แผนรักแผนร้าย ตอนที่ 10

โดย MGR Online   
5 มีนาคม 2556 16:29 น.
1 | 2 | 3 | 4  | หน้าถัดไป
แผนรักแผนร้าย ตอนที่ 10
        แผนรักแผนร้าย ตอนที่ 10
       
       เช้าวันต่อมา ศรีดูแลสาวใช้ตั้งโต๊ะอาหาร นภัสรพี นภดารา พเยีย และ กอหญ้าทยอย เดินมานั่งประจำที่ ศรีรินกาแฟให้ทุกคนแทนแม่ชื่น นภัสรพีมองอย่างแปลกใจ
       
       “ศรี แม่ชื่นเป็นยังไงบ้าง”
       “ตั้งแต่เช้ายังไม่เห็นเลยค่ะ ศรีว่าตั้งโต๊ะเสร็จจะลองไปดูที่ห้อง”
       “ไม่สบายหรือเปล่า” คุณชายปรารภ
       นภดาราลุกขึ้นทันที สีหน้าห่วงใย
       “เดี๋ยวลูกไปดูเองค่ะ”
       กอหญ้านึกสังหรณ์ใจ รีบลุกขึ้นด้วย
       “หนูไปด้วยค่ะ”
       กอหญ้าเดินตามนภดาราออกไป พเยียคิดๆ แล้วตัดสินใจลุกขึ้น
       “พเยียไปกับคุณแม่นะคะ คุณตา”
       พเยียวิ่งตามไปเป็นคนสุดท้าย
       
       2 คนอยู่หน้าห้อง นภดาราเปิดประตูเข้าไปในห้อง
       “แม่ชื่นคะ แม่ชื่น” นภดาราชะงัก เมื่อเห็นว่าห้องนอนแม่ชื่นว่างเปล่า ที่เตียงผ้าปูที่นอนเรียบตึง ไม่มีร่องรอยคนนอน กอหญ้าที่ตามเข้ามาพูดขึ้น
       “เมื่อคืนแม่ชื่นไม่ได้นอนที่นี่”
       นภดาราหน้าเสีย มองไปรอบๆ สภาพห้องแม่ชื่นเรียบร้อยดี เสื้อผ้าเต็มตู้เรียงเป็นระเบียบ ข้าวของอยู่ครบ
       นภดารารำพึงอย่างแปลกใจ “ไม่ได้กลับมานอนที่นี่ แล้วจะไปไหน”
       นภดาราหันมาเห็นพเยียที่ตามมาหยุดอยู่ที่ประตูห้อง ถามขึ้น
       “เมื่อคืนหนูกลับมาบ้าน เห็นแม่ชื่นหรือเปล่า พเยีย”
       “ไม่เห็นค่ะ ตอนหนูกลับมา ไม่มีใครอยู่ที่บ้านเลย”
       กอหญ้าคาใจ นึกสงสัย “เมื่อคืนแม่ชื่นไม่ได้กลับมาจากวัดพร้อมคนอื่นๆ หรอกหรือคะ”
       
       ครู่ต่อมาศรีให้การกับนภดารา
       “คุณแม่บ้านไม่ได้กลับมาพร้อมกับพวกเราค่ะ พอพวกคุณๆ ออกไป แกก็ขอกลับมาก่อน
       “บอกหรือเปล่าจะไปไหน” นภดาราซัก
       “ไม่ได้บอกค่ะ จู่ๆ ก็เดินออกไปเลย”
       ฟังศรีว่า นภัสรพียิ่งแปลกใจ
       “เป็นไปไม่ได้ ชื่นไม่มีทางไปไหนโดยไม่บอกไม่กล่าว เค้าไม่ใช่คนแบบนั้น”
       กอหญ้า คาดเดา “เป็นไปได้ไหมคะ ว่าแม่ชื่นจะมีธุระสำคัญ อาจจะเป็นเรื่องคอขาดบาดตาย”
       พเยียรีบเสริมกอหญ้า “นั่นสิคะ คุณตา อาจจะมีญาติพี่น้องคนไหนเป็นอะไร หรือต้อง ไปที่ไหนไกลๆ ที่มันติดต่อกันไม่ได้
       “ไม่น่าเป็นไปได้ ชื่นไม่มีบ้านที่ไหนอีกแล้ว ศิวาลัยเป็นเหมือนบ้านของเค้า และนอกจากพวกเรา เค้าก็ไม่มีญาติสนิทมิตรสหายที่ไหนทั้งนั้น”
       นภดารานิ่งฟัง สีหน้าเต็มไปด้วยความละอายใจ ก่อนจะตัดสินใจพูดขึ้นมา
       “คุณพ่อคะ .. ลูกมีเรื่องสำคัญจะเรียนให้คุณพ่อทราบค่ะ”
       นภัสรพีฉงน “เรื่องอะไร”
       “ลูกกำลังสงสัยว่าแม่ชื่นอาจจะหนีไปจากพวกเราค่ะ”
       นภัสรพี กอหญ้า พเยีย มองนภดารา ยิ่งแปลกใจ
       
