หน้าแรกผู้จัดการ Online | หน้าแรกละครออนไลน์ | ละครออนไลน์
ละครออนไลน์ คุณชายเลี้ยงหมู คุณหนูเลี้ยงแกะ

คุณชายเลี้ยงหมู คุณหนูเลี้ยงแกะ ตอนที่ 10

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 4 พฤษภาคม 2556 08:47 น.
หน้าที่แล้ว
1 | 2 | 3 | 4
คุณชายเลี้ยงหมู คุณหนูเลี้ยงแกะ ตอนที่ 10
        คุณชายเลี้ยงหมู คุณหนูเลี้ยงแกะ ตอนที่ 10 (ต่อ)
       
       ภูวนัยในคราบนักท่องเที่ยวจาไมก้า เดินมาตามทางในรีสอร์ต มองหาคนในครอบครัว จังหวะที่ภูวนัยเดินพ้นมุมออกมา ก็เห็นม่านหมอกกับม่านเมฆเดินสวนเข้ามาพอดี ภูวนัยรีบหยิบแว่นดำขึ้นมาใส่พรางตัว
       
       ม่านหมอกกับม่านเมฆเดินสวนภูวนัย ทั้งสองมองภูวนัยแปลกๆ ภูวนัยยิ้มให้กับม่านเมฆและม่านหมอกเหมือนนักท่องเที่ยวยิ้มให้เจ้าบ้าน
       พอเดินสวนกันภูวนัยเดินเข้ามาหลบที่มุมตึกก่อนจะถอดแว่นกันแดดออกแล้วแอบมองม่านเมฆและม่านหมอกด้วยความคิดถึง ภูวนัยตัดสินใจเดินตามม่านเมฆและม่านหมอกไปเรื่อยๆ เขาต้องการจำภาพของหลานๆ เอาไว้ให้ได้มากที่สุด
       ม่านหมอกและม่านเมฆเดินมาตามทางในรีสอร์ต โดยไม่รู้ว่าภูวนัยแอบเดินตามมาอยู่
       “พี่หมอกว่ายัยคุณพั้นซ์พูดจริงเหรอ”
       “เรื่องอะไร”
       “ก็เรื่องที่พ่อภูโทรหาเขาแล้วบอกให้ช่วยเราไว้ไง”
       ภูวนัยที่เดินตามมาก็ชะงักไปเมื่อได้ยินทั้งสองคุยถึงตน
       “จริงหรือไม่จริง แล้วมันสำคัญตรงไหน ถ้าไม่ใช่เพราะเขาแล้วเราจะมาอยู่อย่างนี้เหรอ”
       ภูวนัยได้ยินอย่างนั้นก็รู้สึกผิดมากขึ้น ม่านหมอกพูดจบก็เดินไปหยุดที่ระเบียง ม่านเมฆตามเข้ามา
       “ที่เรามาอยู่อย่างนี้ไม่ใช่เพราะพ่อภูซะหน่อย เพราะครูขิงกับครูงาขโมยเงินคุณตาไปต่างหาก”
       ภูวนัยสงสัยเรื่องที่ขิงกับกระดังงาขโมยเงิน
       “นี่เมฆ โง่จริงหรือแกล้งโง่ ถ้าเขาไม่ได้ทำเรื่องชั่วๆ แล้วพวกเราจะเป็นอย่างนี้มั้ย”
       ม่านหมอกพูดจบก็เดินไปหยุดสงบสติอารมณ์ที่ระเบียง
       “ไม่จริง! พ่อภูไม่ใช่พวกค้ายาซะหน่อย”
       “แต่ตำรวจบอกว่าเขาเป็น”
       “ตำรวจโกหก เมฆไม่เชื่อว่าพ่อภูจะเป็นพวกนั้น”
       ม่านเมฆระเบิดอารมณ์ใส่ม่านหมอก ม่านหมอกเดินเข้ามาหาม่านเมฆแล้วจับตัวม่านเมฆเขย่า
       “เขาเป็นคนเลว เขาหลอกพวกเรา เขาทำให้พวกเราต้องมาเป็นอย่างนี้ ทั้งหมดเป็นเพราะเขา เพราะเขาได้ยินมั้ย”
       ม่านเมฆทนไม่ไหวสะบัดแขนม่านหมอกออกก่อนจะวิ่งออกไป ม่านหมอกมองม่านเมฆก่อนจะเดินกลับมาที่ระเบียงแล้วความรู้สึกที่เก็บมาทั้งหมดจะพรั่งพรูออกมาเป็นน้ำตาที่กลั้นไม่อยู่
       ภูวนัยยืนแอบมองอย่างรู้สึกผิด เขาอยากเดินเข้าไปบอกความจริงกับม่านหมอก ภูวนัยถอดแว่นกันแดดออก จะเดินเข้าไปหาม่านหมอก แต่ระหว่างนั้นเห็นคนงานภายในรีสอร์ตเดินมาทำให้ภูวนัยต้องชะงักรีบหลบไป พอคนงานเดินผ่านไป ภูวนัยก็อยากจะเดินเข้ามาหาม่านหมอกแต่ปรากฏว่าม่านหมอกเดินออกไปแล้ว ภูวนัยมองตามม่านหมอกไปด้วยความเป็นห่วง
       
