หน้าแรกผู้จัดการ Online | หน้าแรกละครออนไลน์ | ละครออนไลน์
ละครออนไลน์ อาญารัก

อาญารัก ตอนที่ 6

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 28 มีนาคม 2556 06:01 น.
หน้าที่แล้ว
1 | 2 | 3 | 4
หน้าถัดไป
อาญารัก ตอนที่ 6
       อาญารัก ตอนที่ 6 (ต่อ)
       
       หนักนอนกอดแดงน้อยเอาไว้อย่างมีความสุข ได้ยินเสียงเรียกยายอ่อน เหมือนแพรกับโพล้งรู้จักดี จึงอาจรู้จักตนด้วย หนักเอามือล้วงในกระเป๋ากางเกงเตรียมพร้อม เห็นด้ามปืนโผล่ไวๆ
       
       “แต่งตัวโก้ทองหยองเต็มตัวไปหมด ไปถูกหวยรวยสมบัติที่ไหนมารึ” เสียงแพรดังเข้ามาในห้องหนัก
       ตามด้วยเสียงโพล้ง “รึว่าหมอตำแยสมัยนี้เขาทำคลอดกันได้เงินแพงๆ”
       “ไม่รู้ว่าจะบอกเล่าเก้าสิบให้เข้าใจยังไง คือว่าที่ผ่านมา ข้าไปทำคลอด ที่บ้านเศรษฐีใหญ่เมืองสุพรรณ ท่านขุนภักดีภูบาล”
       หนักหูผึ่ง ตื่นเต้นมาก ลูกพรวดมานั่งอุ้มแดงน้อยไว้กับอก เงี่ยหูฟังเต็มที่
       
       ยายอ่อนไม่พูดพล่ามทำเพลง
       โพล้งกะแพรอุทานพร้อมเพรียง “ไปทำคลอดให้ใครรึ”
       “คุณนายเรียมกับแม่เนียน”
       สองคนร้อง “ฮ้า”
       ยายอ่อนพูดอย่างภาคภูมิใจ “คุณนายเรียมท่านตกรางวัลค่าทำคลอดมาร้อยชั่ง”
       สองคนร้อง “โอ้โฮ”
       ยายอ่อนเอ่ยขึ้น “ฉันจะเปลี่ยนอาชีพดีกว่า เอาเป็นว่า ฉันต้องการซื้อที่นาของตาน้อมอย่างที่เคยบอกนั่นแหละ”
       โพล้งกับแพรมองหน้ากัน
       “เรื่องที่นาเอาไว้ก่อน เล่าเรื่องไปทำคลอดบ้านท่านขุนภักดีก่อน” แพรซัก
       “เรื่องมันยาว เรื่องราวยอกย้อนซ้อนซับสลับเงื่อนเหมือนยี่เก”
       “งั้นรีบสาธยายมาถ้าอยากซื้อที่นา บอกมาให้หมดไส้หมดพุง” โพล้งตื่นเต้น
       ยายอ่อนพยักหน้า
       “ถ้าฉันสาธยายฉันก็ทวนสาบานสิ คุณนายเรียมท่านแช่งเอาไว้ ให้ชั้นโดนฟ้าผ่าตาย”
       แพรคะยั้นคะยอ “ก็ถ้ามันเป็นเรื่องดีๆ ไม่ใช่เรื่องชั่วๆ ฟ้าก็ไปผ่าคนชั่วเองนั่นแหละ เล่ามายายอ่อน รึว่าแกอยากโดนฆ่าหมกคูหลังร้านชั้น แถวนี้เปลี่ยว”
       ยายอ่อนเล่นแง่ พยักหน้าพนมมือสาบานอีกครั้ง
       “ลูกช้างขออนุญาตทวนสาบานเพื่อเปิดเผยความจริงที่ถูกต้อง หาไม่วันใดถ้าลูกช้างตายไป ใครจะมารู้ความจริง ที่ไม่สมควรปกปิดนี่”
       สองคนหมั่นไส้ “เล่าได้แล้ว”
       “เริ่มเรื่องโหมโรงตั้งกะเนียนโดนท่านขุนโบยด้วยแส้ม้าปางตายว่ามีลูกแล้วมาหลอกลวงท่าน และลูกในท้องก็เป็นลูกชู้ ที่ชื่อไอ้เสือหนัก ที่มันแอบนัดไปหากันท่าน้ำให้แหวนให้สร้อยกันต่อหน้าต่อท่านขุน”
       โพล้งกับแพรตกใจมาก
       “ว่ากระไรนะ”
       
