หน้าแรกผู้จัดการ Online | หน้าแรกละครออนไลน์ | ละครออนไลน์
ละครออนไลน์ ตะวันฉายในม่านเมฆ

ตะวันฉายในม่านเมฆ ตอนที่ 7

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 24 ธันวาคม 2555 18:33 น.
1 | 2 | 3 | 4
หน้าถัดไป
ตะวันฉายในม่านเมฆ ตอนที่  7
       

ตะวันฉายในม่านเมฆ ตอนที่ 7
       
       ตะวันฉายรีบเดินจ้ำออกมาจากห้องทำงาน ก่อนจะหยุดแล้วหันไปมองทางห้องทำงาน พอคิดถึงตอนที่เมฆเอาหน้ามาใกล้แล้วเธอก็รู้สึกคันแก้มขึ้นมาทันที เก่งเดินเข้ามาเห็นอาการตะวันฉายก็งงๆ
       “เป็นอะไรวะซัน”
       “ผมอ่ะไม่ได้เป็นหรอกพี่เก่ง เจ้านายพี่มากกว่า”
       เก่งตกใจ “คุณเมฆเป็นอะไร? ไม่สบายเหรอ เฮ้ย แล้วทำไมไม่รีบบอกพี่จะได้ไปประจบ ตายล่ะ ป่านนี้เป็นไงบ้างไม่รู้ ไหนๆคุณเมฆอยู่ไหน”
       เก่งวิ่งวนหาตามซอกตามมุม ตะวันฉายเดินมาดึงคอเสื้อ
       “โอ๊ยพี่เก่ง จะตื่นทำไม ร่างกายเขาสบายดี” ตะวันฉายว่า
       เก่งงง “อ้าว...ตกลงเขาเป็นอะไร”
       “เป็นตุ๊ดมั้ง พี่ระวังไว้หน่อยก็ดีนะ วันนี้เจ้านายเราดูแปลกๆไงก็ไม่รู้” ตะวันฉายขนลุก “อี๋ คิดแล้วคันหน้า”
       แล้วตะวันฉายก็เดินออกไป เก่งเกาหัวด้วยความงง
       
       ตะวันฉายป้อนข้าวหมอกที่อยู่ในชุดนอน อิงฟ้าในชุดใหม่เดินลงมา ตะวันฉายกับหมอกมองอิงฟ้าแล้วก็อึ้งในความสวย
       “แม่สวยจัง” หมอกชม
       อิงฟ้ายิ้ม “ปากหวานเหมือนกันนะเรา มาให้แม่ป้อนข้าวให้นะ”
       อิงฟ้าเดินไปแทนที่ตะวันฉาย ตะวันฉายลุกขึ้นจะเดินออกไปแต่อิงฟ้าเรียกไว้
       “จะไปไหน” อิงฟ้าถาม
       “ถ้าคุณฟ้าป้อนข้าวคุณหมอก ผมก็จะไปล้างจานครับ”
       “เดี๋ยวเมฆมาฉันก็จะไปแล้ว”
       ตะวันฉายฟังแล้วก็งงๆกับท่าทีของอิงฟ้าแต่เธอก็ยืนอยู่ เมฆในชุดใหม่เดินมาที่โต๊ะอาหาร
       “ฟ้ากำลังปรับตัวกับลูก หมอกน่ารักนะเมฆ ไม่ดื้อกับฟ้าเลย” อิงฟ้าบอก
       เมฆพยักหน้ารับรู้
       “หมอกครับ พ่อไปทำงานนะ เดี๋ยวหมอกทำการบ้านแล้วรีบนอนนะครับ”
       อิงฟ้ารีบส่งช้อนให้ตะวันฉายแล้วเดินไปหาเมฆ
       “ฟ้าแต่งตัวแล้ว ให้ฟ้าไปด้วยนะ” อิงฟ้าบอกเมฆ
       เมฆงง “ฟ้าจะไปด้วย?”
       “ฟ้ารู้ว่าเมฆไม่อยากให้ไป แต่ฟ้าอยากจะทลายกำแพงในใจเมฆ ให้ฟ้าไปเถอะนะ”
       อิงฟ้ายิ้มให้เมฆแล้วจับมือเมฆ เมฆหันไปมองตะวันฉายก็เห็นตะวันฉายมองอยู่ก่อนที่เธอจะหลบตา อิงฟ้าเห็นเมฆเงียบยิ่งได้ใจจึงจับมือเมฆบีบแน่น แต่เมฆถอยห่าง
       “ฟ้า...ปรับตัวกับลูกได้ดีนี่” เมฆบอก
       อิงฟ้าดีใจ “เมฆเห็นแล้วใช่ไหม อีกไม่นานทุกอย่างจะต้องเป็นไปในทางที่ดี”
       เมฆปล่อยมือจากอิงฟ้า “งั้นทำไมฟ้าไม่อยู่กับหมอกทั้งคืนล่ะ ทำหน้าที่แม่ที่ กำลังไปได้ดี ผมเอาใจช่วยนะ”
       “เมฆ”
       เมฆพูดกับตะวันฉาย “ซัน...ไปกับฉัน”
       ตะวันฉายยังไม่ทันจะพูดอะไร เมฆก็มาดึงมือตะวันฉายแล้วลากไปด้วยกัน อิงฟ้างง
       “อะไรเนี่ย นี่เมฆจูงนายนั่นไปอีกแล้วเหรอ” อิงฟ้าจะเดินไป
       “แม่ครับ” หมอกเรียก อิงฟ้าหันไป หมอกยืนช้อนข้าวให้ อิงฟ้าถอนใจแล้วเดินกลับไปนั่งป้อนข้าวหมอกอย่างเซ็งๆ
       
