หน้าแรกผู้จัดการ Online | หน้าแรกละครออนไลน์ | ละครออนไลน์
ละครออนไลน์ อาญารัก

อาญารัก ตอนที่ 10

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 13 เมษายน 2556 08:32 น.
หน้าที่แล้ว
1 | 2 | 3 | 4
อาญารัก ตอนที่ 10
       อาญารัก ตอนที่ 10 (ต่อ)
       
       เทิดศักดิ์ขับรถแล่นมาตามถนนมุ่งหน้ากลับบ้านภักดีภูบาล ที่สุพรรณ เนื้อทองนั่งสีหน้าสงบใจนึกห่วงแม่ และกังวลว่าจะสอบชิงทุนได้ไหม
       
        เทิดศักดิ์เองก็ครุ่นคิดแปลกใจ เรื่อง หนัก หรือ สิน ว่าทำไมซาบซึ้งกับการได้แสดงความรักใคร่พวกตนนัก
        “น้องติ๋ว กังวลเรื่องสอบชิงทุนหรือคะ”
        “ค่ะหนูติ๋วกลัวสอบไม่ได้”
        “แต่ในใจพี่ว่าน้องติ๋วสอบได้ แต่ถึงสอบไม่ได้ก็ไม่เป็นไรนี่คะ”
        “หนูอยากสอบได้ ไม่ใช่เพราะหนูอยากเป็นคนเก่ง แต่หนูไม่อยากให้คุณท่านสิ้นเปลืองเงินค่าเรียนของหนู ตั้งสามปีนะคะ”
        “คิดมาก คุณย่าท่านมีทั้งน้ำใจมีทั้งเงินล้นเหลือ ท่านรักน้องติ๋วเมตตาน้องติ๋ว น้าเนียนกับน้องติ๋วก็รับใช้ดูแลท่านอย่างดี”
        “เอ้อ ค่ะ เอ้อ คุณเทิดศักดิ์คะ ไม่แปลกใจบ้างหรือคะ ว่าทำไม ลุงสินของพี่แดงน้อย ถึงได้เผื่อแผ่ความรักมาให้พวกเรา ราวกับว่าเราเป็นสายเลือดเดียวกับแกจริงๆ”
        “พี่ก็แปลกใจมาก แกมีแดงน้อยเป็นหลานที่แสนรักอยู่ทั้งคน ทำไมแกถึง…”
        “แสดงอาการว่ารักเราเท่าๆ กับพี่แดงน้อยใช่ไหมคะ”
        “นี่น้องติ๋วก็คิดเช่นเดียวกับพี่หรือ”
        “ค่ะ สีหน้าแววตาของลุงสิน รู้สึกเหมือนกับคำพูดที่แกพูดออกมาหนูติ๋วขนลุก”
        “พี่รู้สึกว่าลุงสินผูกพันกับพี่มาก พี่รู้สึกอบอุ่นตอนที่แกโอบกอดพี่ไว้” เทิดศักดิ์ ว่า
        สองคนมองหน้ากัน พึมพำออกมา
        “แปลกแท้ๆ”
        แล้วเทิดศักดิ์ก็ต้องเบรคกระทันหัน หัวสองคนมาโขกกัน เมื่อเห็นควายเดินตัดหน้ารถช้าๆ
        “อุ๊ย”
        “แย่จริง พี่ขอโทษคุยเพลิน เกือบชนควาย”
        สองคนยิ้มให้กัน เทิดศักดิ์ยกมือขึ้นทำท่าจะจับมือเนื้อทอง แต่แล้วในที่สุดก็จับกุมไว้
        “เอ้อ” เนื้อทองดึงออก “ขอโทษนะคะ รีบกลับบ้านกันเถิดค่ะ”
        เทิดศักดิ์พยักหน้า นึกได้ว่าเผลอตัว ขับรถพุ่งออกไป
        “พี่มันบ้า พี่ขอโทษด้วย พี่จะไม่เผลอใจแบบนี้อีก”
        เนื้อทองหันไปมองนอกรถ เห็นใบหน้าของแดงน้อยลอยเด่นอยู่ตรงหน้า เนื้อทองยิ้มอย่างมีความสุข
       
        สนปรึกษาหารือ คิดการทำเรื่องชั่วช้าอยู่กับช้อย บนเรือน
        “นางเด็กติ๋วมันหยามหน้าข้า ด้วยการไปกับลูกชายข้าต่อหน้าต่อตา”
        “ดูท่าว่าคุณสนจะเอาคุณเทิดศักดิ์ไม่อยู่ สำหรับเรื่องนี้ซะกระมังเจ้าคะ”
        “มันกำลังกลับมาจากการไปสอบชิงทุน คงถึงตอนค่ำๆ”
        “แต่มันกลับมากับคุณเทิดศักดิ์นะเจ้าคะ”
        “ข้าจะต้องรีบป่วย เอ็งไปดักรอคุณเทิดศักดิ์ที่โรงรถ บอกว่าข้าท้องร่วงใกล้เป็นห่าลง”
        “ถ้าคุณเทิดศักดิ์ไม่เชื่อเล่าเจ้าคะ”
        “เอ๊ะ นางช้อย”
        “เจ้าค่ะ แล้วยังไงต่อดีเจ้าคะ”
        สนกระซิบช้อยพยักหน้า
        “ไอ้แช่มมันพร้อมแล้วใช่ไหม”
        “เจ้าค่ะ”
        สนยิ้มพยักพเยิดอย่างพอใจ
       