       หนักฟังอยู่หลังบ้าน เสียใจแสนสาหัส น้ำตาซึม
       “เนียน โธ่ เนียน เนียนเอ๊ย พี่ทำร้ายเนียนแสนสาหัสแท้ๆ”
       หนักฟังต่อไป
       
       ยายอ่อนทำหน้าเศร้าขณะเล่า
       “แม่เนียนผู้น่าสงสาร ช่างมีกรรรม ฉันเห็นตอนโดนโบยด้วยแส้ม้าฉันงี้น้ำตาตก หลายคนในบ้านไม่อยากเชื่อว่าเนียนเป็นชู้กับเสือหนัก”
       แพรและโพล้งพูดขึ้นมาพร้อมกัน
       “ฉันก็ไม่เชื่อ”
       “แต่ มิใยที่ท่านขุนจะถามเนียนอย่างไร มิใยจะโดนโบยจนเนื้อแตกยับ เนียนก็ไม่ปริปากเอ่ยว่ากระไร”
       สองคนครวญ “โธ่เอ๊ยเนียน”
       “เนียนจึงโดนอาญาไล่มาอยู่กระท่อมเล้าหมู จากคุณเนียนกลายเป็นนางคนเลี้ยงหมู โดนคุณนายสนกับนางช้อยบ่าวมันเย้ยหยันย่ำยี จนกระทั่งวันคลอดลูก เนียนกับคุณนายเรียมเจ็บท้องพร้อมกัน ฉันก็วิ่งจนหัวหมุนเป็นลูกข่าง”
       
       ภาพเหตุการณ์ในวันนั้นผุดขึ้นมาอีกครั้ง ตอนนั้นลูกของเรียมตาย แล้วยายอ่อนรับปากจะหาทางออกให้
       จนถึงตอนที่เนียนคลอดลูกมาแล้วหนึ่งคน แล้วออกมาอีกหนึ่งคน และจบลงที่เอกกับยายอ่อนอ้อนวอนขอลูกเนียนให้ เพื่อตบตาท่านขุนและชดเชยที่เรียมเสียลูกจนแทบคลั่ง
       
       สองคนนั่งฟังหน้าศร้า สงสารเนียนจับจิต
       “พุทโธ่พุธถัง เนียนเอ๊ย”
       “เนียนก็เลยตอบแทนพระคุณ คุณนายเรียมด้วยการยกแฝดคนโตให้ไป ส่วนชั้นกับนายเอกก็ต้องปิดความลับนี้ไปจนตาย คุณนายตกรางวัลมาให้ร้อยชั่ง ที่จะเอามาขอซื้อที่นานี่แหละ” ยายอ่อนสรุปเข้าธุระตัวเอง
       
       ฝ่ายหนักทั้งตื่นเต้นตกใจ และเสียใจ สงสารน้องมาก จนหนักอดร้องไห้ไม่ได้
       “เนียน เนียนน้องรักของพี่”
       “ยุง อย่าร้องไห้นะ ยุงอย่าร้องไห้”
       แดงน้อยปลอบ แต่หนักก็หยุดไม่ได้
       
