผมจะลางาน ผมอยากไปเยี่ยมตาซักหน่อยครับ”
       
       คืนนั้นหลังจากเสร็จงานเจนภพเดินตรงมายังรถเบนซ์ด้วยท่าทางเหน็ดเหนื่อย รัชนกหอบแฟ้มเดินผ่านมาแล้วมืออ่อน แฟ้มหล่นกระจายหน้าเจนภพ
       “ว้าย”
       รัชนกนั่งลงเก็บเห็นอกวอมแวม เจนภพยืนดูแววตากริ่มขึ้นมานิดหนึ่ง แล้วได้สติหยุดคิด ก้าวไปช่วยเก็บ รัชนกยิ้มซื่อ
       “ทำงานดึกนะครับวันนี้”
       “ไม่รู้ว่ารถหมดหรือยังน่ะซีคะ ไม่งั้นนกลำบากแย่เลย”
       “งั้นเดี๋ยวผมไปส่งเอง”
       เจนภพพารัชนกมาขึ้นรถ รัชนกยิ้ม
       
       ก่อนกลับบ้านเจนภพพารัชนกแวะทานอาหารที่ร้านอาหารกึ่งผับ ภายในร้านจุดเทียนตามโต๊ะมลังเมลือง รัชนกจิบไวน์ เจนภพนั่งอยู่ตรงข้ามมองดู
       “คุณแต่งตัวอย่างนี้เหมือนตามากนะ”
       “นกคิดถึงพี่ตาจังค่ะ ไม่น่าเชื่อเลยนะคะว่าพี่ตาจะก่อเรื่องได้ขนาดนี้”
       “ผมเองนั่นแหละเป็นต้นเหตุ”
       รัชนกโน้มตัวมาใกล้ ผมปอยหนึ่งตกระหน้า รินไวน์ให้เจนภพจนหมดขวด
       “ไวน์หมดแล้วค่ะ ผ.อ.”
       “เอามาเพิ่มอีกขวดก็แล้วกัน นี่คุณใส่น้ำหอมกลิ่นเดียวกับตาด้วยหรือนี่”
       “นกกับพี่ตาสนิทกันมากนี่คะ เรามีอะไรเหมือนกันตั้งหลายอย่าง”
       รัชนกมองเจนภพแล้วหลบตากึ่งอายกึ่งอ่อย เจนภพยกไวน์ดื่มหมดแก้วภาพที่มองผ่านแก้วและแสงเทียนดูพร่าเลือนจนรัชนกดูคล้ายมุตตาไปทุกที
       
       พอออกจากร้านอาหารรัชนกพาเจนภพมาที่คอนโดของเธอ เจนภพนอนบนเตียงปรือตาขึ้น รัชนกก้มต่ำมาดวงตาเยิ้มฉ่ำ ปากเผยอเชิญชวน เจนภพกอดรัด ภาพทั้งหมดพร่าซ้อนเจนภพเห็นรัชนกเป็นมุตตา
       “ตา ผมคิดถึงตามากเหลือเกิน รู้ไหมผมรักตาแค่ไหน รักจนไม่มีวันลบตาไปจากใจได้”
       “ค่ะ ผ.อ.”
       “นี่อาจจะเป็นครั้งสุดท้ายที่เราจะได้อยู่ด้วยกัน ผมต้องกลับไปดูแลลูก ดูแลเมียจริงๆ เสียที” รัชนกเลิกคิ้ว ปลดเสื้อตกจากไหล่ “แต่ ผมขอตามใจตัวเองเป็นครั้งสุดท้าย”
       “แต่ครั้งเดียว ไม่เคยพอนะคะ”
       รัชนกดึงเจนภพมา ผมรุ่ยร่ายบังหน้าบังตา อกดูวับแวม เจนภพกอดรัดอย่างสุดรัก
       
       เกมพิศวาสผ่านไป เจนภพนอนสลบไสลเพราะพิษไวน์ ใบหน้าหล่อเหลา รัชนกนอนตะแคงผมยาวรุ่ยร่าย ปากคาบผมบางเส้น มองเจนภพด้วยสายตาแปลกประหลาด ไม่ใช่ความรัก ไม่ใช่ความใคร่ แต่คือเกมแสนสนุก
       รัชนกลุกขึ้นหันมาปลายเตียงกล้องดีวีดีถูกตั้งบนขาตั้งถ่ายเหตุการณ์เมื่อครู่ เปิดกว้างออกเห็นว่าศักดิ์ชายยืนอยู่ เช็คดูภาพในกล้องแล้วพยักหน้าพอใจ
       “แสงแค่นี้ ถ่ายติดหรือเปล่าก็ไม่รู้”
       “ติดซี มาดูเอาเอง แค่แสงเทียน พี่ยังถ่ายติดเลย”
       รัชนกดูภาพแล้วหัวเราะคิกคัก โอบกอดศักดิ์ชายอย่างรักใคร่
       
