หน้าแรกผู้จัดการ Online | หน้าแรกละครออนไลน์ | ละครออนไลน์
ละครออนไลน์ คุณชายเลี้ยงหมู คุณหนูเลี้ยงแกะ

คุณชายเลี้ยงหมู คุณหนูเลี้ยงแกะ ตอนที่ 7

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 24 เมษายน 2556 16:55 น.
หน้าที่แล้ว
1 | 2 | 3 | 4
หน้าถัดไป
คุณชายเลี้ยงหมู คุณหนูเลี้ยงแกะ ตอนที่ 7
       คุณชายเลี้ยงหมู คุณหนูเลี้ยงแกะ ตอนที่ 7 (ต่อ)
       
       ครู่ต่อมาภูวนัยดึงไผ่พญาขึ้นบันไดมา ไผ่พญาโวยลั่น
       
       “ปล่อยฉันนะ นายเป็นบ้าอะไรของนาย”
       “ผมทนกับคุณมามากแล้วนะ”
       “ฉันก็ทนนายมากเหมือนกัน ทำไมนายชอบทำให้คนอื่นเดือดร้อนจริง แล้วฉันพูดผิดตรงไหน ห๊ะ”
       ไผ่พญาสะบัดมือให้หลุดจากการจับของภูวนัย ภูวนัยไม่ยอมปล่อย
       “จะไปไหน”
       ทันใดนั้นภูวนัยก็คว้าไผ่พญาเข้ามาอุ้มเอาไว้
       “ปล่อย ทำบ้าอะไรของนายเนี่ย ฉันบอกให้ปล่อย”
       ไผ่พญาดิ้นไปมาในวงแขนของภูวนัย ภูวนัยเกิดเจ็บแปล๊บที่แผลที่หลังขึ้นมาจึงทำให้ภูวนัยเสียหลักล้มลง ไผ่พญาจึงเสียหลักล้มลงตามมาด้วย แล้วไผ่พญาก็ล้มลงจูบกับภูวนัยที่นอนอยู่ด้านล่างโดยไม่ตั้งใจ ชิ้ง! ทั้งสองต่างสบตากับสิ่งที่ไม่คาดคิดว่าจะเกิดขึ้น ไผ่พญาอึ้งไป แต่แล้วภูวนัยก็ร้องขึ้นมาด้วยความเจ็บแผล
       “โอ้ย”
       ไผ่พญาแปลกใจที่เห็นภูวนัยเจ็บ ก่อนที่ไผ่พญาจะลุกขึ้นแล้วเห็นภูวนัยเอามืออีกข้างจับหัวไหล่ ไผ่พญาตกใจอีกเมื่อเห็นเลือดไหลมาที่แขนของภูวนัย
       
       ไผ่พญาเปิดแผลภูวนัยที่อยู่ด้านหลังออกแล้วเธอก็ต้องตกใจ
       “นายไปโดนอะไรมาเนี่ย”
       “อย่าถามมากน่า ทำไปเถอะ”
       ไผ่พญาเอาสำลีเช็ดเลือดออก
       “ฉันว่านายไปโรงพยาบาลเถอะ”
       “ไม่ต้องหรอก แผลมันไม่ได้แตกนี่” ไผ่พญาค่อยๆ เอาสำลีเช็ดเลือดอย่างแผ่วเบา ภูวนัยเริ่มสงบสติอารมณ์
       “คุณว่าผมเป็นตัวซวยหรือเปล่า”
       ไผ่พญางงที่อยู่ๆ ภูวนัยก็ถามอย่างนั้น
       “หือ”
       “ก็ที่คุณบอกว่าผมชอบทำให้คนอื่นเดือดร้อนไง”
       “เอ่อ อ๋อ นายอย่าใส่ใจคำพูดฉันเลย ฉันก็พูดไปอย่างนั้นแหละ”
       เมื่อทุกอย่างสงบ ทำให้ภูวนัยได้สติ
       “ไม่หรอก คุณพูดถูกแล้วละ” ไผ่พญาแปลกใจเมื่อเห็นภูวนัยพูดดีกับเธอจึงทำตัวไม่ถูกเหมือนกัน “ผมยอมเสี่ยงชีวิต ยอมแลกทุกอย่างเพื่อความถูกต้อง จนคนทุกคนที่อยู่รอบข้างผมต้องตาย”
       ไผ่พญารู้สึกผิดที่ทำให้ภูวนัยรู้สึกอย่างนั้น
       “เอ่อ ฉันขอโทษ” ภูวนัยมองไผ่พญาด้วยความแปลกใจ “ก็เพราะคำพูดของฉันทำให้นายรู้สึกอย่างนี้ไง”
       ภูวนัยพยักหน้ายอมรับ ก่อนจะรู้สึกผิด
       “เอ่อ ผมเองก็ต้องขอโทษคุณเหมือนกัน”
       ภูวนัยมองไผ่พญา เป็นจังหวะเดียวกับที่ไผ่พญาก็มองภูวนัยเช่นเดียวกัน ไผ่พญาหลบตาไม่พูดอะไร ระหว่างนั้นเผ่าพงศ์เดินเข้ามาพร้อมกับร้องเรียกหาภูวนัย
       “ไอ้ภู ไอ้ภูเอ๊ย” แล้วเผ่าพงศ์ก็ชะงักไปเมื่อเห็นภูวนัยถอดเสื้ออยู่กับไผ่พญา เผ่าพงศ์ชะงักแล้วรีบหันหน้าหนี “เอ สงสัยจะไม่อยู่แถวนี้ ไอ้ภู อยู่ไหนวะ”
       เผ่าพงศ์รีบเดินชิ่งออกไปเพราะทำตัวไม่ถูก ภูวนัยกับไผ่พญามองหน้ากัน
       “สงสัยผมจะทำให้คุณเดือดร้อนอีกคนแล้วละ”
       
