แผนรักแผนร้าย ตอนที่ 14 จบบริบูรณ์

โดย MGR Online   
17 มีนาคม 2556 06:08 น.
1 | 2 | 3 | 4  | หน้าถัดไป
แผนรักแผนร้าย ตอนที่ 14 จบบริบูรณ์
        แผนรักแผนร้าย ตอนที่ 14 อวสาน
       
       ไฟเริ่มไหม้ที่ผนังด้านหนึ่งของกระท่อมท้ายสวน และเริ่มลามไปทั่วห้อง สองแม่ลูกกอดกันกลม ท่าทางกลัวมาก นพดลยิ้มเหี้ยม
       
       “เชิญแม่ลูกตามสบายนะ ฉันไปก่อนละ”
       นพดลจะออกไป พอดีมีโทรศัพท์เข้ามา
       “ว่าไง พเยีย...ห๊ะ! อะไรนะ ไอ้อิศรมันมาได้ยังไง”
       นพดลวางสาย หาที่หลบ กอหญ้ากับนภดาราได้ยินว่าอิศรมา ดีใจ
       “คุณอิศรมาแล้ว”
       อิศรอยู่ด้านนอกแล้วมองเข้าไปข้างในเห็นกอหญ้ากับนภดาราโดนมัด จะพุ่งเข้าไป กอหญ้าตะโกนห้าม
       “คุณอิศร อย่าค่ะ”
       นพดลถลาออกมา ยิงสวนไป อิศรกลิ้งตัวหลบทัน กระสุนเฉียดไป อิศรยิงตอบ นพดลยิงสู้ กระสุนเฉียดสองแม่ลูกไปมา
       
       ขณะเดียวกันไฟโหมไหม้และลามไปทั่วบริเวณ ควันดำลอยหนาขึ้น ไม้ท่อนหนึ่งโดนไฟไหม้หล่นลงมา ทำให้นพดลเสียจังหวะ
       อิศรฉวยโอกาสยิงนพดลเข้าที่กลางลำตัว นพดลร่วงลงไป ไฟลามไปใกล้นภดารากับกอหญ้า
       “คุณอิศร ช่วยด้วยค่ะ ไฟไหม้ใหญ่แล้ว”
       อิศรรีบวิ่งไปแกะเชือก
       
       อีกฟากหนึ่งของสวน แตงเข้ามากับเจ้าหน้าที่ตำรวจ หน้าตาตื่น เมื่อได้ยินเสียงปืนที่อิศรยิงสู้กับนพดล
       “เสียงปืนค่ะ มีเสียงปืนดังมาจากทางโน้น”
       ตำรวจหัวหน้าทีมสั่ง “กระจายกำลังล้อมไว้ ระวังให้มากด้วย คนร้ายมีอาวุธ และมีตัวประกัน”
       ตำรวจคนอื่นๆ กำลังจะกระจายกันไป ทันใดนั้นมีร่างหนึ่งโผล่ออกมา
       ตำรวจอีกคนบอก “มีคนทางโน้นครับ”
       แตงตะโกน “คุณณุ” แล้ววิ่งเข้าไป
       ชิษณุพงษ์โซเซออกมา แล้วล้มลง
       แตงตกใจมาก “คุณณุ”
       ชิษณุพงษ์หายใจรวยริน “กอหญ้าอยู่ข้างหลัง ช่วยกอหญ้าด้วย”
       พูดได้เท่านั้นชิษณุพงษ์หมดสติไป แตงร้องกรี๊ดๆ
       “มีคนเจ็บค่ะ ช่วยด้วย ช่วยด้วย”
       
       ส่วนที่กระท่อมท้ายสวน อิศรแก้มัดสองแม่ลูกเสร็จ ไฟลามไปทั่ว
       “รีบออกไปเถอะครับ”
       กอหญ้าประคองนภดาราฝ่าออกไป ท่ามกลางกลุ่มควัน ร่างโทรมเลือดของนพดลตะกายขึ้นมาด้วยรวบรวมแรงเฮือกสุดท้าย ยกปืนหมายจะยิงอิศร
       “มึง...ตาย” นพดลยิง
       ทันใดนั้น มีเสียงปืนลั่นเปรี้ยงดังมาจากข้างหลัง มาจากกำลังตำรวจที่บุกเข้ามา นพดลที่สีหน้าบ่งบอกถึงความเจ็บปวด และเสื้อเต็มไปด้วยเลือดค่อยๆ ล้มลงมา ตำรวจวิ่งเข้ามาเห็นนพดลนอนตายอยู่บนพื้น อิศรรีบพานภดารากับกอหญ้าออกไป
       