       นภัสรพีนภัสรพีกับนภดาราอยู่ในห้องสมุดด้วยกันสองคน
       “ชื่นไม่ใช่เด็กๆ ทำไมลูกถึงคิดว่าชื่นจะหนีออกจากบ้าน”
       นภดาราละอายใจ “เพราะลูกพูดอะไรบางอย่าง ที่อาจจะทำให้แม่ชื่นโกรธ แล้วก็น้อยใจจนไม่อยากอยู่ที่นี่อีกต่อไป”
       นภัสรพีสงสัย “ยังไง” เห็นนภดาราหลบตา ทำท่าอึกอัก คุณชายเลยดุเสียงเข้ม “จะพูดอะไรก็พูดมานภดารา อย่าอ้อมค้อม พ่อฟังไม่เข้าใจ”
       นภดาราตัดสินใจเด็ดขาด พูดออกมาอย่างคนที่อัดอั้นตันใจมานาน
       “พเยียรู้ว่าใครคือคนร้ายที่ฆ่าอาหญิงค่ะ พเยียรู้เห็นเหตุการณ์ทุกอย่างแม่ชื่นสงสัยว่าพเยียจะรู้เห็นเป็นใจกับเรื่องนี้ แกจะฟ้องคุณพ่อ ลูกห้ามไว้ เมื่อวานนี้ ลูกกับแม่ชื่นก็เลยทะเลาะกัน”
       นภัสรพีมองนภดาราอย่างไม่เชื่อสายตาตัวเอง ทั้งไม่เข้าใจ ทั้งผิดหวัง
       
