หน้าแรกผู้จัดการ Online | หน้าแรกละครออนไลน์ | ละครออนไลน์
ละครออนไลน์ คุณสามี (กำมะลอ) ที่รัก

คุณสามี (กำมะลอ) ที่รัก ตอนที่ 6

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 10 ธันวาคม 2555 07:27 น.
1 | 2 | 3 | 4
หน้าถัดไป
คุณสามี (กำมะลอ) ที่รัก ตอนที่ 6
       คุณสามี(กำมะลอ)ที่รัก ตอนที่ 6
       
       พิมภาพาตรีวิญเดินไปในโรงงานเห็นการทำงานของห้องต่างๆ แต่พิมพาพาตรีวิญเดินผ่านไป ตรีวิญแสดงอาการแปลกใจ
        
       
       “ฉันคิดว่าคุณตรีวิญคงทราบข้อมูลเกี่ยวกับสายการผลิตที่ได้มาตรฐานสากลของNaree เป็นอย่างดีอยู่แล้ว”
       พิมภามั่นใจกับสิ่งที่กำลังจะนำเสนอ ตรีวิญมองหน้าพิมภาอย่างสนใจว่าพิมภาจะมีอะไรนำเสนอ
       “ครับ ผมอยากรู้เรื่องการรักษาปัญหาผิวด้วยแนวแพทย์แบบสมุทัย ที่ Naree นำมาใช้”
       พิมภามองตรีวิญอย่างชื่นชมเหมือนคิดไม่ผิดเลยว่าตรีวิญต้องรู้เรื่องนี้อยู่แล้ว
       “พิมนึกอยู่แล้วว่าคุณตรีวิญน่าจะสนใจเรื่องนี้ นักวิชาการของเราพร้อมอยู่แล้วค่ะ”
       พิมภาเดินนำทางตรีวิญไป ตรีวิญมองตามพิมภาด้วยสายตาสนใจ
       
       พิมภาพาตรีวิญเข้ามาในห้องประชุมที่มีนักวิชาการของบริษัทนั่งรออยู่แล้ว
       “นี่คือนักวิชาการด้านสมุทัยเวชศาสตร์ของเราค่ะ หรือ Functional Medicine...นี่คุณตรีวิญ Marketing Manager คนใหม่ของเราค่ะ”
       ตรีวิญทักทายนักวิชาการของนารี อย่างสุภาพ
       “เท่าที่ผมทราบ สมุทัยเวชศาสตร์คือการย้อนกระบวนการที่ทำให้ร่างกายเสียสมดุลจนเกิดเป็นโรคเรื้อรัง”
       “ใช่ค่ะ เป็นการเข้าให้ถึงต้นเหตุของอาการป่วย เราต้องแยกระหว่างการบำรุงและการรักษานะคะ ผิวที่ป่วย บำรุงยังไงก็ไม่สวยสมบูรณ์แบบ เราต้องทำให้ผิวหายป่วยก่อนค่ะ”
       ตรีวิญพึงพอใจกับคำตอบของพิมภาแต่เก็บอาการไว้พองาม
       “ว่าต่อไปสิครับ”
       “เราทดลองใช้หลักการเดียวกันเข้าให้ถึงปัญหาของผิวค่ะ ซึ่งถ้าประสบความสำเร็จ เราจะนำมาใช้กับเครื่องสำอางอื่นๆ ของ Naree ด้วย”
       พิมภาร่วมกับนักวิชาการอธิบายถึงรายละเอียดต่างๆ อย่างคล่องแคล่ว
       พิมภานำภาพขั้นตอนการทดสอบกับอาสาสมัครเปิดให้ตรีวิญดูด้วยไอแพท
       พิมภาช่วยนักวิชาการอธิบายตรีวิญเป็นระยะๆ
       ตรีวิญพึงพอใจกับการทดลองที่นักวิชาการแสดงให้ดู
       ตรีวิญมองพิมภาอย่างชื่นชมในใจ
       
