หน้าแรกผู้จัดการ Online | หน้าแรกละครออนไลน์ | ละครออนไลน์
ละครออนไลน์ มณีสวาท

มณีสวาท ตอนที่ 5

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์
29 มกราคม 2556 22:47 น.
1 | 2 | 3 | 4
หน้าถัดไป
มณีสวาท ตอนที่ 5
        มณีสวาท ตอนที่ 5
       
       เช้าวันต่อมาภุชคินทร์ยังคงอยู่ในห้องนอน และกำลังแต่งตัวเตรียมไปทำงาน สีหน้าราชนิกูลหนุ่มไม่สู้ดีนัก ในใจยังเคืองขุ่นเจ้าอุรคาเรื่องเมื่อคืนอยู่ไม่คลาย
       
       “จะไปสนใจผู้หญิงเจ้าเล่ห์คนนั้นทำไม ภุชคินทร์” ภุชคินทร์บอกกับเงาตัวเองในกระจก “เลิก! เลิกคิดถึงเค้าได้แล้ว แล้วไปทำงาน”
       ภุชคินทร์คว้ากระเป๋าเอกสารทำท่าจะเดินออกไปนอกห้อง แต่หยุดชะงัก สีหน้าลังเล ก่อนเดินมา
       เปิดลิ้นชักหัวเตียงเปิดออกมา เห็นที่เก็บอัญมณีวางอยู่ ภุชคินทร์หยิบออกมาเปิดดูก็เห็นลูกแก้ววางอย่างดีในนั้น ภุชคินทร์ยิ้มนิดๆ หยิบลูกแก้วออกมาดูก่อนวางลงที่เดิม ปิดลิ้นชัก คว้าเอากุญแจมาล็อคไว้
       “ให้มันรู้ไป ว่าเจ้าจะเอาของผมไปได้อีก”
       ภุชคินทร์ยิ้มแล้วเดินออกไป กำลังจะเก็บลูกกุญแจดอกเล็กเสียงมือถือก็ดังขึ้น ภุชคินทร์เผลอ
       วางลูกกุญแจลง รับโทรศัพท์
       “ครับคุณน้า ผมจะไปเดี๋ยวนี้แหละครับ”
       ภุชคินทร์รีบเดินออกจากห้องอย่างรวดเร็ว ลืมเก็บลูกกุญแจเสียสนิท
       
       เฟื่องวลีแต่งตัวสวยเฉิดฉาย แต่เดินไปมาท่าทางหงุดหงิดอยู่ในบ้านภิงคาร แถมหน้าหงิกหน้างอบ่นเป็นหมีกินผึ้ง
       “เบื่อๆๆ แต่งหน้าแต่งตัวซะสวย แต่ต้องมาอยู่เฉยๆ ในบ้าน”
       “ไม่อยากอยู่ในบ้าน ก็ชวนคุณชายภุชคินทร์ไปเที่ยวสิลูก” เฟื่องฟ้าแนะ
       “แม่ว่าฟีบี้ไม่ทำเหรอคะ? ฟีบี้ทำจนไม่รู้จะทำยังไงแล้วเนี่ย โทร.ไปก็ไม่รับ และถึงรับชวนไปไหนๆ ก็ไม่ไป”
       “ถ้าคุณชายไม่ไป ลูกก็ไปหาคุณชายที่บ้านสิลูก จะหลบจะหลีกยังไง ก็หนีไม่พ้นหรอก เพราะเราไปนั่งรออยู่ที่บ้านเลย”
       เฟื่องวลียกมือไหว้มารดา “ขอบคุณค่ะคุณแม่ที่เปิดทาง ฟีบี้จะทำตัวเป็นตัวหนีบพี่ชายเลยค่ะคุณแม่ขา”
       เฟื่องวลียิ้มแป้น สองแม่ลูกกอดกันสบายใจ
       