       คืนเดียวกันนั้นมุนินทร์ทำงานอยู่กับบ้านนั่งจดจ่ออยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์ ลูกศรอยู่ที่โต๊ะกินข้าวเอาลิลลี่ช่อใหญ่มาปักแจกันแล้วเอาทิชชู่รูดเกสรทิ้ง
       “เธอทำอะไรน่ะ”
       “เอาเกสรมันทิ้งน่ะซี ถ้าโดนเข้าก็อาจจะแพ้ได้”
       “ทำไมฉันไม่เห็นรู้เรื่องพวกนี้เลย”
       “เพราะเธอโง่น่ะซี”
       ลูกศรล้อเล่น มุนินทร์ยิ้มเศร้าๆ
       “แต่ตาคงรู้เรื่องพวกนี้ดี เพราะตาชอบดอกลิลลี่เหลือเกิน”
       ลูกศรเอาแจกันมาตั้งใกล้มุนินทร์ กลิ่นลิลลี่อบอวลไปทั่ว มุนินทร์ปิดโน้ตบุ๊คลง
       “นิน เรื่องของตาเป็นยังไงกันแน่” ลูกศรนั่งลง “ถึงเวลาที่เธอต้องเล่าเรื่องทั้งหมดได้แล้ว”
       มุนินทร์มองลูกศรอย่างชั่งใจแล้วตัดสินใจเล่า
       
       “วันที่ฉันกลับมารับงานที่กรุงเทพฯ กลับมาครั้งนี้ฉันตั้งใจจะเป็นพี่สาวที่ดีของตาเสียที แต่แล้ว...”
        

แรงเงา ตอนที่ 17
         
       มุนินทร์เล่าเหตุการณ์วันที่เธอกลับถึงบ้าน แสงสีขาวจากฟ้าแลบสว่างไปทั่ว รถตู้แล่นมาจอดหน้าบ้าน มุนินทร์ก้าวลงจากรถใส่เสื้อโค้ชที่กันน้ำได้ มองดูบ้านตรงหน้าฝนตกพร่างพรายลงมา
        
       มุนินทร์วิ่งเข้าบ้านเดินไปในบ้านที่มืดมิด เดินขึ้นบันไดไป ฟ้าแลบด้านนอกส่องเข้ามาเป็นระยะ
       มุนินทร์ผลักประตูห้องนอนเข้าไป ในห้องมืดมิดยังไม่เห็นอะไร มุนินทร์ควานหาสวิตช์ไฟ ฟ้าแลบสว่าง เห็นร่างมุตตาแขวนห้อยจากขื่อ มุนินทร์ตกตะลึงพรึงเพริด ฟ้าแลบสว่างทาบลงบนหน้าสงบนิ่งของมุตตากับใบหน้าอันแทบเป็นพิมพ์เดียวกันของมุนินทร์
       
       บุรุษพยาบาลเข็นรถเข็นพาร่างมุตตาไปยังห้องไอซียู มุนินทร์ช่วยผลักรถเข็นไปด้วย แปลกและพิณวิ่งตาม พิณร้องไห้โหยหวน รถเข็นร่างมุตตาเข้าห้องไอซียู หมอบีวิ่งมา
       “ไม่เป็นไรนะ เราจะดูแลตาให้ดีที่สุด”
       หมอบีบอกแล้วเข้าห้องไป มุนินทร์หน้าซีดเผือดมองไปที่พ่อและแม่ที่กำลังร่ำไห้
       มุนินทร์เกาะกระจกมองเข้าไปในห้องไอซียู เห็นหมอบีและพยาบาลกำลังพยายามช่วยชีวิตมุจจา มุนินทร์หน้าซีดเผือดหันมามองพ่อแม่ บนเก้าอี้รอพิณคร่ำครวญตีอกชกตัว แปลกสงบกว่าโอบไว้แต่ดวงตาก็รวดร้าว
       ประตูเปิดออก หมอบีดึงมาสก์ออกจากหน้าซีดเผือดน้ำตาคลอ
       “นิน เราเสียใจ ตา ตาจากเราไปแล้ว”
       พิณร้องวี๊ดออกมาอีก แปลกประคองไว้ มุนินทร์ดวงตาเบิกกว้าง ไม่เข้าใจ เสียใจ ผิดหวัง และเริ่มโทษตนเอง
       “ไม่จริง ไม่จริง ตาต้องอยู่ ตาต้องไม่ตาย”
       
