สุภาพบุรุษจุฑาเทพ คุณชายปวรรุจ ตอนที่ 9

โดย MGR Online   
13 เมษายน 2556 22:28 น.
1 | 2 | 3 | 4  | หน้าถัดไป
สุภาพบุรุษจุฑาเทพ คุณชายปวรรุจ ตอนที่ 9
        สุภาพบุรุษจุฑาเทพ คุณชายปวรรุจ ตอนที่ 9
       
       เมื่อแผนไม่เป็นดังหวัง วรรณรสาจึงต้องกลับมาที่บ้านอ้ายและเอื้อย ซึ่งเป็นบ้านหลังเล็กๆ ตกแต่งน่ารัก รอบบริเวณเต็มไปด้วยต้นไม้ร่มครึ้ม และเวลานี้วรรณรสานั่งหน้าเซ็งอยู่ตรงหน้าแฝด ในห้องนั่งเล่น
       
       “ท่านหญิงขา อย่าทำหน้าเบื่อหน่ายอย่างนั้นซีคะ”
       “พรุ่งนี้คุณชายก็ต้องมาถึง ท่านหญิงไปพบคุณชายพรุ่งนี้ก็ได้นี่คะ”
       “แล้วจะอ้างเหตุผลอะไรล่ะ”
       “ไปเรียนทำขนมกับคุณย่าอ่อนต่อเนื่องไงคะ ขอเรียนการเรือนเลย จะได้ไปทุกวัน” เอื้อยเสนอ
       “คงไม่ทำให้หญิงดูก๋ากั่น หน้าไม่อายนะ” วรรณรสาท้วง
       “โธ่ ใครจะไปคิดอย่างนั้น นี่น่าจะเป็นเหตุผลที่เข้าท่าและแนบเนียนที่สุด ไม่มีใครสงสัยหรอกค่ะ”
       วรรณรสายิ้มออกมาได้
       “ท่านหญิงเล่าเรื่องของหม่อมหลวงกระถินให้ฟังต่อดีกว่าค่ะว่า เป็นอย่างไรบ้าง”
       “ยังเด็กเหลือเกิน”
       “แล้ว....ตกลงเธอรักคุณชายรุจแน่ ๆ ใช่ไหมคะ”
       “เธอพูดว่าอย่างนั้นนะ แต่แปลก ตอนที่เธอพูดว่ารักคุณชาย เหมือนเธอท่องมาอย่างนั้น ที่แปลกอีกอย่าง พอเธอรู้ว่าคุณชายยังไม่กลับ เธอดูโล่งอกอย่างไรบอกไม่ถูก อ้อ มีเรื่องแปลกที่สุดอีกเรื่องที่รสาแอบเห็นเข้า
       แฝดกระเถิบเข้ามาประชิดทันที ถามพร้อมกัน
       “อะไรคะ”
       
       เหตุการณ์เกิดขึ้นตอนที่วรรณรสาเดินจะกลับมาที่รถ ซึ่งเป็นรถของบ้านอ้ายเอื้อย เพราะหลอกทางวังอรุณรัศมิ์ ว่ามาบ้านอ้ายเอื้อย แล้วให้รถบ้านแฝดไปส่งวังจุฑาเทพอีกที แล้วท่านหญิงต้องชะงักเมื่อเห็นกระถินกำลังจะขึ้นรถกลับเหมือนกัน สมหวัง และคล้าว ที่แต่งตัวภูมิฐานยืนรออยู่ วรรณรสาหลบมุมแอบดู กระถินหัวเราะระรื่น
       “พี่คล้าวมาด้วยเหรอ แต่งเสียหล่อเชียว”
       “เตือนแล้ว ไม่ให้มา มันก็ขอคุณเกษมาจนได้” สมหวังบอก
       คล้าวมีสีหน้าเคียดแค้น “ยังไงพี่ก็ต้องมา จะได้รู้ทาง นี่น่ะเหรอวังห้าสิงห์จุฑาเทพ...คอยดูนะถ้าไอ้คุณชายมันเลี้ยงดูกระถินไม่ดี พี่จะบุกมาชิงตัวกระถินกลับบ้านเรา”
       “อุ๊ย....พี่คล้าว ตื่นเต้น อย่างกะหนังบู๊โคบาลเลย แต่ตอนนี้กลับเถอะจ้ะ เพราะคุณชายไม่มาแล้ววันนี้ กว่าเรือบินมาถึงพรุ่งนี้แน่ะ”
       “ลุงสม วันนี้ฉันขอขับรถเองนะ”
       “ไม่ได้ เดี๋ยวคุณชายเทวพันธ์เห็นเข้า ข้าโดนเล่นงานแย่” สมหวังไม่ยอม
       “ไม่หรอกน่า ให้ฉันขับนะ อยากขับรถในกรุงเทพฯมานานแล้ว”
       “รีบกลับเถอะ กระถินคันไปทั้งตัวแล้ว ไอ้ผ้าลูกไม้นี่ทำไมมันคันคะเยออย่างนี้ ไม่อยากใส่เลย”
       “พี่ก็เหมือนกัน ไอ้เสื้อแขนยาวนี่มันคันยิบๆ เดี๋ยวกระถินเกาให้พี่หน่อยนะ”
       “ได้จ้ะ”
       กระถินช่วยเกาหลังให้
       “นั่นแหละ โอย สบาย”
       ทั้งสองหัวเราะให้กัน สมหวังมองอย่างอนาถใจเต็มที
       “หายคันแล้ว”
       คล้าวว่าแล้ววิ่งขึ้นรถ กระถินขึ้นนั่งตอนหลัง สมหวังส่ายหน้าแล้วขึ้นนั่งตอนหน้า รถแล่นออก
       วรรณรสาออกมาจากมุม มองตามอย่างสงสัย
       