       ตรงโต๊ะนั่งเล่นบริเวณสวยสวยหน้าวังนาเคนทร์ พะนอฤดีคุยอยู่กับนารีวรรณอย่างออกรส นารีวรรณทำตาโตเป็นระยะ ขณะฟังพะนอฤดีเม้าธ์
       “ลำพังคุณฟีบี้พูดคนเดียว ฤดียังว่าไม่เท่าไหร่ แต่ขอโทษทีนะ” พะนอฤดีลดเสียงพูดเบาลง “ยัยเฟื่องฟ้า แท็คทีมกับลูก หาวิธีจับคุณชาย บอกถ้าทำตัวแรวงส์ ก๋ากั๋นไม่เวิร์ค ก็ให้แอ๊บไปเลย โอยย..ฤดี หัวใจจะวาย” ว่าพลางพะนอฤดีทำหน้าซื่อแอ๊บใส “ผู้หญิงสมัยนี้ เค้าทำกับขนาดนี้เลยหรือ”
       นารีวรรณหน้างอ “น่าเกลียดที่สุด จ้างให้ หนูนาก็ไม่ยอมให้คุณฟีบี้มาเป็นพี่สะใภ้”
       พะนอฤดีแกล้งหยั่งเชิง “แล้วถ้าคุณชายยอมล่ะ”
       “ไม่มีทาง หนูนาดูพี่ชายออก พี่ชายไม่มีวัน ไปรักผู้หญิงอย่างคุณฟีบี้แน่ๆ ต้องอย่าง…” นารีวรรณพูดค้างคำ
       พะนอฤดียิ้มย่องต่อคำ “ฤดีเหรอ”
       นารีวรรณเหมือนไม่ได้สนใจฟัง ตายิ้มฝันหวาน “เจ้าอุรคา”
       “อะไรนะ”
       “เจ้าอุรคา ณ ภูจำปา” นารีวรรณบอก
       พะนอฤดีตาค้าง แต่หนูนาพูดต่อท่าทีปลื้มสุดขีด
       “จริงๆ นะฤดี เจ้าอุรคานี่แหละเหมาะสมกับพี่ชายที่สุด เจ้าอุรคา สวย งามสง่า ไม่ว่าเจ้าอุรคาจะทำอย่างไรก็น่ามองหมดเลย ที่สำคัญ...”
       พะนอฤดีรีบซัก “อะไร”
       “หนูนาว่าพี่ชายก็สนใจเจ้าอุรคาอยู่เหมือนกัน ไม่อย่างนั้นพี่ชายคงไม่หาเรื่องไปเจอกับเจ้าอุรคาบ่อยๆ หรอก”
       “หาเรื่องไปเจอ” พะนอฤดีงวยงง
       “ก็...พี่ชายแกล้งหาลูกแก้วที่เจ้าอุรคาให้หนูนาไม่เจอ จะไม่เจอได้ยังไงล่ะจ้ะฤดีจ๋า...ก็พี่ชายเป็นคนเก็บไว้เอง หนูนาเลยคิดว่าพี่ชายต้องแกล้งสร้างเรื่องเพื่อไปหาเจ้าอุรคาแน่ๆ เลย” นารีวรรณสะกิดพะนอฤดี “ฤดี..ฤดี”
       พะนอฤดีสะดุ้ง “จ๊ะ”
       “ฟังอยู่หรือเปล่า”
       พะนอฤดีนิ่ง ส่วนนารีวรรณมองไปทางด้านหน้าตึก เห็นรถของเฟื่องวลีกำลังจะเลี้ยวเข้ามา นารีวรรณทำหน้าหงิกทันที
       “อ๋อ! หนูนาเข้าใจแล้ว”
       “เข้าใจว่า ฤดีกำลังเฮิร์ตใช่มั้ย”
       “ใช่! ก็แค่พูดถึง คุณฟีบี้ก็มา”
       พะนอฤดีงง “คุณฟีบี้มา”
       “อ้าว! ฤดีไม่เห็นหรือไง? คุณฟีบี้มาโน่นแล้ว”
       นารีวรรณพูดจบ เฟื่องวลีก็ขับรถแล่นปร๊าดมาจอดที่ตรงหน้า โบกมือมาทักทาย ก่อนก้าวลงมา
       “เฮ้ลลลโล้..!!คุณหนูนาขา”
       นารีวรรณทักตอบจ๋อยๆ เลียนเสียง “เฮ้ลลลโล้ค่ะ”
       พะนอฤดีหน้าหงิก บ่นงึมงำกับตัวเองเบาๆ
       
       “โอย...ทั้งเจ้าอุรคา ทั้งยัยซอมบี้ พะนอฤดี มึน!”

มณีสวาท ตอนที่ 5
        ครู่ต่อมาเฟื่องวลีเดินนวยนาดเข้าไปในวัง นารีวรรณเดินแกมวิ่งตาม โดยมีพะนอฤดีวิ่งตามอีกคน
       
       เฟื่องวลีพูดพร้อมรอยยิ้ม “ฟีบี้บอกแล้วไงคะ ฟีบี้ก็เป็นเหมือนคนในครอบครัวเดียวกันอยู่แล้ว คุณหนูนาไม่ต้องเสียเวลามาต้อนรับมาดูแลฟีบี้หรอกค่ะ อีกอย่าง ฟีบี้ไม่ได้มาหาคุณหนูนา ฟีบี้มาหาพี่ชายค่ะ”
       “พี่ชายไม่อยู่ค่ะ”
       “ไปทำงานใช่มั้ยคะ? งั้นเดี๋ยวพี่ชายก็กลับ”
       “กลับดึกค่ะ” นารีวรรณบอก
       “จะดึกแค่ไหน ฟีบี้ก็รอได้ เชิญคุณหนูนา” เฟื่องวลีปรายตามองพะนอฤดี “กับ...เพื่อนตามสบายเถอะค่ะ”
       เฟื่องวลีทำหน้าเย้ยหยันพะนอฤดี ก่อนหมุนตัวเดินตัวปลิวเข้าไปในวัง
       “ช่างเถอะหนูนา คนแบบนี้พูดด้วยก็เสียเวลาเปล่า” พะนอฤดีว่า
       “นั่นน่ะสิ...นี่ถ้าไม่เกรงใจว่าเป็นญาติคุณน้าภิงคาร หนูนาเชิญออกจากบ้านแล้วนะเนี่ย”
       พะนอฤดีหน้ามุ่ย “แต่ถ้าคุณชายกลับมา”
       “ไม่มาหรอกจ้ะ ถึงมา ก็ดึก” นารีวรรณยิ้ม “คุณน้าโทร.มาตามพี่ชายแต่เช้าเห็นว่ามีงานด่วน
       ถ้าเป็นแบบนี้ก็ต้องสะสางงานกันจนดึกล่ะ ฮึ! ถ้าคุณฟีบี้อยากนั่งรอจนรากงอก ก็รอไปหนูนาไม่สนใจหรอก น้ำท่าก็ไม่เอาให้กินด้วย”
       นารีวรรณบอกท่าทีขวางๆ เฟื่องวลี พะนอฤดีเยื้อนยิ้มอย่างพอใจ
       
