หน้าแรกผู้จัดการ Online | หน้าแรกละครออนไลน์ | ละครออนไลน์
ละครออนไลน์ 3 ทหารเสือสาว มนต์จันทรา

มนต์จันทรา ตอนที่ 1

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์
8 พฤษภาคม 2556 08:52 น.
หน้าที่แล้ว
1 | 2 | 3 | 4
หน้าถัดไป
มนต์จันทรา ตอนที่ 1
        มนต์จันทรา ตอนที่ 1 (ต่อ)
       
       ขณะนั้นเอง โทรศัพท์มือถือของดิตถ์ก็ดังขึ้น เขาดูเบอร์และกดรับ
       
       "ว่ายังไง"
       หลังเขาฟังสายจากอีกฝ่าย ก็นึกไม่ถึง
       "นักข่าวจากที่ไหน... ฉันอยากเจอนักข่าวนั่นก่อนไอ้ษมา เธอจัดการให้ฉันได้มั้ย"
       ดิตถ์สีหน้าแววตาเจ้าเล่ห์ อย่างมีแผนการ
       
       ยามบ่าย สาระวารีเดินคุยโทรศัพท์มือถือบอกมีคณาอยู่บริเวณตลาดของจังหวัดตราด
       "ถึงตราดเรียบร้อยแล้วคร๊าบ... มาตราดอยู่ตลาด เข้าใจมั้ยฮะคุณมี่ คนแก่หูไม่ดีก็งี้แหละ"
       สาระวารีขำๆ มายืนรอข้ามถนนไปอีกฝั่ง เธอคุยโทรศัพท์ต่อไปด้วย
       " ถึงได้พักนึงแล้ว โทรไปหวัดดีญาติสนิทมิตรสหายได้หลายคนอยู่"
       รถหรูคันหนึ่งจอดให้ สาระวารีก้มหน้าขอบคุณพร้อมเดินข้ามถนนไปโดยไม่ได้หันมองเข้าไปในรถคันนั้นเลย คนขับรถใช้โทรศัพท์มือถือถ่ายรูปตามสาระวารีต่อเนื่องจนเธอเดินพ้นไป คนขับรถหันไปส่งโทรศัพท์มือถือให้เจ้านายที่นั่งอยู่ด้านหลัง
       "ได้แล้วครับ"
       เจ้านายที่นั่งใส่สูทหล่อเนี๊ยบอยู่หลังรถ คือษมานั่นเอง เขายกโทรศัพท์มือถือขึ้นเช็กดูรูป หน้านิ่งขรึม
       รถคันหลังบีบแตรไล่...
       "จอดข้างทางก่อน"
       คนขับรถยกมือขอโทษแล้วรีบขับรถไปจอดข้างทางเปิดไฟฉุกเฉิน ษมาหันมองตามสาระวารีไป
       เห็นเธอเดินลัดเข้าไปในตลาด
       ผ่านเวลาเล็กน้อย กลับมาในรถ ษมากำลังคุยโทรศัพท์มือถืออยู่
       "เพิ่งโทรไปหาเหรอะ ... งั้นก็น่าจะใช่ เดี๋ยวผมจะส่งรูปไปให้ดู ช่วยคอนเฟิร์มอีกทีว่าไม่ผิดคน"
       ษมากดตัดสาย
       ษมากดเลือกรูปสาระวารีที่ถ่ายตอนเดินผ่านรถขึ้นมาดูอย่างตั้งใจอีกครั้ง สีหน้าฉายแววไม่มั่นใจนัก ก่อนจะกดส่งรูปไป
       