       เวลาเดียวกัน เนียนอุ้มลูกก้มหน้าก้มตาเลี้ยงหมู มีเสียงดนตรีไทยประกอบคลอดังแว่วมาจากเรือนใหญ่
       ช้อยเดินเข้ามา
       “กระตู้วู้”
       ร้องข้างหูหนูติ๋ว จนเด็กตกใจร้องไห้จ้า
       เนียนฉุนนิดๆ “มาตะโกนใส่หูหนูติ๋วดังๆทำไม ไม่สงสารกลัวแกแก้วหูแตกรึช้อย”
       “อ้าว! รึ ไม่รู้นี่ นึกว่าเป็นลูกบ่าวแล้วทนทาน” นางบ่าวใจบาปว่า
       “ไม่มีธุระใช่ไหม ฉันจะทำงานต่อ”
       “จะว่ามีธุระก็มี จะว่าไม่มีก็ไม่มี แต่มีก็ได้ ไม่ใช่ธุระดอก แค่จะมาบอกให้ใจหายเล่น ว่าวันนี้ คือวันโกนผมไฟคุณหนูอี๊ด น่าสงสารลูกเนียนนะเกิดวันเดียวกันแท้ๆ แต่ไม่มีใครแล ใครเหลียวพาไปโกนผมไฟ ทำใจเถิดนะยะเนียน อยู่ดีๆ ไม่ว่าดีริอ่านมีชู้ ริอ่านมาหลอกลวงว่าไม่เคยต้องมือชาย ที่ไหนผ่านมาจนเปรอะ มันก็สาสม ดีนะที่ท่านขุนไม่ยักเฉดหัวออกจากบ้าน”
       เนียนเมินหน้า พลางเดินหนีไป ช้อยดึงแขนไว้ให้หันกลับมา
       
       “ทำไมต้องหลบลี้หนีความจริง ฟังแล้วแสลงหัวใจรึ”

อาญารัก ตอนที่ 6
       ระหว่างนั้นกบกับแมวมาแต่ไหนไม่รู้ มาร้องใส่หูช้อยดังลั่น
       “กระตู้วู้ๆๆๆๆ”
       ช้อยเอามือปิดหูแทบไม่ทัน
       “ว๊าย นางกบ นางแมว พวกเอ็งมาตะโกนใส่หูข้าทำไม เดี๋ยวเถิดแก้วหูข้าแตก”
       “แล้วทำไม่กลัวแก้วหูหนูติ๋วแตกบ้าง ให้ทุกข์แก่ท่านทุกข์นั้นถึงตัว” กบเยาะ
       ช้อยทำท่าจะต่อยตี สองคนตั้งท่ารุม
       “คุณท่านให้มาตามเอ็งไปกวนกาละแม ย่ะ” แมวบอก
       ช้อยอยากจะหันมาเล่นงานสองคน แต่นึกกลัวและขยาด
       “ฝากไว้ก่อนย่ะ”
       กบกะแมวร้องตามพร้อมเพรียงกัน “อย่าลืมมาเอาคืนนะย่ะ นางหน้ากะละแมไหม้”
       เนียนมองสองคนที่หัวเราะสนุกสนานส่ายหน้า แล้วอยากรู้เรื่องลูกสาวคนโต
       “ท่านพระครูมาทำพิธีโกนผมไฟให้คุณหนูอี๊ดหรือจ๊ะ”
       “ใช่นะสิ เฮ้อ อยากให้เนียนไปเห็นคุณหนูอี๊ดจัง” กบบอก
       “น่ารักน่าชังหน้าตาเหมือนหนูติ๋ว ยังกับฝาแฝด เฮ้อ...” แมวพูดพาซื่อ
       เนียนสะดุ้ง “อย่าพูดอย่างนี้สิ”
       “ก็มันจริงนี่นา”
       