       รถของเมฆแล่นเข้ามาจอดในลานจอด รถของผับ เมฆเดินลงมา แล้วตะวันฉายก็เดินตามลงมา
       “คุณเมฆครับ คุณจะลากผมมาทำไม”
       “ก็ลากมาฟังเพลงไง”
       “แล้วผมออกมาอย่างนี้ คุณไว้ใจคุณอิงฟ้าให้ดูแลคุณหมอกเหรอครับ”
       “อิงฟ้าเขาเป็นแม่แท้ๆของหมอกนะ ไอ้เก่งก็อยู่นายจะกลัวอะไร”
       ตะวันฉายบ่น “แล้วถามผมสักคำไหมอ่ะว่าอยากฟังหรือเปล่า”
       “บ่นอะไร ก็ตอนนี้ฉันอยากให้ฟ้ากับหมอกใกล้ชิดกัน นายมีปัญหาอะไร”
       “ไม่มีครับ”
       “เพราะฉะนั้น ต่อไปนี้ นายก็ปล่อยให้อิงฟ้าเขาดูแลหมอก ส่วนนาย ฉันอยู่ไหนก็มาอยู่กับฉัน”
       ตะวันฉายตกใจ “หมายความว่าไง”
       “ทำงง ก็นายต้องไปทุกที่ทุกหนทุกแห่งกับฉัน”
       “ผมมาเป็นพี่เลี้ยงคุณหมอกนะครับ ไม่ได้มาเป็นพี่เลี้ยงคุณเมฆ”
       “ถ้าไม่รับงานนี้ฉันก็คงไม่จ้างนาย เดี๋ยวให้เอวารับนายกลับไปเลย”
       เมฆพูดจบก็จะเดินไป ตะวันฉายนึกเจ็บใจแต่ก็ต้องรีบวิ่งตามไป”
       “ได้ครับ งั้นผมมาเป็นพี่เลี้ยงคุณก็ได้”
       เมฆสะดุ้ง “เอาเป็นว่ามาเป็นคนตามดีกว่าไหม”
       เมฆยื่นมือมาให้จับ ตะวันฉายลังเล เมฆยักคิ้ว ตะวันฉายเลยจำใจต้องจับมือกับเมฆ เมฆบีบมือแน่นจนตะวันฉายต้องหลบตา
       “นายคิดถูกแล้ว ฉันรู้ว่าบ้านนายจนมาก ลำบากมาก แร้นแค้นมาก การทำงานกับฉันเป็นสิ่งที่นายต้องการที่สุด”
       เมฆยิ้มแล้วเดินเข้าผับไป ตะวันฉายมองตามงงๆ แล้วก็ส่ายหน้าไม่เข้าใจ

ตะวันฉายในม่านเมฆ ตอนที่  7
       หลังจากฟังตะวันฉายเล่า นิคกับเอวาก็ทำหน้าตื่นตกใจ
        นิคกับเอวาพูดพร้อมกัน “พี่เลี้ยงพี่เมฆ?”
        “เบาๆสิ ป่านนี้นายนั่นอยู่ในห้องน้ำล้มหัวฟาดโถฉี่แล้วมั้ง”
        “นี่พี่เมฆเขาเอาแกเป็นไม้กันหมานะไอ้ซัน” นิคบอก
        “ฉันรู้แล้ว แต่ก็แปลกนะ นายนั่นน่ะดูยังรักเมียอยู่มาก แล้วจะหนีทำไม”
        “เรื่องนั้นน่ะช่างเถอะ แต่ถ้าเป็นอย่างงี้แกก็ลำบากละสิ”
        “แต่มองอีกมุมก็ดีนะ การอยู่ใกล้พี่เมฆมันก็เท่ากับโอกาสได้ข้อมูลพี่ธีร์ง่ายขึ้น” เอวาบอก
        “มันก็จริงอย่างเอวาว่านะ นึกแล้วก็ขำดีนะ สมัครไปเป็นพี่เลี้ยงลูก แต่ต้องมาเป็นพี่เลี้ยงพ่อซะงั้น” นิคเล่นมุก
        “ตลกมากเลยนะนิค ฉันไม่ตลกนะเว้ย” ตะวันฉายเครียด
        “ไม่ตลกแล้วแกจะร้องไห้เหรอ พูดยังกับแกมีทางเลือก”
        ตะวันฉายทำหน้ามุ่งมั่นจริงจัง “มีสิ เพราะถ้าฉันได้ข้อมูลพี่ธีร์แล้วติดต่อพี่ธีร์ได้เมื่อไหร่ ฉันก็ไม่ต้องอยู่บ้านนั้น”
        “ไอ้เมื่อไหร่ของแกน่ะเมื่อไหร่หา” เอวาถาม
        ตะวันฉายตอบทันที “Tonight!”
        พูดจบเมฆก็เปิดประตูเข้ามาในห้องพักนักดนตรี ทั้งสามวงแตกรีบทำเป็นคุยเรื่องอื่น
        “ซัน เสื้อใหม่เหรอ โห...หล่อนะเนี่ย” เอวาทำเป็นทัก
        “ครับ...ขอบคุณครับคุณเอวา” ตะวันฉายตามน้ำ
        เมฆเดินเข้ามาหา ทั้งสามรีบยิ้มให้เมฆ เมฆยิ้มตอบ
        เมฆยิ้ม “เสื้อตัวนี้ซันมันใส่ตั้งแต่วันที่เอวากับนิคพามาบ้านพี่วันแรกไง จำกันไม่ได้เหรอ แปลกแฮะ” เมฆมองตะวันฉาย
        ทั้งสามยิ้มรับเจื่อนๆ เมฆเดินไปนั่งเปิดโน้ตเพื่อเตรียมทำงาน
       