       เวลาเดียวกันภายในห้องลับที่เฮือนภูจำปา เจ้าอุรคาซึ่งยังมีท่าทางอิดโรยและยังเจ็บปวดแผลถูกสุรินทร์ยิงอยู่ ลืมตาโพลงขึ้นมาเห็นและได้ทุกอย่าง เจ้าอุรคาโผเผลุกขึ้น ชรายุที่คอยดูแลอยู่เดินเข้าไปหาพลางบ่น
       “เมื่อไหร่จะพ้นคืน 15 ค่ำเสียที เจ้าอุรคาของข้าจะได้มีพละกำลัง มีอำนาจเหมือนเดิม”
       “เป็นเพราะอาวุธลงอาคม ไม่เช่นนั้นเราคงไม่บาดเจ็บถึงเพียงนี้” เจ้าอุรคาบอก
       ชรายุโกรธแค้นสุรินทร์ขึ้นมาทันที ดวงตาวาววับ “ข้าจะไปจัดการคนที่มันทำร้ายเจ้า”
       “อย่า มนุษย์ผู้นั้นมันไม่ธรรมดา เราจะจัดการมันเอง และจัดการทุกคนที่มาขวางทางรักของเรา”
       เจ้าอุรคาพูดเสียงเบาแต่ในน้ำเสียงเข้ม ดุดัน นัยน์ตาวาววาม แลดูน่ากลัว
       
       ด้านเฟื่องวลี มองซ้ายมองขวาแอบย่องเข้ามาในวัง ยิ้มกระหยิ่ม
       “ไม่มีใครอยู่ เข้าไปรอพี่ชายในห้องดีกว่า”
       เฟื่องวลีพุ่งตรงไปยังห้องของภุชคินทร์และเปิดประตูเข้าไปอย่างรวดเร็ว
       
       เข้ามาในห้องภุชคินทร์แล้วเฟื่องวลีรีบปิดประตูทันที กวาดสายตามองดูรอบๆ ห้องแบบตื่นเต้น
       “เคยเห็นแต่ด้านนอกไม่คิดเลย ข้างใน ห้องของพี่ชายจะสวยขนาดนี้ ว้าว!”
       เฟื่องวลีเดินไปเดินมา ตรงมุมนั้นมุมนี้ เห็นมุมไหนก็ปลื้มโปรดชอบไปหมด หยิบแทบจะทุกสิ่งอย่างของภุชคินทร์ขึ้นมากอด ไม่ว่าจะเป็นปากกา สมุดบนโต๊ะทำงาน คว้าผ้าขนหนูขึ้นมาจุ๊บๆๆๆ ราวกับเป็นตัวภุชคินทร์ ก่อนจะวิ่งไปทิ้งตัวลงบนเตียงนอนเกลือกกลิ้งบนนั้นอย่างสุขใจ
       “โอ๊ย! แค่ได้นอนเตียงเดียวกับพี่ชายยังจั๊กจี๋ขนาดนี้ ถ้าได้นอนกับพี่ชาย..” พูดแล้วก็ทำตาโต
       ทะเล้นๆ “แล้วมีมือพี่ชายเข้ามากอด” เฟื่องวลีทำมือไต่ตัวเองไปด้วยท่าทีเพ้อๆ “จะจั๊กจี๋ขนาดไหน? โอ๊ย...พี่ชายขา ฟีบี้ ฟีบี้อยากแต่งงานกับพี่ชายจังเลย”
       เฟื่องวลีเกลือกกลิ้งไปมาบนเตียงท่าทีเริงร่าสุดขีด คว้าหมอนมากอดมาจูบ
       “ผ้าเช็ดตัวว่าหอมแล้ว หมอนหอมยิ่งกว่า อี๋!”
       เฟื่องวลีเอาหน้าคลุกลงไปแนบกับหมอน ดอมดมจนหนำใจแล้วเงยหน้าขึ้น แต่ต้องสะดุดตาเข้ากับลูกกุญแจที่วางอยู่ใกล้ๆ กับลิ้นชักหัวเตียง
       เฟื่องวลีหยิบลูกกุญแจมาไขทันที ลิ้นชักเปิดออกเห็นมีกล่องเก็บอัญมณีวางอยู่ หญิงสาวตาวาวรีบเปิดออกดู เห็นลูกแก้วครุฑธิการกลิ้งอยู่ในนั้น เนื้อของมันใส มีสีเขียวอ่อนสลับกับแดง แวววาวจับตา
       “พลอยอะไรน่ะสวยจัง”
       เฟื่องวลีมองพลอยสีสวยนั้นราวกับถูกมนตร์สะกด ความโลภทำให้หล่อนหยิบกล่องอัญมณีขึ้นมาเก็บไว้ในกระเป๋าอย่างไม่รู้ตัว ปิดลิ้นชักแล้วล็อกกุญแจ วางแม่กุญแจไว้เหมือนเดิม รีบออกจากห้องไปทันที
       
