หน้าแรกผู้จัดการ Online | หน้าแรกละครออนไลน์ | ละครออนไลน์
ละครออนไลน์ เสือสั่งฟ้า 2 พยัคฆ์ผยอง

เสือสั่งฟ้า 2 พยัคฆ์ผยอง ตอนที่ 5

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 31 มกราคม 2556 06:31 น.
หน้าที่แล้ว
1 | 2 | 3 | 4
หน้าถัดไป
เสือสั่งฟ้า 2 พยัคฆ์ผยอง ตอนที่ 5
       เสือสั่งฟ้า 2 พยัคฆ์ผยอง ตอนที่ 5 (ต่อ)
       
       จ่าลากกล้าเข้ามาในห้องขังเดี่ยวแล้วปิดประตู ดึงกล้าไปนั่งที่โต๊ะที่มีจดหมายกับปากกาวาง
       
       “เขียนสารภาพผิดซะ”
       “สารภาพอะไรครับ”
       “ก็ที่นายยิงนักเรียนไทกนก สารภาพซะอะไรๆ จะได้จบ” กล้างง
       “ผมไม่เข้าใจ ผมไม่ได้ทำ ทำไมต้องสารภาพ ตอนนี้แม่ผมเจอพยานที่จะช่วยยืนยันว่าผมไม่ได้อยู่ในที่เกิดเหตุแล้วด้วย”
       “ไอ้นั่นมันไม่มีโอกาสมาเป็นพยานให้นายหรอก”
       กล้ามองจ่าที่แววตาเหี้ยมเกรียม เอาเชือกไนลอนออกมาจากกระเป๋า
       “จ่าจะทำอะไร”
       จ่าเข้ามาข้างหลังรัดคอกล้า
       “ก็ทำให้นายผูกคอตายในห้องขังเพราะสำนึกผิดไง” กล้าดิ้นรน
       
       รถกระบะตำรวจแล่นเข้ามาที่ลานจอดรถหน้าโรงพัก จ่ากำลังเปิดประตูลงจากรถกระบะตำรวจ แต่ต้องชะงัก
       เมื่อเห็นขุนโชติปรากฏตัวกำลังเดินตรงเข้าโรงพัก พร้อมชักดาบประจุพรายในมือ จ่าเห็นขุนโชติเห็นถือดาบก็ตกใจ
       “เฮ้ยๆ เดี๋ยวก่อน เข้าไปไม่ได้ ลื้อถือดาบมาแบบนี้ทำไมวะ”
       ขุนโชติหันกลับมามองเหี้ยม
       “ข้าก็จะมาปล้นคนน่ะสิวะ”
       พูดจบขุนโชติก็ฟันตำรวจตายทันที ขณะนั้นมีดาบตรวจเดินผิวปากลงบันไดมาเห็นพอดี ดาบตำรวจหน้าซีดตกใจ
       “มีคนร้าย”
       ดาบตำรวจตะโกน พลางควักปืนจะยิง ทันใดลูกดอกหน้าไม้พุ่งเข้ามาเสียบที่คอ ตาเหลือกตาย เป็นฝีมือของเสือดำกับเสือไทจากอีกมุม ทั้งสามโจรสบตากัน
       
       ภายในห้องขังเดี่ยวกล้าพยายามดิ้นรน เอื้อมไปด้านหลังจิกหัวจ่าแล้วดึงทุ่มลงมา กล้าพยายามลุกขึ้นแต่จ่าก็เตะตัดขากล้าลงไปแล้วชักปืน กล้าจับไว้ยื้อแย่ง
       ด้านนอกปลายดาบของขุนโชติแทงทะลุแผ่นหลังของตำรวจคนหนึ่ง
       “อ๊าก”
       ตำรวจล้มลง ขุนโชติ เสือดำ เสือไทยืนตระหง่าน ชาวบ้านเห็นก็ต่างแตกตื่น กรีดร้อง วิ่งหาที่หลบกันจ้าละหวั่น ตำรวจที่เหลืออีก 4 นาย หลบในที่กำบัง ระดมยิงไม่ยั้ง แต่กระสุนไม่ระคายผิวทั้งสามโจรเลยซักนิด ตำรวจรีบวิทยุขอกำลังเสริม
       “เรียกบชน. ขณะนี้เกิดเหตุคนร้ายบุก...”
       ไม่ทันขาดคำก็ถูกเสือไทขว้างขวานมาปักที่หลัง ล้มลงตาย เสือดำกับเสือไทตามไปฆ่าตำรวจที่เหลืออีก 2 นาย อย่างเลือดเย็นและสนุกสนาน ขุนโชติเห็นคนซ่อนตัวอยู่ใต้โต๊ะ เดินเหี้ยมเข้าหา ตวัดดาบฟัน โต๊ะกระจาย เป็นหญิงสาวที่หลบอยู่ หญิงสาวคุกเข่าไหว้ ตัวสั่นน้ำตานอง
       “อย่าฆ่าฉันเลยนะจ๊ะ ฉันไหว้ล่ะจ๊ะ ปล่อยฉันกลับไปหาลูกเถอะนะ”
       “ข้าไม่เคยฆ่าผู้หญิง เอ็งรีบไปเสียเถิด”
       หญิงสาวรีบวิ่งหนีออกไปไม่คิดชีวิต ขุนโชติมองตาม แต่แล้วกลับชะงักเพราะมีตำรวจจ่อปืนกลางหลัง
       “ทิ้งดาบซะ แล้วบอกให้พวกแกยอมแพ้ด้วย”
       ขุนโชติหันกลับมาไม่กลัว
       “เอ็งกล้าสั่งข้าเชียวรึ”
       ตำรวจยิงปืนในมือ แต่กลายเป็นกระสุนด้าน ยิงเท่าไหร่ก็ไม่ออก ตำรวจกลัวมาก ตัวสั่น ขุนโชติตวัดดาบฟันตำรวจแขนขาด ร้องลั่น
       “เอ็งบอกข้ามาว่าตะรางที่ขังนักโทษอยู่ที่ใด”
       