       สองแฝดฟัง วรรณรสาเล่าจบ ต่างมีสีหน้าครุ่นคิด แล้วอ้ายก็ตะโกนออกมา
       “ท่านหญิงไม่ต้องคิดมากแล้วค่ะ สรุปได้เลยว่าหม่อมหลวงกระถินมีคนรักอยู่แล้ว คือนายคล้าวอะไรนั่นแน่ๆ”
       “หนูอ้ายแน่ใจนะ”
       “ถ้าพูดถึงขั้นว่า “จะชิงตัวกระถินกลับบ้านเรา” มันก็ต้องคนรักกันแน่ ๆ ค่ะ” อ้ายมั่นใจ
       “แสดงว่าหม่อมหลวงกระถินไม่ได้รักคุณชายเลย เธอถูกบังคับแท้ๆ” เอื้อยว่า
       “ถ้าเป็นอย่างนั้นจริง หญิงก็ยังมีสิทธิ์ทำตามที่หัวใจเรียกร้องกับ...” ท่านหญิงเขินอายขณะพูดออกมา “คุณชายรุจใช่ไหมหนูอ้ายหนูเอื้อย
       “ท่านหญิงมีสิทธิ์ร้อยเปอร์เซนต์ พันเปอร์เซ็นต์ค่ะ” เอื้อยบอก
       วรรณรสายิ้มออกมาได้
       
       วันรุ่งขึ้น ปวรรุจกลับมาแล้ว กำลังก้มกราบย่าเอียดและย่าอ่อน คุณชายทั้งสี่อยู่กันพร้อมหน้าของฝากวางเต็มห้อง
       “ดีใจที่สุดครับ ได้กลับบ้านเสียที”
       “ย่าละใจเสีย เห็นพูดว่าตกเรือบงเรือบิน แล้วการงานเป็นอย่างไร” หม่อมเอียดถาม
       “ก็ถือว่าประสบความสำเร็จดีสำหรับประเทศเรา ถึงแม้การประชุมยังเห็นไม่ตรงกันอยู่หลายเรื่อง”
       “นี่ถ้าท่านพ่อกับแม่ช้องนางยังอยู่ คงภูมิใจในตัวเรามาก” หม่อมเอียดเป็นปลื้ม
       ย่าอ่อนนึกหมั่นไส้ช้องนาง เลยขัดขึ้น “ก็ยังดีนะคะ ที่นำแต่ความสำเร็จกลับมา ไม่พาเมียแหม่มไร้สกุลรุนช่องกลับมาด้วย”
       พี่น้องทั้งสี่มองหน้ากันเซ็งๆ
       “อ้าว แม่อ่อน ทำไมพูดอย่างนั้นล่ะ”
       “กลัวนี่คะ ก่อนไปเมืองนอกเห็นทำอิดออดไม่ยอมไปพบเด็กกระถิน ก็กลัวจะไปคว้าแหม่ม หรือแม่คนรักเก่ากลับมาด้วย ประเภทสิบเบี้ยใกล้มือ เหมือนครั้งสมัยท่านชายวิชชากร”
       ปวรรุจหน้าสลดลง
       “ไม่ต้องห่วงหรอกครับ หากผมจะเลือกผู้หญิงคนไหนมาเป็นคู่ ผมไม่มีทางคว้ามาเพียงเพราะอยู่ใกล้มือ แต่จะเลือกเพราะผมรักผู้หญิงคนนั้นจริงๆ”
       ย่าอ่อนยิ้มหยัน “งั้นเหรอ”
       “แล้วถ้าผมรักเธอแล้ว ผมมั่นใจว่าคุณค่าของจิตใจเธอจะมีค่ามากกว่าสิบเบี้ย เพราะฉะนั้น ต่อให้ฐานะทางสังคมของเธอจะเป็นแค่สาวใช้ ผมก็ไม่สน”
       ย่าอ่อนฉุนขาดตวาดลั่น “ชายรุจ ที่แกพูดนี่แกกำลัง...”
       รณพีร์รีบกระเถิบเข้าหาย่าอ่อน ที่กำลังเดือด
       “ย่าอ่อนครับ พี่ชายรุจกลับมาเหนื่อยๆ ให้พี่ชายรุจไปพักก่อนดีไหมครับ”
       ย่าอ่อนยังไม่หยุด “ฟังไว้นะชายรุจ ย่ากับหม่อมย่าไม่มีวันปล่อยให้อยู่ๆ แกก็ไปคว้าเอาขี้โคลนจากปลักไหนมาประดับหัวแหวนของราชสกุลจุฑาเทพอย่างแน่นอน หม่อมหลวงกระถินที่ย่าเลือกให้ เหมาะสมกับแกที่สุดแล้ว”
       “เอาละ ๆ ชายรุจไปพักผ่อนเถอะ แล้วเดี๋ยวค่ำนี้มาทานข้าวด้วยกัน”
       “ครับ”
       
