หน้าแรกผู้จัดการ Online | หน้าแรกละครออนไลน์ | ละครออนไลน์
ละครออนไลน์ มณีสวาท

มณีสวาท ตอนที่ 13 (เพิ่มเติม)

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 27 กุมภาพันธ์ 2556 05:55 น.
หน้าที่แล้ว
1 | 2 | 3 | 4
มณีสวาท ตอนที่ 13 (เพิ่มเติม)
       มณีสวาท ตอนที่ 13 (ต่อ)
       
       ภายในห้องนั่งเล่นวังนาเคนทร์ เฟื่องฟ้ากำลังตกใจ นึกไม่ถึงหลังฟังนารีวรรณเล่าจบ
       
       “ถึงขั้นใช้มีดกันเลยเหรอจ๊ะคุณหนูนา”
       นารีวรรณกำลังคุยกับเฟื่องฟ้า และเฟื่องวลีด้วยสีหน้าเคร่งเครียด
       “ถ้าคุณแม่ไม่ทำถึงขนาดนั้น ก็คงพาตัวพี่ชายกลับมาไม่ได้หรอกค่ะ” นารีวรรณพูดด้วยความเจ็บใจ “เพราะพี่ชายหลงเจ้าอุรคาซะจนไม่สนใจแม่กับน้องแล้ว เอ่อ แล้วคุณน้ากับคุณฟีบี้หายดีแล้วเหรอคะ
       เฟื่องฟ้ากับเฟื่องวลีหันมามองหน้ากัน ท่าทางยังหวาดๆ อยู่
       เฟื่องวลียิ้มแหยๆ “ก็ดีขึ้นเยอะแล้วล่ะค่ะ แต่ก็เล่นเอาผวาซะแทบแย่ นี่เห็นว่ายัยพะนอฤดีก็โดนหนักเหมือนกันเหรอคะ”
       นารีวรรณไม่สบายใจมาก สงสารเพื่อนรุ่นพี่ “ค่ะ แต่ตอนนี้พี่ฤดียังแย่อยู่เลยค่ะ” เด็กสาวหน้าบึ้งตึง เจ็บใจ “หนูนาเคยคิดอยากได้เจ้าอุรคามาเป็นพี่สะใภ้นะคะ แต่ทำกันแบบเนี้ย หนูนาไม่มีวันให้อภัยเด็ดขาด คอยดูนะ คืนนี้เจ้าอุรคาต้องโดนสั่งสอนบ้าง”
       เฟื่องฟ้า สนใจ “คืนนี้เหรอคะ ทำไมคะ คืนนี้จะเกิดอะไรขึ้น”
       นารีวรรณหน้าเจื่อน รู้ตัวว่าพลั้งปากออกไป เลยไม่รู้จะเริ่มต้นเล่ายังไงดี
       
       เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อคืนนี้ โดยหม่อมภาณี กับนารีวรรณ ไปขอให้อุบาสิกาวรรษา หรือที่ลูกศิษย์เรียกว่า คุณแม่วรรษา ถึงห้องพัก เพื่อให้ช่วยเหลือในการแยกภุชคินทร์ออกจากเจ้าอุรคา และขณะนั้นวรรษากำลังนั่งสมาธิอยู่ โดยมีหม่อมภาณี กับนารีวรรณคอยฟังผลอยู่ใกล้ๆ
       สักครู่หนึ่งวรรษาลืมตาขึ้น
       หม่อมภาณีถามอย่างร้อนใจ “เป็นยังไงบ้างคะคุณแม่ ตอนนี้ตาชายอยู่ที่ไหนคะ แล้วปลอดภัยดีรึเปล่า”
       “ไม่ต้องห่วงค่ะ คุณชายปลอดภัยดี ตอนนี้อยู่กับเจ้าอุรคาที่บ้านของเจ้าค่ะ แต่พรุ่งนี้ หม่อมต้องไปพาตัวคุณชายกลับมาให้ได้ ไม่ว่าจะต้องใช้วิธีไหนก็ตาม” วรรษาบอก
       หม่อมภาณีสงสัย “ทำไมเหรอคะ”
       “ตกดึกคืนพรุ่งนี้ ฉันจะไปส่งเจ้าอุรคากลับภพภูมิของเค้า แต่ก็คงต้องสู้กันหนักทีเดียว ฉันกลัวว่าคุณชายจะมีอันตราย เลยอยากให้หม่อมรีบไปพาตัวกลับมาก่อนค่ะ”
       นารีวรรณได้ฟังก็เครียดหนัก “แต่พี่ชายจะยอมกลับมาง่ายๆ เหรอคะ แค่ห่างจากเจ้าอุรคาไม่กี่วันทำท่าเหมือนจะตายตามด้วยซ้ำ”
       “จะยากยังไง ตาชายก็ต้องกลับ” หม่อมภาณีแววตาแข็งกร้าว พูดอย่างเอาจริง “แม่ยอมตายซะดีกว่าถ้าจะต้องเห็นตาชายเป็นอะไรไป”
       