       เสียงต่อสู้จากด้านนอกดังเข้ามาในส่วนขังผู้ต้องหา ผู้ต้องหางงๆ เสือดำ เสือไทเข้ามา เอาขวานจามกุญแจจนขาดแล้วกระชากประตูเปิด ขุนโชติก้าวเข้ามา ขุนโชติพูดกับผู้ต้องหา
       “ข้าคือขุนโชติ ขุนโจรแห่งทุ่งกระกาฬ แต่นี้ไปพวกเอ็งจักเป็นไทแก่ตัว จงออกไป แก้แค้นพวกโปลิศให้สาสม ไป”
       พวกนักโทษมองหน้ากันแล้วก็วิ่งหนีออกไป
       “เผามันให้วอดเลยมั้ยพี่โชติ”
       ขุนโชติยังไม่ทันตอบ ได้ยินเสียงโครมครามจากห้องขังเดี่ยว
       
       ภายในห้องขังเดี่ยว ปืนถูกบิดร่วง กล้าอัดเข่าใส่จ่าจนกระเด็น จ่าคว้าเก้าอี้ฟาดกล้า กล้าทรุด จ่าอัดซ้ำแล้วคว้าปืนจ่อ
       “จ่าเป็นตำรวจ ทำไมทำแบบนี้”
       “เพราะเงินเดือนตำรวจมันไม่พอกินน่ะซิ” จ่ากดกล้าให้นอนคว่ำ จิกหัวกล้าขึ้นมา เอาปืนเหน็บแล้วชักมีดเล็กๆ ออกมา “แกไม่อยากผูกคอตาย งั้นก็ตายเพราะนักโทษด้วยกันฆ่าเถอะ”
       จ่าทำท่าจะเชือด แต่ก็สะดุ้งเพราะเสียงประตูเปิดผาง พอหันไป ลูกดอกหน้าไม้ก็พุ่งเข้ามาปักหน้าผาก จ่าล้มลงไปตาย กล้าพลิกตัวขึ้นมองจึงเห็นขุนโชติยืนอยู่กับเสือดำ กล้าตกใจและแปลกใจที่เห็นพวกขุนโชติ
       “น้า”
       “ไอ้หนุ่ม เหตุใดเอ็งจึงถูกโปลิศทำร้ายเยี่ยงนี้”
       “ผมถูกใส่ร้าย ว่าฆ่าคนตาย แล้วพวกน้า”
       “พวกโปลิศ ไม่เวลาผ่านไปนานเท่าใด มันก็ยังหน้าซื่อใจคดเหมือนเดิม นับว่าเราสองคนมีวาสนาต่อกัน คงถึงคราวที่ข้าจักได้ตอบแทนน้ำใจเอ็งเสียที ไปกับข้าเถิด”
       ขุนโชติดึงกล้าไป
       “ไม่ ถ้าหนีก็เท่ากับยอมรับข้อกล่าวหาทั้งหมด ผมจะไม่ให้มันเป็นแบบนั้นแน่”
       “แต่เอ็งไม่ใดทำผิดอันใด ก็ไม่สมควรถูกจองจำ”
       “ไม่ ผมไม่หนี”
       เสือดำรำคาญเอาอาวุธกระแทกต้นคอ กล้าทรุดลงไปนอนสลบกับพื้น
       “น่ารำคาญ ปล่อยมันเอาไว้ที่นี่เถิดพี่โชติ”
       “ไม่ ข้าจักพามันไปด้วย”
       
       เสือดำมองหน้าไม่เห็นด้วย

เสือสั่งฟ้า 2 พยัคฆ์ผยอง ตอนที่ 5
       เสือดำแบกกล้าที่สลบอยู่ตามขุนโชติออกมา เสือไทพาผู้ต้องหามาสมทบ ทั้งหมดมีอาวุธที่ยึดจากตำรวจ
       
