หน้าแรกผู้จัดการ Online | หน้าแรกละครออนไลน์ | ละครออนไลน์
ละครออนไลน์ คู่กรรม

คู่กรรม ตอนที่ 4

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 28 มกราคม 2556 23:58 น.
1 | 2 | 3 | 4
หน้าถัดไป
คู่กรรม ตอนที่ 4
       คู่กรรม ตอนที่ 4
       
       พระอาทิตย์ทอแสงลอดผ่านแนวยอดไม้ริมฝั่งคลองบอกเวลาตอนสายๆ ส่วนที่ตลาดตาบัวกะตาผลเดินเกะกะคว้าของกินจากพวกแม่ค้าที่หาบของเดินผ่านมากิน แล้วรีบเดินหนีมา
       
       “พวกมันไม่รู้กันซะแล้ว เล่นกะใครไม่เล่น” ตาบัวโยนของกินอีกชิ้นให้ตาผล
       “ใช่ กะใครไม่เล่น” ตาบัวรับของกินมาเข้าปาก “ดันมาเล่นกะ…” กำลังเคี้ยวของกินค้างคำอยู่
       “ดันเล่นกะไอ้ยุ่น” ตาผลบอก
       ตาบัวสำลักของกิน หันมาตบกะโหลกเพื่อนอย่างฉุนๆ “บ๊ะ ไอ้นี่ เอ็งพวกใครวะ”
       “ก็ผลเป็นไงล่ะ กระเดือกเข้าไปน้ำมันเกือบหมดถัง นี่ดีนะ ถ้าไม่ได้แม่อังละก็ข้าว่า เอ็งกะข้าคงได้ไปนอนป่าหลังวัดกันไปแล้ว” ตาผลบอก
       “เฮ้ย คนดีน่ะ ตกน้ำไม่ไหล ตกไฟไม่ไหม้” ตาบัวคุยฟุ้ง
       ตาผลด่า “ถุย..นี่เงินเอ็งยังเหลือใช่ไหมวะ เอามาให้ข้าใช้หน่อยสิ
       ตาบัวโวยวาย “อะไรวะ ข้าแบ่งให้เท่ากันไปครบแล้ว หารสอง..ของใครของมันเว้ย”
       จังหวะนั้นหมอโยชิเดินผ่านมาพอดี พร้อมนายทหารติดตามอีก 2 คน
       หมอโยชิร้องทัก “นายบัว นายผล”
       ตาบัวกะตาผล หันไปเห็นสะดุ้งโหยง พูดไม่เป็นภาษา
       “จะ..เจี๊ยก”
       “นี่หายกันดีแล้วสินะ”
       หมอโยชิทักทายยิ้มแย้ม
       “เออ” ตาผลโล่งอกทักกลับ “หมอฟันโยชินี่เอง”
       ตาบัวก็โล่ง “โห้ย..ใจนี่ร่วงไปอยู่ตาตุ่ม สบายดีจ๊า หมอก็..ตามสบายนะ”
       สองเกลอประสานเสียง “ไฮ้” พร้อมกับโค้ง
       “ไฮ้!” หมอโยชิโค้งแล้วยิ้มให้ทั้งสองคน ก่อนจะเดินจากไป
       ตาบัวกะตาผลร้อง “ไฮ้ๆๆ” และโค้งส่งตามหมอไป ชาวตลาดมองๆ
       ครั้นพอตาบัวเงยหน้ามา เห็นสายตาชาวตลาดมองเขม็ง รีบยืด คุยโว
       “เฮอะ นึกว่ากูจะกลัวเรอะ ไอ้ยุ่น ไอ้พวกเลว ศัตรูแผ่นดิน กูต้องเอามันคืนให้สมกับที่บังอาจมาทำกับวีรบุรุษของชาติ”
       ตาผลผสมโรง เสียงดัง “ถุยๆๆ เกลียดมันชิบ...ที่ขโมยของอู่พวกมันเนี่ย ก็เพื่อทำลายฟามมั่นคงของกองทัพมันนั่นแหละ ไม่เคยคิดถึงประโยชน์ส่วนตัวเลย คิดถึงแต่ประโยชน์ส่วนรวม เพื่อชาติล้วนๆ เว้ย”
       ชาวบ้านคนหนึ่งส่ายหน้า บอก “เหม็นขี้ฟันว่ะ”
       
