หน้าแรกผู้จัดการ Online | หน้าแรกละครออนไลน์ | ละครออนไลน์
ละครออนไลน์ แผนร้ายพ่ายรัก

แผนร้ายพ่ายรัก ตอนที่ 9

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 29 มีนาคม 2556 17:09 น.
หน้าที่แล้ว
1 | 2 | 3 | 4
หน้าถัดไป
แผนร้ายพ่ายรัก ตอนที่ 9
       แผนร้ายพ่ายรัก ตอนที่ 9 (ต่อ)
       
       เขมมิกกับเนตรนิภาหันไปหาปริญญ์อย่างต้องการคำอธิบาย ปริญญ์ยิ้มแล้ววางมือจากงานที่ทำ
       “ตามผมมาครับ”
       ต่อลาภนั่งรอพิแสงอย่างใจจดใจจ่อที่บ้านพัก วาสินีเอาน้ำมาเสิร์ฟ
       “นี่ถ้านายหัวของคุณตกลงเซ็นสัญญาเข้าโครงการของผมล่ะก็...”
       ต่อลาภยื่นมือไปจับมือของวาสินี
       “จับมือน้ำหวานทำไมคะ?” วาสินีถาม
       “ผมต้องเลี้ยงข้าวคุณน้ำหวานมื้อใหญ่” ต่อลาภบอก
       “แค่เลี้ยงข้าวคงไม่พอมั้งคะ”
       ต่อลาภยิ้มกริ่มด้วยความเจ้าเล่ห์
       เสียงกนธีโวยวายมาแต่ไกล “ทำไมแกต้องโกหกฉันวะ ไอ้พิแสง!”
       วาสินีกับต่อลาภชะงัก วาสินีรีบปล่อยมือจากต่อลาภ พิแสงเดินลิ่วเข้ามาโดยไม่สนใจตอบคำถามของกนธีที่เดินตามมาติดๆ
       “ฉันกำลังถามแก ตอบมาก่อน! ว่าทำไมแกต้องโกหกว่าไปกินข้าวกับลูกค้า ทั้งๆที่แกไปกินกับคุณเขม ผู้หญิงที่ฉันเล็ง!”
       “ไว้ตอบตอนที่ฉันเสร็จธุระ” พิแสงบอก
       “ไม่ได้!”
       พิแสงจ้องอย่างเอาจริง “ไอ้ธี!”
       กนธีจ๋อย “ก็ได้....”
       “สวัสดีครับ นายหัวครับ ผมดีใจ๊ดีใจที่...” ต่อลาภพูดเสียงหวาน
       พิแสงตัดบท “เข้าห้อง!” พิแสงเดินเข้าห้องไปทันที
       ต่อลาภรีบลุกตาม “โอเคครับ”
       ต่อลาภเดินตามพิแสงไปทำให้เหลือวาสินีอยู่กับกนธี กนธีเซ็งจัด วาสินีเข้ามาเป่าหู
       “แปลกจัง คุณเขมบอกน้ำหวานเองว่าไม่เจอคุณธีหลายวัน คิดถึ้งคิดถึงแต่กลับไปทานข้าวกับนายหัว เอ๊ะหรือว่า...ตั้งใจจะถามเรื่องคุณธีจากนายหัว แต่ไม่อยากให้ใครรู้ เลยให้นายหัวโกหก”
       กนธีอึ้งเพราะรู้สึกใจชื้นมาเป็นกอง วาสินียิ้มให้กำลังใจกนธีด้วยหน้าซื่อตาใส ก่อนจะรีบตามพิแสงเข้าไปในห้อง กนธียิ้มแล้วเดินออกไป
       
       ปริญญ์นั่งอยู่หน้าคอมพิวเตอร์ เขมมิกและเนตรนิภาเข้ามามุงดู ที่หน้าจอคอมพิวเตอร์ ปรากฏตัวพิมพ์บนช่อง search ว่า “เกษตรกรรมพันธสัญญา” ลูกศรเลื่อนไปที่ปุ่ม “ค้นหา”
       กระดาษปริ้นต์ออกมาจากเครื่อง เขมมิกและเนตรนิภาช่วยกันอ่านเอกสารซึ่งเป็นรายละเอียดของเกษตรกรรมพันธสัญญา เขมมิกเปิดหาข่าวที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ แล้วสั่งปริ้นต์
       ปริญญ์อธิบาย “ระบบเกษตรพันธสัญญา เป็นระบบที่ทำกับเกษตรกรเพื่อสร้างหลักประกันที่มั่นคงว่า เมื่อเข้ามาร่วมดำเนินธุรกิจกับทางบริษัทแล้วจะมีการนำปัจจัยการผลิตมาให้ รวมถึงมีการรับซื้อผลผลิตคืนเมื่อเสร็จสิ้นกระบวนการผลิต โดยข้อตกลงที่เกิดขึ้นอยู่ในรูปแบบสัญญาที่เป็นลายลักษณ์อักษรและสัญญาใจ”
       
