แผนรักแผนร้าย ตอนที่ 11

โดย MGR Online   
7 มีนาคม 2556 18:34 น.
1 | 2 | 3 | 4  | หน้าถัดไป
แผนรักแผนร้าย ตอนที่ 11
        แผนรักแผนร้าย ตอนที่ 11
       
       พเยียกลับเข้าห้องนอนเครียดจัด ผุดลุกผุดนั่งอยู่ในห้อง ท่าทางกลัดกลุ้มกระวนกระวายใจ
       
       “ถ้าคุณแม่บอกตำรวจว่าเรากับพี่นพรู้จักกัน เราจะทำยังไงดี ขืนบอกให้ตำรวจไปจับพี่นพ มันต้องซัดทอดถึงเราแน่”
       พเยียคิดเครียดอยู่อย่างนั้น
       “แต่ถ้าไม่บอก ตำรวจก็ต้องสงสัยว่าเราเป็นพวกเดียวกับมัน” คิดหนักจนปวดหัว “โอ๊ย ปวดหัว จะทำยังไงดีวะ”
       พเยียคว้ายาแก้ปวดหัวมากินเข้าไปหลายเม็ด แล้วทิ้งตัวลงกับเตียง กลุ้ม
       “แค่นังกอหญ้าคนเดียวก็ยุ่งพอแล้ว ถ้าเรื่องถึงตำรวจ อีพเยียไม่รอดแน่จะทำยังไงดีๆๆๆๆๆ”
       พเยียมุดหัวลงไปใต้หมอน เครียดจัด
       
       ฝ่ายนภัสรพีใช้ความคิดอยู่คนเดียว ตอนที่ตนโต้เถียงกับนภาจรี และถูกนภาจรีเตือนว่าพเยียเป็นอันตราย ซักวันจะทำให้เดือดร้อน
       นภัสรพียิ่งคิดยิ่งเครียดถอนใจยาว พลางรำพึง
       “พี่ผิดเอง หญิงนภา ที่ไม่เชื่อเธอ...พี่ประมาทเกินไป”
       นภัสรพีเดินกลับมาที่โต๊ะ ตัดสินใจ
       “มันถึงเวลาแล้ว ที่พี่จะจัดการทุกอย่างให้เรียบร้อย”
       นภัสรพียกโทรศัพท์ขึ้น โทรออก
       “สวัสดีครับ ผมหม่อมราชวงศ์นภัสรพี ศิวาวงศ์ ผมต้องการพูดกับตำรวจที่ทำคดีนางชื่น จิตมั่น” คุณชายฟังครู่หนึ่ง “ไม่เป็นไรครับ ถ้าผู้หมวดออกมาจากห้องสอบสวนแล้ว ให้เขาโทรกลับมาหาผมด้วย ผมจะรอ…เรื่องอะไรเหรอครับ...บอกเค้าว่า ผมมีเบาะแสของคดีฆาตกรรมนางชื่น...ขอบคุณครับ”
       นภัสรพีวางสาย แววตามุ่งมั่นมาดหมาย
       
       เวลาเดียวกัน ภายในครัวของวัง เห็นมือใครบางคนเทขวดไซยาไนด์ ออกมาหนึ่งช้อนชาพูนๆ เอาไว้ในโถน้ำเชื่อม ที่เป็นแก้วใสใบเล็กๆ เห็นยาละลายในน้ำเชื่อมจนหมด
       ที่แท้เป็นพเยียเทยาอีกช้อนอย่างตั้งใจ เอาผสมลงในโถนมสด ซึ่งเป็นแก้วใสแบบเดียวกัน คนจนละลายหมด พเยียเอาพลาสติกใสปิดโถทั้งสองไว้อย่างเรียบร้อย เอาไปแช่ตู้เย็น
       