        ภาพกราฟฟิครูปตะวันฉายจำนวนมากถูกดึงมาใส่ E-Card ที่มีรูปหัวใจและข้อความเขียนว่า “Happy Birthday my dearest Sun. With love you always, P’ Yuth.” ยุทธการนั่งมองการ์ดนั้นจากหน้าจอแล้วยิ้มอย่างมีความสุข ทันใดนั้นเสียงเคาะประตูก็ดังขึ้น ยุทธการรีบเปลี่ยนหน้าจอเป็นข่าวการเมืองทันที ก่อนจะรีบเดินไปเปิดประตู พงษ์พัฒน์กับมยุรีเดินเข้ามา พอเห็นหน้าจอคอมพิวเตอร์มยุรีก็ส่ายหน้า
        “ตายแล้วลูกฉัน วันๆอ่านแต่ข่าว เดี๋ยวนี้เลิกโรแมนติคแล้วเหรอลูก”
        “นั่นนะสิ ตั้งแต่เต้นรำใต้แสงจันทร์กับหนูซันคราวที่แล้ว ได้ทำอะไรไปอีกหรือเปล่า” พงษ์พัฒน์ถาม
        “ก็ยังไม่มีโอกาสครับ” ยุทธการตอบ
        พูดจบยุทธการก็ลอบถอนหายใจ มยุรีมานั่งข้างๆ แล้วพูดปลอบใจ
        “งั้นแม่ก็พาโอกาสมาหาลูกแล้วล่ะ”
        “คุณที่ไหนล่ะ ไอ้เกริกกับคุณรุ้งต่างหาก” พงษ์พัฒน์ขัดขึ้น
        ยุทธการงง “คุณพ่อคุณแม่คุยอะไรกันครับ”
        “อาทิตย์หน้ามีวันสำคัญอะไรจำได้ไหม”
        “วันสำคัญ” ยุทธการนึก “วันพระใหญ่...ก็ไม่ใช่นี่ครับ”
        พงษ์พัฒน์กับมยุรีกุมขมับ ยุทธการเห็นท่าทางของพ่อกับแม่ก็แอบหัวเราะ แต่พอพ่อกับแม่เงยหน้ามาเขาก็หุบยิ้มทันที
        “ให้มันได้อย่างนี้สิลูกชาย เอ้าใบให้ อาทิตย์หน้ามีวันเกิดใครที่สำคัญมากๆ”
        “สำคัญมากๆ....อองซานซูจี” ยุทธการแกล้งตอบ
        มยุรีทำท่าหงายหลัง ยุทธการรีบประคองแม่มากอดแล้วพูดอ้อน
        “ผมทราบครับว่าวันเกิดซัน”
        มยุรีกับพงษ์พัฒน์มองหน้ากันด้วยความดีใจ
        “แสดงว่าเตรียมของขวัญไว้แล้วสิ”
        ยุทธการ พยักหน้ารับ “แล้วเมื่อกี้ที่คุณพ่อคุณแม่กับอาเกริกอารุ้งบอกพาโอกาสมาให้ผมนี่คืออะไรครับ”
        “เอาของขวัญให้น้องเขาไง” พงษ์พัฒน์บอก
        “ผมไม่หวังจะได้เจอเขาหรอกครับ บางทีเขาอาจจะยุ่งอีกตามเคย แต่ผมก็จะไปฝากไว้ที่คอนโดนะครับ”
        “ฝากทำไม อาเกริกกับอารุ้งจะมาที่นี่ แต่เราจะบุกไปเซอร์ไพรส์ซันกันที่คอนโดเลย”
        “จะดีเหรอครับ” ยุทธการไม่แน่ใจ
        “ดีสิ แล้วเซอร์ไพรส์ที่สองพ่อก็จะสู่ขอหนูซันซะเลยดีไหม” พงษ์พัฒน์ถาม
        ยุทธการยิ้มดีใจจนเก็บความรู้สึกไม่อยู่ พงษ์พัฒน์กับมยุรียิ้มที่เห็นลูกชายมีความสุข
       
        เมฆบรรจงพรมนิ้วลงบนคีย์เปียโน นิคกับเอวาต่างก็เล่นดนตรีประสานกันเต็มที่ ตะวันฉายยืนฟังเพลงอยู่ที่มุมหนึ่งข้างเวทีแล้วเผลออมยิ้ม ตะวันฉายมองเมฆที่เล่นดนตรีอย่างตั้งใจแล้วก็ยิ้ม เมฆมองกลับมาที่ตะวันฉาย ตะวันฉายรู้ตัวจึงรีบหุบยิ้มแล้วทำเป็นมองไปทางอื่น เมฆอมยิ้มขำแล้วเล่นต่อ
       