       ช่วงตอนกลางวันแม่อรเดินมองหาโต๊ะขายนมสดที่ฟุตบาทหน้าห้องแถว ริมถนนหน้าตลาดท่าเตียน
       กำนันนุ่มที่รีบเดินผ่านมาพบจึงร้องทัก
       “แม่อร มาซื้ออะไร”
       “อ้า..กำนัน ฉันมาหาซื้อนมไปให้แม่”
       “อ้าว แล้วยายเป็นอะไรไปละ”
       “แม่เป็นไข้จ้ะ สงสัยจะเป็นมาลาเรีย”
       “แหม คนเฒ่าคนแก่นะ ภูมิร่างกายมันก็น้อยลงเป็นธรรมดาแล้วนี่ไปหาหมงหมอรึยังละ”
       “เออ..ก็หมอเขาฉีดยาให้ไปแล้วจ้ะ..เมื่อวาน”
       กำนันนุ่มแปลกใจ “แถวบ้านเรามีหมอที่ไหนที่หายาแพงๆ มาฉีดให้ชาวบ้านได้ด้วยหรือ”
       “อ๋อ หมอญี่ปุ่นจากที่อู่นั่นแหละจ้ะ..พอนายช่างคนนั้นเขารู้ว่าแม่ไม่สบาย เค้าก็พาหมอมาดู ก็ไม่นึกเหมือนกัน..ว่าเขาจะใจดี”
       ฟังแม่อรบอก กำนันนุ่มชะงักอึ้งไปหน่อย แล้วก็ค่อยๆ ยิ้มออกมา “อืม..อย่างนั้นเหรอ ก็ดีๆ บ้านใกล้เรือนเคียงขนาดนั้น ถ้าเขาไม่ดีกับเรา..ก็คงลำบากแย่”
       แม่อรถอนใจ “ก็หวังว่าจะดีต่อกันไปเรื่อยๆ ก็แล้วกันนะ..เฮ้อ..สงครามนี่มันทำให้เราขัดข้องไปเสียหมดเลย...แล้วนี่กำนันมาทำอะไรจ๊ะ”
       “ก็มาเจรจากับพ่อค้าคนกลางที่จะไปตีเหมามะม่วงอกร่องที่สวนหน่อย.. ไว้พรุ่งนี้จะแวะไปเยี่ยมยาย ..บอกแกว่าฉันบอกให้หายไวๆ”
       “ขอบใจจ้ะ” แม่อรรีบเดินไปหาของจะซื้อต่อ
       กำนันนุ่มเดินไปนิด แล้วหยุด หันไปมองแม่อร ทั้งสงสาร และห่วงใย
       
       แม่อรเดินหาของที่จะซื้อ แล้วมองเห็นแผงขายนมวัวสดอยู่ข้างๆ ร้านหนังสือ แต่มองไม่เห็นคนขาย จึงหันจะไปถามร้านข้างๆ
       หลวงชลาสินธุราชในชุดเครื่องแบบเต็มยศ กำลังยืนดูหนังสือที่ร้านขายหนังสือพิมพ์พอดี
       “หนังสือสารเสรี ฉบับสัปดาห์นี้ขายหมดแล้วหรือ” คุณหลวงถามขึ้น
       “ไม่มีแล้วเจ้าค่ะท่าน” แม่ค้าตอบ
       คุณหลวงฉงน “ไม่มี..ยังไงกัน”
       “ตำรวจเขาให้เก็บไปหมดแล้ว ไปด่าพวกญี่ปุ่นเข้าล่ะสิเจ้าคะ” แม่ค้าว่า
       “อ้าว..ยังงั้นหรือ”
       แม่อรไม่ได้สนใจหลวงชลาสินธุราช และไม่ทันได้มองด้วยซ้ำขณะถาม “ป้าคะ อาบังขายนมสดต้ม..ไปไหนเสียละ”
       แม่ค้าไม่ตอบยังติดพันยื่นหนังสืออีกเล่มให้คุณหลวง “เอาเล่มนี้แทนสิเจ้าคะ เล่มนี้ดี สนับสนุนรัฐบาลกับญี่ปุ่น” แล้วจึงหันมาทางแม่อร “เดี๋ยวนะจ๊ะ อาบังไปกินข้าวจ้ะ เดี๋ยวคงมา”
       หลวงชลาสินธุราชหันมาทางแม่อร มองอยู่ครู่หนึ่ง ท่าทีอึ้งๆ
       “อร…”
       แม่อรเพิ่งเห็นว่าเป็นใคร นิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนรีบทำสีหน้าและน้ำเสียงให้ปกติ
       “คุณหลวง”
       “สบายดีนะ” คุณหลวงสินธุราชถามไถ่อดีตภรรยา
       จังหวะนั้นคุณนายจิต และ แก้ว กับกบ ที่แต่งตัวอย่างหรูหรา เหมือนกำลังจะไปงานที่เป็นทางการ และกำลังนั่งนั่งรออยู่ในรถ ตรงที่จอดฝั่งตรงข้าม คุณหลวงแวะจอดเพื่อซื้อหนังสือ
       แก้วหันมาเห็นพ่อคุยกับแม่อรพอดี
       “คุณแม่คะ ดูนั่นค่ะ”
       คุณนายจิตหันไปเห็นคนทั้งสอง ฉุนขึ้นมาทันควัน เปิดประตูลงจากรถ รีบเดินข้ามถนน ตรงเข้ามาหาหลวงชลาสินธุราช
       “ว่าไงคะ หนังสือพิมพ์ ได้หรือเปล่า”
       “ไม่มีจ้ะ ถูกปิดไปเสียแล้ว”
       “แล้วมัวโอ้เอ้ทำอะไรอยู่ล่ะคะ” คุณหญิงจิตหันมามองแม่อร “อ้อ บังเอิญเจอคนรู้จักพอดีหรือคะ แต่คงไม่มีเวลาคุยกันแล้วล่ะค่ะ เพราะเราต้องรีบไปงานกัน งานสำคัญ สำหรับแขกผู้ดีมีเกียรติ และคนในรัฐบาลทั้งนั้น ไม่ควรจะไปถึงช้านะคะ จะเสียมรรยาท”
       แม่อรนิ่งอึ้ง เชิดหน้าขึ้น มองคุณหลวงและเมียอย่างเยือกเย็น แขกขายนมกลับมาพอดี
       “ซาลามๆ จะซื้อนมแบบไหนจ๊ะนายจ๋า”
       แม่อรกระพริบตา ตั้งสติ แล้วหันไป ยิ้มนิดๆ “เออ ขอนมวัวต้มสองขวดจ้ะ แบบไม่ผสมน้ำตาลนะ”
       สั่งเสร็จแม่อรยืนตัวตรง มาดเชิด พยายามทำทุกอย่างให้เป็นปกติ ไม่หันไปสนใจหลวงชลาสินธุราชอีก คุณหลวงจำต้องเดินไปกับเมีย แต่ไม่วายลอบเหลียวมามองอดีตภรรยา
       
