หน้าแรกผู้จัดการ Online | หน้าแรกละครออนไลน์ | ละครออนไลน์
ละครออนไลน์ เจ้าแม่จำเป็น

เจ้าแม่จำเป็น ตอนที่ 18 จบบริบูรณ์

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 13 มกราคม 2556 17:39 น.
หน้าที่แล้ว
1 | 2 | 3 | 4
หน้าถัดไป
เจ้าแม่จำเป็น ตอนที่ 18 จบบริบูรณ์
        เจ้าแม่จำเป็น ตอนที่ 18 อวสาน (ต่อ)
       
       เช้าวันต่อมา สามคนอยู่ที่หน้าร้านเต้าหู้ในซอยมหาลาภ จักกายหันมาพูดกับติ่ง
       
       “ที่ห้างผมมีตำแหน่งงานว่างหลายตำแหน่ง แล้วผมจะดูตำแหน่งที่เหมาะสมให้”
       ติ่งยิ้มหน้าบานด้วยความดีใจ
       “คุณกายพูดแบบนี้แปลว่าจะรับผมเข้าทำงานใช่มั้ยครับ”
       “รับครับ...ถ้าคุณมีความตั้งใจจริงที่อยากทำงานสุจริต ผมก็อยากให้โอกาส”
       ติ่งยิ้มหน้าบานกว่าเดิม “ขอบคุณมากครับ...จะให้ผมทำตำแหน่งอะไรก็ได้ ผมทำได้หมด ขอแค่ไม่ต้องหลอกลวง คดโกงใครเหมือนเมื่อก่อนก็พอ”
       โทฟู่ยิ้มให้จักกายด้วยความขอบคุณ...จักกายยิ้มตอบนิดๆ
       โทฟู่ยังอดถามไม่ได้ “คุณรับพี่ติ่งเข้าทำงานง่ายๆ แบบนี้เพราะเกรงใจฉันหรือเปล่า”
       “ผมบอกแล้วไงว่าผมอยากให้โอกาสจริงๆ”
       “ถ้าเป็นแบบนี้ฉันก็สบายใจ ฉันไม่ชอบระบบเส้นสาย อยากให้คุณพิจารณาตามความสามารถมากกว่า”
       “ผมเป็นคนตรงไปตรงมา ไม่ชอบเส้นสายเหมือนกัน ถ้าเพื่อนคุณทำไม่ได้ผมก็ไม่จ้าง” จักกายว่า
       ติ่งรีบพูด “ผมทำได้ครับ ผมจะพยายามทำให้เต็มที่ ขนาดนักธุรกิจพันล้านอย่างคุณชิณยังไปทำซาลาเปาขายกับไอ้แมได้เลย ผมก็ต้องทำให้ได้เหมือนกัน”
       ติ่งนึกได้
       “อ้อ...พูดถึงซาลาเปา...นี่ครับซาลาเปาที่คุณกายสั่งให้ผมเอามาให้” ติ่งหยิบกล่องซาลาเปาที่วางอยู่ข้างๆ มาส่งให้จักกาย
       จักกายมองกล่องซาลาเปาแล้วยิ้มพอใจ
       “ขอบคุณมาก”
       โทฟู่มองจักกายด้วยความสงสัย
       “คุณคงไม่ได้สั่งซาลาเปาไปกินเองใช่มั้ย”
       จักกายสัพยอก “คุณนี่รู้ทันผมจริงๆ...ใช่...ผมไม่ได้กินเอง” ชายหนุ่มยิ้มๆ
       “แล้วคุณส่งไปให้ใคร”
       จักกายไม่ตอบ มองกล่องซาลาเปา แล้วยิ้มเจ้าเล่ห์เหมือนมีแผนการอะไรบางอย่างในใจ
       ตามองที่กล่องซาลาเปาอยู่อย่างนั้น
       
       ไม่นานหลังจากนั้น กล่องซาลาเปากล่องนั้นถูกจักกายยื่นส่งให้ฉายตะวัน ขณะนั่งลงในห้องรับแขกที่บ้านมหาทรัพย์ไพศาล
       “พอดีผมไปซอยมหาลาภมาครับ เจอซาลาเปาเจ้าอร่อยก็เลยซื้อมาฝากคุณป้า”
       “ขอบใจจ้ะ...” ฉายตะวันเปิดกล่องออกดู “น่ากินเชียว...” จักกายยิ้มพอใจ
       ฉายตะวันหยิบซาลาเปาขึ้นมาชิม แล้วทำหน้าปลื้ม ‘อืม...อร่อย’
       แจ่มกลืนน้ำลาย ‘เอื๊อก’ อยากกินบ้าง
       “รสชาติดีนะ แป้งก็นุ๊มนุ่ม ฉันไม่เคยรู้เลยว่าในซอยมหาลาภมีซาลาเปาอร่อยๆแบบนี้ขายด้วย
       จักกายเห็นฉายตะวันชอบก็อมยิ้ม
       “เมื่อก่อนคนทำเปิดสำนักทรงน่ะครับ”
       ฉายตะวันแทบจะสำลักซาลาเปาออกมา
       จักกายพูดต่อ “แต่ตอนนี้เค้ากลับตัวกลับใจ เปลี่ยนอาชีพมาขายซาลาเปาแล้ว” ชี้ไปที่อีกไส้ “มีไส้ครีมคัสตาสที่คุณป้าชอบด้วยนะครับ... ลูกชายคุณป้าเป็นคนทำเองกับมือ”
       ฉายตะวันอึ้งๆ
       “ถ้าคุณป้าทานแล้วติดใจ จะไปซื้อเองก็ได้นะครับ ขายอยู่ที่ข้างร้านน้ำเต้าหู้ในซอยมหาลาภ”
       “ป้าคงกินแค่นี้แหละ แต่ยังไงก็ขอบใจกายมากนะที่อุตส่าห์เอามาฝากป้า”
       จักกายยิ้มๆ “เดี๋ยวผมต้องไปธุระต่อ ผมขอตัวก่อนนะครับคุณป้า พอดีมีนัดกับลูกค้า”
       “จ้ะ...ไปเถอะ”
       “งั้นผมลาเลยนะครับ สวัสดีครับ” จักกายยกมือไหว้แล้วเดินออกไป
       ฉายตะวันมองซาลาเปาตรงหน้าครุ่นคิดๆ แจ่มรีบสอดทันที
       “ไม่น่าเชื่อ คุณชิณจะไปเป็นพ่อค้าขายซาลาเปา...เราไปแอบดูคุณชิณกันมั้ยคะคุณนาย แจ่มอยากเห็นคุณชิณขายซาลาเปาค่ะ”
       ฉายตะวันทำเป็นไม่สนใจ “จะไปดูทำไม ลูกแบบนั้นฉันตัดหางปล่อยวัดแล้ว ถ้าเธออยากไปก็ไปสิ! ฉันไม่ไป” แจ่มงง อ้าวเหรอ..?
       ฉายตะวันทำเป็นปากแข็ง แต่พอเห็นกล่องซาลาเปาก็หวั่นไหว...นึกเป็นห่วงชิณ
       