        ยุทธการ Print การ์ดออกมาด้วยกระดาษอย่างดี แล้วนั่งดูการ์ดอย่างมีความสุข เขาเอาการ์ดใส่ซองแล้ววางบนโต๊ะ ยุทธการเปิดลิ้นชักหยิบกล่องออกมาเปิดดูกำไลเพชรที่อยู่ในกล่อง เขาปิดกล่องแล้วหยิบกระดาษห่อของขวัญมาวัดก่อนจะบรรจงตัด แล้วยุทธการก็ห่อของขวัญด้วยความตั้งใจ
       
        หมอกวิ่งเล่นรอบบ้าน อิงฟ้าพยายามเรียกหมอกให้มาทำการบ้าน แต่หมอกไม่ยอมทำตาม อิงฟ้าเริ่มโมโห เก่งช่วยวิ่งไล่ อิงฟ้าเริ่มอารมณ์เสียมากขึ้นจึงวิ่งดักจะคว้าตัวแต่ก็จับตัวไม่ได้จึงหันไปดุเก่ง หมอกวิ่งยั่วอิงฟ้าอย่างสนุกสนาน อิงฟ้าตัดสินใจคว้าหมอกแต่ก็ล้มลงไปทั้งคู่
        อิงฟ้าเงื้อมือจะตีหมอก เก่งปิดตาทันที แต่อิงฟ้าก็ต้องชะงักเมื่อเห็นหมอกหัวเราะหน้าเป็นสนุกสนานแลดูน่ารัก หมอกเห็นอิงฟ้าชะงักก็เอามือจั๊กจี้ที่คออิงฟ้าจนอิงฟ้าต้องหัวเราะออกมา แล้วสองแม่ลูกก็เล่นจั๊กจี้กัน หมอกสู้อิงฟ้าไม่ได้จึงตัดสินใจกระโดดกอดอิงฟ้าแน่น
        “หมอกยอมแล้วครับแม่ พอแล้วครับแม่”
        อิงฟ้าถึงกับอึ้งไป เธอจับตัวหมอกมามองให้เต็มตา หมอกยิ้มให้เธอ อิงฟ้าละอายใจจึงรีบลุกขึ้น
        “เก่ง พาหมอกไปนอนเถอะ” อิงฟ้าสั่ง
        “หมอกอยากเล่นอีก” หมอกบอก
        “พรุ่งนี้ต้องไปโรงเรียนนะครับ” อิงฟ้าบอก
        “งั้นพรุ่งนี้แม่มาเล่นกับหมอกอีกนะครับ”
        อิงฟ้าพยักหน้า เก่งเดินมาจูงมือหมอก
        เก่งพูดกับอิงฟ้า “คุณฟ้าไม่พาคุณเก่งขึ้นนอนด้วยเหรอครับ”
        อิงฟ้าส่ายหน้า หมอกกระโดดขึ้นขี่หลังเก่งแล้วทั้งสองก็เดินร้องเพลงออกไป อิงฟ้าเดินไปที่หน้าต่างแล้วมองออกไปด้วยความกลุ้มพร้อมกับเอามือจับสร้อยและจี้ที่คอของตัวเองไปด้วย

ตะวันฉายในม่านเมฆ ตอนที่  7
       เมฆ ตะวันฉาย เอวา และนิคนั่งกินอาหารด้วยกันอยู่ที่ร้านอาหารริมถนน
        “ผมว่าวันนี้พี่เมฆจัดหนักที่สุดเลยนะครับ คนดูชอบกันมากเลยครับ” นิคบอก
        “ถ้าเราเล่นแบบปล่อยของกันทุกคืนอย่างนี้ ผู้จัดการคงรักเราแย่เลยนะคะ” เอวาพูด
        “เฮ้ย...พี่ก็เล่นเต็มที่ของพี่อย่างนี้ทุกคืนนะ” เมฆบอก
        “แต่วันนี้พี่เมฆดูมีความสุขเป็นพิเศษ” เอวาแย้งขึ้น
        “งั้นเหรอ พี่ก็ปกตินะ มาเล่นดนตรี เสร็จแล้วก็กลับไปดูนายหมอกนอนหลับ นี่ล่ะความสุขของพี่”
       นิคหลุดปาก “นึกว่ากลับไปหาแม่น้องหมอกซะอีก”
        พูดจบทุกคนก็ชะงักในท่าถือช้อนส้อมค้างกันทั้งสี่คน
        ตะวันฉายตาทำตาโตมองเอวา เอวามองนิค ส่วนนิคมองเมฆ เมฆมองตะวันฉาย ตะวันฉายทำช้อนตกทันที
       