        จู่ๆ ขณะที่รถเทิดศักดิ์แล่นมาตารมทาง แล้วออกาการวิ่งตะกุกตะกัก
        “สงสัยว่ารถจะยางแตก ทำไมวันนี้ช่างมีแต่อุปสรรคขวากหนาม”
        “มียางอะไหล่ไหมคะ หนูติ๋วช่วยเปลี่ยนค่ะ”
        “ขอบใจมากค่ะ”
        สองคนลงจากรถ
       
        ด้านเนียนกระสับกระส่ายมารอเนื้อทอง เพราะมืดแล้วยังไม่มาสักที แช่มแอบมองมาที่โรงรถมีทีท่ามึนเมา
        “ความจริง แม่ของนางติ๋วมันยังสวยไม่สร่าง มันน่า”
        เรียมเดินมาหาเนียน
        “เนียน มารอหนูติ๋วหรือ”
        “ค่ะ ผิดเวลาไปมากเลยนะคะ”
        “ไปกับเทิดศักดิ์ ไม่ต้องเป็นห่วงดอก”
        “คุณนายเรียม มาตามหาเนียนมีอะไรให้เนียนทำหรือคะ”
        “อยากจะมาขอโทษ เรื่องที่นอนของหนูติ๋ว”
        “เอ้อ”
        “ฉันมั่นใจว่าหนูอี๊ดเป็นคนทำ ทำแล้วหลายตัวหลบไปไม่ยอมสู้หน้าฉันกลัวจะซักไซ้” เรียมมั่นใจ
        “อาจเป็นคนอื่นก็ได้ค่ะ” เนียนว่า
        “คนอื่นที่ไหนมันจะขึ้นไปในห้องบนเรือนคุณแม่ได้ นอกจากพวกเรากันเอง เนียนรอหนูติ๋วไปเถิด ฉันจะไปตามหาหนูอี๊ด ต้องเค้นเอาความจริงให้จงได้ ไม่เช่นนั้นแกจะนิสัยแย่ลงเรื่อยๆ เนียนคงไม่อยากเห็นแกเป็นเด็กน่าเกลียด ใช่ไหม”
        เรียมเดินออกไป เนียนมองตาม ถอนใจ ไม่อยากให้ลูกสาวเป็นเด็กไม่น่ารัก แช่มแอบฟังได้ยินหมด
        “วันนี้คงกินนางเด็กติ๋วลำบาก แม่มันมาเฝ้ารออยู่ตรงนี้ สู้ไปแข่งกับคุณนายเรียมตามหานางคุณหนูตัวร้ายนั่นดีกว่า”
        แช่มพึมพำเดินสะเงาะสะแงะหลบออกไป ทิ้งให้เนียนนั่งรอเนื้อทอง และเนียนก็เริ่มห่วงทานตะวันขึ้นมา
        “หนูอี๊ดหลบไปไหนนะ”
        เนียนเริ่มกังวลกับทานตะวัน
       
       ที่แท้ทานตะวันมานั่งหลบมุมที่ท่าน้ำ ท่าทีหงุดหงิดมาก คืนนั้นเดือนค่อนข้างมืด
        “กะอีแค่ทำให้ที่นอนด็กติ๋วมันโดนเผา ทำไมคุณแม่กับคุณย่าต้องจะเอาเรื่องเอาราวกันด้วย นางเนียนนางติ๋ว ฉันเกลียดแกเหลือเกิน”
        ทันใดมีร่างใครคนหนึ่ง ซึ่งเอาผ้าคาดหน้าไว้ กระโดดมาด้วยท่าทางเมาๆ มาตะครุบตัวทานตะวันไว้ใช้อีกมืออุดปากไว้แน่น
       
        ทานตะวันตกใจสุดขีด ดิ้นขลุกขลักพยายามจะร้องแต่ร้องไม่ได้

อาญารัก ตอนที่ 10
       ด้านเอกมาพบเรียมตรงมุมหนึ่งในบ้าน ขณะที่เรียมกำลังตามหาทานตะวัน
       
       “คุณนายเรียมลงมาทำอะไรตอนค่ำๆแบบนี้มันอันตรายนะขอรับ”
       เรียมถอนใจ “ก็เพราะว่าฉันรู้ว่าตอนนี้บ้านเรามันอันตรายน่ะสิ ฉันถึงต้องมาตามหาหนูอี๊ด นายเอกเห็นหนูอี๊ดไหม”
       “เห็นขอรับ เห็นเธอลงจากเรือนคุณนายสน เมื่อตอนเย็นๆ ผมเข้าใจว่าเธอคงจะขึ้นเรือนคุณท่าน หรือไม่ก้อเรือนท่านขุนไปแล้ว”
       “ไม่ได้ไปทั้งสองเรือน ฉันชักร้อนใจซะแล้ว”
       “ผมก็ร้อนใจขอรับ ท่านขุนท่านสั่งให้ผมคอยลาดตระเวนในตอนค่ำๆ เพื่อป้องกันเหตุร้าย ผมจะรีบไปตามหาคุณหนูขอรับ”
       “ฉันไปกับนายเอกด้วย ถ้าหนูอี๊ดเป็นอะไรไปไม่เพียงฉันเท่านั้นจะขาดใจตาย เนียนน่ะคงยิ่งกว่าฉัน ฉันจะมองหน้าเนียนไม่ได้ไปตลอดชาติ”
       เรียมทุกข์ร้อนใจเหลือแสน รีบตามเอกไป
       
