หน้าแรกผู้จัดการ Online | หน้าแรกละครออนไลน์ | ละครออนไลน์
ละครออนไลน์ สุภาพบุรุษจุฑาเทพ : คุณชายปวรรุจ

สุภาพบุรุษจุฑาเทพ คุณชายปวรรุจ ตอนที่ 5

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์
6 เมษายน 2556 20:58 น.
หน้าที่แล้ว
1 | 2 | 3 | 4
หน้าถัดไป
สุภาพบุรุษจุฑาเทพ คุณชายปวรรุจ ตอนที่ 5
        สุภาพบุรุษจุฑาเทพ คุณชายปวรรุจ ตอนที่ 5 (ต่อ)
       
       เวลายามเย็นภายในห้องพักของโรงแรมในรูจมอนต์ ปวรรุจกำลังนั่งเขียนโปสการ์ดถึงทางบ้าน ปกรณ์เพิ่งอาบน้ำเสร็จ ใส่เสื้อคลุมอาบน้ำเดินมาหา
       
       “ทำอะไร ไอ้คุณชาย”
       “ส่งโปสการ์ดไปที่บ้านน่ะ”
       “เฮ้ย...ฉันมีเรื่องจะพูดกับนายว่ะ”
       “ว่ามา”
       “พรุ่งนี้เราจะเข้าอินเตอร์ลาเคนแล้ว นายไม่คิดอะไรบ้างเหรอ”
       “คิดอะไรล่ะ”
       “นี่...อย่ามาทำเป็นไม่รู้นะว่าคุณวาดดาวน่ะอยู่ที่อินเตอร์ลาเคนไง...หรือว่าไม่รู้จริงๆ”
       “รู้สิ ทำไมจะไม่รู้ นายกำลังจะบอกอะไรฉัน” ปวรรุจฉงน
       “คืองี้...คุณวาดดาวบอกฉันตั้งแต่ก่อนออกเดินทางว่า ถ้าพานายมาเที่ยวอินเตอร์ลาเคน ขอให้พานายไปที่ชาโตส์ของเธอกับสามี”
       ปวรรุจนิ่งงันไปครู่หนึ่ง ก่อนถามออกมา
       “เขาแต่งงานกันแล้วใช่ไหม”
       “ใช่....แล้วตกลงจะแวะไปไหม”
       “ฉันไม่เข้าใจ วาดดาวจะเชิญฉันไปทำไมในเมื่อเรื่องของเราจบไปแล้ว หรือว่า...เขาต้องการจะเยาะเย้ยฉัน”
       “เฮ้ย อย่าคิดอย่างนั้นซีวะ น้ำเสียงเขาที่โทรมาหา ไม่ได้เยาะเย้ยเลยเขาอยากให้นายไปพบเขาจริงๆ”
       ปวรรุจครุ่นคิด ท่าทีลังเล
       
       เวลาเดียวกันเป็นตอนกลางดึกที่ประเทศไทย
       ธราธรรับสายอยู่ในห้องใต้โดมของวังจุฑาเทพ โดยมีพุฒิภัทรจิบกาแฟอ่านหนังสืออยู่กลางห้อง ชายภัทรมองมาที่ธราธรสงสัยว่าใครโทรมาดึกมาก เพราะเป็นเวลาเวลาห้าทุ่มกว่าๆ แล้ว
       ธราธรหันมาบอกพุฒิภัทร “ทางไกลจากสวิต”
       ชายภัทรเดินมาฟังด้วยทันที
       ธราธรทักทายน้อง “ว่าไงชายรุจ”
       ปวรรุจอยู่ในห้องพัก ปกรณ์เดินเข้าห้องน้ำไปแล้ว
       “คิดถึงทุกคนครับพี่ชายใหญ่”
       “ทุกคนที่นี่ก็คิดถึงนาย...เป็นอย่างไรบ้างการประชุมที่เจนีวา”
       
       “เรื่องงานไม่มีปัญหาหรอกครับ ตอนนี้ผมได้เวลาพักหนึ่งอาทิตย์ กำลังท่องเที่ยวเพลินๆ อยู่ ก็พบว่ามีปัญหาหนักอกรออยู่”
       “ว่ามาเถอะ มีอะไรที่พี่จะช่วยได้บ้าง”
       “ผมถึงได้โทร.มาขอคำปรึกษาจากพี่ชายใหญ่ไงครับ…เรื่องวาดดาว”
       ธราธรนิ่งไป มองไปที่พุฒิภัทร
       “นายเจอวาดดาวที่สวิสเหรอ”
       “ยังครับ แต่กำลังจะเจอในวันพรุ่งนี้ เธอเชิญผมกับปกรณ์ไปพักที่ชาโตส์ของเธอกับสามีที่อินเตอร์ลาเค่น ผมสับสนไปหมดแล้ว ไม่ทราบเจตนาที่แท้จริงของเธอ ว่าเธอต้องการพบผมอีกครั้งเพื่ออะไร ผมจะตัดสินใจยังไงดีครับพี่ชายใหญ่”
       “เอาอย่างนี้ พี่ว่าคนที่ให้คำตอบชายรุจได้ดีที่สุด คือชายภัทร”
       พุฒิภัทรเลิกคิ้วเป็นเชิงถาม ธราธรส่งสายให้ชายภัทรพูดสายต่อ
       “ไง ชายรุจ”
       
