หน้าแรกผู้จัดการ Online | หน้าแรกละครออนไลน์ | ละครออนไลน์
ละครออนไลน์ คุณชายเลี้ยงหมู คุณหนูเลี้ยงแกะ

คุณชายเลี้ยงหมู คุณหนูเลี้ยงแกะ ตอนที่ 6

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 21 เมษายน 2556 09:20 น.
1 | 2 | 3 | 4
หน้าถัดไป
คุณชายเลี้ยงหมู คุณหนูเลี้ยงแกะ ตอนที่ 6
       คุณชายเลี้ยงหมู คุณหนูเลี้ยงแกะ ตอนที่ 6
       
       ขณะเดียวกัน ที่ดิออร์แกน โสภีลงไปนอนกองกับพื้นโดยมีเลือดซึมออกมาจากมุมปาก พายัพค่อยๆ เดินเข้ามา ก่อนจะก้มลงไปนั่งข้างๆ
       
       “ทำไมถึงได้ปล่อยพวกมันไป”
       โสภีมองพายัพด้วยความโกรธก่อนจะถุยน้ำลายใส่พายัพแทนคำตอบ
       “ที่นี่เป็นที่ของฉัน ฉันจะทำอะไรทำไมต้องขออนุญาตแก”
       ทันใดนั้นพายัพตบเผียะ! จนโสภีหน้าหัน ไม่เท่านั้นพายัพกระชากผมโสภีขึ้นก่อนจะเหวี่ยงไปชนข้าวของกระจัดกระจาย โสภีหันมาแล้วยิ้มอาฆาต
       “แกรู้ใช่มั้ยว่าทำกับฉันแบบนี้ เสธ.โรจน์จะทำยังไงกับแก”
       “แล้วแกคิดว่าแกจะมีปัญญาไปบอกใครได้เหรอ”
       โสภีเห็นพายัพยิ้มเลือดเย็นก็เริ่มกลัว
       “ทำไม แกจะฆ่าฉันหรือไง”
       พายัพยิ้มก่อนจะนั่งลงแล้วดึงโสภีเข้ามากอด
       “ฉันจะทำอย่างนั้นทำไม” แล้วพายัพก็ลากลิ้นเลียเลือดที่อยู่มุมปากของโสภี โสภีทำหน้าขยะแขยง แต่พายัพกลับชอบที่ลิ้มชิมเลือด “หวานไม่แพ้เลือดสาวๆ เลยนะ ฉันไม่ฆ่าเธอหรอก ฉันจะปล่อยให้เธออยู่อย่างนี้ เพราะยังไงพวกมันก็ต้องย้อนกลับมาหาเธออยู่ดี เธอคงรู้ใช่มั้ยถ้ามันกลับมาที่นี่อีกคนแรกที่แกต้องโทรหาคือใคร” โสภีมองหน้าพายัพอย่างเคียดแค้น พายัพลุกขึ้นไม่สนใจ “อ๋อ...ส่วนเธอจะไปฟ้องเสธ.อะไรของเธอก็ตามใจ อย่าลืมสะกดชื่อฉันให้ถูกด้วยก็แล้วกัน”
       พายัพยิ้มเหี้ยมก่อนจะเดินออกไปพร้อมลูกน้อง โสภีมองตามด้วยความคับแค้นเพราะเจ็บทั้งตัวเจ็บทั้งใจ
       
       คืนนั้นภูวนัยกับไผ่พญาเดินเข้ามาในบ้าน ไผ่พญายังเศร้าโศกจากการร่ำลากับแม่ไม่คลาย ภูวนัยหันมาเห็นไผ่พญาซึมๆ ก็เป็นห่วง
       “คุณโอเคมั้ย”
       ไผ่พญายิ้มให้เศร้าๆ เสียงม่านเมฆดังขึ้น
       “พ่อ”
       ม่านเมฆเรียกภูวนัยแต่วิ่งโผไปหาไผ่พญาซะงั้น
       “อะไรเนี่ย เกินไปละๆ”
       ภูวนัยกับไผ่พญาเดินเข้ามาถึงห้องรับแขก เห็นเผ่าพงศ์กับม่านหมอกนั่งดูโทรทัศน์กันอยู่ ไผ่พญายกมือสวัสดีเผ่าพงศ์และทักทายม่านหมอก
       “เป็นไงพ่อ เรียบร้อยมั้ยครับ”
       เผ่าพงศ์หันมองหน้าม่านหมอก ม่านหมอกทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ เผ่าพงศ์เลยหันไปพยักหน้ากับภูวนัย
       “เรียบร้อย ไม่มีอะไรนี่”
       “ใช่ครับ แต่พ่อไม่น่าให้ยัยพั้นซ์มาสอนเราเลยพ่อ”
       “พั้นซ์มาเหรอ”
       ม่านหมอกยิ้มมุมปากพูดกับเผ่าพงศ์
       “เห็นมั้ยหนูบอกแล้วว่ายัยนั่นไม่ได้โทรหรอก”
       พอภูวนัยรู้ว่าพรรณรายมาก็ชักจะสังหรณ์ใจ
       “ไม่มีเรื่องอะไรใช่มั้ย”
       สิ้นคำถามของภูวนัย เสียงของเสกสรรก็ดังขึ้นที่หน้าบ้าน
       “เฮ้ย ออกมาซิวะ”
       ภูวนัยได้ยินเสียงเสกสรรก็หันมองทุกคนประมาณว่ารู้ว่าทุกคนต้องทำอะไรไว้แน่ๆ
       