       ภายในห้องพัก ไผ่พญาเปิดประตูออกมาจากห้องน้ำ แล้วไผ่พญาก็นึกได้รีบปิดประตูแล้วชะโงกหน้าออกมา
       “นี่...ฉันจะออกไปแล้วนะ นายโป๊อยู่หรือเปล่า” เงียบไม่มีเสียงตอบจากภูวนัย “นี่” เมื่อไผ่พญาเห็นว่าภูวนัยไม่ตอบเลยเดินออกมาจากห้องน้ำ ไผ่พญาสงสัยเมื่อไม่เห็นภูวนัยอยู่ภายในห้อง “ไปไหนของเขา”
       
       เสกสรรกำลังสอนพรรษาจัดโต๊ะอยู่ภายในห้องอาหารของรีสอร์ต
       “อุ้ยๆ ไม่ได้นะจ้ะ วางผ้าอย่างนั้นไม่ได้ต้องวางอย่างนี้” เสกสรรจับมือพรรษาแล้วจับผ้าให้เข้ากับมุมโต๊ะ
       “ต้องอย่างนี้ แม่ษารู้มั้ยว่าฉันกำลังทำอะไร”
       “ก็จัดโต๊ะไงคะ”
       “เปล่า ฉันกำลังจีบ”
       “หืม”
       “จีบผ้าน่ะจ้ะ”
       เผ่าพงศ์เดินเข้ามา พอเห็นเสกสรรกำลังจีบพรรษาก็ของขึ้น
       “ทำอะไรน่ะแม่ษา”
       พรรษาหันมาก็เห็นเผ่าพงศ์เดินหน้านิ่วเข้ามา เผ่าพงศ์เข้ามาแทรกกลางจนเสกสรรถึงกับกระเด็น
       “ก็เช็ดโต๊ะจัดโต๊ะ ทำโน่นทำนี่ไปเรื่อยแหละคะ”
       “ทำทำไม เราไม่ได้อยู่ฟรีๆ นะแม่ษา พอเลย” เผ่าพงศ์เข้าไปห้าม
       “อ้าว ก็คนเขาจิตใจดี เลยคิดจะช่วยไม่เหมือนคนบางคน ขี้อิจฉาริษยา”
       “แกว่าใคร”
       “ไม่เอาน่าคุณเผ่า อยู่ที่ฟาร์มฉันทำโน่นทำนี่ตลอด แล้วพอมาอยู่นี่ ให้อยู่เฉยๆ ฉันรู้สึกแปลกๆ นะคะ”
       “ฉันว่าที่แม่ษารู้สึกแปลกๆ เพราะอยู่ใกล้ไอ้คนหน้าแปลกๆ อัปลักษณ์อย่างไอ้นี่มากกว่า ก็ฉันบอกว่าไม่ต้องทำไง”
       เผ่าพงศ์เดินไปขยุ้มผ้า เตะเก้าอี้จนพรรษาตกใจ
       “ทำอะไรน่ะคุณเผ่า”
       “แม่ษา เราจ่ายเงินไอ้หัวลูกชิ้นมันนะ ไม่ได้มาอยู่ฟรีๆ ไม่ต้องทำ”
       “อ้าวเฮ้ย หยุดเลยไอ้อ้วน”
       เสกสรรกับเผ่าพงศ์กำลังตั้งการ์ดเข้าใส่กัน ระหว่างนั้นตะวันฉายเดินเข้ามาเป็นอันว่าหมดยกเสียก่อน
       “สวัสดีครับ กำลังทำอะไรกันอยู่ครับเนี่ย”
       “ไม่มีอะไรหรอก แค่จะจัดการไอ้ชีกอนี่หน่อย”
       “คุณเผ่าคะ”
       พรรษาทำเสียงดุ เผ่าพงศ์เลยจำต้องเย็นเข้าไว้ เสกสรรแลบลิ้นปลิ้นตายั่วโมโห พรรษาหันมาหาตะวันฉาย
       “พอดีผมไปที่ฟาร์ม แล้วเห็นหมายที่ติดอยู่ด้านหน้า” ตะวันฉายชะงักเพิ่งรู้ว่าไม่น่าพูด “เอ่อ...แล้วพอดีเจอคนงานที่กำลังจะกลับบ้านเขาบอกว่าพวกคุณมาอยู่ที่นี่กันครับ”
       “คะ เราก็มากันแค่นี้ ส่วนพวกคนงานเราจำเป็นต้องเลิกจ้าง เอ่อ...คุณตะวันฉายมีอะไรหรือเปล่าคะ”
       “ไม่มีอะไรหรอกครับ ผมแวะมาหาเผื่อว่ามีอะไรให้ผมช่วยได้บ้าง”
       “แหม คุณตะวันนี่เป็นคนดีจริงๆ นะครับ ขนาดไอ้พวกนี้ไม่ได้ช่วยอะไรคุณตะวัน คุณตะวันยังเป็นห่วงเป็นใยแต่ผมเนี่ยซิครับขนาดช่วยเอาไว้ยังไม่รู้จักบุญคุณ”
       “แกช่วยอะไร พวกฉันมาเช่าเว้ย จ่ายตังค์ ไม่ได้มาอยู่ฟรี”
       เหมือนยกสองกำลังจะเริ่มอีก แต่แล้วม่านเมฆก็วิ่งเข้ามา
       “ตา”
       ทุกคนหันไปก็เห็นม่านเมฆวิ่งเข้ามาแล้วโผเข้ากอดเผ่าพงศ์
       “เป็นอะไร หือ”
       “พี่หมอกเขาบอกว่าพ่อภูเป็นคนชั่ว พ่อภูทำให้เราต้องเป็นอย่างนี้ ไม่จริงใช่มั้ยตา”
       ทุกคนนิ่งไปจุกคอพูดไม่ออก เผ่าพงศ์นั่งลงลูบหัวม่านเมฆ
       “พ่อภูเป็นดี”
       “อะโด่”
       เสกสรรกำลังจะขัด คราวนี้พรรษากลับหันไปมองตาดุใส่เสกสรร เลยทำให้เสกสรรต้องหุบปาก เผ่าพงศ์ยังคุยกับม่านเมฆต่อ
       “แล้วเราคิดว่าพ่อภูเป็นคนดีหรือเปล่าละ” ม่านเมฆพยักหน้า “ดีแล้วหลานตา ตอนนี้พี่หมอกเขาคิดอย่างนั้นก็ปล่อยเขาไป แล้ววันไหนที่พ่อภูกลับมา พี่หมอกเขาก็จะรู้ความจริงเอง”
       ม่านเมฆโผกอดเผ่าพงศ์ เผ่าพงศ์ลูบหลังปลอบใจ ตะวันฉายเห็นอย่างนั้นก็รู้สึกอยากคุยกับม่านหมอก
       