       ไม่นานนักศรีเดินปิดไฟทางเดิน ตรวจตราหน้าต่างประตูแทนแม่ชื่น แล้วหันมาเห็นพเยียยืนมองอยู่
       “คุณหนู! มายืนมืดๆ ศรีตกใจหมด...จะเอาอะไรหรือเปล่าคะ”
       พเยียบอกเสียงอ่อนโยน “ศรีคงเหนื่อยมากนะ ที่ดูแลทุกอย่างแทนแม่ชื่น”
       “ไม่เป็นไรค่ะ คุณหนู ศรีเต็มใจ”
       “ทุกคืนแม่ชื่นปิดบ้านเสร็จแล้ว จะต้องชงชาไปให้คุณตาดื่มก่อนนอน ป่านนี้คุณตาคงคิดถึงแม่ชื่นแย่แล้ว ศรีว่าไหม”
       
       ขณะเดียวกันพวยกามีควันพลุ่งขึ้นมา เสียงการ้องหวีดดังลั่น กอหญ้ายกกาลงจากเตา ปิดไฟ ศรีเดินเข้ามาพอดี
       “อ้าว คุณกอหญ้า ทำอะไรคะ”
       กอหญ้าหันมายิ้ม
       “กำลังจะชงชาก่อนนอนให้ท่านน่ะค่ะ”
       ศรีเห็นกอหญ้าเตรียมชาใส่กาเอาไว้แล้ว บนถาดมีถ้วยชาวางเรียบร้อย
       “ใจตรงกัน ศรีว่าจะมาทำอยู่พอดีเลย …ศรีช่วยไหมคะ”
       กอหญ้าเอาน้ำร้อนเทใส่ในกา
       “ไม่เป็นไรจ้ะ เสร็จแล้ว ศรีไปพักเถอะจ้ะ”
       ศรีเดินออกไป
       กอหญ้าจะยกถาดออกไป แล้วนึกได้
       “อ้อ นมกับน้ำตาล เกือบลืมไป”
       กอหญ้าเปิดตู้เย็น เห็นโถแก้วทั้งสองอัน กอหญ้าหยิบออกมาแกะพลาสติกที่ปิดออก บรรจงวางในถาด
       “ศรีเตรียมเอาไว้ให้เรียบร้อยเชียว น่ารักจริง”
       กอหญ้ายกถาดน้ำชาเดินออกไป
       