       เสกสรรกำลังโวยวายอยู่หน้าบ้าน
       “เฮ้ย กล้าทำแล้วไม่กล้ารับหรือไง ออกมาซิ”
       ภูวนัย ไผ่พญา เดินออกมา
       “มีอะไรอีกครับ”
       “มีอะไร แกถามได้ยังไงว่ามีอะไร คอยดูนะฉันจะแจ้งตำรวจจับพวกแกให้หมดในข้อหาทำร้ายร่างกายยัยพั้นซ์”
       ภูวนัยได้ยินอย่างนั้นก็ชะงักไป
       “คุณพั้นซ์โดนทำร้ายร่างกายเหรอคะ”
       “ก็ใช่ซิ”
       “แล้วพั้นซ์เป็นอะไรหรือเปล่าครับ”
       “โชคดีที่ฉันพาส่งโรงพยาบาลทัน ไม่อย่างนั้นละก็ฉันจะให้พวกแกทุกคนชดใช้ในสิ่งที่พวกแกทำกับลูกสาวฉัน”
       “แล้วคุณแน่ใจเหรอคะว่าเป็นฝีมือของคนในบ้านนี้” ไผ่พญาย้อนถาม
       “นี่ ถ้าไม่รู้ว่าเป็นครูบาอาจารย์ละก็ผมตบกลิ้งไปแล้ว ทำไม...ต้องให้ยัยพั้นซ์ตายก่อนใช่มั้ย พวกแกถึงจะเชื่อ”
       ไผ่พญาหันมองภูวนัยที่มีสีหน้าเครียดลงทันที
       
       ม่านเมฆ เผ่าพงศ์นั่งก้มหน้างุดที่โซฟา ขณะที่ม่านหมอกนั่งเฉย
       “ตกลงจะไม่มีใครยอมรับใช่มั้ย” เผ่าพงศ์กับม่านเมฆนั่งก้มต่ำลงอีก “อะไรกัน พ่อไม่อยู่แค่วันเดียวทำไมถึงได้ก่อเรื่องก่อราวได้ขนาดนี้”
       “ไอ้ภู ค่อยๆ พูดก็ได้”
       “พ่อก็เหมือนกัน” เผ่าพงศ์ถึงกับสะอึก “เป็นผู้ใหญ่ทำไมไม่ห้าม”
       ม่านหมอกที่นั่งอยู่ พูดขึ้นมาอย่างไม่สะทกสะท้าน
       “ฉันเป็นคนทำเอง”
       “พี่หมอก พวกเราก็ทำด้วยกันหมดแหละ”
       “แต่ฉันเป็นคนคิด เอาซิ ฉันเป็นคนทำ จะทำอะไร จะส่งฉันให้ตำรวจอย่างที่ไอ้พ่อเลี้ยงนั่นว่าหรือไง”
       ภูวนัยมองม่านหมอก รู้อยู่แล้วว่าม่านหมอกทำและรอว่าเมื่อไหร่จะยอมรับ
       “ทำไมต้องทำถึงขนาดนั้น ถ้าเกิดพั้นซ์เขาตายไปจะว่าไง”
       “จะไปยากอะไร หนูตายไปอีกคนไง เรื่องจะได้จบ”
       “หมอก”
       ไผ่พญาที่ยืนอยู่ไม่อยากเห็นทุกคนทะเลาะกันไปมากกว่านี้จึงขัดขึ้น
       “ฉันว่านายใจเย็นก่อนเถอะ ตอนนี้เราก็ไม่รู้ว่าคุณพั้นซ์เป็นอะไรมากน้อยแค่ไหน แล้วอีกอย่างฉันอยากให้นายฟังความสองข้าง ว่าทำไมเมฆ หมอกแล้วก็คุณลุงถึงได้ทำอย่างนั้น”
       “ไม่มีประโยชน์หรอกคะ เพราะเขามักจะให้ว่าคนอื่นสำคัญกว่าคนใกล้ตัวอยู่แล้ว”
       ม่านหมอกบอก ภูวนัยพยายามสงบสติอารมณ์
       “รีบไปนอนซะ พรุ่งนี้อาจะพาเธอไปขอโทษเขาที่โรงพยาบาล”
       “ฉันไม่ไป”
       “ทำผิดก็ต้องยอมรับผิด”
       “แต่ฉันไม่ได้เริ่มก่อน ถ้าอยากให้ฉันขอโทษอาก็ไปลากยัยนั่นมาขอโทษฉันก่อน”
       “เอ่อ ให้ฉันไปแทนหมอกได้มั้ยละ” ไผ่พญารับอาสา
       “ไม่ได้ ใครทำ คนนั้นก็ต้องรับผิดชอบ”
       ภูวนัยยืนกราน ทำให้ม่านหมอกเดินออกไปอย่างไม่พอใจ
       “หมอก หมอก”
       “เอาน่า ไม่เป็นไรหรอก เดี๋ยวพรุ่งนี้ฉันไปแทนก็ได้”
       “คุณเป็นครูยังไง แทนที่จะสอนให้รู้จักรับผิดชอบกับการกระทำของตัวเองแต่กลับออกหน้ารับผิดซะเอง ทำอย่างนี้เดี๋ยวก็ยิ่งได้ใจกันใหญ่”
       “เอ้า โน่นก็ไม่ได้ นี่ก็ไม่ได้แล้วจะให้ฉันทำยังไง”
       “ก็ทำให้เธอไปขอโทษพั้นซ์ที่โรงพยาบาลพรุ่งนี้ไง”
       