       ด้านแตงกำลังดูแลให้บุรุษพยาบาลเอาชิษณุพงษ์ใส่เปล อิศรกับกอหญ้าและนภดาราออกมา
       “คุณกอหญ้า คุณณุโดนยิงค่ะ”
       กอหญ้ารีบเข้าไปดู
       “ชิษณุพงษ์”
       ชิษณุพงษ์ดีใจมาก “กอหญ้า”
       กอหญ้า บีบมือปลอบ “ทำใจดีๆ นะ เธอต้องปลอดภัย”
       บุรุษพยาบาลพาชิษณุพงษ์ออกไป แตงทำท่าจะตามไป
       “เดี๋ยวจ้ะ แตง ใครเป็นคนยิงชิษณุ”
       “คุณพเยียค่ะ คุณพเยียยิงคุณณุ แล้วก็หนีไป”
       แตงวิ่งตามชิษณุพงษ์ไป กอหญ้ากับนภดารามองหน้ากันอย่างเป็นกังวล ว่าเรื่องร้ายยังไม่จบ
       
       ขณะเดียวกันรถบรรทุก 6 ล้อเก่าๆ คันหนี่งเล่นไปบนท้องถนนในสวน ด้านหลังมีผ้าใบคลุมอยู่ ด้านในเห็นข้าวของบรรทุกเต็มรถ มีถุงปุ๋ย ถุงดิน อุปกรณ์การทำสวนอัดแน่น ด้านในสุดพเยียขดตัวอยู่อย่างทุกข์ทรมาน
       
       บรรยากาศภายในวังศิวาลัย ตอนกลางคืน ห้องโถงทางเข้าบ้านเปิดไฟสว่าง คนงานและคนรับใช้คึกคัก ท่าทางตื่นเต้น ศรีชะเง้อชะแง้ เห็นรถอิศรเข้ามา
       “คุณดารามาแล้ว”
       รถจอดสนิท กอหญ้าประคองนภดาราลงมา ศรีเข้ามารับท่าทางห่วงใย
       “คุณดารา ..ไปยังไงมายังไงคะนี่ แล้วคุณหนูล่ะคะ”
       “เอาไว้ก่อนนะจ๊ะ ศรี คุณแม่เหนื่อยมาก เอาไว้พรุ่งนี้ค่อยคุยกัน” ก้อหญ้าตัดบท
       กอหญ้าประคองนภดาราไป ศรีและคนรับใช้ทุกคนพากันงงกับสรรพนามใหม่ที่กอหญ้าเรียกนภดารา แต่ยังไม่เข้าใจ อิศรมองตามสองแม่ลูก แล้วเดินตามไป ยิ้มๆ
       
       นภดาราอาบน้ำสวมชุดใหม่แล้ว ลงนอนที่เตียง กอหญ้าบรรจงห่มผ้าให้
       “นอนพักนะคะ คุณแม่ เหนื่อยมามากแล้ว”
       กอหญ้ากอดนภดารา แล้วจะไป นภดาราจับมือกอหญ้าไว้
       “กอหญ้า แม่ดีใจนะ ที่หนูเป็นลูกของแม่”
       “หนูก็ดีใจค่ะ”
       นภดาราดึงกอหญ้ามากอดอีกที อิศรยืนมองที่หน้าประตู ยิ้มแก้มแทบแตก
       