       พรรณรายเดินกรีดกรายเข้ามาในบ้านภูวนัย
       “ภู ภูขา พั้นซ์มาคะ” พรรณรายกำลังจะเดินพ้นมุมห้องรับแขกก็เจอกับม่านหมอกที่เดินเข้ามาพอดี “อุ้ย สวัสดีจ้ะหมอก”
       ม่านหมอกมองสภาพของพรรณราย
       “พอหายดี ก็รีบวิ่งตามผู้ชายเหมือนเดิมเลยหรือไง”
       “นี่ เป็นเด็กเป็นเล็กน่ะ หัดพูดจากับผู้ใหญ่ให้มันดีๆ หน่อย”
       “แล้วทำไมผู้ใหญ่ไม่หัดพูดจาดีๆ กับเด็กบ้างละ”
       “ฉันไม่อยากเถียงกับเธอหรอกนะ เสียเวลา” แล้วพรรณรายก็หันไปตะโกนร้องเรียกหาภูวนัยต่อ “ภู ภูอยู่ไหนคะ” เผ่าพงศ์เดินเข้ามาหายิ้มกรุ่มกริ่ม “สวัสดีคะคุณพ่อ”
       “อ้าว หวัดดีๆ”
       “คุณพ่อเห็นภูมั้ยคะ”
       “ไอ้ภูเรอะ โน่น กำลังกระจุ๊งกระจิ๊งกับครูไผ่ที่สวนโน่น”
       พรรณรายได้ยินที่เผ่าพงศ์พูดอย่างนั้น สีหน้าเธอเปลี่ยนทันที
       “อะไรนะคะ”
       เผ่าพงศ์ชะงัก รีบเอามือปิดปากแล้วส่ายหน้า
       “อย่างนี้นี่เอง ถึงว่าทำไมอาภูถึงบอกว่าเขาอยากคุยเรื่องส่วนตั้วส่วนตัวกับครูไผ่”
       ม่านหมอกบอก พรรณรายได้ยินอย่างนั้น ร่างก็สั่นเทิ้มด้วยความโกรธทันที
       