       ปวรรุจและคุณชายทั้งหมดออกไป ย่าอ่อนหยิบพัดขึ้นมาพัดวี ความร้อนรุ่มในใจ

สุภาพบุรุษจุฑาเทพ คุณชายปวรรุจ ตอนที่ 9
        เวลาต่อมา ปวรรุจ ธราธร พุฒิภัทร รัชชานนท์ และรณพีร์ รวมตัวกันอยู่ในห้องใต้โดม
       
       รัชชานนท์กำลังส่องกล้องทางไกลแบบลำกล้องเดียว ส่วนรณพีร์กำลังตื่นเต้นกับแว่นตาและหมวกสำหรับใส่ขับเครื่องบิน กล่องของฝากวางเกลื่อนห้อง ชายภัทรและธราธรนั่งคุยกับปวรรุจที่โต๊ะทำงาน
       “เมื่อวานน้องกระถินเขาก็มารอชายรุจอยู่ทั้งวันเลยนะ”
       “เหรอครับ”
       “ไม่ใช่แค่น้องกระถินคนเดียวนะครับ ท่านหญิงวรรณรสา อรุณรัศมิ์ ก็เด็จมาเยี่ยมย่าอ่อนด้วย” พุฒิภัทรบอก
       ปวรรุจนิ่งงันไป ชายภัทรและธราธรมองหน้ากัน ปวรรุจยังไม่รู้ว่าธราธรและชายภัทร รู้เรื่องทุกอย่างแล้ว สองคน ดูท่าทางสลดลงของปวรรุจ อย่างเห็นใจ
       “เหรอครับท่านหญิงเด็จมาที่นี่เหรอครับ เสียดายผมกับชายพีร์ไม่ได้เฝ้าท่าน” รัชชานนท์ได้ยินหันมาทางสามคน
       “ก็มัวแต่ไปเที่ยวกันทั้งคู่ นี่”
       “ใครว่าละครับพี่ชายใหญ่ ผมบินลาดตระเวนขอบชายแดน เรื่องขโมยสมบัติโบราณของชาติ จนกลายเป็นเรื่องขัดแย้งระหว่างประเทศไปแล้ว” รณพีร์บอก
       “นายยังจำท่านหญิงได้ใช่ไหม” พุฒิภัทรถาม มองจับอาการ
       ปวรรุจบอกนิ่งๆ “ไม่มีวันลืม”
       “ไม่นึกนะครับว่าเจริญชันษา จะทรงงดงามถึงเพียงนี้” รณพีร์สอดเข้ามาอีก
       “ว่าแต่เรื่องแฟนคนใหม่ของพี่ชายรุจ ที่ชื่อ “รสา” เป็นยังไงบ้างครับ ทำไมไม่เล่าให้ฟังบ้างเลย”
       รัชชานนท์ถาม รณพีร์สนใจด้วย “เล่าเลยครับ ผมอยากฟัง”
       ปวรรุจตัดบท “เพราะไม่มีอะไรจะเล่าน่ะซี เอาเป็นว่าพอเลิกทัวร์เราก็แยกกันไป ไม่ได้สานต่ออะไรกันอีก”
       รณพีร์เซ็ง “หมดกัน”
       “ขอตัวนะ ฉันอาบน้ำก่อนละ เดี๋ยวจะนอนสักตื่นด้วย”
       ปวรรุจเดินออกจากห้องโดมไป ธราธรและชายภัทรสบตาอีกครั้ง
       