       ภูวนัยพูดจบก็เดินออกไป ไผ่พญามองตามอย่างเหนื่อยใจ

คุณชายเลี้ยงหมู คุณหนูเลี้ยงแกะ ตอนที่ 6
       ไผ่พญาเดินลงมาจากบันได ภูวนัยเดินเข้ามาจากนอกบ้านกับพรรษา
       
       “ก็ใช้ได้แล้วละครับ เดี๋ยวขอดูบัญชีเดือนที่แล้วด้วยแล้วกันนะครับ”
       “ได้คะ”
       ภูวนัยเดินเข้ามาเห็นไผ่พญา ภูวนัยกับไผ่พญาต่างชะงักกันไป ภูวนัยมองไผ่พญาที่ใส่เสื้อสีดำก็พูดขึ้น
       “ใครเขาให้ใส่เสื้อสีดำไปเยี่ยมคนป่วย”
       “อ้าวเหรอ ไม่เป็นไรหรอกมั้ง คุณพั้นซ์เขาก็ไม่ได้เป็นอะไรมากนี่”
       “แต่มันก็ไม่ควร ขึ้นไปเปลี่ยนซะ”
       ไผ่พญาชักไม่พอใจ
       “ ถ้างั้นนายก็ไปโกนหัวก่อนซิ” ภูวนัยงง “ผมนายก็ดำเหมือนกัน”
       “อย่าหาเรื่องทะเลาะกันแต่เช้าได้มั้ย”
       “ใครกันแน่”
       พรรษาที่ยืนอยู่ด้วยรีบหย่าศึก
       “คุณภูคะ ลืมแล้วเหรอคะว่าคุณแม่คุณครูเพิ่งเสีย”
       ไผ่พญาได้ยินอย่างนั้นก็เพิ่งนึกได้เหมือนกัน ภูวนัยเองก็ชะงักไปอย่างรู้สึกผิด
       “ใช่ ฉันกำลังไว้ทุกข์อยู่”
       “เอ่อ ผมลืมไป” แล้วภูวนัยก็รีบเปลี่ยนเรื่อง “หมอกละ ตกลงคุณทำให้เธอยอมไปโรงพยาบาลได้มั้ย”
       ไผ่พญาอึกอักเพราะยังไม่ได้ทำอะไรเลย
       “เอ่อ คือ”
       “เมื่อเช้า ป้าเห็นคุณหมอกอยู่ในครัวน่ะคะ” พรรษาบอก ภูวนัยกับไผ่พญาได้ยินอย่างนั้นก็แปลกใจ
       “ครัว”
       ระหว่างนั้นเสียงม่านหมอกดังขึ้น
       “ฉันทำอะไรไปเยี่ยมคุณพั้นซ์เขาหน่อย”
       ทุกคนหันไปก็เห็นม่านหมอกเดินถือถุงผ้าที่ใส่กล่องข้าวกับกระบอกน้ำออกมา
       “ไปกันหรือยัง”
       ม่านหมอกพูดจบก็เดินนำออกไป ภูวนัยกับไผ่พญามองตามด้วยความสงสัย พรรษาเองก็เช่นกัน
       “สงสัยวันนี้ฟ้าจะถล่มละมั้ง”
       “ทำไมละคะ” ไผ่พญาถามอย่างแปลกใจ
       “ก็แต่ก่อนคุณหมอกเป็นอย่างนี้ซะเมื่อไหร่ละคะ” พรรษาหันไปพูดกับภูวนัย “ป้าว่าแกคงจะคิดได้แล้วก็รู้สึกผิดจริงๆ แล้วนะคะคุณภู”
       ภูวนัยไม่อยากจะเชื่อเช่นกัน
       “คุณทำยังไง หมอกถึงได้ยอมไป” ภูวนัยถามไผ่พญา
       “บอกไม่ได้หรอก ความลับ”
       แล้วไผ่พญาก็เดินตามม่านหมอกออกไป ภูวนัยมองตามด้วยความสงสัย
       