       ไผ่พญาปิดผ้าก๊อตที่หลังของภูวนัยเรียบร้อย
       “เอ้า เสร็จแล้ว”
       ภูวนัยลุกขึ้นก่อนจะหันมามองไผ่พญา ไผ่พญาเห็นมัดกล้ามของภูวนัยก็เขิน ไม่รู้จะเอาตาไปวางไปไหน
       “ขอบคุณมาก”
       “ไม่เป็นไร เรียบร้อยแล้วใช่มั้ย”
       ภูวนัยพยักหน้าก่อนจะหยิบเสื้อขึ้นมาใส่ ไผ่พญาหันหลังเดินออกไป
       “อย่าบอกเรื่องนี้ให้ใครรู้นะ” ภูวนัยบอก ไผ่พญาหันมา ทำหน้าสงสัย
       “ทำไมละ”
       “ฉันรู้ว่าทุกคนเป็นห่วงฉัน แล้วถ้าพวกเขารู้ว่าฉันเป็นอย่างนี้เพราะไปทำอะไรมา พวกเขาคงไม่สบายใจ”
       ภูวนัยยังใส่เสื้อไม่เสร็จขณะเดินเข้ามาหาไผ่พญา
       “เอ่อ ได้...ได้ซิ”
       “ฉันอยากให้เธอเก็บเรื่องนี้เป็นความลับ”
       ระหว่างนั้นพรรณรายเดินเข้ามา
       “ความลับอะไร” ภูวนัยกับไผ่พญาอึ้งไปเมื่อเห็นพรรณราย ขณะที่พรรณรายเองก็ตกใจเมื่อเห็นไผ่พญากับภูวนัยที่เสื้อผ้าหลุดลุ่ย “กรี้ดดดด”
       พรรณรายปาดเข้ามาตบหน้าไผ่พญาอย่างแรง
       “โอ๊ย”
       “พั้นซ์ เดี๋ยวก่อนพั้นซ์”
       พรรณรายไม่ฟังเสียง ผลักไผ่พญาล้มลงแล้วขึ้นคร่อมก่อนจะตบไม่ยั้ง
       “โอ๊ย”
       “พั้นซ์ หยุดเดี๋ยวนี้”
       ภูวนัยเข้ามาจับตัวพรรณราย พรรณรายสะบัดแขนจนภูวนัยต้องปล่อยเพราะภูวนัยเจ็บแขน
       “อย่ามายุ่งคะภู พั้นซ์จะทำให้มันรู้ว่าการยุ่งกับผู้ชายของคนอื่นมันเป็นยังไง”
       ภูวนัยเห็นไผ่พญาโดนอย่างนั้นก็ต้องทนเจ็บเข้าไปช่วย
       “พอได้แล้วพั้นซ์”
       
       ภูวนัยลากตัวพรรณรายออกมาจนได้

คุณชายเลี้ยงหมู คุณหนูเลี้ยงแกะ ตอนที่ 7
       ใบหน้าไผ่พญาแดงช้ำและมีเลือดออกที่มุมปาก พรรณรายตะโกนด่าไผ่พญาทั้งที่โดนภูวนัยล็อคตัวเอาไว้
       
       “จำไว้ แล้วทีหลังอย่ามายุ่งกับภูของฉันอีก”
       “พั้นซ์ คุณฟังผมก่อนผมกับครูไผ่”
       ภูวนัยพยายามอธิบายแต่เสียงของไผ่พญาดังแทรกขึ้นก่อน
       “คุณบอกคนของคุณเถอะ เพราะฉันไม่ได้ยุ่งกับคนของคุณ คนของคุณต่างหากที่มายุ่งกับฉันเอง”
       “กรี้ดดด! ไม่ ไม่จริง”
       “แล้วอยากรู้มั้ยว่าความลับที่ฉันกับคุณภูตกลงกันไว้สองคน มันคืออะไร” ไผ่พญาเข้าไปหาภูวนัย “ภูขา...บอกเขาไปเถอะคะ ไหนๆ ก็มาถึงขั้นนี้แล้ว”
       “กรี้ดดด! ภู ไม่จริงใช่มั้ย บอกพั้นซ์ซิว่ามันโกหก”
       “ภูขา บอกไปซิคะว่าเมื่อกี้เราเพิ่งจูบกันอย่างเร่าร้อน”
       พรรณรายได้ยินอย่างนั้นก็สะบัดจากการจับของภูวนัยเข้าไปจะตบไผ่พญาอีก
       “กรี้ดดด! แกตาย”
       พรรณรายเข้าไปแล้วตบไผ่พญาไม่ยั้ง ไผ่พญาพยายามปัดป้องเพื่อป้องกันตัว ทันใดนั้นไผ่พญาก็ผลักพรรณรายออก พรรณรายเสียหลักหัวกระแทกกับต้นไม้ พรรณรายล้มลงหมดสติ
       “พั้นซ์ พั้นซ์” ภูวนัยเห็นพรรณรายหมดสติก็หันมาต่อว่าไผ่พญา “คุณทำเกินไปแล้วนะ”
       ไผ่พญาเห็นภูวนัยเป็นห่วงพรรณรายอย่างนั้นก็รู้สึกเจ็บแปลบในใจขึ้นมาอย่างประหลาด ไผ่พญาเช็ดเลือดที่มุมปากก่อนจะเดินเชิดหน้าออกไปอย่างเข้มแข็ง ภูวนัยมองตามก่อนจะหันมามองพรรณรายด้วยความเป็นห่วง
       