       เขมมิกอ่านข้อความในเอกสาร
       “เกษตรกรมองว่าบริษัทที่หยิบยื่นปัจจัยการผลิตมาให้ในระบบสินเชื่อเป็นผู้มีพระคุณ ดังนั้นจะกำหนดเงื่อนไขอะไรก็ให้เป็นไปตามที่บริษัทเห็นควร”
       “ระบบสินเชื่อ...หมายความว่า?” เนตรนิภาสงสัย
       ปริญญ์อธิบาย “เกษตรกรไม่มีเงินทุน ที่จะทำตามเงื่อนไขของบริษัท ก็ต้องยอมเป็นหนี้เพื่อให้ได้ยา อาหาร หรือโรงเรือนเลี้ยงหมูที่ได้มาตรฐาน เมื่อขายหมูได้แล้วค่อยหักเงินคืน”
       “บริษัทพวกนี้เป็นเจ้าของปัจจัยการผลิตตั้งแต่ต้นน้ำยันปลายน้ำ ขายตั้งแต่พันธุ์หมู อาหาร ยา ไปจนถึงรับซื้อผลผลิต...โดยมีข้อแม้ว่าต้องได้ตามมาตรฐานที่ตัวเองกำหนด...และห้ามขายให้ที่อื่นด้วยนะ” เขมมิกบอก
       “อ้าว..แล้วถ้าเค้าไม่ซื้อ ก็เอาไปขายใครอีกไม่ได้ ไม่เจ๊งเหรอ” เนตรนิภาถาม
       “ก็เจ๊งน่ะสิ...ใช้หนี้หัวบาน”
       “ใครไม่มีปัญญาใช้หนี้ ก็รอวันถูกยึดที่ดินและทรัพย์สินที่เป็นมรดกของปู่ย่าตาทวด...ครอบครัวล้มเหลว วิถีดั้งเดิมก็ล่มสลาย” ปริญญ์บอก
       “คุณพิแสงรู้ข้อมูบพวกนี้หรือเปล่าคะ หมอปิ๊น” เขมมิกถาม
       “ยังครับ แต่...”
       ปริญญ์ยังไม่ทันตอบ เขมมิกร้อนใจกว่าจึงวิ่งออกไป
       “เขม!!” เนตรนิภาเรียก
       เนตรนิภารีบวิ่งตามไป
       ปริญญ์ตอบแม้จะไม่ทัน “ผมกำลังจะเอาข้อมูลไปบอกคุณพิแสง..แต่...คงไม่ต้องแล้วล่ะ”
       
       เขมมิกเดินลิ่วมา เนตรนิภาเดินมาขวางเอาไว้
       “เขม จะไปไหน”
       “จะเอาข้อมูลพวกนี้ไปให้คุณพิแสง” เขมมิกบอก
       “เพื่อ?”
       “เขาจะได้ระวังตัวเอาไว้”
       “แกลืมไปแล้วเหรอ ว่าเป้าหมายอย่างหนึ่งของแกคือต้องทำให้ฟาร์มเค้าเจ๊ง เค้าจะได้กลับไปอยู่กรุงเทพ”
       “ก็ใช่ไง”
       “แล้วจะไปเตือนให้เขาระวังตัวทำไม”
       เขมมิกอึ้ง เนตรนิภาเข้ามาจ้องตาเขมมิก
       “แกลืมตัว....เพราะแกรักเค้าเข้าแล้วจริงๆ”
       เขมมิกรีบปฏิเสธ “ไม่จริง”
       “เขม”
       “โอ๊ย... ฉันสับสน!”
       เนตรนิภามองเขมมิกที่กำลังสับสนด้วยความเห็นใจ
       “งั้นฉันจะช่วยเตือนความจำ แกกลับมาที่นี่อีกครั้ง เพราะอะไร จำได้มั้ย!”
       “จำได้” เขมมิกบอก
       “งั้นก็ถอนหัวใจออกมาซะตั้งแต่ตอนนี้ ถ้าไม่อยากเจ็บปวดซ้ำซาก ความรักของแกไม่มีทางสมหวัง ไม่ว่ายังไง สิ่งที่แกจะได้รับเมื่อเรื่องนี้จบลงก็คือ....อย่าให้พูดเลย แค่คิดก็เจ็บแทน”
       “ขอสามคำ” เขมมิกบอก
       “ไส-หัว-ไป! นัง-มาร-ร้าย! ฉัน-เกลียด-เธอ! เธอ-มัน-เลว!” เนตรนิภาพูดเป็นชุด
       “พอเหอะ ขอแค่สามคำ มาเป็นชุด”
       “นี่ยังเบาๆ...เจอของจริงเมื่อไหร่ แกคงอยากแทรกแผ่นดินหนี”
       “นั่นสินะ....ไม่ว่ายังไง...เค้าก็ต้องเกลียดฉันอยู่ดี”
       “ถูก”
       เขมมิกคอตก เนตรนิภามองเขมมิกด้วยความเห็นใจ
       
       พิแสงยืนมองฟาร์มอย่างใช้ความคิด เขานึกถึงเหตุการณ์ในอดีตที่คุยกับต่อลาภ

แผนร้ายพ่ายรัก ตอนที่ 9
       พิแสงยืนหันหลังให้ต่อลาภที่เพิ่งเดินเข้ามาในห้องทำงานของเขา วาสินีเดินตามมาด้วย พิแสงพูดโดยที่ยังไม่หันมา
       
       “เชิญนั่ง” พิแสงบอก
       “ขอบคุณครับนายหัว”
       ต่อลาภนั่งโดยก้นยังไม่ทันติดเก้าอี้ดี พิแสงจึงหันมาใส่
       “เกิดอะไรขึ้นกับลุงแก้ว” พิแสงถาม
       ต่อลาภชะงักแล้วเริ่มนั่งไม่ติด เขาหน้าเจื่อนแล้วหันไปสบตากับวาสินีที่ตกใจเหมือนกัน
       “ยูเอฟทำอะไรกับลุงแก้ว” พิแสงถาม
       “ทำสัญญาร่วมทุนกันไงครับ” ต่อลาภบอก
       “ร่วม??? แล้วทำไมไม่ร่วมรับผิดชอบด้วย ทำไมปล่อยให้ลุงแก้วต้องแบกภาระอยู่คนเดียว”
       “มันมีรายละเอียดปลีกย่อยที่ระบุไว้ในสัญญา และหนึ่งในนั้นก็คือ..ผลผลิตที่ไม่ได้มาตรฐานของเรา...เราจะไม่รับซื้อ และคนที่ต้องรับผิดชอบก็คือเกษตรกร ลุงเค้าก็รู้ จะให้บริษัทไปร่วมรับผิดชอบอีกก็ไม่
       ไหวนะครับ ช่วยจนไม่รู้จะช่วยยังไงแล้ว”
       “ช่วยอะไร” พิแสงถาม
       “ให้สินเชื่อทุกอย่างในอัตราดอกเบี้ยที่ถูกกว่าแบงก์ มาสร้างโรงอีแวป ซื้อแม่พันธุ์ พ่อพันธุ์ อาหาร ยา สารพัด นายหัวก็รู้ว่าฟาร์มหมูที่ได้มาตรฐานมันต้องอาศัยอะไรบ้าง แต่ลุงแก้วไม่มีสักอย่าง เราช่วยทั้งนั้น”
       พิแสงอึ้ง
       
