หน้าแรกผู้จัดการ Online | หน้าแรกละครออนไลน์ | ละครออนไลน์
ละครออนไลน์ อาญารัก

อาญารัก ตอนที่ 10

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 13 เมษายน 2556 08:32 น.
หน้าที่แล้ว
1 | 2 | 3 | 4
หน้าถัดไป
อาญารัก ตอนที่ 10
       อาญารัก ตอนที่ 10 (ต่อ)
       
       ด้านท่านพระครูเดินมาให้น้ำมนต์ที่เนียนกับเนื้อทอง เอกนั่งรับน้ำมนต์อยู่ด้วย
       
       “เอ แม่หนูคนนี้ เมื่อกี้เพิ่งรดน้ำมนต์ไปแล้วปัดออกนี่นา”
       “เอ้อ คนละคนเจ้าค่ะ”
       “ท่านขุนกับคุณนายเรียมมีลูกสาวแฝดรึ”
       “ไม่ใช่เจ้าค่ะ นั่นลูกเนียน ต้นห้องของอิฉัน หนูอี๊ดเป็นลูกสาวคนเดียวของท่านขุนกับแม่เรียมเจ้าค่ะ แต่ว่าหน้าตาเขาเหมือนกันโดยบังเอิญเจ้าค่ะ” ทองจันทร์บอก
       “บังเอิญมาเหมือนเอาฝ่ายต้นห้องทั้งสองคน ไม่เหมือนคุณนายเรียมสักนิด แต่ยังพอมีเค้าที่ตรงปากที่เหมือนท่านขุน”
       คำพูดของท่านพระครูกระแทกเข้าหน้าเรียมที่เงียบสนิท และเข้าที่หน้าเนียนซึ่งก้มหน้างุด เอกแอบยิ้ม ขณะที่เนื้อทองมีสีหน้าแปลกใจ
       “วันเกิดคนนี้ใช่ไหม” ชี้ไปที่ทานตะวัน
       “เจ้าค่ะ แต่เอ้อ...เอ้อ วันเกิดคนโน้นเหมือนกันเจ้าค่ะ” เรียมชี้ไปทางเนื้อทองด้วย
       “มานั่งคู่กันสิ จะได้ให้พรพร้อมกัน”
       สนหน้างอ
       “อีเรียมเอาอีกแล้ว”
       ทองจันทร์พยักหน้าเรียกเนื้อทอง
       “ท่านพระครูเรียกยังไม่รีบมานั่งคู่กันอีก”
       เด็กสาวสองคนจึงมานั่งคู่กันตรงหน้าพระครู ซึ่งท่านหยิบพระจากย่ามมาวางให้ เนื้อทองก้มลงกราบ
       ทานตะวันรีรอ ถูกท่านขุนสั่ง
       “หนูอี๊ด กราบท่านสิ”
       ทานตะวันทำตาม
       “ตกฟากพร้อมกันเลยนี่นา” ท่านพระครูว่า
       สนหันมากระซิบช้อย อย่างทึ่ง
       “พระท่านรู้ได้ยังไง”
       “แต่ดวงชะตาต่างกันมาก คนหนึ่ง คาบช้อนเงินช้อนทองติดปากมา แต่อีกคนหนึ่งคาบเวรคาบกรรมมาด้วย แต่สุดท้าย...”
       “เป็นอย่างไรหรือเจ้าคะ” ทองจันทร์สนใจมาก
       “เป็นสุข ด้วยกันนั่นแหละ แต่ใครจะสุขสมกว่าใครนั่นอาตมาระบุไม่ได้เป็นเด็กดีทั้งสองคนนะ ใครทำดีก็มีสุขมาก ใครทำไม่ดีก็มีทุกข์มากจำใส่ใจไว้ให้ดี” ท่านพระครูสอนสั่งอบรมเด็กสาว ที่ไม่รู้ว่าตัวเองเป็นฝาแฝดกัน
       “สาธุ” ทุกคนเปล่งเสียงพร้อมกัน
       ทานตะวันหน้างอ ส่วนนเนื้อทองหน้าสงบนิ่ง
       
       หนักใส่หมวกหลุบหน้าพายเรือมาด้อมๆ มองที่ท่าน้ำ แอบมองเข้าไปในตัวบ้านทางท่าน้ำ หนักเตร่เข้าไปที่
       ท่าน้ำ
       “หาใครรึลุง” บ่าวชายถาม
       “ไม่หาใครดอก แค่จะเอาของขวัญวันเกิดมาให้คน”
       “ที่แท้ก็แขกมางานวันเกิดคุณหนูอี๊ด เชิญเลยลุง”
       “ขอบใจ แต่ไม่เข้าไปดอก รับของขวัญนี่ไปให้เจ้าของวันเกิดด้วย”
       หนักส่งถุงเล็กๆ ให้สองถุง
       “สองถุง ทำไมมีสองถุง”
       “เกิดสองคนจะให้ถุงเดียวได้ยังไง มาฝากของไว้แค่นี้แหละ”
       แล้วหนักก็พายเรือจ้ำอ้าวออกไปโดยเร็ว เทิดศักดิ์ที่เดินมาพอดีเห็นท้ายเรือไวๆ
       “ใครมาทำอะไรรึ”
       “ใครไม่ทราบขอรับ เอาของขวัญวันเกิดมาฝากไว้สองชิ้นขอรับ..นี่ขอรับ”
       เทิดศักดิ์รับของมามองอย่างแปลกใจ
       