       ไผ่พญาเดินออกจากบ้านอย่างหงุดหงิด
       “เชิญเป็นห่วงกันให้พอ โธ่ ฉันนี่ ฉันเป็นคนโดนตบ” ไผ่พญาหันมองเข้าไปในบ้านก็ยิ่งหงุดหงิด “เขาเป็นแฟนกันก็เป็นห่วงกันก็ถูกแล้ว แล้วเราจะหงุดหงิดอะไร โอ๊ย! ทำไมหงุดหงิดอย่างนี้”
       “ถ้าอย่างนั้นผมกลับก่อนก็ได้ครับ”
       เสียงตะวันฉายดังขึ้น ไผ่พญาตกใจหันมามองจึงเห็นตะวันฉายยืนอยู่
       “อุ้ย คุณตะวัน มาเมื่อไหร่คะเนี่ย”
       “ก็มาตอนที่คุณบอกว่าคุณหงุดหงิดน่ะครับ” ตะวันฉายตกใจเมื่อเห็นหน้าไผ่พญา “ หน้าคุณ”
       ไผ่พญาตกใจรีบเอามือกุมหน้า
       “อ๋อ ไม่มีอะไรคะ คือ... คือ...เมื่อกี้ยุงมันมาเกาะหน้าฉันน่ะคะ ฉันก็เลย” ไผ่พญาทำท่าตบหน้าตัวเอง “จัดให้ชุดใหญ่ แหม พักนี้ยุงเยอะนะคะ”
       “แต่คุณเลือดออก” ไผ่พญารีบเช็ด
       “อ้าวเหรอคะ อ๋อ สงสัยจะเป็นเลือดยุงน่ะคะ” ไผ่พญารีบเปลี่ยนเรื่องเพราะไม่อยากตอบคำถาม “คุณตะวันมาหาคุณภูใช่มั้ยคะ แต่คุณคงต้องรอหน่อยเพราะตอนนี้เขากำลังทำธุระกับแฟนเขาอยู่”
       ไผ่พญาพูดเชิงตัดพ้อน้อยใจออกมาโดยไม่รู้ตัว
       “เปล่าหรอกครับ ผมมาหาคุณ”
       “มาหาฉัน”
       ตะวันฉายยิ้มให้ก่อนจะส่งถุงให้กับไผ่พญา
       “อะไรน่ะคะ” ไผ่พญาเปิดดูแล้วดีใจเมื่อเห็นว่าเป็นรองเท้า “อยู่นี่เอง คุณไปเจอที่ไหนคะ”
       “นี่คุณจำอะไรไม่ได้เลยเหรอครับ” ไผ่พญายิ้มแหยๆ
       “คุณแลกรองเท้ากับป้าแล้วก็เดินกลับไงครับ”
       “โห นี่ฉันจำไม่ได้เลยนะเนี่ย”
       “แล้วจำได้มั้ยครับว่าคุณยืมเงินผมไปหมื่นนึง”
       “ห๊า! อย่า อย่า อย่ามาอำฉันให้ยาก เรื่องอื่นฉันอาจจำไม่ได้แต่เรื่องเงินนี่ต่อให้เมายังไงฉันก็ไม่มีทางลืม”ตะวันฉายยิ้มขำ
       “ต่อไปคุณอย่าทำอย่างนั้นอีกนะครับ”
       “เรื่องลืมรองเท้าน่ะเหรอคะ”
       “วันนั้นผมขับรถตามหาคุณจนเกือบเช้า ผมตกใจมากที่คุณหายไปอย่างนั้น” ตะวันฉายมองไผ่พญา ต้องการสื่อความนัย “อย่าไปไหนโดยไม่มีผมอีกนะครับ”
       ไผ่พญาทำหน้าไม่ถูก ไม่รู้ว่าตะวันฉายมายังไง
       “เอ่อ คะ”
       ไผ่พญายิ้มน้อยๆ ให้ตะวันฉาย ขณะนั้นม่านหมอกยืนมองตะวันฉายกับไผ่พญาอยู่
       