       แช่มใช้มือปิดปากทานตะวันข้างหนึ่ง อีกข้างลากตัวทานตะวันเข้ามาพุ่มไม้ทึบใกล้ท่าน้ำ อี๊ดดิ้นรนทุบตีเตะถีบ โดนแช่มตีเอาแรงๆ
       “เงียบนะ นังคนสวย ทำท่าทางดีดดิ้นดีนัก”
       แช่มโถมตัวใส่จนทานตะวันล้มลง แล้วเอาตัวเองทับไว้ ทานตะวันตกใจจนตาเหลือก
       
       เนียนออกตามหาทานตะวัน ห่วงใจแทบขาด ปากก็พึมพำเบาๆ
       “หนูอี๊ดของแม่อย่าเป็นอะไรนะลูก หนูอี๊ดของแม่ต้องไม่เป็นอะไร”
       เนียนก็ได้ยินเสียงอะไรดังตุ้บตั้บแว่วๆ มา เนียนเงี่ยหูฟัง ก่อนจะอุทานออกมา
       “หนูอี๊ด”
       เนียนพุ่งตัวออกไปทางเสียงทันที
       
       แช่มปลุกปล้ำไปทุบตีทานตะวันไป
       “บอกว่าอย่าดิ้น บอกว่าให้อยู่นิ่งๆ”
       จนในที่สุดทานตะวันสลบหมดสติ
       “นางคุณหนู หมดฤทธิ์สักที ทีนี้แหละ”
       แช่มทำท่าจะปลดกระดุมเสื้อผ้าทานตะวัน เนียนพรวดออกมาเห็นภาพตกตะลึง ปากไวเท่าความคิดเนียนพรวดเข้าไปโดยไม่คิดชีวิต คำรามราวกับแม่เสือ
       “มึงจะทำอะไรลูกกู”
       แช่มเองก็ตกใจมาก ที่จู่ๆ เนียนก็โผล่มา เนียนเข้ามาถึงตัวแช่มแล้ว ถีบแช่มเต็มแรงจนแช่มหงายเงิบ ผละมาจากทานตะวัน เนียนปราดไปโอบกอดกันลูกสาวคนเล็กเอาไว้
       “มึงไปให้พ้นลูกกูนะ”
       แช่มตั้งสติได้ เตะเนียนโดยแรง เนียนแม้โดนเตะก็ยังปราดเอาตัวมากันทานตะวันไว้
       “อีแก่มึงอยากเจ็บตัวใช่ไหม เอาสิ กูจะปล้ำมึงด้วยทั้งแก่ๆ นี่แหละ”
       แช่มจิกหัวเนียนตบฉาดใหญ่ เนียนยังผวามากันทานตะวันไว้อีก พลางตะโกนสุดเสียง
       “ช่วยด้วย ช่วยด้วย”
       แช่มทุบตีเนียนไม่ยั้ง แต่เนียนก็ยังกันท่านตะวันไว้แบบยอมตายถวายชีวิต
       
       เรียมกับเอกมองหาทานตะวันอยู่ มีเอกถือไฟฉายส่องอยู่ได้ยินเสียงตะโกนให้ช่วย
       “เสียงเนียน”
       “ทางโน้นครับ”
       เอกวิ่งฉายไฟไปด้วย เรียมวิ่งตามไปติดๆ
       
       แช่มกำลังตบตีเนียนอย่างเมามัน เนียนกอดปกป้องลูกสาวเอาไว้แน่นไม่ยอมให้โดนทำร้าย
       “อีแก่มึงแหกปากตะโกนเรียกคนมาช่วยรึ นี่แน่ะ นี่แน่ะ”
       ทันใดแสงไฟฉายสาดส่องมายังทั้งสามคน แช่มตกใจ
       “เฮ้ย”
       เอกกระโดดมาที่แช่ม
       “หยุดนะ..ไอ้สารเลว”
       เรียมหวีดร้องสุดเสียง
       “หนูอี๊ด เนียน”
       เอกพุ่งเข้าไปชกต่อยแช่ม ที่พยายามจะหนี
       “มึงเป็นใคร บังอาจมาทำร้ายคนถึงบ้านหลังนี้ อย่าหนีนะ กูขอดูหน้ามึงให้ได้ว่ามึงเป็นใคร”
       แช่มถอยหนีไปสู้ไป ไม่ยอมให้เอกดึงผ้าปิดหน้า จึงเสียเปรียบ โดนรุกไล่ไปถึงริมน้ำ เรียมร้องไห้ไปด้วยพยายามประคองทั้งเนียนและอี๊ด
       “หนูอี๊ด โธ่หนูอี๊ด เนียน เนียน ฉันขอโทษ ฉันขอโทษ”
       “คุณหนูสลบไปแล้วเจ้าค่ะ รีบ ปฐมพยาบาลเจ้าค่ะ”
       สองคนพยายามปฐมพยาบาลอี๊ด
       