       นารีวรรณเล่าจบ เฟื่องฟ้า กับเฟื่องวลีก็ถึงบางอ้อ
       “มิน่าล่ะ หม่อมถึงได้พยายามจะพาตัวพี่ชายกลับมาให้ได้” เฟื่องวลียิ้มร้าย “ที่แท้ ก็เตรียมแผนเด็ดเอาไว้นี่เอง”
       เฟื่องฟ้า ยกมือไหว้ “เจ้าประคู๊น ขอให้คุณแม่วรรษาจับพวกมันถลกหนังมาทำกระเป๋าให้หายเฮี้ยนทีเถอะ” เฟื่องฟ้ามีท่าทีแค้นจัด “จะได้สาสมกับที่พวกมันทำกับเรานะลูก”
       “ใช่ค่ะคุณแม่ ถ้าหม่อมกำจัดนังเจ้าไปได้ ฟีบี้กับพี่ชายก็จะได้แต่งงานกันซะทีไงคะ”
       นารีวรรณหน้าเสีย รีบท้วง “ไม่ใช่แล้วมั้งคะคุณฟีบี้ ที่คุณแม่ทำไปก็เพื่อปกป้องพี่ชาย ส่วนเรื่องที่พี่ชายจะลงเอยกับคุณฟีบี้รึเปล่า มันคนละเรื่องกันนะคะ”
       “ก็เรื่องเดียวกันล่ะค่ะคุณหนูนา ฟีบี้เป็นแฟนพี่ชาย ถ้านังเจ้าไม่เข้ามายุ่ง ฟีบี้ก็ต้องแต่งงานกับพี่ชายอยู่ดีล่ะค่ะ” เฟื่องวลีว่า
       นารีวรรณจ๋อยปนเครียด ไม่คิดว่าเฟื่องวลีจะหน้าด้านขนาดนี้ เด็กสาวเลยชักไม่แน่ใจว่า ระหว่างพญานคอย่างเจ้าอุรคากับคนอย่างฟีบี้
       
       ฝ่ายไหนหรือใครจะเป็นผลเสียกับครอบครัวตนมากกว่ากัน

มณีสวาท ตอนที่ 13 (เพิ่มเติม)
       อุบาสิกาวรรษาพาตัวเองมาหยุดยืนอยู่หน้าเฮือนภูจำปาในยามค่ำคืน ซึ่งแลเห็นพระจันทร์เต็มดวงสุกสกาวอยู่บนท้องฟ้าเหนือเฮือนภูจำปา
       
       วรรษามีท่าทีสำรวมและสงบนิ่ง เริ่มบริกรรมคาถา เพียงครู่เดียว ประตูทางเข้าเฮือนภูจำปาก็เปิดออก วรรษาเดินเข้าไปในเฮือนภูจำปาอย่างสงบนิ่ง ปราศจากความกลัวใดๆ
       
       เจ้าอุรคากำลังนั่งสมาธิเสริมพลังสร้างตบะ โดยมีชรายุนั่งสมาธิอยู่ใกล้ๆ อยู่ที่ห้องลับในเฮือนภูจำปา เจ้าอุรคาลืมตาโพลง รับรู้การมาถึงของวรรษา
       “มีคนบุกรุกเข้ามา” เจ้าอุรคาบอก
       ชรายุยิ้มเยาะ “พวกไม่เจียมตัว อยู่ดีไม่ว่าดี อยากแส่มาหาที่ตาย”
       “แต่คนๆ นี้ไม่เหมือนพวกที่แล้วๆ มา เราสัมผัสได้ถึงตบะสมาธิที่กล้าแข็ง แต่ในขณะเดียวกันก็อ่อนโยนบริสุทธิ์ แสดงว่าเค้าไม่ใช่คนชั่วร้าย” เจ้าอุรคาว่า
       “แต่ก็คงไม่มาดีหรอกค่ะเจ้า” ชรายุยิ้มอย่างมั่นใจ “แต่ไม่ว่าใคร จะแข็งแกร่งแค่ไหน ในคืนพระจันทร์เต็มดวงแบบนี้ ก็ไม่มีใครเอาชนะพวกเราได้หรอก”
       
       วรรษาเดินเข้ามาข้างในเรื่อยๆ จนถึงประตูหน้าโถง ทันใดนั้น ฝูงงูจำนวนมาก ก็เลื้อยออกมาล้อมวรรษาไว้ทุกทิศทุกทาง
       วรรษาหยิบหุ่นพยนต์เสือโคร่งออกมา 3 ตัว ก่อนจะบริกรรมคาถา
       ทันใดนั้น หุ่นเสือโคร่งทั้งสามตัว ก็ขยายร่างเท่าเสือจริงๆ พร้อมกับคำรามลั่น แล้วกระโจนออกไปต่อสู้กับพวกงูทันที
       เสือกับงูต่อสู้กันอย่างดุเดือด ในขณะที่วรรษาเดินนิ่งๆ เข้าโถงเฮือนภูจำปาไป
       