       ที่บริเวณหน้ารีสอร์ตเสกสรร ชาติกล้ากำลังใช้กล้องส่องทางไกลสังเกตการเคลื่อนไหวภายในรีสอร์ตอยู่ภายในรถ
       ชาติกล้าหยิบวิทยุสื่อสารขึ้นมา
       “มีความเคลื่อนไหวอะไรมั้ย”
       วีระกับราชัยอยู่ในรถอีกคันซุ่มอยู่ในพงหญ้าอีกมุมของด้านหน้ารีสอร์ต
       “ไม่เลยครับหัวหน้า เอ่อ...หัวหน้าคิดว่าหมวดภูจะมาจริงๆ เหรอครับ”
       แววตาชาติกล้าฉายความมั่นใจ
       “ผมรู้จักเพื่อนผมดี...หมวดภูต้องมาแน่นอน”
       “แกคิดว่าหมวดภูเป็นพวกไอ้พายัพจริงๆ หรือเปล่าวะ” วีระคุยกับราชัย
       “ไม่รู้เว้ย ฉันทำตามหน้าที่แล้วกัน”
       ระหว่างนั้นมีรถคันนึงแล่นผ่านวีระกับราชัยไป วีระรีบหยิบวิทยุสื่อสารบอกชาติกล้า
       “หัวหน้าครับ มีรถคันนึงมาครับ”
       ชาติกล้าได้ยินที่วีระบอกก็รีบหยิบกล้องส่องทางไกลขึ้นมาดูทันที จึงเห็นรถคันนึงกำลังเลี้ยวเข้ารีสอร์ตเสกสรร แล้วชาติกล้าก็อึ้งไปเมื่อเห็นปลายฟ้า ชาติกล้าลดกล้องส่องทางไกล เสียงวิทยุสื่อสารดังขึ้น
       “มีอะไรหรือเปล่าครับหัวหน้า”
       ชาติกล้าครุ่นคิดว่าจะเอายังไงดี
       
       ปลายฟ้ากำลังเดินมาตามทางกำลังจะมุ่งหน้าเข้าไปที่รีสอร์ต ระหว่างนั้นเสียงของชาติกล้าดังขึ้น
       “ฟ้า”
       ปลายฟ้าหันมาแล้วก็แปลกใจเมื่อเห็นชาติกล้ายืนอยู่
       “ชาติ...ชาติมาทำไม”
       “เรามาปฏิบัติราชการ”
       ปลายฟ้าได้ยินอย่างนั้นก็เข้าใจว่าชาติกล้าหมายถึงอะไร
       “มารอจับภูใช่มั้ย”
       ชาติกล้าเลี่ยงที่จะตอบ เปลี่ยนคำถาม
       “ภูติดต่อคุณหรือเปล่า”
       “ชาติอยากให้เราตอบในฐานะอะไร ผู้ต้องสงสัย...หรือว่าเพื่อน”
       “ฟ้า เราหวังดีกับฟ้านะ เราไม่อยากให้ฟ้าเข้ามาเกี่ยวข้องกับภู รู้ใช่มั้ยว่าฟ้าทำอย่างนี้อาจจะโดนข้อหาสมรู้ร่วมคิด”
       “เราแค่เป็นห่วงคุณลุง เป็นห่วงเด็กๆ แต่ถ้าชาติจะคิดว่าเราสมรู้ร่วมคิดให้ความช่วยเหลือภู...เอาซิ” ปลายฟ้ายื่นมือให้กับชาติกล้า “จับซิ”
       “ฟ้า”
       ปลายฟ้าสบตากับชาติกล้า ก่อนที่ปลายฟ้าจะลดมือลง
       “ถ้าไม่จับ งั้นฟ้าขอตัว”
       ปลายฟ้าจะเดินเข้าไป แต่ชาติกล้าคว้ามือเอาไว้
       “ฟ้า เราขอโทษ เราแค่ไม่อยากเห็นฟ้าเดือดร้อน”
       “ปล่อยมือฟ้าเถอะชาติ “
       ชาติกล้าค่อยๆ ปล่อยมือปลายฟ้าอย่างเจ็บปวด ปลายฟ้าหันหลังจะเดินเข้ารีสอร์ตแต่แล้วปลายฟ้านึกบางอย่างขึ้นมาได้จึงหันกลับมา
       “ชาติถามเราใช่มั้ยว่าภูติดต่อมาหรือเปล่า...เปล่า...ภูไม่ได้ติดต่อฟ้าเลย แต่ถ้าภูติดต่อมา เราก็จะไม่บอกชาติ” ชาติกล้าถึงกับอึ้งไป “เพราะอะไร ชาติอยากรู้ใช่มั้ย...เพราะฟ้าเชื่อว่าภูเป็นคนดี”
       