       สองคนประสานเสียง แถมไม่พูดเปล่า ยื่นหน้ามาดูหน้าหนูติ๋วจังๆ

อาญารัก ตอนที่ 6
       ระหว่างนั้นกบกับแมวมาแต่ไหนไม่รู้ มาร้องใส่หูช้อยดังลั่น
       
       “กระตู้วู้ๆๆๆๆ”
       ช้อยเอามือปิดหูแทบไม่ทัน
       “ว๊าย นางกบ นางแมว พวกเอ็งมาตะโกนใส่หูข้าทำไม เดี๋ยวเถิดแก้วหูข้าแตก”
       “แล้วทำไม่กลัวแก้วหูหนูติ๋วแตกบ้าง ให้ทุกข์แก่ท่านทุกข์นั้นถึงตัว” กบเยาะ
       ช้อยทำท่าจะต่อยตี สองคนตั้งท่ารุม
       “คุณท่านให้มาตามเอ็งไปกวนกาละแม ย่ะ” แมวบอก
       ช้อยอยากจะหันมาเล่นงานสองคน แต่นึกกลัวและขยาด
       “ฝากไว้ก่อนย่ะ”
       กบกะแมวร้องตามพร้อมเพรียงกัน “ อย่าลืมมาเอาคืนนะย่ะ นางหน้ากะละแมไหม้”
       เนียนมองสองคนที่หัวเราะสนุกสนานส่ายหน้า แล้วอยากรู้เรื่องลูกสาวคนโต
       “ท่านพระครูมาทำพิธีโกนผมไฟให้คุณหนูอี๊ดหรือจ๊ะ”
       “ใช่นะสิ เฮ้อ อยากให้เนียนไปเห็นคุณหนูอี๊ดจัง” กบบอก
       “น่ารักน่าชังหน้าตาเหมือนหนูติ๋ว ยังกับฝาแฝด เฮ้อ...” แมวพูดพาซื่อ
       เนียนสะดุ้ง “อย่าพูดอย่างนี้สิ”
       “ก็มันจริงนี่นา” สองคนประสานเสียง
       สองคนไม่พูดเปล่า ยื่นหน้ามาดูหน้าหนูติ๋ว
       
       เด็กหญิงอี๊ดต่างกันแค่การแต่งตัว แต่หน้าตาคือหนูติ๋วชัดๆ เรียมกำลังอุ้มอี๊ดอยู่รำพึงออกมา
       “หนูอี๊ดจ๋า แม่สงสารน้องสาวกับแม่ของหนูเหลือเกิน แม่จะพยายามทำทุกอย่าง เพื่อให้เขาทั้งสองมีชีวิตที่ดีมีความสุขนะจ้ะ แม่สัญญา”
       เอกโผล่มาตาม
       “คุณนายเรียมขอรับ ท่านพระครูให้มาเรียนว่าได้ฤกษ์โกนผมไฟแล้วขอรับ”
       “จ้ะ จ้ะ นายเอก ไปกันจ้ะ หนูอี๊ด”
       “เฮ้อ...คุณนายเรียมขอรับ ขณะที่ชีวิตหนึ่งราวกับนางฟ้า แต่อีกชีวิตหนึ่งราวกับเศษขยะเศษอาหารที่ให้หมูกินก็ไม่ปานนะขอรับ”
       เรียมชะงักกึก ใจฝ่อ
       “ใช่ว่าฉันจะละเลยหนูติ๋วกับเนียน แต่ว่า ยามนี้ทั้งพี่เทพ ทั้งคุณแม่กับสนจับตามองตลอดเวลา จนชั้นไม่กล้ากระดิกตัว เรื่องปลาตะเพียนยังไม่ทันจางหาย จะก่อเรื่องใหม่อีกจะพาลย่อยยับกันไปทั้งหมดรวมทั้งเนียนกับหนูติ๋ว”
       “กระผมทราบขอรับ ถึงได้สลดใจอยู่ทุกวันนี้ ว่าไฉนทำดีถึงได้แต่ร้าย ทำไมทำร้ายจึงได้แต่ดี” เอกบ่นบ้าไปเรื่อย
       เรียมนิ่งใคร่ครวญ
       “นายเอก วันนี้ฉันขอเสี่ยงอีกสักครั้ง เพราะมันคือวันสำคัญวันมงคลของชีวิตเด็กสองคนนี้ มันคือวันแห่งความภาคภูมิใจของคนเป็นแม่ ฟังชั้นนะ”
       เอกตั้งใจฟัง
       
       ส่วนที่ร้านกาแฟในบางกอก สามคน แพร โพล้งและยายอ่อน คุยกันต่อ
       “ลูกแคนแรกของเนียนก็ลูกผัวเก่าที่ตายไปแล้ว” โพล้งบอก
       “ลูกคนใหม่ก็ลูกท่านขุนนั่นแหละไม่ใช่ลูกชู้ที่ไหนหรอก” แพรว่า
       “ถ้าอย่างนั้น ไอ้เสือหนักมันไปหาเนียนทำไม ถ้าไม่ใช่ชู้”
       ยายอ่อนตั้งข้อสงสัย สองคนนิ่งไปสบตากัน
       “มีใครเห็นหน้ารึ ว่าเป็นเสือหนัก” โพล้งเอ่ยขึ้น
       “ไม่มีดอกเพราะเดือนมืดสิบห้าค่ำ แค่มือตัวเองยังมองแทบไม่เห็น” ยายอ่อนว่า
       “รึว่ามีใครไปใส่ความเจาะจงเป่าหู ว่าต้องเป็นเสือหนัก เพื่อให้ท่านขุนขุ่นเคืองอับอาย” แพรเอ่ยขึ้น
       