       ขุนภักดีและครอบครัวกินอาหารเสร็จแล้ว พวกบ่าวไพร่รวมทั้งเนียนกับเนื้อทองกำลังเก็บสำรับ ช้อยพูดอะไรเบาๆ กับแช่มเหมือนจะบอกว่าใครเป็นใคร อะไรเป็นอะไร
       “รู้เรื่องหมดแล้วใช่ไหม ไอ้แช่ม”
       “รู้แล้วแม่ จะให้ลงมือเมื่อไหร่”
       “รอคำสั่งคุณสน รีบเก็บของแล้วกลับไปรอที่เรือนคุณสน”
       แช่มรับคำทำทีเก็บของกำลังถอยลงไป เทิดศักดิ์ถือของขวัญสวนมาพอดี แช่มสะดุ้งโหยง เพราะสายตาของ
       เทิดศักดิ์ที่จ้องมาคมกริบมาก ขณะถาม
       “แกเพิ่งมาทำงานใหม่รึ”
       ทำให้ขุนภักดี เรียม ทองจันทร์ เอก และคนอื่นๆ หันมามองแช่มเป็นตาเดียว
       ท่านขุนถามซัก “นั่นสิไม่เคยเห็นหน้ามาก่อน แกชื่ออะไร”
       “แช่มขอรับ”
       “ใครรับแกเข้ามาทำงาน ทำไมไม่มีใครบอกฉันหรือคุณนายเรียม” ทองจันทร์แปลกใจ
       ช้อยมองหน้าสน
       “สนเองค่ะ คุณแม่ สนตั้งใจว่าจะหาโอกาสบอกคุณแม่พี่ขุนกับคุณพี่เรียมแต่ยังไม่สบโอกาสค่ะ”
       “มันชื่อแช่ม เป็นญาติฝ่ายบิดาของคุณสนน่ะเจ้าค่ะ” ช้อยบอก
       สนทำตาเขียวใส่ช้อย ที่ช้อยพูดมั่วเอง สนคำรามในคอ
       “อีช้อย”
       “ต๊าย นี่แปลว่านายแช่มคนนี้เป็นญาติกับแม่สนคนนี้ หน้าตาเหมือนกุ๊ยหน้าโรงหนังจังเลยค่ะ”
       ช้อยแทบกระโดดตบทานตะวันที่ด่าลูกตน คำรามเบาๆ
       “อีเด็กผีทะเล”
       สนตาเขียวใส่แช่มที่รีบถอยออกไป เทิดศักดิ์จึงเดินไปหาเนียนกับเนื้อทองส่งของให้
       “น้าเนียนครับ มีคนฝากของขวัญวันเกิดมาให้น้องติ๋วครับ”
       ทุกคนงง แต่เนียนก็สะกิดให้เนื้อทองรับไว้
       “เขาฝากมาให้น้องอี๊ดด้วยครับ”
       เทิดศักดิ์เดินไปส่งให้ เนื้อทองรั้งมือไว้
       “ใครกันคะ”
       “พี่ไม่ทราบ เขาพายเรือมาฝากไว้กับคนงานของเราที่ท่าเรือ”
       ทานตะวันปัดถุงของออก
       “โธ่เอ๊ย ไอ้พวกชาวบ้านอยากประจบคุณพ่อ เอาของกะเลวกะราดที่ไหนมาให้ใครจะเอาของมัน”
       ถุงตกลงพื้น ของในถุงกลิ้งออกมาเป็นสร้อยข้อมือเพชรส่งประกายวิบวับแวววาม ทุกคนตกใจ
       “ของปลอม” สนบอก
       ทองจันทร์หยิบมามอง เรียมมองอีกคน อุทานพร้อมกัน
       “ของจริง”
       “เพชรขาวจั๊วะน้ำงามมาก” ทองจันทร์บอก
       ทุกคนมองไปทางถุงของเนื้อทอง ทานตะวันปราดเข้าไปดึงออกมา ทุกคนมองตกใจ เพราะเป็นแบบเดียวกันเป๊ะ
       “อะไรกันนี่” สนงง
       “ใครกันนะ” ขุนภักดีคาใจ
       ทานตะวันมองสร้อยเพชรของเนื้อทองที่ทองจันทร์หยิบมาเทียบ ไม่พอใจมากๆ
       
       เนียนและเนื้อทอง ตลอดจนคนอื่นๆ งงไปทั้งแถบ

อาญารัก ตอนที่ 10
       สองแม่ลูกนอนอยู่ในห้อง สร้อยข้อมือเพชรวางตรงหน้าสองคนแม่ลูก เนียนนึกได้
       
        “รึว่าจะเป็น...”
        “ใครจ้ะแม่เนียน” เนื้อทองสงสัย
        “ช่างเถิด เอาเก็บรักษาไว้ให้ดี คนที่เขาเอามาให้เขาคงมุ่งมั่นว่าต้องการให้เต็มที่”
        “ทำไมเขาต้องให้หนู แถมยังให้คุณหนูอี๊ดเหมือนกันกับที่ให้หนูด้วยน้ากบน้าแมวบอกว่ามันแพงมากใช่ไหมจ๊ะแม่”
        เนียนพยักหน้า ดึงเนื้อทองมากอด พึมพำ
        “แต่มันถูกกว่าน้ำใจของคนให้จ้ะ ขอให้ลูกรักของแม่อายุมั่นขวัญยืนทุกข์ภัยพาลอย่าได้แผ้วพาน นะจ๊ะทูนหัวของแม่”
       “ขอบคุณมากจ้ะแม่”
        เนื้อทองหลับไปแล้วเนียนนั่งลูบหัวลูก
        “พี่หนักจ๋า เนียนรู้ว่าของขวัญนั่นเป็นของพี่ ขอบคุณพี่ที่สุดจ้ะ”
        เนียนยิ้มเศร้าๆๆ
       