       เมื่อนึกถึงตอนที่คุยกับต่อลาภ พิแสงก็ถอนใจ วาสินีถือแฟ้มเอกสารมาด้วยสองชุดในขณะที่เดินเข้ามา วาสินีลอบมองพิแสงด้วยสายตาแห่งความรักและปรารถนาที่มีต่อพิแสง
       “นายหัวคงลังเลที่จะเซ็นสัญญากับยูเอฟ”
       “หรือฉันควรจะกลับไปขอเงินจากคุณแม่” พิแสงบอก
       “น้ำหวานว่า...นายหัวคงจะรู้คำตอบดีอยู่แล้ว”
       “นั่นสิ....แม่ฉันไม่ต้องการให้ฉันทำฟาร์มนี้ต่อ ท่านจะยื่นมือมาช่วยทำไม”
       วาสินียื่นแฟ้มให้พิแสง “นี่ค่ะ”
       “อะไร” พิแสงถาม
       “น้ำหวานขอให้คุณต่อลาภส่งสัญญาที่ทำกับเกษตรกรคนอื่นๆมาให้นายหัวได้ลองเช็กดู เผื่อเค้าอาจจะบอกเราไม่หมด”
       พิแสงมองวาสินีอย่างขอบคุณ วาสินีมองตอบเพราะรู้สึกดีที่พิแสงยิ้มให้แบบนี้
       
       เขมมิกเดินตามเนตรนิภามาเงียบๆ เนตรนิภาพูดสั่งสอนเพื่อนแบบน้ำลายแตกฟอง
       “ฉันต้องกลับไปก่อนนะแก แต่มีอะไรก็ว็อทสแอ๊บหรือไลน์กับฉันได้ตลอด”
       กนธีเดินเข้ามาหยุดตรงหน้าเนตรนิภา
       “อะไร” เนตรนิภาถาม
       “คุยกับใคร” กนธีถามกลับ
       “ก็กับเขมไง”
       เนตรนิภาเหลียวไปมองข้างหลังก็เห็นแต่ความว่างเปล่า
       “อ้าว....ไอ้เขม!!! ไปไหนแล้วอ่ะ”
       
       เขมมิกเดินเข้ามาโดยถือเอกสารที่ปริ้นต์เอ้าท์เรื่องเกษตรกรรมพันธสัญญามาด้วยเพื่อจะไปหาพิแสง แต่แล้วเธอก็ต้องชะงักเพราะเขมมิกเห็นพิแสงยืนยิ้มอยู่กับวาสินี
       “ขอบใจนะ...นายต่อลาภยอมให้เอกสารพวกนี้ด้วยเหรอ” พิแสงถามวาสินี
       “ค่ะ เพราะเค้าบอกว่าเค้าบริสุทธิ์ใจ และนี่ค่ะ” วาสินียื่นให้อีกซอง
       “อะไร”
       “ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับระบบเกษตรกรรมพันธะสัญญา คิดว่านายหัวคงไม่มีเวลาหาข้อมูล เพราะงานยุ่ง น้ำหวานเลยเข้าไปหาในอินเตอร์เน็ตแล้วก็...ไปขอข้อมูลมาจากอาจารย์ที่เป็นนักวิจัยน่ะค่ะ”
       พิแสงยิ้มชื่นชมวาสินี “น้ำหวานเป็นผู้ช่วยที่ดีที่สุดของฉันเลยรู้มั้ย ถ้าไม่มีเธอก็เหมือนฉันไม่มีแขนขา”
       “น้ำหวานดีใจค่ะ ที่นายหัวเห็นความสำคัญของน้ำหวาน”
       “ไม่ให้เห็นความสำคัญของเธอ แล้วจะให้ไปเห็นว่าใครสำคัญล่ะ ฮึ”
       เขมมิกรู้สึกหึงจนขึ้นหน้า
       “หืม ออดอ้อนกันเข้าไป...ทั้งสายตาและอาการแบบนี้” เขมมิกลืมตัวจึงพูดเสียงดัง “แล้วจะให้เชื่อเหรอยะว่าคิดกับยัยแอ๊บเปิ้ลแค่เป็นน้องสาว!”
       พิแสงกับวาสินีได้ยินเสียงจึงหันมา เขมมิกรีบกระโดดหลบ แต่วาสินีตาไวจึงเห็นว่าเป็นเขมมิก เขมมิกหล่นหายลงไปในซอก
       “เสียงอะไร” พิแสงถาม
       “สงสัยจะเป็นหมาที่มาหาเศษอาหารกินแถวนี้มั้งคะ” วาสินีว่า
       พิแสงไม่สนใจ เขาอ่านเอกสารพร้อมกับเดินกลับเข้าไป วาสินียิ้มๆ แล้วเดินตามเข้าไปด้วย เขมมิกนอนหงายอยู่บนพื้นด้วยความเซ็ง
       “มาว่าฉันเป็นหมาเหรอ ยัยแอ๊บเปิ้ล! บรู๋วววว!!”
       เขมมิกถอนใจแต่ยังนอนเซ็งอยู่อย่างนั้นนิ่งๆ เธอมองขึ้นไปบนท้องฟ้าจนเห็นแสงอาทิตย์ยามเย็นส่องลอดใบไม้จนเกิดแสงระยิบระยับ เขมมิกค่อยๆหลับตาลงเพื่อพัก
       