       ขณะที่วรรษาเดินเข้ามาข้างใน ทันใดนั้นเอง ชรายุก็เดินออกมาขวางหน้าไว้
       “เป็นอุบาสิกาหรอกเหรอ มิน่าล่ะ เจ้าถึงบอกว่าเจ้าไม่ใช่คนชั่วร้าย งั้นก็กลับไปซะเถอะ พวกเราไม่อยากทำร้ายผู้ทรงศีล”
       วรรษายิ้มบางๆ ขณะบอก “ฉันกลับไม่ได้หรอก จนกว่าเจ้าอุรคาจะเลิกยุ่งเกี่ยวคุณชายภุชคินทร์ ท่านก็รู้ ว่ามนุษย์กับพญานาคอยู่ร่วมกันไม่ได้ คุณแม่ของคุณชายก็เป็นทุกข์เพราะเรื่องนี้มาก ท่านไปเตือนเจ้าอุรคาให้ปล่อยคุณชายไปซะเถอะ”
       ชรายุไม่พอใจ “เจ้ากับคุณชายเป็นคู่กัน ไม่ว่าใครก็ไม่มีสิทธิ์มาพรากทั้งคู่ออกจากกัน แล้วถ้าคนอื่นเป็นทุกข์ เจ้าอุรคาก็ทุกข์ยิ่งกว่าใครทั้งหมด คนอย่างพวกท่านไม่มีวันเข้าใจหรอก”
       วรรษาถอนใจ “ถ้าอย่างงั้น ฉันก็จำเป็นต้องทำ”
       วรรษาหยิบหุ่นพยนต์เสือโคร่งขึ้นมาตัวหนึ่ง ก่อนจะโยนใส่ชรายุ หุ่นพยนต์ขยายร่างเท่าเสือโคร่งจริงๆ แล้วคำรามลั่นพร้อมกับกระโจนเข้าใส่ชรายุอย่างรวดเร็ว
       ชรายุยื่นมืออกมาจับคอเสือโคร่งไว้ แล้วหักคอเสียงดังกร๊อบ ก่อนจะเหวี่ยงเสือโคร่งทิ้งไป กลายเป็นหุ่นพยนต์ตัวเล็กๆ ที่คอหัก ตกอยู่บนพื้นแทน
       ชรายุยิ้มเยาะ “วิชาเสกหุ่นพยนต์ เก่งไม่เบานี่”
       วรรษาหยิบหุ่นออกมาอีกตัว คราวนี้เป็นรูปยักษ์ มีแต่ท่อนบน ไม่มีท่อนล่าง
       ที่แท้เป็นหุ่น “เจ้าอสูรพลี” ซึ่งในตามตำนานเป็นยักษ์ที่มีฤทธิ์เดชมาก อาศัยอยู่ในบาดาลภพเดียวกับพญานาค และพวกพญานาคไม่พอใจที่อสูรพลีมาแบ่งอำนาจในบาดาล เลยยกทัพไปรบแต่ก็พ่ายแพ้กลับมา
       วรรษาบริกรรมคาถา ก่อนที่หุ่นรูปยักษ์ครึ่งตัวจะขยายร่างใหญ่ขึ้น แล้วร้องคำรามดังกึกก้องอย่างดุร้าย
       ชรายุตกใจมาก “เจ้าอสูรพลี”
       
       ชรายุกลายร่างเป็นงูใหญ่ แล้วเลื้อยเข้าต่อสู้กับหุ่นเจ้าอสูรพลีทันที ทั้งสองสู้กันอย่างดุเดือด

มณีสวาท ตอนที่ 13 (เพิ่มเติม)
       ด้วยดวงจิตที่ส่งถึงกัน ทำให้ภุชคินทร์นอนกระสับกระส่ายอยู่บนเตียง อาการทุรนทุราย ร้อนรนเหมือนนอนอยู่บนกองไฟและกำลังโดนไฟแผดเผา
       
       “โอ๊ยๆ ร้อนๆ โอ๊ย”
       ภุชคินทร์พลิกตัวตกลงมาจากเตียง ก่อนจะกระเสือกกระสนเข้าห้องน้ำ พอเข้าไปได้ก็รีบเปิดฝักบัว ใช้น้ำรดตัวดัวความร้อนทันที
       ภุชคินทร์สังหรณ์ไม่ดี เป็นห่วงอุรคาจับจิต
       “เจ้าอุรคา”
       
       ภายในเฮือนภูจำปาเวลานั้น ชรายุในร่างงูยักษ์กำลังต่อสู้กับหุ่นเจ้าอสูรพลีอย่างดุเดือด งูยักษ์ชรายุทั้งฉก ทั้งกัดสู้ยิบตา ทั้งใช้หางฟาด หุ่นอสูรก็ชกกลับ ฟาดฟันกันโดยไม่มีใครยอมใคร
       จังหวะหนึ่งงูยักษ์เลื้อยเข้ารัดหุ่นอสูรพลี กะรัดให้แตกหักไปเลย แต่หุ่นมีพลังมาก ดึงตัวงูยักษ์ออกแล้วฟาดลงกับพื้นอย่างหนักหน่วงรุนแรง หุ่นอสูรพลีฟาดอยู่หลายที จนงูยักษ์ชรายุแน่นิ่งไป
       ก่อนจะกลายสภาพกลับเป็นชรายุที่บาดเจ็บสาหัส กระอักเลือดจนลุกไม่ขึ้น
       วรรษาถอนใจปลงๆ “ท่านไม่น่าดื้อรั้นเลย ท่านก็รู้ว่าเจ้าอสูรพลี เป็นยักษ์ผู้ครองบาดาลซึ่งแม้แต่เหล่าพญานาคก็ยังต้องพ่ายแพ้ แม้จะเป็นเพียงแค่หุ่นพยนต์ แต่ก็มีพลังเหนือเหล่าพญานาคเช่นท่านมากนัก”
       พูดจบวรรษาเดินก็เข้าข้างในไป โดยไม่ทำร้ายชรายุอีก
       ชรายุมองตามด้วยความหวาดหวั่น รู้ว่าอุรคาต้องเจอศึกหนักแน่
       