       ฟากแม่อรไม่ยอมหันมาเหลือบแลอีกเลย

คู่กรรม ตอนที่ 4
       ไม่นานต่อมาแม่อรนั่งเรือข้ามฟากแม่น้ำเจ้าพระยาจากฝั่งพระนครกลับบ้านสวนฝั่งธนบุรี ในมือถือตะกร้าใส่ข้าวของจากตลาดอยู่เต็ม
        
       ข้างๆ แม่อรไม่ไกลนัก มีนักเรียนนายเรือกับแฟนสาวคุยหยอกล้อกันอย่างมีความสุข
       แม่อรมอง แล้วเมินหน้าไป เหม่อมองไปตามกระแสน้ำที่ถูกแหวกเป็นลูกคลื่นขณะที่เรือแล่นข้ามฝั่ง
       
       “โรงภาพยนตร์ศาลาเฉลิมกรุง พระนคร พ.ศ.๒๔๘๕”
        
       รถรางคันหนึ่งวิ่งส่งเสียงสั่นกระดิ่งผ่านไป มีประชาชนโดยสารเต็ม ที่ด้านหน้าโรงภาพยนตร์ศาลาเฉลิมกรุง ตอนบ่าย เห็นป้ายขนาดใหญ่เป็นรูปกองทัพทหารญี่ปุ่น และฝูงเครื่องบิน
       ผู้คนมากมายคับคั่ง เต็มไปด้วยเหล่าข้าราชการไทย ทั้งแม่ทัพนายกอง ทหาร ตำรวจ รวมทั้งหลวงชลาสินธุราช และครอบครัว คุณนายจิตทักทายคนนั้นคนนี้ด้วยมาดอันสง่า รู้จักคุ้นเคยคนใหญ่คนโตไปหมด ลูกๆ สองคน ทำตัวสวยงาม น่ารัก ยิ้มแย้ม ไหว้คนนั้นคนนี้กันไป
       