       พิแสงเดินเข้ามาหยุดเพื่อครุ่นคิดอะไรบางอย่าง
       “น้ำหวานเข้าไปเคลียร์งานก่อนนะคะ” วาสินีบอก
       พิแสงพยักหน้าอนุญาต วาสินีเดินเข้าไป พิแสงมองออกไปนอกออฟฟิศแล้วนึกสงสัยเรื่องเสียงเมื่อสักครู่นี้
       
       เนตรนิภายืนเซ็ง
       “ไปก็ไม่บอกสักคำ”
       กนธีโวย “แล้วทำไมไม่ถามก่อนว่าคุณเขมจะไปไหน!”
       “อ้าว....”
       “ทำไมต้องรอให้เค้าบอก ที่เค้าไม่บอก เพราะว่าเค้าไม่อยากให้รู้!” กนธีว่า
       “จู่ๆก็สมองเสื่อมขึ้นมาหรือไง” เนตรนิภาตอกกลับ
       กนธีอึ้ง
       “ลืมสัญญาลูกผู้ชายของนายไปแล้วหรือไง จะทำตัวดีๆ ทำตามคำสั่งของฉันทุกอย่าง จนกว่าฉันจะยอมอภัยให้กับความเลวชั่วของนาย มายืนตะคอกด่าฉันทำไม!”
       กนธีอึ้ง
       “สุดท้าย...ก็ไม่เคยมีสัจจะจากปากโจร” เนตรนิภาว่า
       “ก็ฉัน....”
       “เบื่อคำแก้ตัว! ถ้าฝืนใจ ก็ไม่ต้องทำ ดีเหมือนกัน ฉันจะได้ไม่ต้องเอาชีวิตมาผูกติดกับนายอีก”
       เนตรนิภาเดินออกไป กนธีรีบตามไปอย่างอัดอั้นตันใจ
       
       เขมมิกยังนอนหลับตาอยู่บนพื้น เธอเรียกสติและความมุ่งมั่นคืนมา
       เขมมิกพูดโดยยังไม่ลืมตา “ตัดให้ขาดเลย ชับๆๆๆ...ตัดให้ขาดเลยชับๆๆๆ”
       เขมมิกลืมตาขึ้นแล้วเห็นหน้าพิแสงกำลังชะโงกมองลงมา
       “ตัดอะไร!” พิแสงถาม
       เขมมิกตกใจจึงสะดุ้งลุกขึ้น “ว้าย!”
       เขมมิกลุกขึ้น ระหว่างที่เธอยกตัวหน้าของเธอก็เกือบประชิดติดหน้าพิแสงที่ยังก้มมองลงมาอยู่ ทั้งสองคนอึ้งและเกิดภาวะสุญญากาศอีกครั้ง
       เขมมิกอึกอัก “เอ่อ...”
       พิแสงก็อึกอัก “เอ่อ...”
       “ฉัน...”
       “ทำไม....” พิแสงถาม
       “กำลัง...จะร่วง” เขมมิกบอก
       เขมมิกยืนไม่ได้สมดุลเลยร่วงลงไปอีกรอบ แต่พิแสงรวบตัวของเขมมิกเอาไว้ได้ทัน
       เขมมิกมาอยู่ในอ้อมแขนของพิแสงจึงเขินอาย
       พิแสงกระซิบเบาๆข้างหูเขมมิก “ถามอะไรหน่อยได้มั้ย”
       “อะไร....”
       
       “เมื่อกี้...ไม่ใช่หมา แต่เป็นเธอใช่มั้ย”
       
       อ่านต่อเวลา 09.00 น.

แผนร้ายพ่ายรัก ตอนที่ 9
       เขมมิกสบตาพิแสงจนเห็นแววตาขบขันของพิแสง เขมมิกเคืองจึงผลักพิแสงออกไปทันที
       
       “ใช่! ฉันเอง!”
       เขมมิกรีบทำตัวปกติ....
       “มาแอบดูชาวบ้านคุยกันทำไม” พิแสงถาม
       “ไม่ได้แอบ พอดี เดินผ่านมา”
       “แล้วนั่นอะไร” พิแสงชี้ไปที่ซองเอกสาร
       “อ๋อ...ก็....ข้อมูลบางอย่างที่น่าสนใจ...” เขมมิกคิดแผนทำงอนเพื่อให้พิแสงง้อ “แต่คงไม่มีประโยชน์แล้วล่ะ เพราะแขนขาของคุณจัดการให้เรียบร้อยตัดหน้าฉันไปแล้วนี่”
       “อาการนี้ เรียกว่างอนหรือเปล่า”
       เขมมิกตอบเสียงสูงมาก “ไม่งอนเล้ย”
       “หึง?”
       เขมมิกตอบเสียงสูงอีก “ไม่หึ้งงง”
       “งั้นก็งี่เง่า”
       “คุณพิแสง!”
       “ทำไม”
       “ใช่ซี่!!!! กะบางคนล่ะก็ เอ็นดูได้เอ็นดูดี ทำอะไรก็ชอบ ก็น่ารัก แต่กับฉันงี้ มีแต่คำว่างี่เง่า ประสาท”
       พิแสงขยี้ผมของเขมมิก “ทำไมช่างประชดนักหา!”
       เขมมิกอึ้ง เธอขนลุกและหัวใจเต้นรัว เขมมิกสบตาพิแสง พิแสงอึ้งค้าง
       “ทีหลังอย่าทำแบบนี้นะ” เขมมิกว่า
       เขมมิกค่อยๆเอามือไปจับมือของพิแสงแล้วยกให้พ้นออกไปจากหัวของตัวเองช้าๆ
       “ทำไม....” พิแสงถาม
       “คุณอาจจะไม่คิดอะไร....แต่อาจจะทำให้ฉันคิด”
       เขมมิกรีบหันหลังเดินหนี พิแสงจับมือของเขมมิกเอาไว้ เขมมิกชะงักด้วยความตกใจแล้วหันมา
       “แล้วถ้าฉัน......” พิแสงเอ่ยขึ้น
       เขมมิกอึ้งมองพิแสง หัวใจของเธอเต้นโครมครามเพราะลุ้นประโยคต่อไปที่จะออกจากปากของพิแสง
       “ฉันขอโทษ...ฉันไม่ควรทำแบบนี้กับเธอ...ที่...มีเจ้าของหัวใจแล้ว” พิแสงพูด
       “อ่าว....”
       พิแสงรีบปล่อยมือเขมมิกทันที เขมมิกมองตามพิแสงด้วยความเสียดาย เธอทั้งอาลัยและเจ็บใจ เพราะอยากได้ยินสิ่งที่พิแสงไม่ได้พูดออกมา
       “ทำ...มาย...ม่าย...พูดด...ฮื่ย!!!! มีที่ไหน ไม่มี้!!”
       