       หนักฟังอยู่ในห้องหลังร้าน มั่นใจมากว่าต้องเป็นสน
       “อีสน สักวันเถิด”
       
       สามคนพุดกันต่อ
       “ถึงว่าละสิ ฉันละก็สลดใจแทนเนียนเหลือเกิน อันความริษยาของมนุษย์นี่มันรุนแรงถึงขนาดฟาดฟันกันให้ถึงตาย อีนางคุณนายสนตะหากที่มีชู้ ลูกมันน่ะไม่ใช่ลูกท่านขุนดอก แต่เป็นลูกชู้ มันอาศัยใจกล้าหน้าหมดยางหลอกล่อให้ทุกคนเข้าใจว่ามันท้องหนักท้องสิบสองเดือน ไม่คลอดสักที เพราะหลังจากแม่เนียนเข้าบ้านท่านขุน ท่านไม่เคยเยี่ยมกรายมาหาแม่สน เกือบสามเดือน มันจึงแอบไปเล่นชู้จนท้องแล้วยัดลูกใส่ให้ท่านขุน”
       สองคนนั่งฟังอ้าปากค้างหวอ
       หนักคำรามในคอ
       “ลูกกู กูมีลูกกับนางคนชั่ว ลูกเอ๋ย ขออย่าได้จิตใจชั่วดังเช่นแม่ของเจ้าเลย”
       หนักยิ่งฟังยิ่งเศร้าสะเทือนใจ
       
       ด้านเนียนกำลังพยายามชะเง้อ เพราะรู้ว่า หนูอี๊ดกำลังจะโกนผมไฟ เอกเดินยิ้มเข้ามาหา
       “มามะหนูติ๋ว มากับลุงเอกนะจ้ะ”
       “พี่เอกจะพาหนูติ๋วไปไหนรึ”
       “ไปโกนผมไฟจ้ะ” เอกบอก
       เนียนตะลึง
       “พี่เอก อย่ามาเย้ากันสิ”
       “พี่ไม่ได้เย้า พี่เล่าความจริง คุณนายเรียมให้พี่มารับหนูติ๋วไปโกนผมไฟ” เอกย้ำคำ
       เนียนทั้งดีใจทั้งกลัว “แต่ หนูติ๋วไม่ใช่ลูกคุณนายเรียม”
       “คุณหนูอี๊ดก็ใช่ซะที่ไหนกัน เนียนอย่าร่ำไร จะเสียงานเสียการ เกิดมาต้องได้โกนผมไฟในวันที่อายุครบหนึ่งเดือน มงคลของหนูติ๋วนะเนียน อีกอย่าง หนูติ๋วยังไม่มีชื่อจริง”
       “คุณหนูอี๊ด เธอมีชื่อว่ากระไรรึ พี่เอก”
       “ป่านนี้พระท่านคงตั้งกันไปแล้วแหละ”
       
       เอกพูดพร้อมกับคว้าตัวหนูติ๋วมาจากเนียน เดินลิ่วออกไป เนียนมองตามใจคอไม่ดีเอาเลย

อาญารัก ตอนที่ 6
       บนเรือนใหญ่ ขุนภักดีกับเรียมอยู่ในพิธีโกนผมไฟให้หนูอี๊ด โดยท่านพระครูกำลังประกอบพิธี
       