       ครู่ต่อมาเฟื่องวลีเดินลิ่วออกมาท่าทางมึนๆ พะนอฤดีกับนารีวรรณนั่งอยู่มองไปเห็นก็ยิ้ม พะนอฤดีถามทันที
       “คุณฟีบี้จะกลับแล้วเหรอคะ”
       เฟื่องวลีรู้สึกตัว “พี่ชายไม่อยู่ ฉันจะอยู่ทำไม”
       นารีวรรณประชด “ก็ไหนบอกว่าจะรอล่ะค่ะ คุณฟีบี้จะรอก็ได้นะคะ แต่อาจต้องรอนานหน่อยเพราะพี่ชายคงจะกลับดึกมากๆๆๆๆๆๆๆ และมาก”
       เฟื่องวลีหมั่นไส้ในน้ำเสียง แต่ไม่กล้าวีนได้แต่ยิ้ม “ถ้าพี่ชายไม่โทร.มาฟีบี้ก็อยากจะรอเหมือนกันค่ะ แต่นี่” แกล้งยกมือถือขึ้นมายั่วสองสาว “พี่ชายโทร.มา บอกว่า” เฟื่องวลีทำเลียนเสียงล้อนารีวรรณ “จะกลับดึกมากๆๆๆและมาก พี่ชายอยากจะให้ฟีบี้ไปหา ...ฟีบี้ก็เลย..จะไปหาพี่ชายค่ะ” เดินไปจนถึงรถ แล้วทำท่านึกได้ “อุ๊ย มัวแต่ดีใจ ลืมบอก...กลับก่อนนะคะคุณหนูนา”
       เฟื่องวลีก้าวขึ้นรถแล้วขับออกไปอย่างรวดเร็ว สองคนมองตามขวางเต็มแก่
       พะนอฤดีนั้นสุดแสนจะขัดใจ “ฤดีไม่อยากจะเชื่อเลยว่าคุณชายจะนัดคุณฟีบี้ไปหา”
       “หนูนาก็ไม่เชื่อ”
       
       ท่าทีรีบร้อนจะไป ทั้งที่บอกจะรอ ทำให้นารีวรรณมองตามรถของเฟื่องวลีอย่างสงสัย

มณีสวาท ตอนที่ 5
        ค่ำคืนนั้นเฟื่องวลียังปักหลักอยู่ที่บ้านภิงคาร พออาบน้ำเสร็จก็ออกมาจากห้องน้ำ เดินไปแปรงผมที่โต๊ะเครื่องแป้ง ก่อนจะหยิบกระเป๋าหาขอแล้วเจอกล่องอัญมณี เบื้องแรกเฟื่องวลีงงๆ ว่ามาได้ยังไง?
       
       แต่พอเปิดกล่องออกดูเห็นพลอยส่องแสงแวววาวสะท้อนออกมา สวยมาก เฟื่องวลียิ่งมองยิ่งชอบ
       “สวยจัง กระทบแสงไฟยังกับเพชร เพชรเขียว เหลือบแดง ทับทิม”
       เฟื่องวลีเห็นแสงของลูกแก้วล้อเล่นกับไฟในห้อง ขณะที่ตาปรือเหมือนคนจะหลับ ก่อนจะผลอยหลับไป ในมือยังกำลูกแก้วไว้อยู่
       