       ม่านหมอกยืนคิดอะไรบางอย่างอยู่ริมน้ำ จนกระทั่งผจญแบกกระสอบรำเดินผ่านมา ผจญเห็นม่านหมอกยืนอยู่ริมน้ำอย่างนั้นก็เป็นห่วง ผจญโยนกระสอบรำลงก่อนจะเดินเข้ามาเมียงมองม่านหมอก
       “คุณหมอก” ม่านหมอกหันไปเห็นผจญ แล้วก็หันกลับมาทอดสายตาออกไปเหมือนเดิม “เป็นอะไรหรือเปล่าครับ”
       “ทำไม ฉันไม่ฆ่าตัวตายหรอกน่า”
       “เอ่อ แต่ผมว่าอย่าไปยืนชิดอย่างนั้นเลยครับ เกิดผีผลักขึ้นมาเดี๋ยวจะยุ่ง”
       ม่านหมอกนิ่งเงียบ
       “นายเคยมีความรักมั้ย”
       “หือ เอ่อ ครับ”
       “ครับ นี่มีหรือไม่มี”
       “มีครับ”
       “ดีจังนะ”
       “จะว่าดีก็ดีครับ จะว่าไม่ดีก็ไม่ดีครับ” ม่านหมอกมองมาอย่างแปลกใจ “คือ เธอไม่รู้หรอกครับว่าผมแอบชอบเธออยู่”
       ม่านหมอกทำหน้าประหลาดใจ
       “จริงเหรอ ถ้าอย่างนั้นเราก็เหมือนกัน” ผจญนิ่งไป “การแอบรักใครสักคนก็ทรมานแล้ว แล้วถ้ารู้เขาไม่ชอบเราอีก มันยิ่งทรมานน่ะ นายว่ามั้ย”
       “ครับ เอ่อ คุณหมอกแอบชอบใครเหรอครับ”
       ผจญรวบรวมความกล้าถามออกมา ม่านหมอกเจอคำถามแทงใจดำของผจญทำให้ได้สติ
       “ไม่มีอะไรหรอก ฉันก็บ่นไปอย่างนั้นแหละ”
       ม่านหมอกพูดจบก็เดินออกไป ผจญมองตามรู้สึกเป็นห่วงที่ม่านหมอกเป็นอย่างนี้
       
       พรรณรายนอนหมดสติที่โซฟา พรรษาใช้ยาดมปัดไปมาที่จมูก ภูวนัยยืนมองสีหน้าเครียด
       “คุณพั้นซ์ไปทำอะไรมาคะ ถึงได้ช๊อคหมดสติอย่างนี้”
       พรรษาถามอย่างแปลกใจ ภูวนัยอ้ำอึ้งก่อนจะตอบออกมา
       “เอ่อ เธอเห็นผมกับครูไผ่ เอ่อ...”
       พรรษาพยักหน้าเข้าใจแล้วว่าทำไมพรรณรายถึงได้ช๊อคหมดสติ พรรณรายค่อยๆ รู้สึกตัว แต่พอรู้สึกตัวได้ก็เรียกหาภูวนัยทันที
       “ภู ภู”
       ภูวนัยเห็นพรรณรายฟื้นแล้วก็รีบเข้ามาดูทันที
       “เป็นยังไงบ้างพั้นซ์ เดี๋ยวผมดูแลเธอเองครับ”
       พรรษาพยักหน้าก่อนจะลุกออกไป พรรณรายก็ลุกขึ้นก่อนจะโผกอดภูวนัยแน่นจนภูวนัยเจ็บแผลที่หลัง
       “ภู ภูกับยัยครูนั่นมีอะไรกันจริงเหรอคะ”
       “มันไม่ใช่อย่างที่พั้นซ์เห็น”
       “ใช่ เพราะมันอาจจะมากกว่าที่เห็นก็ได้” ม่านหมอกบอก
       “นั่นซิ กระดาษทิชชูเกลื่อนซะขนาดนั้น” เผ่าพงศ์บอก
       ภูวนัยหันมองม่านหมอกกับเผ่าพงศ์ ทั้งสองทำเป็นเบือนหน้าหนีไปทางอื่น
       “ภูอยู่กับยัยครูนั่น แล้วภูก็ถอดเสื้อ ภูจะให้พั้นซ์คิดยังไงคะ ภูบอกพั้นซ์มาซิ บอกมา”
       “ผมมีเหตุผลที่บอกคุณไม่ได้พั้นซ์ แต่ที่ผมบอกคุณได้ตอนนี้คือผมกับครูไผ่ ไม่ได้มีอะไรกันจริงๆ”
       “พั้นซ์ไม่เชื่อ ภูบอกมานะภูกับนังครูนั่นชอบกันใช่มั้ย”
       พรรณรายเข้ามาตีภูวนัย จนภูวนัยเหลืออด
       “หยุดนะพั้นซ์ ผมบอกคุณแล้วว่าผมกับครูไผ่ไม่ได้มีอะไรกัน ถ้าคุณไม่เชื่อก็ตามใจ”
       ภูวนัยลุกขึ้นแล้วเดินออกไปอย่างหงุดหงิด
       “ภู ภู”
       พรรณรายได้ยินเสียงหัวเราะคิกคักก็หันไปแล้วเห็นม่านหมอกกับเผ่าพงศ์กำลังหัวเราะสะใจ
       