       ส่วนที่บริษัทนารี ซูซี่เอียงซ้าย เอียงขวา โชว์เหนียงให้สาวๆ ใหญ่รุมดูอย่างตื่นเต้น
       “เป็นไง เป๊ะเวอร์ ใช่มะ”
       “มาก”
       “ถามตรงๆ เลยนะเจ๊”
       สาวใหญ่จับหน้าซูซี่หมุนซ้ายหมุนขวา
       “เจ๊เอาเหนียงไปซ่อนไว้ที่ไหน บอกมานะ”
       “มันเป็นศิลปะบนใบหน้า หลักการง่ายๆ แค่ซ่อนริ้วรอยไว้อย่าให้ใครหาเจอ ขอต้อนรับสู่ยุคของการร้อยไหม”
       “ร้อยไหม”
       “เจ็บมั๊ยอะเจ๊”
       “เจ็บก็ทน ช้ำก็ต้องทน เคยได้ยินมั้ย เพราะว่ามันคุ้มกับความเป๊ะเวอร์”
       ลัลนาที่ยืนฟังอยู่นานทนไม่ไหว
       “เป๊ะเท่าลัลได้มะ” ลัลนาจับหน้าซูซี่ดู “หน้าตึง มือเหี่ยว คอย่น แถมแขนยังมีผังผืด” ลัลนาจับแขนซูซี่โบกไปมาเพื่อให้เห็นท้องแขนที่โบกสะบัดได้ “แล้วหน้าจะตึงไปเพื่อ...” ลัลนาหันมาเหวี่ยงบรรดาสาวใหญ่ “อยากร้อยกันนักใช่มั้ยคะ มาค่ะ ต่อแถวมาเลยลัลร้อยให้รับรองเก็บริมเม้มขอบให้อย่างดีเอามั๊ยค่ะ แล้วจะได้ปล่อยพี่ซูซี่ไปทำงานซะที”
       บรรดาสาวใหญ่เห็นลัลนาเริ่มของขึ้น จึงค่อยๆ ถอยตัวเอาตัวรอดไป ลัลนาหันมาหาซูซี่ ซูซี่หน้าจ๋อย
       “พี่ซูซี่ค้า ตอนนี้เราต้องรีบจัดการไอ้ตัวการที่มันทำลายชื่อเสียงของบริษัทของเรานะคะ”
       “พี่รู้ค่ะแต่พี่จัดการอะไรไม่ได้เต็มที่ถ้าหน้าพี่มีรอยเหี่ยวย่นนี่ค้า”
       “ก็เลยเอาเวลางานไปร้อยไหมดึงหน้า แถมยังกล้ามาอวดชาวบ้านเค้าอีก เอ๊ะนั่น” ลัลนาจับหน้าซูซี่มาดู “หมอลืมเก็บริมด้ายนี่ค่ะ”
       “ว้าย ตายจริง”
       ซูซี่ตกใจนึกว่าไหมโผล่จริงๆ
       
       ซูซี่ประคองหน้ามาเหมือนกับว่ากลัวหน้าจะโย้จริง
       “น้องลัลเนี่ยใจร้ายนักนะคะ หน้าพี่มีไหมแพลมจริงรึเปล่าก็ไม่รู้”
       “แพลมจริงก็ให้หมอเก็บเม้มเย็บริมให้สิคะ หมอพี่ซูซี่เก่งไม่ใช่เหรอคะ แต่ต้องหลังจากที่เสร็จงานของเราก่อน” ลัลนาพาซูซี่มาหยุดที่หน้าห้องวิจัย “ยายพิม ไม่ว่าเธอจะไปลั้นลาอยู่ที่ไหน ขอให้รู้ไว้ว่า ลัลนากำลังจะลงมือปฎิบัติการ”
       
       พิมภาเดินนำตรีวิญออกมาที่หน้าโรงงาน ตรีวิญพึงพอใจกับการนำชมโรงงานของพิมภาวันนี้
       “คุณพิมช่วยนำข้อมูลของสมุทัยเวชศาสตร์มาให้ผมศึกษาอีกทีนะครับ โครงการนี้ใครเป็นคนเริ่มเหรอครับ”
       “นักวิชาการของเรากับพิมค่ะ” ตรีวิญแปลกใจ “พิมเคยป่วยเป็นภูมิแพ้เรื้อรังค่ะ พอป่วยมากๆ ก็เริ่มมีปัญหากับการทำงาน พิมไม่อยากให้อาการป่วยมาทำให้พิมทำงานได้ไม่เต็มที่น่ะค่ะ ก็เลยลองไปหาหมอสมุทัยหาต้นเหตุที่ทำให้ป่วยเพื่อรักษาให้ตรงจุด แล้วก็เลยเกิดไอเดียว่าน่าจะนำแนวคิดมาใช้กับผลิตภัณฑ์ของเรา”
       “เป็นความคิดที่ดีมากครับคุณพิม” ตรีวิญชมด้วยน้ำเสียงชื่นชมที่ไม่มากไม่น้อยเกินไป แต่ก็มากพอที่จะทำให้พิมภาหัวใจพองโต “เที่ยงแล้ว ผมเป็นเจ้ามือมื้อกลางวันให้นะครับ เป็นการขอบคุณที่คุณพิมเป็นวิทยากรให้ผมทั้งวัน”
       “จะดีเหรอคะ” โทรศัพท์มือถือพิมภาดัง เห็นว่าเป็นฤชวีโทรเข้ามา “ขอตัวซักครู่นะคะ”
       
