หน้าแรกผู้จัดการ Online | หน้าแรกละครออนไลน์ | ละครออนไลน์
ละครออนไลน์ เสือสมิง

เสือสมิง ตอนที่ 3 (จบตอน)

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์
13 ธันวาคม 2555 00:50 น.
1 | 2 | 3 | 4
หน้าถัดไป
เสือสมิง ตอนที่ 3 (จบตอน)
        เสือสมิง ตอนที่ 3
       
       เมื่อภราดรเดินผ่านม่านควัน เขาเห็นบาเยงโบ กษัตริย์ของพุกามเมื่อ 800 ปีก่อน กำลังเดินมาที่บ่อน้ำร้อนพุร้อนที่ถูกตกแต่งอย่างสวยงาม ชะเวมะรัต มเหสีรอต้อนรับพร้อมนางกำนัล
       
       “เชิญพ่ออยู่หัวเสด็จลงสรงเพคะ”
       บาเยงโบชวน....
       “เราหาได้อยากสรงน้ำคนเดียวไม่ เจ้าจงลงมาสรงด้วยเราเถิดชะเวมะรัตมเหสีข้า”
       “แต่นี่เป็นบ่อแห่งบุญญาธิการของกษัตริย์นะเพคะ หม่อมฉันหาอาจเอื้อมไม่ มันผิดกฎมณเฑียรบาล”
       ”เราเป็นกษัตริย์กฎทุกอย่างเราเป็นคนกำหนดทั้งสิ้น เจ้าอย่าได้รอช้าเลยลงมาสรงน้ำอันศักดิ์สิทธิ์ด้วยกันเถิด”
       นางสนมถอดเสื้อคลุมของชเวมะรัตออก นางลงไปสรงน้ำเคียงข้างบาเยงโบ ห่างออกไปอิระวดีมองดูอยู่กับนางสนองพระโอษฐ์คนสนิท
       “ดูสิเพคะ...พระองค์ทรงหลงนางชะเวมะรัตขนาดยอมให้สรงน้ำในบ่อบุญญาธิการด้วย ที่พระสนมจะเรียกให้สรงด้วยก็หาไม่”
       “เจ้าไม่ต้องตอกย้ำ...นังชะเวมะรัตมันต้องใช้เสน่ห์ด้วยงะดินเดบิดาจอมขมังเวทของมัน พระองค์ถึงได้ลุ่มหลงมันขนาดนี้”
       “แล้วพระสนมจะคิดการเช่นไรเพคะ”
       “เรื่องนี้เราไม่ปล่อยไว้แน่”
       อิระวดีแววตากร้าวอย่างริษยา
       
       ระรินเดินหาภราดรอย่างแปลกใจ เพราะเมื่อควันหายไป เขาก็หายไปด้วย
       “หมอคะ...หมอ...”
       ไม่มีเสียงตอบรับ ประเดิมเข้ามาถาม
       “มีอะไรหรือครับคุณระริน”
       “หมอภราดรน่ะสิ...ไม่รู้หายไปไหน”
       ประเดิมมองไปรอบๆ พลางร้องเรียก
       “หมอ..หมอครับ...”
       “ไปไหนของเขานะ”
       “ผมว่าเราลองเดินตามหาแถวๆนี้ดีกว่า”
       ระรินเห็นด้วย ทั้งคู่แยกกันตามหา
       
       บริเวณต้นไม้ใหญ่ที่สมรตาย มีศาลเตี้ยๆ ที่ผุพังตั้งไว้ไม่ห่างกันนัก แม่หมอกับกินรีนำเครื่องเส้นมาวาง
       “บูชาผีป่า ผีบรรพบุรุษซะ เอ็งจะได้ผ่อนบาปที่เอ็งได้กลืนเข้าไปจากการรักษาผู้คน” แม่หมอสั่ง
       กินรียกมือไหว้ แม่หมอกล่าวคำสรรเสริญ
       “ข้าแต่ผีป่าผีบรรพบุรุษ ละวิญญาณสัมภเวสีทั้งหลาย ข้าขอบมอบเครื่องเส้นไหว้เป็นบรรณาการต่อทุกท่านขอให้ท่านโปรดรับไปด้วยเกิด”
       ไหว้เสร็จกินรีลุกขึ้น แล้วหันมาถาม
       “ทำไมยายไม่อยากให้หมอภารดรมาที่หมู่บ้านเราจ๊ะ”
       “เอ็งคงจะคิดว่ายายใจดำ ที่ไล่เข้าไปอย่างไม่มีเยื่อใย ใช่มั้ย...ยายจำเป็นต้องทำอย่างนั้น เขาเป็นคนทำให้หน้ากากผีฟ้าตกลงมาจากใบหน้าเอ็ง ก็เท่ากับว่า เขาคือลางร้าย ที่จะมาทำลายครอบครัว เขาไม่เหมาะที่จะมาที่นี่อีก”
       “เขาอาจจะไม่ตั้งใจก็ได้นะยาย”
       “ตั้งใจ หรือไม่ตั้งใจ แต่เรื่องมันก็เกิดขึ้นมาแล้ว มันเป็นไปอย่างที่ ปูย่าตาทวดของเราทำนายเอาไว้ เขาคือบุรุษผู้จะกลับมาทำลายล้างพวกเรา”
       “แต่หนูไม่เชื่อเรื่องพวกนี้นะยาย มันจะเป็นไปได้อย่างไร เรื่องคำ ทำนาย เรื่องโชคลางพวกนี้ หนูดูแล้วรู้สึกว่าเขาก็เป็นคนดีคนหนึ่ง ไม่ได้ชั่วร้ายอะไร เขาอยากช่วยพวกเราด้วยซ้ำ”
       “ถ้าเอ็งไม่เชื่อเรื่องพวกนี้ แล้วทำไมเอ็งถึงรับเป็นร่างทรงเจ้าแม่หน้าทองล่ะ เอ็งก็รู้อยู่กี่ใจนี่ว่า เวลาเจ้าแม่เข้ามาสิงร่างแล้วเป็นอย่างไร ไม่อย่างนั้นเอ็งจะรักษาคนเจ็บ คนป่วยได้หรือ”
       “แต่เขา...”
       แม่หมอขัดขึ้นมาน้ำเสียงเริ่มแข็ง
       “เอ็งไม่ต้องพูดถึงเรื่องผู้ชายคนนี้อีก เราเพิ่งพบเขาไม่นาน ลืมเขาไปได้นั่นแหละดี อย่าลืมว่าชั่วชีวิตนี้ เอ็งจะรักใครไม่ได้อีก”
       “ยาย...”
       กินรีเสียใจ แม่หมอยกมือขึ้นลูบศีรษะกินรีเบาๆอย่างปลอบโยน
       “เชื่อยายเถอะ...ยายทำทุกอย่าง เพื่อปกป้องเอ็งกับน้องทั้งสองคนจริงๆ”
       กินรีพยักหน้าอย่างยอมรับ แล้วเดินกลับบ้านไปกับแม่หมอ
       