       เย็นนั้นกะละแมถือชามแป้งทำซาลาเปาออกมา จะนั่งทำซาลาเปาหน้าบ้าน เห็นชิณนั่งทับที่อยู่ กะละแมเซ็ง
       “ยังไม่ออกไปจากบ้านฉันอีกเหรอ”
       ชิณลุกขึ้นมาคุยกับกะละแม
       “บ้านเธอ แต่ที่ดินแม่ฉัน ฉันจะไม่ไปไหนทั้งนั้น” ชิณรีบเปลี่ยนเรื่อง “เธอจะทำซาลาเปาเหรอ มาฉันช่วย”
       ชิณรีบดึงชามแป้งออกจากมือกะละแมมา อยากช่วยเต็มที่
       “ฉันบอกแล้วไงว่าไม่ต้อง!ฉันทำเอง” กะละแมไม่ยอมดึงชามกลับมา
       “แต่ฉันอยากช่วย...” ชิณยื้อชามกลับมา
       ชิณกับกะละแมยื้อชามแป้งไปมา ไม่มีใครยอมใคร ในที่สุดกะละแมก็ปล่อยมือออก ชามแป้งเลยสะบัดอย่างแรง แป้งกระเด็นใส่หน้าชิณ หน้าชิณขาวโพลน เต็มไปด้วยแป้ง กะละแมตกใจ แต่ก็อดสมน้ำหน้าไม่ได้
       “สมน้ำหน้า”
       ชิณค่อยๆ เอามือเช็ดแป้งออกจากหน้า ปัดแป้งที่เลอะตามตัวอย่างเซ็งๆ เอิ่ม...กะละแมมองชิณแล้วเริ่มรู้สึกผิดนิดๆ อยากจะเข้าไปช่วย แต่ก็พยายามห้ามใจไว้ ทรงวุฒิเดินถือกระเป๋าใส่เสื้อผ้าของชิณเข้ามาพอดี
       “สวัสดีครับคุณชิณ คุณกะละแม”
       ชิณหันไปหาทรงวุฒิ พอทรงวุฒิเห็นชิณหน้าขาวเลอะเทอะทั้งตัวก็ตกใจ แต่พอมองไปรอบๆ เห็นชิณ เห็นกะละแม และชามแป้งตกอยู่ที่พื้นก็ถึงบางอ้อ
       “ท่าทางผมจะมาได้จังหวะพอดี” ส่งกระเป๋าเสื้อผ้าให้ชิณ “นี่ครับ เสื้อผ้า สบู่ ยาสระผม ครีมอาบน้ำ ข้าวของเครื่องใช้ พร้อมอุปกรณ์ยังชีพ ผมจัดมาครบเลยครับ”
       “ขอบใจมาก” ชิณรับกระเป๋ามา “แล้ววิตามินบำรุง เอามาด้วยรึเปล่า”
       “เอามาครับ ผมจัดมาให้เรียบร้อย มีทั้งวิตามินเอ...บี...ซี...ดี ถึงแซดเลยครับ”
       ชิณยิ้มพอใจ
       “งั้นถ้าไม่มีอะไรแล้ว ผมขอตัวกลับก่อนนะครับ” ทรงวุฒิเดินออกไป
       กะละแมมองกระเป๋าเสื้อผ้าสุดหรูของชิณ แล้วก็ประชด
       “เยอะเนอะ...! ถ้าติดหรู อยากสบายแบบนี้ ก็กลับไปใช้ชีวิตแบบเดิม เลยไป”
       “ไม่มีทาง!...ฉันไม่ไป !! ถามจริงเถอะ ที่ฉันมาอยู่ก็ไม่ได้รบกวนอะไรเธอเลย ข้าวของฉันก็เตรียมมาเอง ทำไมต้องไล่ฉันด้วย”
       “เพราะฉันไม่อยากเห็นหน้าคุณ! จบมั้ย”
       “ไม่จบ” ชิณเถียงกลับ “ที่เธอทำแบบนี้ เพราะหวังว่าฉันจะเลิกยุ่งกับเธอล่ะสิ...จะบอกให้นะว่า ไม่มีทาง! ชัดมั้ย”
       ชิณมาดมั่น ไม่มีทางยอมเด็ดขาด
       กะละแมอ่อนใจในความดื้อของชิณ ได้แต่ถอนใจด้วยความเหนื่อย
       “ฮึ่ย”
       
       จากนั้นกะละแมหันหลังให้ชิณด้วยความเหนื่อยจะเถียง ชิณยิ้มกริ่มที่ชนะ ร้อง เย้... เหมือนเด็กๆ