       ด้านวรรณรสาและแฝดกำลังจัดการกับกระเป๋าเสื้อผ้า รสาหยิบกล่องไวโอลินขึ้นมา ตุ๊กตาหนุตุ่นตกอยู่ที่พื้น เอื้อยเดินมาช่วยเก็บให้
       “อุ๊ย...หนูตุ่นตกพื้นแล้วค่ะ”
       “ใส่กระเป๋าไปเถิด รสาไม่อยากเห็นหน้า”
       “ทำไมไม่ทิ้งไปละคะท่านหญิง”
       “ไม่หรอก หญิงจะเก็บไว้ให้พี่ชายทัศน์ไว้ดูเมื่อกลับเมืองไทย ให้พี่ชายรู้ว่าหญิงรู้เรื่องทั้งหมดของพี่ชายแล้ว”
       สาวแฝดมองหน้ากัน วรรณรสาเดินแยกตัวไปหยุดยืนที่หน้าต่าง มองออกไปเห็นทิวทัศน์ยามค่ำเบื้องนอก
       ไฟโรงแรมเปิดสว่างไสวทั่วลานหน้าตึก
       “สวยจัง รสาขอไปเดินเล่นหน่อยนะ”
       “จะไปไหนคะท่านหญิง ให้เราไปด้วยเถอะค่ะ เดี๋ยวท่านหญิงจะหลงอีก”
       “ไม่หรอกน่า แค่เดินเล่นหน้าโรงแรมนี่เอง”
       วรรณรสาคว้ากล่องไวโอลินไปด้วย แฝดมองหน้ากันอย่างแปลกใจ
       
       ส่วนปวรรุจยังคุยสายต่อเนื่องกับพุฒิภัทร
       “นายควรไปพบคุณวาดดาว”
       “บอกเหตุผลที่สมควรหน่อย”
       “เหตุผลก็คือ นายจะได้รู้จักผู้หญิงคนนี้อย่างถ่องแท้เสียที”
       “นายไม่คิดว่า ฉันจะบาดเจ็บไปจนวันตายหรอกหรือ”
       “ชายรุจนั่นคือสิ่งที่นายเป็นอยู่ตอนนี้ ฉันขอย้ำคำเดิม นายกำลังโทษตัวเอง โทษปมด้อยของนายเอง ถ้านายไม่กล้าเผชิญหน้าความจริง เอาแต่กลัวอยู่ นายจะไม่มีวันเรียกความนับถือตัวเองของนายกลับคืนมาได้เลย อีกอย่าง...”
       “อะไร”
       “เรื่องที่ว่าวาดดาวหลอกนาย มันเป็นแค่สมมุติฐานที่เราตั้งขึ้นเอง ความจริงมันอาจจะไม่ใช่ก็ได้ เพราะฉะนั้นนายจะต้องไปพบวาดดาว และถามความจริงทั้งหมดจากเธอ”
       ปวรรุจได้ข้อคิดแล้ว “เอาละ นั่นเป็นเหตุผลที่สมควรที่สุดแล้ว ฉันจะไปพบวาดดาวพรุ่งนี้ ขอบใจมากชายภัทร”
       พุฒิภัทรยิ้มออกมา “ด้วยความยินดี แล้วส่งข่าวบอกด้วย พวกเราทุกคนเป็นห่วงนายนะ” ชายภัทรมองมายังธราธร “พี่ชายใหญ่จะพูดกับนายต่อ” พลางส่งสายให้ธราธร
       “ชายรุจ พี่จะลาพักร้อนที่มหาวิทยาลัย พี่จะไปเยี่ยมน้องมะปรางช่วงกลางเดือนนี้ อาจจะแวะไปสวิต ไปเยี่ยมนายที่นั่น”
       “ยินดีครับพี่ มาพักกับผมที่เบิร์นได้เลยครับ ฝากความคิดถึงหม่อมย่าและย่าอ่อนด้วยครับ”
       ปวรรุจวางสาย แล้วเดินไปที่หน้าต่าง เห็นบรรยากาศยามค่ำหน้าโรงแรมแล้วนึกอยากออกไปเดินเล่น ปวรรุจได้ยินเสียงไวโอลินแว่วมา แต่แปลกใจที่เป็นเสียงเพลงไทย “ลาวดวงเดือน”
       