       เฟื่องวลีหลับฝันไป ฝันว่าตัวเองมาโผล่อยู่ท่ามกลางความมืดมิด เลียบลำน้ำโขง เฟื่องวลีเดินมาท่าทางงุนงง
       “เรามาอยู่ที่นี่ได้ยังไง”
       เฟื่องวลีกวาดสายตามองดูรอบๆ แล้วต้องสะดุ้งเฮือก เมื่อมีเสียงดังโครมๆ เหมือนน้ำถูกลมซัดกระแทกโขดหิน เมื่อหันไปมองก็เห็นห้วงน้ำขนาดใหญ่ กระแสน้ำปั่นป่วน น้ำน่าจะขุ่นแต่แปลกที่น้ำยังใส แจ๋วจนเฟื่องวลีก้มมองลงไปดู เห็นบางอย่างขดเป็นวงกลม ยาวและใหญ่เลือนลางอยู่ใต้แผ่นน้ำ อะไรบางอย่างนั้นเคลื่อนไหวราวกับมีชีวิต เฟื่องวลีเขม้นตามองด้วยความสงสัยใคร่รู้ ทันใดนั้นหัวใจของเฟื่องวลีก็แทบหยุดเต้น เมื่อเห็นเป็นงูขนาดใหญ่ยักษ์พุ่งขึ้นมา
       “ว้าย!”
       เฟื่องวลีกรีดร้องด้วยความตกใจและตกลงไปในน้ำ ขณะที่งูชูคอขึ้นมามองหน้าเขม็ง มันช่างเป็นงูที่แปลกประหลาดที่สุดในโลก เพราะลำตัวของมันเป็นเหลือบเขียวมรกต แต่นัยน์ตาโปนแดง และมันกำลังอ้าปากเผยอออก ปากงูตัวนั้นกว้างมาก กว้างจนสามารถอมคนได้ทั้งคน ลิ้นของมันยาวใหญ่แยกออกเป็นสองแฉกอย่างเห็นได้ชัด มันยื่นหน้ายื่นปากเข้าใกล้ๆ เฟื่องวลีร้องลั่น
       “อย่า! อย่าทำอะไรฉัน อย่า...”
       เฟื่องวลีรวบรวมกำลังวิ่งกระเสือกกระสนหนีขึ้นไปบนฝั่งอย่างทุลักทุเล แต่ยังรู้สึกเหมือนว่างูยักษ์ยังเลื้อยตามมาอยู่อย่างนั้น เฟื่องวลีขนหัวลุก รู้สึกถึงลมหายใจของงูเป่ารดฟืดฟาดๆ อยู่ข้างๆ เฟื่องวลีสะดุดล้มลง กลั้นใจหันกลับมามอง แล้วก็ต้องร้องกรี๊ดเมื่อปรากฏว่างูมันอยู่ตรงหน้าจริงๆ เฟื่องวลีร้องขึ้นมาอีก
       “อย่า!!อย่าทำฉัน”
       เฟื่องวลีหลับหูหลับตา กลัวสุดขีด สักครู่ต่อมาเหมือนทุกอย่างตรงนั้นจะนิ่งเงียบไปแล้ว แต่เฟื่องวลีกลับสะดุ้งเมื่อมีบางสิ่งหยดลงมาสัมผัสถูกตัวหล่อน เฟื่องวลีค่อยๆ เงยหน้าขึ้นไปมอง แล้วก็เห็นบางสิ่งบางอย่างหยดมาจากปากงูตัวนั้น เหมือนน้ำลายแต่ไม่ใช่ มันดูสดใส งามระยับ เฟื่องวลีเพ่งตามอง แล้วก็ต้องตะลึงเมื่อเห็นเป็นลูกแก้ว
       “ลูกแก้ว...ลูกนั้น”
       ปากงูไม่ขยับสักนิด แต่มีเสียงแว่วมา เหมือนดังมาจากที่อันไกลแสนไกล
       “เอาคืนมา เอาของฉันคืนมา” ซึ่งแท้จริงแล้วเป็นเสียงเจ้าอุรคานั่นเอง
       เฟื่องวลีกลัวจับขั้วหัวใจ ร้องกรี๊ดสุดเสียงเหมือนคนสติแตก
       ขณะเดียวกันภายในห้องลับที่เฮือนภูจำปา เห็นเป็นดวงหน้าของเจ้าอุรคามองมาอย่างโกรธเกรี้ยว ดวงตาลุกโพลงเหมือนนัยน์ตาของงูแลดูน่ากลัวมาก
       พระจันทร์เคลื่อนคล้อยลอยผ่านพ้นหมู่เมฆ คืนแรม 15 ค่ำ เห็นเป็นพระจันทร์เต็มดวงส่องสว่าง เจ้าอุรคายกมือลูบไล้ไปทั่วเรือนร่างของนาง ทันใดนั้นบาดแผลที่บาดเจ็บจากกระสุนปืนลงอาคมก็เลือนหายไป
       เจ้าอุรคาลุกขึ้นยืนในท่วงท่าเข้มแข็ง เปี่ยมอำนาจเหมือนเดิม
       
       ในห้องนอนแขกที่บ้านภิงคารเช้าวันต่อมา เฟื่องวลีเอาแต่นอนร้องกรี๊ดๆ เหมือนคนสติแตก ด้านนอกห้อง เฟื่องฟ้าเคาะประตูห้องเรียกเฟื่องวลีอย่างตกอกตกใจ
       “ฟีบี้ๆ เป็นอะไรไปลูก ฟีบี้”
       เฟื่องวลีนอนหลับหูหลับตากรี๊ดๆๆๆ อยู่บนเตียงสะดุ้งเฮือก เสียงเฟื่องฟ้าดังขึ้นอีก
       “ฟีบี้ๆ”
       “คุณแม่”
       เฟื่องวลีกระโจนลงจากเตียงพุ่งไปที่ประตูเปิดออกอย่างรวดเร็ว ทันทีที่เฟื่องฟ้าแทรกตัวเข้ามา เฟื่องวลีก็โผเข้ากอดแม่แน่นเนื้อตัวสั่นเทา เฟื่องฟ้าถามงงๆ ปนห่วง
       “เป็นอะไรลูก เป็นอะไร”
       เฟื่องวลีบอกเนื้อตัวสั่น “งู...งูค่ะแม่ ตัวมันใหญ่มาก น่าเกลียด น่ากลัวเหลือเกิน”
       พอได้ฟังเฟื่องฟ้าก็กลัวไม่แพ้กัน เสียงสั่น สติแตก “ไหนลูกไหน มันอยู่ไหน”
       ทั่วทั้งห้องไม่เห็นอะไร ทุกอย่างดูปกติ เฟื่องฟ้ายิ้มออกมาได้ แล้วดันร่างของลูกสาวออก
       “ไม่มีอะไรหรอก แม่ว่า...ลูกแค่ฝันไปเท่านั้นเอง”
       “ฝัน” เฟื่องวลีเหมือนได้สติ “ฟีบี้ฝันจริงๆ ด้วย”
       เฟื่องฟ้าดี๊ด๊าที่ลูกสาวฝันถึงงู ทำนายฝันเสียงระรื่น
       “แล้วจะร้องทำไมลูก ฝันถึงงูเค้าว่าจะเจอเนื้อคู่ งู...ตัวใหญ่ คุณชาย!”
       