       นภัสรพีนั่งรอโทรศัพท์ มีเสียงเคาะประตูดังขึ้น
       “ขออนุญาตค่ะ”
       นภัสรพีหันไป เห็นกอหญ้าถือถาดน้ำชาเดินเข้ามาวางไว้ให้ที่โต๊ะ
       “น้ำชาค่ะท่าน”
       “ขอบใจมาก หนูกอหญ้า”
       กอหญ้ารินน้ำชาใส่ถ้วยให้ คุยไปด้วย น้ำเสียงห่วงใย
       “ท่านนอนดึกมาหลายคืนแล้วนะคะ”
       “ฉันมีเรื่องราวต้องสะสางมากมายหลายเรื่องเหลือเกิน”
       “มีอะไรที่เด็กอย่างหนูช่วยได้ไหมคะ”
       นภัสรพีมองกอหญ้าอย่างเอ็นดู
       “แค่ชงชาอร่อยๆ ให้ฉันก็ขอบใจมากแล้ว”
       “ปรุงไหมคะ”
       “น้ำตาลอย่างเดียวก็พอ หวานหน่อยก็ดี ช่วงนี้เหนื่อยเหลือเกิน”
       กอหญ้าเทน้ำเชื่อมลงไป “น้ำตาลจะทำให้สดชื่นค่ะ”
       กอหญ้าเลื่อนถ้วยชาไปให้ นภัสรพียิ้ม แล้วยกขึ้นจิบ
       กอหญ้า มองนภัสรพีอย่างห่วงใย ผูกพัน “อีกไม่นานหรอกค่ะ ทุกอย่างจะดีขึ้น”
       “ฉันก็เชื่ออย่างนั้น” นภัสรพีคิดถึงเรื่องที่ตัวเองจะทำ “อย่างน้อย สิ่งเลวร้ายที่มันฝังตัวอยู่ในบ้านหลังนี้ จะต้องถูกกำจัดออกไป”
       นภัสรพีเห็นกอหญ้ามองงงๆ เลยยิ้มให้
       “คนแก่ก็บ่นเรื่อยเปื่อย ไม่มีอะไรหรอก” พอดีกับเสียงโทรศัพท์ดัง “เอาละ หนูไปนอนเถอะ ฉันมีธุระสำคัญต้องทำ”
       “ค่ะ”
       กอหญ้าเดินออกไป
       นภัสรพีจิบชาอีกหนึ่งคำ แล้วรับโทรศัพท์
       “ผมนภัสรพีพูด ใช่แล้วครับ ผู้หมวด ผมคิดว่ามีคนคนนึง ที่จะเชื่อมโยงไปถึงตัวคนร้ายที่ฆ่าแม่ชื่น แต่ผู้หมวดต้องรับปากผมก่อน ว่าจะจัดการเรื่องนี้อย่างเงียบที่สุด ผมไม่ต้องการให้มีข่าวออกไปทางไหนทั้งนั้น...”
       นภัสรพีนิ่งฟังทางปลายสาย
       “จำเป็นมากครับ ที่มันต้องเป็นความลับ เพราะคนที่ผมสงสัย เป็นคนในวังศิวาลัยของผมเอง”
       ขณะที่กอหญ้าอยู่ตรงทางเดิน ห่างออกมาจากห้องสมุด แล้วได้ยินเสียงแก้วแตกดังเพล้งออกมาจากห้องสมุด ตามด้วยเสียงเหมือนอะไรล้ม โครมคราม กอหญ้าตกใจ ชะงัก
       “คุณชาย”
       กอหญ้าวิ่งกลับไปที่ห้อง เห็นนภัสรพีล้มกลิ้งอยู่ที่พื้น โทรศัพท์ยังคามืออยู่
       “คุณชายคะ คุณชาย คุณชายเป็นอะไรคะ”
       นภัสรพีหอบหายใจ แล้วตาค้าง หมดสติไป
       กอหญ้าตกใจมาก “คุณชาย”
       กอหญ้างงทำอะไรไม่ถูก ได้ยินเสียงแว่วๆ ดังมาจากโทรศัพท์ กอหญ้าดึงออกมาจากมือนภัสรพี
       “ฮัลโหล” กอหญ้าฟังว่าทางนั้นเป็นใคร “ตำรวจเหรอคะ ช่วยมาที่นี่ด่วนเลยค่ะ คุณชายนภัสรพี” มองดูนภัสรพีที่นอนนิ่งอยู่ เอื้อมมือไปจับชีพจร “ท่านสิ้นแล้วค่ะ”
       
       กอหญ้านั่งมองร่างไร้วิญญาณของนภัสรพี ดวงหน้าซีดเผือด น้ำตาคลอเบ้า

แผนรักแผนร้าย ตอนที่ 11
        บุรุษพยาบาลเข็นเตียงที่มีร่างของนภัสรพีออกมา นำขึ้นรถ หมอประจำรถพยายามจะช่วยกู้ชีวิตของนภัสรพี
       
       “ให้ยากระตุ้นหัวใจ แล้วปั๊มหัวใจด่วน” หมอสั่งการ
       กอหญ้ายืนอึ้งๆ ยังตกใจอยู่ พเยียประคองนภดาราที่หน้าซีดปากสั่นตามไปยื้อยุดจนถึงรถ
       “คุณพ่อ คุณพ่อต้องไม่เป็นไรนะคะ” นภดาราบอกกับหมอ “ช่วยคุณพ่อด้วย ช่วยคุณพ่อด้วยนะคะ คุณพ่อต้องไม่ตาย”
       พเยียคุมสติ พูดอย่างเยือกเย็น ไม่ลนลานสักนิด “ปล่อยเค้าเถอะค่ะ คุณแม่ ให้เค้าพาคุณตาไปนะคะ”
       ประตูรถปิด เห็นรถพยาบาลเคลื่อนออกไปจากหน้าตึก นภดาราเหมือนใจจะขาดตาม พเยียกับกอหญ้าช่วยกันประคองไว้
       “ทำใจดีๆ ก่อนค่ะ คุณอา”
       นภดาราพึมพำ “คุณพ่อต้องไม่ตาย คุณพ่อต้องไม่ตาย”
       พเยียพูดปลอบอย่างอ่อนโยน “เราตามไปดูคุณตาที่โรงพยาบาลดีกว่าค่ะ คุณแม่”
       นภดาราพยักหน้า ทั้งสองประคองนภดาราออกไป
       ศรีกับคนใช้คนอื่นๆ ที่ยืนเกาะกันกลุ่มอยู่ห่างๆ หน้าเสีย น้ำตาไหล ทำอะไรไม่ถูกเหมือนกัน
       