       พิมภาเดินแยกตัวไป ตรีวิญมองตาม

คุณสามี (กำมะลอ) ที่รัก ตอนที่ 6
        
       พิมภากดรับโทรศัพท์หงุดหงิดนิดๆ
        
       
       “คุณต้น คุณมีอะไร”
       พิมภาหันไปมองตรีวิญที่รออยู่ไกลๆ อย่างกังวล
       “คุณทานข้าวกลางวันหรือยังครับ”
       “ยัง โทรมาเพื่อถามแค่นี้เหรอ ฉันต้องมารับโทรศัพท์ฟังคำถามไม่มีสาระจากคุณ มันเสียเวลาฉัน ที่จะต้องมานั่งตอบคำถามแบบนี้”
       “แยกไม่ออกเหรอครับว่า มันไม่ใช่ประโยคคำถาม แต่มันเป็นการแสดงความเป็นห่วง”
       พิมภาชะงักไปนิดนึงที่ ฤชวีเป็นห่วง
       “คุณจะห่วงฉันเรื่องอะไร”
       “ก็วันนี้คุณได้รับ...”
       “รับ รับอะไร”
       “ช่างมันเถอะครับรู้แค่ผมเป็นห่วงก็พอ ไปทานข้าวกลางวันเถอะครับ”
       พิมภางงที่ฤชวีเลิกลาแค่นี้ เลยถือโอกาสกวนต่อ
       “แล้วไม่อยากรู้เหรอว่าฉันจะไปทานข้าวกับใคร”
       “ในละครที่ผมเขียน ถ้านางเอกถามพระเอกว่า..” ฤชวีทำเสียงเลียนแบบพิมภา “ไม่อยากรู้เหรอว่าฉันไปทานข้าวกับใคร”....แปลว่า นางเอกต้องการให้พระเอกหึงนะครับ” พิมภาอึ้งอ้าปากค้าง ชี้หน้าตัวเอง พูดแบบไม่มีเสียงแบบด่าตัวเองว่าไปชงให้เค้าย้อนทำไม “แต่ในความเป็นจริง คุณจะไปทานข้าวกับใครมันก็สิทธิ์ของคุณ เพราะผมมันก็แค่สามีกำมะลอ” พิมภาอึ้ง “แค่นี้นะครับคุณพิม”
       ฤชวีวางสาย พิมภาอึ้ง งงๆ สับสนกับตัวเอง
       “โทรมาแสดงความเป็นห่วงชั้น”พิมภายิ้ม “แล้วก็กวนประสาทชั้นด้วย”
       พิมภาโกรธ แล้วพิมภาก็หน้าเสียทรงปรับอารมณ์ตัวเองไม่ถูกว่าควรจะยิ้มปลื้มที่ฤชวีแสดงความเป็นห่วงดี หรือว่าควรจะโกรธที่ฤชวีกวนประสาทดี ตรีวิญเห็นว่าพิมภาปลีกตัวมานานแล้ว เลยเดินเข้ามาดู
       “คุณพิม เป็นอะไรรึเปล่าครับ”
       พิมภาพยายามปรับรูปหน้าให้เข้าที่
       “เปล่านิคะ”
       “ก็คุณ” ตรีวิญลังเลไม่รู้ว่าควรพูดดีมั๊ย “เดี๋ยวยิ้ม เดี๋ยวหน้าบึ้ง” พิมภาจับหน้าตัวเอง กังวลว่าทำจริงมั๊ย “คุณพิมไม่สบายรึเปล่าครับ”
       “เปล่าค่ะ”
       พิมภาหน้าแหยๆ ที่เสียหน้าต่อหน้าตรีวิญ เลยพาลนึกโกรธฤชวีตัวต้นเหตุ
       