       วันรุ่งขึ้น ปวรรุจลาราชการ 1 สัปดาห์ เดินเล่นอยู่ในสวน มองเลยไปที่ศาลาในสวนแล้วชะงักไป เมื่อเห็นวรรณรสากำลังนั่งทำขนมอยู่กับย่าอ่อนสองต่อสอง
       “หม่อมฉันเห็นพระรูปของท่านชายภาณุทัศนัยแล้วเพคะ แหม...สิริโฉมงดงามสมกับท่านหญิงราวกิ่งทองใบหยก เมื่อไหร่จะเข้าพิธีเสกสมรสเพคะ”
       รสาเหม่อลอย “ยังไม่ทราบเลยค่ะ”
       “หม่อมฉันตั้งตารอให้ถึงวันนั้น”
       “แต่หญิงไม่อยากให้ถึงวันนั้นเลยค่ะ”
       “ท่านหญิงตรัสว่าอะไรเพคะ” ย่าอ่อนตกใจ
       “เปล่าค่ะ”
       ปวรรุจมองภาพรสาที่นั่งพับเพียบอยู่กับพื้นเสื่อ กำลังกลัดไม้กลัดใบตอง แดดอ่อนๆ ยามเช้าจับร่างท่านหญิงรสาดูงดงามอ่อนหวาน ปวรรุจใจหวิวๆ แต่แล้วก็ตัดใจไม่หันกลับมามองภาพนั้นอีกจะเดินผละไป ย่าอ่อนหันมาเห็นเข้า
       “นั่นชายรุจนี่”
       วรรณรสาเงยหน้าขึ้นมองทันที ปวรรุจชะงัก ไม่หันมามอง
       “ชายรุจ ยืนนิ่งอยู่ทำไม มานี่ซิ”
       ปวรรุจจำต้องเดินมาที่ศาลา วรรณรสามองมาแน่วนิ่ง ปวรรุจสบตาอย่างสงบนิ่ง
       “ท่านหญิงเพคะนี่ชายรุจ ที่ท่านหญิงโปรดจะเล่นด้วย ตอนทรงพระเยาว์ ชายรุจ นี่ท่านหญิงแต้ว จำท่านได้ไหม”
       “จำได้ซีครับ”
       วรรณรสายิ้มให้ แต่ปวรรุจกลับวางมาดขรึม แล้วค้อมศีรษะลงอย่างเป็นทางการ
       “ฝ่าบาท”
       วรรณรสาหน้าเจื่อนไปทันที เพราะคำพูดนั้นดูจงใจให้ห่างเหินเสียเหลือเกิน
       “มานั่งนี่ซีชายรุจ ท่านหญิงกับย่ากำลังหาคนชิมขนมตาลอยู่พอดี”
       “ถ้าคุณชายไม่รังเกียจ”
       วรรณรสาเลื่อนจานเล็กใส่ขนมตาลให้ ปวรรุจรับมาชิม ไม่ได้พูดอะไร วรรณรสาหน้าเจื่อนไปเล็กน้อย
       “งั้นอยู่คุยกับท่านหญิงไปก่อนนะ ย่าไปดูสำรับในครัวประเดี๋ยว”
       ย่าอ่อนลุกออกจากศาลาไป ต่างฝ่ายต่างเงียบกันไป
       “คุณชายคะ ฉันขอโทษเรื่องที่ผ่านมาทั้งหมด”
       อย่างที่ไม่คาดคิด ปวรรุจลุกขึ้นทันที
       “ฝ่าบาทประทานอภัย กระหม่อมขอตัว”
       ปวรรุจลงจากศาลา แล้วแยกไปทางสวน
       “คุณชายคะ เดี๋ยวก่อน”
       วรรณรสาลุกวิ่งตามไป
       