       “พี่โชติ พวกมันขโมยปืนของโปลิศ แลจักขอติดตามเราไปด้วย”
       ขุนโชติมองพวกผู้ต้องหาอย่างพอใจ
       “ดี”
       ทันใด รถตำรวจหลายคันพุ่งเข้ามา ตำรวจกลุ่มหนึ่งพร้อมอาวุธลงจากรถมา เล็งปืน ล้อมไว้ ที่ปลายกระบอกปืนมีชายผ้าถุงผูกไว้หมดทุกคน
       ขุนโชติ เสือไท และผู้ต้องหาหยิบอาวุธเล็งระวัง เสือดำรีบวางกล้าลงมุมหนึ่ง แล้วง้างธนูเล็งตำรวจเช่นกัน
       รถตำรวจของสุพจน์เข้ามา สุพจน์ลงจากรถ เล็งปืนที่หลังประตูรถที่ปลายกระบอกปืนมีชายผ้าถุงผูกไว้เช่นกัน
       “มอบตัวซะ ถึงพวกแกจะหนีก็หนีไม่รอดหรอก”
       “หึ ข้าไม่ได้สนุกเยี่ยงนี้มานานแล้ว ฆ่ามันเสียให้สิ้นกันเถิดพี่โชติ”
       ขุนโชติมองตำรวจ แค้นมาก
       “ฆ่ามัน”
       เสือไทเปิดฉากตวัดขวานขว้างไปที่ตำรวจ ขวานลอยคว้างฟันตำรวจล้มลงไปตาย ก่อนที่ขวานจะวนกลับมาที่มือ
       เสือดำยิงลูกดอกหน้าไม้ปักอกตำรวจล้มลงไปตายสุพจน์นำตำรวจระดมยิงสวนไปที่รถทันที ผู้ต้องหาต่างหาที่กำบังแล้วพากันยิงตอบโต้ สุพจน์เล็ง แล้วยิงปืนไปที่เสือไท กระสุนถูกต้นแขนเสือไท
       “โอ๊ย”
       เสือไทมองแขนตัวเองข้างที่ไม่ได้ใช้ขวานมีเลือดออกเพราะถูกกระสุนเข้า
       “ไอ้ไท มันแก้อาคมเราได้” ขุนโชติพาเสือไทหลบกระสุน มองตำรวจระดมยิงเข้ามาไม่หยุด “เราต้องถอยไปตั้งหลักเสียก่อน”
       “แต่ไปกันหลายคน จักย่นระยะทางลำบากนะพี่” เสือดำบอก ขุนโชติคิดหาทาง
       “เอ็งบังคับไอ้เกวียนเหล็กนี้ได้หรือไม่”
       ขุนโชติถามผู้ต้องหาคนหนึ่ง ผู้ต้องหาพยักหน้ารับ แล้วรีบเปิดประตูรถเข้าไป
       
       ในรถกระบะ ผู้ต้องหาต่อสายตรงสตาร์ทเครื่องยนต์อย่างชำนาญ ขุนโชติแบกร่างกล้าขึ้นท้ายกระบะ พร้อมๆกับเสือดำ เสือไท และผู้ต้องหาที่ต่างกระโดดขึ้นรถ สุพจน์เห็นพวกผู้ต้องหากรูกันขึ้นรถ พวกผู้ต้องหาบังทำให้ไม่เห็นขุนโชติที่แบกกล้า
       “อย่าให้พวกมันหนีไปได้”
       ผู้ต้องหาเร่งเครื่องพุ่งเข้าใส่รถตำรวจที่จอดขวางอยู่อย่างแรง ตำรวจต่างพากันตกใจ กระโดดหนีตาย รถพุ่งออกไป กล้านอนสลบไม่รู้เรื่องบนหลังรถกระบะ
       
       รถของพวกขุนโชติขับหนีตำรวจมาอย่างเร็ว โดยมีรถตำรวจ 4 คัน ตามมาอย่างกระชั้นชิด ตำรวจที่กระบะท้าย ต่างพากันระดมยิงไม่หยุด ผู้ต้องหาช่วยกันยิงตอบโต้ แต่กลับถูกยิงร่วงไป 3 คน
       รถตำรวจเร่งเครื่องเข้าประกบข้าง พลางเบียดกะจะให้ตกถนน เสือดำโมโหเล็งหน้าไม้ไปที่คนขับรถ ยิงเข้าช่องหน้าต่าง ลูกดอกโดนตำรวจที่ขับรถพอดี รถตำรวจเสียหลักตกถนนไป รถของขุนโชติเร่งเครื่องหนี รถตำรวจที่เหลือต่างเร่งเครื่องตาม พลางยิงใส่ไม่หยุด
       “แย่แล้ว กระสุนหมด” ผู้ต้องหาบอก
       “ของฉันด้วย”
       ทันใดกระสุนของตำรวจก็พุ่งเข้ามา ถูกผู้ต้องหาทั้ง 2 ร่วงไป ขุนโชติโมโห บริกรรมคาถา เป่าลงบนดาบ อักขระสีเลือดบนดาบเรืองรองขึ้น ขุนโชติตวัดดาบใส่ที่รถตำรวจจนเกิดเงาดาบสีแดงพุ่งเข้าหารถตำรวจ ตำรวจพยายามหักหลบแต่เงาดาบสับเข้าที่หน้ารถจนเครื่องรถระเบิด รถตำรวจเสียหลักคว้างตกข้างทางไปอีกคัน
       รถตำรวจที่เหลือมีสุพจน์นั่งอยู่ข้างคนขับ โดยที่สุพจน์ไม่รู้ว่ากล้าอยู่ในรถขุนโชติด้วย สุพจน์เห็นว่าเอาไม่อยู่จึง ตัดสินใจดึงสลักระเบิด แล้วขว้างเต็มแรง ระเบิดจะร่วงลงที่กระบะรถขุนโชติ แต่รถเบี่ยงหลบได้ทัน ระเบิดจึงตกลงที่ข้างรถ เฉียดไป ตู้ม
       รถขุนโชติเสียหลัก ขุนโชติ เสือไท เสือดำคว้าตัวรถไว้ได้ แต่ผู้ต้องหาที่เหลือร่วงลงไปจากรถ ขุนโชติโมโหมาก กำหมัด ว่าคาถาควายธนู
       “นะภาเวนะ โคสะวาหะ โสถิเต”
       พลางสะบัดกำปั้นออกไปที่รถตำรวจ คลื่นพลังสีแดงพุ่งกระจายออกจากมือขุนโชติ สุพจน์เห็นควายธนูตัวดำทะมึนควบดิ่งตรงเข้ามาอย่างเร็ว
       “เฮ้ย! หลบ”
       รถตำรวจหักหลบควายธนูได้อย่างเฉียดฉิว สุพจน์โล่งอก แต่แล้วตำรวจที่เป็นคนขับก็ต้องตะลึงเมื่อเห็นควายธนูสามตัววิ่งอยู่บนถนน ดิ่งตรงไปที่รถตำรวจและงัดรถตำรวจกระเด็น หงายกระจายกันไปทั้งหมด สุพจน์คลานออกมาจากรถ บาดเจ็บหัวแตกเลือดอาบ ขุนโชติยิ้มเหี้ยมสะใจ
       “พวกเอ็งจงแจ้งแก่ลูกหลานไอ้หลวงณรงค์ ว่าถ้าอยากจับข้าล่ะก็ ข้าขุนโชติจักรอมันอยู่ที่ทุ่งพระกาฬ”
       จากนั้นขุนโชติก็ว่าคาถาย่นระยะทาง รถของขุนโชติพุ่งเข้าช่องอากาศที่ถูกแหวกออกแล้วย่นระยะทางหายไป
       