       เรือของขุนภักดีแล่นมาตามลำน้ำ ใกล้ถึงท่าน้ำ ท่านขุนเห็นแสงไฟฉายที่เอกโยนทิ้งตอนโดดไปเล่นงาน
       แช่ม และได้ยินเสียงหวีดร้องของเรียม กับเสียงด่าทอของเอก
       “อะไรกันน่ะ เข้าไปดูสิ” ขุนภักดีสั่งคนขับเรือ
       คนขับเรือหันหัวเรือเข้าไปท่านขุนลุกขึ้นชะเง้อมอง
       
       แช่มวิ่งไปทางริมฝั่ง ที่เรือของขุนภักดีกำลังหันหัวเรือเข้ามา เอกปราดมาพยายามจับตัวไว้
       “กูต้องจับมึงให้ได้ไอ้คนชั่วช้าสามานย์ มึงกล้าดีอย่าหนีสิวะ”
       เอกจับแช่มได้พอดี
       ขุนภักดีตะโกนมาถาม “มีอะไรกันน่ะ”
       “ท่านขุน” เอกกะแช่มอุทาน
       “นี่มึงรู้จักท่านขุนด้วยรึ” เอกเริ่มเอะใจ
       เรียมตะโกนบอก “พี่เทพจับมันให้ได้มันมาทำร้ายหนูอี๊ด”
       “ไอ้ผีนรก มึงเป็นใครกันบังอาจมาทำร้ายลูกกู เอาปืนมาสิ” ขุนภักดีสั่งคนเรือ
       แช่มฉวยโอกาสที่เอกหันไปสนใจท่านขุน กระโดดลงน้ำพลางตะโกนตอบ
       “ข้าเป็นลูกน้องเสือหนักโว๊ย”
       เอกกระชากได้เพียงผ้าปิดหน้า แต่ตัวแช่มกระโจนหายลงไปในน้ำแล้ว
       “ลูกน้องเสือหนัก” ขุนภักดีสะดุดหู
       “มึงโกหก” เอกด่า
       เนียนกับเรียมตะโกนออกมาพร้อมกัน
       “ไม่จริง”
       เอกกระโจนตามลงไปในน้ำ สวนทางกับขุนภักดีที่กระโดดลงบนฝั่ง ปราดมาที่เนียนกับเรียม และทานตะวัน ท่านขุนยิงปืนไล่แช่ม แต่ห่วงทานตะวันมากกว่าจึงวิ่งมาดู
       “หนูอี๊ดเป็นอะไร”
       “ไอ้คนชั่วนั่นมันจะปล้ำหนูอี๊ด”
       ขาดคำขุนภักดีไม่ฟังอีร้าค่าอีรม ตบหน้าเนียนฉาดใหญ่
       “เลวที่สุด มึงบอกชู้มึงส่งคนมาปล้ำลูกกู กูจะฆ่ามึงอีเนรคุณ”
       ท่านขุนจะตบซ้ำ เรียมผวามากันไว้ ท่านขุนกระชากเรียมเซออกมา เรียมผวากลับไปบังเนียน
       “ฆ่าเรียมด้วยอีกคนสิ พี่เทพหูเบา ไม่ใช้เหตุผล ไม่เห็นดอกรึว่าลูกสาวเราสลบไปแล้ว ยังไม่รีบช่วยลูก”
       ท่านขุนจึงปราดไปช้อนตัวทานตะวันขึ้นมา ก่อนไปไม่วายหันมาด่าเนียนซ้ำ
       “ลูกกูเป็นอะไร กูจะฆ่ามึงให้ตาย ไล่ออกจากบ้าน ทั้งแม่ทั้งลูก”
       
       เรียมประคองเนียนที่ระบมไปหมดทั้งตัวพาออกไป

อาญารัก ตอนที่ 10
       เทิดศักดิ์จอดรถเรียบร้อยลงจากรถพร้อมเนื้อทอง เห็นผู้คนวิ่งกันสับสนไปมา
       
       “มีอะไรกันอีกแน่ๆ น้องติ๋ว”
       เนื้อทองเริ่มใจเสีย แมวเห็นสองคนพอดี มองเนื้อทองอย่างสงสาร
       “เร็วเข้าเถิดเจ้าค่ะ คุณเทิดศักดิ์ รีบไปช่วยเนียนเร็วเจ้าค่ะ”
       “แม่” เนื้อทองเข่าอ่อน
       “รีบไปน้องติ๋ว”
       แมววิ่งนำ เทิดศักดิ์ดึงแขนเนื้อทองวิ่งตามไปทันที
       
       สนกับช้อยหัวเราะกันคิกคักรู้ว่าเกิดเรื่องแต่ยังไม่กระจ่างว่าผิดคน
       “คุณสนเจ้าขา เสียงเอะอะโวยวายวุ่นกันไปทั้งบ้าน ไอ้แช่มมันทำงานสำเร็จเจ้าค่ะ”
       “นั่นไงไอ้แช่ม เปียกมะล่อกมะแล่กเหมือนลูกหมาตกน้ำมาทีเดียว ไปเรียกมันมาสิ”
       ช้อยหันไปมองแช่ม น่วมทั้งตัวเพราะโดนเอกเล่นงาน เปียกปอนไปหมด
       “ไอ้แช่ม นั่นเอ็งเอานางเด็กติ๋วลงไปปล้ำในน้ำมาเรอะ”
       “นังติ๋วมันเล่นงานเอ็งซะอ่วมขนาดนี้เลยรึ”
       “ไอ้เอกต่างหากขอรับ”
       สนกะช้อยตกใจ “อะไรนะ”
       ช้อยปราดไปตบแช่มทันที
       “บอกมานะมึงทำงานพลาดใช่ไหม”
       “กระผม เอ้อ ปล้ำผิดคนขอรับ”
       สองคนร้อง “หา”
       “กระผมปล้ำ คุณหนูอี๊ด คือกระผมเข้าใจผิดว่าเป็นเด็กติ๋ว”
       แช่มโกหกหน้าด้านๆ
       “วิบัติแล้วไง” สองนายบ่าวสบถ
       สนตบแช่มฉาด ซ้ำช้อยช่วยตบแถมอีกฉาด
       