       วรรณรสาวิ่งตามมาในสวน ปวรรุจเดินเร็วรี่จะตรงไปขึ้นตึก วรรณรสาสั่งเสียงดัง
       “คุณชาย หยุดก่อน ฉันสั่งให้หยุดไง คุณชายปวรรุจ”
       ปวรรุจหยุดทันที ค่อยๆ หันกลับมาช้า ๆ
       “หยุดแล้วกระหม่อม พระบัญชาท่านหญิงวรรณรสา ใครจะกล้าขัดพระทัย”
       “ถ้าไม่กล้าขัดใจจริง ก็เลิกใช้ถ้อยคำห่างเหิน แล้วพูดกับฉันเหมือนเดิม”
       “กระหม่อมมิบังอาจ คงทำตามพระประสงค์ไม่ได้”
       “ไหนบอกว่าจะไม่ขัดใจไง”
       “ท่านหญิงทรงเป็นอนุวงศ์ กระหม่อมฉันเป็นเพียงสามัญชน คงไม่หาญกล้าเอาตัวไปเทียบ”
       “เราอย่ามามัวเล่นแง่กันเลยค่ะคุณชาย ที่ฉันมาพบคุณวันนี้เพื่อจะบอกว่า ฉันขอโทษที่ปิดบังคุณชายมาตลอด คุณชายจะยกโทษให้ฉันได้รึเปล่า”
       “นี่คือพระบัญชาของท่านหญิงวรรณรสาหรือไม่กระหม่อม”
       วรรณรสาสะเทือนใจ “ไม่ใช่ “คำสั่ง” ของท่านหญิง แต่คือ “คำขอร้อง” จากคนที่สำนึกผิด คุณชายจะให้ฉันทำยังไงจึงจะยอมยกโทษ ฉันยอมทั้งนั้น ขอเพียงคุณชายบอกมาคำเดียว”
       “ฝ่าบาทแน่พระทัยหรือ”
       “แน่ใจสิ”
       “แล้วถ้ากระหม่อมทูลขอ ให้เสด็จกลับไปเสียล่ะ”
       วรรณรสาชะงัก น้ำตารื้นขึ้นมาทันที จุกจนเสียงแหบแห้ง
       “งั้นฉันก็จะกลับ”
       “ควรแล้วกระหม่อม”
       ปวรรุจจะกลับเข้าตึก วรรณรสาพูดตามอย่างเด็ดเดี่ยวทั้งๆ ที่น้ำตานองหน้า
       “แต่พรุ่งนี้ฉันจะมาใหม่”
       ปวรรุจนิ่งงันไป
       “มะรืนก็จะมา มะเรื่องก็จะมา ฉันจะมาทุกวันจนกว่าคุณชายจะยอมคุยกับฉันดีๆ”
       วรรณรสาหมุนตัวจะกลับไป ปวรรุจหันมาบ้าง
       “อย่าทรงเสียเวลาเลยกระหม่อม ทรงเอาเวลาอันมีค่าไปใช้เพื่อท่านชายทัศน์ พระคู่หมั้นเถิด กระหม่อมไม่มีค่าอะไรที่ฝ่าบาทจะต้องมาทรงเสียเวลาด้วย”
       วรรณรสามองตอบปวรรุจ ถอนสะอื้นเบาๆ
       “ถ้ายังไม่รู้ก็จงรู้ไว้เถิด ว่าคุณชายมีค่าที่สุด มีค่ายิ่งกว่าอะไรทั้งนั้น”
       
       วรรณรสาสะอื้นไห้แล้วเดินจากไป ปวรรุจนิ่งงันอยู่ตรงนั้น น้ำตาคลอหน่วยขึ้นช้าๆ

สุภาพบุรุษจุฑาเทพ คุณชายปวรรุจ ตอนที่ 9
        วันต่อมาที่สนามบ้าน อ้ายและเอื้อยแต่งตัวเหมือนกัน ทำผมเหมือนกัน อ้ายกำลังล้างสุนัขตัวโปรดอยู่มุมบ้าน เอื้อยกำลังรดน้ำต้นไม้ สาวใช้เดินนำปกรณ์มา
       