        ทานตะวันไม่พอใจที่ทำไมต้องมีของเหมือนกันกับเนื้อทอง รีบมาฟ้องสน
        “ทำไมหนูต้องมีของเหมือนนังเด็กติ๋วด้วย มันคงดีใจเอาไปนอนกอดทั้งคืน สัญชาติคนไม่เคยมี”
        “ใช่เจ้าคะ...คนที่ให้ทำไมถึงตีราคาคุณหนูอี๊ดลดลงไปเท่ากับเด็กติ๋วนั่น” ช้อยสอพลอ
        “ถ้าหนูอี๊ดไม่อยากได้ให้แม่สนเก็บไว้ให้ก็ได้นะคะ”
        เทิดศักดิ์เดินเข้ามา สีหน้าไม่สบอารมณ์นัก
        “ของคนอื่นเขาให้ด้วยใจ ทำไมไม่เก็บเอาไว้เองคะน้องอี๊ด”
        “รู้ได้ยังไงคะ ว่าให้ด้วยใจ หนูเก็บเอาไว้ก็ได้ แต่ไม่ใส่ดอกกลัวไปใส่ตรงกันกับเด็กติ๋ว เสียศักดิ์ศรีลูกท่านขุน ภักดีภูบาลหมด แม่สนขาหนูอี๊ด กลับก่อนนะคะ” ทานตะวันกระซิบสน “อย่าลืมที่หนูขอไว้นะคะ”
        สนพยักหน้าแต่ไม่กล้าแสดงมาก เพราะเทิดศักดิ์จ้องตาเป๋ง ทานตะวันเดินออกไป เทิดศักดิ์เตือนสติสน
        “คุณแม่สนครับ ผมอยากจะขอร้องว่า อย่าไปสอนให้น้องอี๊ดทำอะไรที่ไม่น่ารัก”
        “ถ้าเด็กมันไม่น่ารัก ลูกเทิดศักดิ์ของแม่ก็ยิ่งดูน่ารัก ใครๆ ก็รักไม่ดีหรือ”
        “คุณแม่พูดราวกับว่า ผมกับน้องอี๊ดไม่ใช่พี่น้องกัน เรามีพ่อคนเดียวกันนะครับ ผมถามจริงๆ คุณแม่หวังดีกับน้องอี๊ดจริงๆ หรือว่าแสร้งทำ”
        “หยุดนะ แม่ไม่ใช่ผู้ต้องหา อย่ามาฝึกสอบสวนแม่ สมอีกหน่อยเป็นนายร้อยติดดาว แม่ทำอะไรผิดมิคิดเอาแม่เข้าคุกรึ”
        “แน่นอนครับ ผมมีหน้าที่ทำตามกฎหมาย”
        เทิดศักดิ์พูดจบเดินหนีเข้าห้องไป สนอึ้งช้อยเงียบกริบ
        “ฟังคุณเทิดศักดิ์พูดแล้ว ช้อยเสียววาบไปถึงก้นกบก้นหอยเจ้าค่ะ”
        สนนิ่งเงียบไปไม่สบายใจแต่ยังดันทุรัง
        “ให้มันรู้ไปว่ามันจะอกตัญญูผู้บังเกิดเกล้า”
       
        ขณะที่ทานตะวันเดินกลับเรือน แช่มนั่งอยู่ตรงทางผ่าน มองมาด้วยสายตากระเหี้ยนกระหือรือ ทานตะวันหันมาเจอ
        “ว๊าย ไอ้บ้าหน้าโง่ แกมานั่งเกะกะอะไรที่นี่”
        “ผม ไม่รู้ว่าที่นี่นั่งไม่ได้ ขอประทานโทษด้วย”
        แต่สายตาแช่มยังคงเดิม
        “แกอย่ามามองฉัน จำไว้ เห็นฉันที่ไหนให้แกก้มหน้าเอาไว้ ไอ้ทะลึ่งถ้าไม่ติดว่าแกเป็นญาติแม่สน ฉันให้คุณพ่อไล่แกไปจากบ้านแล้ว แกมันดูไม่น่าไว้ใจสักนิด ไปให้พ้น”
        ทานตะวันเดินไป แช่มถอยหลบแอบมองตามสายตาขุ่นเคือง
        “อีคุณหนู อย่านึกว่ามึงแน่”
       
        เนียนมาแอบดูขุนภักดี รู้สึกอยากขอบพระคุณแต่รู้ว่าทำไม่ได้ ได้แต่แอบมอง ท่านขุนกำลังจะลงเรือไปทำงาน เอกคอยดูแลอย่างเคย
        “ถึงจะมีถนนดีๆ มีรถนั่งแต่ยังติดเดินทาง ทางน้ำ มันเร็วดี ไม่จอแจ”
        “ขอรับ ท่านขุน”
        “เรื่องศพไอ้ผีนรกไม่มีญาติ เอามันไปไว้ที่ไหน”
        “โกดังเก็บศพที่วัดร้างกลางดงโน่นขอรับ” เอกบอก
        “อยากจะโยนศพมันให้แร้งกากินนัก”
        เอกแอบหัวเราะ ทันใดสองคนก็สะดุ้ง มีเสียงเอะอะของทานตะวันดังขึ้น
        “แกมาแอบดูคุณพ่อทำไม คุณพ่อขา...นางขี้ข้ามาแอบดูคุณพ่อคะ”
        ท่านขุนหันขวับ เห็นทานตะวันกำลังฉุดลากทึ้งเนียนที่ไม่เต็มใจจะออกมา ปรากฏให้เห็น
        “แหมคุณหนูขอรับ เนียนเขาอาจจะแค่เผอิญมาทำอะไรแถวนั้นต่างหาก” เอกว่า
        “นายเอกชอบเข้าข้างมัน สงสัยอยากจะเป็นอย่างที่แม่..ส…”
        ขุนภักดีขึ้นเสียง “พอเถิดหนูอี๊ด” พลางหันมามองหน้าเนียน มองลึกลงไปห่วงแต่ปากพูดสั่งออกมา “มายืนทำไม ไม่มีอะไรทำแถวนั้นก็รีบไปสิ”
        เนียนรีบยกมือพนมไหว้ คิดในใจ
        “เนียนอยากจะมาขอบพระคุณที่ช่วยชีวิตเนียนเจ้าค่ะ”
        ท่านขุนเมินหน้าหนีก้าวลงเรือไป เอกมองเนียนห่วงใย ทานตะวันมองเนียนแบบไม่พอใจ
        “ทีหลังเห็นคุณพ่ออยู่ที่ไหน ไปให้ห่างพ่อฉันสิบลี้จำไว้”
        “เจ้าค่ะ”
        เนียนรับคำแล้วรีบเดินออกไป
       