       สาระวารีกำลังนั่งทานก๋วยเตี๋ยวรสเด็ดอย่างอร่อยอยู่ในร้านหนึ่ง
       " ขอนั่งด้วยคนนะครับ"
       สาระวารีเหล่มอง อย่างไม่สบอารมณ์นัก แววตาเซ็งๆที่เห็นษมาอยู่ข้างๆ แถมยิ้มให้
       "ที่ว่างตั้งเยอะ"
       ษมาสีหน้าหน้านิ่งบอก
       "โต๊ะมันเลอะครับ"
       " ไม่ว่างค่ะ"
       สาระวารีเอื้อมมือไปหยิบเป้บนโต๊ะไปวางที่เก้าอี้ข้างๆตนแล้วทานต่ออย่างไม่สนใจ
       "คนเราสมัยนี้ไม่ค่อยมีน้ำใจกันเลยนะครับ คิดแต่มุมของตัวเอง"
       ษมาเดินอ้อมไปนั่งเก้าอี้ตัวติดกันอีกข้างแทน สาระวารีเหล่มอง สีหน้าไม่ชอบใจที่เจอชายแปลกหน้ามารุกแบบนี้ เขามองหน้าเธอ
       "เราเคยเจอกันมาก่อนมั้ยครับ"
       สาระวารีชะงักไป หันมาจ้องหน้า วางตะเกียบหรือช้อนส้อมแรงๆ
       "ก็เพราะฉันเจอมุกจีบเสล่อๆ แบบนี้ประจำไงคะ ฉันถึงต้องแล้งน้ำใจ"
       ษมาหน้าตาย
       "แน่ใจนะครับว่าเราไม่เคยเจอกันมาก่อนจริงๆ"
       สาระวารีเสียงดัง หน้าหงิก เอาเรื่อง
       "ไม่เคย"
       คนในร้านหันมามองทั้งคู่ ษมาทำหน้านิ่ง ไม่สะทกสะท้านอะไร
       สระวารีอารมณ์เสียลุกขึ้นบอกคนขาย
       "คนจะกิน มาชวนคุยอยู่ได้ มารคอหอย... เก็บตังค์ที่นายคนนี้นะป้า"
       สาระวารีตาขวาง ดึงเป้มาถือกระแทกใส่ษมาแบบจงใจแกล้งซ้ำอีกตะหาก ก่อนเดินหน้าหงิกออกจากร้านไป ษมากดโทรศัพท์มือถือโทรออก สีหน้านิ่งขรึมมองตามสาระวารีไป
       "เจอตัวแล้ว เอาเรื่องใช้ได้ ... เธอจำผมไม่ได้เลย"
       ษมาสีหน้าใช้ความคิด มองตามสาระวารีไป
       
       สาระวารีเดินคุยโทรศัพท์มือถือกับมีคณาเข้าโรงแรมแห่งหนึ่งไป ผ่านล็อบบี้ไปกดลิฟท์
       "จิณห์ยังไม่กลับจากฝรั่งเศสเลย ไม่รู้ติดอกติดใจอะไรนักหนา"
       มีสาวสวยแต่งตัวเซ็กซี่เดินสวนออกมาลิฟท์ สาระวารีหันมองตามแล้วแกล้งเป่าปากทำเสียงวี๊ดวิ้วแล้วรีบหันกลับทำไม่รู้ไม่ชี้ สาวเซ็กซี่หันมองหาที่มาของเสียงงงๆ
       สาระวารีขำๆ คุยมือถือต่อ
       "ไม่มีอะไร แกล้งคนเล่น อยากเซ็กซี่เกินหน้า"
       สาระวารีตัดบทเปลี่ยนเรื่อง
       "แล้วนี่ยัยมัทเป็นอะไรของเค้า ติดต่อไม่ได้เลย ปิดมือถือตลอด"
       ที่บริเวณเคาน์เตอร์พนักงานต้อนรับ ลูกค้าโรงแรมและพนักงานเดินผ่านไป มุมหนึ่งษมายืนเท่มีมาดซุ่มมองตามสาระวารีอยู่ ด้วยสีหน้าติดใจสงสัย ผู้จัดการโรงแรมและเลขาเดินเข้ามามาต้อนรับ ยกมือไหว้
       "สวัสดีครับคุณษมา"
       ษมารับไหว้ตามารยาท
       "วันนี้ให้เกียรติมาโรงแรมของเรา มีอะไรให้รับใช้ครับ"
       "นิดหน่อยครับ"
       "งั้นขอเชิญคุณษมาไปนั่งที่ห้องรับรองก่อนดีกว่านะครับ"
       "ขอบคุณครับ"
       ษมาเดินมาดดีตามผู้จัดการไป
       