       ปลายฟ้าพูดจบก็เดินออกไป ชาติกล้าถึงกับหน้าชา ทั้งโกรธและเจ็บใจ

คุณชายเลี้ยงหมู คุณหนูเลี้ยงแกะ ตอนที่ 10
        ไผ่พญาในคราบนักท่องเที่ยวจาไมก้าเดินมาตามทางเดิน พยายามสอดตามองหาภูวนัย
       
       “ไปไหนของเขานะ”
       ไผ่พญาเดินมาแล้วหยุดที่หน้าห้องอาหาร ยืนคิดพร้อมกับเสียงท้องร้องดังขึ้น ไผ่พญาเดินเข้ามาในห้องอาหาร แต่ทันใดนั้นก็ต้องหยุดกึกเมื่อเห็นเผ่าพงศ์นั่งอยู่กับม่านเมฆที่โต๊ะนึง ไผ่พญาคิดๆๆ จะเอาไง แล้วไผ่พญาก็ตัดสินใจหันหลังจะเดินกลับ ทันทีที่หันหลังไผ่พญาก็เจอกับพรรษาเดินเข้ามาต้อนรับ
       “สวัสดีค่ะ”
       ไผ่พญาแอบตกใจเล็กน้อย
       “อุ้ย”
       พรรษาเห็นว่าเป็นคนต่างชาติเลยฟังไม่รู้เรื่อง
       “เอ่อ...พูดภาษาไทยได้มั้ยคะ”
       ไผ่พญาทำเป็นพูดไม่ชัด
       “นิดหน่อยคะ”
       พรรษายิ้ม โล่งอกที่ไม่ต้องเรียกล่าม
       “เชิญทางนี้เลยคะ” ไผ่พญาตกกระไดพลอยโจนเมื่อถูกพรรษาพามานั่งที่โต๊ะ “เดี๋ยวรอซักครู่นะคะ เดี๋ยวดิฉันเอาเมนูมาให้”
       “ไม่เป็นไร ฉันเอาผัดไทยคะ” พรรษาแปลกใจที่สั่งได้เลย “อ๋อ...ฉันชอบผัดไทย...ผัดไทย...อร่อย”
       “ได้คะ งั้นรอซักครู่นะคะ”
       พรรษาเดินออกไป ไผ่พญามองไปที่เผ่าพงศ์กับม่านเมฆที่นั่งอยู่ไม่ไกลนักแล้วไผ่พญาก็ชะงักเมื่อเห็นม่านเมฆมองมา
       “ตา...เมฆรู้สึกคุ้นหน้าฝรั่งคนนั้นจัง”
       “พอเลย แหม จะโกอินเตอร์หรือไงเรา”
       ไผ่พญาได้ยินที่ทั้งสองคุยกันก็พยายามเอาผมปิดหน้าปิดตา
       “จริงๆ นะตา เมฆคุ้นหน้าจริงๆ ไม่เชื่อตาลองดูดิ”
       แล้วเผ่าพงศ์กับม่านเมฆก็หันมาจ้องไผ่พญา ไผ่พญาหันไปเห็นทั้งสองจ้องมาก็สะดุ้ง ระหว่างนั้นปลายฟ้าเดินเข้ามาในห้องอาหาร
       “แหม มาอยู่กันตรงนี้เอง”
       ไผ่พญาเห็นปลายฟ้าก็จุกเข้าไปอีก
       “วันอะไรวะเนี่ย”
       ไผ่พญายิ่งตกอยู่ในสถานการณ์ลำบากเมื่อชาติกล้าเดินตามปลายฟ้าเข้ามา
       “ฟ้า” ชาติกล้าเห็นเผ่าพงศ์เลยยกมือสวัสดี “สวัสดีครับคุณลุง”
       “หวัดดีๆ เป็นไง ได้ข่าวเจ้าภูบ้างหรือยัง”
       “ยังหรอกคะคุณลุง ไม่อย่างนั้นชาติเขาคงไม่มาอยู่แถวๆ นี้”
       ทุกคนงงกับคำพูดของปลายฟ้า
       “ฟ้า เราขอคุยด้วยหน่อย”
       ไผ่พญาที่นั่งอยู่ก็ร้อนจนทนไม่ไหว
       “อยู่ไม่ได้แล้ว”
       ไผ่พญาพยายามทำตัวลีบจะลุกเดินออกไป ทันทีที่ไผ่พญากำลังก้มมุดออกมาก็ไม่ทันเห็นผจญที่ยกน้ำมาเสิร์ฟ ไผ่พญาชนเข้ากับผจญจนทำให้แก้วน้ำหกใส่ไผ่พญา ไผ่พญาร้องวี้ดว้ายด้วยความตกใจ
       “ว้าย”
       ไผ่พญาเปียกไปทั้งหัว ผจญตกใจรีบหาผ้ามาจะเช็ดให้
       “อุ้ย...ขอโทษครับ เดี๋ยวผมเช็ดให้นะครับ”
       “ไม่ ไม่ต้อง”
       ผจญพยายามเช็ดน้ำที่หกรดผมไผ่พญา ทุกคนหันมองตามเสียงของไผ่พญาจนทำให้ไผ่พญาตกเป็นเป้าสายตา แต่แล้วทุกคนก็ต้องอึ้งไปเมื่อผจญที่กำลังจะเช็ดผมให้กับไผ่พญาดันหยิบวิกผมไผ่พญาติดมือมาซะงั้น
       “ครูไผ่”
       ม่านเมฆอุทานออกมา ไผ่พญาสะดุ้งแต่ยังพยายามใจดีสู้เสือเพราะไม่รู้ว่าตอนนี้วิกผมเธอได้หลุดไปอยู่ในมือผจญแล้ว ไผ่พญายังพยายามพูดฝรั่ง
       “โอ้ว...ไอไม่ใช่ครู” ไผ่พญาหันไปก็เห็นผจญที่กำลังอึ้งเพราะถือวิกผมเธออยู่นั่นเองเลยทำให้ไผ่พญาตกใจ
       “เฮ้ย” ไผ่พญาเอามือจับหัว ชาติกล้าเห็นไผ่พญาก็จำได้ทันที ไผ่พญาหันมาสบตากับชาติกล้า ไผ่พญาตกใจเพราะความลับแตก “ขอโทษนะคะทุกคน”
       ว่าแล้วไผ่พญาก็หันหลังรีบโกยอ้าวออกไปทันที ชาติกล้ารีบตาม
       “หยุดนะ”
       ชาติกล้ารีบวิ่งตามไผ่พญาออกไป ทุกคนยังงงจับต้นชนปลายไม่ถูกปลายฟ้าเห็นอย่างนั้นก็รีบวิ่งตามชาติกล้าออกไป เผ่าพงศ์กับม่านเมฆมองหน้ากันแล้ววิ่งตามปลายฟ้าออกไปเหมือนกัน
       