       ประเดิมกับระรินต่างตามหาภราดรมาตามชายป่า ต่างก็ช่วยกันร้องเรียก สักครู่ก็เห็นภราดรนอนหมดสติอยู่ที่โคนต้นไม้ใหญ่
       “หมอ...หมออยู่นั่น” ประเดิมร้องบอก
       ระรินเข้าไปช่วยปฐมพยาบาล จนภราดรฟื้น
       “ทำไมคุณหมอมานอนอยู่ตรงนี้ครับ” ประเดิมถามอย่างเป็นห่วง
       “มีใครมาทำร้ายหรือเปล่า” ระรินกังวลเช่นกัน
       “ไม่รู้สิ อยู่ดีๆผมก็วูบไปแล้ว..เอ่อ..ฝัน....” ภราดรยังงงๆ
       “ฝันหรือ...แสดงว่าหมอคงง่วงนอนจัดเลยสิคะ..หอมฝันว่าอะไรหรือ..ฝันเห็นงูหรือเปล่า..เขาว่าจะเจอเนื้อคู่นะ”
       ระรินพูดเล่นเข้าข้างตัวเอง ประเดิมแกล้งแหย่
       “แต่ถ้าฝันเห็นแรดล่ะก็...เขาว่าต้องไปสะเดาะเคราะห์ 9 วัดเลยนะ”
       ระรินทำตาเขียวใส่ประเดิม ภราดรยังงงอยู่กับความฝัน เพราะมันเหมือนจริงมาก
       
       สมรักษ์นอนหลับอยู่ ขณะที่หินกับแก้วนั่งหลับอยู่ใกล้ๆ เมื่อจงใจผลักประตูเข้ามาทั้งสองก็ผวาตื่นขึ้นมาทันที จงใจเห็นร่างสมรักษ์บางส่วนถูกพันผ้าก๊อตเอาไว้ จนขาวโพลนเหมือนมัมมี่ ก็หัวเราะออกมาอย่างขำๆ
       “ใครทำแผลให้เขาน่ะ”
       หินกับแก้วจะยกมือ แต่รู้สึกเอะใจในสีหน้าของคนถาม ก็เลยลังเล ทั้งสองคนกึ่งยกมือและไม่อยากยก เพราะกลัวถูกล้อเลยหันไปมองตากันปริบๆ
       “อ้าว...ทีนี้ทำดี แต่ไม่มีใครยอมรับแฮะ”
       หินกับแก้วสบตากันอีกที แล้วคราวนี้ต่างคนต่างชิงกันยกมือ
       “นั่น....ว่าแล้ว...”
       เสียงหัวเราะของจงใจสะกิดให้สมรักษ์รู้สึกตัว ชายหนุ่มลืมตาขึ้นอย่างงง พยายามจะลุกขึ้น แต่ไม่ไหว เพราะขัดยอกไปทั้งตัว
       “โอย...”
       จงใจรีบบอก
       
       “แก้วกับหินกลับไปก่อนเดี๋ยวใครจะสงสัย ทางนี้พี่จัดการเอง”

เสือสมิง ตอนที่ 3 (จบตอน)
        แก้วกับหินออกไป สมรักษ์ยังไม่ทันเห็น จงใจกดไหล่เขาเอาไว้ด้วยความห่วงใย
       