       ฤชวีวางสายจากพิมภา เห็นว่ามิ้นท์นั่งอยู่ในห้องฟังฤชวีคุยกับพิมภาอยู่ตั้งนานแล้ว
       “พี่พิมนี่เค้าก็เฮี้ยว เปรี้ยว ซ่า ใช่ย่อยนะเนี่ย”
       “ก็เยอะอยู่”
       “แต่พี่ต้นก็เอาอยู่ และท่าทางจะชอบด้วย แบบนี้มันเข้าตำรา ยิ่งเหวี่ยงยิ่งรักนะเนี่ย” ฤชวีอมยิ้มเขินๆ “แล้วนี่นัดมิ้นท์มาดูพี่สำเร็จโทษพี่พิมแค่นี้น่ะเหรอ”
       “พี่จะให้มิ้นท์ช่วยออกแบบปกนิยายเรื่องใหม่ ส่วนคุณพิมพี่แค่โทรไปเช็กอะไรนิดหน่อย”
       “เช็กอะไรนิดหน่อย อะแน่ จะเช็กว่าหัวใจพี่ต้นที่ฝากไว้กับเค้า ยังอยู่ดีอยู่มั้ย ใช่ป่ะ”
       “มิ้นท์สนใจเป็นนักเขียนหน้าใหม่ของสำนักพิมพ์นี้มั้ย พี่จะบอกกิ่งให้”
       “ไม่ดีกว่า มิ้นท์ไม่อยากดับอนาคตพี่ต้น แล้วพี่ต้นโทรไปทำไม”
       “พี่แค่อยากเช็กว่าข้อมูลถึงมือเค้ารึยัง”
       “ข้อมูลอะไรพี่”
       “ข้อมูลที่มันจะทำให้เค้าพ้นจากความยุ่งยาก”
       ฤชวีพูดแค่นั้นไม่อธิบายอะไรเพิ่ม
       
       พิมภาเดินหงุดหงิดไม่พอใจตัวเองกลับมาหาตรีวิญ
       “นี่ฉันอ่อนแอถึงขนาดรู้สึกดีมากเวลามีใครมาบอกว่าเป็นห่วงตั้งแต่เมื่อไหร่ ไม่นะไม่ โดยเฉพาะกับนายนั่น มันเป็นแค่การแสดง”
       ตรีวิญเห็นพิมภาเดินบ่นคนเดียวก็รู้สึกแปลกใจไม่คิดว่าพิมภาที่รักษาภาพมาตลอดจะมีอาการนี้ ตรีวิญแอบอมยิ้ม แต่เก็บสีหน้า
       “ใครแสดงอะไรเหรอครับคุณพิม”
       พิมภาตกใจ
       “เปล่าค่ะ”
       “ตกลงคุณพิมสะดวกไปทานข้าวกับผมหรือเปล่าครับ”
       