       ฝ่ายทองจันทร์ และกบ กำลังปฐมพยาบาลทานตะวันอยู่ เนียนนั่งก้มหน้าร้องไห้ ขุนภักดีกำลังสอบสวนเนียนมีเรียมกับเอกกำลังพูดจาปกป้อง ทุกคนอยู่บนเรือนของทองจันทร์
       “มึงรับสารภาพมาซะดีๆ ว่ามึงโกรธที่กูไปจับชู้ของมึง มึงเลยวางแผนให้มันมาปล้ำลูกกู อีเนรคุณ อีขุนไม่ขึ้น อีเลี้ยงไม่เชื่อง ไอ้เอกไปเอาแส้ม้ามากูจะโบยมันบนเรือนนี้แหละ”
       ขุนภักดีกดหัวเนียนให้หมอบลงกับพื้น
       เรียมบอกเสียงแข็ง “ถ้าพี่เทพจะโบยเนียน ก็โบยเรียมด้วยค่ะ”
       “เรียมบ้าไปแล้วรึ ทำไมต้องลุกขึ้นมาปกป้องนางคนชั่วมันซ้ำแล้วซ้ำเล่า”
       “เพราะเนียนไม่ได้เป็นดังที่พี่เทพว่าน่ะสิ เนียนไม่มีวันทำร้ายหนูอี๊ด”
       “นี่เรียมเชื่ออีนางแพศยามากกว่าผัวตัวเอง”
       เทิดศักดิ์ แมว และเนื้อทองมาถึงพอดี เนื้อทองถลามากอดแม่เอาไว้
       “แม่จ๋า”
       “คุณพ่อกำลังจะลงโทษอะไรน้าเนียนอีกหรือครับ” เทิดศักดิ์ไม่พอใจ
       “พ่อเขาว่าเนียนมันบอกให้ไอ้เสือหนักส่งลูกน้องมาทำร้ายหนูอี๊ด”
       “ใครบอกครับ”
       “ไอ้คนชั่วนั้นมันตะโกนบอก พ่อได้ยินกับหู ไอ้เอกกับคุณแม่เรียมก็ได้ยิน” ขุนภักดีว่า
       “พวกคนชั่วมันหัวไวนักในการป้ายสีให้คนอื่นเขาเป็นแพะรับบาป คุณพ่อเชื่อคำโจรหรือครับ”
       ท่านขุนโกรธกริ้ว “นี่แกบังอาจมาสอนจระเข้ให้ว่ายน้ำรึ แกกำลังหน้ามืดตามัว เพราะอยากทำตัวเป็นลูกเขยนางแพศยา”
       “ผมเพียงแต่ขอร้องคุณพ่อว่า อย่าฟังความข้างเดียว หนำซ้ำยังฟังความของคนชั่ว ท่านผู้อำนวยการโรงเรียนนายร้อยท่านเพิ่งสอนผมมาว่าคนที่มีอำนาจ ยิ่งมากเท่าไหร่ ยิ่งต้องมีเมตตามากเท่านั้น หาไม่เช่นนั้นบ้านเมืองผู้คนในความดูแล จะปั่นป่วนจนหาความสงบไม่ได้”
       ขุนภักดีนิ่ง ทองจันทร์ยิ้ม เอกก็ยิ้ม
       “แล้วแกจะให้พ่อทำอย่างไร”
       “นายเอก น้าแมว น้ากบ ไปเรียกคนทั้งบ้าน มาหน้าลานเรือนคุณย่า” เทิดศักดิ์สั่ง
       “เรียกมาทำไม” ท่านขุนฉงน
       “เหตุเกิดในบ้านท่านขุนภักดีภูบาล ที่คนสะท้านกลัวทั้งเมืองสุพรรณ มันต้องมีเกลือเป็นหนอน หรือไม่ก็มือลึกลับแถวนี้บงการอยู่”
       “พวกแกไปตามคนทั้งบ้าน ลูกชายข้าเขาอยากลองวิชา”
       ขุนภักดีพูดประชดประชัน
       