       หาญพากระเต็นกลับบ้าน กระเต็นนอนหมดสติอยู่ที่โซฟาในสภาพร่างกายฟกช้ำโดยเฉพาะที่ลำคอ หาญเข้ามาหากระเต็นพร้อมขันน้ำในมือ แล้วร่ายคาถารักษาบาดแผล
       “วะโร วะรัญญู วะระโท วะราหะโร”
       หาญเป่ามนต์ลงไป น้ำในขันหมุนวน ก่อนจะเรืองรองขึ้น หาญประคองศีรษะกระเต็นขึ้นให้ดื่มน้ำมนต์ แล้ววางลงนอนตามเดิม
       สักพักรอยฟกช้ำที่รอบคอและตามแขนขาของกระเต็นค่อยๆ หายไป หาญหยิบผ้าห่มจะห่มให้ ทันใดกระเต็นก็จับแขนหาญแน่น เพ้อออกมา
       “กล้า กล้าต้องปลอดภัย แม่จะปกป้องกล้าเอง แม่จะไม่ยอมให้ลูกเป็นโจรเด็ดขาด กล้า”
       กระเต็นเพ้อจบก็ปล่อยมือ หมดสติ หาญมองด้วยความสงสาร หนักใจ ห่มผ้าห่มให้ ทันใดก็มีเสียงรถแล่นเข้ามาจอด
       
       หาญรีบออกไปดู ปล่อยให้กระเต็นนอนอยู่ลำพัง

เสือสั่งฟ้า 2 พยัคฆ์ผยอง ตอนที่ 5
       ที่หน้าบ้านสุพจน์ลงจากรถ มีผ้าพันแผลที่ศีรษะ สภาพสะบักสะบอม หาญออกมาพอดี สุพจน์รีบเข้ามาหา ท่าทางร้อนใจ
       
       “พี่สิงห์กับคุณเต็น รู้เรื่องกล้าหรือยังครับ”
       หาญสังหรณ์ใจไม่ดี
       “เกิดอะไรขึ้น”
       “ไอ้พวกขุนโชติมันบุกโรงพัก ฆ่าตำรวจตายเกลี้ยง แล้วก็ชิงตัวผู้ต้องหาทั้งหมดไป กล้า กล้าก็หายไปด้วย”
       หาญอึ้ง คิดไม่ถึงว่าขุนโชติจะเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย หวั่นใจ
       “ขุนโชติอีกแล้วเหรอ”
       “ผมใช้ผ้าถุงพันปากกระบอกปืนอย่างที่พี่สิงห์บอก แต่ก็ยังสกัดมันไม่ได้ มันเรียกฝูงควายมาไล่ขวิดรถตำรวจ อัศจรรย์มาก”
       “ถ้ากล้าอยู่กับคนคนนี้ก็อันตรายมาก”
       “มันยังบอกด้วยว่ามันจะรอหลวงณรงค์อยู่ที่ทุ่งพระกาฬ ผมว่ามันต้องเป็นคนวิกลจริตแน่” สุพจน์มองหากระเต็น “คุณเต็นล่ะครับ”
       “กระเต็นบาดเจ็บ ตอนนี้นอนพักอยู่” สุพจน์ตกใจเป็นห่วงกระเต็น
       “คุณเต็นบาดเจ็บเป็นอะไรครับ”
       “เราไปตามหาพยานให้กล้า แต่พยานถูกฆ่าปิดปาก”
       “อะไรนะ”
       “คนที่ลงมือเป็นคนของพ่อเลี้ยงภูมินทร์ มันมีวิชาแก่กล้า จะต่อกรมันไม่ใช่ง่ายๆ ตอนนี้ข้าจะรีบไปที่ทุ่งพระกาฬ คุ้มครองกระเต็นด้วย”
       “เดี๋ยวครับ ผมสั่งให้ประสานท้องที่ให้ยกกำลังไปที่นั่นแล้ว รอไปพร้อมกันดีกว่า อ้าว”
       หาญใช้วิชาย่นระยะทางเดินหายไปต่อหน้าต่อตา สุพจน์มองหาอึ้ง
       “หายไปได้ไง”
       