เจ้าแม่จำเป็น ตอนที่ 18 จบบริบูรณ์
        เย็นนั้น ฉายตะวัน กับแจ่มอยู่ในชุดอำพรางตัวนิดๆ มีผ้าคลุมหัว ใส่แว่นตากันแดดสีดำขนาดใหญ่แอบดูชิณอยู่ที่มุมหนึ่ง
       
       แจ่มแซวๆ “ไหนคุณนายว่าจะไม่มาไงคะ”
       ฉายตะวันไม่ตอบ เอาแต่แอบมอง เห็นชิณพยายามช่วยกะละแมทำซาลาเปา
       ในที่สุดชิณก็ได้ช่วยกะละแมปั้นซาลาเปา กะละแมดูเหมือนไม่เต็มใจให้ชิณช่วยเท่าไหร่ ชิณดูเหนื่อยแต่สีหน้ากลับมีความสุขอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ชิณหันมาออดอ้อนกะละแม
       ชิณออดอ้อน “โอ๊ย... เหนื่อย เหนื่อยมากเลย เกิดมาไม่เคยเหนื่อยแบบนี้มาก่อนในชีวิต”
       กะละแมทำเป็นเอาใจเสียงหวาน “เหนื่อยมากเลยเหรอ...”
       ชิณได้ทียิ่งอ้อนอีก “มาก...”
       กะละแมเสียงแข็ง “ถ้าเหนื่อยมากก็กลับบ้านไปสิ! จะมาทนอยู่กับฉันทำไม”
       “โห...ที่พูดน่ะ อยากได้กำลังใจ ไม่ได้อยากให้ไล่”
       “กำลังใจไม่มี มีแต่กำปั้น” กะละแมชูกำปั้นใส่ “จะเอาหรือเปล่า”
       “โหย...โหดอ่ะ โอเคๆ ไม่บ่นแล้วคร้าบคุณเจ้าของบ้าน” ชิณขำ “แอ๊บโหดเป็นกับเค้าด้วย กลัวตายล่ะ หึๆๆ”
       ชิณหัวเราะแล้วก้มหน้าก้มตาปั้นซาลาเปาต่อไปอย่างขยันขันแข็ง
       ฉายตะวันถึงกับอึ้งๆ
       “นั่นลูกฉันจริงๆ เหรอ”
       “แจ่มไม่เคยเห็นคุณชิณยิ้มมีความสุขแบบนี้มาก่อนเลยนะคะ” แจ่มว่า
       ระหว่างนั้นมีเสียงทรงวุฒิ ดังมาจากด้านหลังฉายตะวัน
       “จริงครับ! คุณชิณดูมีความสุขมาก”
       ฉายตะวันกับแจ่มหันไปตามเสียง เห็นทรงวุฒิยืนยิ้มอยู่
       ฉายตะวันงง “มาได้ไง”
       “ขับรถมาครับ” ทรงวุฒิพูดขำๆ แล้วก็พูดต่อ “ตั้งแต่ผมทำงานกับคุณชิณมา ไม่เคยเห็นคุณชิณมีความสุขขนาดนี้มาก่อนเลย ปั้นซาลาเปาลูกละสิบบาท ดูมีความสุขกว่าประมูลงานร้อยล้านได้”
       “คุณทรงวุฒิมาทำไมคะ” แจ่มสงสัย
       “ผมเอาของมาให้คุณชิณน่ะครับ...ว่าแต่....คุณท่านมาทำอะไรที่นี่ครับเนี่ย? แหม....อย่าบอกนะว่าแอบมาดูคุณชิณเพราะเป็นห่วง” ทรงวุฒิ ยิ้มอย่างรู้ทัน
       ฉายตะวันทำหน้าไม่ถูก โดนจับได้
       “ลูกแบบนี้ฉันจะห่วงทำไม...แจ่มลากฉันมา ฉันก็เลยจำใจต้องมา” โยนให้แจ่มซะงั้น “แล้วฉันก็กำลังจะกลับแล้วด้วย !! แจ่มกลับ”
       ฉายตะวันทำเป็นไม่สนใจชิณ พูดจบก็หันหลังเดินกลับไปเลย
       แจ่มกะทรงวุฒิยิ้มขำๆ ในท่าทางของฉายตะวัน
       