       ภูวนัยเดินนำมาตามทางเดินของโรงพยาบาล ไผ่พญากับม่านหมอกเดินตามมาไม่ห่างแล้วจู่ๆ ภูวนัยก็นึกขึ้นมาได้
       “เดี๋ยวฉันเข้าไปก่อน...” ภูวนัยชะงักด้วยความแปลกใจเมื่อเห็นม่านหมอกกับไผ่พญากำลังซุบซิบบางอย่างกันอยู่ “มีอะไร กำลังคิดอะไรแผลงๆ อยู่หรือเปล่า”
       “แผลงอะไรละ คือหมอกเขากลัวว่าคุณพั้นซ์ยังโกรธอยู่ แล้วไม่รับของที่เธอตั้งใจทำมาฝากน่ะ” ภูวนัยมองม่านหมอกที่ทำหน้านิ่งตามสไตล์ ไผ่พญาเอาถุงกล่องข้าวจากม่านหมอกมาแล้วยื่นให้ภูวนัย “นายเอาให้คุณพั้นซ์ซิ”
       “แต่ฉันว่า หมอกน่าจะเป็นคนเอาให้นะ จะได้ปรับความเข้าใจกัน”
       “ถ้าบอกว่านายเอามาฝาก รับรองว่ายัยนั่น อุ้ย...คุณพั้นซ์จะต้องหายทันทีเลย น่า อยากให้หมอกหน้าแตกหรือไง”
       ภูวนัยรับถุงกล่องข้าวมา
       “ก็ได้ ดีเหมือนกัน ถ้าเกิดพวกคุณโผล่เข้าไปเลย พั้นซ์อาจตกใจก็ได้ เดี๋ยวผมเข้าไปก่อนแล้วสักพักค่อยตามเข้าไปแล้วกัน”
       ภูวนัยเดินเข้าห้องไป ไผ่พญาเข้ามาคุยกับม่านหมอก
       “ไม่ต้องห่วง เรื่องนี้ต้องแฮ๊ปปี้เอนดิ้งแน่นอน”
       ไผ่พญาพูดปลอบม่านหมอก ม่านหมอกหน้าตายไม่ได้รู้สึกอะไร
       