       ทั้งสองยืนอยู่แถวหน้าประตูห้องสมุด พเยียกระวนกระวาย เหมือนอยากจะเข้าไปใกล้ๆ ประตูเพื่อแอบฟัง กอหญ้ายืนมอง คุมเชิงไว้
       พเยียขยับตัวไปจะแนบหูข้างประตู กอหญ้าเข้าไปขวาง
       “จะทำอะไรคะ”
       “ฉันอยากรู้ว่าคุณแม่คุยอะไรกับคุณตา”
       “เดี๋ยวท่านออกมาก็ทราบเองแหละค่ะ”
       พเยียขัดใจ “แล้วตัวเองล่ะ ถ้าไม่อยากรู้ แล้วมายืนเฝ้าอยู่ทำไม”
       “ฉันอยากคุยกับคุณพเยียต่างหาก” กอหญ้าถามตรงๆ “คุณพเยียเอาของ-ของฉันไปหรือเปล่าคะ”
       พเยียแหวเสียงเขียว “ของอะไร”
       “ของที่คุณอิศรฝากไว้ให้ฉัน นอกจากคุณอาดารา คุณเป็นคนเดียวที่เห็นมัน”
       พเยียมองกอหญ้าแบบหยั่งเชิง แล้วลองเช็คว่ากอหญ้ารู้ไหม ว่าแหวนที่หายไปคือแหวนอะไร
       “ทำไมฉันต้องเอาไป แหวนวงนั้นมันสำคัญยังไงเหรอ กอหญ้า”
       “ฉันไม่รู้ค่ะ รู้แต่ว่ามันสำคัญมาก... มากพอที่จะทำให้คนคนนึงต้องตาย และ คนคนนึงต้องหายไป” กอหญ้าเดินเข้าประชิดตัวพเยีย จ้องตา คาดคั้น “คุณเอามันไปใช่ไหมคะ”
       พเยียปฏิเสธ “ฉันไม่ได้เอาไป”
       กอหญ้าไม่เชื่อ “คุณโกหก”
       “อย่ามาปรักปรำฉัน”
       “ถ้าไม่ได้เอาไป คุณจะรู้ได้ยังไงว่ามันเป็นแหวน” พเยียอึ้ง “ฉันยังไม่ได้บอกคุณซักคำเดียว ว่าของนั่นมันคืออะไร”
       พเยียอึ้ง แล้วขยับจะหนี กอหญ้าคว้ามือไว้ คาดคั้น
       “คุณเอาของฉันไปใช่ไหมคะ เอาคืนมานะ เอาคืนมา”
       พเยียสะบัด “ปล่อยฉันนะ นังกอหญ้า แกไม่มีหลักฐาน”
       กอหญ้าขู่ “ฉันจะฟ้องคุณอาดารา”
       พเยียมองอย่างท้าทาย “ฟ้องว่าฉันเอาไปงั้นเหรอ แกไม่มีหลักฐานอะไร แหวนก็ไม่ได้อยู่ที่ฉัน แล้วแกก็ไม่มีทางหามันเจอแน่ๆ”
       กอหญ้าโกรธจัด “คุณพเยีย คุณเอาแหวนของฉันไปไว้ไหน บอกมานะ บอกมา”
       กอหญ้าจับไหล่สองข้างของพเยียไว้ บีบอย่างแรง คาดคั้น พเยียดิ้นสู้ สองสาวทำท่าเหมือนจะซัดกัน
       ทันใดนั้น เสียงกรีดร้องของนภดาราดังออกมาจากห้องสมุด
       “คุณพ่อ อย่าค่ะ ไม่นะคะคุณพ่อ ไม่...”
       พเยียกับกอหญ้าหยุดทะเลาะกัน ลืมเรื่องของตัวเอง พุ่งเข้าไปที่ประตูทันที
       พเยียทุบประตู “คุณแม่ขา คุณตาขา เกิดอะไรขึ้นคะ”
       
       แต่ไม่มีใครตอบออกมา

แผนรักแผนร้าย ตอนที่ 10
        ภายในห้องหนังสือเวลานั้น นภัสรพีโกรธมาเป็นริ้วๆ กำลังจะออกมาข้างนอกห้อง นภดารากอดรั้งเอาไว้ทั้งตัว ร้องวิงวอนสุดชีวิต
       