       ค่ำคืนนั้นที่หน้าบ้านไม้หลังเล็กดูซอมซ่อ ยินเสียงมิ้วร้องกรี๊ดดังออกมาจากในบ้านเช่า
       “อ๊าย”
       สองแม่ลูกอยู่ในบ้านไม้ซอมซ่อ... มิ้วเห็นสภาพแล้วร้องกรี๊ดรับไม่ได้
       “อ๊าย......ทำไม..ทำไมชีวิตฉันถึงตกต่ำแบบนี้ทำมาย”
       มิ้วกับกิมเอ็ง นั่งพักลงที่พื้น ข้างๆ มีกระเป๋าเดินทางวางอยู่ 4-5 ใบ
       มิ้วโวยวาย “โดนเค้าไล่ออกจากบ้านตัวเองยังไม่พอ ยังต้องมาอยู่บ้านเช่าซ่อมซ่อนี่อีก ทำไมชีวิตมันถึงได้ซวยซ้ำซวยซ้อนแบบนี้คะคุณแม่”
       มิ้วมองไปรอบๆ บ้าน เห็นว่าบ้านไม้ดูเก่า มีเสาตกมันอยู่กลางบ้าน มีหยากไย่เกาะอยู่เต็มไปหมด ดูน่าขนลุก
       มิ้วออกอาการหลอนๆ กลัวๆ “บ้านเก๊า...เก่า อยู่กันมากี่ชั่วโคตรแล้วก็ไม่รู้ อาจจะมีผีสิงก็ได้นะคะคุณแม่ เค้าถึงให้เราเช่าในราคาถู๊ก...ถูก”
       กิมเอ็งท้าทายเหมือนลบหลู่ “มีผีก็ดีสิคะ คุณแม่จะได้ขอหวยซะเลย วินาทีนี้ ผีสาง เทวดา นางไม้ก็ไม่กลัวทั้งนั้น”
       จู่ๆ ก็มีเสียงจิ้งจกร้องทัก.... มิ้วแอบหลอน แต่กิมเอ็งไม่กลัวแถมแหกปากตะโกนท้าทาย
       “ดวงมันซวย ดวงมันตกถึงขนาดนี้ ผีเผอที่ไหนฉันก็ไม่กลัวทั้งนั้น ออกมาเลย...แน่จริงก็ออกมาสิ ออกมาเลย...ออกมา”
       มิ้วร้องห้าม “คุณแม่ คุณแม่อย่าค่ะ”
       “ออกมาสิ...ฉันบอกให้ออกมา!!! ออกมา...มา..มา..มา” กิมเอ็งลากเสียงยาวหลอนๆ แล้วจู่ๆ กิมเอ็งก็ชักๆ สั่นๆ เป็นลมสลบไป
       มิ้วตกใจพยายามเรียกสติ “คุณแม่!... คุณแม่...คุณแม่เป็นอะไรไปคะ”
       กิมเอ็งลืมตาพรึ่บ! กระเด้งตัวขึ้นมาแล้วหันขวับมามองมิ้วตาแข็ง กิมเอ็งพูดด้วยน้ำเสียงที่เปลี่ยนไปเหมือนคนละคน ดูน่ากลัวโคตรๆ
       “แกเป็นใคร”
       มิ้วงง “คุณแม่...คุณแม่เป็นอะไรไปค่ะ”
       กิมเอ็งพูดเสียงแข็ง “ใครเป็นแม่แก”
       มิ้วตกใจ ห๊ะ!
       “ก็คุณแม่ไงคะ...คุณแม่กิมเอ็งของมิ้วไงคะ”
       “ข้าไม่ใช่นังกิมเอ็ง ข้าเป็นเจ้าแม่ปลาบู่ทอง”
       “ห๊ะ! เจ้าแม่ปลาบู่ทอง”
       กิมเอ็งยังคงจ้องมิ้ว แววตาดุดัน...จนมิ้วเริ่มกลัว
       กิมเอ็งพูดเสียงแข็ง “ใช่...เพราะแม่เอ็งลบหลู่ข้า...ข้าจะมาเอาแม่เอ็งไปอยู่ด้วย แม่เอ็งจะต้องตาย...”
       พูดจบกิมเอ็งก็ยกมือขึ้นบีบคอตัวเอง พรึ่บ! กิมเอ็งชักหายใจไม่ออก
       มิ้วพยายามจับมือกิมเอ็งไว้ไม่ให้บีบคอตัวเอง
       “คุณแม่! แม่คุณ…อย่าทำอะไรแม่ฉันนะ”
       กิมเอ็งเสียงแข็งน่ากลัวและโหดเหี้ยม “ไม่! ข้าไม่ปล่อย มันจะต้องตาย” แล้วก็หัวเราะอย่างน่าสยดสยอง จากนั้นกิมเอ็งยิ่งบีบคอตัวเองแรงขึ้นๆ กิมเอ็งสั่น ชักๆ หายใจไม่ออก ตาเหลือกเหมือนคนกำลังจะตาย
       มิ้วรีบพนมมือ ตัวสั่นด้วยความกลัว
       “อย่าทำอะไรคุณแม่เลยนะ...ปล่อยคุณแม่ไปเถอะ...ฉันจะทำบุญไปให้ ฉันไหว้ล่ะ” มิ้วร้องไห้โฮ “อย่าเอาแม่ฉันไปเลยนะ”
       มิ้วพนมมือไหว้ปลกๆ กลัวสุดชีวิต แต่แล้วจู่ๆ กิมเอ็งก็หัวเราะ
       “ฮ่าๆๆ....ช็อกขนาดนั้นเลยเหรอคะคุณลูก” มิ้วยังอึ้งอยู่ “โอ๋ๆๆ...ขวัญเอ๋ยขวัญมา...คุณแม่ไม่ไปไหนหรอกค่ะ”
       มิ้วเหวอ “นี่คุณแม่แกล้งเหรอคะ...มิ้วหัวใจแทบวาย”
       กิมเอ็งยิ้มพอใจ “แสดงว่าคุณแม่ก็เล่นเนียนเหมือนกันนะเนี่ย”
       “เนียนมากค่ะ....คุณแม่เล่นเนียนยิ่งกว่านังกะละแมอีกนะคะ” กิมเอ็งชะงักคิดๆ “แล้วคุณแม่นึกยังไงจู่ถึงได้เล่นละครเป็นคนทรงเจ้าแบบนี้..” มิ้วชะงัก ฉุกคิดเอ๊ะ “อย่าบอกนะว่าคุณแม่ทำแบบนี้เพราะว่า...”
       
       กิมเอ็งพยักหน้าพบเส้นทางทใหม่ ‘ใช่เลยคุณลูกขา’

เจ้าแม่จำเป็น ตอนที่ 18 จบบริบูรณ์
        หลายวันต่อมา ป้ายหน้ารั้วบ้านเช่าของกิมเอ็งเขียนข้อความว่า ‘สำนักทรงเจ้าแม่ปลาบู่ทอง’ สภาพหน้าบ้านเป็นไม้โทรมๆ ถูกตกแต่งเป็นสำนักทรง บรรยากาศดูเข้มขลัง ข้างหน้ามีแท่นไม้สำหรับให้คนนั่งเป็นที่ประทับของเจ้าแม่
        