       ไม่นานต่อมาสองคนอยู่ในสวนของวังศิวาลัย กอหญ้าไหว้ขอบคุณอิศร
       “ขอบคุณนะคะ สำหรับทุกอย่าง”
       “เรื่องเล็ก คนเป็นแฟนกัน ก็ต้องช่วยกันสิ จริงไหม” อิศรตีขลุม
       กอหญ้าอมยิ้ม “โกหก ฉันไม่เคยเป็นแฟนคุณซะหน่อย จริงๆ แล้ว ฉันเกลียดขี้หน้าคุณด้วยซ้ำ ตั้งแต่ตอนที่คุณขับรถเฉี่ยวจักรยานฉันตกถนนแล้ว”
       อิศรตกใจ “นี่ เธอ”
       กอหญ้า ชี้หน้าอิศร แกล้งต่อว่าด้วยท่าทีน่ารักๆ “ถ้าไม่ใช่เพราะคุณใจร้าย มาไล่ที่ทางโบสถ์ ฉันคงไม่ต้องลงมากรุงเทพฯ คงไม่ต้องมาเจอเรื่องร้ายๆ แบบนี้”
       อิศรอึ้ง “นี่เธอจำได้ ความทรงจำเธอกลับมาแล้ว”
       “ค่ะ ฉันจำได้แล้ว จำได้ทุกอย่าง ว่าเมื่อก่อนฉันเป็นใคร คุณเป็นใคร ชิษณุพงษ์เป็นใคร”
       อิศรได้ยินชื่อชิษณุพงษ์ อึ้งไปเลย
       
       รุ่งเช้าวันต่อมาในห้องผู้ป่วยของโรงพยาบาล ชิษณุพงษ์นอนพักฟื้นอยู่ แตงพยายามป้อนรังนกให้
       ชิษณุพงษ์หน้าตาบูดบึ้งเบือนหน้าหนี “ยังไม่กิน”
       “นิดนึงน่ะ นะ คุณณุ”
       แตงอ้อน ชิษณุพงษ์เหวี่ยง “ก็บอกว่ายังไม่กิน เอ๊ะ”
       กอหญ้าเดินเข้ามา ทักทายด้วยน้ำเสียงสดใส สนิทสนม เหมือนที่เคยพูดกับชิษณุพงษ์ตอนอยู่เชียงใหม่
       “เกเรเหมือนเมื่อก่อนไม่มีผิดเลยนะ”
       ชิษณุพงษ์มองกอหญ้าอย่างดีใจ
       “คนไข้เอาแต่ใจอย่างเธอ มันต้องเจอพยาบาลใจร้ายอย่างฉัน” กอหญ้าเอาขวดรังนกมาจากแตง “มา ฉันป้อนเอง ถ้าไม่กินจะจับกรอกปากเลย”
       ชิษณุพงษ์แปลกใจกับท่าทีใหม่ของกอหญ้า ที่เหมือนเพื่อนคนเดิม
       “กอหญ้า...วันนี้ทำไมเธอดู...แปลกไป”
       “ทำไมล่ะ...ฉันไม่เหมือนกอหญ้า เพื่อนรักคนเดิมของเธอหรอกเหรอชิษณุพงษ์”
       ชิษณุพงษ์มองหน้ากอหญ้า เห็นรอยยิ้มและแววตาที่เหมือนเดิม ชิษณุพงษ์เริ่มเข้าใจ
       ชิษณุพงษ์อึ้ง “นี่ เธอ...”
       “ความทรงจำฉันกลับมาแล้ว” กอหญ้าจับมือชิษณุพงษ์บอกต่อ “ฉันจำได้แล้วทุกอย่าง”
       “กอหญ้า…ฉันดีใจที่สุดเลย”
       ชิษณุพงษ์ดีใจนัก บีบมือกอหญ้าเบาๆ กอหญ้ายิ้ม บีบมือตอบ มองชิษณุพงษ์อย่างสนิทสนม แตงหน้าจ๋อย ค่อยๆ เลี่ยงออกไปเงียบๆ เศร้าๆ
       แตงออกมาหน้าห้องนั่งลงหน้าเศร้าๆ พยายามฝืนยิ้ม ทำใจยอมรับให้ได้
       