       พรรณรายกำหมัดแน่นด้วยความแค้น

คุณชายเลี้ยงหมู คุณหนูเลี้ยงแกะ ตอนที่ 7
       ภายในห้องประชุมที่หน่วยปราบปรามยาเสพติด วีระ ราชัยและตำรวจอื่นๆ นั่งกันอยู่ภายในห้องด้วยอาการเซื่องซึม ชาติกล้าเปิดประตูเข้ามา ทุกคนยืนทำความเคารพ
       
       ชาติกล้าเอาแฟ้มมาวางไว้ที่โต๊ะหน้ากระดาน ก่อนจะเห็นกาแฟแก้วนึงวางไว้บนโต๊ะ ชาติกล้าหยิบกาแฟขึ้นมาดู
       “ผมกินกาแฟดำ”
       “เอ่อ อันนั้นของผู้กำกับน่ะครับหัวหน้า”
       ชาติกล้าชะงักไป ก่อนจะเดินถือแก้วกาแฟไปที่ถังขยะแล้วทิ้งลงถัง ทุกคนถึงกับอึ้งไปที่ชาติกล้าทำอย่างนั้น ชาติกล้าหันมา
       “คิดว่าทำอย่างนี้แล้วผู้กำกับจะดีใจหรือไง ผมรู้ว่าทุกคนเสียใจแต่จะดีกว่ามั้ยถ้าเราจับไอ้คนที่ฆ่าผู้กำกับได้”
       ทุกคนนิ่งเงียบไป
       “พวกเราก็อยากทำอย่างนั้นครับ แต่พวกมันไม่ทิ้งร่องรอยหลักฐานให้มัดตัวพวกมันไว้เลย”
       “พวกมันทำเหมือนว่าจะฆ่าพวกเราเมื่อไหร่ก็ได้ ขนาดผู้กำกับยังโดนพวกมัน...” ราชัยพูดไม่ออก
       “กลัวเหรอ” ทุกคนก้มหน้างุดเพราะขวัญเสียจากการตายของมารุต “เชิญ หน่วยของผมไม่ต้องการคนที่กลัวจะต่อสู้กับคนชั่ว หากใครกลัวตาย เชิญไปเขียนไปลาออกทิ้งไว้ที่โต๊ะผมได้เลย”
       “หัวหน้าครับ พวกเราไม่ได้หมายความอย่างนั้นครับ”
       “ออกไป” ทุกคนอึ้ง “ออกไปให้หมด”
       ทุกคนค่อยๆ ลุกก่อนจะเดินออกไปจากห้อง ระหว่างนั้นชาติกล้าได้ยินเสียงดังเข้ามาในห้อง
       “หัวหน้าแกเป็นไรวะ พวกเราก็แค่เป็นห่วงลูกเมียเท่านั้น ดูอย่างเมียผู้กำกับซิพอผู้กำกับตายไปอย่างนั้นแล้วจะอยู่ยังไง”
       “อย่างว่าแหละวะ หัวหน้าแกไม่มีลูกมีเมียกับเขานี่หว่า ขนาดแฟนยังไม่มีเลยตายไปก็ไม่มีคนต้องห่วง”
       ชาติกล้าได้ยินที่พวกตำรวจคุยกันก็กัดกรามแน่นคิดถึงเรื่องครอบครัวขึ้นมา
       
       ที่โรงพยาบาล ปลายฟ้ากำลังทำแผลให้คนไข้
       “แผลหายสนิทดีแล้ว คงไม่ต้องมาอีกแล้วล่ะค่ะ” คนไข้เดินออกไป สวนทางกับพยาบาลที่ถือช่อดอกไม้เดินเข้ามา “ดอกไม้สวยจัง ใครให้แกมาเหรอ”
       “ไม่ใช่ของหนูหรอกคะ แต่เป็นของหมอ”
       “ของฉันเหรอ”
       “คนฝากเขารอหมออยู่ที่ห้องน่ะคะ”
       ปลายฟ้าแปลกใจว่าใคร
       