        ทองจันทร์สอบถามเนื้อทองเรื่องจะกลับไปสอบเข้าเรียนคหกรรมศาสตร์ มีทานตะวันนั่งฟังอยู่กับสน เนียน และเรียมนั่งอยู่ด้วย
        “ตกลงแกคิดว่าแกแน่จริง จะไปลองสอบชิงทุนไม่เอาทุนฉันรึ ยัยติ๋ว”
        “เจ้าค่ะ แต่หนู..แค่จะขออนุญาตลองไปสอบน่ะเจ้าค่ะ”
        ทานตะวันสอดขึ้น “วู๊ย จะไปสอบก็ไปสิ แกมันเก่งจะเป็นจะตาย ทำไมต้องแสร้งมาขออนุญาต”
        “หนูติ๋ว เขาไปลามาไหว้ก็ถูกต้องแล้วนี่คะลูกไปเถิดจ้ะ จะไปยังไงล่ะ ให้นายเอกไปส่งเถิดนะ” เรียมว่า
        “แหมไปมาร้อยเอ็ดเจ็ดย่านน้ำ กะอีแค่ไปบางกอกต้องทำเป็นคุณหนูมีคนพาไปส่ง”
        เทิดศักดิ์เดินยิ้มกริ่มเข้ามา
        “ผมนี่แหละครับ จะพาน้องติ๋วไปส่ง คุณแม่สนไม่ต้องกลัวว่านายเอกจะไปส่งดอกครับ”
        “ยังไงล่ะ แม่สน หลานเทิดศักดิ์ไปส่งไม่ต้องนั่งเรือนั่งรถเก๋งสบายใจเฉิบโก้ไปเลย” ทองจันทร์เยาะ
        “เอ้อ อย่ารบกวนดีกว่าเจ้าค่ะ หนูติ๋วไปเองได้” เนียนบอก
        “ใช่เจ้าค่ะ หนูไปเองได้ เจ้าค่ะ” เนื้อทองว่า
        “แต่ฉันว่า หนูให้เทิดศักดิ์ไปส่งเถิดจ้ะ” เรียมบอก
        “ไปสิคะ..น้องติ๋ว” เทิดศักดิ์ยิ้ม
        “ไปสิยะ ยัยติ๋ว ราชรถมาเกยทั้งที อ้อ เดี๋ยวๆๆ จะไปทั้งทีเกิดไปเหยียบอ่างกะปิใครแตก จะโดนกักตัวไว้เรียกค่าไถ่ เอาเงินติดชายพกไปกินขนมย่ะ”
        ทองจันทร์ส่งให้เนื้อทองหนึ่งร้อยบาท
        “เผื่อจะอยากซื้ออะไรที่จำเป็น”
        เรียมส่งให้อีกหนึ่งร้อยบาท
        สนกับทานตะวันสบตากันท่าทีแค้นมาก เนื้อทองกราบทองจันทร์กับเรียม แล้วยกมือไหว้เนียน เนียนยื่นมาโอบลูกนิดหนึ่งไม่กล้าแสดงมาก
        “โชคดีนะลูก”
        “จ้ะแม่”
        “คุณย่า คุณแม่เรียมครับ ฝากดูแลน้าเนียนด้วยนะครับ ผมเพิ่งทราบเรื่องงูเห่าจากนายเอกเมื่อสักครู่ก่อนขึ้นมานี่ ใครกันหนอ ช่างก่อเวรก่อกรรม กับคนดีๆ อย่างน้าเนียน”
        สนโมโห “กลับมาถึงจะถามทุกข์สุขแม่สักคำก็ไม่มี้ไม่มี มีแต่ห่วงใยทุกข์สุขแม่คนอื่นน่าน้อยใจนัก”
        “ผมทราบดีว่าคุณแม่สนมีสุขสนุกทุกเวลา ยิ่งถ้ามีคู่เป็นนางช้อยยิ่งสนุก”
        สนค้อนขวับ เทิดศักดิ์พยักหน้าให้ติ๋วออกไป
        ทองจันทร์หันมาถามทานตะวัน “แล้วหลานอี๊ดเล่า หนูจะไม่สอบเข้าอะไรกับเขาบ้างรึ”
        ทานตะวันยืดอกบอก “หนูไม่ไปสอบเข้าที่ไหนให้เหนื่อยยากดอกค่ะ คุณย่า หนูจะไปเรียนทำผมที่ฝรั่งเศส เหมือนอย่างที่ลูกสาวผู้ดีมีเงินเขาไปกัน”
       