       บนจอโทรทัศน์ปรากฏรายการข่าว ผู้ประกาศกำลังรายงานข่าวประจำวัน
       “วันนี้ ได้เกิดเหตุการณ์ระทึกขวัญขึ้นกลางเมือง”
       ภาพข่าว เจ้าหน้าที่กำลังลำเลียงศพตำรวจที่เสียชีวิตออกจากที่เกิดเหตุ/ ห้องขังว่างเปล่า ที่ประตูมีร่องรอย ถูกตัดทำลาย / ภาพผู้คนในเหตุการณ์จับกลุ่มคุยกันหน้าตาตื่น / ลูกธนูที่ตกในที่เกิดเหตุ
       “โดยคนร้ายสามคน ใช้อาวุธคือ ขวาน หน้าไม้ และดาบโบราณ บุกสังหารตำรวจบนสถานีตำรวจหลักเขต และทำลายห้องขัง ช่วยผู้ต้องหาทั้งหมดออกไปอย่างอุกอาจ ทางตำรวจคาดว่าคนร้ายอาจจะเป็นพวกเดียวกันกับผู้ต้องหาและมีเจตนาช่วยพรรคพวกให้หลบหนี” ที่มุมจอ ปรากฏภาพของกล้าขึ้นมา “และหนึ่งในผู้ต้องหาที่หลบหนีไป มี นายกล้า ไพรีพ่าย ลูกชายของอดีตผู้การมือปราบ เพชร ไพรีพ่าย ที่ก่อคดีอาชญากรรมสะเทือนขวัญรวมอยู่ด้วย”
       
       คะนึงนิจกับราชาวดีนั่งดูข่าวทีวีอยู่ที่ห้องพักฟื้นของโรงพยาบาล ทั้งคู่สบตากัน เป็นกังวลและห่วงกล้า
       “ขณะนี้ตำรวจได้ออกหมายจับผู้ต้องหาที่หลบหนี และกำลังเร่งสืบหาคนร้ายที่ก่อคดีมาลงโทษตามกฎหมายต่อไป”
       “พี่กล้าทำแบบนี้จริงเหรอ ไม่อยากจะเชื่อเลย”
       “เราว่าอย่าเพิ่งปักใจกับข่าวเลยวดี ถ้าพี่กล้าคิดจะหนีแล้วจะยอมให้จับ ตั้งแต่ต้นทำไม”
       ราชาวดีเห็นด้วยกับคะนึงนิจ ภูมินทร์ประคองครูเริงออกมาจากห้องน้ำพอดี
       “ดูข่าวมันทำไมกัน” ครูเริงเอื้อมมือปิดโทรทัศน์ด้วยความไม่พอใจ “บอกกี่ครั้งแล้ว ว่าอย่าไปสนใจคนแบบนี้ มันจะเป็นตายร้ายดียังไง ก็ไม่เกี่ยวกับเรา”
       ภูมินทร์แอบสะใจ
       “แต่คนรู้จักมักคุ้นกัน แล้วเราก็แค่ตามข่าวเฉยๆ ไม่ได้ทำอะไรเสียหายนี่คะ”
       “เสียหายสิ เสียหายตั้งแต่ที่มันเข้ามาในชีวิตแล้ว นี่มันยังแหกคุกแหกตะรางหนีอีก เดี๋ยวตำรวจก็ต้องมาวุ่นวายกับเราเดือดร้อนกันไปทั่ว เพราะคนเลวๆ แค่คนเดียว”
       “บางทีข่าวอาจจะคลาดเคลื่อนก็ได้นะคะพ่อ”
       ภูมินทร์ไม่พอใจที่ราชาวดียังปกป้องกล้า ปากภูมินทร์ร่ายคาถา เป่ามนต์ใส่ครูเริง
       “จิตติ จิตตัง จิตติพันธะนัง
       ปิยังมะมะ อาคัจฉาหิ”
       ครูเริงชะงักเพราะต้องอาคม จู่ๆ ครูเริงก็บันดาลโทสะ โกรธเป็นฟื้นเป็นไฟขึ้นมา
       “นี่วดีกล้าเถียงพ่อแล้วเหรอ เพราะไอ้กล้าใช่มั้ย วดีเห็นมันสำคัญกว่าพ่อ ไม่รักพ่อ อยากให้พ่อตายใช่มั้ย ได้ อย่างนั้นพ่อจะตายให้ดู”
       ทันใดครูเริงก็พุ่งเอาหัวโขกกับกำแพง ราชาวดีกับคะนึงนิจต่างตกใจที่ครูเริงคลุ้มคลั่งอีก รีบห้าม
       “อย่าค่ะพ่อ อย่าทำอย่างนี้เลยนะคะ”
       “ครูคะ หยุดเถอะค่ะ”
       ครูเริงไม่ฟัง ไม่ยอมหยุด
       “ไม่ต้องมาสนใจฉัน ฉันอยากตาย”
       ครูเริงผลักทั้งสองสาวกระเด็น ภูมินทร์ต้องเข้าไปจับตัวครูเริงไว้ ดึงให้หยุด
       “ใจเย็นๆ ก่อนครับครู” ครูเริงชะงัก ภูมินทร์หันบอกราชาวดี “วดีรับปากครูสิว่าจะไม่สนใจกล้าอีก”
       ราชาวดีลังเล
       “ปล่อย ปล่อยฉัน ฉันจะตายให้ดู”
       ครูเริงพยายามสะบัดภูมินทร์ออก
       “เร็วสิ ลังเลอะไรอีก”
       ราชาวดีโดนบีบจนต้องรับปาก
       “ตกลงค่ะพ่อ วดีให้สัญญา วดีจะไม่สนใจ จะไม่ยุ่งเกี่ยวกับพี่กล้าอีก ไม่ว่าเรื่องอะไรทั้งนั้น”
       ครูเริงได้ยินแล้ว สงบลง ยิ้มได้
       “ดีมากวดี ดีมาก อย่างนี้สิถึงเป็นลูกพ่อ”
       ครูเริงดึงวดีมากอด คะนึงนิจเครียดแทน สงสารเพื่อน แต่ภูมินทร์กลับสะใจ
       