       พิแสงเดินเข้ามาในออฟฟิศอย่างใจหายใจคว่ำ เขาหายใจไม่ทั่วท้อง
       “เกือบไปแล้วมั้ยล่ะ...เฮ้อ....”
       พิแสงเดินไปนั่งเพื่อระงับอารมณ์ที่พลุ่งพล่าน แต่ก็นั่งไม่ติดจึงผุดลุกผุดนั่ง
       
       เขมมิกเปิดลิ้นชักเพื่อเอาซองเอกสารลงไปเก็บก่อนจะปิดลิ้นชักอย่างแรง เธอยืนนิ่ง เครียด ก่อนจะเต้นเป็นเจ้าเข้าด้วยความขัดใจขึ้นมา
       “ทำไม ทำไม ทำไม ม่าย พูดดดด ออกมา!!”
       เขมมิกขัดใจจนทนไม่ไหว เธอเดินออกไปแล้วปิดประตูดังโครม
       
       เขมมิกเดินหงุดหงิดออกมาเจอชมพู่ ชมพู่อ้าปากจะถาม แต่เขมมิกพูดขัดจังหวะ
       “ทำไมไม่พูด!”
       ชมพู่อึ้งเพราะตกใจจนพูดไม่ออก แล้วเขมมิกก็เดินออกไป
       “ก็กำลังจะพูดว่า...จะทานข้าวเย็นเลยมั้ยคะ.....แล้วทำไมไม่ฟังล่ะคะ คุณเขม!”
       
       เนตรนิภานั่งรออยู่บนรถที่จอดอยู่บริเวณหน้าบ้านพักของพิแสง กนธียืนมองเนตรนิภาอย่างใช้ความคิดว่าจะจัดการเรื่องนี้ยังไงดี แต่เนตรนิภาไม่สนใจกนธี
       กนธีเปิดประตูแล้วดึงเนตรนิภาออกมา “ออกมา!”
       “นายกนธี จะทำอะไรฉัน! ปล่อยนะ !”
       “ไม่ปล่อย! วันนี้มีเคลียร์! ออกมา!”
       “อยากโดนต่อยอีกใช่มั้ย! บอกให้ปล่อย!”
       เนตรนิภาดิ้นขลุกขลัก กนธีพยายามดึงเนตรนิภาออกมาจากรถอย่างยากเย็น เนตรนิภาเห็นเขมมิกเดินผ่านไปที่มุมหนึ่งไกลๆ
       เนตรนิภารีบตะโกน “เขม ช่วยฉันด้วย”
       เขมมิกไม่ได้ยินจึงยังเดินไปงุดๆ กนธีเหลียวมองเขมมิก
       “คุณเขม!” กนธีเรียก
       “ก็ไปหาสิ อยากเจอเขมนักไม่ใช่หรือไง ไปเลย ไม่ต้องมายุ่งกับฉัน!” เนตรนิภาว่า
       กนธีอยากไปแต่แล้วก็เปลี่ยนใจ “ไม่ต้องมาทำให้ผมเขว ผมต้องเคลียร์กับคุณก่อน ลงมา!”
       เนตรนิภาเสียงแข็ง “ไม่!!”
       