       ไม่นานต่อมา นภดารา พเยีย และกอหญ้าอยู่หน้าห้องฉุกเฉินของโรงพยาบาล อิศรเดินตรงมาหาอย่างเร่งร้อน
       กอหญ้า หันไปเห็นก็ดีใจ “คุณอิศร”
       อิศรเข้าไปไหว้นภดารา “คุณอาครับ” ชายหนุ่มกุมมืออย่างห่วงใย “เข้มแข็งไว้นะครับ” แล้วหันมาทางกอหญ้า “อาการเป็นยังไงบ้าง”
       “ท่านหยุดหายใจไปแล้วค่ะ แต่หมอกำลังพยายามแก้ไขกันอยู่”
       “ทำใจดีๆ ไว้ครับ คุณอา หมอเวรที่ดูแลคุณชายนภัสเป็นเพื่อนผมเองมันเก่งมาก”
       ขาดคำหมอวิชาญเดินหน้าเครียดออกมาจากห้องฉุกเฉิน พุ่งตรงมาที่พวกนภดารา
       “คุณนภดาราใช่ไหมครับ”
       “ค่ะ”
       “ผมเสียใจด้วยนะครับ คุณชายท่านสิ้นใจตั้งแต่ก่อนมาถึงโรงพยาบาลทางเราพยายามปั้มหัวใจ แล้วก็ใช้ยาช่วยอย่างเต็มที่แล้ว” หมอวิชาญมองนภดาราอย่างเห็นใจ “ผมเสียใจจริงๆ”
       พเยียตาเป็นประกาย แอบระบายลมหายใจเบาๆ อย่างโล่งใจ กอหญ้าพูดไม่ออก น้ำตาคลอเงียบๆ
       “คุณพ่อ”
       นภดาราเจ็บหน้าอกแปลบ แล้วช็อก เป็นลมล้มตึงไป อิศรรับไว้ได้ทัน
       “คุณอาครับ คุณอา”
       กอหญ้าได้สติ รีบบอก “คุณอาดาราเป็นโรคหัวใจค่ะ คุณหมอ”
       หมอวิชาญบอกกับอิศร “ตามฉันมา”
       หมอวิชาญเดินเร็วๆ เข้าไปในห้องฉุกเฉิน อิศรอุ้มนภดาราตามไป พยาบาลรีบเดินตามหมอวิชาญไป
       
       หมวดพิภพ นายตำรวจคนที่พูดโทรศัพท์กับนภัสรพีเดินเข้ามา ถามพยาบาล
       “คนไข้ชื่อหม่อมราชวงศ์นภัสรพีอยู่ที่นี่ใช่ไหมครับ”
       “อยู่ที่ห้องฉุกเฉินทางด้านโน้นค่ะ”
       หมวดพิภพ เดินไป
       
       คืนนั้นตรงทางเดินหน้าห้องฉุกเฉิน อิศร กอหญ้า พเยีย เดินออกมาพร้อมกับหมอวิชาญ
       “คุณนภดาราปลอดภัยแล้ว แต่ระวังกันหน่อยก็ดีนะครับ หัวใจของเธออ่อนแอมาก”
       กอหญ้า บอก “คุณอาอาการไม่ค่อยดีตั้งแต่คุณหญิงนภาเสียแล้วค่ะ แล้วไหนจะแม่ชื่นแล้วคุณชายยังมาเสียไปอีกคน”
       ตำรวจทั้งสองเดินเข้ามา
       “คุณหมอวิชาญใช่ไหมครับ”
       หมอวิชาญงงๆ “ครับ”
       “ผม ร้อยตำรวจโทพิภพ ศรีภิญโญครับ ก่อนจะหมดสติไป คุณชายนภัสรพีกำลังพูดโทรศัพท์อยู่กับผม ...ไม่ทราบว่า ท่านเสียชีวิตเพราะอะไรครับ”
       หมอวิชาญลังเลนิดนึง “มีอาการ ...หัวใจล้มเหลวเฉียบพลันครับ”
       “ก่อนที่ท่านจะเสียชีวิต มีผู้หญิงคนนึงอยู่กับท่านเป็นคนสุดท้าย…”
       ทุกคนหันไปมองกอหญ้า
       “ฉันเองค่ะ ฉันชื่อกอหญ้า...ฉันแค่เอาชาเข้าไปให้ท่านเท่านั้น”
       “แล้วท่านก็ตาย”
       พเยียพูดเสียงเรียบ แต่แฝงนัยแปลกๆ ตำรวจมองหน้ากอหญ้า กอหญ้ามีสีหน้าลำบากใจ
       