       “มีคนมาขอพบคุณหนูเอื้อยคุณหนูอ้ายค่ะ”
       เอื้อยกำลังสาละวนกับกิจกรรมของตัวเอง
       “เชิญเค้าเข้ามาเลย”
       “ผมอยู่นี่แล้วครับ”
       เอื้อยรดน้ำต้นไม้หันมา “คุณปกรณ์”
       ปกรณ์ แต่งหล่อยืนอยู่ พร้อมช่อดอกไม้และของกำนัล
       “คุณมาตั้งแต่เมื่อไหร่” อ้ายถาม
       “ลงเครื่องเมื่อค่ำวาน เช้านี้ก็ตรงมาบ้านคุณเลย เฮ้อ หนูอ้าย ดีใจที่ได้เจอหนูอ้ายจริงๆ”
       ปกรณ์จับมือหนูเอื้อยแล้วจุมพิต เอื้อยกลั้นหัวเราะ ขณะที่อ้ายโกรธ เท้าสะเอวจ้องตาเป๋ง
       “นี่หนูเอื้อยค่ะ หนูอ้ายอยู่นั่น”
       “อ้าว โทษ แต่งเป็นแฝดเหมือนแบบนี้ ผมก็จำไม่ได้น่ะซีครับ”
       “แสดงว่าไม่รักไม่ชอบพอกันจริง ห่างกันแป๊บเดียว แยกไม่ออกว่าใครเป็นใคร” อ้ายค้อนขวับ
       “โอเค พอพูดแบบนี้ รู้แล้วว่าคือหนูอ้าย”
       “โกรธแล้วนะ”
       เอื้อยตัดบท “ขึ้นเรือนก่อนค่ะ มีเรื่องอยากคุยตั้งเยอะแยะ”
       ปกรณ์เย้า “รู้ครับ เรื่องคุณอั๋นใช่ไหม”
       เอื้อยค้อนขวับ “คุณปกรณ์น่ะ”
       “คุณอั๋นมีของฝากพร้อมจดหมายมาให้ด้วยนะครับ”
       “งั้นรออะไรล่ะ”
       เอื้อยและอ้าย ดึงปกรณ์เข้าบ้านไป
       
       เวลาเดียวกันปวรรุจเดินมาที่ศาลาเพราะเห็นสี่หนุ่มกำลังมุงทานอาหารบนโต๊ะ พูดคุยกันอย่างสนุกสนาน
       “ทานอะไรกันน่ะ”
       สี่หนุ่มหันมา ปวรรุจถึงเห็นวรรณรสายืนอยู่กลางวง กำลังเสิร์ฟขนมไทยหลายชนิดให้หนุ่มๆ ทาน
       “ขนมฝีพระหัตถ์ท่านหญิงน่ะ ลองชิมดูหน่อยไหม” ธราธรชวน
       “ตะโก้เผือกนี่อร่อยมากเลยครับ” รณพีร์บอก
       “ตอนนี้ยังไม่อยากทานของหวาน ขอตัวนะ”
       ปวรรุจเดินกลับไปที่ตึก วรรณรสาเจื่อนไป
       “เดี๋ยวนี้พี่ชายรุจเป็นอะไร ดูเครียดๆ” รัชชานนท์ว่
       “อกหักตามเคยไง กับสาวร่วมทัวร์คนนั้น ชื่ออะไรนะ รสา อะไรสักอย่าง” รณพีร์เสริม
       วรรณรสาสะท้อนใจ หน้ายิ่งเจื่อนลง ธราธร กะพุฒิภัทรเข้าใจความรู้สึกนั้น วรรณรสาพยายามทำสีหน้าเป็นปรกติ แล้วพูดขึ้น
       “ทานกันต่อดีกว่านะคะ”
       ทั้งกลุ่มกลับมาทานกันต่อ วรรณรสายังเหลือบมองไปที่ตึกด้วยความน้อยใจ
       
       ด้านปวรรุจเดินกลับเข้าห้อง แอบมองผ่านหน้าต่างไปที่ศาลา เสียงหัวเราะของบรรดาพี่น้องแว่วมา
       วรรณรสายิ้มเศร้าๆ อยู่ท่ามกลางหนุ่มๆ ท่านหญิงเงยหน้าขึ้นมองมาที่หน้าต่างห้อง ปวรรุจรีบฉากหลบพิงกรอบหน้าต่าง ปวรรุจถอนใจ พยายามตัดใจไม่กลับไปมองอีก แล้วกลับมาทิ้งตัวลงนอนที่เตียง หลับตาอย่างเหนื่อยอ่อน
       
       ปวรรุจลืมตาตื่นขึ้น เวลาเย็นมากแล้ว แดดสีส้มส่องเข้ามาในห้อง ปวรรุจลุกขึ้นนั่งข้างเตียงสายตามองไปที่โต๊ะทำงาน เห็นขนมลูกชุบ ตะโก้ และขนมตาลจัดวางในจานอย่างดี ปวรรุจลุกมามองขนม
       แล้วค่อยจิ้มลูกชุบทานช้าๆ รู้สึกถึงความหอมหวานยิ่งกว่ารสหวานของขนมแท้ ๆ
       ปวรรุจเคี้ยวช้าๆ และน้ำตาค่อยๆ ไหลรินออกมา
       