       “โยมทองจันทร์ นั่นน้ำมนต์ของอาตมา เอาล้างผมไฟออกให้โยมหลานสิ”
       ทุกคนปลาบปลื้มมากทองจันทร์รับน้ำมนต์มาล้างเช็ดหัวให้หนูอี๊ด
       “เป็นเด็กดีเป็นเด็กแข็งแรง นะหลานนะ”
       “ท่านพระครูขอรับ หนูอี๊ดยังไม่มีชื่อขอรับ” ขุนภักดีเอ่ยขึ้น
       “เตรียมมาให้แล้ว ให้ชื่อว่า...ทานตะวัน” ท่านพระครูบอก
       “ทานตะวัน เพราะเหลือเกินเจ้าค่ะ ท่านพระครู มีความหมายดีนะคะพี่เทพ” เรียมยิ้มแย้ม
       “ดอกทานตะวัน แข็งแรงมาก สู้ได้แม้ดวงอาทิตย์” ขุนภักดียิ้มย่อง พอใจมาก
       “แต่การสู้นั้น มันต้องประกอบสติ สติคือรั้วของชีวิต สติพังชีวิตก็พินาศ” ท่านพระครูเสริม
       ทุกคนปลาบปลื้ม ก้มลงกราบท่านพระครูตามๆ กัน
       “คุณแม่ ครับ เรียมจ๊ะ เสร็จธุระสำคัญแล้วขอเวลาไปต้อนรับท่านนายอำเภอก่อน”
       ขุนภักดี เดินออกไป ทองจันทร์ก็ขอตัว
       “แม่ก็จะกลับไปเอนหลังที่เรือน นั่งพับเพียบมาก มันไม่ไหวไขข้อไม่สู้จะดี”
       ทองจันทร์ตามออกไปอีกคน
       เรียมเดินตามแผนทันที “ท่านพระครู เจ้าขา ดิฉันขอปันน้ำมันของท่านพระครูสักขวดหนึ่งนะเจ้าคะ”
       “ตามสบายโยม นี่เอาไปเลย”
       เรียมหันมามองทางกบ กับแมว พยักหน้าให้ สองคนคลานมาหยิบเอาไปโดยไว
       
       ฝ่ายช้อยกำลังกวนกาละแม กวนไปสอดส่ายสายตาหาเรื่องไป
       “เอ๊ะ...นั่น...”
       ช้อยได้เรื่องจนได้ เมื่อเห็นเอกอุ้มหนูติ๋วผ่านไปแว้บๆ ดูออกว่าเอกรีบเร่งมาก
       “ไปนะจ้ะหนูติ๋วไปทำพิธีมงคลให้กับตัวหนูเองนะจ๊ะ”
       ช้อยนึกสงสัย
       “ไอ้เอกมันไปอุ้มเด็กที่ไหนมา แล้วมันจะอุ้มไปไหน รึว่า...แย่แล้ว”
       ช้อยโยนไม้กวนกาละเมทิ้ง วิ่งอ้าวออกไปทันที
       
       ส่วนแมวกับกบมองซ้ายมองขวารับหนูติ๋วมาจากเอกอย่างรวดเร็ว
       “รีบเอาไปให้คุณนายเรียมไวๆ เข้า”
       “มีใครเห็นหรือเปล่า” กบถาม
       “ถ้านางช้อยเห็นละก็ ไปยาวเป็นคุ้งเป็นแควปิงวังยมน่านแน่ๆ เจ้าข้าเอ๋ย” แมวกังวล
       เอกพยักหน้าให้รีบไป สองคนรีบไปทันที พอสองคนคล้อยหลังไป เอกหันกลับ
       “โฮ้ย ทำความดีนี่มันยากแท้ๆ”
       “ไอ้พี่เอก” ช้อยพยายามชะโงกหา
       เอกรู้ในทันที “หาอะไรรึ นางช้อยจอมสอดรู้สู่เห็น”
       “เอาเด็กไปซ่อนไว้ที่ไหน”
       “เด็กอะไรรึ”
       “ก็เด็กที่เอ็งอุ้มมาเมื่อตะกี้ ใช่เด็กติ๋วหรือเปล่า”
       “ข้าไม่ได้อุ้มเด็กอะไรทั้งนั้น ข้ากำลังจะไปหาข้าวกิน ไปให้พ้น อย่ามาใส่ความกัน”
       ช้อยมองหน้าเอกเย้ยๆ
       “ดีละ อยากหาเรื่องใส่ตัว ใช่ไหม อีกประเดี๋ยวเป็นได้เรื่องแน่ๆ”
       ช้อยเดินสะบัดกลับไป เอกเริ่มใจคอไม่ดี
       