       ภายในห้องขณะนั้นพรรณรายกำลังกดรีโมทโทรทัศน์เปลี่ยนช่องไปเรื่อยด้วยอาการเซ็งก่อนจะปารีโมททิ้ง
       “ฮึ่ยย์ ทำไมป่านนี้ภูยังไม่มาอีก หรือว่าไอ้เด็กนั่นต้องเป่าหูอะไรแน่ๆ” เสียงเคาะประตูดังขึ้น พรรณรายไม่คิดว่าเป็นภูวนัย “อะไรอีก” ภูวนัยเปิดประตูเข้ามา พรรณรายเห็นก็ดีใจ “ภู ภูมาหาพั้นซ์จริงๆ ด้วย”
       “เมื่อกี้พั้นซ์นึกว่าใครเหรอ”
       พรรณรายกลัวภูวนัยเห็นร่างนางมาร
       “อ๋อ ฤทธิ์ยาน่ะคะ”
       “แล้วเป็นยังไงบ้าง”
       “ภูถามถึงร่างกายหรือว่าจิตใจละคะ” ภูวนัยรู้สึกผิด “ภูไปกรุงเทพฯ กับยัยครูนั่นทำอะไรกันคะ”
       พรรณรายเมินหน้าหนีงอนๆ
       “คุณแม่ของครูไผ่เสีย ผมเลยขับรถพาเธอไปงานศพ ส่วนผมก็ไปทำธุระต่อ”
       พรรณรายได้ยินอย่างนั้นก็ยิ้มออกมาได้
       “จริงนะคะ ภูกับยัยครูนั่นไม่ได้กิ๊กกั๊กกันใช่มั้ยคะ”
       “คุณอยากได้ของชำร่วยงานศพมั้ยละ”
       “จริงนะคะ” ภูวนัยพยักหน้า ระหว่างนั้นพรรณรายเห็นถุงในมือภูวนัย “อุ้ย อะไรนะคะ”
       “แซนวิชน่ะครับ” ภูวนัยส่งให้ พรรณรายรีบรับมาเปิด
       “ภูนี่ รู้ใจพั้นซ์จริงๆ เลย รู้มั้ยว่าพั้นซ์เบื่อข้าวโรงบาลจะแย่แล้ .พั้นซ์ทานเลยนะคะ”
       ไผ่พญากับม่านหมอกเปิดประตูเข้ามา
       “สวัสดีคะ”
       พรรณรายที่กัดแซนวิชไปคำแรกถึงกับชะงัก
       “พวกแกมาทำไม” พรรณรายหันมองหน้าภูวนัย แล้วรีบเปลี่ยนคำพูดกับน้ำเสียง “เอ่อ พวกเธอมาเยี่ยมฉันด้วยเหรอ อุ้ย หวัดดีจ้ะหมอก”
       ไผ่พญาเห็นพรรณรายทานแซนวิชอยู่เลยรู้ว่าม่านหมอกทำแซนวิชมา
       “โห แซนวิช”
       “อ๋อ จ้ะ ภูเขาทำมาให้ฉันน่ะ”
       พรรณรายรีบกัดแซนวิชคำโตเพื่อยั่วไผ่พญากับม่านหมอก ระหว่างนั้นภูวนัยพูดขึ้น
       “ผมไม่ได้ทำหรอกพั้นซ์ หมอกเขาทำมาขอโทษคุณน่ะ”
       พรรณรายได้ยินอย่างนั้นก็ถึงกับพ่นพรวดออกมาทันที
       “ภูว่าใครทำน่ะคะ”
       ไผ่พญาพูดในอารมณ์ต้องการนำเสนอ เพราะไผ่พญาไม่รู้ว่าพรรณรายโดนม่านหมอกแกล้งยังไง
       “ก็หมอกไงคะ ไม่อร่อยเหรอ”
       “ฉันทำมาขอโทษ ถ้าคุณไม่กินก็แสดงว่าคุณไม่ยกโทษให้ฉัน” ม่านหมอกบอก
       
       พรรณรายมองแซนด์วิชในมืออย่างหวั่นใจ

คุณชายเลี้ยงหมู คุณหนูเลี้ยงแกะ ตอนที่ 6
       ด้านตะวันฉายประคองยายสามาตามทางในโรงพยาบาล
       
       “ไม่เป็นไรนะยาย เดี๋ยวหาหมอเสร็จยายก็พูดได้เหมือนเดิมแล้ว”
       ยายสาจะพูดแต่เสียงแหบเหลือเกิน
       “ขอบ...”
       “ไม่ต้องพูดหรอกยาย เดี๋ยวจะยิ่งเจ็บคอ” ตะวันฉายพายายสาเดินมาถึงหน้าห้องน้ำ ยายสาชี้ไปที่ห้องน้ำ “จะเข้าห้องน้ำเหรอครับ”
       ยายสาพยักหน้า ตะวันฉายประคองยายสาไปที่หน้าห้องน้ำ ตะวันฉายมองยายสาอย่างเป็นห่วง
       “ให้ผมพาเข้าไปมั้ย” ยายสาส่ายหน้าแล้วทำไม้ทำมือบอกให้ตะวันฉายรอข้างหน้า “งั้นยายเดินดีๆ นะ” ยายสาเข้าห้องน้ำไป ตะวันฉายมายืนรอหน้าห้องน้ำ ตะวันฉายยืนรออยู่ได้ครู่นึงก็กังวล “เป็นหวัดอย่างนี้ เกิดเป็นลมไปจะทำยังไง”
       ตะวันฉายมองซ้ายมองขวา พอเห็นคนเดินผ่านไปแล้วปลอดคนจึงรีบผลุบเข้าไปในห้องน้ำทันที
       