       สนกับช้อยกำลังรุมด่าแช่ม ซึ่งแช่มเปลี่ยนเสื้อผ้าใหม่แล้ว
       “ก็ยังดีที่แกหัวไวใส่ความว่าเป็นไอ้เสือหนักส่งสมุนมาล้างแค้น” สนว่า
       “ลูกช้อยมันก็หัวไวเหมือนช้อยนี่แหละเจ้าค่ะ”
       “รอดตัวไปนะแก ถามจริงๆ เถิด แกไม่รู้หรือว่าจงใจไม่รู้ว่าที่ลากไปนั่นไม่ใช่เด็กติ๋ว” สนถาม
       “เอ้อ...มันมืดน่ะขอครับ เอ้อ...คุณสนขอรับ ผมให้แปลกใจว่าทำไมตอนนางเนียนมันโผล่มาเจอเหตุ มันตะโกนว่าอย่ามาแตะต้องลูกมัน”
       “มันคงคิดว่าเป็นลูกมันน่ะสิ ก็หน้ามันเหมือนกันจะตายไป”
       “จริงสิครับ ขนาดมันยังจำผิดผมจะจำถูกได้ยังไง”
       ช้อยหันไปเห็นเอก “ไอ้เอกมาเจ้าค่ะ ไอ้แช่มรีบหลบไปไวๆ”
       แช่มรีบหลบไปทันที
       “ท่านขุน กับคุณเทิดศักดิ์ให้มาตามคนทั้งบ้านไปที่ลาน เรือนคุณท่านขอรับคุณนายสน”
       สองคนมองหน้ากัน
       “มีอะไรกันหรือ” สนตีหน้าเซ่อ ทำเป็นไม่รู้เรื่อง
       “ไปถึงแล้ว ท่านคงแจ้งเองว่ามีอะไร”
       “นี่เอ็งถือดีว่าเป็นคนสนิทพี่ขุนมาพูดจาโยกโย้เฉไฉใส่ข้ารึ” สนฉุน
       “มิได้ขอรับ กระผมพูดตามที่ท่านสั่ง ก็แล้วแต่คุณนายสนจะเห็นเช่นไร อ้อ แม่ช้อยช่วยไปตามนายแช่มไปตามคำสั่งด้วย”
       สองคนปรายตามองสบตากัน
       “มันไม่อยู่ มันลากลับบ้านไปหาพ่อกำนัน ไปนางช้อย”
       สนรีบดึงแขนช้อยออกไป
       
       เอกมองเข้าไปในบ้านแต่ไม่กล้าเข้าไป ยิ้มอย่างไม่เชื่อสองบ่าวนายใจชั่ว

อาญารัก ตอนที่ 10
       ทุกคนในบ้านมารวมกันที่ลานหน้าเรือนทองจันทร์ เทิดศักดิ์เริ่มสอบถามเอาความจนทั่วหน้า
       
        “นายแช่มญาติคุณแม่สนหายไปไหนครับ ทำไมมันไม่มาตามคำสั่งผมกับคุณพ่อ”
        “แม่ใช้ให้มันไปหาคุณตาของลูก”
        “คงเป็นธุระร้อนมากน่ะขอรับ ถึงขั้นต้องไปค่ำมืดๆ” เอกแดกดัน
        ทุกคนหันมามองทางเอก
        “เอ๊ะ ไอ้เอก นี่เอ็งจะมาขับฉันให้ข้าจนแต้มใช่ไหม” สนแหวใส่
        “หามิได้ขอรับ”
        “ทำไมนายเอก ถึงรู้ว่านายแช่มไปตอนค่ำๆ มืดๆ”
        “ตอนหัวค่ำผมยังเห็นมันนั่งกรึ่มเหล้าอยู่ท้ายเรือนคนรับใช้ขอรับ”
        “แม่สน ทำไมให้ญาติของแม่สนมาดื่มเหล้าในบ้านนี้” ขุนภักดีไม่พอใจ
        “คุณสนเธอไม่ทราบดอกเจ้าค่ะ ช้อยจัดการมันเองเจ้าค่ะ” ช้อยสาระแน
        “นี่แปลว่ากำลังสงสัยไอ้แช่ม หลักฐานก็ไม่มี อย่าเบนเข็มมาปรักปรำมันสิ ก็ไอ้โจรนั่นมันบอกอยู่โต้งๆ ไม่ใช่รึ ว่า ไอ้เสือหนักส่งมันมา”
        ช้อยตกใจเพราะเมื่อสักครู่ สนเพิ่งบอกว่าไม่รู้ว่ามีเรื่องอะไร รีบสะกิดเตือน
        “คุณสนเจ้าขา”
        “เมื่อสักครู่ที่กระผมไปตาม คุณนายสนยังไม่ทราบเลยนะขอรับว่าเกิดเรื่องอะไร” เอกบอก
        สนหน้าเสียไปนิดหนึ่งแมวและกบกระซิบ
        “เออน่ะสิ หรือว่ามีพรายกระซิบตามทางเดินมาที่นี่”
        “ทุกคนกลับไปได้แล้ว” เทิดศักดิ์ตัดบท “คุณพ่อครับ ผมพอได้เค้าลางแล้วครับ”
        สนแอบถอนใจโล่งอก ส่วนเทิดศักดิ์ไม่สบายใจ
        ส่วนเนื้อทองทาแผลให้เนียน ร้องไห้ไปด้วยกันทั้งแม่ทั้งลูก
        “หนูสงสารแม่เหลือเกิน ทำไมเวรกรรมของเราสองคนไม่จบสิ้นสักทีนะจ๊ะแม่เนียนจ๋า”
        “แม่น่ะไม่เป็นไรดอก แต่แม่สงสารคุณหนูอี๊ด โถ ถ้าแม่ ช้าไปก้าวเดียว คุณหนูของแม่ คงยับเยิน ทุกคนคงหัวใจสลาย”
        เนื้อทองแปลกใจ “นี่แม่รักแม่ห่วงจนยอมโดนตบตีเพื่อปกป้อง คุณหนูอี๊ดถึงเพียงนี้ ทั้งที่แม่ก็ทราบดีว่าเขาไม่มีวันจะหันมาเมตตาเราสองคนสักนิด”
        “ช่างเขาเถิดลูก แม่ทำไปไม่หวังจะให้คุณหนูอี๊ดมาตอบแทนอะไรแม่”
        “ไม่ตอบแทน แถมยังเกลียดชัง หนูจะรอดูวันพรุ่งนี้ว่าเขาจะขอบใจแม่สักคำไหม หนูเชื่อว่าเขาเชื่อคำป้ายสีไอ้คนโจรชั่วนั่น”
        “เสือหนักไม่มีวันส่งใครมาทำร้ายคนที่นี่แม้แต่ปลายก้อยดอกเชื่อแม่เถิดลูกรัก”
        เนื้อทองพยักหน้า
        “หนูติ๋วเชื่อแม่จ้ะ”
        “ขอบใจ ลูกรัก ขอบใจมากจริงๆ แม่ขอร้องนะลูกรักไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น ไม่ว่าคุณหนูอี๊ด จะร้ายกาจอย่างไร จงให้อภัยเธอนะลูก”
        คราวนี้เนื้อทองนิ่ง
        “รับปากแม่สิลูก โกรธกันไปเกลียดกันมา อาฆาตแค้น มันก็ทุกข์ด้วยกันทั้งสองฝ่าย เชื่อแม่เถิดอีกหน่อยเธอก็เลิกราไปเอง”
        เนื้อทองไม่อยากจะเชื่อ แต่เห็นแม่อาการแย่ จึงรับคำ
        “จ้ะ หนูจะพยายามเชื่ออย่างที่แม่บอก”
        เนียนเบาใจขึ้น
       