       ภาพในกระจกหนูติ๋วกับหนูอี๊ดถูกเรียมอุ้มในอ้อมกอดซ้ายขวาหน้าตาเหมือนกัน แต่งตัวเหมือนกัน เรียมยิ้ม
       “หนูจ๋า น่ารักน่าเอ็นดูแท้ๆ”
       “หน้าเหมือนกันราวกับขนมมาจากพิมพ์เดียวกันนะเจ้าคะ” กบว่า
       “เหมือนกันกับเนียนราวกับเป็นลูก...” แมวจะบอกว่าลูกเนียนทั้งสองคน
       เรียมหน้าเสียไป กบกับแมวแค่พูดตามประสา ไม่ได้รู้ความจริง
       “พูดจาเหลวไหลเพ้อเจ้อใหญ่ทั้งสองคน เด็กตัวเล็กก็น่ารักเหมือนกันทั้งนั้น เอาละ ชั้นจะโกนหัวหนูติ๋ว กบไปเอามีดโกนมา แมว ไปเอาน้ำมนต์มา”
       สองคนทำตามสั่ง เรียมเริ่มทำการโกนผมไฟให้หนูติ๋ว
       
       สนกำลังทำท่าใหญ่โต ควบคุมการจัดดอกไม้
       “พวกเอ็ง มันมือห่างตีนห่าง มือหยาบตีนหยาบ ทำของสวยๆ งามๆ กันไม่เป็น ตั้งอกตั้งใจหน่อยสิยะ”
       ช้อยวิ่งกระหืดกระหอบมา
       “คุณสนเจ้าขา งามหน้างามเนตรอีกแล้วเจ้าค่ะ คราวนี้ใหญ่โตหนักหนาสาหัสสากรรจ์แน่แน่ เจ้าค่ะ”
       “อะไรอีก วันนี้วันมงคล เอ็งยังมาบอกว่ามีเรี่องไม่ดีบัดสีอะไรกันอีก”
       “ไอ้พี่เอกมันอุ้มลูกอีเนียน หายแว๊บล่องหนไปทางเรือนคุณนายใหญ่โน่นเจ้าค่ะ”
       สนตื่นเต้น “ฮ้า เอ็งอย่าพูดพล่อยๆ นะ”
       “ขืนชักช้าไม่ทันการนะเจ้าคะ มันต้องสมคบกับอีเนียนคิดการใหญ่อะไรสักอย่างแน่ๆ เจ้าค่ะ” ช้อยมั่นใจนัก
       “คิดการอะไรน้อ” สนคิดไปคิดมา “นึกออกแล้ว ลูกมันเกิดวันเดียวกันกับหนูอี๊ด”
       “มันกำลังเอาลูกชู้ไปเสนอหน้าโกนผมไฟให้ท่านพระครูตั้งชื่อให้” ช้อยบอก
       สนโยนดอกไม้ ใส่พวกคนรับใช้อื่นกระจัดกระจาย
       “ไม่ได้เด็ดขาด จะให้มันเกิดขึ้นไม่ได้เด็ดขาด คุณเรียมช่างวอนหาเรื่องใส่ตัวแท้ๆ ช่วยไม่ได้”
       สนหันพรวดไปทางเรือนทองจันทร์ ช้อยหันมาชี้หน้าคนอื่นๆ
       “พวกเอ็งรีบทำงานให้แล้วเสร็จ อย่าอืดเป็นเรือเกลือเด็ดขาด”
       แล้วช้อยก็หันกลับตามสนไป พวกที่เหลือมองตาม แสยะหน้าไล่หลังอย่างเกลียดชัง
       “นางคางคกขึ้นวอ”
       