        รถของเอวาแล่นมาจอดหน้าคอนโดของเอวา นิคกับเอวาก้าวลงมา เอวาจ้องหน้านิคด้วยความไม่พอใจ นิคเดินมาง้อ
        “เฮ้ย แกจะไม่พูดกับฉันจริงๆเหรอวะ โกรธเว่อร์ไปป่ะ พี่เมฆเขาก็เงียบดีไม่เห็นพูดอะไร”
        “อย่างงี้สิน่ากลัว แกก็รู้นิสัยพี่เมฆ ถ้าเรื่องไหนเขาอยากให้เรารู้เขาบอกเอง แต่ถ้าเรื่องไหนไม่ให้เราสองคนรู้ ง้างไงก็ไม่เคยบอก” เอวาบอก
        “ก็คนมันหลุดปากนี่หว่า”
        “แกแค่หลุดปาก ไอ้ซันน่ะสิ ไม่รู้จะเป็นไงบ้าง งานนี้ไอ้ซันเล่นเผยความลับที่เขาเก็บงำมานานด้วย”
        เอวารู้สึกเป็นห่วงเพื่อน
       
        เมฆขับรถฟังเพลงอย่างอารมณ์ดีมาตามทางริมแม่น้ำ ตะวันฉายคอยเหลือบมองด้วยความสงสัยแต่ไม่พูดอะไร เมฆขับรถมาจอดที่ริมแม่น้ำ ตะวันฉายมองไปรอบๆด้วยความสงสัย
        “ทำไมเรามาที่นี่ล่ะครับ” ตะวันฉายถาม
        เมฆไม่สนใจตอบ เขาเปิดประตูเดินลงไปยืนดูแม่น้ำ ตะวันฉายมองเมฆจากในรถด้วยความหงุดหงิด แล้วเธอก็ตัดสินใจเปิดประตูเดินตามลงไปยืนใกล้ๆ
        “วันนี้ขี้เกียจกลับบ้าน ไปเดินเล่นไหม” เมฆชวน
        ตะวันฉายตกใจ “ตอนนี้น่ะเหรอครับ”
        “ที่ฉันพูดน่ะหมายถึงเมื่อวานนี้มั้ง”
        เมฆพูดจบก็เดินหนีไป ตะวันฉายมองตามแล้วรู้สึกอยากตบมากๆ แต่ทำได้แต่ทำท่าตบลมจากด้านหลังแล้วกระทืบเท้าอย่างไม่พอใจ พอได้สติเธอมองไปรอบๆ แล้วไม่เห็นใครก็เริ่มรู้สึกกลัว ตะวันฉายรีบจะเดินกลับไปขึ้นรถแต่ทันใดนั้นรถก็ล็อคทันที ตะวันฉายหันขวับไปเห็นเมฆยืนกดรีโมทแล้วเอาใส่กระเป๋าพร้อมกับยิ้มกวน
        “อุ๊บส์...ลืมล็อครถ” เมฆว่า
        เมฆเดินไป ตะวันฉายโมโหแต่ก็ต้องรีบเดินตามไป
       
        เมฆกับตะวันฉายเดินอยู่ด้วยกัน เมฆเดินมองวิวนิ่งๆเงียบๆ จากบนสะพาน
        “ถ้าคุณเมฆโกรธผมจะด่าว่าอะไรผมก็ได้นะครับ” ตะวันฉายบอก
        “เรื่องอะไร” เมฆถามกลับ
        “ก็ที่ผมพูดเรื่องคุณอิงฟ้าให้คุณนิคกับคุณเอวาฟัง”
        “แล้วไง”
        “คุณไม่โกรธเหรอ มันเป็นความลับของคุณนี่ครับ”
        เมฆพูดเรื่องอื่นทำเหมือนไม่สนใจ “ตรงโน้นสวยดีเน๊อะ จะว่าไปเดินเล่นกลางคืนก็ดีนะ ฉันน่าจะจัดโปรแกรมทัวร์ให้แขกที่ jet lag มาเดินเล่นตอนกลางคืนนะ”
        “กลัวจะเป็นโปรแกรมให้แขกมาโดนจี้ละไม่ว่า ถ้าผมเป็นลูกทัวร์ต่อให้ jet lag ตลอดโปรแกรมก็ไม่ยอมมาเดินแบบนี้หรอกครับ”
        “รู้เหรอว่า jet lag คืออะไร” เมฆถามสวนไปทันที
        ตะวันฉายนึกได้ “เอ่อ...ผมก็ไม่รู้หรอกครับ เห็นคุณพูดก็พูดตามๆไป”
        เมฆยิ้ม “ฉันก็นึกอยู่แล้ว”
        ตะวันฉายกับเมฆเดินไปด้วยกันต่อ
        จู่ๆ เมฆก็พูดออกมา “มันก็ใช่นะ”
        ตะวันฉายงง “อะไรครับ”
        “การที่นายเคยเป็นคนของเอวามาอยู่ที่นี่ ฉันก็รู้แล้วว่าอาจจะปิดเรื่องบางเรื่องไว้ไม่ได้” เมฆยักไหล่ “ก็ต้องทำใจ”
        “โห...คุณเมฆ จะเลี้ยวก็ช่วยเปิดไฟด้วยสิครับ เดี๋ยวคุยเรื่องโน้น เดี๋ยวกลับมาเรื่องนี้ ผมตามไม่ทันเลย”
        เมฆหยุดเดินแล้วหันมาจ้องหน้าตะวันฉาย
        “คนเราทุกคนมีความลับกันทั้งนั้น...ใช่ไหม”
        ตะวันฉายชะงัก “เอ่อ...ไม่ทราบสิครับ”
        “มันเป็นเรื่องปกติ คนอื่นอยากรู้ความลับฉัน ฉันก็อยากรู้ความลับคนอื่น มันขึ้นอยู่ว่าใครจะเก็บได้เก่งกว่ากัน และใครจะหาเจอก่อนกัน”
        “คุณเมฆพูดอะไรผมไม่เข้าใจ”
        ตะวันฉายเริ่มงงในสิ่งที่เมฆพูด เมฆเลยหัวเราะออกมา
        “นายไม่ต้องต้องเข้าใจทุกอย่างที่ฉันพูดหรอก เอาเป็นว่าฉันชวนนายมาเดินเล่น ไม่ได้ชวนมาทำความเข้าใจอะไรมากมาย โอเคไหม”
        เมฆเดินไปเลย ตะวันฉายยิ่งแปลกใจ
        “เฮ้ย...อะไรของเขาวะ”
        ทั้งสองคนเดินดูของที่ขายบนสะพาน ทั้งสองเดินผ่านขนม เมฆไม่สนใจ ตะวันฉายหยุดซื้อขนมกิน ตะวันฉายเดินดูดอกไม้ พอเห็นดอกไม้สวยเลยเผลอแวะดู แต่พอเห็นเมฆจ้องก็ทำเป็นเดินต่อ เมฆมองขำๆ
       