       ปลายฟ้าเดินถือดอกไม้มาหน้าห้อง ปลายฟ้ายังสงสัยว่าใครให้มาแล้วปลายฟ้าก็ชะงักไปเหมือนนึกออกว่าคงจะมีแค่คนเดียว ปลายฟ้ามองดอกไม้ก่อนจะยิ้มออกมา ปลายฟ้าเปิดประตูเข้ามาในห้อง
       “โรแมนติคเหมือนกันนะภู” แต่แล้วปลายฟ้าก็ต้องชะงักไปเพราะคนที่นั่งรออยู่ในห้องเป็นชาติกล้า “ชาติ”
       ชาติกล้าได้ยินปลายฟ้าเรียกหาภูวนัยอย่างนั้นก็มีแอบน้อยใจ
       “ขอโทษที่ผมไม่ใช่ไอ้ภู”
       “เอ่อ ฉันคิดว่าเป็นภูเอาดอกไม้มาขอบคุณฉันเรื่องวันนั้นน่ะ” ปลายฟ้ารีบเปลี่ยนเรื่อง “แล้วนี่ชาติมาหาฟ้ามีอะไรหรือเปล่า”
       “เรายังไม่ได้ทานข้าวเย็นด้วยกันเลยนะฟ้า”
       ปลายฟ้าได้ยินก็อมยิ้ม
       “นึกว่าเรื่องอะไร ได้ซิ ชาติไปรอที่ร้านก่อนแล้วกัน ฟ้ามีตรวจคนไข้อีกสองสามรายเสร็จแล้วเดี๋ยวฟ้าตามไป”
       ชาติกล้าพยักหน้านิ่งๆ ซ่อนความดีใจเอาไว้
       
       ชาติกล้านั่งรออยู่ที่ร้านอาหารกำลังนั่งดูแหวนที่อยู่ในกล่อง ระหว่างนั้นปลายฟ้าเดินเข้าในร้าน ชาติกล้าหันไปเห็นจึงรีบเก็บแหวน ปลายฟ้าเดินเข้ามาพอดี
       “นี่ อย่าบอกนะว่าไม่ได้กินคราวที่แล้ว วันนี้ก็เลยมากินล้างแค้น”
       “หึ เห็นผมเป็นคนอย่างนั้นเหรอ”
       “สั่งอาหารยัง” ปลายฟ้าหันไปหาพนักงาน “น้องๆ”
       “ผมสั่งแล้ว”
       “อ้าวเหรอ”
       พนักงานเดินเข้ามาพอดี ชาติกล้าเลยบอก
       “เมื่อกี้อาหารที่สั่ง ให้ยกออกมาได้เลย”
       พนักงานคร่อมศรีษะก่อนจะเดินออกไป
       “วันนี้ฟ้าว่าชาติดูแปลกๆ นะ มีอะไรหรือเปล่า” ปลายฟ้าถามอย่างสงสัย
       “ฟ้าได้ยินข่าวที่มีตำรวจถูกยิงมั้ย” ปลายฟ้าพยักหน้า “คนนั้นเขาเป็นหัวหน้าของผมเอง” ปลายฟ้าอึ้งไป
       “เอ่อ เสียใจด้วย”
       “ไม่เป็นไร ที่จริงแล้วการเป็นตำรวจมันก็อยู่ใกล้ความตายแค่นิดเดียว ผมไม่ได้กลัวความตาย แต่ผมกลัวว่าจะไม่ได้ทำบางอย่างก่อนตายเท่านั้น”
       “วันนี้ชาติแปลกจริงๆ นะ”
       “ฟ้า ผมมีบางอย่างอยากจะบอกกับคุณ”
       ชาติกล้าเอื้อมมือไปหยิบกล่องแหวนที่วางไว้ก่อนจะหยิบมันขึ้นมา ปลายฟ้าเห็นอย่างนั้นก็ชะงัก ชาติกล้าค่อยๆ เปิดกล่องแหวนออก ปลายฟ้าอึ้งไปเมื่อเห็นแหวนวงงามอยู่ภายในกล่อง
       “อะไรกันชาติ อย่าล้อเล่นอย่างนี้ซิ”
       “ฟ้า ผม...” ชายกล้ารวบรวมความกล้าพูดออกไป “ผมรักคุณนะ”
       “ชาติ” ชาติกล้าหยิบแหวนขึ้นมาก่อนจะเอื้อมมือไปจับมือปลายฟ้าเพื่อจะเอามาใส่แหวน แต่แล้วปลายฟ้ากลับขืนมือเอาไว้ “แต่ฟ้าไม่ได้รักชาติ เอ่อ...ฟ้าขอตัวก่อนนะ”
       ปลายฟ้ารีบลุกขึ้นก่อนจะเดินออกไป ชาติกล้ามองแหวนในมือแล้วกำมันด้วยความโกรธ ก่อนที่ชาติกล้าจะลุกขึ้นแล้วตรงไปที่ปลายฟ้าที่กำลังเดินจ้ำออกไป ชาติกล้าคว้ามือปลายฟ้าหันมาแล้วถามตรงๆ ทันที
       “ฟ้าชอบไอ้ภูมันใช่มั้ย”
       ปลายฟ้าชะงักไปเมื่อชาติกล้าโพล่งออกมาอย่างเหลืออด
       “ทำไมฟ้าต้องบอกชาติด้วย”
       “เพราะฟ้ากำลังทำตัวน่าสมเพชไง”
       “ชาติ”
       “ฟ้าก็รู้ว่าไอ้ภูมันไม่ได้ชอบคุณ มันไม่เคยเห็นคุณอยู่ในสายตาเลย”
       สิ้นคำพูดของชาติกล้า ปลายฟ้าก็ตบหน้าชาติกล้าดังเผียะ! ปลายฟ้าอึ้งเมื่อโดนชาติกล้าพูดแทงใจดำ
       “ถึงภูจะไม่ชอบฉัน แต่อย่างน้อยขอให้ฉันได้ชอบเขาก็พอ”
       ปลายฟ้าพูดจบก็ขึ้นมอเตอร์ไซค์ก่อนจะขับออกไป
       