       เรียมโกนหัวหนูติ๋วเรียบร้อย
       “ทีนี้หัวก็สะอาดแล้วหนูติ๋ว นี่สร้อยคอ” เรียมใส่ให้ “นี่สร้อยข้อมือข้างละเส้น”
       “แล้วนั่นตะปิ้งเงิน ผูกด้วยสายสร้อยเงิน” กบบอก
       แมวยิ้มดีใจ “หนูติ๋ว ช่างมีบุญมีวาสนาที่คุณนายเรียมเมตตาราวกับเป็นลูก”
       “ชื่นใจแทนเนียน” สองคนยิ้มปลื้ม
       “เอ็งสองคน อย่าได้ปากสว่างเอาเรื่องนี้ไปโพธนาที่ไหนทีเดียวล่ะ”
       มีเสียงเคาะห้องดังขึ้น
       “แม่เรียมจ๊ะ แม่เรียม เปิดประตู แม่มีอะไรจะถาม”
       เรียมตกใจ หันมามองกบกับแมวที่กำลังตกใจเช่นกัน
       “ทำอย่างไรกันดีล่ะ กบเอาคุณหนูอี๊ดไปหลังตู้โน่น”
       กบรีบฉวยหนูอี๊ดไปหลังตู้
       “ขอบใจมากกบ เอาละทีนี้แมว รีบ เปิดประตูสิ”
       แมวตกใจชี้ไปที่หนูติ๋ว “คุณนายเรียมเจ้าขา ก็นี่ไม่ใช่คุณหนูอี๊ด”
       “ข้ารู้ รึว่าเอ็งจะปล่อยให้คุณแม่สงสัย”
       แมวรีบเดินไปเปิดประตู เรียมก้าวออกไปทันทีโดยมีหนูติ๋วในอ้อมกอด แมวใจหายใจคว่ำเอามือทาบอก
       
       “อกอีแป้นจะแตก”

หน้าที่แล้ว
1 | 2 | 3 | 4
หน้าถัดไป
ข่าวล่าสุด ในหมวด
อีสา รวีช่วงโชติ ตอนที่ 22 (ต่อ)
อาญารัก ตอนที่ 22 จบบริบูรณ์
อาญารัก ตอนที่ 21
อาญารัก ตอนที่ 20
อาญารัก ตอนที่ 19
เครื่องมือจัดการเว็บ
ส่งบทความนี้ต่อ
พิมพ์หน้านี้
ข่าวที่มีผู้ส่งมากที่สุด
แสดงผลหน้าเดียว
จำนวนคนโหวต 2 คน
คุณเห็นด้วยกับข่าว/บทความนี้หรือไม่
เห็นด้วย ไม่เห็นด้วย
เห็นด้วย 2 คน
100 %
ยังไม่มีผู้ไม่เห็นด้วย
0 %
โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความคิดเห็น
1. โปรดงดเว้น การใช้คำหยาบคาย ส่อเสียด ดูหมิ่น กล่าวหาให้ร้าย สร้างความแตกแยก หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
2. ทุกความคิดเห็นไม่เกี่ยวข้องกับผู้ดำเนินการเว็บไซต์ และไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมายได้
3. ทีมงานเว็บมาสเตอร์ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
4. เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
5. ผู้ร่วมแสดงความคิดเห็นสามารถร่วมตรวจสอบข้อความที่ไม่เหมาะสมได้ โดยการกดปุ่ม "แจ้งลบ" หรือส่งอีเมลแจ้งมาที่ cs@astvmanager.com หรือ cs.astvmanager@gmail.com ซึ่งทีมงานจะทำการตรวจสอบ และลบข้อความดังกล่าวโดยเร็วที่สุด หรืออย่างช้าภายใน 3 วันทำการ
เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
แสดงความคิดเห็นเพิ่มเติม
โชว์ภาพผู้ใช้ทุกครั้งที่แสดงความเห็น เพียงเข้าสู่ระบบด้วยบัญชีของเฟซบุก กดที่ปุ่มด้านล่างนี้เลย!

ชื่อ/e-mail ของคุณ : *
 
 *
  กฎกติกาการแสดงความคิดเห็นฉบับเต็ม
 
หนังสือพิมพ์: ASTV ผู้จัดการออนไลน์ | ASTV ผู้จัดการรายวัน | นิตยสารผู้จัดการ 360° | Positioning | ASTV News1
มุม: การเมือง | อาชญากรรม | คุณภาพชีวิต | ภูมิภาค | ต่างประเทศ | มุมจีน | ธุรกิจ | หุ้น | SMEs | Motoring
CyberBiz | วิทยาศาสตร์ | เกม | กีฬา | บันเทิง | Life on Campus | Celeb Online | ท่องเที่ยว | ธรรมะกับชีวิต | Multimedia
เว็บ: Asia Times | บุรพัฒน์ คอมมิคส์ | Mars Magazine | ทะเลไทย | คุยกับเว็บมาสเตอร์ | โฆษณาบนเว็บ
All site contents copyright ©1999-2014