       ระหว่างนั้นคณะของญี่ปุ่นมาถึง โดยมีแม่ทัพโทโมยูกิ มาซาโอะ โกโบริ หมอโยชิและทหารติดตามอีก 2-3 คน
       “นั่น มันมากันละ” คุณหลวงมองพวกญี่ปุ่น กระซิบกับเพื่อนทหารไทย
       “ตกลงเรื่องที่พวกเราไปเล่นงานพวกทหารคุมรถไฟของมันบ้านโป่ง มันเอายังไง” เพื่อนทหารสงสัย
       “มันไม่ยอมหรอก..มันทำหนังสือประท้วงไปที่ท่านนายกแล้ว มันจะเอาเรื่องให้ได้” คุณหลวงบอก
       “เราตายไปตั้ง 5 คน มันคงนึกว่าเราคงกลัวพวกมัน…แล้วนี่บังคับให้มาดูหนังของพวกมัน หนังอเมริกันห้ามฉาย ข้าราชการพลเรือน อีกหน่อยมันก็คงบังคับให้พวกเราพูดภาษามันนั่นละ นี่ ทั้งหนังสือพิมพ์ นิตยสาร ป้ายเป้ย ของพวกมันก็เต็มบ้านเต็มเมืองไปหมดแล้ว คิดแล้ว ผมละอยากขอไปนั่งดู จำอวดหน้าม่านคั่นละครเพลง ที่ศาลาเฉลิมไทยคงสนุกกว่า” เพื่อนนายทหารบ่นเป็นหางว่าว
       “คุณพี่คะ คนไหนคะแม่ทัพหน่วย” คุณหญิงจิตถาม
       “คนมีหนวดยืนตรงกลางนั่นละ” คุณหลวงบอก
       “คนหนุ่มๆ เด็กๆ ที่ยืนข้างซ้าย เป็นหลานชายแม่ทัพ เพิ่งย้ายมาจากพม่า” เพื่อนทหารบอกอีก
       หลวงชลาสินธุราช สังเกตมองโกโบริที่ยืนอยู่ข้างๆ แม่ทัพโทโมยูกิ โกโบริซึ่งมีแผลที่คิ้วกำลังตกสะเก็ด มองมาพอดี โกโบริมองหน้ากลุ่มคนไทยอย่างสนใจ ก่อนจะก้มหัวให้อย่างสุภาพ
       พวกคนไทยอึ้งๆ กัน สบตากันนิดๆ แล้วหันไป ก้มหัวตอบ
       โกโบริพูดกระซิบกับหมอโยชิเป็นภาษาไทย “คนไทย-คงไม่อยากดูหนัง-ที่มีคนญี่ปุ่น-รบเก่ง ชนะที่นั่น ชนะที่นี่ ทำไม-ไม่ให้-เขาดูหนัง-ประเทศญี่ปุ่น-ที่มี-ธรรมชาติสวยงาม มีเพลง มีนักแสดงสวยๆ -เรื่องสนุก- หัวเราะกัน ยิ้มกัน”
       “คนไทยหลายๆ พวก ยังคอยหาโอกาสทำร้ายพวกเราเสมอ ท่านแม่ทัพอยากให้พวกเขาเห็นว่า กองทัพญี่ปุ่นยิ่งใหญ่ขนาดไหน เขาจะได้เกรงกลัว ไม่กล้าสู้กับเรา” โยชิก็ตอบกลับเป็นภาษาไทย
       โกโบริท้วง “ไม่จริงหรอก- หมอโยชิ ผมเชื่อว่า คนเรา -สู้กัน -เพราะความกลัว ความกลัว ทำให้เกลียดชัง -จน-ต้อง-ทำร้ายกัน ทั้งๆ..ไม่ได้ตั้งใจ” พูดไปพูดมาโกโบริเผลอเอามือแตะแผลตน
       หมอโยชิมองมา โกโบริรีบเอามือลง แล้วยิ้มให้
       “พูดอะไรกัน ทำไมไม่พูดญี่ปุ่น” โทโมยูกิเอ็ด
       “อยู่เมืองไทย พูดภาษาไทย คนไทยจะได้รับเราเป็นเพื่อนไงครับ” โกโบริว่า
       โทโมยูกิ หัวเราะลั่น “คนไทยหรือจะเห็นเราเป็นเพื่อน เรารุกรานเขา เขาก็ต้องเกลียดเราอยู่แล้ว”
       โยชิพูดกับโกโบริเป็นภาษาไทย “คนไทย ชอบยิ้ม พูดว่าไม่เป็นไร แต่ความจริง..ไม่ใช่อย่างที่เราเห็น”
       “แต่ถ้าเราดีกับเขาให้มากๆ เขาก็ต้องดีกับเรา”
       โกโบริตอบแล้วเดินไป โยชิตามมาด้วย เข้ามาในหมู่คนไทย
       พวกของหลวงชลาสินธุราชอึ้งๆ
       ทหาร1 (กระซิบกัน)แย่ล่ะ ไอ้ทหารคนแก่มันเคยเป็นหมอฟันอยู่ที่นี่ เผลอนินทาไปมากมาย มันจะรู้เรื่องอะไรหรือเปล่า
       โกโบริ กับหมอโยชิมาถึง
       “สวัสดีตอนบ่ายครับ ทุกคน” โยชิทักทาย
       ทุกคนตรงนั้นทักตอบเป็นคำญี่ปุ่น “สวัสดีตอนบ่ายๆๆ”
       “ผม หมอโยชิ เป็นหมอฟันครับ นี่ร้อยเอกโกโบริ เป็นนายช่างต่อเรือ เราดีใจ ที่ได้พบทุกคนครับ”
       โกโบริโค้งทุกคนเป็นรายตัวเอ่ยทักเป็นคำไทย “สบายดีไหมครับ สบายดีไหมครับๆๆ”
       ทุกคนตรงนั้นรีบโค้งตอบ ทำเสียงแข็งขัน “สบายดีครับๆ” / “สบายดีค่ะ”
       “ชอบดูภาพยนตร์กันไหมครับ” โกโบริถาม
       “ชอบดูครับ” คุณหลวงตอบ
       ทุกคนตอบเอาใจ หน้าตายิ้มแย้ม “ชอบดูครับๆๆ” / “ชอบมากเลย”
       โกโบริยิ้มแย้มแจ่มใส พยักหน้ารับ
       คุณนายจิตแอบกระซิบหลวงชลาสินธุราช “พวกนี้พูดไทยเก่งทั้งนั้นเลยนะคะ”
       “ไอ้หมอฟันมันเป็นจารชน ไอ้พวกโกหกลวงโลก ไอ้พวกนี้แหละ ที่มันเขียนแผนที่ บอกทางหนีทีไล่ รายงานความเป็นไปในบ้านเรา ให้หัวหน้ามันรับรู้ ก่อนจะตัดสินใจบุกเมืองไทยของเรา” คุณหลวงกระซิบตอบ น้ำคำสำเนียงขุ่นเคืองมาก
       จังหวะนั้นมีเสียงญี่ปุ่นหัวเราะลั่นดังเข้ามา
       หลวงชลาสินธุราชสอดส่ายสายตา มองแล้วชะงักกึก เมื่อเห็นคณะของแม่ทัพโทโมยูกิกำลังพูดคุยเฮฮากันเสียงดัง และมีสารวัตร-องอาจ ในเครื่องแบบเต็มยศ กำลังพูดคุยเอิ๊กอ๊ากๆ อยู่กับมาซาโอะ จับมือ ตบหลังตบไหล่กระซิบกระซาบหยอกล้อกัน
       คุณหลวงเหลียวมองความสนิทของมาซาโอะกับสารวัตรอย่างไม่วางตา
       