        อิงฟ้าเดินวนไปวนมาอยู่ในห้อง เธอดูนาฬิกาก็เห็นว่าเป็นเวลาตีหนึ่งกว่า อิงฟ้ารู้สึกหงุดหงิดแล้วก็ได้ยินเสียงรถจึงรีบเดินไปดูที่หน้าต่าง เธอเห็นรถเมฆแล่นเข้ามาจอด เมฆกับตะวันฉายลงจากรถ เก่งเดินหาวเข้าบ้านไปพร้อมกับตะวันฉาย เมฆหยิบของแล้วเดินตามเข้าบ้านไป อิงฟ้ามองแล้วยิ้ม เธอเดินกลับมาที่หน้าโต๊ะเครื่องสำอางก่อนจะบรรจงถอดเสื้อคลุนออกแล้วเอาน้ำหอมมาแต้มตามตัวแล้วยิ้มให้กระจก
       
        หลังจากอาบน้ำเสร็จ ตะวันฉายก็เดินเช็ดหัวเข้ามาในห้อง เธอแขวนผ้าเช็ดตัวแล้วเดินวนไปวนมาในห้อง ก่อนจะหยิบนาฬิกามากดดูเวลาแล้วยิ้มพอใจ เธอรีบหยิบกุญแจที่ปั๊มมาออกมาจากที่ซ่อนแล้วรีบออกไปจากห้องทันที

ตะวันฉายในม่านเมฆ ตอนที่  7
       เมฆที่ยังไม่ได้อาบน้ำและเปลี่ยนชุดกำลังนั่งเล่นเปียโนแล้วแต่งเพลงอยู่ในห้องทำงาน ตะวันฉายค่อยๆ ย่องมาดูพอเห็นเมฆยังทำงานก็กระทืบพื้นด้วยความไม่พอใจ
       “ฮึ่ยยยย!”
       ตะวันฉายตัดสินใจหาที่ซุ่มนั่งรออยู่ใกล้ๆ
       ทันใดนั้นอิงฟ้าในชุดนอนก็เดินลงมา อิงฟ้าพยายามจะเปิดประตูห้องทำงานแต่ประตูล็อค
       อิงฟ้าเคาะ “เมฆ....เมฆ เปิดประตูให้ฟ้าหน่อย”
       เมฆที่เล่นเปียโนอยู่ด้านในรู้สึกหงุดหงิดเลยเอาหูฟังมาใส่ อิงฟ้ายังเคาะประตูอยู่
       “เมฆ ฟ้ามีเรื่องอยากคุยด้วย....เมฆ”
       อิงฟ้าอารมณ์เสียจึงเดินไปที่มุมหนึ่งใกล้ๆกับที่ตะวันฉายแอบอยู่ ตะวันฉายตกใจจึงพยายามทำตัวให้นิ่งที่สุดแล้วค่อยๆถอยออกมาก่อนจะรีบหนีไป อิงฟ้าเห็นหลังไวไว พอรีบวิ่งไปดูก็เห็นเป็นหลังของตะวันฉาย
       “ซัน” อิงฟ้ามองด้วยความสงสัย
       
       เช้าวันใหม่ หมอกนอนหลับอยู่บนเตียง ประตูห้องค่อยๆ เปิดเข้ามา ตะวันฉายเดินเข้ามาหาหมอกที่ข้างเตียง
       “ตื่นได้แล้วครับคนเก่ง”
       หมอกเอาผ้าคลุมโปงทันที
       “นั่นแน่ นึกว่าจะหนีพี่ซันพ้นหรอ”
       ตะวันฉายแกล้งจั๊กจี้หมอก
       “นี่แน่ะๆๆๆ”
       หมอกเปิดผ้าห่มออกแล้วดิ้นไปมา
       “ไม่เอานะพี่ซัน ฮ่าๆๆๆ”
       “จะตื่นมั๊ย จะตื่นมั๊ย”
       ทันใดนั้นหมอกก็เผลอเตะเข้าที่ก้านคอตะวันฉายเต็มแรง
       ตะวันฉายร้อง “โอ๊ยยยย!!!”
       ตะวันฉายทรุดตัวลงบนเตียงพร้อมกับเอามือกุมคอ หมอกชะงักทันทีแล้วหันมาถามหน้าเหวอๆ
       “พี่ซันเป็นไรครับ”
       