       ส่วนชิษณุพงษ์จับมือกอหญ้าแน่น พูดอย่างมีความสุข
       “ตกลงว่าเธอจำได้ทำอย่าง”
       “ทุกอย่าง ตั้งแต่วันแรกที่ฉันเกิดมา จนถึงวันนี้”
       “งั้นเธอก็ต้องจำได้...ว่าเราเคยรักกันมากแค่ไหน” ชิษณุพงษ์ถามยิ้มๆ
       กอหญ้าบีบมือชิษณุพงษ์แน่นอีกครั้ง ก่อนจะปล่อยมือ พูดอย่างอ่อนโยน
       “ฉันจำได้สิ ว่าเธอคือเพื่อนที่แสนดีของฉัน เพื่อนที่ฉันรักมากที่สุด”
       ชิษณุพงษ์คลายยิ้ม
       “แต่ว่าฉัน...”
       “ความรู้สึกที่ฉันมีให้เธอ ตั้งแต่วันนั้น ถึงวันนี้ ไม่เคยเปลี่ยนไป...เธอคือเพื่อนรักของฉัน ชิษณุพงษ์”
       ชิษณุพงษ์อึ้ง เริ่มเข้าใจว่ากอหญ้าต้องการจะสื่ออะไร กอหญ้าหยิบขวดรังนกขึ้นมา
       “เธอเสียสละทำเพื่อฉันมามากเหลือเกิน วันนี้ ขอให้เพื่อนคนนี้ ได้ดูแลเพื่อนได้ไหม”
       กอหญ้าป้อนรังนกให้ ชิษณุพงษ์มองตากอหญ้า เห็นแววตาบริสุทธิ์ใจ
       ชิษณุพงษ์หน้าเศร้า “แค่เพื่อนเท่านั้นใช่ไหม”
       “ไม่ใช่แค่เพื่อน แต่เป็นเพื่อนที่ฉันรักที่สุด โอเค.ไหม”
       
       ชิษณุพงษ์เข้าใจ กินรังนกที่กอหญ้าป้อน ส่วนที่หน้าห้อง แตงแอบมอง น้ำตาคลอ

แผนรักแผนร้าย ตอนที่ 14 จบบริบูรณ์
        เช้าวันต่อมา ที่หน้าบ้านเช่าของนพดลในชุมชนแออัด มีชาวบ้านมามุงดู จับกลุ่มวิพากษ์วิจารณ์กันอยู่ไม่มากนัก
       
       ส่วนภายในบ้าน เจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังตรวจค้นหาหลักฐานของนพดลจนทั่ว มีเสื้อผ้าเก่าที่ไม่ใช้ อาหารสำเร็จรูปเหลือๆ และของใช้ส่วนตัวทิ้งอยู่ อิศรยืนมองอยู่ด้วย
       “พบเบาะแสอะไรบ้างไหมครับ”
       ตำรวจคนหนึ่งส่ายหน้า “ไม่มีอะไรที่พอจะบอกได้เลยครับ ว่านายนพดลวางแผนจะหลบหนีไปที่ไหน”
       ตำรวจอีกคน เข้ามารายงาน “หมวดครับ ผมเจอไอ้นี่”
       ตำรวจคนแรกและอิศรหันไปมองพร้อมกัน ตำรวจคนที่รายงานดึงกล่องเหล็กใบหนึ่งออกมาจากใต้เตียง เมื่อเปิดออก เห็นเป็นแผ่นซีดี 10 กว่าแผ่น ผู้หมวดหัวหน้าทีมตำรวจหยิบแผ่นซีดีขึ้นมาดู แปลกใจ
       “ลองเอาไปเปิดดูไหมครับ เผื่อว่าจะมีประโยชน์ในการตามหาตัวพเยีย”
       
       ที่สวนผลไม้ เห็นรถบรรทุกจอดอยู่ ตากับยายสองคน แต่งตัวดูออกว่าเป็นชาวสวน เดินมาเปิดผ้าใบท้ายรถ และกำลังจะช่วยกันขนของลง ตายกถุงดินที่เป็นกองสูงออก แล้วต้องตกใจร้องเสียงดัง
       “เฮ้ย”
       “อะไรตา”
       “คน .. คนมาจากไหนไม่รู้ ยาย”
       ตาชี้มือ ยายชะโงกหน้ามาดู เห็นพเยียนอนซมอยู่ ยายเข้ามาเขย่าตัวพเยียเรียก
       “อีหนู” พเยียงัวเงีย ตื่น ยายหันมาบอกตา “ท่าทางจะไม่สบายด้วยนะ ตา ตัวมันร้อนเชียว”
       พเยียตื่น รู้ตัว เห็นตากับยาย รีบหดตัวหนีด้วยความตกใจกลัว
       “ที่นี่ที่ไหนเนี่ย”
       ยายยิ้มท่าทางใจดี “สวนของยายเอง เอ็งมาจากไหนล่ะนี่ แล้วมานอนอยู่ในนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่”
       พเยียมองหน้ายายกับตาที่ยิ้มซื่อๆ คิดหาทางเอาตัวรอด
       