       ปวรรุจคว้าเสื้อแจ็คเก็ตออกไปจากห้องทันที

สุภาพบุรุษจุฑาเทพ คุณชายปวรรุจ ตอนที่ 5
        ปวรรุจเดินออกมาที่ลานกว้างหน้าโรงแรม เห็นทิวทัศน์เมืองเล็กๆ น่าประทับใจกับแสงยามเย็นที่อาบแสงทองไปทั่ว
       
       เสียงเพลง “ลาวดวงเดือน” ที่วรรณรสากำลังเล่นอยู่นั้น มีนักท่องเที่ยวนั่งฟังอยู่กลุ่มหนึ่ง ปวรรุจเข้ามารับฟังอยู่ในกลุ่มด้วย มองวรรณรสาอย่างทึ่ง
       วรรณรสาเล่นจบเพลง ทุกคนปรบมือให้ ท่านหญิงยิ้มเขินๆ กับทุกคน พร้อมพูดขอบคุณเป็นภาษาสวิต
       ปวรรุจ เดินตรงมาหา
       “ไม่ยักรู้ว่ารสาเล่นไวโอลินได้ไพเราะขนาดนี้”
       “ขอบคุณค่ะ ที่จริงฉันไม่ได้ตั้งใจเล่นให้ใครฟังหรอก แต่มองเห็นเมืองสวยข้างหน้ากับแสงยามเย็นแบบนี้ มันอดไม่ได้ที่จะหยิบไวโอลินมาเล่นเพลงโปรด”
       “นี่คือเพลงโปรดของเธอ...ลาวดวงเดือน”
       “ค่ะ ภาพที่เห็นเบื้องหน้ามันสวยราวภาพวาด รสาเลยนึกว่ามันจะคงอยู่เรื่อยไป ชั่วกาลปาวสาน เลยอยากเล่นเพลงนี้เป็นที่ระลึกกับสถานที่แห่งนี้”
       “พลอยทำให้ฉันหลงรัก...”
       วรรณรสามองหน้าปวรรุจนิ่ง
       ปวรรุจพูดต่อ “...เสียงเพลงของเธอเข้าให้แล้ว”
       วรรณรสาถอนใจเล็ก ๆ หลบตาวูบ “คุณชายคะ ช่วยเล่าเรื่องที่ค้างอยู่เสียทีเถอะ”
       “เรื่องอะไรนะ”
       “เรื่อง “ ความจริง” ของคุณชายกับท่านหญิงแต้ว น่ะซีคะ”
       ปวรรุจพยักหน้า ทอดสายตามองไปไกลหวนนึกถึงเรื่องครั้งอดีต
       