        ระหว่างนั้นสนกระซิบกระซาบอะไรบางอย่างกับทานตะวันเบาๆ

อาญารัก ตอนที่ 10
       วันหนึ่ง ภายในห้องสอบชิงทุนไปเรียนต่อปริญญาโท ของกพ. มีเด็กหนุ่มไปสอบประมาณหกคน กำลังก้มหน้าก้มตาทำข้อสอบ แดงน้อยคือหนึ่งในนั้น แดงน้อยสีหน้าสงบค่อยๆ เขียนคำตอบ
       
        ส่วนหน้าห้องสอบชิงทุนเรียนคหกรรมศาสตร์ เนื้อทองเดินออกมาจากห้องสอบสีหน้าเคร่งเครียด เทิดศักดิ์ปราดมาหา
        “ทำข้อสอบได้ไหมคะ น้องติ๋ว”
        “ได้เป็นส่วนมากค่ะ”
        “พี่นึกแล้ว”
        “แต่หนูคิดว่า คนอื่นๆ เขาก็ทำได้เหมือนหนู หรือไม่ก็มากกว่าหนู”
        เทิดศักดิ์ยิ้มให้กำลังใจ
       
        ฟากแพรกับโพล้ง กำลังเก็บของในหลืบ มีชายสวมหมวกหลุบหน้าใส่แว่นตาดำ
        “ขอลูกปืนห้าร้อยลูกสิ”
        โพล้งแพรสะดุ้งโหยงหันมามอง ชายคนนั้นถอดหมวกถอดแว่นหัวเราะ
        “พี่หนัก” สองคนอุทานลั่น
        “แดงน้อยเล่า”
        “ไปสอบชิงทุน กอขอ กอคอ อะไรเนี่ย” แพรบอก
        “กพ. ตะหาก” โพล้งท้วง
        “สอบชิงทุน” หนักฉงน
        “ไปเรียนที่ประเทศออกยา สตรี อะไรนี่แหละ” แพรว่า
        “ออสเตรเลียตะหาก”
        หนักบอก รีบสวมหมวกใส่แว่นแล้วเดินออกไปทางข้างร้านโดยเร็ว
        “พี่หนัก”
        หนักหายแว้บไปอย่างรวดเร็ว พอดีกับที่ แดงน้อย เนื้อทอง และเทิดศักดิ์เข้ามาพอดี
        “สวัสดีครับ ลุงโพล้ง แม่แพร”
        “สวัสดีค่ะ ลุงโพล้ง แม่แพร”
        “ผมเห็นหลังใครแว้บๆ เดินออกไปเมื่อกี้นี้” แดงน้อยถาม
        สองคนสบตากันส่ายหน้า
        “ผมก็เห็นครับ”
        “หนูก็เห็นค่ะ”
        เทิดศักดิ์ และเนื้อทองบอกอีก สองคนอึกอัก
        “อ้อ ไอ้คนส่งน้ำแข็ง มันมาถามว่าจะเอา จะเอา...” โพล้งบอก
        “จะเอาน้ำแข็งเพิ่มไหม จะได้ส่งเพิ่มให้” แพรว่า
       “ทำสอบได้ไหมแดงน้อย” โพล้งเปลี่ยนเรื่อง
        “ก็ทำเต็มที่ครับแม่แพร แต่จะได้ทุนหรือเปล่า ก็ต้องรอผล แต่สำหรับน้องติ๋ว ผมมั่นใจแทนน้อง ได้แน่นอน”
        สองคนมองเนื้อทองที่เขินอายอยู่ ถามพร้อมกัน
        “หนูติ๋วสอบด้วยรึ”
        “ค่ะ”
        “แม่ เนียนของหนูสบายดีรึ”
        เนื้อทองพูดไม่ออก เทิดศักดิ์มองสบตาแล้วบอกแทน
        “สบายดีครับ เพราะผมฝากคุณย่ากับคุณแม่เรียมดูแลเอาไว้ก่อนมาครับ”
        เทิดศักดิ์ผู้ช่างสงสัย ไม่วายมองไปทางข้างร้าน
       
        หนักนั่งฟังทุกคนพูดกัน
        “ลุงโพล้งแม่แพรไปเยี่ยมหลวงลุงสินบ้างหรือเปล่าครับ” เสียงเทิดศักดิ์ถาม
        “ลุงสินสึกแล้ว” แดงน้อยบอก
        “สึกแล้ว แกรู้ได้ยังไง” เทิดศักดิ์แปลกใจ
        “ลุงมาหากัน หลังจากวันที่เราโดนเสือหนักจับตัวไปนั่นแหละ”
        “วันนั้นกันมาส่งแก ถ้ากันนอนกับแกอย่างที่แกชวน กันคงได้พบลุงสินแน่ๆ”
        หนักซึมเศร้าบ่นพึมพำกับตัวเอง
        “ลูกเอ๊ย พ่อแปดเปื้อนจนไม่กล้าพบหน้าลูก กลัวความมัวหมองจะไปติดลูก”
        หนักแอบมองเทิดศักดิ์จดสายตามองจ้องตลอดเวลา
       
        ไม่นานต่อมาสามคนกินอาหารกันอยู่ เทิดศักดิ์หันหน้าไปทางหนักที่แอบมองพอดี สีหน้าเทิดศักดิ์สดใสยิ้มหัวพูดจากิริยาดีไปหมด
        “เสือหนักเอ๊ย ถึงนายจะเคยใจดีกับฉัน แต่วันใดที่ฉันได้ติดดาวบนบ่าวันนั้นคือวันเริ่มต้น พิชิตเสือหนัก”
        เทิดศักดิ์พูด หนักได้ฟังน้ำตาซึม
        “ด้วยความยินดีและเต็มใจลูกรัก ของพ่อ
        “กันก็จะช่วยแกจับเสือหนักให้ได้” แดงน้อยบอก
        สองคนพยักหน้า
        หนักคิดอะไรขึ้นมาบางอย่าง แล้วตัดสินใจลุก
        “เป็นไงเป็นกัน วันนี้ขอสัมผัสความเป็นพ่อสักครั้ง”
        หนักลุกขึ้นมา
       