       มุนินทร์มีแววปลงเศร้าแต่ไม่ได้คั่งแค้นแล้ว ลูกศรยื่นมือมาบีบมือ
       “ยิ่งไปกว่านั้น หมอบีบอกว่าตาท้องได้ 12 สัปดาห์แล้ว”
       ลูกศรเพิ่งรู้หน้าเผือดลงไปอีก
       
       เหตุการณ์เมื่อสามเดือนก่อน แปลกและพิณใส่ชุดดำนั่งหน้าเศร้าอยู่ที่โซฟาตรงหน้ามีพวกถังสังฆทาน ทั้งคู่มองไปแล้วตกตะลึงพรึงเพริด เมื่อเห็นมุนินทร์ใส่ชุดของมุตตาเป็นผ้าบางพลิ้วสีม่วง ดวงตาแข็งกระด้างกว่า ผมเป็นคลื่นกว่าก้าวมา
       “ตา”
       “หนูเองค่ะพ่อ”
       “คุณพระช่วย”
       “หนูสองคนทำไมเหมือนกันขนาดนี้”
       “หนูเอาชุดตามาใส่น่ะค่ะ”
       “แต่ก่อน แต่ก่อน ทำไมไม่เหมือนกันเลย แต่ตอนนี้เหมือนกันเหลือเกิน โธ่เอ๋ย ลูกแม่ ยายตา นินน่าจะกลับมาเร็วกว่านี้ จะได้ช่วยดูแลน้อง มันไปเสียรู้คนที่กองนั่น ตรงกับที่หมอดูเขาทำนายเอาไว้จริงๆ”
       มุนินทร์เกิดความคิดบางอย่าง แววตาอาฆาตฉายขึ้น
       
       ลูกศรถอนใจกับเรื่องราวที่ได้รับรู้
       “เธอก็เลยเกิดความคิดที่จะมาสืบหาสาเหตุการตายของตา และก็เลยเถิดไปเป็นการจองล้างจองผลาญ”
       “ตากับฉันคงทำกรรมร่วมกันมา ถึงพลาดจากสิ่งที่เรารักทั้งคู่”
       “นิน กรรมของใครก็ของคนนั้น ฉันเคยถามเธอว่าเธอเชื่อในกฎแห่งกรรม เรื่องการเวียนว่ายตายเกิดไหม”
       “เธอจะบอกว่ามันเป็นเรื่องเดียวกันหรือ”
       “ใช่ เพราะกฎแห่งกรรมมันส่งผลข้ามภพข้ามชาติ ฉันทำเธอ เธอทำฉันอยู่นี่เอง”
       “แปลว่าตาอาจจะเคยทำร้ายสองผัวเมียนี่มาอย่างสาหัสก็ได้ ในชาติก่อนหรือ”
       “อาจจะใช่ หรืออาจจะไม่ใช่ก็ได้ เธอรู้ไหมในทางพุทธศาสนาไม่มีคำว่าเหตุบังเอิญ ไม่มีคำว่าชีวิตไม่มีความยุติธรรม เพราะกฎแห่งกรรมยุติธรรมเสมอ”
       “การยุติบาปเวรจึงคือการปล่อยวางและอโหสิกรรมใช่ไหมศร”
       “โอเค เธอไม่โง่แล้ว”
       มุนินทร์มองดูลูกศรอย่างทึ่ง ซาบซึ้ง
       “เธอรู้เรื่องพวกนี้ได้ยังไง”
       “ถึงฉันจะเปรี้ยวซ่า ครอบครัวฉันก็เป็นชาวพุทธที่ไม่ใช่แค่เปลือก แต่เป็นผู้เข้าถึงแก่นธรรมแท้ๆ นะจ๊ะ”
       มุนินทร์ยิ้มชื่นชม
       