       พิมภามองตรีวิญอย่างลังเล
        

คุณสามี (กำมะลอ) ที่รัก ตอนที่ 6
        
       พิมภานั่งอยู่ตรงข้ามตรีวิญในร้านอาหารแห่งหนึ่ง
        
       
       “ทานอะไรดีครับคุณพิม”
       “แล้วแต่คุณตรีวิญเลยค่ะ”
       “ขอเมนูอาหารไทยด้วยครับ” ตรีวิญหันไปบอกบริกร บริกรนำเมนูมาให้ตรีวิญ ตรีวิญสั่งอาหารไทยสองสามอย่าง “ผมขอ ต้มข่าไก่ ยำยอดมะพร้าวอ่อนกุ้งสด”
       พิมภาเก็บข้อมูลจากอาหารที่ตรีวิญสั่ง
       “ทอดมันหน่อกะลาของที่นี่ก็อร่อยนะคะ”
       “งั้น ขอทอดมันหน่อกะลาด้วยครับ เท่านี้ก่อนครับ” ตรีวิญส่งเมนูคืนให้บริกร “ที่จริงคุณพิมมีนัดอยู่แล้วรึเปล่าครับ”
       “เปล่านี่คะ อ๋อ โทรศัพท์เมื่อกี้เหรอคะ คนดูแลบ้านโทรมาน่ะค่ะ”
       “สนิทกันมากใช่มั้ยครับ”
       “ทำไมเหรอคะ” พิมภาถามอย่างแปลกใจ
       “ก็ผมเห็นคุณพิมคุยไป ยิ้มไป เหมือนเวลาที่คุยกับคนที่สนิทสนมกันมาก”
       “สนิทที่ไหนล่ะคะ กวนประสาทพิมจะตาย คุยด้วยก็เสียเวลา”
       “แต่คุณก็ยอมเสียเวลาคุยกับเค้า”
       พิมภาอึ้ง เพราะจริงอย่างที่ตรีวิญพูดทุกอย่าง
       “คุณตรีวิญช่างสังเกตจังนะคะ”
       “สังเกตเพื่อการวิเคราะห์ครับ”
       พิมภาชะงักไปนิดนึง ที่ได้ยินว่าตรีวิญบอกว่าที่จับสังเกตพิมภาเพราะต้องใช้ในการวิเคราะห์คน
       “แล้วคุณตรีวิญวิเคราะห์พิมว่าไงค่ะ”
       “คุณพิมเป็นคนรอบคอบ ใส่ใจผู้ร่วมงานดูจากที่คุณให้ข้อมูลที่ผมน่าจะสนใจอย่างตรงจุด ถึงจะดูเป็นคนเอาจริงเอาจังแต่คุณก็มีมุมสนุกสนาน ดูจากที่คุณยอมเสียเวลาคุยกับคุณดูแลบ้านที่คุณบอกว่ากวนประสาทคุณ”
       “นี่คุณใช้จิตวิทยาวิเคราะห์พิมเหรอคะ” ตรีวิญยิ้ม ไม่ตอบ “งั้น ขออนุญาตนะคะ...คุณตรีวิญมั่นใจในตัวเองสูง ดูจากที่พิมให้คุณเป็นคนสั่งอาหาร คุณก็สั่งโดยไม่ลังเล แต่ก็พร้อมเปิดรับรับข้อเสนอแนะที่ประโยชน์ เพราะคุณก็ยอมรับในสิ่งที่พิมเสนอ ที่สำคัญถึงไปอยู่เมืองนอกหลายปีแต่ก็ไม่ได้ทำให้คุณเสียความเป็นไทยไปเลย ดูจากที่คุณเลือกสั่งอาหารไทยและสุดท้าย คุณเป็นคนประมาณการและคาดการณ์ได้ดี ดูจากอาหารที่สั่งแค่พอสำหรับสองคน ไม่มาก ไม่น้อยเกินไป”
       ตรีวิญยิ้มเป็นการยอมรับการวิเคราะห์ของพิมภา
       “คนรอบคอบอย่างคุณ ไม่น่าปล่อยให้ใครมาใส่ร้ายได้”
       “ตอนที่เกิดเรื่อง พิมกำลังยุ่งกับการจัดการปัญหาส่วนตัวอยู่ค่ะ”
       “ผมเชื่อว่าคุณเป็นมืออาชีพพอที่จะรู้ว่า เราต้องแยกระหว่างงานกับเรื่องส่วนตัว” พิมภาอึ้ง “เราอยู่ในโลกของการแข่งขัน คุณก็รู้ว่าเราพลาดไม่ได้” ตรีวิญเตือนพิมภาด้วยน้ำเสียงนิ่งๆ “ทุกอย่างแก้ไขได้ครับ ใช้ความผิดพลาดครั้งนี้พัฒนาตัวเองนะครับคุณพิม”
       “ค่ะ”
       “เราเป็นทีมเดียวกันแล้ว เราจะช่วยกันแก้ปัญหานี้ครับ”
       พิมภารู้สึกอุ่นใจที่ได้ยินว่าตรีวิญจะไม่ทิ้ง
       