       ภายในห้องพัก สาระวารีทิ้งตัวลงนอนบนเตียง แล้วหยิบรูปเสี่ยอ้วนๆ ที่เข้าใจผิดคิดว่าเป็นษมา เธอเพ่งมองรูปไป
       "คุณต้องยอมให้ฉันสัมภาษณ์แน่ๆ คุณษมา"
       สาระวารีทิ้งมือที่ถือรูปลงบนเตียง แล้วเอียงหน้าไปอีกด้าน นอนหลับพักเอาแรง
       
       ผ่านเวลาซักพัก สาระวารีกดลิฟท์เรียกลง เธออาบน้ำและเปลี่ยนชุดใหม่ สะพายเป้ที่ใส่กล้องและอุปกรณ์ทำข่าวส่วนตัว ผู้ชายคนหนึ่งเดินเบี่ยงตัวเข้าไปกดลิฟท์ซ้ำ สาระวารีเหล่มองอย่างหงุดหงิด แล้วขยับปากบ่นพึมพำ
       "จะกดซ้ำอีกทำไม"
       ผู้ชายคนนั้นคือษมานั่นเอง เขาแกล้งทำเป็นแปลกใจ
       "อ้าว คุณ พักที่เดียวกันเหรอครับเนี่ย"
       สาระวารีชักสีหน้าเซ็งใส่
       "คิดว่าจะย้ายเร็วๆ นี้ล่ะ... ซวยจริงๆ"
       ลิฟท์เปิด สาระวารีรีบเดินนำเข้าไป ยืนหันหน้าเข้ามุมลิฟท์ไปเลย ไม่อยากสนทนา
       
       ษมาอมยิ้มนิดๆ ก่อนเดินตามเข้าไป

มนต์จันทรา ตอนที่ 1
        สองคนอยู่ภายในลิฟท์ ษมาไปยืนข้างๆ สาระวารี ที่หันหน้าไปอีกทางอย่างรำคาญ
       
       "ออกไปหาข่าวเหรอครับ"
       สาระวารีชะงักปนแปลกใจ หันมอง
       "คุณรู้ได้ยังไงว่าฉันเป็นนักข่าว"
       "ผมเคยเห็นคุณตอนดูข่าวทีวี"
       สาระวารีขยับตัวห่างเล็กน้อย ปากพึมพำ
       "โรคจิตแหงๆ"
       "ผมสงสัยนะ ทำไมนักข่าวชอบยื่นเทปไปสัมภาษณ์แล้วหันหน้าหนีด้วย อายกล้องเป็นด้วยเหรอะ เห็นชอบวิ่งตามเอากล้องเอาไมค์ไปจ่อหน้าจ่อปากคนอื่น นึกว่าจะชิน"
       สาระวารีเสียงแข็ง
       "แล้วคุณจะมาดูหน้านักข่าวทำไมไม่ทราบ ไปสนใจเนื้อหาที่เค้าสัมภาษณ์สิ"
       "ก็เผอิญผมรู้มาว่า คนที่ผมตามหาตัวอยู่เป็นนักข่าว ก็เลยชอบสังเกต"
       สาระวารีมองษมาด้วยสีหน้ากวนๆ
       "จะมามุกไหนอีก ฉันชักจะหมดความอดทนแล้วนะ"
       ษมาจ้องหน้าสาระวารี ดูตาซึ้งๆเป็นประกายวิบวับ
       "ลองคิดดูดีๆว่าเราเคยเจอกันที่ไหนมาก่อน"
       สาระวารีทำหน้านึกได้
       "อ๋อ...ฉันนึกออกแล้ว"
       ษมาค่อยยิ้มออก ไม่คาดคิดสาระวารีชักมือที่แอบสวมสนับมือจากกระเป๋ากางเกงแล้ว ชกอัดเข้ากลางท้องษมาอย่างจัง
       สาระวารีถกแขนเสื้อ เสยผม เดินหน้าตาสะใจปนสมน้ำหน้าออกจากลิฟท์ ปล่อยให้ษมายืนตัวงอ ยกมือกุมท้องสีหน้าจุกเจ็บอยู่ในนั้น ก่อนที่ลิฟท์จะปิดสนิทไป
       