       วันต่อมาที่กระทรวง เจนภพนั่งจิบกาแฟเงียบๆ อยู่ มีร่างในชุดบางใสเห็นเนื้อวับแวมมายืนตรงหน้า
       “ผ.อ.คะ เย็นนี้เราสองคนจะไปไหนกันดีคะ”
       “เย็นนี้น่ะหรือ ต่างคนก็ต่างแยกย้ายกันกลับบ้านไง คุณนกเรื่องวันนั้นมันเป็นอุบัติเหตุ คุณแต่งตัวเหมือนตา แล้วผมก็เมามาก เมาขนาดนั้นได้ยังไงก็ไม่รู้ แล้ว...”
       “แล้วยังไงหรือคะ”
       “ผมคิดว่าเราไม่ควรสานต่อเรื่องอะไรอีก”
       รัชนกพลันสลดลงเหมือนสาวน้อยอกหักครั้งแรก น้ำตาหยาดหยด
       “ผ.อ.รักแต่พี่ตาคนเดียวหรือคะ แล้ว แล้ว นก”
       “คุณนก นี่อย่าบอกนะว่าคุณรักผม”
       “นกรักผ.อ.ค่ะ รักที่สุด รักแต่แรกเห็น”
       รัชนกดูน่าสงสาร เจนภพลุกขึ้นซับน้ำตาปลอบใจ รัชนกมองหน้าแล้วโผเข้ากอดจูบเจนภพ เจนภพจูบตอบแล้วก็ชะงัก พยายามผละออกแต่รัชนกคลอเคลีย
       “คุณนก พอเถอะฮะ ผมรู้ใจตัวเองแล้ว ผมรักผู้หญิงได้แค่เพียงสองคน คนแรกคือนภา คนที่สองคือมุตตา ไม่มีที่เหลือให้คนที่สาม ที่สี่อีกต่อไปแล้ว”
       แจงจิต อรพิม ทิพอาภาโผล่มาเห็นทั้งสองเข้า แจงจิตอ้าปากค้าง อรพิมตาเหลือก ทิพอาภาเซซวน รัชนกพลันตบหน้าเจนภพฉาด น้ำตาสั่งได้ไหลพรูออกมา
       “ผ.อ. ทำไมทำกับนกอย่างนี้คะ”
       รัชนกวิ่งเซซังออกไป เจนภพยืนนิ่งแล้วก็ออกไปโดยไม่มองหน้าใคร
       “โธ่เอ๋ย เอาอีกแล้วหรือนี่ มาเริ่มกับยายรัชนกอีกแล้ว”
       “หนูนกมีแต่คนคอยปล้ำ”
       “อุ๊ย รู้ได้ยังไงว่าผ.อ.ปล้ำ นังนี่อาจจะปล้ำผ.อ.ก็ได้ แค่ฉันมองตาก็รู้แล้วว่า นังนี่ มัน อีด-อก” อรพิมบอก
       “ภาษาอะไรของหล่อนยะ อีด-อก”
       “ก็ลองเขียนดูซีคะ”
       แจงจิตและทิพอาภาชูนิ้วกรีดเขียนในอากาศ คล้ายฝึกพลังดรรชนีเจ็ดชีพจร แล้วชะงักมองหน้ากันอุทาน
       
       “ว้าย อีด-อก”

1 | 2 | 3 | 4
หน้าถัดไป
ข่าวล่าสุด ในหมวด
แรงเงา ตอนที่ 18 จบบริบูรณ์
แรงเงา ตอนที่ 17
แรงเงา ตอนที่ 16
แรงเงา ตอนที่ 15
แรงเงา ตอนที่ 14
เครื่องมือจัดการเว็บ
ส่งบทความนี้ต่อ
พิมพ์หน้านี้
ข่าวที่มีผู้ส่งมากที่สุด
แสดงผลหน้าเดียว
จำนวนคนโหวต 68 คน
คุณเห็นด้วยกับข่าว/บทความนี้หรือไม่
เห็นด้วย ไม่เห็นด้วย
เห็นด้วย 66 คน
98 %
ไม่เห็นด้วย 2 คน
2 %
คุณสามารถแสดงความคิดเห็นผ่านบัญชีของเฟซบุกได้แล้ววันนี้ กดที่ปุ่มด้านล่างนี้เลย!

 
หนังสือพิมพ์: ASTV ผู้จัดการออนไลน์ | ASTV ผู้จัดการรายวัน | นิตยสารผู้จัดการ 360° | Positioning | ASTV News1
มุม: การเมือง | อาชญากรรม | คุณภาพชีวิต | ภูมิภาค | ต่างประเทศ | มุมจีน | ธุรกิจ | หุ้น | SMEs | Motoring
CyberBiz | วิทยาศาสตร์ | เกม | กีฬา | บันเทิง | Life on Campus | Celeb Online | ท่องเที่ยว | ธรรมะกับชีวิต | Multimedia
เว็บ: Asia Times | บุรพัฒน์ คอมมิคส์ | Mars Magazine | ทะเลไทย | คุยกับเว็บมาสเตอร์ | โฆษณาบนเว็บ
All site contents copyright ©1999-2015