       ตอนกลางวันวันนั้น ที่วังอรุณรัศมิ์ เด็กชายปวรรุจยืนกอดอกให้ย่าอ่อนฟาดด้วยไม้เรียว บรรดาคุณชายที่เหลือยืนหน้าสลดไปตามๆ กัน บรรดาข้าราชบริพารยืนมองดูอย่างสลดใจเช่นกัน
       “แกล้งท่านหญิงทำไม ชันษาก็เท่านี้ ยังจะไปแกล้งท่านอีก ต้องโดนไม้เรียวแบบนี้แหละ ไม่ต้องมาหันก้นหนีนะชายรุจ”
       ปวรรุจเจ็บจนพยายามบิดหนีไม้เรียว ย่าอ่อนยึดร่างไว้
       “รู้ตัวรึเปล่าชายรุจ ว่าเราเกือบทำให้ท่านหญิงสิ้นชีพตักษัย พาเข้าไปเล่นในบ้านร้างได้ยังไง ในนั้นมีแต่งูเงี้ยวเขี้ยวขอ รับสั่งอยู่ตลอดว่างูกัด งูกัด ถึงกับทรงเป็นลมเป็นแล้งไปเลย” ย่าอ่อนโกรธมาก
       “ผมผิดไปแล้วครับย่าอ่อน ผมขอโทษ”
       “อ้อ...ขอโทษหวังจะลดโทษให้งั้นสิ ไม่มีวันเสียละ”
       ย่าอ่อนฟาดอีกเต็มแรง ปวรรุจเจ็บน้ำตาไหลพราก
       ทันใดนั้นที่ด้านนอกห้องโถง นมแจ่มอุ้มร่างของท่านหญิงแต้วเข้ามาตามทางเดิน วรรณรสายามนั้นหน้าตายังซีดเซียว หม่อมเจ้าหญิงวริษาตามมาด้วยสีหน้าอ่อนใจ
       “ประชวรขนาดนี้ เด็จกลับที่ห้องบรรทมเถอะเพคะ” แจ่มบ่น
       “ไม่ หญิงจะหาพี่ชายรุจ พาหญิงไปหาพี่ชายรุจ” เด็กหญิงราชนิกุลร้องงอแง
       ทั้งสามเลี้ยวเข้ามาในโถง วรรณรสาเห็นปวรรุจกำลังถูกเฆี่ยนก็ร้องกรี๊ด
       “รสา เป็นอะไรลูก” ท่านหญิงวริษาตกใจมาก
       “ปล่อยหญิง”
       วริษาบอก “ปล่อยเถอะนมแจ่ม”
       พอแจ่มวางร่างวรรณรสาลง ท่านวิ่งเข้าไปยึดไม้เรียวของย่าอ่อน แล้วปาทิ้งไป
       ย่าอ่อนตกใจ “ท่านหญิง”
       “อย่าเฆี่ยนพี่ชายอีกเลยคุณย่าอ่อน สงสารพี่ชายเถอะ”
       “แต่ชายรุจแกล้งท่านหญิง ชายรุจต้องถูกลงโทษเพคะ”
       “ไม่...พี่ชายแกล้งเพราะหญิงดื้อกับพี่ชายต่างหาก”
       ว่าพลางวรรณรสาก้าวเข้ามาหาปวรรุจ น้ำตาไหลพราก
       “พี่ชายเจ็บรึเปล่า”
       ปวรรุจสะอื้น “ท่านหญิง กระหม่อมไม่เจ็บหรอก แค่ท่านหญิงประทานอภัยให้ กระหม่อมก็ดีใจอย่างที่สุดแล้ว”
       “หญิงไม่โกรธพี่ชายเลย พี่ชายรุจเป็นคนเดียวที่ยอมเล่นกับหญิง”
       สี่คุณชายที่เหลือมองหน้ากัน แล้วหลบตาผู้ใหญ่ทั้งหมด
       ท่านหญิงแต้วมองหน้าชายรุจ สะอื้นไห้กันทั้งคู่ แล้วอย่างที่ไม่มีใครคาด วรรณรสาโผเข้ากอดปวรรุจแน่น ชายรุจก็กอดท่านหญิงไว้แน่นเช่นกัน คนทั้งโถงตกตะลึง
       ย่าอ่อนตกใจมาก “ชายรุจ ปล่อยท่านหญิงนะ อย่าอาจเอื้อม”
       วริษาห้าม “ไม่เป็นไรหรอกค่ะ คุณป้า ปล่อยแกเถอะ
       สายตาทุกคู่มองมายังเด็กชายและเด็กหญิงที่กอดกันอย่างไร้เดียงสา ย่าอ่อนถึงกับน้ำตาซึม เช่นเดียวกับ
       นมแจ่ม และท่านหญิงวริษา
       
       ปวรรุจเล่าต่ออีก
       “ฉันเพิ่งรู้ว่า ท่านหญิงไม่ได้ทรงโกรธเกลียดอะไรฉันเลย แต่กลับกรรแสง ขอร้องให้ย่าอ่อนหยุดเฆี่ยนตีฉัน นอกจากไม่ถือโทษฉันแล้ว ท่านกลับทรงห่วงว่าฉันจะเจ็บจากรอยหวาย”
       ปวรรุจหันไปมองวรรณรสา ที่น้ำตาไหลพราก เพราะจำเหตุการณ์นี้ไม่ลืมเลือน
       “รสา เป็นอะไรน่ะ” ปวรรุจฉงน
       “ฉันปลาบปลื้มกับเรื่องของคุณชายน่ะซีคะ คุณชายจำเรื่องท่านหญิงได้หมด...หมดทุกอย่าง”
       “ไม่มีวันลืม และฉันยังจำได้อีกว่านั่นเป็นครั้งสุดท้ายที่ฉันได้พบท่านหญิง”
       “เกิดอะไรขึ้นคะ”
       “หลังจากนั้นไม่นาน ฉันสูญเสียครอบครัวไป ทั้งท่านพ่อและหม่อมแม่ทั้งสาม พวกท่านจากไปอย่างไม่มีวันกลับ”
       สีหน้าปวรรุจสลดลงชัดเจน วรรณรสาเอื้อมมือมาจับแขนของปวรรุจไว้
       “ฉันเลยไม่ได้กลับไปที่วังอรุณรัศม์อีกเลย เพราะหลังจากนั้นหม่อมย่าก็ส่งพวกเราไปเรียนต่างประเทศ...แต่แปลกนะ ความทรงจำเกี่ยวกับท่านหญิง ยังชัดเจนอยู่เสมอ ไม่เคยคลายจางไปแม้แต่วันเดียว”
       วรรณรสาสะท้อนใจเผลอหลุดปากออกมาเบาๆ “พี่ชายรุจ...”
       ปวรรุจหันมาหาทางวรรณรสา
       “เธอเรียกฉันเหรอ”
       “เออ.....รสาเรียกตามท่านหญิงน่ะค่ะ”
       ปวรรุจเยื้อนยิ้ม “ขอบใจที่รับฟังเรื่องของฉัน”
       “ขอบใจที่เล่าเรื่องให้รสาฟังต่างหาก ขอบใจสำหรับความทรงจำของคุณชายที่ไม่เคยลืม...ท่านหญิง”
       ปวรรุจมองวรรณรสานิ่งนาน จนท่านหญิงต้องหลบตา
       “มองรสาแบบนั้นทำไม”
       “รู้ไหม...บางครั้งเธอก็ทำให้ฉันนึกถึงท่านหญิงขึ้นมา”
       “เหรอคะ ฉันละม้ายท่านเหรอ” วรรณรสาใจเต้นโครมคราม
       “ใช่...ทั้งชื่อ รสา และเค้าหน้า รู้ไหม...ฉันมีความสุขทุกครั้งที่ได้....มองหน้าเธอ”
       “คุณชาย”
       ปวรรุจประสานสายตากับวรรณรสาอีกครั้ง วรรณรสาหลบตา ลมเย็นพัดผ่าน ร่างท่านหญิงสะท้านด้วยความหนาว
       “ขออนุญาตฉันนะ”
       ปวรรุจถอดผ้าพันคอของตนออก แล้วบรรจงพันผ้าให้ วรรณรสาช้อนตามองนิ่ง ปวรรุจดึงวรรณรสามากอดไว้คลายหนาว วรรณรสาอิงแอบกับอกแกร่งของปวรรุจ
       ภาพทั้งสองหนุ่มสาวกอดกัน อยู่ท่ามกลางความสวยงามของบรรยากาศยามเย็น อาทิตย์กำลังอัสดง
       วินาทีนั้นทั้งสองคนรับรู้ในความรักที่มีต่อกันโดยไม่ต้องใช้คำพูดใดๆ 