       ชาติกล้ามองตามทั้งเสียใจและแค้นเคือง

หน้าที่แล้ว
1 | 2 | 3 | 4
หน้าถัดไป
ข่าวล่าสุด ในหมวด
คุณชายเลี้ยงหมู คุณหนูเลี้ยงแกะ ตอนที่ 19 จบบริบูรณ์
คุณชายเลี้ยงหมู คุณหนูเลี้ยงแกะ ตอนที่ 18
คุณชายเลี้ยงหมู คุณหนูเลี้ยงแกะ ตอนที่ 17
คุณชายเลี้ยงหมู คุณหนูเลี้ยงแกะ ตอนที่ 16
คุณชายเลี้ยงหมู คุณหนูเลี้ยงแกะ ตอนที่ 15
เครื่องมือจัดการเว็บ
ส่งบทความนี้ต่อ
พิมพ์หน้านี้
ข่าวที่มีผู้ส่งมากที่สุด
แสดงผลหน้าเดียว
ยังไม่มีผู้โหวต
คุณเห็นด้วยกับข่าว/บทความนี้หรือไม่
เห็นด้วย ไม่เห็นด้วย
ความคิดเห็นที่ 1 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
Im curious if you ever have problems with what people post? Recently it seems to have become an epidemic, although it seems to be changing for the better. What are your thoughts?
????????????? ?????? http://www.livedojo.com/
????????????? ??????
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความคิดเห็น
1. โปรดงดเว้น การใช้คำหยาบคาย ส่อเสียด ดูหมิ่น กล่าวหาให้ร้าย สร้างความแตกแยก หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
2. ทุกความคิดเห็นไม่เกี่ยวข้องกับผู้ดำเนินการเว็บไซต์ และไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมายได้
3. ทีมงานเว็บมาสเตอร์ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
4. เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
5. ผู้ร่วมแสดงความคิดเห็นสามารถร่วมตรวจสอบข้อความที่ไม่เหมาะสมได้ โดยการกดปุ่ม "แจ้งลบ" หรือส่งอีเมลแจ้งมาที่ cs@astvmanager.com หรือ cs.astvmanager@gmail.com ซึ่งทีมงานจะทำการตรวจสอบ และลบข้อความดังกล่าวโดยเร็วที่สุด หรืออย่างช้าภายใน 3 วันทำการ
เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
แสดงความคิดเห็นเพิ่มเติม
โชว์ภาพผู้ใช้ทุกครั้งที่แสดงความเห็น เพียงเข้าสู่ระบบด้วยบัญชีของเฟซบุก กดที่ปุ่มด้านล่างนี้เลย!

ชื่อ/e-mail ของคุณ : *
 
 *
  กฎกติกาการแสดงความคิดเห็นฉบับเต็ม
 
หนังสือพิมพ์: ASTV ผู้จัดการออนไลน์ | ASTV ผู้จัดการรายวัน | นิตยสารผู้จัดการ 360° | Positioning | ASTV News1
มุม: การเมือง | อาชญากรรม | คุณภาพชีวิต | ภูมิภาค | ต่างประเทศ | มุมจีน | ธุรกิจ | หุ้น | SMEs | Motoring
CyberBiz | วิทยาศาสตร์ | เกม | กีฬา | บันเทิง | Life on Campus | Celeb Online | ท่องเที่ยว | ธรรมะกับชีวิต | Multimedia
เว็บ: Asia Times | บุรพัฒน์ คอมมิคส์ | Mars Magazine | ทะเลไทย | คุยกับเว็บมาสเตอร์ | โฆษณาบนเว็บ
All site contents copyright ©1999-2014