       ราชาวดีประคองครูเริงให้นอนบนเตียง
       “วดีต้องเข้าใจพ่อนะ พ่ออยากให้ลูกเจอแต่คนดีๆ นักเลงหัวไม้อย่างไอ้กล้า นอกจากคนเป็นพ่อเป็นแม่จะ
       ช้ำใจแล้ว คนรอบข้างก็คงอยู่ไม่เป็นสุข” ครูเริงเหลือบมองภูมินทร์ “สู้คนที่เอาการเอางาน มีความมั่นคงอย่างพ่อเลี้ยงภูมินทร์ไม่ได้”
       คะนึงนิจสบตาภูมินทร์ รู้ดีว่าพี่ชายตัวเองมีเบื้องหลังอะไร
       “ครูก็ชมผมเกินไป ผมไม่ได้ดีขนาดนั้นหรอกครับ” ภูมินทร์ถ่อมตัว
       “อย่าถ่อมตัวไปเลยพ่อเลี้ยง ผมก็แก่แล้ว ยิ่งมาเจ็บออดๆ แอดๆ แบบนี้ด้วย”
       “พ่อพูดอะไรกันคะ เดี๋ยวพ่อก็หายดีแล้ว”
       “พ่อพูดถึงอนาคตยังไงล่ะวดี” ครูเริงบอกแล้วหันไปพูดกับภูมินทร์ต่อ “ผมอยากจะขอ ฝากฝังลูกสาวผมไว้กับพ่อเลี้ยง ช่วยดูแลวดีให้ผมด้วยนะ”
       ราชาวดีพูดอะไรไม่ออก
       “พ่อ”
       “ครับครู ครูไม่ต้องห่วง วดีสำคัญเท่าชีวิตของผม”
       ครูเริงยิ้มอย่างสบายใจ แล้วหลับตานอน ราชาวดีห่มผ้าให้ครูเริง ภูมินทร์ถือวิสาสะจับมือราชาวดีมากุม
       “วดีไว้ใจพี่ได้นะ ต่อจากนี้พี่จะเป็นคนดูแลวดีเอง”
       ราชาวดีพยายามดึงมือออก
       “ปล่อยมือวดีเถอะค่ะ”
       แต่ภูมินทร์ไม่ยอม คะนึงนิจทนดูไม่ไหว ตรงเข้าไปดึงมือภูมินทร์ออกดื้อๆ
       “พอได้แล้วพี่ภู อย่ามาทำรุ่มร่ามที่นี่ ดึกมากแล้วพี่ภูควรจะกลับ วดีจะได้พักผ่อน”
       ภูมินทร์ไม่พอใจแต่เก็บอารมณ์ไว้ จำใจกลับ
       “งั้นพี่ลาล่ะนะ ไว้พรุ่งนี้จะมาเยี่ยมใหม่”
       ภูมินทร์กลับออกไป ราชาวดีทรุดลงหมดแรง ไม่เข้าใจพ่อตัวเอง
       
       คะนึงนิจเข้ามากอดปลอบเพื่อน

เสือสั่งฟ้า 2 พยัคฆ์ผยอง ตอนที่ 5
       รถขุนโชติขับหนีมาจอดอยู่ริมน้ำในป่า กล้านอนหนุนหินอยู่นอกรถ ค่อยๆ รู้สึกตัวฟื้น พยุงตัวลุกขึ้น มองรอบๆ จึงรู้ตัวว่าอยู่ในป่า
       