สุภาพบุรุษจุฑาเทพ คุณชายปวรรุจ ตอนที่ 5
        วันรุ่งขึ้น ปวรรุจ วรรณรสา ปกรณ์ อ้าย อั๋น เอื้อย และอิ่ม กำลังชมวิวตัวเมืองอินเตอร์ลาเคน กับทะเลสาบใหญ่ซึ่งแลเห็นยอดจุงเฟราเห็นอยู่เป็นเบื้องหลัง และถ่ายรูปร่วมกัน
       
       “นี่ละครับ อินเตอร์ลาเคน ที่แปลว่า...เมืองแห่งสองทะเลสาบ” ปกรณ์ยิ้มแย้มแนะนำ
       อ้ายนึกสงสัย “ทะเลสาบอะไรบ้างคะ”
       “ที่เห็นด้านนั้นคือทะเลสาปทูน ส่วนอีกด้านคือ เบรียนซ์ ครับ”
       “เฮ้อ...มีตรงไหนไม่สวยบ้างเนี่ย สวยเหมือนสวรรค์เราดีๆ นี่เอง” เอื้อยเป็นปลื้ม
       “แล้วเราจะขึ้นยอดจุงเฟราเมื่อไหร่คะ” อ้ายถามอีก
       “พรุ่งนี้ไงครับ เราจะนั่งรถไฟขึ้นจุงเฟรากัน จะเป็นรถไฟที่แล่นช้าที่สุดในโลกเลย” ปกรณ์ยิ้มย่อง
       อิ่มสงสัย “เอ๊ะ ทำไมเราไม่ขึ้นกันวันนี้ รอพรุ่งนี้ทำไมคะ”
       “เออ...วันนี้เราจะต้องไปแวะพักที่บ้านเพื่อนน่ะครับ”
       ทั้งหมดหันมามองปกรณ์ ปวรรุจนิ่งเงียบไม่พูดไม่จาใดๆ
       “ใครคะ” อิ่มซัก
       “เออ...เดี๋ยวไปถึงก็รู้เองละครับ”
       ปวรรุจถอนใจ รู้สึกลำบากใจเช่นกัน แต่ก็ตัดสินใจเด็ดขาดไปแล้ว
       