       ภายในโรงภาพยนตร์ศาลาเฉลิมกรุง พระนคร บ่ายวันนั้น
       
       ภาพข่าวแสดงแสนยานุภาพกองทหารญี่ปุ่นในสมรภูมิต่างๆ ซึ่งล้วนเป็นการรบชนะในหลายๆ ดินแดน โดยมีเสียงบรรยายประกอบเป็นภาษาไทย ฉายอยู่บนจอในโรงภาพยนตร์
       โทโมยูกินั่งดูอย่างภูมิใจ ข้างๆ มีโกโบริและหมอโยชินั่งด้วย ที่โซน royal box และทหารญี่ปุ่นอีก 2-3 นาย
       โทโมยูกิ หันมาหัวเราะร่าเริง “เป็นยังไงล่ะ พูดไทยกับพวกเขา แล้วเขาชอบเรามากขึ้นไหม”
       “ผมเชื่อว่า เรื่องแบบนี้ คงต้องใช้เวลา ถ้าเราทำดีอย่างจริงใจกับเขา ซักกันเราต้องชนะใจเขาจนได้” โกโบริตอบ
       โทโมยูกิสบตากะโยชิ แล้วหัวเราะ
       
       อีกฝั่งหนึ่งหลวงชลาสินธุราช นั่งดูไปเงียบๆ กับลูกเมีย หนังข่าวช่วงแรกจบลง ภาพมืดลง เสียงดนตรีบรรเลงสดดังขึ้น
       ตรงบริเวณใกล้กับมุมข้างเวทีจอฉายภาพยนตร์ มีวงดนตรีจากกรมโฆษณาการกำลังบรรเลงดนตรี สลับฉาก มีนักร้องหญิงแต่งกายสวยงามเป็นหมู่ กำลังขึ้นเสียงร้องเพลงใต้ร่มธงไทย ซึ่งเป็นบทเพลงที่ครูเอื้อ สุนทรสนาน แต่งขึ้นเพื่อเอาใจญี่ปุ่น โดยการใช้ทำนองเพลงพื้นเมืองญี่ปุ่นมาผสม
       หลวงชลาสินธุราช ดูดนตรี พลางสลับเหล่คณะของพวกญี่ปุ่น ที่มีสารวัตร-องอาจ นั่งคุยกระซิบกระซาบ ยิ้มแย้มอยู่กับพันโทมาซาโอะ
       ทหารที่นั่งอยู่ข้างๆ คุณหลวงชลาสินธุราช สังเกตเห็นตามที่คุณหลวงมองอยู่เช่นกัน
       “นั่นพันโทมาซาโอะ มันคุมพวกสารวัตรแคมเป ไอ้สารวัตร-องอาจเป็นตำรวจไทย ที่คงจะทำงานรับใช้พวกแคมเปแน่ๆ” ทหารคนนั้นเอ่ยขึ้น
       “ไม่มีพวกไล่ล่ากลุ่มไหนที่โหดเท่าไอ้พวกแคมเปอีกแล้ว มันก็คือพวกหมาป่า ที่ไล่ล่าทุกคน ที่มันได้กลิ่น..ว่าจะทำอะไรที่เป็นปรปักษ์กับญี่ปุ่น คงจะมีไอ้องอาจเป็นสุนัขรับใช้คอยรายงานนี่เอง”
       
       หลวงชลาสินธุราช ยังคงมองคนทั้งสอง อารมณ์เคืองๆ เครียดๆ

คู่กรรม ตอนที่ 4
       แม่อรนั่งเหม่อจนเรือโดยสารในคลอง พายมาเทียบถึงศาลาท่าน้ำบ้านแล้วยังไม่รู้ตัว
       
       “แม่อร แม่อร ถึงแล้วจ้ะ” นายท้ายเรือเรียก
       แม่อรรู้สึกตัว มีอาการตื่นจากภวังค์ “อ้อ..จ้ะๆ ขอบใจจ้ะพ่อสิง”
       “นึกว่าไม่ลงเสียแล้ว แหม...” นายท้ายเรือแซวขำๆ
       แม่อรหิ้วของ รีบก้าวขึ้นมาบนฝั่ง หันไปยิ้มให้นายท้ายเรือ แล้วหันไปยังบ้าน แม่อรหยุดยืนถอนหายใจเศร้าๆ แล้วเดินตรงไปที่เรือน
       