       เวลายามเย็น วรรณรสานั่งหน้าซึมเศร้า อยู่ต่อหน้าแฝดและปกรณ์ ในห้องอาหารบ้านแฝด
       “เขาไม่สนใจใยดีรสาเลย”
       “ท่านหญิงครับ สำหรับเจ้ารุจเนี่ย มันต้องใช้ความอดทนกับมันสักหน่อย” ปกรณ์ปลอบ
       “รสาไม่คิดว่าเขาจะเย็นชากับรสาขนาดนี้” ท่านหญิงน้อยใจ
       “ท่านหญิง ที่จริงก็น่าเห็นใจคุณชายนะคะ คงไม่ได้อยากเย็นชากับท่านหญิงหรอก แต่หน้าที่และความรับผิดชอบต่างหากละคะ ที่ค้ำคอคุณชายอยู่” อ้ายว่า
       “ใช่ค่ะ....นั่นคือเรื่องที่ทั้งท่านหญิงและคุณชายต่างก็มีพันธะกับคู่หมั้นกันทั้งคู่” อ้ายว่า
       “หญิงรู้ แต่....เพียงคำขอโทษเขาก็ไม่ยอมรับเสียแล้ว เขาคงเกลียดหญิงจนไม่ให้อภัยอีกแล้วในชาตินี้”
       “ไม่จริงครับท่านหญิง เจ้ารุจรักท่านหญิงมากต่างหาก มากจนแทบทนไมได้ มันทุกข์เหลือเกินที่ต้องจากท่านหญิงไปคราวนั้น มันรู้ว่ารักครั้งนี้เป็น “รักต้องห้าม” มันทุกข์เพราะรู้ว่ามันไม่อาจเอื้อม ไม่มีสิทธิ์ในตัวท่านหญิงแม้แต่น้อย มันจึงจำใจถอยห่างและเย็นชาอย่างที่เห็น”
       วรรณรสาน้ำตารื้น “แล้ว.....ถ้าฉันทำให้ “รักต้องห้าม” มันเป็นไปได้ละคะ”
       “ยังไงคะท่านหญิง” เอื้อยให้สงสัย
       “ยังไม่รู้ แต่หญิงจะพยายามแม้แต่ต้องเปลี่ยนชีวิตตัวเองก็ตาม”
       
       อ้ายกะเอื้อย และปกรณ์มองหน้ากัน ตะลึงกับท่าทีมุ่งมั่นของวรรณรสา

สุภาพบุรุษจุฑาเทพ คุณชายปวรรุจ ตอนที่ 9
        ตอนกลางวันในวันต่อมา
       
       ขณะที่ธราธร พุฒิภัทร รัชชานนท์ และรณพีร์ กำลังทานกาแฟและของว่างกันอยู่ มีทั้งของหวาน ผลไม้สด และคุกกี้วางอยู่เต็มจาน ทั้งสี่กำลังเคี้ยวคุ๊กกี้ ต่างมีสีหน้าลำบากใจ
       “ของผมเหนียวมากเลย อย่างกะยางมะตอย” รณพีร์บ่น
       “อันนี้มันขมจัง” มองดูใต้ขนม “อ้าว ไหม้” รัชชานนท์บอก
       “หัดใหม่ก็อย่างนี้แหละ” ธราธรว่า
       พุฒิภัทรบอก “อย่าพูดไปนะ”
       ปวรรุจเดินเข้ามา ยิ้มเนือยๆ
       “อยู่กันพร้อมหน้าเลยนะ ใครทำคุ๊กกี้ แจ๋วเหรอ ทำไมมันเป็นแบบนี้ล่ะ”
       “นายไปช่วยหน่อยซี อยู่ในครัวน่ะ” ธราธรบอก
       ปวรรุจออกจากห้องเข้าครัวไปทันที
       