       ตะวันฉายเข้ามาในห้องน้ำ แล้วทำเสียงเบาเรียก
       “ยาย...ยาย ยายไม่มีเสียงนี่ เป็นไรไปหรือเปล่า”
       ตะวันฉายเดินไปที่หน้าห้องน้ำที่เรียงราย ก่อนจะก้มลงไปมองข้างล่างเพื่อดูว่ายายสาเป็นลมกับชักโครกไปหรือเปล่า แต่ระหว่างที่ตะวันฉายกำลังก้มอยู่นั่น จู่ๆ ประตูห้องส้วมห้องนั้นก็เปิดออก ตะวันฉายค่อยๆ เงยหน้าขึ้นไปแล้วตะวันฉายก็ต้องตกใจเมื่อเห็นปลายฟ้ายืนอยู่
       “กรี้ดดดด”
       “เฮ้ย”
       “นาย ฉันไม่คิดเลยนะว่านายจะเป็นพวกโรคจิต”
       “เดี๋ยวก่อนหมอ ฟังผมก่อน”
       ปลายฟ้าไม่ฟังอะไรทั้งนั้นเพราะจากสิ่งที่เห็นทำให้เธอเชื่อไปแล้ว ปลายฟ้าหันรีหันขวางก่อนจะเห็นไม้ถูพื้นอยู่มุมห้อง ปลายฟ้ารีบวิ่งเข้าไปหยิบ ตะวันฉายเห็นปลายฟ้าหยิบอาวุธก็ตกใจ
       “เฮ้ย”
       ตะวันฉายตกใจรีบวิ่งแผล่วออกไปทันที ปลายฟ้าเห็นก็รีบถือไม้ถูพื้นวิ่งตาม
       
       ตะวันฉายวิ่งออกมาจากห้องน้ำ แต่ปลายฟ้าก็ตามมาทันก่อนจะหวดไม้ใส่ตะวันฉาย
       “โอ๊ย”
       “จะหนีไปไหน”
       ปลายฟ้าจะตีอีก แต่ตะวันฉายจับไม้ถูพื้นเอาไว้ ทั้งสองหมุนกันไปหมุนกันมา
       “หมอฟังผมก่อนซิ”
       “ต้องฟังอะไรอีก ก็ฉันเห็นนายแอบดูฉันอยู่”
       “มันไม่ใช่อย่างนั้นน่ะหมอ ผมไม่ใช่โรคจิต ลามกจกเปรตอะไรที่หมอคิดเลย”
       “แล้วนายเข้าห้องน้ำหญิงไปทำไม”
       เสียงไอแค่กๆ ดังขึ้น ตะวันฉายกับปลายฟ้าหันไปมองก็เห็นยายสายืนอยู่
       “นี่ไง ผมจะเข้าไปดูคุณยายว่าเป็นอะไรหรือเปล่า คุณยายแกเป็นหวัดผมก็กลัวแกจะเป็นลมในห้องน้ำ”
       ปลายฟ้าได้ยินอย่างนั้นก็ชะงักไป
       “จริงเหรอจ้ะยาย”
       ยายสาพยักหน้า บอกเสียงแหบ
       “จริงจ้ะหมอ”
       “เอ่อ...”
       “ถ้าอย่างนั้น ผมจะปล่อยมือแล้วนะ” ตะวันฉายค่อยๆ ปล่อยมือจากไม้ถูพื้น ปลายฟ้ายิ้มเจื่อน “แล้วยังไงเนี่ยหมอ ถ้าหัวผมแตกไปจะว่ายังไง”
       “ก็นายทำให้ฉันเข้าใจผิดเองทำไม”
       “เอ้า”
       “หรือจะให้ฉันรายงานพฤติกรรมของนายให้ทางจังหวัดรู้”
       “โห...ถ้าอย่างนั้นผมก็จะบอกโรงพยาบาลเหมือนกันว่าหมอไม่มีคุณสมบัติที่จะเป็นหมอ”
       “มันเกี่ยวอะไร”
       “หมอยังไม่ทันฟังผมก็ตัดสินแล้ว มันก็เหมือนกับหมอยังไม่ทันตรวจก็วินิจฉัยโรคแล้วไง” ปลายฟ้าอึ้งเถียงไม่ออก ก่อนจะหันหลังเดินออกไปดื้อๆ “อ้าว นี่หมอจะไม่ขอโทษผมสักคำเลยเหรอ”
       ตะวันฉายมองตามปลายฟ้าอย่างหมั่นไส้
       