       สองคนตายายพาพเยียมาพักที่บ้านไม้เก่าๆ พเยียดื่มน้ำจากขัน แล้วพูดโกหกอย่างน่าสงสาร
       “ฉันชื่อเดือนจ้ะ ฉันเป็นลูกกำพร้า อาศัยอยู่กับญาติ” 
       “แล้วอีท่าไหนถึงแอบมานอนบนรถข้า” ตาซักถาม
       พเยียทำท่าจะร้องไห้ “ฉันหนีเค้ามาน่ะจ้ะ ตา เมื่อวานนี้ไอ้ญาติคนที่ว่าน่ะ มันจะปล้ำฉัน ฉันตีหัวมันแตก มันขู่จะฆ่าฉัน ฉันเลยต้องหนีออกจากบ้านมา”
       ยายฟังแล้วสงสาร “แม่คุณเอ๊ย ช่างน่าเวทนา แล้วนี่จะไปไหน จะทำยังไงต่อล่ะนี่”
       พเยียหน้าเศร้า รู้สึกสลดใจขึ้นมาจริงๆ โดยไม่ได้แกล้ง เมื่อคิดว่าตัวเองไม่มีที่ไป
       ยายกับตามองหน้ากัน ต่างสงสารพเยีย
       “ถ้าไม่มีที่ไปจะอยู่ด้วยกันที่นี่ก็ได้นะ หนู”
       พเยียมองหน้าตายาย แววตาดีใจวูบ ตารีบสำทับ
       “อยู่ก็ต้องช่วยกันทำงานนะ คนยากคนจน อยู่เฉยๆ ไม่ได้หรอก”
       พเยียสลด แต่ต้องยอมรับสภาพ เพราะไม่มีทางเลือก
       
       เย็นนั้นอิศรขับรถมาจอดในบ้านอดิศวร ก่อนจะก้าวลงจากรถ แล้วเดินเข้าบ้านไปหน้าตาเครียดๆ ในมือมีซองซีดี
       พออิศรลับตาไป สกุณาก็แอบย่องเข้ามา พยายามจะเปิดรถอิศร แต่ปรากฏว่าล็อก สกุณาขัดใจ เสียงอิศรดังขึ้นข้างหลัง
       “จะทำอะไรน่ะ”
       สกุณาสะดุ้งสุดตัว รีบแก้ตัว
       “เปล่า”
       อิศรเสียงดังใส่ “โกหก! เธอมาค้นรถฉัน หาอะไรไม่ทราบ” สกุณาหน้าเสีย แต่ยังจะเถียง อิศรดักคอ “หาโทรศัพท์ใช่ไหม”
       สกุณายิ่งตกใจ ปฏิเสธใหญ่ “โทรศัพท์อะไร ฉันไม่รู้เรื่อง”
       “ตำรวจเค้าเจอโทรศัพท์ของคนร้าย มันสะกดรอยตามฉันด้วยโทรศัพท์ที่ซ่อนเอาไว้ในรถฉัน มันจะเป็นฝีมือใครไปได้ ถ้าไม่ใช่เธอ”
       “ไม่... ไม่จริง ฉันไม่เกี่ยว ฉันไม่ได้ทำ”
       อิศรโมโหลากแขนสกุณาออกมา “ไปแก้ตัวกับตำรวจก็แล้วกัน”
       สกุณาดิ้นหนี ร้องกรี๊ดๆ “ไม่ ไม่นะ ปล่อยฉัน ปล่อย”
       อิศรไม่ฟังลากตัวสกุณาเข้าบ้านไป สกุณาดิ้นรนขัดขืน อรรถเข้ามาเห็นพอดี
       “ไอ้อิศร! หยุด! นี่มันอะไรกัน”
       