       ขณะที่แม่อรเดินใจลอยก้มหน้ามองต่ำตามทางมาจนถึงหน้าเรือน จู่ๆ ก็มีเสียงหมาเห่าดังโฮ่งๆ มา แม่อรแปลกใจ รีบเงยไปดู
       จึงเห็นว่าที่หน้าบันไดบ้านเวลานั้น หมาเฝ้าสวน 2 ตัว รุมเห่าเคสุเกะ กับลูกน้องอีกสองนายที่หอบถุงขนาดใหญ่ใบโตมากัน คนละถุง ในสภาพที่ต่างคนต่างเหงื่อตก กระโดดหลบตัวหลบขึ้นไปอยู่บนขั้นบันไดขั้นบนๆ ต่างกลัวหมากัด
       พอเคสุเกะเห็นแม่อรก็ดีใจมาก
       “มาแล้ว ไฮ้..ซาหวัดดีคั้บ” เคสุเกะออกเสียงเน้นคำหนักแน่นแบบทหาร “ช่วยผม-ด้วยครับ”
       แม่อรตกใจ “อะไรกัน..นี่มาทำอะไรกันอีกล่ะ”
       เคสุเกะหน้าเสีย ส่งยิ้มฟันขาวให้อย่างงาม
       
       บรรดาถุงเสบียงทหารใบโตทั้งสามใบ ถูกวางลงบนชานเรือนเรียงกัน เคสุเกะปาดเหงื่อหนึ่งทีและเงยหน้ามายังคงยิ้มหวาน แม่อรเดินเข้ามาดูใกล้ๆ
       “เอ่อ..ตกลงนี่ของใคร เอามาให้ใครกันพ่อคุณ”
       เคสุเกะร้อง “ไฮ้…”
       แม่อรมึนตึ๊บ “เฮ้อ จะรู้เรื่องกันไหมเนี่ย” พลางหันไปมองรอบๆ “ยายอัง.. ลูกสาวฉันก็ไม่อยู่”
       แม่อรมองกลับมายังคงเห็นเคสุเกะยิ้มหวานให้ไม่รู้ไม่ชี้เหมือนเดิม
       แม่อรตรงเข้าไปเปิดถุงออก เจอซองจดหมายสีขาว จึงเปิดซองออกดึงกระดาษออกมา พลิกดู
       “โอ้ นี่ ภาษาอะไรก็ไม่รู้ ฉันอ่านไม่ออกหรอก ต้องให้ลูกสาวฉันมาอ่าน”
       แม่อรบ่นพลางล้วงของในถุงออกมาวาง เป็นอาหารกระป๋องชนิดต่างๆ มากมายถูกออกมาวางเรียง
       “แล้วมันอะไรกันบ้างจ๊ะ” แม่อรชี้ไปที่เครื่องกระป๋องเหล่านั้น
       เคสุเกะยิ้มเหมือนเดิม มองเหมือนเข้าใจที่แม่อรถาม จึงเดินเข้ามาอธิบายชี้ใกล้ๆ
       “โซเซจิ ชิซู ฮามมา...” เคสุเกะบอก
       แม่อรงงอยู่นั่น “หา แล้วมันอะไรละ ซูๆ เซๆ”
       เคสุเกะยิ้ม พยักหน้าเหมือนดีใจ
       “คือกินแล้วมันโซเซๆ เหรอจ๊ะ” แม่อรคิดๆ แล้วว่า “ก็เหล้านะสิ แล้วเอาเหล้ามาทำไมจ๊ะ”
       เคสุเกะยิ้มแหย หันไปสบตาเพื่อนๆ ทุกคนยิ้มตอบ ส่ายหัว เคสุเกะเกาหัวหมดปัญญา ลุกขึ้นจะลากลับ
       “อ้าว จะไปแล้วเรอะจ๊ะ ขอบใจมากนะ พ่อหนุ่ม ฝากบอกพ่อโกมะลิเขาด้วย”
       เคสุเกะหน้าเอ๋อเหรอ
       แม่อรมองหน้าเคสุเกะ เริ่มจำได้
       “เอ นี่เธอ ที่มาเต้นระบำรำฟ้อนล้อเลียนยายอังวันนั้นนี่ ฉันจำได้ละ เป็นยังไงโดนทำโทษไป หายดีแล้วหรือยัง เอาละ มานี่”
       ว่าพลางแม่อรเดินไปทางข้างครัวที่มีลูกมะพร้าวอ่อนวางอยู่หลายทะลาย แล้วชี้ให้เคสุเกะ 4-5 ทะลาย และกล้วยหอมอีกหลายหวี
       “กล้วยหอมนี่..เธอคงไม่อยากกินแล้วสินะ งั้นเอานี่ เอาไปฝากพวกเพื่อนๆเธอนะ มะพร้าวน้ำหอมนะ..ทีหลังก็ไม่ต้องไปโค่นต้นมะพร้าวใครเขาอีกละ เอ้า เอาไป”
       เคสุเกะตกใจ รีบโบกมือปฏิเสธ ถอยๆ
       “เอาไปเถอะ ฉันให้พ่อโกโบริเขาคงไม่ว่าอะไรหรอก” แม่อรว่า
       แม่อรส่งมะพร้าวให้ทหารแต่ละนายคนละทะลาย
       เคสุเกะ จำใจ ต้องรับมะพร้าวไว้
       “ขอบ คุณ คั้บ”
       เคสุเกะและพวกทหารทำความเคารพเป็นการใหญ่ อาริงาโตะ ไฮ้ๆๆ แม่อรยิ้มขำ
       