       พรรณรายพะอืดพะอมหลังจากพยายามกินแซนวิชจนหมด
       “อร่อยมากเลยจ้ะ” พรรณรายบอกกับม่านหมอก
       “เหรอ เพิ่งรู้นะเนี่ยว่าอาหารหมูเอามาทำแซนวิชอร่อยเหมือนกัน”
       “ห๊า แหวะ” พรรณรายได้ยินอย่างนั้นก็ลืมตัวจะพลิกหากระโถน เลยทำให้ตกเตียง “โอ๊ย”
       ภูวนัยรีบเข้ามารับพรรณราย
       “เล่นอะไรเนี่ยหมอก ไม่เห็นหรือไงว่าพี่เขาเจ็บอยู่”
       ภูวนัยต่อว่าม่านหมอก ระหว่างนั้นเสกสรรเปิดประตูเข้ามาในห้องพร้อมกับตำรวจ
       “นี่เลยครับ เชิญสารวัตรสอบปากคำลูกสาวผมได้เต็มทีเลยครับ” เสกสรรเห็นภูวนัย ไผ่พญาและม่านหมอกก็ตกใจ “พวกแก” เสกสรรหันไปเห็นภูวนัยกำลังประคองพรรณรายที่กำลังจะตกเตียง “เฮ้ย แกทำอะไรยัยพั้นซ์”
       เสกสรรรีบเข้ามาหาพรรณราย ส่วนไผ่พญาพอเห็นตำรวจก็ตกใจ
       “ฉิบ”
       เสกสรรเข้าไปประคองพรรณราย
       “สารวัตรเห็นหรือยังว่าพวกนี้มันกำลังทำร้ายลูกสาวผม จับมันเลยสารวัตร”
       “อะไรเนี่ยพ่อ พ่อพาตำรวจมาทำไม”
       “เอ้า ก็พ่อไปแจ้งความว่าพวกนี้มันทำร้ายร่างกายแกไง สารวัตรเขาก็เลยอยากสอบปากคำแก”
       พรรณรายอยากจะจัดการม่านหมอกอยู่เหมือนกัน แต่เพราะภูวนัยอยู่ด้วยเลยต้องเปลี่ยนท่าที
       “จะบ้าเหรอพ่อ ใครทำร้ายร่างกายใคร”
       “ตกลงจะเอายังไงครับคุณเสกสรร” สารวัตรถาม
       “เอายังไง ก็ต้องจัดการซิ เมื่อวานลูกสาวผมไปบ้านของไอ้หมอนี่ แล้วพอตอนเย็นก็เดินอย่างนี้” เสกสรรทำท่าเดินกะเผกให้ดู “กลับมาที่บ้าน”
       “เอ่อ พั้นซ์ลื่นล้มเองคะสารวัตร”
       “อ้าว ไหนแกบอกว่าพวกนี้มันแกล้งแกไง”
       ไผ่พญาเห็นว่าทุกคนกำลังเถียงกันหน้าดำคร่ำเครียดก็ค่อยๆ กระเถิบไปที่ประตู จะชิ่งออกจากห้อง
       “ตกลงยังไงครับ คดีอย่างนี้ถ้าเจ้าทุกข์บอกว่าไม่โดนทำร้ายก็เอาผิดอะไรไม่ได้”
       “ยัยพั้นซ์”
       “ก็พั้นซ์ลื่นล้มเองจริงๆ นี่คะ”
       ภูวนัยรู้สึกโล่งอกขึ้นมาทันที ภูวนัยหันมองม่านหมอกที่นิ่งเงียบไม่พูดอะไร ขณะที่ไผ่พญากระเถิบใกล้ถึงประตูอยู่แค่เอื้อม
       “ถ้าอย่างนั้น ก็คงไม่มีอะไรแล้วผมคงต้องขอตัว”
       สารวัตรทำความเคารพ ทุกคนยกมือไหว้ลา มีแต่เสกสรรที่ไม่ยอม
       “เดี๋ยวก่อนสารวัตร”
       สารวัตรเดินมาที่ประตูก็ปะหน้าเข้ากับไผ่พญาที่กำลังจะย่องออกจากประตู ไผ่พญาเห็นสารวัตรก็รีบก้มหน้าก้มตาทันที
       “เอ หน้าคุ้นๆ นะเราเนี่ย”
       ไผ่พญาหลบหน้าหลบตา
       “จริงเหรอคะ”
       “จริงซิ เคยเห็นที่ไหนน้า”
       “ไม่เคยหรอกคะ เพราะถ้าเคยเห็นหนูคงจำสารวัตรได้แล้ว พอดีหนูเกิดมาหน้าโหล ใครๆ ก็ชอบทักถูกทักผิดอยู่เรื่อย”
       “แล้วนั่นคุณจะไปไหน”
       “เอ่อ...เอ่อ...พอดีเมื่อกี้ฉันเพิ่งนึกได้ว่าเข้าห้องน้ำแล้วยังไม่ได้ปิดน้ำเลย เดี๋ยวฉันไปปิดน้ำก่อนนะ”
       ไผ่พญาพูดจบก็รีบเปิดประตูออกจากห้อง ระหว่างนั้นสารวัตรก็นึกขึ้นมาได้
       “นึกออกแล้ว”สารวัตรหันไปทำความเคารพกับทุกคน “ผมไปก่อนนะครับ”
       “อ้าว เดี๋ยวก่อนซิสารวัตร”
       