        ทานตะวันฟื้นแล้ว เอาแต่นั่งร้องไห้พะอืดพะอม มีเรียมกับขุนภักดีคอยปลอบโยนเอาใจ
        “หนูไม่มีวันเลิกเกลียด นางเนียน หนูจะเอาเรื่องมันกับลูกมันให้ถึงที่สุด”
        “หยุดนะ คนเขาช่วยให้รอดเงื้อมมือคนใจทรามยังไม่คิดกราบขอบคุณ กลับมาด่าว่าปรักปรำเขา” เรียกฉุน
        “คุณแม่พูดออกมาได้ยังไง ให้หนูไปกราบขอบคุณ คนใช้” ทานตะวันไม่พอใจ
        “เรียมนี่ก็แปลกแท้ๆ หรือว่าโดนมันทำเสน่ห์เอาจนหลงผิดคิดว่าตัวเองเป็นพี่น้องท้องเดียวกับมันไปแล้ว”
        “เสน่ห์ของใครก็ไม่อาจทำให้ใครหลงใหลได้ตลอดไปดอกค่ะ พี่เทพ ความดีงามความจริงใจของเนียนต่างหากที่จับใจเรียมเอาไว้”
        “มันทำดีอะไรกับคุณแม่นักหนาคะ”
        “ที่เห็นๆ ก็ช่วยลูกวันนี้ หรือว่าลูกคิดว่าที่รอดพ้นมาได้เพราะผีนรกที่ไหนมันมาช่วย ถ้าเขาช้าไปก้าวเดียวลูกก็แหลกลาญ ถ้าเขารู้เห็นเป็นใจว่ามีใครมาทำร้ายลูก แล้วเขาจะยอมให้มันตบตีเพื่อช่วยหนูทำไมทั้งพ่อทั้งลูกช่วยไตร่ตรองด้วย แม่ขอตัวก่อนจะไปดูเนียน”
        พูดจบเรียมก็เดินหน้านิ่งออกไป เงียบๆ
       
        ฟากสนกับช้อยซุบซิบกันอยู่บนเรือน เทิดศักดิ์เข้ามาไล่ช้อยไป
        “ช้อยไปให้พ้น ฉันต้องการจะคุยกับคุณแม่ อย่ามาแอบฟังทีเดียวนะ”
        เทิดศักดิ์จ้องหน้าช้อยดุๆ ช้อยรีบก้มหน้างุดออกไป สนทำเป็นหาว
        “แม่ง่วงนอน เอาไว้คุยพรุ่งนี้ เถิด”
        “ผมพูดแค่ประโยคสองประโยคเท่านั้น ไม่มีการตั้งคำถามด้วย”
        “นี่ยังไม่ทันติดดาว ก็เห็นแม่เป็นผู้ต้องหาแล้วรึ”
        “ฟังนะครับ ผมกับน้องอี๊ด มีพ่อคนเดียวกัน เป็นพี่น้องกันแม้ว่าจะต่างแม่ก็ตาม ถึงน้องอี๊ดจะเหลวไหลอาละวาดนิสัยเสียอย่างไร ผมก็รัก น้องของผม ผมไม่ต้องการให้ใครหวังดีต่อผมด้วยการพยายามทำร้ายทำลายน้องผม พรุ่งนี้ผมจะไปหาคุณตาแสง ไปถามเอาความจริงจากนายแช่มให้ได้”
        เทิดศักดิ์พูดจบสนนิ่งสนิทพูดไม่ออก ตกใจมาก
       