       ภุชคินทร์จะวิ่งเตลิดออกจากวัง เพื่อจะไปช่วยอุรคา โดยมีหม่อมภาณี และนารีวรรณวิ่งตามมา
       หม่อมภาณีตะโกนเรียกคนรับใช้ “จับคุณชายไว้เร็ว อย่าให้คุณชายออกไปได้ รีบจับไว้เร็ว”
       พวกคนรับใช้ รีบกรูกันเข้ามาจับตัวภุชคินทร์ไว้ ต่างคนต่างช่วยกันล็อกจนหนีไม่ได้ ภุชคินทร์ตะโกนลั่น พยายามดิ้นรนสุดฤทธิ์
       “ปล่อยๆ ปล่อยฉัน บอกให้ปล่อยไง ปล่อย”
       หม่อมภาณี กับนารีวรรณรีบตามเข้ามา
       หม่อมภาณีพูดปลอบอย่างเป็นห่วง “ชาย ลูกจะไปไหนไม่ได้ทั้งนั้นนะ ลูกต้องอยู่ที่นี่”
       ภุชคินทร์ห่วงอุรคาสุดๆ อ้อนวอนขอร้องมารดา
       “ปล่อยผมเถอะครับคุณแม่ ผมจะไปช่วยเจ้าอุรคา ผมรู้ว่าตอนนี้เจ้ากำลังตกอยู่ในอันตราย”
       “แต่ถ้าลูกไป ลูกต่างหากที่จะเป็นอันตราย แม่ไม่ยอมให้ลูกไปเด็ดขาด”
       นารีวรรณห่วงพี่จนหลุดปาก “อดทนอีกหน่อยนะคะพี่ชาย อีกไม่นาน ทุกอย่างก็เรียบร้อยแล้ว”
       ภุชคินทร์ฟังแล้วแปลกใจ “ทำไมพูดอย่างงั้นล่ะหนูนา” แล้วฉุกคิดขึ้น “นี่ฝีมือคุณแม่เหรอครับ คุณแม่ส่งคนไปทำร้ายเจ้าใช่มั้ยครับ”
       สีหน้าหม่อมภาณีหน้าขรึมลง “แม่จำเป็นตาชาย ถ้าแม่ไม่ทำอย่างงี้ แม่ก็ต้องเสียลูกไป” หันไปสั่งคนรับใช้ “พาคุณชายกลับเข้าไปข้างใน
       พวกคนรับใช้ช่วยกันพาภุชคินทร์เข้าข้างในไป
       ภุชคินทร์ร้องลั่น พยายามดิ้นสู้ แต่ก็ไม่เร็จ “อย่ามายุ่งกับฉัน ปล่อย ปล่อยฉันซิ ปล่อย”
       นารีวรรณได้แต่มองตามด้วยความสงสารพี่ชาย แต่ตอนนี้ก็ไม่มีทางเลือกอย่างอื่นแล้ว
       
       ประตูห้องลับถูกเปิดออกช้าๆ วรรษายืนอยู่หน้าห้องลับ ก่อนจะเดินเข้ามาในห้อง เจ้าอุรคานั่งสมาธิอยู่ในห้อง ก่อนจะลืมตาขึ้น
       “เรากับท่านไม่เคยมีเวรกรรมต่อกัน ทำไมท่านต้องมาขัดขวางความรักของเราด้วย”
       “เพราะความรักของท่านทำร้ายคนจำนวนมาก ความรักที่ต่างภพภูมิ มีแต่จะทำให้ทั้งตนเองและผู้อื่นเดือดร้อน หยุดไว้ตรงนี้เถอะค่ะ” อุบาสิกาพูดด้วยดีๆ
       เจ้าอุรคาส่ายหน้าช้าๆ “ท่านไม่เข้าใจ เราต้องทนทุกข์เฝ้ารอท่านภุชเคนทร์มานานเหลือเกิน และกว่าเราจะทำให้ท่านภุชเคนทร์จดจำความรักระหว่างเราสองคนและถอนคำสัตย์สาบานได้ ก็ยิ่งลำบากแสนสาหัส ความสุขของเราอยู่แค่เอื้อมแล้ว ท่านจะให้เราทอดทิ้งมันไปอย่างงั้นเหรอ”
       “ถ้าอย่างงั้น เราก็คงไม่มีทางเลือกอย่างอื่นแล้วเหมือนกัน” วรรษาบอก
       ขาดคำ หุ่นเจ้าอสูรพลีก็เข้ามาในห้อง แล้วตรงเข้าทำร้ายเจ้าอุรคาทันที
       เจ้าอุรคากลายร่างเป็นพญานาคตัวใหญ่ แถมยังเพิ่มศีรษะขึ้นจนกลายเป็นพญานาคเจ็ดเศียร เข้าต่อสู้กับหุ่นอสูรทันที
       