       ขุนโชติใช้กระบอกไม้ไผ่ตักน้ำจากลำธาร เอาเข้ามายื่นให้ กล้ารับมาดื่มด้วยความกระหาย
       “ผมมาอยู่ในป่านี่ได้ยังไง”
       “ข้าเป็นคนพาเอ็งหนีพวกโปลิศมาเอง เดิมทีตั้งใจจะไปที่ทุ่งพระกาฬ แต่กลับมาโผล่กลางป่านี้ ข้าก็ยังไม่แจ้งว่าเป็นที่ใด”
       กล้านึกทบทวนเหตุการณ์ แล้วภาพตอนที่ขุนโชติอัดกล้าจนสลบในห้องขังก็หวนเข้ามา
       “ไม่ได้ ผมจะต้องกลับไป” กล้าบอก
       “กลับไปให้โดนจองจำอีกน่ะรึ เอ็งไม่ผิดจักอยู่รับโทษด้วยเหตุใด”
       “การหนีเท่ากับยอมรับความผิด แต่ผมไม่ได้ทำผิด ผมถึงต้องกลับไปพิสูจน์ตัวเอง”
       เสือดำกับเสือไทเข้ามาสมทบ พร้อมฟืนในมือ
       “ข้าไม่เคยพบผู้ใดโง่เยี่ยงเอ็งมาก่อน”
       “เอ็งอย่าทำตัวเป็นคนดีนักเลยวะ ข้าเห็นตายมานักต่อนักแล้ว”
       “ถ้ามันแลกกับการพิสูจน์ให้ทุกคนเห็น ว่าผมบริสุทธิ์ ผมก็พร้อมจะตาย ผมเชื่อว่าความยุติธรรมมีอยู่บนโลกนี้”
       “สิ่งที่เอ็งพูดถึง มันไม่มีอยู่จริงดอกไอ้หนุ่ม ไม่เช่นนั้น พวกข้าคงไม่ต้องเป็นโจร ตั้งศาลเตี้ยทวงความไม่เป็นธรรมกันเอง”
       “มันก็แค่ข้ออ้างของคนที่คิดจะเป็นโจรเท่านั้นแหละ”
       “เอ็งกล้าด่าพวกข้าเชียวรึ โอหังเกินไปแล้ว”
       “พวกเราร่วมทางกันไม่ได้หรอก ปล่อยผมไปเถอะ”
       “ไม่ได้ ข้าจะเอาเลือดหัวเอ็ง ล้างตีน ขอขมาพี่โชติ”
       เสือไทกระโจนเข้าใช้ขวานโจมตีกล้า กล้าตั้งรับอย่างคล่องแคล่ว ขุนโชติยืนมองอยู่ ประหลาดใจที่กล้ามีฝีมือพอตัว กล้ามีความไวมากกว่า สวนหมัดกลับจนเสือไทหน้าหงาย เสือดำเข้ามาช่วยล็อกกล้าจากด้านหลัง กล้าอัดศอก แล้วจระเข้ฟาดหาง เสือไทขว้างขวานหมายสังหาร แต่กล้ากระโดดหลบทัน ขวานพุ่งไปปักกลางอกผู้ต้องหาที่เหลือรอดมาคนเดียวตาย เสือดำกับเสือไทจะเข้ามารุม แต่กล้ากำทรายในมือซัดเข้าหน้าแล้วฉวยโอกาสหนี เสือทั้งสองปัดทรายออกจากหน้า แล้วไล่ตามกล้าไป ขุนโชติไปตรวจดูผู้ต้องหาเห็นว่าตายแล้วจึงรีบตามพวกกล้าไป
       
       กล้าวิ่งหนีพวกขุนโชติเข้ามาในป่าลึก มองหาทางออกจากป่า จู่ๆ ก็มีเสียงร้องของช้างดังขึ้นด้วยความตื่นตกใจ กล้าชะงักด้วยความงุนงง มองหาที่มาของเสียง
       ทันใดกระสุนจากปืน M16 ก็สาดตามพื้นเข้าหากล้า กล้ามัวแต่ตกใจไม่ทันระวังตัว ขุนโชติเข้ามาผลักกล้าให้หลบผลวิถีกระสุน ร่างขุนโชติยืนจังก้ารับกระสุนแทน แต่กระสุนไม่ระคายผิว กล้ามองอึ้ง รู้ว่าขุนโชติอาคมแกร่ง เสือดำกับเสือไทตามมาสมทบ
       “พี่ไม่น่าช่วยชีวิตคนเนรคุณเยี่ยงมัน”
       “เพลานี่ เราไม่ควรบาดหมางกันเอง”
       “พวกโปลิศมันตามเรามากระนั้นรึพี่โชติ”
       “ยังไม่รู้แจ้ง แต่ข้าว่าควรหาที่กำบังก่อน”
       ขุนโชติดึงกล้าให้หลบด้วยกัน ทั้งหมดกำบังกายหายไป สักพักสำริดกับชาวม่อนช้างเผือกและปันนา ก็วิ่งหนีตายออกมาจากในป่าลึก พร้อมกับต้อนช้างงาสวยมาด้วย 1 เชือก ศรีแพรแต่งเป็นผู้ชายขี่ช้างอยู่ ในมือมีหน้าไม้ สะพายคชกุศ สมุนของภูมินทร์นับสิบ ตามไล่ยิงชาวม่อนช้างเผือกล้มตายอย่างไม่ปราณี
       “เอายังไงดีพ่อเฒ่า ขืนหนีอย่างเดียวคงมีแต่ตายกับตาย”
       สำริดพยายาม คิดหาทาง
       “ทำไงดีๆ จะเอาอะไรไปสู้วะ กำลังเราน้อยกว่า มันมีปืน ขืนสู้ก็มีแต่ตายเหมือนกัน”
       ยังไม่ทันขาดคำลูกบ้านก็ถูกยิงล้มลง สำริดกับปันนาช็อก สมุนภูมินทร์เล็งปืนมาทางสำริด ศรีแพรหันไปเห็น ใช้หน้าไม้ยิงสวน สมุนคนที่เล็งปืนล้มลง ศรีแพรกระโดดลงจากคอช้าง
       “บุญช่วย หลบไปด้านโน้นก่อน”
       ศรีแพรตบขาช้าง ไล่ช้างให้หนีไปอีกทางแล้วจะดึงสำริดหนี แต่ต้องชะงักเมื่อเจอสมุนภูมินทร์ล้อมเข้ามา
       “ฆ่าพวกมันให้หมด ระวัง! อย่าให้งาช้างเสียหาย”
       ทั้งสองฝ่ายตะลุมบอนกัน
       