       “ไม่นะคะ คุณพ่อ อย่า คุณพ่ออย่าโกรธพเยียเลยนะคะ พเยียแกไม่รู้เรื่องอะไรด้วย”
       นภัสรพีคำรามด้วยความโกรธ “พเยียเป็นตัวการพาคนร้ายเข้ามา รู้เห็นเป็นใจให้มันมาทำร้ายคนในบ้าน พเยียรู้ดีทุกอย่าง ว่าไอ้คนนั้นมันเป็นใคร แต่กลับปกปิดเอาไว้”
       “ก็ลูกบอกแล้วไงคะ ว่าแกโดนข่มขู่ แกกลัวนายนพดลนั่นจะเอาคลิปมาแฉ แกกลัว แกอาย .. พเยียเป็นเหยื่อนะคะ คุณพ่อ ไม่ได้เป็นคนร้าย” นภดาราร้องไห้ “ตำรวจก็รู้เบาะแสของคนที่ชื่อนพดลแล้ว อีกไม่นานเราก็จะจับตัวมันได้ แล้วคุณพ่อจะขุดคุ้ยเรื่องของพเยียมาประจาน ทำให้หลานของตัวเองอับอายเพื่ออะไรคะ”
       นภัสรพีระงับอารมณ์ได้บ้าง แต่ยังโกรธจัด
       “ใครจะยืนยันได้ ว่าที่ลูกเล่ามามันเป็นเรื่องจริง หรือเป็นแค่นิทานอีกเรื่องที่พเยีย กุขึ้นมาหลอกพวกเรา”
       “ถ้าคุณพ่อไม่อคติกับพเยียเหมือนอย่างแม่ชื่น คุณพ่อก็ต้องเชื่อ เพราะมันไม่มีเหตุผลอะไรเลย ที่พเยียจะอยากให้คุณอาหญิงตาย”
       “เหตุผลอาจจะมี และชื่นก็อาจจะบอกพ่อได้ ถ้าชื่นไม่หายไปเสียก่อน ไม่แน่นะดารา” นภัสรพีมองนภดาราอย่างโกรธๆ “การที่ชื่นจู่ๆ ก็หายไป อาจจะเกี่ยวข้องกับพเยียด้วยก็ได้”
       นภดาราตัดพ้ออย่างน้อยใจ
       “แจ้งตำรวจเลยดีกว่าค่ะ คุณพ่อ ให้เค้าตามหาแม่ชื่นให้เจอ ลูกก็อยากรู้เหมือนกัน ว่าแม่ชื่นไปไหน พเยียทำให้แกต้องไป เหมือนที่คุณพ่อว่าหรือเปล่า”
       ที่นอกห้อง พเยียกับกอหญ้ายืนอยู่ชิดประตู ได้ยินชัดเจนกอหญ้าหันไปมองพเยีย สายตาตำหนิ ไม่พอใจ
       “คุณเป็นตัวการ ให้คนที่ชื่อนพดลเข้ามาฆ่าคุณหญิง”
       พเยียสบตาตรงๆ ไม่กลัวเลย “เธอก็ได้ยินนี่ มันเป็นอุบัติเหตุ ฉันเป็นเหยื่อที่น่าสงสาร”
       “แล้วแม่ชื่นล่ะ แม่ชื่นไปไหน คุณทำอะไรอีกหรือเปล่า”
       “ฉันไม่ได้ทำอะไรทั้งนั้น ไม่เคยทำ”
       พเยียเดินเชิดออกไป กอหญ้ามองตามอย่างหวั่นใจ
       