       ม่านหมอกนั่งอยู่ที่มุมหนึ่งของรีสอร์ต ภูวนัยยืนอยู่ด้านหลัง ภูวนัยเห็นม่านหมอกกำลังเศร้าเสียใจก็รู้สึกผิด ตัดสินใจเดินเข้าไป แต่แล้วภูวนัยก็ต้องชะงักหยุดเพราะตะวันฉายเดินเข้ามาหาม่านหมอก
       “ไม่ชอบที่นี่เหรอ”
       ม่านหมอกหันไปเห็นตะวันฉายก็ตกใจรีบปาดน้ำตา
       “พี่ตะวัน...”
       ตะวันฉายเดินมานั่งข้างม่านหมอก
       “พี่เชื่อนะ ว่าตอนนี้คงมีอะไรบางอย่าง ที่ทำให้หมอกต้องเจอเหตุการณ์แบบนี้”
       “บางอย่างเหรอ หึ...ก็เขาไง ที่ทำให้พวกเราต้องมาอยู่แบบนี้”
       “แต่พี่ไม่คิดอย่างนั้นนะ” ม่านหมอกสงสัยว่าตะวันฉายคิดยังไง “พี่รู้ว่าหมอกเกลียดคุณภูเพราะเรื่องในอดีต แต่เหตุการณ์ที่หมอกกำลังเจออยู่ตอนนี้ มันอาจจะทำให้หมอกรู้ตัวเองก็ได้ว่าตัวเองไม่ได้เกลียดคุณภู”
       ม่านหมอกชะงักไปเมื่อได้ยินตะวันฉายพูดอย่างนั้น ขณะที่ภูวนัยเองก็แปลกใจที่ได้ยินแบบนั้นเช่นกัน
       “พี่ตะวันพูดอะไร”
       “พี่เชื่อว่าตอนนี้คนที่หมอกอยากเจอมากที่สุด ก็คืออาภูของหมอก” ม่านหมอกนิ่งตัวแข็งเหมือนตะวันฉายอ่านทะลุเธอออกหมด “พี่พูดถูกมั้ย”
       ม่านหมอกเริ่มกลั้นน้ำตาไม่อยู่
       “พี่ตะวัน ตอนนี้หมอกต้องทำยังไง ตาก็ไม่สบาย เมฆก็ยังเด็ก หมอกทำยังไง”
       ม่านหมอกร้องไห้ก่อนจะโผเข้ากอดตะวันฉาย ตะวันฉายอยากจะห้ามแต่ก็เปลี่ยนเป็นเอามือตบหลังอย่างปลอบโยน แต่แล้วเสียงของภูวนัยก็ดังขึ้น
       “หมอก”
       ม่านหมอกกับตะวันฉายได้ยินอย่างนั้นตกใจ ทั้งสองหันมองไปตามเสียงแล้วทั้งสองก็นิ่งงันไปเมื่อเห็นภูวนัยยืนอยู่ ภูวนัยถอดวิกออกแล้ว
       “คุณภู” ตะวันฉายรีบเดินเข้ามาหาภูวนัย “คุณภูเป็นยังไงบ้างครับ”
       “ผมสบายดี คุณตะวัน ขอบคุณที่ช่วยดูแลทุกคนตอนที่ผมไม่อยู่” ภูวนัยพูดจบก็หันไปมองม่านหมอกที่นิ่งอึ้ง ภูวนัยเดินเข้ามาหาม่านหมอก “หมอก”
       “ทำไมอาทำอย่างนี้ ทำไมอาไม่ติดต่อกลับมา ทุกคนคิดว่าอาตายไปแล้ว”
       ทันใดนั้นภูวนัยก็ดึงม่านหมอกเข้ามากอด
       “อา...อาขอโทษ...อาไม่อยากให้ทุกคนต้องเดือดร้อนเพราะอา” ภูวนัยกับม่านหมอกต่างกอดกันด้วยความคิดถึงและเป็นห่วง ภูวนัยดึงม่านหมอกออก “หมอก ต่อไปนี้อาคงไม่ได้เจอเราบ่อยๆ แต่ก่อนที่อาจะไป อาอยากให้หมอกยกโทษให้อา สำหรับเรื่องที่ผ่านมาได้มั้ย”
       “หมอกไม่เคยโกรธอาเลย หมอกต่างหากที่ไม่ยอมรับความจริง ถ้าวันนั้นไม่ใช่วันเกิดหมอก พ่อกับแม่ก็คงไม่ตาย”
       “ไม่ใช่...อย่าคิดอย่างนั้น” ภูวนัยไม่อยากบอกเรื่องเหมือนฝัน “มันไม่ใช่อย่างนั้น”
       “หมอกขอโทษ”
       แล้วภูวนัยกับม่านหมอกก็โผเข้ากอดกันอีกที่ปรับความเข้าใจกันได้ ภูวนัยดึงม่านหมอกออกแล้วปาดน้ำตาให้ม่านหมอก
       “สัญญากับอานะ ต่อไปนี้หมอกต้องเข็มแข็ง อาไม่อยู่แล้วหมอกต้องดูแลคุณตา ดูแลเมฆให้ดี”
       “ไม่...หมอก...หมอกทำไม่ได้”
       “ทำไมจะไม่ได้” ภูวนัยเอามือลูบหน้าผากม่านหมอกทั้งปลอบโยนและให้กำลังใจ “หลานอาเก่งอยู่แล้ว”
       ภูวนัยยิ้มให้กำลังใจม่านหมอก ม่านหมอกเห็นรอยยิ้มของภูวนัยก็ค่อยๆ ยิ้มออกมา ตะวันฉายที่ยืนอยู่ด้วยก็ดีใจที่ภูวนัยกับม่านหมอกปรับความเข้าใจกันได้ แต่แล้วจู่ๆ เสียงของไผ่พญาก็ดังเข้ามาเหมือนร้องวี้ดว้ายด้วยความตกใจ
       ตะวันฉายได้ยินเสียงไผ่พญาก็จำได้ทันที
       “เสียงคุณไผ่”
       ภูวนัยได้ยินอย่างนั้นก็หันมาบอกม่านหมอก
       “อาต้องไปแล้ว”
       แล้วภูวนัยก็รีบวิ่งออกไป ม่านหมอกพยายามร้องเรียก
       “อาภู”
       ตะวันฉายตัดสินใจวิ่งตามภูวนัยไปด้วยอีกคน
       