       ขุนโชติปรากฏกายขึ้นหลังพุ่มไม้ ซุ่มดู เห็นชาวม่อนช้างเผือกถูกไล่ฆ่าล้มตายไปหลายคน
       “ดูท่าทางแล้ว มันคงไม่ใช่พวกโปลิศกระมัง”
       “ไม่ใช่หรอก คงเป็นพวกตัดไม้เถื่อนมากกว่า”
       “เช่นนั้นก็ไม่ใช่กงการกระไรของพวกเรา”
       กล้าเห็นภาพตรงหน้าแล้วทนไม่ได้
       “แต่มันไล่ฆ่าชาวบ้านที่ไม่มีทางสู้ จะปล่อยไว้อย่างนี้ไม่ได้”
       “เอ็งจักทำการใดไอ้หนุ่ม”
       กล้าไม่ตอบ แต่กระโจนออกไปช่วยพวกชาวม่อนช้างเผือก
       “จะเอาเยี่ยงไรดีพี่โชติ” เสือดำถามขุนโชติ
       “ข้าว่ามันแส่นัก ก็ปล่อยให้มันตายอยู่ตรงนี่แหละ”
       
       เสือไทบอก ขุนโชติครุ่นคิด

หน้าที่แล้ว
1 | 2 | 3 | 4
หน้าถัดไป
ข่าวล่าสุด ในหมวด
เสือสั่งฟ้า 2 พยัคฆ์ผยอง ตอนที่ 17 จบบริบูรณ์
เสือสั่งฟ้า 2 พยัคฆ์ผยอง ตอนที่ 16
เสือสั่งฟ้า 2 พยัคฆ์ผยอง ตอนที่ 15
เสือสั่งฟ้า พยัคฆ์ผยอง ตอนที่ 14
เสือสั่งฟ้า 2 พยัคฆ์ผยอง ตอนที่ 13
เครื่องมือจัดการเว็บ
ส่งบทความนี้ต่อ
พิมพ์หน้านี้
ข่าวที่มีผู้ส่งมากที่สุด
แสดงผลหน้าเดียว
จำนวนคนโหวต 9 คน
คุณเห็นด้วยกับข่าว/บทความนี้หรือไม่
เห็นด้วย ไม่เห็นด้วย
เห็นด้วย 9 คน
100 %
ยังไม่มีผู้ไม่เห็นด้วย
0 %
โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความคิดเห็น
1. โปรดงดเว้น การใช้คำหยาบคาย ส่อเสียด ดูหมิ่น กล่าวหาให้ร้าย สร้างความแตกแยก หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
2. ทุกความคิดเห็นไม่เกี่ยวข้องกับผู้ดำเนินการเว็บไซต์ และไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมายได้
3. ทีมงานเว็บมาสเตอร์ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
4. เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
5. ผู้ร่วมแสดงความคิดเห็นสามารถร่วมตรวจสอบข้อความที่ไม่เหมาะสมได้ โดยการกดปุ่ม "แจ้งลบ" หรือส่งอีเมลแจ้งมาที่ cs@astvmanager.com หรือ cs.astvmanager@gmail.com ซึ่งทีมงานจะทำการตรวจสอบ และลบข้อความดังกล่าวโดยเร็วที่สุด หรืออย่างช้าภายใน 3 วันทำการ
เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
แสดงความคิดเห็นเพิ่มเติม
โชว์ภาพผู้ใช้ทุกครั้งที่แสดงความเห็น เพียงเข้าสู่ระบบด้วยบัญชีของเฟซบุก กดที่ปุ่มด้านล่างนี้เลย!

ชื่อ/e-mail ของคุณ : *
 
 *
  กฎกติกาการแสดงความคิดเห็นฉบับเต็ม
 
หนังสือพิมพ์: ASTV ผู้จัดการออนไลน์ | ASTV ผู้จัดการรายวัน | นิตยสารผู้จัดการ 360° | Positioning | ASTV News1
มุม: การเมือง | อาชญากรรม | คุณภาพชีวิต | ภูมิภาค | ต่างประเทศ | มุมจีน | ธุรกิจ | หุ้น | SMEs | Motoring
CyberBiz | วิทยาศาสตร์ | เกม | กีฬา | บันเทิง | Life on Campus | Celeb Online | ท่องเที่ยว | ธรรมะกับชีวิต | Multimedia
เว็บ: Asia Times | บุรพัฒน์ คอมมิคส์ | Mars Magazine | ทะเลไทย | คุยกับเว็บมาสเตอร์ | โฆษณาบนเว็บ
All site contents copyright ©1999-2014