       ส่วนภุชคินทร์พยายามจะกระแทกประตูห้องนอนให้เปิดออก แต่ก็ไม่สำเร็จ
       ภุชคินทร์ใช้ไหล่กระแทกประตู ปากก็ร้องตะโกน “คุณแม่ๆ เปิดประตูให้ผมเถอะครับคุณแม่ ผมจะไปช่วยเจ้าอุรคา คุณแม่สงสารผมเถอะครับ”
       ที่หน้าห้องตอนนั้น หนูนากำลังใช้โซ่คล้องประตูไม่ให้ภุชคินทร์ออกมา โดยมีหม่อมภาณียืนกำกับอยู่ใกล้ๆ
       นารีวรรณไม่สบายใจเอาเสียเลย “เราต้องทำกับพี่ชายขนาดนี้เลยเหรอคะคุณแม่”
       หม่อมภาณีถอนใจหนักหน่วง “แม่ก็ไม่อยากทำหรอกหนูนา แต่มันก็ยังดีกว่าเสียตาชายไปไม่ใช่เหรอ ถ้าเราปล่อยตาชายไป ตาชายก็ต้องไปหาเจ้าอุรคา แล้วก็ไม่กลับมาหาเราอีก หนูนาจะเอาอย่างงั้นเหรอลูก”
       นารีวรรณอึ้งพูดไม่ออก ภาณีเดินเลี่ยงไป สงสารลูกชายแต่ก็ต้องตัดใจ ด้วยไม่มีทางเลือก นารีวรรณได้แต่ยืนมองไปที่ประตู และได้ยินเสียงทั้งเสียงเคาะเสียงกระแทกประตู และเสียงอ้อนวอนขอร้องของภุชคินทร์ให้เปิดประตู
       
       นารีวรรณสงสารพี่ชายจับใจ แต่ก็จำต้องใจแข็งเช่นกัน

มณีสวาท ตอนที่ 13 (เพิ่มเติม)
       พญานาคเจ็ดเศียรอุรคา กำลังต่อสู้กับหุ่นอสูรพลีอย่างดุเดือด หุ่นอสูรชกพญานาคก็กัดสวน เศียรอื่นก็ช่วยกันรุมกัด ต่างฝ่ายต่างผลัดกันรุกรับอย่างสูสี
       
       จังหวะต่อมาหุ่นอสูรจับพญานาคเหวี่ยงไปชนกับกำแพง พญานาคอุรคาชูคอขึ้น แล้วพ่นไฟใส่หุ่นอสูรทันที
       หุ่นอสูรเจอไฟพญานาคเข้าไปจนร่างกายร้อนจัด เปลี่ยนเป็นสีแดงขึ้นเรื่อยๆ ด้วยความร้อน ก่อนจะเกิดการปริแตก แล้วพังทลายลงมา กลับสภาพเป็นหุ่นตัวเล็กๆ เหมือนเดิมที่พังเป็นชิ้นๆ
       แม่ชีวรรษาหลับตา บริกรรมคาถา ท่วงทีสงบ
       ทันใดนั้น ก็เกิดแสงสว่างขึ้นรอบๆ ตัวพญานาค ก่อนที่แสงสว่างจะกลายเป็นห่วงแสงรัดตัวพญานาคเอาไว้
       พญานาคคำรามก้องด้วยความเจ็บปวด ก่อนจะล้มลงกับพื้น แล้วกลับกลายร่างเป็นอุรคาที่ถูกห่วงแสงรัดอยู่จนดิ้นไม่หลุด
       เจ้าอุรคามีสีหน้าหวาดกลัวสุดๆ รู้ดีว่าเป็นอะไร
       “มนต์อาลัมพายน์”
       แม่ชีวรรษาเอ่ยขึ้น “รู้จักมนต์บทนี้ด้วยเหรอ ถ้างั้นท่านก็คงจะรู้ ว่าครั้งที่สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงเสวยชาติเป็นพระภูริทัตพญานาค ก็เคยพ่ายแพ้ต่อมนต์บทนี้จนถูกพราหมณ์จับได้มาแล้ว มนต์อาลัมพายน์มีอำนาจเหนืออสรพิษทั้งปวง แม้แต่พญานาคราชผู้ทรงฤทธิ์ก็ไม่มีข้อยกเว้น ท่านยอมแพ้ซะเถอะ”
       ทันใดนั้นเอง งูยักษ์ชรายุ ก็เลื้อยโผล่มาที่ด้านหลัง แม่ชีวรรษาตกใจหันกลับไปมอง งูยักษ์ฉกมาที่แม่ชีวรรษา แต่แม่ชีรีบเบี่ยงตัวหลบตามสัญชาติญาณทันท่วงที
       งูยักษ์รีบฉวยโอกาสเลื้อยเข้าไปหาเจ้าอุรคา ก่อนจะกลายร่างเป็นชรายุ ชรายุยังมีสภาพบาดเจ็บจากการต่อสู้อยู่
       “อย่าดื้อรั้นอีกเลย ถึงยังไงพวกท่านก็เอาชนะมนต์อาลัมพายน์ไม่ได้หรอก” แม่ชีว่า
       “เอาชนะไม่ได้ แต่ก็สามารถช่วยให้เจ้าอุรคาหนีไปได้”
       ขาดคำ ชรายุก็จับไปที่ห่วงแสงที่รัดตัวอุรคาอยู่ แล้วออกแรงสุดชีวิตดึงห่วงแสงจนขาดออกจากกัน
       เจ้าอุรคาตกใจสุดขีด “อย่า ชรายุ!”
       ทันทีที่ห่วงแสงขาด ก็เกิดเป็นเปลวไฟโหมไหม้เนื้อตัวชรายุ จนร่างชรายุคืนกลับเป็นงูยักษ์ที่ถูกไฟไหม้ลุกท่วมตัว งูยักษ์ชรายุร้องคำรามด้วยความเจ็บปวด ในขณะที่ไฟไหม้ลุกท่วมตัว ตายอย่างน่าอนาถ และสยดสยอง
       เจ้าอุรคารีบกลายร่างเป็นพญานาค แล้วเลื้อยหนีไปทันที
       แม่ชีวรรษามัวแต่ตกใจ ไม่คิดว่าชรายุจะยอมสละชีวิตตัวเองเพื่อนายขนาดนี้ จึงขัดขวางเจ้าอุรคาไม่ทัน
       แม่ชีวรรษาเลยได้แต่มองงูยักษ์ชรายุถูกไฟไหม้จากมนต์อาลัมพายน์ตายต่อหน้า ด้วยความสลดหดหู่ใจเป็นที่สุด
       