       เสกสรรรีบตามสารวัตรออกไปอีกคน

1 | 2 | 3 | 4
หน้าถัดไป
ข่าวล่าสุด ในหมวด
คุณชายเลี้ยงหมู คุณหนูเลี้ยงแกะ ตอนที่ 19 จบบริบูรณ์
คุณชายเลี้ยงหมู คุณหนูเลี้ยงแกะ ตอนที่ 18
คุณชายเลี้ยงหมู คุณหนูเลี้ยงแกะ ตอนที่ 17
คุณชายเลี้ยงหมู คุณหนูเลี้ยงแกะ ตอนที่ 16
คุณชายเลี้ยงหมู คุณหนูเลี้ยงแกะ ตอนที่ 15
เครื่องมือจัดการเว็บ
ส่งบทความนี้ต่อ
พิมพ์หน้านี้
ข่าวที่มีผู้ส่งมากที่สุด
แสดงผลหน้าเดียว
จำนวนคนโหวต 1 คน
คุณเห็นด้วยกับข่าว/บทความนี้หรือไม่
เห็นด้วย ไม่เห็นด้วย
เห็นด้วย 1 คน
100 %
ยังไม่มีผู้ไม่เห็นด้วย
0 %
ความคิดเห็นที่ 2 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
a memoir of fashion dreamer's life in vogue
Nike 510643-008 http://www.doggiesforus.com/nikeonlinestore.php?s=Nike+510643-008+For+Sale-Nike+Outlet+Online&p=435576
Nike 510643-008
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความคิดเห็น
1. โปรดงดเว้น การใช้คำหยาบคาย ส่อเสียด ดูหมิ่น กล่าวหาให้ร้าย สร้างความแตกแยก หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
2. ทุกความคิดเห็นไม่เกี่ยวข้องกับผู้ดำเนินการเว็บไซต์ และไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมายได้
3. ทีมงานเว็บมาสเตอร์ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
4. เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
5. ผู้ร่วมแสดงความคิดเห็นสามารถร่วมตรวจสอบข้อความที่ไม่เหมาะสมได้ โดยการกดปุ่ม "แจ้งลบ" หรือส่งอีเมลแจ้งมาที่ cs@astvmanager.com หรือ cs.astvmanager@gmail.com ซึ่งทีมงานจะทำการตรวจสอบ และลบข้อความดังกล่าวโดยเร็วที่สุด หรืออย่างช้าภายใน 3 วันทำการ
เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
แสดงความคิดเห็นเพิ่มเติม
โชว์ภาพผู้ใช้ทุกครั้งที่แสดงความเห็น เพียงเข้าสู่ระบบด้วยบัญชีของเฟซบุก กดที่ปุ่มด้านล่างนี้เลย!

ชื่อ/e-mail ของคุณ : *
 
 *
  กฎกติกาการแสดงความคิดเห็นฉบับเต็ม
 
หนังสือพิมพ์: ASTV ผู้จัดการออนไลน์ | ASTV ผู้จัดการรายวัน | นิตยสารผู้จัดการ 360° | Positioning | ASTV News1
มุม: การเมือง | อาชญากรรม | คุณภาพชีวิต | ภูมิภาค | ต่างประเทศ | มุมจีน | ธุรกิจ | หุ้น | SMEs | Motoring
CyberBiz | วิทยาศาสตร์ | เกม | กีฬา | บันเทิง | Life on Campus | Celeb Online | ท่องเที่ยว | ธรรมะกับชีวิต | Multimedia
เว็บ: Asia Times | บุรพัฒน์ คอมมิคส์ | Public Law | Mars Magazine | ทะเลไทย | คุยกับเว็บมาสเตอร์ | โฆษณาบนเว็บ
All site contents copyright ©1999-2014