       เขมมิกเดินเซ็งมาตามถนน เธอเดินเรื่อยเปื่อยเพื่อผ่อนคลายอารมณ์
       
       รถของกนธีรีสอร์ทแล่นเข้ามาจอดหน้าบ้านพักของพิแสง พิสาจ่ายทิปคนขับ
       “อย่าบอกพี่ธีนะ ว่าพาฉันมาที่นี่...” พิสากำชับ
       “แต่ถ้าคุณกนธีเห็นเองล่ะครับ”
       “หา?”
       คนขับชี้ไปข้างหน้า พิสามองตามออกไป
       กนธีกำลังดึงตัวเนตรนิภาที่พยายามเกาะรถไม่ยอมปล่อยออกมา
       พิสาตกใจ “พี่ธี! มาได้ไง ไหนบอกว่าไปหาแม่!”
       “เอาไงต่อครับ” คนขับรถถาม
       “ถอยก่อนสิยะ! ไปแบบเงียบๆนะ”
       คนขับรีบใส่เกียร์ถอยหลังแล้วถอยออกไปอย่างแรงจนเกิดเสียงดังเอี๊ยด!!!
       “ฉันบอกให้ไปแบบเงียบๆ! ไม่ใช่รู้กันทั้งฟาร์มแบบนี้!” พิสาว่า
       รถถอยหลังออกไป กนธีกับเนตรนิภาที่กำลังชักกะเย่อค้างกันอยู่ถึงกับชะงักแล้วมองมาที่รถ ทั้งคู่กำลังอยู่ในท่ากอดกัน
       “รถรีสอร์ท??? พาใครมา” กนธีสงสัย
       “ก็พาคนที่รีสอร์ทมา หรือไม่ก็จะมาพาคนที่นี่ไปรีสอร์ทไง บื้อ!” เนตรนิภาว่า
       “ด่าอีกแล้ว!”
       “จะทำไม!”
       กนธีหมดแรงจึงซบเนตรนิภาซะเลย “ผมเหนื่อยนะ”
       เนตรนิภาอึ้ง เธอตกใจจนทำอะไรไม่ถูกที่จู่ๆกนธีก็มาซบแบบนี้
       “แล้ว...ทำแบบนี้...ทำไม ไม่สบายหรือไง” เนตรนิภาถาม
       “ผมหมดแรงทะเลาะ....ขอร้องได้มั้ย”
       “อะไร”
       กนธีค่อยๆผละมามองหน้าเนตรนิภาอย่างจริงจังมาก “อย่าด่า ถ้าผมทำอะไรผิด ช่วยบอกผมดีๆ ได้มั้ย”
       เนตรนิภาอึ้ง
       “ผมไม่ได้ตั้งใจจะผิดคำสัญญา....แต่คุณรู้มั้ย...ผมชอบคุณเขมมาก จนอาจทำให้คลั่งได้ในบางครั้ง มันก็ทำให้มีลืมตัวไปบ้าง”
       “ทำไมยังดื้อดึง ไม่ยอมตัดใจ ทั้งๆที่นายก็เห็นว่าเขมแทบจะไม่ชายตามองนายเลยด้วยซ้ำ”

แผนร้ายพ่ายรัก ตอนที่ 9
       เนตรนิภาตบหน้ากนธีดังเพียะ
       
       “เฮ้ย! ตบผมทำไม”
       “ตื่นได้แล้ว ฝันอยู่ได้ เอามาจากไหนว่าเขมชอบนายแต่ปากแข็ง”
       “ก็คุณน้ำหวานบอกผมอ่ะ”
       “เชื่อยัยแอ็ปเปิ้ลนั่นได้ยังไง ซื่อบื้อที่สุด!”
       “ด่าอีกแล้ว”
       “เออ สมควรมั้ยล่ะ”
       “ด่าทำไม”
       “อยากรู้ก็ขึ้นรถ ระหว่างขับไปส่งฉันที่หาดใหญ่ จะเล่าให้ฟังว่าด่าทำไม ไป!”
       “ไม่จริง...คุณเขมชอบผม แต่ปากแข็ง ไม่ยอมพูดตรงๆ”
       เนตรนิภาลากกนธีขึ้นรถ ทั้งสองทะเลาะและเถียงกันวุ่นวาย
       “เฮ้ย!! ไม่ใช่หมูไม่ใช่หมานะ เบาๆหน่อยเด้” กนธีว่า
       “หมูหมากาไก่ฉันยังถนอมมากกว่านี้ ไป เร็ว! ทำไมฉันต้องมาเหนื่อยกับนายด้วยนะ ปากเปียกปากแฉะสิ้นดี!”
       พิแสงหยิบเอกสารที่วาสินีให้ไว้ก่อนหน้านี้ขึ้นมาอ่าน วาสินียืนมองจากมุมหนึ่ง เธอยิ้มพอใจ ก่อนจะหยิบมือถือขึ้นมากดโทรออกหาต่อลาภแล้วรอสาย
       “ฮัลโหล....น้ำหวานเอาข้อมูลที่คุณต่อลาภส่งให้ทางอีเมล์ให้นายหัวอ่านแล้วนะคะ”
       ต่อลาภยืนคุยโทรศัพท์อยู่ที่มุมหนึ่งของฟาร์ม
       “ขอบคุณมากนะครับ”
       “แน่ใจเหรอคะว่านายหัวจะไม่ติดใจสงสัยอะไรเกี่ยวกับยูเอฟ” วาสินีถาม
       “ไม่มีอะไรให้ชวนติดใจสงสัยแน่นอน เพราะผมบริสุทธิ์ใจ ถึงได้ให้นายหัวคุณได้อ่านข้อมูลทั้งหมดก่อนการตัดสินใจ ยูเอฟไม่เคยหลอกใคร”
       “ค่ะ น้ำหวานเชื่อคุณ”
       “งั้น...ให้ผมเลี้ยงข้าวเย็นคุณนะ เป็นการตอบแทนที่คุณช่วยเหลือผม”
       วาสินีเหลือบมองพิแสงก่อนตัดสินใจ “ขอโทษด้วยนะคะ เย็นนี้ น้ำหวานต้องคอยดูแลแม่ แค่นี้นะคะ นายหัวเรียกแล้ว”
       วาสินีรีบวางสายแล้วมองพิแสงอย่างหลงใหล ต่อลาภกดวางสายด้วยความหงุดหงิด เขานึกขึ้นได้จึงกดโทรศัพท์ติดต่ออีกเลขหมายหนึ่งแล้วรอสาย
       “ฮัลโหล...ผมต่อลาภครับ เสี่ย”
       