       ไผ่พญาวิ่งหนีมาตามทางเดิน หันรีหันขวางหาที่ซ่อน แล้ววิ่งไปเปิดประตูห้องพักที่อยู่เรียงรายแต่ก็ไม่สามารถเปิดได้ ชาติกล้าวิ่งตามมา เผ่าพงศ์และปลายฟ้าวิ่งตามชาติกล้ามาติดๆ ชาติกล้าไม่เห็นไผ่พญาก็พยายามมองหา ปลายฟ้ากับเผ่าพงศ์วิ่งเข้ามาแล้วปลายฟ้ากับเผ่าพงศ์ก็เห็นไผ่พญาแอบอยู่ด้านหลังของรถเข็นอุปกรณ์แม่บ้านที่จอดอยู่ตรงนั้น ชาติกล้าจะเดินเข้าไปที่รถเข็นอุปกรณ์นั่น ปลายฟ้าเห็นอย่างนั้นก็เข้ามาดึงความสนใจของชาติกล้า
       “ชาติ” ชาติกล้าชะงักแล้วหันมองมาทางปลายฟ้า ขณะที่เผ่าพงศ์พยายามส่งซิกให้ไผ่พญาหนีไป “ทำไมต้องตามครูไผ่ด้วย ครูไผ่ไม่ได้มีความผิดอะไรนี่”
       ไผ่พญาค่อยๆ ลากรถเข็นอุปกรณ์ไหลไปตามทาง โดยมีเผ่าพงศ์พยายามยืนบังให้
       “เดี๋ยวเราค่อยเล่าให้ฟัง” ชาติกล้าหันมองไปรอบๆ แล้วก็เห็นรถเข็นอุปกรณ์เคลื่อนที่เอง ชาติกล้ารู้ทันที
       “หยุดนะ”
       ไผ่พญาโผล่พรวดขึ้นหลังรถเข็น ขณะที่ชาติกล้าวิ่งเข้ามาไผ่พญาเลยผลักรถเข็นล้มขวางทางชาติกล้าเอาไว้
       ขณะที่เผ่าพงศ์ก็แกล้งทำเป็นสะดุดข้าวของอุปกรณ์ทำความสะอาดแล้วพยายามจับตัวชาติกล้าเอาไว้เหมือนหาที่พยุงตัว
       “เฮ้ย”
       ชาติกล้าเสียจังหวะ แล้วก็พยายามปัดเผ่าพงศ์ออกก่อนจะรีบวิ่งตามไผ่พญาออกไป ปลายฟ้าเข้ามาดูเผ่าพงศ์
       “เป็นไรมั้ยคะคุณลุง”
       