       ตะวันฉายจูงหมอกในชุดนักเรียนเดินออกมานอกห้องพลางเอามือกุมคอไปด้วย
       “พี่ซันยังไม่หายปวดหรอครับ” หมอกถาม
       “จะหายได้ไงครับ ก็น้องหมอกเล่นเตะซะอย่างกับพี่ซันเป็นกระสอบทราย”
       เมฆเดินผ่านมาเห็นหมอกและตะวันฉายกำลังคุยกันก็หันมาถามด้วยความสนใจ
       “คอเป็นอะไรห๊ะซัน”
       หมอกพูดหน้าตาเฉย “หมอกเตะก้านคอพี่ซันครับ”
       “โอ้โห้ ยอมรับหน้าระรื่นอย่างนี้ อยากได้เข็มขัดแชมป์โลกหรอครับ” ตะวันฉายแซว
       หมอกหัวเราะชอบใจ
       “แล้วเป็นไงบ้าง ปวดมากหรือป่าว” เมฆถาม
       “สงสัยคอจะเคล็ดมั้งครับ”
       ทันใดนั้น เก่งก็เดินผ่านมาพอดี เมฆนึกอะไรได้จึงหันไปเรียก
       “เก่ง”
       “ครับคุณเมฆ”
       “ไปเอายามานวดให้ซันไป คอมันเคล็ด”
       ตะวันฉายชะงักรีบปฏิเสธอย่างลนลาน
       “ไม่เป็นไรครับ ผมจัดการเองได้”
       “เถอะน่า ด๋ยวเกิดมันปวดหนักกว่าเดิมจะทำยังไงห๊ะ”
       พูดจบเมฆก็แอบยิ้มกรุ่มกริ่ม
       
       เก่งหัวเราะชอบใจสุดๆ ตะวันฉายหันมาค้อนทั้งเก่งทั้งเมฆแล้วแกล้งกระแทกเก่งจนตกลงสระว่ายน้ำ เก่งหันมาโวยวาย
       “เฮ้ย ไอ้ซันนี่แกแกล้งฉันหรอ”
       “อุ๊ย โทษทีพี่เก่ง ผมเดินสะดุด”
       เมฆหมั่นไส้จึงลุกขึ้นก่อนจะหันมาคว้ามือหมอก
       “ไปหมอก เข้าบ้านกันดีกว่าลูก”
       เมฆจูงหมอกแล้วเดินสวนตะวันฉายก่อนจะแกล้งกระแทกตะวันฉายให้ตกน้ำบ้าง
       “ ตู้ม”
       ตะวันฉายหันมาโวยวาย
       “เฮ้ย นาย เฮ้ย คุณเมฆ!!!”
       
       เมฆกับหมอกขึ้นรถแล้วเมฆก็ขับออกไป เก่งวิ่งไปเปิดประตูให้ พอรถออกไปแล้ว ตะวันฉายก็รีบเดินไปหาเก่ง
       “พี่เก่งครับ วันนี้ผมไปทำความสะอาดให้เหมือนเดิมนะครับ”
       เก่งทำเป็นรำคาญ “ตกลงเอ็งมันหน้าที่อะไรกันแน่วะเนี่ย ยุ่งกับพี่จริงๆ”
       “ตกลงคือพี่จะทำ?”
       “เอ็งทำสองชั้นเลยนะ”
       ตะวันฉายยิ้ม “ได้เลยพี่ พี่ไปทานข้าวให้อร่อยนะ เสร็จแล้วก็งีบต่อได้เลย”
       เก่งจะเดินไปแล้วนึกได้ “อ้อ...แล้วระวังอย่างเสียงดังล่ะ เมื่อวานพี่ดูดฝุ่นคุณอิงฟ้าแกนอนไม่ได้ออกมาดุพี่ด้วยนะเว้ย”
       “รับรองพี่ ผมจะไม่ให้ใครรู้เลย” ตะวันฉายบอก
       
       ตะวันฉายเดินย่องมาที่ห้องทำงานของเมฆ เธอมองซ้ายมองขวาแล้วจะเปิดประตู แต่ประตูถูกล็อคจากด้านใน
       “อ้าว..เฮ้ย ล็อคได้ไงอ่ะ”
       ตะวันฉายขยับประตูพยายามจะเลื่อนเปิดแต่ก็เปิดไม่ได้ อิงฟ้าเดินลงบันไดมาเห็นตะวันฉายกำลังพยายามจะเปิดประตู อิงฟ้าชะงักแล้วแอบดู
       ตะวันฉายพยายามคิดด้วยความหงุดหงิด เธอมองซ้ายมองขวาอีกครั้งแล้วตัดสินใจดึงกิ๊บที่ซ่อนจากด้านใน วิกผมออกมาพยายามไขประตูเข้าไป อิงฟ้าเห็นพฤติกรรมของตะวันฉายก็ตกใจ ตะวันฉายที่ยังเปิดประตูเข้าห้องไม่ได้โมโหหันหลังกลับแล้วเดินออกไป อิงฟ้าออกจากที่ซ่อนแล้วรีบกดโทรศัพท์โทรออกทันที
       “เมฆ...ฟ้ามีเรื่องอยากจะคุยด้วย”
       