       บรรยากาศในร้านกาแฟแห่งหนึ่งตอนหัวค่ำ สาระวารีกำลังสัมภาษณ์ธารดล นักธุรกิจหนุ่มไฟแรงของจังหวัดอยู่
       ธารดลสีหน้ายิ้มแย้ม
       "คุณษมาเป็นคนเก่งครับ อย่างน้อยก็ผมคนนึงล่ะ ที่ชื่นชมในความคิดและการบริหารธุรกิจของเค้า"
       "แม้แต่การเปิดบ่อนคาสิโนน่ะเหรอคะ"
       "ถ้าเปิดที่เมืองไทยมันก็ผิดกฎหมายนะครับ แต่นี่คุณษมาเปิดที่ประเทศเพื่อนบ้าน ทำตามกฎหมายของเค้าทุกอย่าง ก็ไม่น่าจะเสียหายอะไรไม่ใช่เหรอครับ"
       "แล้วในแง่ศีลธรรมล่ะคะ การเปิดคาสิโนจะไม่ทำให้คนมัวเมาในอบายมุขมากขึ้นเหรอคะ"
       "ถ้ามองในมุมที่คุณว่ามันก็ไม่สมควร แต่ผมถามหน่อยนะครับ ว่าแข่งม้าเอย ล็อตเตอรี่เอย มวยอีก มันก็มีการพนันขันต่อ ผิดศีลทั้งนั้นล่ะ แถมยังมอมเมาคนแทบทุกระดับทั่วประเทศด้วยซ้ำไป แต่คาสิโนเปิดเฉพาะที่แล้วยังช่วยให้คนมีงานทำเพิ่มขึ้น การท่องเที่ยวตราดจะบูมขึ้นด้วย คุณว่าจริงมั้ยล่ะ"
       สาระวารียิ้มๆ
       "ทราบมาว่า คุณธารดลทำธุรกิจเดินเรือร่วมกับคุณษมาอยู่ด้วยใช่มั้ยคะ"
       ธารดลหัวเราะ
       "คุณนี่ข้อมูลแน่นจริงๆเลยนะครับ ใช่ครับ เราทำธุรกิจร่วมกันอยู่ แต่สิ่งที่ผมพูด ผมพูดบนพื้นฐานของความจริง ไม่ได้เข้าข้างคุณษมาแบบไม่ลืมหูลืมตา หรือคุณจะเถียงว่าไม่จริง"
       สาระวารียิ้มรับ เถียงไม่ออกเลยตัดบท
       "ดิฉันคงรบกวนคุณธารดลแค่นี้ ขอบคุณมากนะคะ"
       สาระวารไหว้ ธารดลรับไหว้
       "ไม่เป็นไรครับ"
       สาระวารีปิดเครื่องอัดเสียง เก็บข้าวของ
       "คุณสาระวารีจะอยู่ทำงานที่นี่นานมั้ยครับ ถ้ามีโอกาส ผมจะได้ขอเป็นเจ้าภาพเลี้ยงคุณซักมื้อ"
       "ยังไม่แน่หรอกค่ะ ขึ้นอยู่กับว่าจะหาข่าวได้มากแค่ไหน"
       "ถ้าไม่มีธุระอะไรก็อยู่เที่ยวซักพักสิครับ เดี๋ยวนี้ตราดเปลี่ยนไปมาก เมื่อก่อนเป็นจังหวัดเงียบๆ แต่เดี๋ยวนี้คึกคักขึ้นมากเลยนะครับ"
       สาระวารีหน้าขรึมลง
       "ค่ะ ที่นี่เปลี่ยนไปมากจริงๆ"
       สาระวารีหลบสายตาไปเล็กน้อย แววตาเห็นความไม่สบายใจซ่อนอยู่ สาระวารีได้แต่แอบถอนใจยาวออกมาพร้อมทอดสายตามองออกไปนอกร้าน