       รถปกรณ์แล่นมาจอดหน้าชาโตว์แห่งหนึ่งในอินเตอร์ลาเคน สาวๆ ลงจากรถแล้วมองรอบๆ อย่างตะลึงในความงาม อิ่มวิ่งถลาราวนกน้อยๆ
       “สวย งดงามอะไรเยี่ยงนี้ เหมือนได้อยู่ในฟาร์มโคนมแถบเทือกเขาร็อคกี้”
       ปกรณ์ท้วง “แต่นี่สวิตนะครับคุณอิ่ม”
       “คงนึกถึงวัวไบซันมังคะ รูปร่างก็คล้ายๆ อยู่แล้ว” อ้ายแขวะ
       อิ่มหันขวับมาจะด่า แต่ถูกอั๋นห้ามไว้
       ปวรรุจมองไปรอบๆ อย่างทึ่ง วรรณรสา อ้าย และเอื้อย ตามลงมาจากรถ อั๋นตามลงมาสุดท้าย
       “คุณ ปกรณ์คะ ตกลงที่นี่เป็นบ้านใครคะ” วรรณรสาถามอีก
       “อ๋อ...บ้านคุณวาดดาวครับ เธอเพิ่งแต่งงานกับมิสเตอร์ฟิลลิป เจ้าของชาโตว์นี่ละครับ”
       วรรณรสาปรายตามองมาที่ปวรรุจ เห็นว่าปวรรุจขรึมลงไป
       ระหว่างนั้นมิสเตอร์ฟิลลิปออกมาจากบ้านพอดี ปวรรุจมองอย่างทึ่งๆ อีก ฟิลลิปอายุมากแล้ว แต่ยังสง่างาม ผึ่งผายแบบนักกีฬา เดินตัวตรง ผมสีดอกเลา หน้าตายังเห็นเค้าความหล่อเหลา
       ปกรณ์ร้องทักก่อนใคร “มิสเตอร์ฟิลลิป สวัสดีครับ”
       ฟิลลิปทักกลับด้วยสำเนียงไทยค่อนข้างชัด
       “สวัสดีครับคุณปกรณ์ ยินดีต้อนรับทุกคนครับ”
       ทุกคนต่างทึ่งเมื่อได้ยินฟิลลิปพูดไทยค่อนข้างชัด และพากันยกมือไหว้ ยกเว้นปวรรุจ ฟิลลิปรับไหว้ทุกคน
       เมื่อมองมาที่ปวรรุจ ฟิลลิปยิ้มให้อย่างมีไมตรีและนบนอบอย่างรู้กาละ แล้วโค้งคำนับอย่างงาม
       “คุณชาย ปวรรุจใช่ไหมครับ”
       “ครับ”
       “คุณชายให้เกียรติผมอย่างมาก ที่แวะมาพักบ้านผม เชิญข้างในครับ วาดดาวรอคุณอยู่”
       วรรณรสาเหลียวมามองที่ปวรรุจทันที สะกิดใจกับคำว่า “วาดดาวรอคุณอยู่” มากๆ
       อั๋น อิ่มปกรณ์ตามไป วรรณรสา อ้าย และเอื้อย เดินรั้งท้าย
       “ทำไมพูดไทยชัดจัง” เอื้อยทึ่ง
       อ้ายด้วยอีกคน “นั่นซี ดูภูมิฐานจังเลย”
       “แล้วคุณวาดดาวเป็นใครเหรอ” วรรณรสานึกสงสัย
       สามสาวมองหน้ากันก่อนเดินเข้าชาโตว์ไป
       
       ครู่ต่อมา ทั้งกลุ่มเข้ามาในห้องนั่งเล่นบ้านฟิลลิป ที่โอ่โถงสวยงาม
       “ตามสบายนะครับ”
       อิ่มถาม “คุณฟิลลิปคะ ทำไมพูดไทยชัดจัง”
       ฟิลิปหัวเราะ “ผมเคยเป็นกงสุลกิตติมศักดิ์ของประเทศไทย ประจำนครซูริค ผมเคยอยู่เมืองไทยหลายปีครับ ก็เลยพูดไทยชัดเจน ตอนนี้เกษียณแล้ว เลยมาซื้อบ้านอยู่ที่นี่”
       ทุกคนพยักหน้าเข้าใจ
       “วาดดาวละครับ” ปวรรุจถามถึง
       “สักครู่นะครับ”
       ฟิลิปหายเข้าไปห้องด้านใน อิ่มและสาวแฝดลงนั่งที่เก้าอี้ ปวรรุจแยกไปดูภาพติดผนัง เป็นภาพแต่งงานของวาดดาวกับฟิลิปที่เพิ่งแต่งเมื่อไม่นานนี้ ปวรรุจสะท้อนใจ วรรณรสาตามมาสังเกตท่าทีของปวรรุจ
       “นี่ใช่ไหมคะมาดามวาดดาว”
       ปวรรุจเจื่อนไปขณะบอก “ใช่ครับ”
       “สวยจัง คุณชายรู้จักเธอเหรอคะ”
       “เราเป็นเพื่อนกันครับ เรียนด้วยกันที่อังกฤษ ทั้งผม ปกรณ์ และวาดดาว” ปวรรุจบอกเพียงเท่านั้น
       