       “อย่าเพิ่งลุกขึ้นสิคุณ สลบไปตั้งนาน ฟื้นมาใหม่ๆมันจะมึนหัว”
       สมรักษ์นอนลงอย่างว่าง่าย มองดูจงใจที่กำลังมองตนอยู่อย่างมึนงง
       “ผมอยู่ที่ไหนนี่”
       “เอ่อ...คุณอยู่ที่หมู่บ้านกะเหรี่ยงน่ะ” จงใจตอบเลี่ยงๆ
       สมรักษ์พยักหน้ารับรู้ พลางถอนหายใจยาว มองดูสภาพร่างกายของตนเองแล้วตกใจ ชายหนุ่มเอื้อมมือคลำไปตามร่างกาย
       “คุณไม่เป็นอะไรมากนักหรอก แต่คนของฉันทำแผลไม่ค่อยเก่ง”
       “ขอบคุณครับที่ช่วยผมไว้”
       “ไม่เป็นไรค่ะ ไม่ต้องขอบคุณหรอก ถ้าใครเจอคุณในสภาพนั้นก็คงต้องช่วยเหมือนกันนั่นแหละ”
       “สภาพไหน”
       “คุณสลบอยู่ที่ริมลำธาร เลือดเต็มตัวไปหมด”
       “ผมโดนเสือทำร้าย จนพลัดตกลงไปในห้วย ไม่คิดว่าจะโดนน้ำพัดมาถึงที่นี่”
       พูดจบแล้วนึกขึ้นได้ สมรักษ์รีบคลำไปที่เอวของตนเอง พบว่าซองปืนว่างเปล่า
       “ปืนผม...”
       “เราไม่เจออะไรเลย นอกจากตัวคุณที่นอนสลบอยู่ริมห้วย ก็ช่วยกันหามมาไว้ที่นี่....หิวไหม”
       สมรักษ์พยักหน้าอย่างเกรงใจ จงใจหยิบเอาย่ามที่สะพายไหล่ขึ้นมา ล้วงเอาห่อข้าวกับปลาแห้งออกมายื่นให้
       “หวังว่าคุณคงจะกินได้”
       สมรักษ์ยิ้มให้จงใจอย่างขอบคุณ พยายามจะลุกขึ้นนั่ง แต่ไม่ไหว ร้องโอยจนต้องล้มตัวลงไปนอนเหมือนเก่า
       “อย่าพยายามลุกเลยค่ะ”
       “ผมแค่จะลุกขึ้นกินข้าวที่คุณเอามาให้....รบกวนเอาข้าววางไว้ตรงนั้นก่อนก็ได้ รอให้ผมมีแรง หายปวดก่อน เดี่ยวผมกินเอง”
       “กว่าคุณจะหายคง อดตายก่อนพอดี...มาฉันป้อนให้ก็ได้”
       จงใจหยิบเข้าเหนียวในห่อใบตองขึ้นมา แกะปลาแห้ง ติดข้าวเหนียวในมือแล้วยื่นส่งให้โดยไม่กล้ามองสบตาเขา มือจึงยื่นไปที่หู สมรักษ์ขำๆ
       “เอ่อ...คุณครับ ผมไม่ได้ใช้หูกินข้าวนะครับ ผมใช้ปาก...”
       จงใจหันไปดูพบว่าตนเองยื่นข้าวไปที่ใบหูของสมรักษ์แทนที่จะยื่นเข้าปาก ก็ยิ้มอายๆ ส่งเข้าปากเขาไป พลางบ่นพึมพำ
       “ปากมัวแต่พูด ใช้หูกินก็ดีแล้ว”
       สมรักษ์หัวเราะขำ พลางมองดูจงใจอย่างรู้สึกชอบ
       “คุณนี่ดูเหมือนจะดุ แต่ก็น่ารักดีนะครับ”
       จงใจหันมาทำตาขวางใส่กลบเกลื่อนความอาย
       “จะกินข้าวหรือจะพูด”
       “กินข้าวสิครับ สวยๆอย่างนี้ไม่น่าจะดุมากมายเลย...”
       จงใจปั้นข้าวเหนียว กับปลาแห้ง ใส่ยัดเข้าปากสมรักษ์เป็นการปิดปาก เขารีบกินเข้าไป แต่จงใจก็ปั้นก้อนใหม่ยื่นยัดใส่ปากจนกินแทบไม่ทัน
       “ช้าๆหน่อยสิคุณ จะฆ่าผมให้ตายหรือไง”
       จงใจชะงักมือ แต่ทำตาแข็งใส่ เพราะไม่อยากให้เขารู้ว่าเขินมากที่อยู่ใกล้ๆเขา
       “คนสวยๆไม่น่าใจร้ายนะ...”
       จงใจมองดูเขาอย่างตรงๆ แล้วถอนหายใจออกมา เพราะรู้ว่าเขาแกล้งแหย่
       “จะแหย่ชั้นไปถึงไหนนี่ เดี่ยวก็ให้กินเองซะเลยนี่”
       สมรักษ์ยิ้ม
       “ไม่แหย่ล่ะ ไหนป้อนมาสิ จะกินล่ะ อ้า...”
       สมรักษ์แกล้งอ้าปาก แต่จงใจไวกว่า รีบยัดก้อนข้าวเหนียวเข้าใส่ปากเขาทันที จนชายหนุ่มร้องลั่น และหญิงสาวก็หัวเราะชอบใจที่เอาคืนเขาได้ ด้านนอกแก้วแอบมองสมรักษ์ผ่านช่องประตูเข้าไปหินสะกิด
       “ไปเถอะพี่”
       แก้วกับหินเดินจากไป
       