       ปวรรุจเข้ามาในห้องครัวฝรั่ง โดยไม่สังเกตว่าวรรณรสาหันหลังให้อยู่ ปวรรุจมัวแต่มองคุกกี้เต็มถาดที่ไหม้บ้าง ไม่สุกบ้าง
       “ทำไมอบคุกกี้แบบนี้ล่ะแจ๋ว มันต้อง...”
       วรรณรสาค่อยๆ หันมา ปวรรุจตะลึง
       “ฉันหัดทำนี่คะ”
       ปวรรุจพูดอะไรไม่ออก
       “เมื่อกี้คุณชายพูดว่า มันต้อง...ต้องอะไรคะ”
       “เปล่า...กระหม่อมกำลังทูลฝ่าบาทว่าทำคุกกี้แบบนี้ มันต้องใช้ไฟระดับไหนถึงจะ ไม่ไหม้”
       “งั้น ช่วยอนุเคราะห์หน่อยได้ไหมคะ ฉันยังทำไม่ค่อยเป็น”
       ปวรรุจเข้ามาดูไฟในเตาอบให้ วรรณรสามองไหล่ของปวรรุจ รู้สึกได้ใกล้ชิดกันอีกครั้ง ท่านหญิงจับแขนของปวรรุจไว้ ชายรุจนิ่งงัน วรรณรสาน้ำตาคลอ ปวรรุจไม่ยอมหันมา
       “เราจะกลับมาเหมือนเดิมไม่ได้หรือคะคุณชาย”
       วรรณรสาซบหน้ากับไหล่ของปวรรุจ ชายรุจสูดลมหายใจเฮือกใหญ่ หันมาและดึงมือของท่านหญิงรสาออกไป
       “ไม่มีอะไรเหมือนเดิมอีกแล้วฝ่าบาท กระหม่อมทูลแล้วให้กลับไปหาพระคู่หมั้นของฝ่าบาท กระหม่อมไม่มีอะไรคู่ควรกับฝ่าบาทแม้แต่น้อย ต่อไปนี้ เราควรอยู่ให้ห่างกัน เราไม่ควรแม้แต่สนทนากัน หรือข้องแวะกันแม้แต่ทางสายตา ฝ่าบาทคงเข้าพระทัย”
       ปวรรุจผลุนผลันออกจากห้องไป วรรณรสาพิงผนังแล้วร้องไห้ออกมา
       
       ปวรรุจเดินกลับเข้ามาในห้องใต้โดม มองหน้าธราธรและชายภัทรด้วยสายตาที่รู้แล้วว่า ทั้งสองรู้เรื่องของตนและท่านหญิงหมดแล้ว สายตานั้นมีแววตำหนี รัชชานนท์และรณพีร์ มองทุกคนอย่างงง ๆ
       “พี่ชายใหญ่ ชายภัทร ขอคุยส่วนตัวหน่อยที่ห้องผมหน่อย”
       ปวรรุจออกไป ธราธรและพุฒิภัทรมองหน้ากัน
       “เกิดอะไรขึ้นครับ”
       “ทำไมพี่ชายรุจดูเครียดขนาดนั้น” รณพีร์ฉงน
       ธราธรไม่ตอบเดินนำออกไป พุฒิภัทร จะตาม หันมาบอกน้องทั้งสอง
       “นายสองคนไม่ต้องเข้าในครัวนะ ปล่อยท่านหญิงประทับอยู่ลำพัง”
       จากนั้นพุฒิภัทรออกไป
       รัชชานนท์ยิ่งงงใหญ่ “นี่มันเรื่องอะไรกันเนี่ย”
       รณพีร์ส่ายหน้า “ไม่เข้าใจเหมือนกัน”
       
       รัชชานนท์ และรณพีร์หรือจะฟัง แอบมองเข้าไปในครัว เห็นวรรณรสาทรุดตัวนั่งร้องไห้สะอื้น สองหนุ่มยิ่งงงก่อนจะแยกตัวไป
       
       ปล่อยวรรณรสาให้ร้องไห้แทบขาดใจอยู่เพียงลำพัง

จำนวนคนโหวต 220 คน
คุณเห็นด้วยกับข่าว/บทความนี้หรือไม่
เห็นด้วย ไม่เห็นด้วย
เห็นด้วย 210 คน
96 %
ไม่เห็นด้วย 10 คน
4 %
 
หนังสือพิมพ์: ผู้จัดการออนไลน์ | ผู้จัดการรายวัน | ผู้จัดการสุดสัปดาห์ | นิตยสารผู้จัดการ 360° | Positioning | News1
มุม: การเมือง | อาชญากรรม | คุณภาพชีวิต | ภูมิภาค | ภาคใต้ | ต่างประเทศ | มุมจีน | iBiz Channel | เศรษฐกิจ-ธุรกิจ | ตลาดหลักทรัพย์
กองทุนรวม | SMEs | Motoring | CyberBiz | วิทยาศาสตร์ | เกม | กีฬา | บันเทิง | โต๊ะญี่ปุ่น | Celeb Online | ท่องเที่ยว | ธรรมะกับชีวิต
เว็บ: Asia Times | บุรพัฒน์ คอมมิคส์ | Mars Magazine | คุยกับเว็บมาสเตอร์ | Site Map | โฆษณาบนเว็บ | ติดต่อเรา
All site contents copyright ©1999-2017