       เวลาเดียวกันที่วังนาเคนทร์ จู่ๆ ภุชคินทร์เกิดสำลักกาแฟพรวด แบบไม่เคยเป็นมาก่อน หม่อมภาณีกับนารีวรรณนาที่นั่งข้างๆ สะดุ้ง หันมามอง นารีวรรณอดถามไม่ได้ ด้วยท่าทีเกรงใจ
       “กาแฟร้อนไปหรือคะพี่ชาย”
       “เปล่า...ไม่รู้ทำไม จู่ๆ พี่ก็สำลักซะงั้น”
       นารีวรรณยิ้มขำ พูดแซว “ใจคอไม่อยู่กับเนื้อกับตัวหรือคะ”
       หม่อมภาณีหันมามองอย่างสนใจ “ไปทำอะไรมาหรือลูก ใจคอถึงไม่อยู่กับเนื้อกับตัว”
       นารีวรรณเจื้อยแจ้ว “ก็พี่ชายไปหาเจ้าอุรคาน่ะสิคะ...” ผู้เป็นน้องสาวออกท่าทางตื่นเต้นสนใจอยากรู้จริงจัง แซวยกใหญ่ “ว่าไงคะพี่ชาย...เจอเจ้าอุรคาเล่นกลอีกมั้ยคะ”
       ภุชคินทร์ตอบเลี่ยงๆ “พี่ไม่ได้ไปหา”
       “อ้าว! แล้วลูกแก้ว” นารีวรรณหลุดปาก
       หม่อมภาณีหูผึ่งอยากรู้มาก “ลูกแก้วอะไร แล้วชายกับเจ้าอุรคา”
       “ไม่มีอะไรหรอกครับคุณแม่ หนูนาก็พูดไปเรื่อยเจื้อย” ยกมือทำท่าบีบจมูกหยอกน้องสาวก่อน
       จะลุกขึ้น “ผมไปทำงานก่อนนะครับ”
       ภุชคินทร์คว้ากระเป๋าเดินออกไปรวดเร็ว เหมือนจะตัดบททุกอย่าง หม่อมภาณีหันมาถามซักไซ้นารีวรรณ
       “นายชายกับเจ้าอุรคา อะไรลูกอะไร”
       นารีวรรณยิ้มกริ่ม “ไม่มีอะไรค่ะ”
       หม่อมภาณีตีแขนเผียะ “ปิดแม่เหรอ? ไม่เป็นไร แม่สืบเองก็ได้” แล้วนึกบางอย่างได้ก็เลยขำตัวเอง “เออ...ว่าจะขอเบอร์โทร.เจ้าอุรคา ลืมเลยฉัน...”
       หม่อมภาณีคว้ามือถือลุกเดินออกไปกดสายโทร.ออก
       “สวัสดีค่ะเจ้าประกายคำ...ขอโทษค่ะ ดิฉันมีเรื่องรบกวนนิดหน่อยค่ะ อยากจะขอเบอร์ติดต่อเจ้าอุรคาหน่อยน่ะค่ะ”
       
       นารีวรรณอมยิ้มขำหม่อมแม่ ที่ออกอาการปลื้มเจ้าอุรคาออกนอกหน้า

มณีสวาท ตอนที่ 5
        ฟากไพศิษฐ์ เดินขึ้นมาบนโรงพัก จ่าชิดวิ่งเข้ามาหา พร้อมแฟ้มเอกสาร
       