       สภาพทุกอย่างเหมือนบ้านเช่าโต๊ดที่กะละแมเคยเปิดสำนักทรงไม่ผิด โดยด้านหลังที่ประทับของเจ้าแม่ มีรูปภาพปลาบู่ทองขนาดใหญ่มหึมา มีการเจิมสามจุดที่รูป มีโต๊ะหมู่บูชาสำหรับวางอุปกรณ์ทำมาหากิน เช่น ลูกประคำ รูปปั้นเทพเจ้าต่างๆ หัวกระโหลก เครื่องรางของขลัง ทั้งของไทย จีน พราหมณ์ หมอผี วางมั่วซั่วกันไปหมด
       ตรงทางเข้าเห็นมิ้วนุ่งขาวห่มขาวยืนรับแขก และขายกลีบดอกกุหลาบบูชาเจ้าแม่อยู่
       ชาวบ้านหลั่งไหลเข้ามาในสำนักทรงเต็มไปหมด
       มิ้วพูดนิ่มๆ เนิบๆ “สวัสดีค่ะคุณพ่อ คุณแม่ คุณพี่ คุณน้องซื้อกลีบดอกกุหลาบแล้วก็เชิญทางนี้เลยค่ะ...กลีบกุหลาบพันปีถาดละเก้าสิบเก้าบาท สำหรับรับเสด็จเจ้าแม่ เพื่อกุศลในชาตินี้และชาติหน้านะคะ...เชิญค่ะๆ เจ้าแม่กำลังจะประทับแล้วค่ะ”
       มิ้วขายของด้วยเสียงเป็นมิตรและเปี่ยมเมตตา
       
       ฉายตะวันกับแจ่มด้อมๆ มองๆ อยู่หน้าบ้านกิมเอ็ง มองเข้าไป จะเข้าดี ไม่เข้าดี
       “ที่นี่แหละค่ะ แจ่มได้ยินคนในซอยเค้าเมาธ์กันว่าเป็นสำนักทรงของคุณกิมเอ็ง เรารีบเข้าไปดูกันเถอะค่ะคุณท่าน”
       ฉายตะวันลังเล “จะดีเหรอ”
       แจ่มไม่ตอบลากฉายตะวันเข้าไปเลย
       
       ฉายตะวันแจ่มเดินเข้ามาในบ้าน มิ้วเห็นฉายตะวันกับแจ่มเดินเข้ามา ก็ตกใจชะงักเล็กน้อย
       มิ้วตั้งสติได้ก็ตัดสินใจเดินเข้าไปรับฉายตะวัน ด้วยกิริยาสงบนิ่ง เหมือนคนละคนมั่กๆ
       มิ้วยกมือไหว้ พูดเนิบๆ “สวัสดีค่ะคุณป้า คิดไม่ถึงเลยนะคะว่าคุณป้าจะมาที่นี่”
       “ป้าก็คิดไม่ถึงเหมือนกันจ้ะว่าจะเจอหนูมิ้วที่นี่....” ฉายตะวันเหวอ “แล้วเป็นไงมาไงหนูมิ้วถึงมาเปิดสำนักทรงได้”
       มิ้วโม้เต็มสูบ “เรื่องมันเหลือเชื่อมากเลยค่ะคุณป้า พูดไปก็เหมือนโม้...แต่ในวันที่เราหมดหวัง หมดหนทางจากทุกสิ่ง มิ้วกับคุณแม่กำลังเศร้าอยู่ที่ริมแม่น้ำ แล้วจู่ๆ มิ้วกับคุณแม่ก็เห็นแสงสีทองส่องประกายมาจากในน้ำค่ะ” สีหน้าขณะเล่าตื่นเต้นดู “ทันใดนั้นเอง เจ้าแม่ปลาบู่ทองก็ได้ปรากฎกายขึ้นแล้วประทานพรให้คุณแม่...ท่านบอกว่าคุณแม่มีองค์ปลาบู่ทองค่ะ”
       แจ่มแซว “องค์ปลาบู่ หรือหน้าปลาบู่คะ” มิ้วฉุนจิกตามองเคืองๆ แจ่มรีบแก้ “เอ่อ...แจ่มหมายถึงกายเจ้าแม่น่ะค่ะ...เป็นคนหรือเป็นปลา” แล้วไป)
       มิ้วคิดๆ พยายามแถ “เอ่อ...หัวเป็นปลา ตัวเป็นคนค่ะ”
       “งั้นก็คล้ายนางเงือกสิคะคุณมิ้ว” แจ่มสงสัยต่อ
       “เอ่อ... ก็เงือกๆ แบบนั้นแหละค่ะ” มิ้วว่า
       แจ่มฉุกคิดสงสัยอีก “เอ๊ะ...แต่เงือกหัวเป็นคน ตัวเป็นปลานะคะคุณมิ้ว จะเหมือนกันได้ยังไง”
       มิ้วรีบเปลี่ยนเรื่อง “เอ่อ...มันก็สปีชี่เดียวกันนั่นแหละ เล่าไปก็คงไม่จบง่ายๆ” หันมาทางฉายตะวัน “มิ้วว่าเชิญคุณป้านั่งก่อนดีกว่าค่ะเดี๋ยวเจ้าแม่จะประทับแล้ว”
       มิ้วเดินเลี่ยงไป ฉายตะวันส่ายหน้าด้วยความไม่เชื่อ
       