       เช้าวันต่อมาทันทีที่หม่อมภาณีรู้เรื่องก็ตกใจ
       “หนีไปได้เหรอคะคุณแม่”
       หม่อมภาณี นารีวรรณ กำลังคุยกับแม่ชีวรรษาด้วยสีหน้าเคร่งเครียด
       “ค่ะ ฉันคิดไม่ถึงเหมือนกันว่าบริวารของเค้าจะยอมสละชีวิตเพื่อเจ้านายได้ขนาดนี้”
       นารีวรรณมีสีหน้าสลดลง เคร่งเครียด “แล้วเราจะทำยังไงต่อไปดีล่ะคะคุณแม่ อย่างงี้เจ้าอุรคาก็ต้องกลับมาหาพี่ชายอีกสิคะ”
       แม่ชีวรรษาบอก “ถ้าเค้ายังมีจิตยึดมั่นต่อกัน ก็คงจะเป็นอย่างงั้นล่ะค่ะ” แม่ชีหน้าเศร้าลง) ครั้งนี้ฉันทำบาปหนัก ถึงขั้นผิดศีลข้อปาณา แม้ว่าจะไม่ได้ตั้งใจก็ตาม แต่ต่อไปฉันคงช่วยเหลืออะไรพวกคุณไม่ได้อีกแล้ว ทุกอย่างก็คงต้องสุดแล้วแต่กรรมของทั้งคู่แล้วล่ะค่ะ”
       หม่อมภาณีหน้าเสีย “แต่ถ้าคุณแม่ไม่ช่วย แล้วเจ้าอุรคากลับมา เราจะทำยังไงล่ะคะ”
       “คุณแม่คะ คุณแม่วรรษาต้องศีลขาดเพราะช่วยพวกเรา เราอย่ารบกวนคุณแม่วรรษามากไปกว่านี้เลยค่ะ จะเป็นบาปติดตัวกันเปล่าๆ”
       คำพูดของนารีวรรณทำให้หม่อมภาณีได้คิด เลยหน้าสลดลงไป แต่ยังไงก็ยังห่วงลูกชายอยู่ดี
       