       ภูวนัยรีบวิ่งมาตามเสียงเอะอะโวยวายที่ได้ยิน โดยมีตะวันฉายวิ่งตามภูวนัยมาห่างๆ ภูวนัยหยุดยืนมองว่าจะเอายังไง
       “เกิดอะไรขึ้นเหรอครับคุณภู” ระหว่างนั้นไผ่พญาวิ่งผ่านหน้าเขาไป ตะวันฉายอึ้งเมื่อเห็นไผ่พญา “คุณไผ่”
       แต่แล้วภูวนัยก็ต้องตกใจเมื่อเห็นชาติกล้าวิ่งไล่ตามไผ่พญาไปติดๆ
       “วีระ...ราชัย...เจอตัวคนร้ายแล้ว...รีบเข้ามาด่วน”
       ชาติกล้าโทรศัพท์บอกวีระกับราชัยขณะวิ่งตามไผ่พญาออกไป ตะวันฉายสงสัยว่าเกิดอะไรขึ้น ตะวันฉายรีบวิ่งตามไผ่พญาออกไป ขณะที่ภูวนัยครุ่นคิดหาวิธีช่วยไผ่พญา
       
       ไผ่พญาวิ่งมาตามทางแต่แล้วก็ต้องชะงักไปเมื่อเห็นทางที่เธอเลี้ยวมาเป็นทางตัน ไผ่พญาหันหลังกลับจะวิ่งกลับทางเดิม แล้วไผ่พญาก็ต้องอึ้งไปเมื่อเห็นชาติกล้าเดินเข้ามาด้วยสายตาเหี้ยม
       ขณะนั้นเสกสรรกำลังเดินตามพรรษามาตามทาง พรรษามีท่าทางร้อนใจเพราะเสียงเอะอะโวยวายดังไปทั่วรีสอร์ต
       “แหม...ไม่มีอะไรหรอกแม่ษา ฉันว่าเราไปนั่งเล่นที่สระว่ายน้ำดีกว่านะ”
       “คุณเสกไม่สงสัยเหรอคะว่าเสียงโวยวายอะไร”
       พรรณรายเดินพ้นมุมเข้ามาพอดี แปลกใจที่ได้ยินเสียงโวยวายเหมือนกัน
       “เสียงอะไรน่ะพ่อ”
       “ไม่ทราบเหมือนกันคะคุณพั้นซ์ ฉันว่ากำลังจะไปดูอยู่นี่แหละคะ”
       “ฉันถามพ่อ”
       “ยัยพั้นซ์ พูดกับแม่ษาดีๆ หน่อย แม่ษาเขาเป็นแขกเรานะ”
       “ไม่เป็นไรหรอกคะ”
       พรรษาพูดเสร็จก็เดินออกไป เสกสรรชี้หน้าพรรณรายเพราะเกือบทำให้เขาเสียคะแนน เสกสรรรีบเดินตามพรรษาออกไป พรรณรายทำหน้าหมั่นไส้ทั้งเสกสรรและพรรษา ระหว่างนั้นเสียงของภูวนัยก็ดังขึ้น
       “พั้นซ์”
       พรรณรายชะงักไปเพราะรู้สึกว่าเสียงคุ้นๆ พรรณรายหันไปแล้วก็ตกใจเมื่อเห็นภูวนัยยืนอยู่
       “ภู”
       
       วีระกับราชัยวิ่งลงมาจากรถ วีระกระชับปืนเตรียมพร้อม ราชัยรีบจับมือวีระเอาไว้
       “ทำอะไร แกคิดจะยิงหมวดภูเหรอ”
       วีระนิ่งไป ระหว่างนั้นไผ่พญาถูกชาติกล้าจับล๊อคแขนเดินออกมาที่ลานจอดรถ วีระกับราชัยเห็นก็แปลกใจ
       “ปล่อยฉันนะ ฉันไม่ได้ทำผิดอะไร จับฉันได้ยังไง”
       “เงียบเลย”
       วีระกับราชัยรีบเดินเข้ามาหาชาติกล้าด้วยความสงสัย
       “หัวหน้าครับ คนร้ายที่ว่าคือ...ผู้หญิงคนนี้เหรอครับ”
       “ผมก็นึกว่าเป็นหมวดภูซะอีก”
       “เดี๋ยวถามดูก็รู้ว่าไอ้ภูอยู่ไหน”
       “คิดว่าฉันจะบอกหรือไง”
       ทันทีที่ไผ่พญาท้าทาย ชาติกล้าก็ยกแขนขึ้นทำให้ไผ่พญาร้องขึ้นด้วยความเจ็บปวด เสียงม่านเมฆดังขึ้น
       “อย่าทำอะไรครูไผ่นะ”
       ชาติกล้าหันไปก็เห็น เผ่าพงศ์ ตะวันฉาย ปลายฟ้า ม่านหมอก ม่านเมฆ ผจญ สมหมาย สมส่วน กำลังเดินเข้ามา
       “ชาติ นี่มันเรื่องอะไร อธิบายให้ฟังซิ”
       “ขอโทษนะครับคุณลุง แต่เรื่องนี้มันเป็นความลับทางราชการ”
       ระหว่างนั้นเสียงพรรษาดังขึ้น
       “ครูไผ่” ทุกคนหันไปก็เห็นพรรษากับเสกสรรเดินเข้ามาอีกมุม “ครูไผ่มาได้ยังไงคะ”
       “อ้าวเฮ้ย! เธอปลอมตัวเป็นฝรั่งสองคนนั่นเองเหรอ”
       ชาติกล้าได้ยินอย่างนั้นก็เอะใจ
       “สองคน มีอีกคนนึงเหรอครับ” ชาติกล้าถามเสกสรร
       “เปล่า...ฉันมาคนเดียว” ไผ่พญารีบบอก
       “เงียบ”
       “ก็มีผู้ชายอีกคนไง แล้วผู้ชายคนนั้นเป็นใคร” เสกสรรถามด้วยความอยากรู้ ระหว่างนั้นพรรณรายก็วิ่งหน้าตาตื่นเข้ามา
       “อร๊าย...ช่วยด้วยคะ” ทุกคนหันมองพรรณรายด้วยความสงสัย พรรณรายรีบวิ่งเข้ามาบอกชาติกล้า “ภู...ภูเขาอยู่ที่นี่”
       “อะไรนะ”
       “เมื่อกี้ภูจะจับฉันเป็นตัวประกัน แต่ฉันหนีมาได้”
       ชาติกล้าได้ยินอย่างนั้นก็รีบหันไปฝากไผ่พญากับวีระและราชัยทันที
       “ผมฝากด้วย”
       