       จ่าชิตสั่งให้ตำรวจลูกน้องเก็บข้าวของขึ้นรถ โดยมีผู้ใหญ่สนและเสนยืนดูอยู่ใกล้ๆ
       “จ่าว่าหมวดสมรักษ์ยังมีชีวิตอยู่ไหม” ผู้ใหญ่สนถาม
       “ผมมั่นใจว่าหมวดยังไม่ตาย”
       เสนร้องเพ้อขึ้นมา
       “ ตำรวจตายแล้ว...ตำรวจตายแล้ว...”
       ผู้ใหญ่สนปราม
       “เสน พูดอะไรอย่างนั้นละลูก”
       “ตำรวจโดนเสือกัดตาย แม่หนูโดนเสือกัดตาย ทุกคนตายแล้ว...”
       จ่าชิตยังคงมั่นใจ
       “อย่าไปถือสาเสนเลยผู้ใหญ่”
       ผู้ใหญ่สนดึงลูกชายมากอดไว้ มองลูกอย่างเห็นใจ
       “ผมจะต้องตามล่าไอ้เสือตัวนี้ให้ได้”
       “ยังไงๆ ผู้ใหญ่ก็อย่าเพิ่งผลีผลามละกัน ประสานงานกับเจ้าหน้าที่เขาด้วยล่ะ เสือตัวนี้มันทำร้ายคนไปแล้วสองคน มันไม่ใช่เสือธรรมดา แต่ว่ามันเป็นเสือกินคน ที่อาจจะฉลาดกว่าเสือตัวอื่นๆ”
       “มันจะใช่เสือสมิงอย่างที่พม่าอองไชยพูดหรือเปล่า”
       จ่าชิตรู้สึกขนลุกซู่ ในใจหวั่น
       “ผมภาวนาอย่าให้เป็นอย่างนั้น....เอาเถอะเรื่องนั้นค่อยคิด แต่ตอนนี้ผมจะไปขอกำลังในเมืองช่วยกันออกติดตามหมวดก่อน”
       ผู้ใหญ่พยักหน้าเห็นด้วย
       
       พะอูนั่งอยู่บนก้อนหินใต้ต้นไม้ใหญ่ ใช้เท้ากระทุ้งน้ำแรงๆอย่างไม่พอใจ ใบหน้าที่อัปลักษณ์ของเด็กชายวัยสิบสี่ปีมีแววตาที่ดุดัน จนไม่เหมือนพะอู ผู้อ่อนโยนเวลาที่อยู่ต่อหน้าผู้คน เสียงกิ่งไม้หักดังกร๊อบ พะอูหันขวับกลับไปมอง พบมะค่ากำลังยืนยิ้มเผล่อยู่บนตลิ่ง
       “นั่นแน่...มาหลบอยู่ที่นี่เอง”
       มะค่าก้าวกระโดดมาบนก้อนหินอย่างคล่องแคล่วว่องไว สีหน้าของพะอูเปลี่ยนจากเจ้าอารมณ์เมื่อครู่นี้ เป็นยิ้มแย้มขึ้นมาทันที
       “ออกมาไม่ชวนกันเลย กำลังคิดอะไรอยู่เหรอ”
       พะอูส่ายหน้าปฏิเสธ
       “ไม่เชื่อหรอก ไม่อย่างนั้นพะอูก็ชวนเราแล้วสิ”
       พะอูหยุดยิ้มเมื่อนึกถึงภราดร แล้วทำสัญญาณมือบอก มะค่าพูดตาม...
       “พะอูไม่ชอบหมอคนนั้น ที่มาหมู่บ้านเรา...เขาเป็นคนไม่ดี...เขาทำหน้ากากตก...หมู่บ้านเราจะวิบัติ”
       พะอูพยักหน้ารับ
       “แล้วพะอูรู้ได้ไงว่าเขาเป็นคนไม่ดี เขาเป็นหมอรักษาคน หมอทุกคนต้องเป็นคนดีสิ”
       พะอูร้องโวยวาย เสียงดังอืออา สีหน้าเปลี่ยนไป ขณะที่ส่ายหน้าไปมาอย่างไม่พอใจ เพื่อเป็นการคัดค้านความคิดของมะค่า
       “อะไรนะ...พะอูเคยเห็นเขามาก่อน”
       พะอูทำสัญญาณมืออธิบายให้ดู
       “พะอูเคยเจอหมอเขาเมื่อไหร่ เขาเพิ่งจะมาหมู่บ้านของเรานี่”
       พะอูส่ายหน้า พลางส่งเสียงอืออา คล้ายกับว่า บอกไม่ถูก แต่พยายามชี้ไปที่หน้าอกของตัวเอง
       “อยู่ในใจอะไร หมายถึงพะอูรู้ด้วยใจอย่างนั้นหรือ”
       พะอูรีบพยักหน้า มะค่าถอนหายใจยาวๆ พลางดูพะอูอย่างเวทนา
       “พะอู กลัวเขาจะมาพาพี่กินรีไป...ไม่หรอก...พี่กินรีจะไม่ทิ้งพวกเราไปเด็ดขาด มะค่าก็เหมือนกัน มะค่าจะอยู่ที่นี่กับพะอูเป็นเพื่อนพะอูตลอดไป”
       พะอูแสดงให้เห็นว่าใบหน้าเขาอัปลักษณ์ มะค่าร้องไห้ออกมาอย่างสงสาร
       “ไม่หรอก...ความอัปลักษณ์มันแค่ภายนอก แต่ภายในจิตใจพะอูเป็นคนดี”
       พะอูยื่นมือมาปาดน้ำตาที่หน้าของมะค่า พร้อมกับส่ายหน้าช้าๆ ส่งเสียงอืออาอย่างปลอบประโลม มะค่ายิ้มออกมาทั้งๆที่น้ำตายังรื้นอยู่ คว้ามือของพะอูขึ้นมา
       “เรากลับหมู่บ้านกันเถอะ มันจะค่ำแล้ว”
       