       กิ่งแก้วอ่านทรีทเม้นท์นิยายเล่มใหม่ของฤชวี ฤชวีรอฟังคอมเม้นต์จากกิ่งแก้ว มิ้นท์ลุ้นไปด้วย กิ่งแก้วอ่านจบแล้วก็ลุกหนีไปที่ริมหน้าต่างหันหลังให้ฤชวี
       “กิ่ง นิยายเล่มใหม่ของผมมันไม่สนุกขนาดนั้นเลยเหรอ”
       กิ่งแก้วหันหน้ามาปาดน้ำตาที่คลอๆ อยู่
       “ใครว่าล่ะ โดนมากเลยต้น กิ่งอ่านแค่ทรีทเม้นท์ยังสงสารพระเอกขนาดนี้ ถ้าต้นลงมือเขียนมาแบบเต็มๆ มีหวัง กิ่งน้ำตาแตกไปสามวันแน่”
       ฤชวีกับมิ้นท์อดขำกิ่งแก้วไม่ได้
       “กิ่งชอบผมก็ดีใจ”
       “งั้นมิ้นท์เตรียมออกแบบปกไว้ได้เลย”
       “ไม่ใช่แค่กิ่งนะที่ชอบ กิ่งเชื่อว่าผู้หญิงไม่ต่ำกว่าล้านคนต้องกดไลท์ให้กับนิยายเรื่องนี้ของต้น พระเอกที่เป็นตัวแสบในสายตานางเอก แต่ที่จริงยอมทำทุกอย่างเพื่อความสำเร็จของนางเอก แถมนางเอกไม่เคยจะชายตามอง เพราะมีชายในฝันอยู่แล้วเค้าก็เลยเป็นได้แค่”
       “สามีกำมะลอ”
       กิ่งแก้วทำหน้าทั้งซึ้งทั้งปลื้ม แต่มิ้นท์รู้ดีว่าฤชวีหมายถึงความสัมพันธ์ระหว่างฤชวีกับพิมภา
       “ต้นคิดคำนี้ได้ยังไงน่ะ มันโดนมากเลย”
       มิ้นท์พยายามจะส่งสายตาห้ามกิ่งแก้วไม่ให้ถาม แต่ว่าไม่ทัน
       “มีคนช่วยคิดน่ะ”
       กิ่งแก้วมองหน้าฤชวีที่จ๋อยไป แต่ว่าก็สายไปแล้ว ฤชวีแอบรู้สึกเจ็บๆ ที่นึกถึงคำว่าสามีกำมะลอที่พิมภาชอบเรียกฤชวีโดยที่ไม่รู้ความหมาย เสียงมือถือฤชวีดังขึ้น เห็นว่าเป็นสายของเกษมโทรเข้ามา ฤชวีปลีกตัวมารับสาย
       กิ่งแก้วยังปลื้มกับงานของฤชวี ในขณะที่มิ้นท์แอบสนใจอาการของฤชวี
       “ได้ข้อมูลแล้วใช่มั้ยคุณเกษม ขอบคุณมากครับ งั้นรีบส่งเลยนะครับ ที่สำคัญขอให้เป็นความลับที่สุด” ฤชวี
       วางสาย
       “คุณเกษมได้ข้อมูลแล้วเหรอ”
       “อืม คุณพิมจะได้เลิกกลุ้มซะที ยิ่งได้ข้อมูลคนที่คิดร้ายกับคุณพิมเร็วเท่าไหร่ คุณพิมก็จะยิ่งพ้นมลทินเร็วเท่านั้น”
       “ทุ่มเต็มที่ขนาดนี้ไม่ได้ใจให้มันรู้ไป”
       
       ฤชีวียิ้ม มิ้นท์กับกิ่งแก้วสบตากันยิ้มๆ แล้วมองฤชวีว่าเป็นเอามาก
        

คุณสามี (กำมะลอ) ที่รัก ตอนที่ 6
        
       เมื่อกลับถึงห้องทำงาน พิมภาเตรียมข้อมูลสมุทัยเวชศาสตร์ให้กับตรีวิญอย่างอารมณ์ดี นันทิกานต์แอบมองอาการพิมภาแบบเซ็งๆ
        
       
       “คุณพิมภาคะ”
       “คะ คุณนันทิกานต์”
       แต่พิมภาก็ยังไม่วางมือจากข้อมูล
       “กรุณาเก็บอาการหน่อยดีมั้ยค่ะ”
       “เก็บอาการเรื่องอะไรคะ”
       “ก็ตั้งแต่คุณพิมภากลับจากพาคุณตรีวิญไปตรวจโรงงาน คุณพิมภาก็มีอาการลั้นลาจนน่าหมั่นไส้เหลือเกินค่ะตอนเนี๊ย”
       “อ้าว ผิดด้วยเหรอคะ ที่ดิฉันมีความสุขกับการทำงาน”
       “ขออนุญาตแก้ไขให้ถูกต้องค่ะ มีความสุขกับคนที่ทำงานด้วยมากกว่า”
       “ฉลาดนะค้า สมองดีนะค้าคุณนันทิกานต์เนี่ย”
       “มันก็ยังมิสำนึก ลั้นลากับชายที่มิใช่สามี กริยาเช่นนี้ ดิฉันเห็นว่า...เสื่อมค่ะ”
       “แค่สามีกำมะลอนะค้า”
       นันทิกานต์จ้องหน้าพิมภาดุๆ
       “ไอ้พิม ช่วยกรุณานึกถึงตอนที่แกไปอ้อนวอนคุณต้นให้มาช่วยเป็นสามีของแกหน่อย แล้วแกไปเรียกเค้าแบบนั้น แบ่งสมองมาคิดซักหน่อยมั๊ยว่าเค้าจะรู้สึกยังไง”
       “จะไปรู้สึกอะไร พ่อนักเขียนนั่นเป็นคนคิดคำนี้ขึ้นมาเองนะ”
       “วันนึงนะพิม แกจะต้องเสียใจที่แกทำแบบนี้”
       “แกเป็นหมอดูหรือไง ถึงมาเที่ยวทำนายแบบนี้”
       “ฉันแช่ง”
       “ไอ้แนน”
       พิมภากับนันทิกานต์จะทะเลาะกันเดียเข้ามาพร้อมเอกสารปึกหนึ่งพอดี
       “พี่พิม มีเอกสารมาส่งให้ค่ะ”
       “จากไหน”
       “ไม่มีชื่อผู้ส่งค่ะ”
       เดียยื่นเอกสารให้พิมภาแล้วก็ออกไป พิมภาเปิดออกดูแล้วตกใจ นันทิกานต์ยื่นหน้ามาดูตกใจไปอีกคน
       