       เวลาผ่านไป เมฆกับอิงฟ้านั่งคุยกันอยู่ที่ห้องรับแขก
       “ฟ้าเห็นซันพยามจะเปิดประตูห้องทำงานของเมฆแต่เข้าไม่ได้”
       “ผมปิดไว้เอง” เมฆบอก
       “ใช่ แต่เมฆรู้ไหมว่าซันมันพกกิ๊บแล้วมันก็เอากิ๊บพยายามงัดห้องทำงาน”
       เมฆตกใจ “ใช้กิ๊บงัดเลยเหรอ”
       อิงฟ้าพยักหน้ารับ “ไม่ใช่แค่นี้นะ เมื่อคืนฟ้าก็เห็นซันแอบอยู่ด้านนอกห้องทำงานเมฆด้วย”
       เมฆนั่งเงียบ
       “เมฆ...ฟ้าว่านายซันนี่ไม่น่าไว้ใจ เมฆไล่เขาออกไปเถอะ”
       “คงไม่มีอะไรหรอก”
       อิงฟ้าตกใจ “ฟ้าเห็นขนาดนี้ เมฆยังบอกว่าไม่มีอะไรอีกเหรอ”
       “เอาเป็นว่าเรื่องนี้ผมตัดสินใจเอง”
       เมฆลุกขึ้นจะเดินไปแต่ฟ้ารีบวิ่งมาดักไว้ด้วยความไม่พอใจ
       “เมฆที่ฟ้าบอกเพราะฟ้าเป็นห่วงเมฆกับหมอกนะ”
       “ห่วงผมกับหมอกเหรอ ฟ้ารู้สึกช้าไปถึงห้าปีเลยนะ”
       อิงฟ้าจ๋อยและพูดไม่ออก แล้วเมฆก็เดินไป

1 | 2 | 3 | 4
หน้าถัดไป
ข่าวล่าสุด ในหมวด
ตะวันฉายในม่านเมฆ ตอนที่ 14 จบบริบูรณ์
ตะวันฉายในม่านเมฆ ตอนที่ 13
ตะวันฉายในม่านเมฆ ตอนที่ 12
ตะวันฉายในม่านเมฆ ตอนที่ 11
ตะวันฉายในม่านเมฆ ตอนที่ 10
เครื่องมือจัดการเว็บ
ส่งบทความนี้ต่อ
พิมพ์หน้านี้
ข่าวที่มีผู้ส่งมากที่สุด
แสดงผลหน้าเดียว
จำนวนคนโหวต 7 คน
คุณเห็นด้วยกับข่าว/บทความนี้หรือไม่
เห็นด้วย ไม่เห็นด้วย
เห็นด้วย 7 คน
100 %
ยังไม่มีผู้ไม่เห็นด้วย
0 %
ความคิดเห็นที่ 2 +1 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
อับช้าจังเลยท่านนี้
virgo5
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความคิดเห็น
1. โปรดงดเว้น การใช้คำหยาบคาย ส่อเสียด ดูหมิ่น กล่าวหาให้ร้าย สร้างความแตกแยก หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
2. ทุกความคิดเห็นไม่เกี่ยวข้องกับผู้ดำเนินการเว็บไซต์ และไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมายได้
3. ทีมงานเว็บมาสเตอร์ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
4. เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
5. ผู้ร่วมแสดงความคิดเห็นสามารถร่วมตรวจสอบข้อความที่ไม่เหมาะสมได้ โดยการกดปุ่ม "แจ้งลบ" หรือส่งอีเมลแจ้งมาที่ cs@astvmanager.com หรือ cs.astvmanager@gmail.com ซึ่งทีมงานจะทำการตรวจสอบ และลบข้อความดังกล่าวโดยเร็วที่สุด หรืออย่างช้าภายใน 3 วันทำการ
เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
แสดงความคิดเห็นเพิ่มเติม
โชว์ภาพผู้ใช้ทุกครั้งที่แสดงความเห็น เพียงเข้าสู่ระบบด้วยบัญชีของเฟซบุก กดที่ปุ่มด้านล่างนี้เลย!

ชื่อ/e-mail ของคุณ : *
 
 *
  กฎกติกาการแสดงความคิดเห็นฉบับเต็ม
 
หนังสือพิมพ์: ASTV ผู้จัดการออนไลน์ | ASTV ผู้จัดการรายวัน | นิตยสารผู้จัดการ 360° | Positioning | ASTV News1
มุม: การเมือง | อาชญากรรม | คุณภาพชีวิต | ภูมิภาค | ต่างประเทศ | มุมจีน | ธุรกิจ | หุ้น | SMEs | Motoring
CyberBiz | วิทยาศาสตร์ | เกม | กีฬา | บันเทิง | Life on Campus | Celeb Online | ท่องเที่ยว | ธรรมะกับชีวิต | Multimedia
เว็บ: Asia Times | บุรพัฒน์ คอมมิคส์ | Mars Magazine | ทะเลไทย | คุยกับเว็บมาสเตอร์ | โฆษณาบนเว็บ
All site contents copyright ©1999-2014