       เสี่ยย้งคุยมือถืออยู่ที่โรงแรมหนึ่งในกรุงเทพฯ ย้งยิ้มพอใจ
       “ลื้อทำดีมาก ต่อลาภ ถ้าทำสัญญากับนายหัวพิแสงได้สำเร็จ อั๊วจะเพิ่มค่าคอมมิชชั่นให้ลื้อ”
       ย้งกดวางสายแล้วหันไปทางหนึ่งที่มีพิทยานั่งอยู่ข้างๆ
       “ฉันให้พี่เขยนายอ่านคู่สัญญาที่มีเนื้อความไม่เหมือนกับสัญญาตัวจริง” ย้งบอก
       “แล้วข้อมูลอื่นๆล่ะ” พิทยาถาม
       “คนของฉันเอางานวิจัยที่นำเสนอแต่ด้านดีถ้าทำสัญญากับยูเอฟให้ไปอ่านด้วย”
       พิทยายิ้มพึงพอใจ
       “บอกตรงๆ ฉันไม่ค่อยอยากลงทุนกับพวกรู้มาก คุมยาก” ย้งบอก
       “แต่ถ้าทำได้ กำไรที่เฮียจะได้รับ...มันมากกว่าพวกรายย่อยไม่รู้กี่เท่า” พิทยาบอก
       “ทำไมอยากให้พี่เขยลื้อเจ๊งนักวะ”
       “มันรักฟาร์มหมูของปู่มันมาก ไม่มีทางปล่อยให้เจ๊ง...เฮียสร้างปัญหาให้มันมากเท่าไหร่ มันก็ยิ่งไม่มีเวลามายุ่งกับงานสายการบิน พีบูติกจะต้องมีผมเท่านั้นที่เป็นผู้บริหาร ไม่ใช่มัน”
       “ลื้อนี่...ไม่ใช่ธรรมดา ไม่เสียแรงที่ป๊าอั๊วรับลื้อมาเป็นลูกบุญธรรม ยังกะสายเลือดเดียวกัน”
       “ขอบคุณป๊ากับเฮียที่ช่วยส่งเสริม ผมขอให้ปิดความสัมพันธ์ของเราเป็นความลับต่อไป....จนกว่า ผมจะได้ในสิ่งที่ควรจะเป็นของผมมาตั้งแต่แรกอย่างสมบูรณ์”
       “ไม่ต้องห่วง เราพี่น้องกัน อยากให้ช่วยอะไรอีกก็บอก”
       “ผมทำได้ทุกอย่างเพื่อทำลายพวกมัน....ยังมีเรื่องให้เฮียช่วยอีกหลายเรื่อง”
       “ได้เสมอ เอ้าชน เพื่อสิ่งที่ควรจะเป็นของลื้อและเพื่อกำไรของอั๊ว”
       พิทยาชนแก้วกับย้ง ในหัวของพิทยาเต็มไปด้วยแผนการคุมกิจการและกำจัดพิแสง
       ต่อลาภเก็บมือถือแล้วก็ต้องชะงัก เมื่อเห็นเขมมิกเดินมาจากมุมหนึ่ง ต่อลาภเห็นเขมมิกก็ยิ้มกรุ้มกริ่มแล้วแถเข้าไปหาทันที
       “สวัสดีครับ คุณ”
       “คะ? ฉัน?”
       “ผมต่อลาภครับ”
       “อ้อ....จำได้แระ”
       ต่อลาภโม้อวดหญิง “ธรรมดาครับ ใครๆก็จำผมได้ ผมค่อนข้าง....”
       เขมมิกตัดบท “ขอตัวค่ะ”
       เขมมิกเดินเลี่ยงไป ต่อลาภไม่ยอมแพ้ เขาตามไปขวางทางเอาไว้
       “เดี๋ยวก่อนสิครับ เรายังไม่ได้ทำความรู้จักอย่างเป็นทางการเลย ผมต่อลาภครับ” ต่อลาภยื่นมือไปขอเช็กแฮนด์
       เขมมิกมองอย่างรังเกียจ “จะลาบหมูลาบก้อยอะไร ฉันก็ไม่สน ถอยไป”
       ต่อลาภอึ้งและไม่พอใจ “อ้าว คุณ ผม....”
       เขมมิกไม่รอให้ต่อลาภพูดจบ เธอเดินกระแทกไหล่ต่อลาภแล้วผ่านไปเลย ต่อลาภเจ็บใจจึงตามไปตอแย ต่อลาภรั้งแขนของเขมมิกไว้
       “เดี๋ยวก่อนซี!”
       เขมมิกรีบสะบัด “เอ๊ะ! อย่ามาจับ! ปล่อย!”
       “ก็หยุดคุยกับผมดีๆก่อนสิครับ”
       “ไม่คุย! ปล่อย!”
       ต่อลาภของขึ้น “เฮ้ย!!”
       เสียงแตรรถดังมาในระยะประชิดเหมือนขัดจังหวะ ต่อลาภและเขมมิกสะดุ้งแล้วหันไปเห็นหลอดขับรถกระบะมา ส่วนเสริมนั่งอยู่ข้างๆ หลอด รถกระบะมาจอดเทียบข้างเขมมิก
       “คุณเขม!!”
       เขมมิกสะบัดมือจนหลุดจากต่อลาภได้ ต่อลาภเห็นสายตาและใบหน้าอันเหี้ยมเกรียมของหลอดและเสริมแล้วก็ผงะรีบหลบไปอยู่ห่างๆ ที่ท้ายรถ
       เสริมเปิดประตูรถให้เขมมิก “ขึ้นมาเลยครับ...”
       เขมมิกรีบวิ่งขึ้นรถไปปิดประตู “ขอบใจนะ รีบไปเร็ว!” เขมมิกชี้ไปข้างหน้า
       “ได้เลยครับ เดินหน้า!”
       แต่หลอดเข้าเกียร์ถอยหลังจนรถถอยหลังพุ่งใส่ต่อลาภ
       “เฮ้ย!!!” ต่อลาภวิ่งหนี
       “อุ๊ยตาย...พี่หลอดเข้าเกียร์ผิด” เสริมว่า
       “อุ๊ยตาย...เปลี่ยนไม่ทันแระ เกียร์มันแข็ง”
       รถกระบะวิ่งถอยหลังไล่จี้ต่อลาภไปติดๆ ต่อลาภร้องโวยวายพร้อมวิ่งหนี
       “เฮ้ย!!! ไอ้พวกบ้า ไปทางอื่นสิโว้ย!!”
       