       เวลาต่อมาลูกศิษย์ นั่งรับเจ้าแม่จนเต็มสองฝั่งทางเดินตั้งแต่ประตูตัวบ้าน มาจนถึงบริเวณทรง มีฉายตะวันแจ่มนั่งรวมอยู่ด้วย
       มิ้วเดินไปรับเจ้าแม่ “ร่างทรงมาแล้วค่ะ”
       ประตูบ้านถูกผลักออกมา เผยให้เห็นกิมเอ็งในชุดสีทองอร่าม เดินออกมาอย่างสงบนิ่ง ท่าทางสำรวมสุดฤทธิ์ กิมเอ็งค่อยๆ ก้าวเดินออกมาอย่างช้าๆ มีชาวบ้านที่นั่งสองข้างทางคอยโปรยกลีบดอกกุหลาบให้กิมเอ็งเดินเหยียบ
       ชาวบ้านมองกิมเอ็งท่าทางเลื่อมใสสุดฤทธิ์
       กิมเอ็งเดินมานั่งที่แท่นประทับ ลูกศิษย์ลูกหากราบเจ้าแม่ด้วยท่าทางเหมือนถวายบังคมกษัตริย์
       ฉายตะวัน กับแจ่มเหวอๆ จำต้องทำตาม
       กิมเอ็งเริ่มร่ายคาถาอย่างจริงจัง ใส่อารมณ์สุดๆ เป็นคาถาจีน
       “นเมียวโฮเรเงเคียว นโม นเมีย องค์ไต๋ซื่อกวยก๋วยจั๊บโฮเมียว ซารังเฮโย!” มั่วโคตรๆ
       ต่อมาไม่นาน กิมเอ็งค่อยๆ สั่นงั่กๆๆๆๆ องค์ประทับอย่างแรง แรงขึ้น...แรงขึ้น กิมเอ็งจัดเต็มสุดๆ แล้วก็ล้มฟุบลงไปกับพื้น ก่อนจะกระเด้งขึ้นมา พรึ่บ!
       “เจ้าแม่ประทับแล้วค่ะ” มิ้วร้องขึ้น
       ฉายตะวันตกใจ แล้วมองกิมเอ็งอึ้งๆ ‘ไม่อยากจะเชื่อ’
       ไม่นานต่อมา ฉายตะวันแจ่มเดินออกมาจากบ้านเช่ากิมเอ็ง
       “ถ้าไม่เห็นกับตา ฉันคงไม่เชื่อแน่ๆ”
       แจ่มงง “ไม่เชื่อว่าเจ้าแม่มีจริง หรือไม่เชื่อว่าคุณกิมเอ็งเป็นร่างทรงคะ”
       “ไม่เชื่อว่าคุณกิมเอ็งมาตั้งสำนักทรงหลอกชาวบ้าน ส่วนเรื่องเจ้าแม่ร่างทรงจะมีจริงมั้ยฉันก็ไม่รู้ ฉันรู้แต่ว่าเวรกรรมมีจริง แล้วมันก็คงตามมาทันในชาตินี้ด้วย” ฉายตะวันถอนหายใจปลดปลง
       “คุณนายโกรธมั้ยคะ”
       “ไม่หรอก...คนทำยังไงก็ได้อย่างนั้น”
       “แปลกดีนะคะ คนปกติหันไปหลอกชาวบ้าน คุณนายไม่โกรธ แต่คนที่เคยหลอกชาวบ้านกลับมาขายซาลาเปา ทำไมยังโกรธอยู่ล่ะคะ”
       แจ่มพูดพาซื่อ แต่ฉายตะวันสะอึก กึก! เออจริง!...
       
       คืนนั้นกะละแมกำลังนวดแป้งทำซาลาเปา ติ่งกำลังตั้งใจอ่านหนังสือ ส่วนตุ้งแช่กำลังนั่งทำโครงงานวิทยาศาสตร์มีชิณคอยช่วย ชิณแอบมองกะละแม กะละแมหันหลังหลบ...ทำเป็นรังเกียจ แต่จริงๆ เขิน
       โต๊ดเดินเข้ามาเงียบๆ แล้วแอบมองทุกคน โต๊ดมองไปที่ลูกหลานทีละคน ทั้งตุ้งแช่ กะละแม และติ่ง โต๊ดมองภาพตรงหน้า แล้วยิ้ม อิ่มอกอิ่มใจ รู้สึกหมดห่วง
       โต๊ดเดินมาหาทุกคน “พวกเอ็งอยู่กันพร้อมหน้าก็ดีแล้ว ข้ามีเรื่องสำคัญจะบอก”
       ชิณจะลุก “ผมออกไปข้างนอกก่อนนะครับ พวกคุณจะได้คุยกัน”
       “ไม่เป็นไรครับ เชิญนั่งฟังด้วยกันก็ได้ครับ”
       ชิณนั่งลงชิณหันมาหาโต๊ด ติ่ง ตุ้งแช่ และกะละแม ตั้งใจฟัง
       โต๊ดตัดสินใจพูดออกมา “ตอนนี้เรื่องทุกอย่างก็สงบแล้ว...เรื่องร้ายๆ ก็ค่อยๆ คลี่คลาย ข้าก็หมดห่วง...ข้าตัดสินใจแล้ว...ข้าจะบวชตลอดชีวิต”
       ติ่ง ตุ้งแช่ และกะละแม ตกใจร้อง ห๊ะ?
       “บวชแบบโกนผม” ติ่งถามย้ำ โต๊ดพยักหน้า “ใส่ผ้าเหลือง” โต๊ดพยักหน้า “ถือศีล บิณฑบาตร ห้ามกินข้าวหลังเที่ยงอะนะ” โต๊ดพยักหน้าอีกพลางบอก
       “เออ”
       “ถ้าน้าบวชแล้วพวกฉันล่ะ พวกฉันจะทำยังไง” กะละแมสงสัย
       ตุ้งแช่พูดเสียงเศร้าๆ “ใช่พ่อ...แล้วแช่ล่ะ? แช่ไม่มีแม่คนนึงแล้ว แล้วพ่อยังจะทิ้งแช่ไปอีก” ตุ้งแช่ทำท่าเหมือนจะร้องไห้
       โต๊ดรีบปลอบตุ้งแช่ “พ่อก็ไม่ได้ไปไหนไกลซักหน่อย ถ้าเอ็งคิดถึง ก็ไปหาพ่อที่วัด”
       ติ่งสงสารตุ้งแช่ “น้าไม่ห่วงไอ้แช่มันเหรอ ฉันว่าน่าจะรอให้มันโตกว่านี้ก่อนนะ”
       “เวลานี้แหละดีที่สุด ตอนนี้อะไรๆ มันก็ลงตัวแล้ว” โต๊ดหันไปทางทางตุ้งแช่ “ไอ้แช่ก็ได้ทุนถึงปริญญาตรี” คราวนี้หันไปทางติ่ง “ส่วนเอ็งก็กลับตัวกลับใจหางานทำ” แล้วมองไปทางกะละแม “ส่วนเอ็งก็ได้ทุนจากคุณนาย แถมยังมีคนดีๆ คอยดูแล” โต๊ดมองหน้าชิณแล้วยิ้มๆ
       ชิณยิ้มกลับให้โต๊ด
       กะละแมหันมาแขวะชิณเบาๆ “ยิ้มทำไม ไม่ได้หมายถึงคุณซะหน่อย”
       ชิณหุบยิ้ม
       กะละแมหันมาทางโต๊ดแล้วพูดทักท้วง “แต่ว่าน้า...”
       โต๊ดพูดขัดขึ้น “อย่าขัดศรัทธาข้าเลย ข้าอยากสั่งสอนพุทธศาสนิกชนให้เป็นคนดี อย่าทำผิดแบบข้าอีก ให้ข้ามีโอกาสได้ชดใช้บาปกรรมที่ทำไว้เถอะนะ”
       ติ่ง ตุ้งแช่ และกะละแม ต่างพูดไม่ออก อึ้งไปตามๆกัน ‘โต๊ดเอาจริง’
       