       ที่หน้าห้องวิจัย นิคมเดินออกมาเจอลัลนากับซูซี่ที่ยืนรออยู่ ลัลนากับซูซี่ยิ้มหวานให้นิคม
       “คุณลัลมีธุระอะไรกับผมเหรอครับ”
       “คุณนิคมค่ะ รองพื้นตัวใหม่กับแป้งวิงค์ของเรา ในฐานะนักวิจัยคุณนิคมคิดว่าเป็นยังไงบ้างคะ”
       “คือ ผมมั่นใจมากว่าคุณภาพของเราทิ้งห่างคู่แข่งแน่นอน”
       “แล้วพอจะมีทางที่คู่แข่งจะไล่ตามเราทันมั๊ยคะ”
       นิคมชักงงกับคำถามของลัลนา ซูซี่
       “ก็ถ้ามีใครเอาสินค้าตัวอย่างที่เป็นความลับบริษัทไปให้กับบริษัทคู่แข่ง ก็ไม่ยาก”
       “พวกคุณกำลังจะกล่าวหาผม”
       “ถ้าคุณยอมสารภาพ ก็แค่ไล่ออก แต่ถ้าไม่ฉันจะแจ้งความ ว่าคุณละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาของบริษัท” นิคมอึ้ง “กล้าทำลายความน่าเชื่อถือในอาชีพของตัวเอง ก็ต้องกล้ายอมรับผลที่จะเกิดนะคุณนิคม”
       ลัลนาจ้องนิคมอย่างเอาจริง แสดงความเป็นนางเสือออกมาให้ได้เห็น
       “ผมไม่เคยทำเรื่องเลวๆ ผิดจรรยาบรรณอาชีพตัวเองแบบนั้น ก่อนจะกล่าวหาใครคุณต้องมีหลักฐาน ไม่อย่างนั้นผมไม่ยอม”
       “แล้วคิดเหรอว่าฉันจะหาไม่ได้”
       “มันไม่มีแน่นอน” ลัลนาจ้องนิคม นิคมมองอย่างยืนยันความบริสุทธิ์ของตัวเอง “ถ้าไม่มีธุระแล้วผมขอตัว”
       นิคมเดินออกไป
       “น้องลัลหาหลักฐานได้แล้วจริงเหรอคะ” ซูซี่หันมาถามลัลนา
       “ถ้าจริงแล้วลัลจะมาล้วงตับนายนี่ทำไมล่ะคะ ก็พูดข่มให้แสดงพิรุธไปงั้น เพราะถ้าตัวอย่างจะหลุดได้ก็จากนิคมคนเดียว แต่นายนี่ก็ดูจะมั่นใจว่าไม่ได้ทำ”
       “แล้วเอาไงต่อค่ะ”
       “งานนี้เราควานต่อมั่วๆ ซั่วๆ ก็เหนื่อยเปล่า ต้องหาแนวร่วมค่ะ”
       “ใครคะ แนวร่วม”
       “เจ้าทุกข์โดยตรงของเรื่องนี้ไงคะ”
       