        ขณะที่แดงน้อยกับเทิดศักดิ์จับมือ ให้คำมั่นกัน
        “เราจะจับเสือหนักด้วยกัน”
        แพรกับโพล้งสะดุ้ง ตกใจจนตาเหลือก ชี้ไปด้านหลังแดงน้อย
        “นั่น นั่น”
        แดงน้อยหันไปมอง เนื้อทองจ้องตาเป๋ง หนักพาตัวเองมายืนอยู่ตรงหน้าเทิดศักดิ์ ในระยะประชิดกันมาก
        “ลุงสิน”
        เท่านั้นเองเทิดศักดิ์ลุกพรวด ดีใจมากปราดมาไหว้สิน
        “ลุงสิน”
        “ลุงสิน” เนื้อทองไหว้ตามไปด้วย “สวัสดีค่ะ”
       
        “ผม ดีใจมาก ดีใจที่สุด ที่ในที่สุดผมก็ได้พบลุง ผมรอคอยมานานเป็นสิบกว่าปีแล้วนะครับ”
        โพล้งกับแพรยืนหยิกกันไปมากระซิบกระซาบ
        “ละครฉากใหญ่ที่น่าหวาดเสียว”
        “ฉันใจหล่นไปที่ตาตุ่มแล้ว”
        “แปลกแท้ๆ ผมรู้สึกเหมือนกับว่าลุงสินคือลุงแท้ๆ ของผมไม่ใช่แค่ลุงของเพื่อน” เทิดศักดิ์บอก
        “ลุงก็รู้สึกว่าเทิดศักดิ์ไม่ใช่เพื่อนของหลาน แต่เราสองคนสายเลือดเดียวกัน”
        สองคนแพรและโพล้งแอบตบอกผางๆ
        “เอาละวา”
        “สรุปว่าแกกับฉันสายเลือดเดียวแล้วสินะ” แดงน้อยล้อเทิดศักดิ์
        “ยกเว้นหนูค่ะ ไม่เกี่ยวกับใครเลย” เนื้อทองเอ่ยขึ้น
        หนักสวนออกมา “ใครบอกเล่า ลุงก็รู้สึกว่าหนูกับลุงสายเลือดเดียวกัน ถ้าอย่างนั้น ขอกอดทุกคนให้ชื่นใจสักครั้ง ครั้งเดียวในชีวิตก็เกินพอ”
        โพล้งกับแพรน้ำตาไหล สบตากัน เด็กสามคนรู้สึกแปลกๆ แต่คิดว่าสินคงเหงาอยากมีลูกหลาน
        หนักกางแขนรอเทิดศักดิ์ ที่โผเข้าไปในอ้อมกอดของหนักแล้วโอบกอดตอบหนัก แดงน้อยแทรกเข้าไปอีกคน โพล้งกับแพร ดันติ๋วเข้าไปในอ้อมกอดของหนัก
        สองคนเต็มตื้นกอดกันบ้าง ยืนมองน้ำตาไหล เห็นภาพหนักมีเทิดศักดิ์อยู่ตรงกลาง แดงน้อยอยู่อ้อมกอดขวา เนื้อทองอยู่ทางซ้าย
        ทุกคนสีหน้าอิ่มเอิบมีความสุข โพล้งกับแพรป้ายน้ำตา สุขที่สุดคือหนัก
        “ลุงขออวยพรให้เทิดศักดิ์กับแดงน้อย จับเสือหนักให้ได้”
        แพรและโพล้งอึ้ง “อ้าว”
       
        สองคนกอดกันพลอยร้องไห้ไปด้วย

อาญารัก ตอนที่ 10
       ขณะเดียวกันเนียนกำลังบีบนวดทองจันทร์ พลางส่งยาหอมยาลมให้กิน
       
        “ขอบใจมากเนียน ข้าแก่มากเกินไปแล้วสินะ ลมแล้งมันจะกินเอาง่ายๆ ไปตามแมวหรือกบให้มันมานอนกับข้าได้แล้ว”
        “เจ้าค่ะ เอ้อ ให้เนียนนอนเฝ้าดีกว่าเจ้าค่ะ”
        เนียนทำท่าลุก ทานตะวันเดินยิ้มหวานเข้ามากอดย่า
        “คิดถึงคุณย่าห่วงคุณย่าจังเลยค่ะหนูอี๊ด จะมาขอนอนเรือนนี้ได้ไหมคะ” สายตาทานตะวันมองเนียนเย้ยๆ
        “ทำไม๊จะไม่ได้เล่าหลาน ถ้าอย่างนั้น เนียนเอ็งไม่ต้องนอนกับข้าดอก บอกนางกบว่าไม่ต้องมานอนกับข้าดอก หลานสาวข้าจะมานอนด้วย”
       “เจ้าค่ะ” สายตาเนียนที่จ้องทานตะวันมีแต่ความรักใคร่
       “ให้นังเนียนมันนอนกับคุณย่านะดีแล้วค่ะ” ทานตะวันเอ่ยขึ้น
       “ไฮ้ ทำไมจิกหัวเรียกเขาว่านัง ย่าเองยังไม่เคยเรียกคนในบ้านคนไหนว่านัง อย่างดีก็นาง”
       “มันเหมาะสมสำหรับคนคบชู้แล้วนี่คะ” ทานตะวันไม่รู้ตัวว่านรกจะกินกบาล
        เนียนก้มหน้างุดซ่อนน้ำตา
        “เรื่องมันนานมา ตั้งแต่หนูยังไม่เกิดอย่าฟื้นฝอยหาตะเข็บเลย หนูนั้นแหละไหนหนูว่าจะนอนกับย่า”
        “หนูบอกว่าจะมาขอนอนเรือนคุณย่าต่างหากนี่คะ หนูจะไปนอนห้องยัยติ๋ว ห้องนอนมันสวยน่านอน มากค่ะ นะคะ นะคุณย่า”
        ทองจันทร์พยักหน้าหงึกๆ ทานตะวันมองเนียนแล้วยิ้มเยาะ ก่อนจะเดินตรงไปห้องนอนเนื้อทอง
       