       บรรยากาศสวนสวยและสระว่ายน้ำของโรงแรม มุมหนึ่งของสวน ษมาสวมแว่นดำยืนสั่งงานลูกน้องอยู่ ลูกน้องรับคำสั่ง
       สาระวารีเดินถืองานมาหาที่นั่งเขียนต้นฉบับที่เก้าอี้ริมสระน้ำ เธอมองหาที่นั่งทำงานไปมา
       ษมาสั่งงานลูกน้องเสร็จ จะเดินกลับเข้าไปในโรงแรม เห็นสาระวารีกำลังเดินไปนั่งที่เก้าอี้ริมสระ
       ตัวหนึ่ง เธอหันไปสบตากับษมาที่หันมองมาพอดี
       สาระวารีบ่น
       "ซวยซ้ำซวยซ้อนจริงๆ"
       สาระวารีรีบเก็บของจะหนีขึ้นห้อง ษมารีบเดินปรี่เข้ามาหา
       "เจอกันอีกแล้วนะครับ"
       สาระวารีเก็บของเซ็งจัด
       "เดี๋ยวก็ไม่ได้เจอแล้วล่ะ"
       "ทำไมล่ะครับ เสร็จงานจะกลับกรุงเทพแล้วเหรอ"
       "เปล่า แต่จะเปลี่ยนโรงแรม"
       สาระวารีจ้องหน้า ชักสีหน้ารำคาญใส่ ก่อนจะเดินเลี่ยงไป ษมารีบเดินตามดักหน้า
       "รำคาญผมเหรอ"
       สาระวารีจ้องหน้า
       "ที่สุด"
       สาระวารีเดินหนี ษมาเดินตาม
       "ผมยังไม่รู้จักชื่อคุณเลย"
       "อยากจะเรียกชื่อฉันว่าหมูหมากาไก่อะไรก็เรียกไปเถอะ"
       "สาระวารี"
       สาระวารีหยุดกึก หันมาจ้องหน้าษมา
       "รู้จักชื่อฉันได้ยังไง"
       "เช็กที่เคาน์เตอร์ก็ได้ ผมกว้างขวางที่นี่พอสมควร"
       สาระวารีฉุกคิดอยากใช้ษมาให้เป็นประโยชน์
       "กว้างขวางจริงเหรอะ แล้วรู้จักคุณษมามั้ยล่ะ"
       สาระวารียิ้มหยัน ษมาทำหน้านิ่ง
       "รู้จัก ถามถึงเค้าทำไมเหรอ จะมาสัมภาษณ์เหรอะ ไม่มีทางหรอก เค้าไม่เคยให้สัมภาษณ์ใคร"
       "เอาน่ะ เค้าจะให้สัมภาษณ์ฉันหรือไม่ เค้าเป็นคนตัดสินใจ ไม่ใช่นาย แล้วรู้มั้ย ฉันจะเจอกับเค้าได้ที่ไหนมั่ง"
       ษมาทำสีหน้านึกๆ
       "ผมจะได้อะไรเป็นข้อแลกเปลี่ยน"
       "ไม่บอกก็อย่าบอก" สาระวารีจะเดินไป
       "โอเค บอกก็ได้ กำลังจะมีงานเลี้ยงที่บ้านคุณจิตติ นักธุรกิจใหญ่ คุณษมาไปร่วมงานแน่นอน"
       "ฉันรู้แล้วย่ะ คุณจิตตินั่นพ่อเพื่อนฉันเอง ตอนนี้เพื่อนฉันยังช็อปปิ้งเพลินอยู่ที่ฝรั่งเศส เป็นไงรู้ลึกกว่ามั้ย"
       