       วรรณรสาพยักหน้า มองอาการของปวรรุจที่ดูสลดไปอีก ด้วยความสงสัยมากขึ้นกว่าเดิม

สุภาพบุรุษจุฑาเทพ คุณชายปวรรุจ ตอนที่ 5
        ฟิลลิปกลับออกมาพร้อมวาดดาว ที่ดูสะสวย สง่า และดูสดชื่น ทั้งสองควงแขนกันออกมา ปวรรุจหันมามองวาดดาว
       
       “สวัสดีค่ะคุณปกรณ์ สวัสดีค่ะทุกคน”
       ทุกคนขานรับ วาดดาวหันมาทางปวรรุจ
       “คุณชายรุจ”
       วาดดาวเดินตรงรี่มาหาปวรรุจ ด้วยสายตาเปี่ยมไปด้วยความคิดถึง วาดดาวหยุดยืนตรงหน้าปวรรุจแล้วสวมกอดแนบแน่น วรรณรสามองอย่างตกตะลึง แฝดมองงงๆ วาดดาวค่อยๆ คลายวงแขนออก น้ำตารื้น
       “ขอบคุณนะคะที่มาตามคำเชิญ ไม่นึกเลย ว่าจะได้ต้อนรับคุณชายที่นี่ แบบนี้”
       “ผมก็นึกไม่ถึงเหมือนกัน”
       วาดดาวผละจากปวรรุจ เช็ดน้ำตา ฟิลลิปรีบพูดขึ้นเปลี่ยนบรรยากาศที่เริ่มอึดอัด
       “เดินดูบ้านกันตามสบายนะครับ ด้านหลังมีคอกม้าด้วย วันนี้อากาศดี มีใครอยากขี่ม้าชมวิวทะลสาบกันบ้างมั้ยครับ”
       “อุ๊ย...อยากค่ะ อยากขี่ม้ามากๆ” อิ่มเสนอหน้าทันที
       ปกรณ์มองๆ แล้วบอก “อย่าเลยครับคุณอิ่ม ผมกลัวเออ...”
       “กลัวอะไรคะ” อิ่มซักไซ้
       “กลัวม้ามันจะหลัง...” ปกรณ์บอกไม่ทันจบคำ
       อิ่มแหวขึ้นมา “ม้าจะหลัง...อะไรคะ”
       “ไม่มีอะไรครับ ผมกลัวว่าเราจะเสียเวลาเกินไปน่ะครับ เราต้องกลับไปพักในเมืองคืนนี้นะ” ปกรณ์ว่า
       “ทำไมต้องกลับไปพักในเมืองละคะ พักกันที่นี่เลยดีไหม เรามีห้องว่างพอสำหรับทุกคน”
       ทุกคนหันมายิ้มให้กัน วาดดาวและฟิลลิปเยื้อนยิ้มให้อย่างมีไมตรี มีเพียงปวรรุจที่รู้สึกอึดอัดนัก
       
       วาดดาวกำลังจัดโต๊ะอาหารอยู่ในห้องอาหาร อาหารเต็มโต๊ะ ปวรรุจเข้ามาเงียบๆ วาดดาวหันมาเห็น
       “ถ้าคุณกำลังยุ่ง ผมไม่รบกวนละครับ”
       “คุณชายรุจ ไม่รบกวนหรอกค่ะ”
       “ถ้าอย่างนั้นผมอยากคุยกับคุณลำพัง”
       “ได้ค่ะ”
       