       ฝ่ายภุชคินทร์นั่งซึมอยู่บนเตียง สีหน้าท่าทางหมดอาลัยตายอยาก แทบไม่อยากจะมีชีวิตอยู่แล้วขณะนั้นเอง ก็มีเสียงเคาะประตูดังขึ้น ก่อนที่เฟื่องวลีจะเปิดประตูพร้อมกับถือถาดใส่ข้าวต้มเข้ามา
       เฟื่องวลีทักทายยิ้มแย้ม “พี่ชายคะ ฟีบี้เอาข้าวต้มร้อนๆ มาให้ค่ะ”
       ภุชคินทร์ท่าทียังดูเซื่องซึม “ขอบใจ แต่พี่ไม่หิว ฟีบี้เอากลับไปเถอะ”
       เฟื่องวลีทำหูทวนลม เอาถาดมาวางแล้วหยิบชาวข้าวต้มเดินมาหาภุชคินทร์ “แต่พี่ชายยังไม่ได้กินอะไรเลยนะคะ รับข้าวต้มซะหน่อยเถอะค่ะ จะได้มีแรง”
       ภุชคินทร์หงุดหงิดบอกย้ำ “พี่บอกแล้วไง ว่าพี่ไม่หิว”
       เฟื่องวลีเซ้าซี้ตักข้าวต้มมาจะป้อน “ทานซะหน่อยเถอะค่ะ นะคะ ฟีบี้ป้อนให้”
       ภุชคินทร์เริ่มรำคาญ ปัดมือเฟื่องวลีออก “ก็บอกแล้วไงว่าไม่กิน”
       และภุชคินทร์ปัดแรงไป จนข้าวหกเกือบหมด ภุชคินทร์หน้าเสีย รู้สึกผิด
       “พี่ขอโทษนะฟีบี้ เดี๋ยวพี่จะให้เด็กมาทำความสะอาดเอง ฟีบี้ออกไปซะเถอะ”
       เฟื่องวลี โมโห กระแทกชามข้าวต้มลงบนโต๊ะหัวเตียง “ฟีบี้ทนไม่ไหวแล้วนะ เมื่อไหร่พี่ชายจะเลิกเพ้อถึงนังเจ้านั่นซะที นังเจ้านั่นมันไม่ใช่คนนะคะ มันเป็นงูผี”
       ภุชคินทร์โมโห “ไม่รู้อะไร ก็อย่ามาพูดถึงเจ้าเสียๆหายๆอย่างงี้นะ พี่รักเจ้าอุรคา เราทั้งสองคนรักกัน เธอไม่มีวันเข้าใจเรื่องพวกนี้หรอก”
       เฟื่องวลี โมโหจัด “ทำไมจะไม่เข้าใจ ฟีบี้ก็รักพี่ชายเหมือนกันแหละ รักมานานแล้วด้วย”
       ภุชคินทร์ชะงักไป ไม่คิดว่าเฟื่องวลีจะกล้าพูด สีหน้าราชนิกุลหนุ่มขรึมลง
       “ขอบคุณนะฟีบี้ แต่พี่คงรักใครไม่ได้อีกแล้ว ความรักของพี่มีไว้สำหรับเจ้าอุรคาเท่านั้น”
       เฟื่องวลี ยิ่งโกรธหนัก “ทำไมคะ ฟีบี้สู้นังเจ้านั่นไม่ได้ตรงไหน อย่างน้อยที่สุดฟีบี้ก็เป็นคนเหมือนพี่ชาย ไม่ใช่เป็นงูผีแบบนั้น”
       “พี่ถึงบอกว่าเธอไม่เข้าใจไง ความรักของพี่กับเจ้า มันผ่านอะไรมามากมายนัก ทั้งความทุกข์ความสุข ความทรมานจากการพลัดพราก จากการเฝ้ารอที่ไร้จุดหมาย ไม่มีใครที่จะรักพี่ได้มากเท่ากับที่เจ้ารัก แล้วพี่ก็คงไม่สามารถรักใครได้ นอกจากเจ้าอุรคาเช่นกัน” ภุชคินทร์ระบาย
       “แล้วถ้านังเจ้าตายไปแล้วล่ะคะ พี่ชายจะรักอีกมั้ย” เฟื่องวลี ยิ้มเยาะสะใจ “พี่ชายรู้รึเปล่า ว่าเมื่อคืนหม่อมส่งคนไปจัดการนังเจ้าอุรคาแล้ว ป่านนี้กลายเป็นงูดินไปแล้วมั้ง”
       ภุชคินทร์น้ำตาคลอ เสียใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น “พี่รู้ แต่ที่คุณแม่ทำไป ก็เพราะท่านรักและเป็นห่วงพี่ พี่ไม่โกรธท่านหรอก แต่ถ้าเจ้าตายไปจริง พี่ก็จะตายตาม แล้วก็จะไม่มีใครมาขัดขวางเราสองคนได้อีก”
       เฟื่องวลีทั้งโกรธทั้งริษยาจับใจ ก่อนจะสะบัดหน้าเดินออกจากห้องไปโดยไม่พูดอะไรอีก
       
       ภุชคินทร์น้ำตาคลอเบ้า รักและเป็นห่วงเจ้าอุรคาเหลือแสน แต่ก็ไม่สามารถทำอะไรได้ เพราะคราวนี้ศัตรูของเจ้าอุรคาคือแม่บังเกิดเกล้าของตนนั่นเอง
       
       โปรดติดตาม "มณีสวาท" ตอนที่ 14 (อวสาน)