       แล้วชาติกล้าก็รีบวิ่งออกไป ทุกคนได้ยินว่าภูวนัยมาก็รีบวิ่งตามชาติกล้าไปเช่นกัน เหลือแต่ตะวันฉายกับม่านหมอกที่ไม่ยอมขยับไปไหน
       
       อ่านต่อตอนที่ 11

หน้าที่แล้ว
1 | 2 | 3 | 4
ข่าวล่าสุด ในหมวด
คุณชายเลี้ยงหมู คุณหนูเลี้ยงแกะ ตอนที่ 19 จบบริบูรณ์
คุณชายเลี้ยงหมู คุณหนูเลี้ยงแกะ ตอนที่ 18
คุณชายเลี้ยงหมู คุณหนูเลี้ยงแกะ ตอนที่ 17
คุณชายเลี้ยงหมู คุณหนูเลี้ยงแกะ ตอนที่ 16
คุณชายเลี้ยงหมู คุณหนูเลี้ยงแกะ ตอนที่ 15
เครื่องมือจัดการเว็บ
ส่งบทความนี้ต่อ
พิมพ์หน้านี้
ข่าวที่มีผู้ส่งมากที่สุด
แสดงผลหน้าเดียว
จำนวนคนโหวต 4 คน
คุณเห็นด้วยกับข่าว/บทความนี้หรือไม่
เห็นด้วย ไม่เห็นด้วย
เห็นด้วย 4 คน
100 %
ยังไม่มีผู้ไม่เห็นด้วย
0 %
โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความคิดเห็น
1. โปรดงดเว้น การใช้คำหยาบคาย ส่อเสียด ดูหมิ่น กล่าวหาให้ร้าย สร้างความแตกแยก หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
2. ทุกความคิดเห็นไม่เกี่ยวข้องกับผู้ดำเนินการเว็บไซต์ และไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมายได้
3. ทีมงานเว็บมาสเตอร์ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
4. เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
5. ผู้ร่วมแสดงความคิดเห็นสามารถร่วมตรวจสอบข้อความที่ไม่เหมาะสมได้ โดยการกดปุ่ม "แจ้งลบ" หรือส่งอีเมลแจ้งมาที่ cs@astvmanager.com หรือ cs.astvmanager@gmail.com ซึ่งทีมงานจะทำการตรวจสอบ และลบข้อความดังกล่าวโดยเร็วที่สุด หรืออย่างช้าภายใน 3 วันทำการ
เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
แสดงความคิดเห็นเพิ่มเติม
โชว์ภาพผู้ใช้ทุกครั้งที่แสดงความเห็น เพียงเข้าสู่ระบบด้วยบัญชีของเฟซบุก กดที่ปุ่มด้านล่างนี้เลย!

ชื่อ/e-mail ของคุณ : *
 
 *
  กฎกติกาการแสดงความคิดเห็นฉบับเต็ม
 
หนังสือพิมพ์: ASTV ผู้จัดการออนไลน์ | ASTV ผู้จัดการรายวัน | นิตยสารผู้จัดการ 360° | Positioning | ASTV News1
มุม: การเมือง | อาชญากรรม | คุณภาพชีวิต | ภูมิภาค | ต่างประเทศ | มุมจีน | ธุรกิจ | หุ้น | SMEs | Motoring
CyberBiz | วิทยาศาสตร์ | เกม | กีฬา | บันเทิง | Life on Campus | Celeb Online | ท่องเที่ยว | ธรรมะกับชีวิต | Multimedia
เว็บ: Asia Times | บุรพัฒน์ คอมมิคส์ | Mars Magazine | ทะเลไทย | คุยกับเว็บมาสเตอร์ | โฆษณาบนเว็บ
All site contents copyright ©1999-2014