       พะอูยิ้มได้ ทั้งสองพากันกลับไป

เสือสมิง ตอนที่ 3 (จบตอน)
        กินรีนั่งเหม่ออกไปข้างนอกอย่างเลื่อนลอย ใกล้ๆกันนั้น แม่หมอนั่งมวนใบพลูกับหมาก สายตาจับจ้องมองดูกริยาของหลานสาวด้วยความเป็นห่วง
       
       พะอูและมะค่ามาถึง เห็นท่าทางของกินรีก็ชะงัก
       “เกิดอะไรขึ้น”
       มะค่าสงสัย
       พะอูส่ายหน้า สายตามองดูพี่สาวอย่างไม่เข้าใจ ในท่าทีที่เปลี่ยนไป แม่หมอมองเห็นทั้งสองคนหยุดยืนอยู่ตรงนั้นก็ร้องถาม
       “อ้าว....จะยืนอยู่ตรงนั้นอีกนานมั้ย”
       “จ๊ะๆ”
       มะค่ากับพะอู เดินไปนั่งใกล้ๆกับแม่หมอ
       “เกิดอะไรขึ้นหรือยาย ทำไมพี่กินรี ท่าทางแปลกๆ” มะค่าสงสัย
       “สนใจเรื่องคนอื่นทำไม ว่าแต่พวกเอ็งไปทำอะไรกันที่ไหน ถึงได้กลับบ้านเอาป่านนี้ แล้วเอ็ง อีมะค่า ไม่รู้จักเข้าบ้าน เข้าช่อง เดี่ยวพ่อแม่เอ็งก็ฟาดหลังลายหรอก”
       มะค่างอนๆ
       “ข้ากลับเรือนก็ได้ แล้วเจอกันนะพะอู”
       มะค่าเดินลงจากเรือนไปอย่างขัดใจ แม่หมอหันมาทางพะอู มองดูสารรูปมอมแมมของหลานชายแล้วส่ายหน้า
       “ไปซนที่ไหนมาละเอ็ง มอมแมมเชียว”
       พะอูทำสัญญาณมือบอกยายว่าไปในป่ามา
       “ไปในป่า นี่เอ็งไม่รู้เลยหรือว่าเขากำลังตามล่าเสือกันน่ะ มันอันตรายรู้มั้ย ทำไมถึงซนอย่างนี้”
       กินรีหันมามองน้องชายอย่างเห็นใจ
       “ยายอย่าดุพะอูมันเลย มันเป็นเด็กผู้ชาย มันก็ต้องซนเป็นธรรมดา”
       “ยายไม่ดุมันไม่ได้หรอก ในป่านั่น มันมีบางสิ่งบางอย่างที่ไม่ดี ยายรู้...ยายไม่อยากให้พวกเอ็งเข้าไปเกี่ยวข้อง”
       “แต่น้องคงไม่เข้าใจหรอก”
       แม่หมอถอนใจด้วยความเป็นห่วง ในใจปิดบังอะไรไว้บางอย่าง
       “เอ็งก็ช่วยดูพะอูมันหน่อย มันพูดไม่ได้ เกิดอะไรขึ้นมา ใครก็อาจจะช่วยไม่ทัน ยายไม่อยากให้มันเจอเรื่องร้ายๆ เหมือนอดีตของมัน”
       
       ในอดีต...แม่หมอถือกระชุเดินลงไปไปตักน้ำที่ลำธาร เสียงเด็กทารกร้องไห้จ้าขึ้นมา
       “เสียงเด็กที่ไหน...”
       แม่หมอหยิบกระชุที่ใส่น้ำจนเต็มแล้วขึ้นมาถือไว้ เดินกลับขึ้นมาจากลำห้วย สายตามองหาที่มาของเสียง พลางเดินตามไปเรื่อยๆ กระทั่งได้เห็นร่างทารกน้อยนอนจมกองเลือด ดิ้นอยู่ในห่อผ้า
       “คุณพระช่วย !”
       แม่หมอทิ้งกระชุที่ในมือ น้ำหกกระจาย วิ่งไปที่ใต้โคนไม้ ช้อนเด็กขึ้นมาอุ้มอย่างเวทนา
       “หนูเอ้ย...ลูกใครละเนี่ย แล้วนี่พ่อแม่เอ็งอยู่ที่ไหน”
       เด็กทารกเห็นเนื้อตัวเต็มไปด้วยบาดแผล โชกชุ่มด้วยเลือดที่หลั่งไหลออกมา ที่ใบหน้านั้น มีรอยถูกทำร้าย จนแทบไม่เป็นหน้าผู้คน
       