       อิศรนั่งอยู่ในมู้ดกวนๆ รอกอหญ้าอยู่ที่เก้าอี้สนาม กอหญ้าเดินมาอย่างร้อนใจ
       “คุณอิศรคะ”
       อิศรหันมาเห็นกอหญ้า รีบทัก
       “ว่าไงยัยตัวดี เมื่อคืนฉันนอนรอโทรศัพท์จนหลับไป” เหลือบไปเห็นผ้าพันแผลที่แขนกอหญ้า ก็ถึงกับชะงัก “อ้าว นั่นแขนไปโดนอะไรมาน่ะ”
       “ถ้าฉันบอก คุณต้องสัญญาก่อนนะคะ ว่าจะไม่ระเบิด ไม่วี้ด ไม่ทำเรื่องเล็กเป็นเรื่องใหญ่”
       อิศรกอดอก ทำหน้าว่าไม่มีทาง
       กอหญ้าประจบด้วยท่าทีน่ารัก “สัญญาก่อนค่ะ นะคะ ฉันมีเรื่องกลุ้มใจเยอะแล้ว ถ้าคุณระเบิดใส่ฉันอีก ประสาทฉันต้องแตกเป็นเสี่ยงๆ แน่”
       “อ่ะ สัญญาก็สัญญา ว่ามา”
       กอหญ้าทำเสียงเหมือนเรื่องเล็กมาก “ฉันถูกยิงน่ะค่ะ”
       อิศรตกใจ “หา! อะไรนะ” โวยเสียงดังลั่น “ถูกยิง! นี่เธอ”
       อิศรตั้งท่าจะใส่ยาว กอหญ้ารีบตะปบปากไว้ อิศรดิ้นขลุกขลัก แล้วสะบัดหลุด จับไหล่กอหญ้าทั้งสองข้างเขย่าอย่างโกรธๆ
       “บอกมาเดี๋ยวนี้ กอหญ้า เธอไปโดนยิงได้ยังไง ที่ไหน เมื่อไหร่ ใครยิง”
       กอหญ้าอมยิ้ม ถอนใจ สุดท้ายอิศรก็อดไม่ได้ โวยวายอยู่ดี
       ครู่ต่อมาอิศรนั่งคุยกับกอหญ้าที่เก้าอี้สนาม อิศรพูดจริงจัง ไม่ได้ประชดหรือโวยวาย
       “ฉันจะพูดจริงๆ นะ กอหญ้า เธอควรจะออกไปจากวังศิวาลัยได้แล้ว เธอมีอันตรายรอบตัว แล้วสิ่งที่เกิดขึ้น ก็พิสูจน์แล้ว ว่าคนที่นี่ ไม่มีใครปกป้องดูแลเธอได้”
       “ฉันก็แค่โดนยิงเฉี่ยวๆ”
       “แล้วคราวหน้าล่ะ ถ้ามันไม่โชคดีอย่างนี้ เธอจะทำยังไง กอหญ้า ฉันคืนแหวนให้เธอแล้ว เธอก็ควรจะทำตามที่สัญญาเอาไว้ ...ออกไปอยู่กับฉันที่คอนโด”
       “ฉันยังไปไม่ได้จริงๆ ค่ะ จนกว่า...”
       อิศรพูดขัดคอ พูดด้วยท่าทีจริงจัง “กอหญ้า ฟังฉันนะ” กอหญ้าชะงัก “ไม่ต้องสืบอะไรอีกแล้วช่างหัวอดีตมันไปเถอะ เธอจะเป็นใคร มาจากไหน เคยทำอะไรมา ฉันไม่เห็นจะแคร์ เราลืมอดีตไปซะ แล้วทำวันนี้ให้มีความสุขไม่ดีกว่าเหรอ”
       “ฉันน่ะลืมอดีตได้ค่ะ แค่คนอื่นซีคะ ลืมไม่ได้ เค้าถึงได้ตามฆ่าฉัน ทำร้ายคนรอบๆ ตัวฉัน อย่างที่เป็นอยู่ทุกวันนี้ ฉันก็อยากจะทำวันนี้ให้มีความสุขอย่างที่คุณว่าอยู่หรอก แต่ฉันจะหลับตานอนสนิทได้ยังไง ในเมื่อมีคนอยากฆ่าฉันอยู่” กอหญ้าอ้างเหตุผล
       “แล้วเธอจะรู้ได้ยังไงล่ะ ว่าอดีตเธอเป็นใคร ในเมื่อเธอจำอะไรไม่ได้”
       “นั่นสิคะ...ตอนแรก ฉันคิดว่าแหวนของฉันจะเป็นกุญแจไขปริศนาอันนี้ได้ แต่มันก็หายไปซะแล้ว”
       “อ้าว ก็ฉันฝากคุณอาดาราไว้ให้เธอเมื่อวาน”
       “มันหายไปแล้วค่ะ...ฉันสงสัยว่าคุณพเยียเป็นคนขโมยไป แต่เค้าไม่รับ”
       “ต่อให้จริง ใครมันจะรับ...ทำไมเธอไม่ขอค้นกันไปเลย”
       “ดูจากท่าทางคุณพเยีย เธอมั่นใจมาก ว่าแหวนไม่ได้อยู่ที่เธอแน่ๆ” กอหญ้าถอนใจ “ที่ร้ายกว่านั้น แม่ชื่นก็หายตัวไปด้วย จนป่านนี้ก็ยังไม่ติดต่อกลับมาเลย”
       “หรือว่าแม่ชื่นจะเอาไป”
       กอหญ้า ส่ายหัวเพลียๆ มึนตึ๊บ คิดไม่ตก “แม่ชื่นบอกว่าแหวนนั่นสำคัญมาก ให้ฉันหาให้เจอให้ได้ แล้วนอกจากคุณอาดารา กับคุณพเยีย ก็มีแม่ชื่นคนเดียวเท่านั้น ที่รู้ว่าคุณจะเอาแหวนมาฝากให้ฉัน...ตอนนี้ฉันเลยมืดแปดด้านไปหมด ไม่รู้จริงๆ ค่ะ ว่า “ใคร” มาขโมยแหวนของฉันไป...ทำไม”
       