       “ผู้กองครับ นี่ครับแฟ้มประวัติเจ้าอุรคา”
       “ขอบใจมากจ่า” ไพศิษฐ์รับมาเปิดดู แล้วทำหน้าย่นผิดหวัง “ไม่เห็นมีอะไรเพิ่มเติมเลย”
       “ครับไม่มี แต่นี่ครับ ผมมีรูปเพียบเลย”
       จ่าชิดยื่นอีกแฟ้มให้ ไพศิษฐ์ยิ้มกว้างรับมา พูดเย้าลูกน้องคู่ใจ
       “อันนี้ถือว่าทำเกินคำสั่ง แต่ดีมาก”
       “ครับ” จ่าชิดหัวเราะแหะๆ “ครั้งแรกผมตั้งใจจะจับสัญญาณโทรศัพท์ จะได้รู้ว่าเจ้าติดต่อกับใคร
       ที่ไหนบ้าง แต่ไม่มีใครจับสัญญาณโทรศัพท์ของเจ้าได้เลย ผมเลยต้องแอบสะกดรอยตาม”
       ไพศิษฐ์หันมามองหน้าจ่าชิด หน้าเคร่ง ถามอย่างงวยงง
       “เจ้าไม่ใช้โทรศัพท์เลยเหรอ”
       “เจ้าไม่มีโทรศัพท์เลยต่างหากครับ” จ่าชิดบอก
       ไพศิษฐ์ฉงน “เป็นไปได้ยังไง”
       “นั่นสิครับ ผมยังแปลกใจอยู่เลย แล้วที่น่าแปลกยิ่งกว่า...ผู้กองดูรูปสิครับ ทุกรูปของเจ้าอุรคาเบลอหมดแล้วก็มีแสงแปลกๆ อะไรก็ไม่รู้”
       ไพศิษฐ์ก้มลงมองดูรูปภาพในมือ พลิกดูแต่ละภาพ แล้วก็เห็น รูปของเจ้าอุรคาที่ออกงานต่างๆ มี
       ตำหนิทุกภาพไม่ชัด โดยเฉพาะภาพเจ้าอุรคานั้นดูพร่าเลือน ไม่ก็ซ้อนเลือนลาง เหมือนมีอีกร่างลักษณะเป็นกลม ยาว เหมือนงู ซ่อนอยู่ ไพศิษฐ์หน้าเคร่งยิ่งกว่าเดิม คว้ามือถือขึ้นมา โทร.หาเพื่อนซี้
       “ชาย...เลิกงานเจอกันหน่อย ฉันมีเรื่องจะคุยด้วยว่ะ...เรื่องประหลาด!”
       ไพศิษฐ์ก้มลงมองภาพอีกทีอย่างประหลาดใจเป็นที่สุด
       
       คืนนั้น สองหนุ่มนัดเจอกันในร้านอาหารสักแห่ง และนั่งคุยกันอยู่ ภุชคินทร์ถามขึ้นด้วยท่าทีสนใจ
       “แปลกยังไง?”
       “นายดูเองแล้วกัน” ไพศิษฐ์บอก
       ภุชคินทร์รับแฟ้มรูปภาพมาดู เห็นเหมือนไพศิษฐ์ทุกอย่าง ภาพทุกภาพของเจ้าอุรคาไม่ชัด พร่าเลือน ภุชคินทร์กลบเกลื่อนไม่อยากคิดมาก
       “ไม่เห็นมีอะไร เลนส์กล้องอาจจะเสียหรือไม่ก็ถ่ายรูปไม่เป็น”
       “จ่าชิดน่ะนะถ่ายรูปไม่เป็น? หลายๆ งาน รูปที่นายขอจากฉัน ก็เป็นฝีมือของจ่าชิดนะเว้ย!”
       ภุชคินทร์นิ่ง ไพศิษฐ์ว่าต่อ
       “นายสงสัย แปลกใจเหมือนกับที่ฉันกำลังเป็นอยู่ใช่ป่าว เจ้าอุรคาแปลกประหลาดขึ้นทุกวันยิ่งฟังที่นายเล่า เรื่องสะกดจ่ง สะกดจิต เล่นกลอะไรนั่น ฉันยิ่งว่าเจ้าไม่ใช่คนธรรมดา”
       ภุชคินทร์เห็นว่าชักจะไปกันใหญ่จึงพูดปราม “ฉันไม่เชื่อเรื่องผี เรื่องสาง”
       “ฉันไม่ได้ว่าเจ้าอุรคาเป็นผี หรือปิศาจ แต่ฉันสงสัยว่าเจ้าจะมีอำนาจบางอย่าง นายเคยสังเกตดวงตาของเจ้ามั้ยชาย? ดวงตาของเจ้าดุมากเลยนะ”
       ภุชคินทร์คิดตาม นึกถึงดวงหน้าเจ้าอุรคา และเห็นแววตาดุดันคู่นั้น
       “ดวงตาแบบนั้นเป็นดวงตาของคนที่มีอำนาจ ไม่ก็พลังบางอย่างพอที่จะสะกดจิตใครต่อใครได้ ซึ่งในฐานะจารสตรีคุณสมบัติแบบนี้สำคัญมาก เพราะมันทำให้เจ้าสามารถบังคับ โน้มน้าวใครต่อใครได้...ไม่งั้นทั้งคุณนาถ ท่านสุบรรณ แล้วก็นายคงไม่ติดบ่วงเจ้าอุรคาขนาดนั้น”
       ภุชคินทร์เถียงเสียงแข็ง “ฉันติดบ่วงอะไรเจ้า?”
       “ความสนใจไงล่ะ ทุกคนที่ได้ใกล้ชิดสนิทสนมกับเจ้าอุรคา มีใจโน้มเอียง สนใจเธอหมด และฉันก็คิดว่า เธอต้องการใกล้ชิดทุกคนเพื่อล้วงความลับ”
       สีหน้าตลอดจนท่าทีของไพศิษฐ์ มีแต่ความมั่นใจ
       