       สาระวารีสะบัดหน้าพรืดเดินกลับไปเข้าโรงแรม ษมามองตามพร้อมอมยิ้มเจ้าเสน่ห์

มนต์จันทรา ตอนที่ 1
        ไม่นานต่อมา กลางลิฟท์ตัวหนึ่งซึ่งเปิดออก สาระวารีสะพายเป้เดินทางใบโตออกมาจากลิฟท์
       เดินตรงไปที่เคาน์เตอร์ พนักงานโรงแรมรีบตรงเข้ามาช่วยถือเอาไว้ เธอหน้าเซ็งๆ ยื่นบัตรเครดิตให้
       
       "เช็กเอ๊าท์ค่ะ ขอบิลด้วยนะคะ"
       ระหว่างรอสาระวารีก็หันมองไปทางหน้าโรงแรม ก็ต้องสะดุ้งสุดตัวเมื่อเห็นษมายืนมาดเท่พิงเสาส่งยิ้มมาให้ เธอเบะปากรังเกียจ เบือนหน้าไปอีกทาง ษมาเดินยิ้มเข้ามาหา
       "ย้ายออกจริงๆเหรอครับเนี่ย ผมรู้สึกผิดจังเลย ผมจะชดใช้ให้คุณได้ยังไงมั่งครับเนี่ย"
       "อยากชดใช้จริงๆ นะ"
       ษมาพยักหน้ารับ
       สาระวารียิ้มๆ หันไปบอกพนักงาน
       "น้องคะขอบัตรเครดิตคืน มีหนุ่มใหญ่จะออกค่าห้องพักให้ แต่ขอบิลเป็นชื่อฉันนะคะ"
       ษมาอมยิ้ม อารมณ์ประมาณนึกแล้วว่าต้องมาไม้นี้ สาระวารีหันกลับมามอง ษมารีบปั้นหน้าเจ็บใจ ส่ายหน้าไปมา
       "โห คุณนี่ร้ายกาจจริงๆ"
       สาระวารีบอกพนักงาน
       "ช่วยไม่ได้ แล้วพี่แวะมาเอาบิลวันหลังนะคะ วันนี้ติดธุระด่วน"
       สาระวารีเดินตบบ่าษมาแรงๆ ด้วยสีหน้าสะใจ
       "เจอกันวันงานเลี้ยงบ้านคุณจิตตินะครับ"
       สาระวารีทำสีหน้าท่าทางเจ็บใจผสมขยะแขยงเดินหัวเสียออกไปทางหน้าโรงแรม พนักงานคนที่ช่วยถือสัมภาระก็ตามไปกระเป๋าตาม
       "เข้าบัญชีคุณษมาเลยนะคะ"
       สาระวารีหยุดกึก หันกลับไปมองทางเคาน์เตอร์ ก็ไม่เห็นษมาอยู่แล้ว พนักงานก็ก้มหน้าก้มตาทำงานอยู่ สาระวารีมีสีหน้างงๆ สงสัยจะหูฝาด เดินส่ายหน้าออกไปจากโรงแรม
       ษมาที่หลบอยู่หลังเสา มองไปทางพนักงานโรงแรมที่เหลือบตามามองทางษมา
       "ขอโทษค่ะ"
       ษมายิ้มให้
       "ไม่เป็นไรครับ"
       ษมาหันมองตามสาระวารีไปทางหน้าโรงแรม ส่ายหน้าพร้อมยิ้มอย่างมีความรู้สึกเอ็นดูก่อนพึมพำ
       "เธอเปลี่ยนไปมากกว่าที่ฉันคิดเยอะ"
       ษมาสีหน้าขรึมลงอย่างย้อนคิดเรื่องบางอย่างในใจ
       