       เวลาผ่านไปสักระยะ อิศรเดินเข้ามาในห้องของหมอวิชาญในโรงพยาบาล ทิ้งตัวลงนั่งอย่างเหนื่อยอ่อน หมอวิชาญยกชาสองถ้วยมาวางตรงหน้า เปรยขึ้นมา
       “คุณกอหญ้าอยู่กับคุณชายเป็นคนสุดท้าย คงต้องตกเป็นผู้ต้องสงสัยอันดับแรก”
       อิศรที่กำลังยกชาขึ้นจิบ สำลักพรวด
       “ไอ้บ้า” พลางวางถ้วยชา โวยวายเสียงดัง “เหลวไหล! กอหญ้าไปเกี่ยวอะไร กะอีแค่ชงชาไปให้กิน” อิศรเปลี่ยนเสียงเป็นประชด “ถ้าคุณชายนภัสฯ สำลักน้ำชาตายก็ว่าไปอย่าง”
       หมอวิชาญพูดเป็นมีนัย “ไม่แน่...บางทีน้ำชาถ้วยเดียวก็ฆ่าคนได้”
       อิศรนึกเอะใจ “แกหมายความว่าไง ไอ้หมอ”
       “คุณชายนภัสรพีไม่มีประวัติการเป็นโรคหัวใจ จริงๆ แล้ว จากประวัติทางการแพทย์ที่ฉันได้รับมา ท่านเป็นคนที่มีสุขภาพดีมากคนนึงทีเดียว”
       อิศรตกใจ “ไอ้หมอ แกกำลังจะบอกฉันว่า...”
       “ฉันยังบอกอะไรไม่ได้ทั้งนั้น เอาไว้ฉันแน่ใจเมื่อไหร่ แกก็รู้เอง”
       
       หมอวิชาญพูดยิ้มๆ พลางมองถ้วยชาในมือ ทำท่าราวกับนักสืบที่สนุกกับคดีของตัวเอง

จำนวนคนโหวต 42 คน
คุณเห็นด้วยกับข่าว/บทความนี้หรือไม่
เห็นด้วย ไม่เห็นด้วย
เห็นด้วย 38 คน
91 %
ไม่เห็นด้วย 4 คน
9 %
 
หนังสือพิมพ์: ผู้จัดการออนไลน์ | ผู้จัดการรายวัน | ผู้จัดการสุดสัปดาห์ | นิตยสารผู้จัดการ 360° | Positioning | News1
มุม: การเมือง | อาชญากรรม | คุณภาพชีวิต | ภูมิภาค | ภาคใต้ | ต่างประเทศ | มุมจีน | iBiz Channel | เศรษฐกิจ-ธุรกิจ | ตลาดหลักทรัพย์
กองทุนรวม | SMEs | Motoring | CyberBiz | วิทยาศาสตร์ | เกม | กีฬา | บันเทิง | โต๊ะญี่ปุ่น | Celeb Online | ท่องเที่ยว | ธรรมะกับชีวิต
เว็บ: Asia Times | บุรพัฒน์ คอมมิคส์ | Mars Magazine | คุยกับเว็บมาสเตอร์ | Site Map | โฆษณาบนเว็บ | ติดต่อเรา
All site contents copyright ©1999-2017