       เด็กทารกที่แม่หมอนำมารักษาอาการบาดเจ็บ คือพะอูที่มีใบหน้าอัปลักษณ์ในวันนี้...แม่หมอนั่งมองพะอูอย่างรักใคร่....
       “ยายเลี้ยงเอ็งทั้งสองคนมาตั้งแต่เด็กๆ แม้พวกเอ็งจะไม่ใช่พี่น้องที่คลานตามกันมา แต่การที่เราได้มาเจอกันในชาตินี้ ได้ใช้ชีวิตร่วมกัน ยายว่าเป็นเพราะเรามีบุพเพกันมาตั้งแต่ชาติก่อน”
       พะอูทำมือทำไม้ว่ารักยายมาก แม่หมอลูบศีรษะเขาอย่างเมตตา
       “ยายก็รักเอ็งพะอู ชีวิตเอ็งมันน่าเวทนา ยายถึงไม่อยากให้เอ็งต้องพบกับอะไรอีก ยายจะพยายามทำทุกอย่าง เพื่อให้เอ็งสองพี่น้องได้มีชีวิตอยู่ด้วยกันอย่างมีความสุข”
       กินรีฟังแล้วแปลกใจ
       “ยายหมายถึงอะไรจ๊ะ จะเกิดอะไรขึ้นกับพะอูกับหนูอย่างนั้นหรือ”
       แม่หมอตัดสินใจที่จะไม่พูด
       “ไม่มีอะไรหรอก ยายก็พูดไปอย่างนั้นแหละ ยายแค่เป็นห่วงเอ็งทั้งสองคนเท่านั้น”
       “การที่ยาย...เอ่อ...ห้ามคุณหมอ...”
       “ยายห้ามไม่ให้หมอมาที่นี่อีก เพราะไม่อยากจะให้เกิดลางร้ายตามคำทำนาย ผู้ชายคนนั้น ไม่เหมาะกับที่นี่ เขาจะนำพาความตายมาให้คนที่นี่”
       “แต่เขาเป็นหมอนะจ๊ะยาย”
       “สำหรับคนอื่นเขาอาจเป็นหมอ แต่สำหรับเราเขาเป็นคนต้องคำสาป เหมือนกับเรา ที่ต้องชดใช้เวรกรรม ด้วยการกินบาปให้คนอื่นมาหลายชั่วอายุ”
       “ยาย...” กินรีตกใจ
       “เอาไว้สักวันหนึ่ง เอ็งจะเข้าใจ ว่าทำไมยายถึงห้ามไม่ให้เขามาที่นี่อีก”
       “ยายกลัวว่า เขาเป็นหมอ แล้วเขาก็จะมารักษาชาวบ้านแทนที่จะให้เรารักษา ยายกลัวว่า ต่อไป ชาวบ้านเขาจะไม่เชื่อเราอีกใช่มั้ย”
       แม่หมอโมโหที่กินรีพูดแบบนี้
       “กินรี.... ยายไม่คิดเลยว่าเอ็งจะกล้าพูดคำนี้กับยาย เพราะผู้ชายคนหนึ่ง”
       กินรีหน้าเสีย เพราะไม่เคยถูกยายดุมาก่อน
       “เอ็งพูดอย่างนี้ เหมือนกับดูถูกตัวเอง เหมือนกับดูถูกสิ่งที่เอ็งทำลบหลู่เจ้าแม่ เอ็งคิดว่า เขาจะรักษาคนไข้ได้เหมือนอย่างเรามั้ย เขาเป็นหมอ ยายรู้ แต่ที่เรารักษาคนไข้ เราไม่ได้ใช้ยา แต่ว่าเราใช้ตัวเราเองไปชดใช้กรรมให้พวกเขา มันต่างกัน เพราะฉะนั้น อย่าพูดถึงเรื่องนี้อีก”
       พะอูมองดูพี่สาวกับยายด้วยความสงสัยและตกใจ เพราะเกิดมาไม่เคยเห็นยายโมโหใครมาก่อน จึงสะกิดพี่สาวให้สงบคำพูด แล้วที่หน้าอกตนเอง และชี้ไปที่สมอง พลางทำสัญญาณมืออธิบาย แม่หมอพูดตาม
       “เอ็งไม่ชอบหมอ...เอ็งรู้ด้วยใจ และสัมผัสของตนเอง...ดูสิ แม้แต่น้องที่พูดไม่ได้ ไม่เคยสนใจอะไรมาก่อน มัน
       ยังรู้เลยว่า อะไรจะเกิดขึ้น ถ้าหมอคนนั้นมาที่นี่อีก”
       “ยายกลัวว่า หนูจะรักเขา แล้วทิ้งยายไป ไม่ยอมเป็นร่างทรงอีกใช่มั้ย”
       แม่หมอมองดูหลานสาวอย่างรักใคร่ สายตาที่ดุดันเมื่อครู่ลดลง
       “ไม่ใช่หรอกลูก ไม่ใช่อย่างนั้น”
       “แต่การที่ร่างทรงไปรักใคร ก็จะทำให้จิตใจไม่บริสุทธิ์อีกต่อไป ไม่สามารถรักษาใครได้อีก”
       “มันซับซ้อนมากกว่านั้น เกินกว่าที่ยายจะอธิบายได้ เอาไว้สักวัน เอ็งจะเข้าใจ ว่าทำไม ยายถึงไม่ให้หมอคนนั้น กลับมาที่หมู่บ้านนี้อีก”
       