        สักครู่หนึ่ง ทานตะวันกำลังโยนที่นอนหมอนมุ้งข้าวของของเนื้อทองออกไปทางหน้าต่างจนหมด แล้วยิ้มสาแก่ใจ โดยมีช้อยกำลังลากที่นอนหมอนมุ้งของเนื้อทองอยู่ข้างล่างตรงหน้าต่าง ก่อนจะหายหัวออกไปจากที่นั่น
       
        ทองจันทร์หลับสบายไปแล้ว เนียนนั่งพัดวีให้ไม่ยอมหลับนอน เนียนมองผ่านหน้าต่างไป เห็นเปลวไฟลุกห่างออกไปทางด้านนอกหน้าต่าง แต่อยู่ไกลไปจากตัวเรือน
        เนียนแปลกใจ ลุกไปมองดูที่หน้าต่าง
        “แปลกแท้ๆ ใครมาเผาหญ้าตอนกลางดึก”
       
        สองคนกำลังเคลิ้มหลับ มีเสียงเคาะห้อง เรียมสะดุ้ง
        “คุณแม่ขา คุณพ่อขา หนูมาขอนอนด้วยคนค่ะ”
        ขุนภักดีงัวเงียงงๆ เรียมประหลาดใจแต่ก็เดินไปเปิดประตูห้อง
        “ทำไมไม่นอนห้องตัวเองค่ะลูกอี๊ด”
        “หนูกลัวผีไอ้แทนนี่คะ พวกหลังบ้านมันเห็นไอ้แทนมานอนชักกระแด่วๆ ทุกคืน”
        “เหลวไหล” ขุนภักดีพูดอย่างเอ็นดู “แต่ถ้าหนูอยากจะมาขอนอนกับพ่อแม่ก็มาสิลูก”
        ท่านขุนตบที่นอนข้างตัวทานตะวันลงไปนอนข้างพ่อ กอดพ่อเอาไว้หน้าตายิ้มย่อง
        ส่วนเรียมลุกเดินอยู่ เขม้นมองไปที่หน้าต่าง
        “เอ๊ะ ใครมาเผาหญ้าหลังบ้านเรากลางดึกคะ”
        “ช่างมันเถิด มันเผาหญ้าไม่ได้เผาเรือนเราสักหน่อย เรียมอย่าตื่นเต้น” ขุนภักดีบอก
        “ใช่ค่ะ คุณแม่อย่าตื่นเต้นไปเลยค่ะ มานอนกอดหนูอี๊ดดีกว่า หนูอี๊ดอยากทำเหมือนตอนเป็นเด็กเล็กๆ มีคุณพ่อคุณแม่นอนกอดซ้ายขวา”
        นั่นแหละเรียมจึงเดินมากอดทานตะวัน ที่หัวเราะชอบใจมีพ่อแม่กอดซ้ายขวา
       
        ที่นอนกำลังไฟลุกท่วม เห็นช้อยกำลังยืนหัวเราะชอบใจ เต้นระบำไปรอบกองเพลิง
        “ผีฟ้าเอย...”
        มีเสียงหมาหอน ดังขึ้น ช้อยชะงักกึก
        “ว๊าย หมาหอน”
        ช้อยมองรอบตัวกลอกตาล่อกแล่ก มีเสียงคราง ฮือๆๆๆ
        ช้อยตกใจ “เสียงคราง”
        เสียงครางต่อ “กูครางเอง กูเจ็บกูปวดแผล ที่งูกัดกู”
        “ว๊าย ไอ้แทน ผีไอ้แทนมาหลอกหลอนกูแล้ว”
        “กูมากับไอ้แทนด้วย ไอ้หวานไง”
        “ว๊าย ไม่เอาแล้ว ไปที่ชอบ ที่ชอบซะ”
        “มึงส่งกูไปที่ไม่ชอบ แล้วกูจะไปที่ชอบได้ยังไง”
        ช้อยโกยแน่บ วิ่งสุดชีวิต พอช้อยพ้นไป เอก แมวและกบพากันออกมายืนหัวเราะชอบใจ
        “มันเอาที่นอนใครมาเผากันนะ” เอกแปลกใจ
        “เอ๊ะที่นอนลายนี้ นางแมว เอ็งจำได้ไหม” กบนึกเอะใจ
        “ที่นอนหนูอี๊ด ที่คุณนายเรียมจัดให้ใหม่” แมวจำได้
        “แล้วมันไปเอามาเผาได้ยังไง”
        กบ แมว และเอกมองหน้ากัน
       