       ไม่นานหลังจากนั้น อาม่า โทฟู่ และบรรดาชาวบ้านทั้งซอยมารวมกันอยู่ที่หน้าบ้านเต็มไปหมด เหมือนมีม็อบเล็กๆ โต๊ดเดินนำ กะละแม ติ่ง และตุ้งแช่ ออกมาจากในบ้าน
       ชิณรออยู่หน้าบ้าน เห็นกะละแมเดินออกมา ก็รีบตามมาสมทบยืนข้างกะละแม
       เชอร์รี่โวยวายกับอาม่า “เรียกพวกฉันมาที่นี่ทำไม บอกไว้ก่อนนะ ถึงพวกฉันจะยอมซื้อซาลาเปาไอ้แมมัน แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าพวกฉันจะลืมเรื่องทุกอย่างหรอกนะโว้ย” อาการเชอร์รี่ไม่ยอมเต็มที่
       อาม่าปราม “อย่าเพิ่งโวยวาย ฟังอาโต๊ดเค้าก่อน”
       โต๊ดพูดอย่างจริงใจ “ฉันไม่ได้จะขอให้ทุกคนลืมหรอกจ้ะ แต่ที่ฉันเชิญทุกคนมาในวันนี้ เพราะว่าอยากจะขอขมาลาโทษทุกคน”
       ชาวบ้านมองหน้ากันแปลกใจ ‘ลาอะไรของมัน’
       “ฉันจะไปบวช”
       ทุกคนตกใจ แต่ก็อดด่ากลับไม่ได้
       “มารศาสนาอย่างเอ็งเนี่ยนะจะบวช สะกดคำว่าความดีเป็นแล้วเหรอวะ” เชอร์รี่นำร่อง
       ป้าส้มลิ้มตาม “ใช่! คนที่เคยหากินบนความเชื่อของชาวบ้านจะไปเป็นพระ ถุย”
       อาม่าทนไม่ไหว “พวกลื้อพูดแรงไปเปล่า อาโต๊ดเค้าตั้งใจจริง แล้วเค้าก็กลับตัวแล้ว อย่าใจแคบนักเลย”
       โต๊ดเข้าใจดี “ม่าอย่าว่าพวกเค้าเลย ที่พวกเค้าพูดมามันก็ถูกทุกอย่าง ฉันยอมรับ ทุกคนจะด่าจะว่าฉันยังไงก็ได้ แต่ฉันขอให้ทุกคนยกโทษให้ฉันด้วย”
       ว่าแล้วโต๊ดก้มลงกราบเท้าชาวบ้านเพื่อเป็นการขอโทษอย่างจริงใจ
       “อโหสิกรรมให้ฉันเถอะนะ”
       ชาวบ้านตกใจกันเป็นแถบๆ ‘เฮ้ย...กราบเลยเหรอวะ’
       กะละแม ติ่ง และตุ้งแช่นั่งลงไปที่พื้นแล้วยกมือไหว้ชาวบ้านด้วย
       กะละแมไหว้ “ยกโทษให้น้าโต๊ดด้วยนะจ๊ะ ถ้าพวกน้าๆ จะแค้น จะด่าจะว่าอะไรก็ให้มาลงกับฉันแทน”
       ตุ้งแช่ไหว้แล้วว่า “ลงกับแช่ก็ได้จ๊ะ แช่เป็นลูก แช่ยอมรับกรรมแทนพ่อ...ยกโทษให้พ่อแช่เถอะนะป้าๆ ลุงๆ”
       ป้าส้มลิ้ม เสียงดัง “ไม่! พวกฉันเจ็บแล้วจำโว้ย”
       พวกกะละแมสะอึก ชิณเห็นท่าไม่ดีเลยช่วยพูด
       “เอ่อ...ขอโทษนะครับ” ชาวบ้านหันมาทางชิณ “ผมอาจจะเป็นคนนอก แต่ผมขอพูดอะไรซักนิดได้มั้ยครับ”
       ชาวบ้านตั้งใจฟัง
       “แม่ผมก็เป็นคนหนึ่งที่เคยโดนหลอกเหมือนกับพวกคุณ และผมก็พยายามเปิดโปงพวกน้าโต๊ดมาตลอด...แต่ทำไมผมถึงยอมให้อภัยทุกคนรู้มั้ยครับเพราะผมรู้ว่าพวกน้าโต๊ดเองก็ได้รับกรรมของพวกเค้าไปแล้ว”
       ชาวบ้านตั้งใจฟัง กะละแมมองชิณซึ้งๆ
       “อย่างเรื่องป๋านุ้ย พวกเค้าจะร่วมมือกับพวกนั้นหลอกทุกคนก็ได้ แต่น้าโต๊ดกับกะละแมก็เลือกที่จะเสี่ยงชีวิตเพื่อเปิดโปงป๋านุ้ย เพราะไม่อยากให้ทุกคนต้องโดนหลอกอีก พวกน้าโต๊ดเลือกที่จะเปิดโปงตัวเอง ทั้งๆที่รู้ว่าทุกคนจะต้องโกรธ และผมว่าสิ่งเหล่านี้ก็น่าจะพิสูจน์ว่าน้าโต๊ดอยากกลับตัวจริงๆ”
       ชาวบ้านทุกคนอึ้งไปตามๆกัน
       ลุงมากช่วยพูด “ที่คุณชิณพูดมามันก็ถูกนะพวกเรา ตอนนี้ไอ้โต๊ดมันก็กลับใจแล้ว มันกำลังใจไปบวช ถ้าพวกเราขัดศรัทธานรกจะกินหัวเอานะโว้ย”
       ป้าส้มลิ้มเออออ “เออๆๆ ข้ารู้แล้ว...อันที่จริงฉันก็ไม่ได้ติดใจอะไรมากหรอก แต่ที่ทำใจแข็งไปเพราะไม่อยากเสียหน้า”
       เชอร์รี่ยอมอโหสิ “ในเมื่อพวกเอ็งกลับใจ พวกข้าก็พร้อมให้อภัย”
       “จริงๆ นะน้า”
       ชาวบ้านพยักหน้า กะละแม ติ่ง โต๊ด ตุ้งแช่ดีใจ
       ชาวบ้านช่วยกันพยุงโต๊ดให้ลุกขึ้น...โต๊ดลุกขึ้นมา น้ำตาคลอเบ้า...ความซาบซึ้ง ความตื้นตันแผ่ซ่านไปทั่วบริเวณ
       “ขอบใจจ้ะ...ขอบใจทุกคนเลย...ขอบใจที่ให้โอกาสคนชั่วๆ อย่างฉันได้กลับตัว”
       ติ่ง ตุ้งแช่ กะละแม โทฟู่ และชิณ มองเหตุการณ์ตรงหน้าซึ้งๆ
       