       ด้านวรรณรสาและแฝดกำลังจัดเสื้อผ้า ท่านหญิงยังครุ่นคิดเรื่องท่าทีของ ปวรรุจและวาดดาวเมื่อครู่ แต่ตัดใจเปิดกระเป๋าเตรียมเสื้อผ้าออกมา จึงพบสมุดบันทึกของปวรรุจวางนิ่งอยู่ในนั้น วรรณรสาหยิบออกมาดู อ้ายและเอื้อยหันมาเห็น
       “แน่ะ ท่านหญิงยังเก็บสมุดบันทึกของท่านชายไว้อีก ไหนบอกว่าจะคืนไง”
       “หญิงลืมน่ะ”
       “งั้นเก็บไว้เถอะค่ะ ขืนไปคืนตอนนี้ ไม่รู้จะแก้ตัวว่ายังไง”
       อ้ายหยิบสมุดบันทึกนั้นขึ้นมา วรรณรสารีบพูดห้าม
       “เออ....เก็บเถอะหนูอ้าย อย่าไปยุ่งกับของส่วนตัวของคุณชายเลย”
       “ท่านหญิงขา แล้วทีท่านหญิงเก็บไว้เป็นนานสองนาน มีอะไรซุกซ่อนอยู่รึเปล่า” อ้ายซักไซ้
       อ้ายจับพิรุธท่านหญิงได้ จึงเปิดสมุดบันทึกทันที แล้วทันใดนั้น ซองสีน้ำตาลใส่รูปของกระถินก็ร่วงลงมาที่เตียง วรรณรสารีบตะครุบปิดไว้ไม่ให้เห็น
       “อุ๊ย...นั่นอะไร” เอื้อยตื่นเต้น
       “พวกเธออย่ารู้เลย ไม่มีอะไรหรอก”
       “ต้องมีซีคะ ขอเราดูเถอะค่ะ ท่านหญิง” อ้ายออดอ้อน
       เอื้อยก็เอาด้วย “นะคะ นะคะ”
       วรรณรสาถอนใจ ส่งซองให้แฝดดู อ้ายดึงรูปออกมา แฝดงุนงงกับภาพของกระถิน
       “ใครคะท่านหญิง” เอื้อยถาม
       “ไม่ทราบเหมือนกัน แต่เป็นรูปที่คุณชายเอาออกมาดูอย่างชื่นชมเหลือเกินบนเครื่องบินน่ะ”
       “งั้นก็ต้องเป็นแฟนของคุณชาย เอ...ทำไมเด็กจัง ตาก็เศร้าๆ ดูไม่สมกันเลย” อ้ายว่า
       “ท่านหญิงเอาไปคืนคุณชายเถอะค่ะ”
       เอื้อยหยิบรูปมาจะใส่ซอง วรรณรสาเห็นโน๊ตลายมือที่อยู่หลังรูป จึงหยิบขึ้นมาดู แล้วนิ่งงันไป
       “ท่านหญิงขา เป็นอะไร” อ้ายแปลกใจมาก
       “หญิงรู้แล้วละว่าคุณวาดดาวเป็นใคร แล้วทำไมเราถึงมาพักที่นี่”
       สาวแฝดรีบถลามาอ่าน เอื้อยอ่านออกเสียง
       “มอบให้พี่ชายรุจเอาไว้ดูเล่นที่สวิตฯ เผื่อว่าดูบ่อยๆ แล้วจะได้ลืมแม่วาดดาวเสียที”
       แฝดอ้าปากค้าง วรรณรสาซึมไป
       “หมายความว่า...” อ้ายงุนงงหนัก
       “คุณวาดดาวไม่ใช่แค่เพื่อนคุณชาย แต่เธอคือคนรักเก่าของคุณชายนั่นเอง”
       อ้ายกะเอื้อยยังอ้าปากค้าง
       “แล้วรูปแม่เด็กคนนี้ละคะ”
       “ก็คงเป็นแฟนอีกคนละมัง”
       
       วรรณรสาพูดออกไปด้วยความสลดหดหู่ในใจ 

หน้าที่แล้ว
1 | 2 | 3 | 4
หน้าถัดไป
ข่าวล่าสุด ในหมวด
สุภาพบุรุษจุฑาเทพ คุณชายปวรรุจ ตอนที่ 12 อวสาน
สุภาพบุรุษจุฑาเทพ คุณชายปวรรุจ ตอนที่ 11
สุภาพบุรุษจุฑาเทพ คุณชายปวรรุจ ตอนที่ 10
สุภาพบุรุษจุฑาเทพ คุณชายปวรรุจ ตอนที่ 8
สุภาพบุรุษจุฑาเทพ คุณชายปวรรุจ ตอนที่ 9
เครื่องมือจัดการเว็บ
ส่งบทความนี้ต่อ
พิมพ์หน้านี้
ข่าวที่มีผู้ส่งมากที่สุด
แสดงผลหน้าเดียว
จำนวนคนโหวต 89 คน
คุณเห็นด้วยกับข่าว/บทความนี้หรือไม่
เห็นด้วย ไม่เห็นด้วย
เห็นด้วย 87 คน
98 %
ไม่เห็นด้วย 2 คน
2 %
คุณสามารถแสดงความคิดเห็นผ่านบัญชีของเฟซบุกได้แล้ววันนี้ กดที่ปุ่มด้านล่างนี้เลย!

 
หนังสือพิมพ์: ASTV ผู้จัดการออนไลน์ | ASTV ผู้จัดการรายวัน | นิตยสารผู้จัดการ 360° | Positioning | ASTV News1
มุม: การเมือง | อาชญากรรม | คุณภาพชีวิต | ภูมิภาค | ต่างประเทศ | มุมจีน | ธุรกิจ | หุ้น | SMEs | Motoring
CyberBiz | วิทยาศาสตร์ | เกม | กีฬา | บันเทิง | Life on Campus | Celeb Online | ท่องเที่ยว | ธรรมะกับชีวิต | Multimedia
เว็บ: Asia Times | บุรพัฒน์ คอมมิคส์ | Mars Magazine | ทะเลไทย | คุยกับเว็บมาสเตอร์ | โฆษณาบนเว็บ
All site contents copyright ©1999-2015