       พิมภากับลัลนายืนกอดอกดูเชิงกัน
       “ขอบอกไว้ก่อนว่าการปรองดองครั้งนี้จะเกิดขึ้นเพียงครั้งเดียว เพื่อผลประโยชน์ของบริษัท”
       “โอเคดีลตามนั้น เธอรู้ใช่ไหมว่าใครเป็นหนอน?”
       “เธอก็รู้ว่าใครจงใจเล่นงานเธอ?”
       “กางไพ่มา”
       “นายนิคมเป็นคนเอารองพื้นและแป้งตัวอย่างของเราออกไปให้กับคนนอกแน่นอน”
       พิมภาได้ยินข้อมูลจากลัลนา มั่นใจในข้อมูลของตัวเองมากขึ้น หันหน้าไปมองนันทิกานต์ นันทิกานต์รู้ว่าพิมภาให้เอาเอกสารออกมาให้ลัลนาดู
       “โอเคงั้นเธอดูนี่”
       นันทิกานต์เอาเอกสารที่เพิ่งได้มาวางบนโต๊ะ เป็นภาพของปราสินีกับนิคมนัดเจอกันและภาพปราสินีกับเบอรี่ที่นัดพูดคุยกัน
       “เป็นนายนิคมจริงๆ”
       “เธอสืบได้เก่งมาก”
       “เธอชมฉัน รู้ตัวมั้ย”
       “รู้ ฉันตั้งใจ แต่ฉันชมตามเนื้อผ้า ไม่ได้ชื่นชมอะไรนัก อย่าจริงจังมาก”
       นันทิกานต์เห็นพิมภากับลัลนาตั้งท่าจะใส่กันอีกจึงขัดขึ้นมา
       “เอาเรื่องงานของเราต่อมั้ย”
       “นั่นสิ เดี๋ยวพี่จะช่วยจำไว้ให้ว่าทะเลาะกันถึงไหนแล้ว”
       “โอเคซื้อ” พิมภากับลัลนาพูดพร้อมกัน
       “ปราสินีทำงานให้ใคร” ลัลนาถามขึ้นมา พิมภาหันมามองหน้าลัลนา
       “เธอไม่รู้เหรอว่าเมเนเจอร์คนใหม่ของบริษัทซันชายน์คือใคร”
       
       ลัลนารอฟังว่าใคร
        
       อ่านต่อเวลา 17.00น.

1 | 2 | 3 | 4
หน้าถัดไป
ข่าวล่าสุด ในหมวด
คุณสามี (กำมะลอ) ที่รัก ตอนที่ 14 จบบริบูรณ์
คุณสามี (กำมะลอ) ที่รัก ตอนที่ 13
คุณสามี (กำมะลอ) ตอนที่ 12
คุณสามี (กำมะลอ) ที่รัก ตอนที่ 11
คุณสามี (กำมะลอ) ที่รัก ตอนที่ 10
เครื่องมือจัดการเว็บ
ส่งบทความนี้ต่อ
พิมพ์หน้านี้
ข่าวที่มีผู้ส่งมากที่สุด
แสดงผลหน้าเดียว
จำนวนคนโหวต 19 คน
คุณเห็นด้วยกับข่าว/บทความนี้หรือไม่
เห็นด้วย ไม่เห็นด้วย
เห็นด้วย 19 คน
100 %
ยังไม่มีผู้ไม่เห็นด้วย
0 %
โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความคิดเห็น
1. โปรดงดเว้น การใช้คำหยาบคาย ส่อเสียด ดูหมิ่น กล่าวหาให้ร้าย สร้างความแตกแยก หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
2. ทุกความคิดเห็นไม่เกี่ยวข้องกับผู้ดำเนินการเว็บไซต์ และไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมายได้
3. ทีมงานเว็บมาสเตอร์ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
4. เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
5. ผู้ร่วมแสดงความคิดเห็นสามารถร่วมตรวจสอบข้อความที่ไม่เหมาะสมได้ โดยการกดปุ่ม "แจ้งลบ" หรือส่งอีเมลแจ้งมาที่ cs@astvmanager.com หรือ cs.astvmanager@gmail.com ซึ่งทีมงานจะทำการตรวจสอบ และลบข้อความดังกล่าวโดยเร็วที่สุด หรืออย่างช้าภายใน 3 วันทำการ
เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
แสดงความคิดเห็นเพิ่มเติม
โชว์ภาพผู้ใช้ทุกครั้งที่แสดงความเห็น เพียงเข้าสู่ระบบด้วยบัญชีของเฟซบุก กดที่ปุ่มด้านล่างนี้เลย!

ชื่อ/e-mail ของคุณ : *
 
 *
  กฎกติกาการแสดงความคิดเห็นฉบับเต็ม
 
หนังสือพิมพ์: ASTV ผู้จัดการออนไลน์ | ASTV ผู้จัดการรายวัน | นิตยสารผู้จัดการ 360° | Positioning | ASTV News1
มุม: การเมือง | อาชญากรรม | คุณภาพชีวิต | ภูมิภาค | ต่างประเทศ | มุมจีน | ธุรกิจ | หุ้น | SMEs | Motoring
CyberBiz | วิทยาศาสตร์ | เกม | กีฬา | บันเทิง | Life on Campus | Celeb Online | ท่องเที่ยว | ธรรมะกับชีวิต | Multimedia
เว็บ: Asia Times | บุรพัฒน์ คอมมิคส์ | Mars Magazine | ทะเลไทย | คุยกับเว็บมาสเตอร์ | โฆษณาบนเว็บ
All site contents copyright ©1999-2014