        ส่วนช้อยกำลังส่งเงินให้แช่ม ด่าไปด้วย แช่มห่อผ้าเตรียมหนี
        “มึงรีบไสหัวไปให้พ้น ก่อนที่มึงจะทำให้กูพินาศ ไอ้ลูกเหลือขออุตส่าห์หาที่หลบภัยให้ ดันมาก่อเรื่อง”
        “ถามจริงเหอะแม่ รู้นะว่าคุณสนน่ะเกลียดนางคุณหนูนั่นพอๆ กับนังเด็กติ๋ว แต่แสร้งทำเป็นดีกับมัน น่าจะขอบใจฉันตะหากใช่มาโกรธฉัน”
        “มึงทำผิดที่ผิดเวลา ถ้ามึงเล่นงานนังเด็กติ๋ว ใครเขาจะเดือดเนื้อร้อนใจเพราะมันแค่ลูกคนใช้ ทำไมมึงไม่อดเปรี้ยวไว้กินหวาน ไสหัวไปซะ อย่ามาก่อเรื่องให้กูเดือดร้อน มึงนึกว่ากูสนุกรึ ที่ทนให้อีคุณนายสนเจ้าเล่ห์มันสับมันโขกเอา”
        “ก็ไหนแม่ว่ามันไม่กล้าหือแม่ เพราะแม่กำความลับมันเอาไว้มาก”
        “เออ..กรรมของกูมากด้วย ที่ไปกำความลับของมันไว้มาก กู ก็ยิ่งต้องระวังตัวมาก อีคนนี้น่ะให้มันสู้กับงูพิษกูว่ามันชนะ เลยแหละ”
        เสียงเอกดังเข้ามา “ใคร อยู่ตรงนั้นน่ะ”
        สองคนสะดุ้ง
        “มึงยังไม่รีบไปจะรอพ่อมึงมาลากคอไปรึ”
        แช่มจึงรีบผละไป ช้อยทำเป็นเก็บผักเด็ดหญ้าแถวนั้น เอกฉายไฟก้าวออกมา
        “มาทำอะไรตรงนี้ ช้อย”
        “เก็บผัก” ช้อยบอกหน้าตาเฉย
        “เก็บผักตำแย จะเอาไปยำตำแยให้เจ้านายกินหรือนางช้อย” เอกแดกดัน
       
        ช้อยจ๋อย เอกเดินผ่านช้อยไปตามทางที่แช่มเพิ่งหนีไป ช้อยใจหายวับ
       
       ติดตาม "อาญารัก" ตอนที่ 11

หน้าที่แล้ว
1 | 2 | 3 | 4
ข่าวล่าสุด ในหมวด
อีสา รวีช่วงโชติ ตอนที่ 22 (ต่อ)
อาญารัก ตอนที่ 22 จบบริบูรณ์
อาญารัก ตอนที่ 21
อาญารัก ตอนที่ 20
อาญารัก ตอนที่ 19
เครื่องมือจัดการเว็บ
ส่งบทความนี้ต่อ
พิมพ์หน้านี้
ข่าวที่มีผู้ส่งมากที่สุด
แสดงผลหน้าเดียว
จำนวนคนโหวต 7 คน
คุณเห็นด้วยกับข่าว/บทความนี้หรือไม่
เห็นด้วย ไม่เห็นด้วย
เห็นด้วย 6 คน
86 %
ไม่เห็นด้วย 1 คน
14 %
โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความคิดเห็น
1. โปรดงดเว้น การใช้คำหยาบคาย ส่อเสียด ดูหมิ่น กล่าวหาให้ร้าย สร้างความแตกแยก หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
2. ทุกความคิดเห็นไม่เกี่ยวข้องกับผู้ดำเนินการเว็บไซต์ และไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมายได้
3. ทีมงานเว็บมาสเตอร์ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
4. เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
5. ผู้ร่วมแสดงความคิดเห็นสามารถร่วมตรวจสอบข้อความที่ไม่เหมาะสมได้ โดยการกดปุ่ม "แจ้งลบ" หรือส่งอีเมลแจ้งมาที่ cs@astvmanager.com หรือ cs.astvmanager@gmail.com ซึ่งทีมงานจะทำการตรวจสอบ และลบข้อความดังกล่าวโดยเร็วที่สุด หรืออย่างช้าภายใน 3 วันทำการ
เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
แสดงความคิดเห็นเพิ่มเติม
โชว์ภาพผู้ใช้ทุกครั้งที่แสดงความเห็น เพียงเข้าสู่ระบบด้วยบัญชีของเฟซบุก กดที่ปุ่มด้านล่างนี้เลย!

ชื่อ/e-mail ของคุณ : *
 
 *
  กฎกติกาการแสดงความคิดเห็นฉบับเต็ม
 
หนังสือพิมพ์: ASTV ผู้จัดการออนไลน์ | ASTV ผู้จัดการรายวัน | นิตยสารผู้จัดการ 360° | Positioning | ASTV News1
มุม: การเมือง | อาชญากรรม | คุณภาพชีวิต | ภูมิภาค | ต่างประเทศ | มุมจีน | ธุรกิจ | หุ้น | SMEs | Motoring
CyberBiz | วิทยาศาสตร์ | เกม | กีฬา | บันเทิง | Life on Campus | Celeb Online | ท่องเที่ยว | ธรรมะกับชีวิต | Multimedia
เว็บ: Asia Times | บุรพัฒน์ คอมมิคส์ | Mars Magazine | ทะเลไทย | คุยกับเว็บมาสเตอร์ | โฆษณาบนเว็บ
All site contents copyright ©1999-2014