        เช้าวันต่อมา เนียนตั้งสำรับข้าวต้มให้ทองและทานตะวัน
        “ไปเรียกหนูอี๊ดมากินข้าวต้มกับฉันสิ”
        “เจ้าค่ะ”
        เนียนกำลังจะเดินไป เห็นทานตะวันเดินอี๋อ๋อมีพ่อแม่กอดซ้ายขวาคลอเคลียมา
        “สวัสดีตอนเช้าเจ้าค่ะ คุณย่าเจ้าขา”
        เนียนชะงัก ทองจันทร์แปลกใจ
        “ไหนว่าหนูนอนห้องยัยติ๋ว แล้วไหง๋มากับพ่อแม่”
        “หนูเปลี่ยนใจกระทันหันค่ะคุณย่า หนูอยากอ้อนคุณพ่อคุณแม่เนียนจ๋า ขอข้าวต้มให้ฉันกับคุณพ่อคุณแม่กินบ้างสิจ๊ะ”
        เนียนตะลึง ที่จู่ๆ ทานตะวันพูดเพราะด้วย แต่ก็ปลื้มจนมือไม้สั่น
        “ทำเผื่อ ไว้หรือเปล่าล่ะเนียน”
        “ทำเจ้าค่ะ”
        เนียนดีใจมองทานตะวันอย่างสุขล้น ขุนภักดีเมินหน้าแต่หางตาแอบชำเลือง เนียนรีบออกไปอย่างมีความสุขมาก รีบไปยกอาหารเพิ่ม แมวกะกบคลานเข้ามา
        “คุณท่านเจ้าขา หนูติ๋วกลับมาจากบางกอกหรือยังเจ้าค่ะ” กบถาม
        “แกถามทำไม” ทานตะวันแหวใส่
        “เอ้อ...คือที่นอนหมอนมุ้งของหนูติ๋ว ถูกเอาไปเผาทิ้งที่สวนหลังบ้านเจ้าค่ะ” กบบอก
        ทองจันทร์กะเรียม ร้อง “ฮ้า”
        ทานตะวันแอบหัวเราะคิก เนียนชะงักเท้า เรียมมองทานตะวันที่หัวเราะตาเป๋ง
        “หนูอี๊ด”
        “หนูไม่เกี่ยวนะคะ หนูเปลี่ยนใจกลับไปนอนกับคุณพ่อคุณแม่”
        “หนูอี๊ดอยากจะลองนอนห้องยัยติ๋ว ให้ได้ ไล่เนียนมานอนกับย่าแปลกจริงนะ”
       
        ทานตะวันรีบลุกเดินเลี่ยงหายไปทันที

หน้าที่แล้ว
1 | 2 | 3 | 4
หน้าถัดไป
ข่าวล่าสุด ในหมวด
อีสา รวีช่วงโชติ ตอนที่ 22 (ต่อ)
อาญารัก ตอนที่ 22 จบบริบูรณ์
อาญารัก ตอนที่ 21
อาญารัก ตอนที่ 20
อาญารัก ตอนที่ 19
เครื่องมือจัดการเว็บ
ส่งบทความนี้ต่อ
พิมพ์หน้านี้
ข่าวที่มีผู้ส่งมากที่สุด
แสดงผลหน้าเดียว
จำนวนคนโหวต 7 คน
คุณเห็นด้วยกับข่าว/บทความนี้หรือไม่
เห็นด้วย ไม่เห็นด้วย
เห็นด้วย 6 คน
86 %
ไม่เห็นด้วย 1 คน
14 %
ความคิดเห็นที่ 1 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
อยากดูหนังอาญารักมากๆคร่
manu-internet2520@hotmail.com
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความคิดเห็น
1. โปรดงดเว้น การใช้คำหยาบคาย ส่อเสียด ดูหมิ่น กล่าวหาให้ร้าย สร้างความแตกแยก หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
2. ทุกความคิดเห็นไม่เกี่ยวข้องกับผู้ดำเนินการเว็บไซต์ และไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมายได้
3. ทีมงานเว็บมาสเตอร์ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
4. เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
5. ผู้ร่วมแสดงความคิดเห็นสามารถร่วมตรวจสอบข้อความที่ไม่เหมาะสมได้ โดยการกดปุ่ม "แจ้งลบ" หรือส่งอีเมลแจ้งมาที่ cs@astvmanager.com หรือ cs.astvmanager@gmail.com ซึ่งทีมงานจะทำการตรวจสอบ และลบข้อความดังกล่าวโดยเร็วที่สุด หรืออย่างช้าภายใน 3 วันทำการ
เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
แสดงความคิดเห็นเพิ่มเติม
โชว์ภาพผู้ใช้ทุกครั้งที่แสดงความเห็น เพียงเข้าสู่ระบบด้วยบัญชีของเฟซบุก กดที่ปุ่มด้านล่างนี้เลย!

ชื่อ/e-mail ของคุณ : *
 
 *
  กฎกติกาการแสดงความคิดเห็นฉบับเต็ม
 
หนังสือพิมพ์: ASTV ผู้จัดการออนไลน์ | ASTV ผู้จัดการรายวัน | นิตยสารผู้จัดการ 360° | Positioning | ASTV News1
มุม: การเมือง | อาชญากรรม | คุณภาพชีวิต | ภูมิภาค | ต่างประเทศ | มุมจีน | ธุรกิจ | หุ้น | SMEs | Motoring
CyberBiz | วิทยาศาสตร์ | เกม | กีฬา | บันเทิง | Life on Campus | Celeb Online | ท่องเที่ยว | ธรรมะกับชีวิต | Multimedia
เว็บ: Asia Times | บุรพัฒน์ คอมมิคส์ | Mars Magazine | ทะเลไทย | คุยกับเว็บมาสเตอร์ | โฆษณาบนเว็บ
All site contents copyright ©1999-2014