       3 คนอยู่ในห้องรับแขกภายในบ้านอดิศวร สกุณาเถียงคอเป็นเอ็น
       “ฉันไม่รู้ไม่เห็นอะไรทั้งนั้น” พลางพูดออดอ้อนอรรถ “คุณอย่าเชื่อนะคะ ลูกชายคุณใส่ความฉัน”
       “ผมมีหลักฐาน ว่าเมียของพ่อ เป็นพวกเดียวกับคนร้าย” อิศรบอก
       “เหลวไหล! คนอย่างสกุณาจะไปเกี่ยวข้อง รู้จักมักจี่กับไอ้กุ๊ยพรรค์นั้นได้ยังไง” อรรถเถียงอย่างมั่นใจ
       อิศรยิ้มเยาะ “ได้สิครับพ่อ เมียพ่อกับไอ้นพดลรู้จักกัน ชนิดที่เรียกว่าสนิทแนบแน่นเลยทีเดียวละ”
       อิศรหยิบแผ่นซีดีมาชูให้ดู อรรถงง สกุณาหน้าเสีย
       “อะไรของแก”
       อิศรเดินไปที่เครื่องเล่นซีดี เอาแผ่นใส่ แล้วหันมาบอก
       “ตำรวจเค้าเจอแผ่นซีดีในบ้านเช่าของไอ้นพดล มันแอบถ่ายผู้หญิงที่ไปหามันที่คอนโดเอาไว้” สกุณาหน้าเสียมากขึ้น “พ่ออยากรู้ไหมครับ ว่ามีใครไปนอนกับไอ้นพดลบ้าง”
       อิศรจะกดรีโมท สกุณาร้องกรี๊ดวิ่งไปแย่ง แต่ไม่ทันแล้ว เมื่อที่หน้าจอเห็นใบหน้าสกุณากำลังคลอเคลียกับนพดลชัดแจ๋ว สกุณาวิ่งไปบังจอทีวี
       “ไม่จริง นี่มันภาพตัดต่อ คุณอย่าไปเชื่อนะคะ ไม่จริง”
       อรรถเดินเข้าไป ตบหน้าสกุณาจนคว่ำ เซไปซบกับโซฟา
       “นังแพศยา” อรรถตวาดลั่น “ออกไป ไสหัวไปจากบ้านฉัน”
       สกุณาเงยหน้าขึ้นมา นัยน์ตาวาววับด้วยความโกรธแค้น
       “ที่ฉันต้องเป็นผู้หญิงแพศยาเพราะอะไร เพราะคุณมันไม่มีน้ำยาไงได้ยินไหม คุณมันไม่มีน้ำยา”
       อรรถโกรธจนตัวสั่นตวาดเสียงดัง “ออกไป”
       สกุณากระแทกเท้าออกไปด้วยความโมโห อรรถทรุดตัวลงกับพื้น เสียใจมาก
       
       อิศรมองพ่อด้วยความสงสารและเห็นใจ ใช้รีโมทปิดทีวี แล้วเดินไปประคองพ่อขึ้นมา ตบไหล่ปลอบใจ โดยไม่พูดซ้ำเติมอะไรสักคำ

จำนวนคนโหวต 105 คน
คุณเห็นด้วยกับข่าว/บทความนี้หรือไม่
เห็นด้วย ไม่เห็นด้วย
เห็นด้วย 98 คน
94 %
ไม่เห็นด้วย 7 คน
6 %
 
หนังสือพิมพ์: ผู้จัดการออนไลน์ | ผู้จัดการรายวัน | ผู้จัดการสุดสัปดาห์ | นิตยสารผู้จัดการ 360° | Positioning | News1
มุม: การเมือง | อาชญากรรม | คุณภาพชีวิต | ภูมิภาค | ภาคใต้ | ต่างประเทศ | มุมจีน | iBiz Channel | เศรษฐกิจ-ธุรกิจ | ตลาดหลักทรัพย์
กองทุนรวม | SMEs | Motoring | CyberBiz | วิทยาศาสตร์ | เกม | กีฬา | บันเทิง | โต๊ะญี่ปุ่น | Celeb Online | ท่องเที่ยว | ธรรมะกับชีวิต
เว็บ: Asia Times | บุรพัฒน์ คอมมิคส์ | Mars Magazine | คุยกับเว็บมาสเตอร์ | Site Map | โฆษณาบนเว็บ | ติดต่อเรา
All site contents copyright ©1999-2017