       พิแสงยังนั่งอ่านเอกสาร วาสินีเอากาแฟมาเสริ์ฟ
       “ขอบใจจ๊ะ”
       “เลยเวลามื้อเย็นแล้ว...นายหัวไม่หิวเหรอคะ รับแต่กาแฟ หลายถ้วยแล้วด้วย”
       “ฉันยังไม่หิว....บอกคุณอนงค์จัดให้เขมมิกคนเดียวก็พอ”
       วาสินีตีหน้าเศร้าแล้วแกล้งปาดน้ำตาก่อนจะยืนนิ่ง พิแสงรู้สึกผิดปกติจึงเงยหน้าขึ้นมอง
       “น้ำหวาน เป็นอะไร”
       “น้อยใจค่ะ แม่ไม่สบาย แต่นายหัวไม่ถามถึงสักคำ ถึงตอนนี้ก็ยังลืมว่าแม่เป็นอะไร กลับเป็นห่วงกลัวคุณเขมจะไม่ได้ทานข้าวเย็น ให้แม่มาเตรียมให้”
       พิแสงอึ้ง เขารีบเข้ามาหาวาสินี
       “น้ำหวาน...ฉันขอโทษ”
       
       วาสินียังแกล้งตีหน้าเศร้าทำเป็นน้อยใจ

หน้าที่แล้ว
1 | 2 | 3 | 4
หน้าถัดไป
ข่าวล่าสุด ในหมวด
แผนร้ายพ่ายรัก ตอนที่ 15 อวสาน (ต่อ)
แผนร้ายพ่ายรัก ตอนที่ 14
แผนร้ายพ่ายรัก ตอนที่ 13
แผนร้ายพ่ายรัก ตอนที่ 12
แผนร้ายพ่ายรัก ตอนที่ 11
เครื่องมือจัดการเว็บ
ส่งบทความนี้ต่อ
พิมพ์หน้านี้
ข่าวที่มีผู้ส่งมากที่สุด
แสดงผลหน้าเดียว
จำนวนคนโหวต 66 คน
คุณเห็นด้วยกับข่าว/บทความนี้หรือไม่
เห็นด้วย ไม่เห็นด้วย
เห็นด้วย 64 คน
97 %
ไม่เห็นด้วย 2 คน
3 %
ความคิดเห็นที่ 8 +4 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ช่วยอัพเยอะๆ หน่อยได้มั้ยคะ คนรอมาทั้งวัน มาอัพแค่ 20 บรรทัด แล้วต้องรออีก เหนื่อยใจนะ
<3
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 7 +1 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
อัพหมดตอน 9 แล้วหรอคะ??
เหมือนขาดไปย่อหน้านึงป่ะเอ่ย??
mam
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 6 +4 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ชอบมากมายอ่ะ อ่านแล้วไม่ขำก็ยิ้มทุกตอน ปกติถ้าอ่านแล้วจะไม่ค่อย ได้ดู เพราะ มันรุหมดเลยไม่หนุก แต่เรื่องนี้ขนาดอ่านแล้วดูอีกยังขำเลย 555
npsw_g@hotmail.con
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 4 +3 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ชอบมากมาย อย่างฮาตั้งแต่ฉากแรก เลยต้องดูทุกตอน ขอละครแบบนี้อีกนะ ไม่ต้องตบกันแหลก แค่ฮากระจายก็พอค่ะ
mameaw
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 3 +9 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
อ่านไปยิ้มไป แหม อากาศร้อนๆอย่างนี้ ได้ดูละคร
ตลกๆเบาสมองแบบนี้ก็ดีเหมือนกันเน้อ

โลกเราร้อนขึ้นทุกวัน ขอบางมุมเล็กๆ ได้ยิ้มๆ ขำๆ บ้างก็โอเค นะ
มานั่งอ่าน
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 1 +4 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
เขียนบทได้ธรรมชาติมาก
ฮาซะ
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความคิดเห็น
1. โปรดงดเว้น การใช้คำหยาบคาย ส่อเสียด ดูหมิ่น กล่าวหาให้ร้าย สร้างความแตกแยก หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
2. ทุกความคิดเห็นไม่เกี่ยวข้องกับผู้ดำเนินการเว็บไซต์ และไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมายได้
3. ทีมงานเว็บมาสเตอร์ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
4. เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
5. ผู้ร่วมแสดงความคิดเห็นสามารถร่วมตรวจสอบข้อความที่ไม่เหมาะสมได้ โดยการกดปุ่ม "แจ้งลบ" หรือส่งอีเมลแจ้งมาที่ cs@astvmanager.com หรือ cs.astvmanager@gmail.com ซึ่งทีมงานจะทำการตรวจสอบ และลบข้อความดังกล่าวโดยเร็วที่สุด หรืออย่างช้าภายใน 3 วันทำการ
เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
แสดงความคิดเห็นเพิ่มเติม
โชว์ภาพผู้ใช้ทุกครั้งที่แสดงความเห็น เพียงเข้าสู่ระบบด้วยบัญชีของเฟซบุก กดที่ปุ่มด้านล่างนี้เลย!

ชื่อ/e-mail ของคุณ : *
 
 *
  กฎกติกาการแสดงความคิดเห็นฉบับเต็ม
 
หนังสือพิมพ์: ASTV ผู้จัดการออนไลน์ | ASTV ผู้จัดการรายวัน | นิตยสารผู้จัดการ 360° | Positioning | ASTV News1
มุม: การเมือง | อาชญากรรม | คุณภาพชีวิต | ภูมิภาค | ต่างประเทศ | มุมจีน | ธุรกิจ | หุ้น | SMEs | Motoring
CyberBiz | วิทยาศาสตร์ | เกม | กีฬา | บันเทิง | Life on Campus | Celeb Online | ท่องเที่ยว | ธรรมะกับชีวิต | Multimedia
เว็บ: Asia Times | บุรพัฒน์ คอมมิคส์ | Mars Magazine | ทะเลไทย | คุยกับเว็บมาสเตอร์ | โฆษณาบนเว็บ
All site contents copyright ©1999-2014