       น้ำในลำคลองไหลเรื่อยไป พระอาทิตย์ยามบ่ายแก่ๆ ส่องแสงสะท้อนในคลองวิบวับ
       อังศุมาลินถือตะกร้าไข่ไก่ขึ้นมาบนเรือน ถอดงอบออก แลไปเห็นแม่อรนั่งทำอะไรบางอย่างอยู่ จึงพยายามเดินย่องเข้าไปข้างหลังกะจะไปแกล้งจ๊ะเอ๋ให้แม่ตกใจ
       อังศุมาลินเข้าไปใกล้ จนเห็นว่าแม่อรกำลังดูข้าวของเครื่องกระป๋องเรียงราย ก็ชะงัก เปลี่ยนใจไม่แกล้งแม่อรแต่หันไปสนใจของที่วางอยู่
       “อะไรคะแม่”
       แม่อรสะดุ้ง “ยายอัง...มาเงียบๆ อีกละ นี่มาดูสิมันอะไรบ้างเนี่ย”
       อังศุมาลินนั่งลงข้างๆ แม่ รับเครื่องกระป๋องมาดู อ่านตัวญี่ปุ่นบนนั้น “โซ-เซ-จิ” แล้วขมวดคิ้ว
       “ใช่ๆ โซเซ อะไรเนี่ยละที่พ่อหนุ่มที่เอามาให้บอก”
       อังศุมาลินสงสัย “ใครมาคะ”
       “อ้อ ก็เมื่อครู่มีทหารหิ้วของพวกนี้มาให้ ทหารจากอู่นั่นละ”
       ฟังที่แม่บอก อังศุมาลินชักสีหน้าทันที
       “แล้วมันคืออะไรน่ะ ไอ้โซเซที่ว่านี่”
       “ไส้กรอกคะ นี่เนยแข็ง นี่แฮม นมข้น นมสด”
       อังศุมาลินหยิบขึ้นมาสาธยายทีละกระป๋อง
       “นี่ มีจดหมายนี่มาด้วย ไม่รู้ใครเขาว่าอะไร”
       แม่อรยื่นกระดาษที่มีลายมือเขียนเป็นภาษาอังกฤษ 2-3 บรรทัดให้อังศุมาลินดู
       อังศุมาลินรับจดหมายมาอ่านดูแป๊บนึง
       “อ้อ เขียนมาเป็นภาษาอังกฤษซะด้วย..คือ..เขาเขียนมาว่า..ของทั้งหมดนี้สำหรับบำรุงร่างกายคนป่วยตามที่หมอสั่ง หวังว่าจะช่วยให้คุณยายอาการดีขึ้นน่ะค่ะ”
       อังศุมาลินขมวดคิ้ว ชักคิดหนัก แล้วพับจดหมายเก็บส่งคืนแม่อร
       “ใครหรือจ๊ะลูก”
       อังศุมาลินตอบด้วยน้ำเสียงประชดประชัน “พ่อดอกมะลิของแม่ค่ะ เขาส่งของมาให้คุณยาย”
       แม่อรอึ้งไปนิดหนึ่งแล้วเห็นนิ้วมืออังศุมาลินที่บวมแดง ตรงที่โดนแมงป่องต่อย ก็ตกใจ
       “ต๊าย..นั่นมือหนูเป็นอะไรจ๊ะ”
       อังศุมาลินสะดุ้ง รีบเอามือซ่อน เสียงอ่อนลง “แมงป่องมันต่อยค่ะ
       “ไปโดนเข้าตอนไหนล่ะลูก”
       “ตอน..ต้มน้ำให้หมอลวกเข็มฉีดยาคุณยายเมื่อคืนค่ะ..พอดีในครัวมันมืด...”
       อังศุมาลินพูดแล้ว เผลอไปคิดเหตุการณ์เมื่อคืน
       ตอนที่ตัวเองกระโดดหนีแมงป่อง แล้วโกโบริประคองไว้ และตอนที่โกโบริจับมือลนไฟเทียน
       ตอนที่อังศุมาลินฟาดไม้คานเข้าหน้าผากโกโบริจนหน้าผากแตก เลือดซึมออกมา
       อังศุมาลินสะบัดหน้า ไม่อยากคิดถึง
       “เจ็บหรือลูก…” แม่อรเห็นสีหน้าลูกสาวไม่สู้ดี ก็เป็นห่วง
       อังศุมาลินหงุดหงิด นึกโกรธตัวเอง “เปล่าค่ะ”
       