        พะอูกับกินรี มองดูแม่หมออย่างแปลกใจ สายตาของทั้งสองคนเต็มไปด้วยคำถาม แต่แม่หมอก็ไม่ได้พูดอะไรอีก

เสือสมิง ตอนที่ 3 (จบตอน)
        สมรักษ์กินข้าวอิ่ม จงใจเอายาให้กิน พลางบอก
       
       “คุณนอนพักในนี้ก่อนนะ ห้ามออกไปไหนทั้งสิ้น”
       “ตกลงผมเป็นคนป่วยหรือผู้ต้องหาครับเนี่ย”
       “ถ้าคุณอยู่ที่นี่ คุณต้องเป็นทั้งสองอย่างนั่นแหละ”
       “เอ่อ...ผมแค่อยากจะขอบคุณ คุณพ่อ คุณแม่ของคุณ”
       จงใจบอกความจริง
       “ฉันจะพ่อและให้คนในหมู่บ้านนี้รู้ไม่ได้ว่า ฉันให้คุณหลบอยู่ที่นี่”
       “ทำไม”
       “เพื่อความปลอดภัยของคุณ...ไม่ต้องถามอะไรอีก แค่พาคุณมาฉันก็เสี่ยงมากพอแล้ว นอนซะแล้วอยู่เงียบๆ เดี๋ยวตอนเย็นฉันจะเอาข้าวมาให้....ไป..หิน...แก้ว”
       จงใจชวนหินกับแก้วออกไป สมรักษ์ได้แต่ถอนใจ เพราะไม่รู้ว่าตัวเองอยู่ที่ไหน
       
       ระริน มองภราดรอย่างเป็นห่วง ขณะที่ประเดิมขับรถกลับ
       “เป็นยังไงบ้างคะหมอ”
       “ไม่เป็นอะไรแล้วครับ...ขอบคุณนะครับที่เป็นห่วง ผมนี่แย่จริงๆทำตัวให้เป็นภาระอยู่เรื่อยเลย”
       ประเดิมรีบบอก
       “เป็นภาระที่ไหนกันครับคุณหมอ แค่คุณหมอเสียสละมาอยู่ที่นี่มันก็เป็นบุญของชาวบ้านทุกคนอยู่แล้วครับ”
       “ยกเว้นบ้านแม่หมอ ผมไม่เข้าใจว่าทำไมถึงห้ามไม่ให้ผมไปที่นั่นอีก”
       “โอ๊ยคุณหมอ...อย่าไปใส่ใจเลยค่ะ พวกมันกลัวว่าคุณหมอจะไปรักษาคนไข้แข่งกับมันสิคะ...พวกนี้น่ะมัน 18 มงกุฎทั้งนั้น พอเจอของจริงก็ต้องกลัวต้องกันท่าเป็นธรรมดาค่ะ”
       ภราดรนิ่งไม่ตอบ แต่ในใจไม่ได้คิดอย่างระรินพูด
       “วันนี้เชิญ คุณหมอทานข้าวเย็นที่บ้านระรินนะคะ...”
       “อ๋อ...ได้สิครับ..เกรงใจจังเลยที่รับปากมาตั้งหลายครั้งแล้วไม่ได้ไปสักที”
       “ไม่เป็นไรค่ะ”
       ประเดิมสอดขึ้นมา
       “ทานข้าวเสร็จ แล้วจะให้ผมไปรับไหมครับ”
       “อ้าว...ไม่ไปด้วยกันหรือ ประเดิม”
       ระรินขัดทันที
       “จะไปทำไมเกะกะเปล่าๆ เดี๋ยวทานข้าวเสร็จระรินมาส่งคุณหมอเองค่ะ”
       “นั่นสินะ...เขาไม่ได้เชิญจะไปทำมั๊ย....ตามสบายครับหมอ ผมขอผักผ่อนดีกว่า”
       ประเดิมบอกอย่างไม่ได้นึกอยากไปด้วยสักนิด
       
       เสือทศ เสือดำ เสือเข้ม และเสือชินนั่งล้อมวงอยู่ด้วยกัน...
       “ข้าไม่เข้าใจเลยว่า ทำไมพ่อเสือถึงคิดแต่จะปล้นเสี่ยรงค์ คนอื่นมีเยอะแยะไปดันไม่ไปปล้น” เสือทศพูดขึ้นอย่างสงสัย
       “ก็ในละแวกนี้เสี่ยรงค์รวยที่สุดมั้ง...ปล้นทีเดียวอยู่ไปได้เป็นสิบปี” เสือชินออกความเห็น
       เสือทศครุ่นคิด
       “ตอนแรกข้าก็คิดอย่างนั้น แต่มันก็ไม่น่าจะใช่...เหมือนกับว่ามันแค้นส่วนตัวกันมากกว่า”
       “มันจะแค้นส่วนตัวอะไรกันพี่ทศ พ่อเสือแกรู้จักเสี่ยรงค์ซะที่ไหน...ฉันว่าไอ้ชินมันพูดถูก”
       “บางทีมันอาจจะมีเรื่องราวอีกมากมายที่เราไม่รู้ก็ได้”
       เสือทศดื่มเหล้าต่ออย่างครุ่นคิด
       