หน้าที่แล้ว
1 | 2 | 3 | 4
ข่าวล่าสุด ในหมวด
มณีสวาท ตอนที่ 14 จบบริบูรณ์
มณีสวาท ตอนที่ 13 (เพิ่มเติม)
มณีสวาท ตอนที่ 12
มณีสวาท ตอนที่ 11
มณีสวาท ตอนที่ 10
เครื่องมือจัดการเว็บ
ส่งบทความนี้ต่อ
พิมพ์หน้านี้
ข่าวที่มีผู้ส่งมากที่สุด
แสดงผลหน้าเดียว
จำนวนคนโหวต 33 คน
คุณเห็นด้วยกับข่าว/บทความนี้หรือไม่
เห็นด้วย ไม่เห็นด้วย
เห็นด้วย 33 คน
100 %
ยังไม่มีผู้ไม่เห็นด้วย
0 %
ความคิดเห็นที่ 13 +1 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ทำไมบางเรื่องลงเพิ่มทั้งเช้า-เย็น
ทำไมบางเรื่อง เช่น เรื่องนี้ไม่ลงต่อเลยสักตอนเดียวคะ
ถ้่าจะลงวันจันทร์หรือวันไหนก็ควรแจ้งให้ชัดเจนนะคะ
คิดถึงคงรอบ้าง ก็เข้าใจว่าลงให้อ่านฟรี
แต่ๆๆตอนแรกก็ไม่ได้มีใครเรียกร้องหรือสั่งให้เอามาลงนี่คะ
พอลงไปสักพักมีแฟนคลับติด ก็เริ่มเหลวไหลไม่รับผิดชอบแบบนี้ มันไม่มีดีนะคะ ถ้าขัดข้องอะไรยังไงก็ึควรแจ้ง แฟนคลับก็มีเหตุผลพอค่ะ ไม่ใช่บอกอย่างทำอย่างแบบนี้ นัด 9 โมง แต่ป่านนี้จะห้าทุ่มแล้วยังไม่มาสักตัวเดียว เสียความรู้สึกมากนะคะ
เอาขึ้นให้ด้วยนะ
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 8 +16 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
เลย เก้าโมงแล้วนะ
zxc
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 7 +5 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ไม่อยากขัดจังหวะหรอกนะคะ แต่เนื้อเรื่องเหมือนจะข้ามตอนไป ขอให้เติมให้ครบด้วยค่ะ
รออ่านอยู่
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 6 +1 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
อยากให้อัพเร็วๆจัง
นะนะ
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 5 +3 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
อืม ทำไม รักแท้ต้องมีอุปสรรคเยอะขนาดนี้
เริ่มไม่ชอบหม่อมภาณีแล้วเห็นแก่ตัว ขัดขวามงความรัก และเริ่มไม่ชอบภุชคินทร์แล้ว ไมไม่ออกมาปกป้องนางเอกเลย
cherry_rin@hotmail.com
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 4 +8 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
เหมือนจะข้ามเนื้อเรื่องตอนสุบรรณเจอวิญญาณ และนาถสุดาเป็นยังไงบ้างที่ถูกจับตัวไปอ่ะค่ะ

ขอบคุณที่เดี๋ยวนี้ลงตรงเวลานะคะ
บัว
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 3 +1 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ไม่เคยติดนิยายงอมแงม อย่างนี้เลย 555

เฮ้ออ...รอห้าโมงเย็น อย่างมีความหวัง
มานั่งรออ่าน
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 1 +12 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
สนุกจัง ขอบคุณที่มาอัพให้อ่านค่ะ
เฝ้ารออย่างอดทน
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความคิดเห็น
1. โปรดงดเว้น การใช้คำหยาบคาย ส่อเสียด ดูหมิ่น กล่าวหาให้ร้าย สร้างความแตกแยก หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
2. ทุกความคิดเห็นไม่เกี่ยวข้องกับผู้ดำเนินการเว็บไซต์ และไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมายได้
3. ทีมงานเว็บมาสเตอร์ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
4. เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
5. ผู้ร่วมแสดงความคิดเห็นสามารถร่วมตรวจสอบข้อความที่ไม่เหมาะสมได้ โดยการกดปุ่ม "แจ้งลบ" หรือส่งอีเมลแจ้งมาที่ cs@astvmanager.com หรือ cs.astvmanager@gmail.com ซึ่งทีมงานจะทำการตรวจสอบ และลบข้อความดังกล่าวโดยเร็วที่สุด หรืออย่างช้าภายใน 3 วันทำการ
เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
แสดงความคิดเห็นเพิ่มเติม
โชว์ภาพผู้ใช้ทุกครั้งที่แสดงความเห็น เพียงเข้าสู่ระบบด้วยบัญชีของเฟซบุก กดที่ปุ่มด้านล่างนี้เลย!

ชื่อ/e-mail ของคุณ : *
 
 *
  กฎกติกาการแสดงความคิดเห็นฉบับเต็ม
 
หนังสือพิมพ์: ASTV ผู้จัดการออนไลน์ | ASTV ผู้จัดการรายวัน | นิตยสารผู้จัดการ 360° | Positioning | ASTV News1
มุม: การเมือง | อาชญากรรม | คุณภาพชีวิต | ภูมิภาค | ต่างประเทศ | มุมจีน | ธุรกิจ | หุ้น | SMEs | Motoring
CyberBiz | วิทยาศาสตร์ | เกม | กีฬา | บันเทิง | Life on Campus | Celeb Online | ท่องเที่ยว | ธรรมะกับชีวิต | Multimedia
เว็บ: Asia Times | บุรพัฒน์ คอมมิคส์ | Mars Magazine | ทะเลไทย | คุยกับเว็บมาสเตอร์ | โฆษณาบนเว็บ
All site contents copyright ©1999-2014