       เวลาเดียวกันนั้น เจ้าอุรคาเดินเล่นอยู่ในสวนที่บริเวณเฮือนภูจำปา ล้อเล่นกับต้นพญานาคราชด้วยสีหน้าชื่นมื่น ไม่ได้รู้สึกหวั่นไหวสะทกสะท้าน กับคำพูดของไพศิษฐ์เลย มีเพียงคำพูดหนึ่งที่เล็ดลอดออกมาเบาๆ
       “แล้วเจ้าจะได้รู้จักเรามากกว่านั้น ไพศิษฐ์”
       
       เจ้าอุรคาค่อยๆ เร้นกายหายไป

1 | 2 | 3 | 4
หน้าถัดไป
ข่าวล่าสุด ในหมวด
มณีสวาท ตอนที่ 14 จบบริบูรณ์
มณีสวาท ตอนที่ 13 (เพิ่มเติม)
มณีสวาท ตอนที่ 12
มณีสวาท ตอนที่ 11
มณีสวาท ตอนที่ 10
เครื่องมือจัดการเว็บ
ส่งบทความนี้ต่อ
พิมพ์หน้านี้
ข่าวที่มีผู้ส่งมากที่สุด
แสดงผลหน้าเดียว
จำนวนคนโหวต 14 คน
คุณเห็นด้วยกับข่าว/บทความนี้หรือไม่
เห็นด้วย ไม่เห็นด้วย
เห็นด้วย 13 คน
93 %
ไม่เห็นด้วย 1 คน
7 %
ความคิดเห็นที่ 5 +3 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ผิดเวลานะค้าาาา กำลังสนุกง่ะ
jj
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 4 +6 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
“เราจำเป็นต้องห่วง เพราะเราเป็นสหายของเจ้า และสหายที่ดีย่อมต้องห่วงใยกันและพากันและกันไปสู่หนทางที่ดี”

ชอบคำนี้มากๆ โดนใจสุดๆ
ชอบมากๆ
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 3 +2 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
เจ้าอุรคาในหนังสือ นิ่ง สง่างามมาก สมเป็นนางพญานาคี แต่ในละครทำไมยั่วยวนขนาดนั้น ตามงอนง้อผู้ชายไม่สมศักดิ์ศรีเจ้าหญิงเมืองบาดาลเลย
ส่วนภุชคินทร์ เจ้าอารมณ์อ่อนไหวเกินไป ในหนังสือบอกว่าก่อนตายอธิษฐานให้ลืมชาติลืมการจองเวรแล้ว ดังนั้นพอเกิดเป็มนุษย์ เขาเลยไม่มีความจำใดๆกับสุบรรณเลย
เพชร
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 2 +1 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ลงเยอะๆเลย ไม่อยากขาดตอนะนะนะนะ
กิว
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความคิดเห็น
1. โปรดงดเว้น การใช้คำหยาบคาย ส่อเสียด ดูหมิ่น กล่าวหาให้ร้าย สร้างความแตกแยก หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
2. ทุกความคิดเห็นไม่เกี่ยวข้องกับผู้ดำเนินการเว็บไซต์ และไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมายได้
3. ทีมงานเว็บมาสเตอร์ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
4. เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
5. ผู้ร่วมแสดงความคิดเห็นสามารถร่วมตรวจสอบข้อความที่ไม่เหมาะสมได้ โดยการกดปุ่ม "แจ้งลบ" หรือส่งอีเมลแจ้งมาที่ cs@astvmanager.com หรือ cs.astvmanager@gmail.com ซึ่งทีมงานจะทำการตรวจสอบ และลบข้อความดังกล่าวโดยเร็วที่สุด หรืออย่างช้าภายใน 3 วันทำการ
เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
แสดงความคิดเห็นเพิ่มเติม
โชว์ภาพผู้ใช้ทุกครั้งที่แสดงความเห็น เพียงเข้าสู่ระบบด้วยบัญชีของเฟซบุก กดที่ปุ่มด้านล่างนี้เลย!

ชื่อ/e-mail ของคุณ : *
 
 *
  กฎกติกาการแสดงความคิดเห็นฉบับเต็ม
 
หนังสือพิมพ์: ASTV ผู้จัดการออนไลน์ | ASTV ผู้จัดการรายวัน | นิตยสารผู้จัดการ 360° | Positioning | ASTV News1
มุม: การเมือง | อาชญากรรม | คุณภาพชีวิต | ภูมิภาค | ต่างประเทศ | มุมจีน | ธุรกิจ | หุ้น | SMEs | Motoring
CyberBiz | วิทยาศาสตร์ | เกม | กีฬา | บันเทิง | Life on Campus | Celeb Online | ท่องเที่ยว | ธรรมะกับชีวิต | Multimedia
เว็บ: Asia Times | บุรพัฒน์ คอมมิคส์ | Mars Magazine | ทะเลไทย | คุยกับเว็บมาสเตอร์ | โฆษณาบนเว็บ
All site contents copyright ©1999-2014