       กะละแมหันมองหน้าชิณอย่างซึ้งใจ ที่ช่วยพูดจนชาวบ้านยอมยกโทษให้
       
        ติดตาม "เจ้าแม่จำเป็น" ตอนที่ 18 อวสาน(ต่อ) เวลา 09.00 น.

หน้าที่แล้ว
1 | 2 | 3 | 4
หน้าถัดไป
ข่าวล่าสุด ในหมวด
เจ้าแม่จำเป็น ตอนที่ 18 อวสาน (ต่อ)
เจ้าแม่จำเป็น ตอนที่ 17
เจ้าแม่จำเป็น ตอนที่ 16
เจ้าแม่จำเป็น ตอนที่ 15
เจ้าแม่จำเป็น ตอนที่ 14
เครื่องมือจัดการเว็บ
ส่งบทความนี้ต่อ
พิมพ์หน้านี้
ข่าวที่มีผู้ส่งมากที่สุด
แสดงผลหน้าเดียว
จำนวนคนโหวต 9 คน
คุณเห็นด้วยกับข่าว/บทความนี้หรือไม่
เห็นด้วย ไม่เห็นด้วย
เห็นด้วย 9 คน
100 %
ยังไม่มีผู้ไม่เห็นด้วย
0 %
โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความคิดเห็น
1. โปรดงดเว้น การใช้คำหยาบคาย ส่อเสียด ดูหมิ่น กล่าวหาให้ร้าย สร้างความแตกแยก หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
2. ทุกความคิดเห็นไม่เกี่ยวข้องกับผู้ดำเนินการเว็บไซต์ และไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมายได้
3. ทีมงานเว็บมาสเตอร์ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
4. เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
5. ผู้ร่วมแสดงความคิดเห็นสามารถร่วมตรวจสอบข้อความที่ไม่เหมาะสมได้ โดยการกดปุ่ม "แจ้งลบ" หรือส่งอีเมลแจ้งมาที่ cs@astvmanager.com หรือ cs.astvmanager@gmail.com ซึ่งทีมงานจะทำการตรวจสอบ และลบข้อความดังกล่าวโดยเร็วที่สุด หรืออย่างช้าภายใน 3 วันทำการ
เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
แสดงความคิดเห็นเพิ่มเติม
โชว์ภาพผู้ใช้ทุกครั้งที่แสดงความเห็น เพียงเข้าสู่ระบบด้วยบัญชีของเฟซบุก กดที่ปุ่มด้านล่างนี้เลย!

ชื่อ/e-mail ของคุณ : *
 
 *
  กฎกติกาการแสดงความคิดเห็นฉบับเต็ม
 
หนังสือพิมพ์: ASTV ผู้จัดการออนไลน์ | ASTV ผู้จัดการรายวัน | นิตยสารผู้จัดการ 360° | Positioning | ASTV News1
มุม: การเมือง | อาชญากรรม | คุณภาพชีวิต | ภูมิภาค | ต่างประเทศ | มุมจีน | ธุรกิจ | หุ้น | SMEs | Motoring
CyberBiz | วิทยาศาสตร์ | เกม | กีฬา | บันเทิง | Life on Campus | Celeb Online | ท่องเที่ยว | ธรรมะกับชีวิต | Multimedia
เว็บ: Asia Times | บุรพัฒน์ คอมมิคส์ | Mars Magazine | ทะเลไทย | คุยกับเว็บมาสเตอร์ | โฆษณาบนเว็บ
All site contents copyright ©1999-2014