       นพดลซ่อนตัวอยู่ในบ้านเช่าโทรมๆ ห่างจากผู้คน ปิดหน้าต่างประตูมิดชิด เพิ่งตื่นนอน บิดขี้เกียจ
       “โห เที่ยงกว่า มิน่าหิวชิบ”
       นพดลคว้าของใกล้มือมากินกันตาย บ่น
       “เมื่อคืนกว่าจะได้นอน ซัดเข้าไปเกือบตีสอง...อีนังตัวดีนอนอยู่บ้านสบายใจทิ้งให้กูเหนื่อยอยู่คนเดียว”
       นพดลคิดถึงเรื่องเมื่อคืน แววตาเจ้าเล่ห์
       
       ตอนนั้นนพดลกับพเยียกำลังยัดร่างของแม่ชื่นลงไปในถุงดำ
       “เดี๋ยวก่อน”
       พเยียเอาแหวนเพชรพยายามยัดไว้ในกระเป๋าเสื้อ ของแม่ชื่น
       “อะไรน่ะ พเยีย”
       นพดลแย่งคว้ามาดู เห็นเป็นแหวนรูปดาว
       “แหวน แหวนเพชรด้วย”
       “อย่านะ พี่นพ คราวนี้ฉันไม่ยอมให้พี่ทำอะไรงี่เง่าอีกแล้ว เอาคืนมา”
       พเยียจะคว้า นพดลหลบ
       “เฮ่ย คราวที่แล้วมันพลาดเพราะของมันใหญ่ แต่แหวนเพชรธรรมดาๆ แบบนี้ รับรองไม่มีปัญหา จะเอาไปทิ้งน้ำทำไม”
       พเยียกระชากแหวนคืนมาจนได้ มองนพดลด้วยสายตาแข็งกร้าว พูดกำชับเสียงแข็ง
       “มันไม่ใช่แหวนธรรมดา” บอกเสียงเข้มมาก “ฉันพูดจริงนะพี่นพ แหวนวงนี้สำคัญมากที่นังชื่นมันเป็นแบบนี้ก็เพราะมันรู้ว่าฉันมีแหวนวงนี้ พี่ต้องเอาแหวนนี่ทิ้งไป”
       นภดลรู้ว่าพเยียพูดจริง “ขนาดนั้นเชียว”
       “ใช่ ถ้ายังอยากเกาะกินรีดไถชั้นอยู่ อย่าได้คิดเอาแหวนวงนี้ไปเป็นอันขาดจะต้องไม่มีใครได้เห็นแหวนวงนี้อีกเลย มันจะต้องหายสาปสูญไปจากโลกนี้ พี่เข้าใจไหม”
       “เออ เออ”
       “สาบานนะพี่ ฉันไม่ได้พูดเล่นนะ ถ้ามีใครเห็นแหวนวงนี้ ฉันซวยแน่”
       
       นภดลดึงตัวเองกลับมา พลางหยิบแหวนออกมาจากกระเป๋ากางเกง พิศดู
       “ถ้ามันสำคัญขนาดนั้นจริง จะทิ้งซะทำไม เก็บไว้ มันอาจจะมีประโยชน์เข้าซักวันก็ได้”
       
       นพดลยิ้มย่องสะใจ มองแหวนในมือนิ่งนาน

จำนวนคนโหวต 29 คน
คุณเห็นด้วยกับข่าว/บทความนี้หรือไม่
เห็นด้วย ไม่เห็นด้วย
เห็นด้วย 27 คน
94 %
ไม่เห็นด้วย 2 คน
6 %
 
หนังสือพิมพ์: ผู้จัดการออนไลน์ | ผู้จัดการรายวัน | ผู้จัดการสุดสัปดาห์ | นิตยสารผู้จัดการ 360° | Positioning | News1
มุม: การเมือง | อาชญากรรม | คุณภาพชีวิต | ภูมิภาค | ภาคใต้ | ต่างประเทศ | มุมจีน | iBiz Channel | เศรษฐกิจ-ธุรกิจ | ตลาดหลักทรัพย์
กองทุนรวม | SMEs | Motoring | CyberBiz | วิทยาศาสตร์ | เกม | กีฬา | บันเทิง | โต๊ะญี่ปุ่น | Celeb Online | ท่องเที่ยว | ธรรมะกับชีวิต
เว็บ: Asia Times | บุรพัฒน์ คอมมิคส์ | Mars Magazine | คุยกับเว็บมาสเตอร์ | Site Map | โฆษณาบนเว็บ | ติดต่อเรา
All site contents copyright ©1999-2017