       แม่อรมองลูกสาวอย่างห่วงๆ

1 | 2 | 3 | 4
หน้าถัดไป
ข่าวล่าสุด ในหมวด
คู่กรรม ตอนที่ 24 จบบริบูรณ์
คู่กรรม ตอนที่ 23
คู่กรรม ตอนที่ 22
คู่กรรม ตอนที่ 21
คู่กรรม ตอนที่ 20
เครื่องมือจัดการเว็บ
ส่งบทความนี้ต่อ
พิมพ์หน้านี้
ข่าวที่มีผู้ส่งมากที่สุด
แสดงผลหน้าเดียว
จำนวนคนโหวต 28 คน
คุณเห็นด้วยกับข่าว/บทความนี้หรือไม่
เห็นด้วย ไม่เห็นด้วย
เห็นด้วย 25 คน
90 %
ไม่เห็นด้วย 3 คน
10 %
ความคิดเห็นที่ 8 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
มึรงก็ไปอ่านเดลินิวซิ
ไอ้หอก
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 7 +2 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
รอตอนที่ 5 อยู่นะคะ
jhseoh
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 6 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
รอตอนที่ 4 หน้า 4 อยู่นะคะ
เพ็ญ บ้านสวน ชลบุรี
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 5 +3 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
เมื่อวานก็ไม่ได้อัพ วันนี้จะมีมั้ยคะเนี่ย มีคนรออ่านอยู่นะคะ Refresh ทั้งวัน หน้าไหนก็ไม่คืบเลย
สาวน้อยข้างบ้าน
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 4 +5 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
9.00 วันไหนค่ะ รอนานมากกกกกกกกกกก
เด็กติดเกมส์
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 3 -6 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ลองดู 2 ตอนที่ผ่านมา ดูแล้วขำ การแคสติ้งนักแสดง การแสดงของนักแสดงมันดูหลอกตาไปหมดเลย ไม่ได้ให้ความรู้สึกว่าเป็นอยู่จริง นักแสดงรีบพูดเหมือนกลัวจะลืมบท มีแต่โหวกเหวก โวยวาย ขาดเสน่ห์อย่างแรง ดนตรีประกอบก็โบราณมากๆไม่เข้ากับภาพเลย นี่เป็น คหสต.นะคงเพราะเราอ่านเรื่องนี้มาหลายรอบมาก ดูมาก็หลายเวอร์ชั่น แต่ไม่มีซักเวอร์ชั่นที่เป๊ะตามความรู้สึกเรา
เลยขอลาละนะ
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
 
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ไม่ชอบก็ไม่ต้องดูสิครับ ง่ายๆ
มาแสดงความเห็นทำไมให้โดนกดติดลบขนาดนี้
TurtleWorld
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
งั้นให้มันอยู่ในจินตนาการของคุณต่อไปนะคะ ไม่ต้องไปดูเวอร์ชั่นไหนอีกแลัว ยังไงก็ไม่ถูกใจคุณอยู่ดี นอกเสียจากว่าคุณจะสร้างเองดูเอง
poko
 
ความคิดเห็นที่ 2 +1 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ถึงไม่ค่อยมีคอมเม้นท์แต่ก็มีคนรออ่านอยู่นะคะ.... ตั้งใจรอต่อไป
ใจร้อน
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 1 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
มาแค่นี้ เท่าเดลินิวส์เลย copy เขามาป่ะ
เมว์ไอที
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความคิดเห็น
1. โปรดงดเว้น การใช้คำหยาบคาย ส่อเสียด ดูหมิ่น กล่าวหาให้ร้าย สร้างความแตกแยก หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
2. ทุกความคิดเห็นไม่เกี่ยวข้องกับผู้ดำเนินการเว็บไซต์ และไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมายได้
3. ทีมงานเว็บมาสเตอร์ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
4. เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
5. ผู้ร่วมแสดงความคิดเห็นสามารถร่วมตรวจสอบข้อความที่ไม่เหมาะสมได้ โดยการกดปุ่ม "แจ้งลบ" หรือส่งอีเมลแจ้งมาที่ cs@astvmanager.com หรือ cs.astvmanager@gmail.com ซึ่งทีมงานจะทำการตรวจสอบ และลบข้อความดังกล่าวโดยเร็วที่สุด หรืออย่างช้าภายใน 3 วันทำการ
เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
แสดงความคิดเห็นเพิ่มเติม
โชว์ภาพผู้ใช้ทุกครั้งที่แสดงความเห็น เพียงเข้าสู่ระบบด้วยบัญชีของเฟซบุก กดที่ปุ่มด้านล่างนี้เลย!

ชื่อ/e-mail ของคุณ : *
 
 *
  กฎกติกาการแสดงความคิดเห็นฉบับเต็ม
 
หนังสือพิมพ์: ASTV ผู้จัดการออนไลน์ | ASTV ผู้จัดการรายวัน | นิตยสารผู้จัดการ 360° | Positioning | ASTV News1
มุม: การเมือง | อาชญากรรม | คุณภาพชีวิต | ภูมิภาค | ต่างประเทศ | มุมจีน | ธุรกิจ | หุ้น | SMEs | Motoring
CyberBiz | วิทยาศาสตร์ | เกม | กีฬา | บันเทิง | Life on Campus | Celeb Online | ท่องเที่ยว | ธรรมะกับชีวิต | Multimedia
เว็บ: Asia Times | บุรพัฒน์ คอมมิคส์ | Mars Magazine | ทะเลไทย | คุยกับเว็บมาสเตอร์ | โฆษณาบนเว็บ
All site contents copyright ©1999-2014