       แววต้มข้าวต้มอยู่ในครัว จงใจอยู่ข้างๆมองดูข้าวต้มอย่างกังวล
       “สุกหรือยังน้าแวว”
       “หนูจงใจจะเร่งไปถึงไหน เข้าเพิ่งจะแตกเม็ด” แววแปลกใจ
       “ได้แล้วมั้ง...ป่านนี้พ่อเสือคงหิวไส้ขาดแล้ว”
       “อีกแป๊บก็จะได้แล้วล่ะ...แต่น้าไม่เข้าใจจริงๆว่าพ่อเสือนึกยังไงถึงอยากกินข้าวต้ม”
       จงใจอึกอักหาคำตอบ หินเดินเข้ามากับแก้วช่วยตอบ
       “เห็นลุงเสือบ่นว่าปวดฟันเคี้ยวอะไรไม่ค่อยได้ เลยอยากกินข้าวต้มมั้ง”
       จงใจรับมุก
       “ชะ..ใช่...พ่อเสือปวดฟันน่ะ”
       แววไม่สงสัย พอดีข้าวต้มสุก
       “เอาล่ะใช้ได้แล้ว”
       จงใจยิ้มออก
       
       เสือทศ เสือชินเสือเข้ม และเสือดำยังคงดื่มเหล้าอยู่...
       “พี่ทศ ฉันว่าถ้าเราปล้นไอ้เสี่ยรงค์มันได้นะ งานนี้พ่อเสือต้องชูพี่ขึ้นเป็นหัวหน้าแน่เลย” เสือชินยุ
       “พวกเอ็งคิดอย่างนั้นหรือวะ” เสือทศสนใจ
       “ฉันว่าจริงอย่างที่ไอ้ชินมันพูด ตอนที่เราจะแอบไปปล้นมันแล้วไอ้เข้มดันถูกลูกดอกอาบยาพิษ พ่อเสือไม่เห็นว่าอะไรพี่เลย”
       “มันก็ใช่....เออ..เดี๋ยวมา”
       เสือทศลุกเดินไปหลังบ้านจะปลดทุกข์เบา แล้วชะงักเมื่อเห็นแสงไฟจากตะเกียง ก็มองอย่างสงสัยพบจงใจถือชามข้าวและกับ เดินไปที่ยุ้งข้าวเก่า
       “จงใจ....จะไปไหนหรือจ๊ะ...แน่ะ...มีข้าวด้วย”
       
       จงใจหันมาเห็นเป็นเสือทศก็อึ้งไป

1 | 2 | 3 | 4
หน้าถัดไป
ข่าวล่าสุด ในหมวด
เสือสมิง ตอนที่ 24 จบบริบูรณ์
เสือสมิง ตอนที่ 23
เสือสมิง ตอนที่ 22
เสือสมิง ตอนที่ 21
เสือสมิง ตอนที่ 20
เครื่องมือจัดการเว็บ
ส่งบทความนี้ต่อ
พิมพ์หน้านี้
ข่าวที่มีผู้ส่งมากที่สุด
แสดงผลหน้าเดียว
จำนวนคนโหวต 3 คน
คุณเห็นด้วยกับข่าว/บทความนี้หรือไม่
เห็นด้วย ไม่เห็นด้วย
เห็นด้วย 3 คน
100 %
ยังไม่มีผู้ไม่เห็นด้วย
0 %
โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความคิดเห็น
1. โปรดงดเว้น การใช้คำหยาบคาย ส่อเสียด ดูหมิ่น กล่าวหาให้ร้าย สร้างความแตกแยก หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
2. ทุกความคิดเห็นไม่เกี่ยวข้องกับผู้ดำเนินการเว็บไซต์ และไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมายได้
3. ทีมงานเว็บมาสเตอร์ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
4. เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
5. ผู้ร่วมแสดงความคิดเห็นสามารถร่วมตรวจสอบข้อความที่ไม่เหมาะสมได้ โดยการกดปุ่ม "แจ้งลบ" หรือส่งอีเมลแจ้งมาที่ cs@astvmanager.com หรือ cs.astvmanager@gmail.com ซึ่งทีมงานจะทำการตรวจสอบ และลบข้อความดังกล่าวโดยเร็วที่สุด หรืออย่างช้าภายใน 3 วันทำการ
เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
แสดงความคิดเห็นเพิ่มเติม
โชว์ภาพผู้ใช้ทุกครั้งที่แสดงความเห็น เพียงเข้าสู่ระบบด้วยบัญชีของเฟซบุก กดที่ปุ่มด้านล่างนี้เลย!

ชื่อ/e-mail ของคุณ : *
 
 *
  กฎกติกาการแสดงความคิดเห็นฉบับเต็ม
 
หนังสือพิมพ์: ASTV ผู้จัดการออนไลน์ | ASTV ผู้จัดการรายวัน | นิตยสารผู้จัดการ 360° | Positioning | ASTV News1
มุม: การเมือง | อาชญากรรม | คุณภาพชีวิต | ภูมิภาค | ต่างประเทศ | มุมจีน | ธุรกิจ | หุ้น | SMEs | Motoring
CyberBiz | วิทยาศาสตร์ | เกม | กีฬา | บันเทิง | Life on Campus | Celeb Online | ท่องเที่ยว | ธรรมะกับชีวิต | Multimedia
เว็บ: Asia Times | บุรพัฒน์ คอมมิคส์ | Mars Magazine | ทะเลไทย | คุยกับเว็บมาสเตอร์ | โฆษณาบนเว็บ
All site contents copyright ©1999-2014