       เวลากลางคืนวัน ที่โรงแรมแห่งใหม่ สาระวารียืนมองวิวเมืองอยู่ที่หน้าต่างห้องพัก เธอได้แต่ถอดถอนใจยาวออกมา ย้อนคิดเรื่องราวของตัวเอง
       
       17 ปีก่อน บริเวณริมถนน สาระวารีกำลังรับจ้างขัดรองเท้าให้ผู้ชายคนหนึ่งอยู่ พอขัดเสร็จ ผู้ชายคนนั้นก็ให้เงินสาระวารี เธอรับและยกมือไหว้
       "ขอบคุณค่ะ"
       ผู้ชายคนนั้นเดินจากไป สาระวารีกำลังเอาเงินเก็บใส่กล่องขนม
       แต่ทันใดนั้นเอง สารก็เข้ามาแย่งกล่องขนมไปจากมือ เธอตกใจมาก
       "พ่อ เอาเงินหนูไปทำไม หนูจะเอาเงินไปซื้อยาให้แม่"
       "แม่แกเค้าไม่เป็นอะไรมากหรอกน่ะ เอามาให้พ่อยืมต่อทุนก่อน"
       สารเปิดกล่องขนม ล้วงเอาเงินออกมา สาระวารีเข้าไปแย่งเงินจากมือพ่อ
       "หนูไม่ให้ หนูจะเอาไปซื้อยาให้แม่ เอาคืนมานะ"
       สาระวารีพยายามแย่งเงินจากพ่อ แต่สารก็ไม่ยอมให้
       " เฮ้ย อะไรวะ นังลูกคนนี้ เงินนิดๆหน่อยๆให้พ่อไม่ได้รึไง แล้วต่อไปจะพึ่งพาอะไรได้วะ นังลูกอกตัญญู"
       สาระวารีโวยวายลั่น
       "หนูไม่ให้ เอาเงินหนูคืนมา"
       สารโมโหเลยจับมือสาระวารีแล้วตีซะไม่นับ โทษฐานไม่ให้เงินพ่อไปเล่นการพนัน เธอร้องไห้จ้า ทั้งเจ็บทั้งกลัว แต่อีกใจก็นึกเป็นห่วงแม่สุดๆที่ไม่มีเงินไปซื้อยา
       
       สาระวารีทิ้งตัวลงนอนน้ำตาคลอๆ พยายามตัดความคิดที่ทำให้เศร้าใจออกไป ก่อนจะเอียงตัวไปกดปิดโคมไฟห้องจนห้องมืดสนิท เธอข่มตาหลับไม่ให้คิดถึงเรื่องราวเจ็บช้ำในอดีตผ่านมาอีก แต่การกลับมาตราดอีกครั้งมันห้ามใจให้คิดไม่ได้จริงๆ
       
       เช้าสายวันต่อมา สาระวารีเดินออกจากลิฟท์เข้ามายังล็อบบี้โรงแรม ทันใดนั้นเอง ดิตถ์ก็เดินเข้าไปขวางหน้าทันที สาระวารีตกใจเล็กน้อย ดิตถ์ยิ้มแย้ม
       "คุณสาระวารี นักข่าวจากสยามสารใช่มั้ยครับ"
       สาระวารีรู้สึกแปลกใจ
       "ค่ะ ไม่ทราบว่าคุณ..."
       "ผมดิตถ์ครับ คนที่คุณนัดสัมภาษณ์เรื่องคาสิโนของนายษมา"
       "อ๋อ จำได้แล้วค่ะ เลขาฯคุณติดต่อเข้ามาขอให้สัมภาษณ์เอง"
       ดิตถ์ยิ้มแหยไปเล็กน้อย แต่ยังวางฟอร์ม
       "อ้าวเหรอครับ เลขาผมนี่ชอบโปรโมตเจ้านายซะเรื่อย" ดิตถ์แสร้งพูดแล้วส่ายหน้า
       "ไม่เป็นไรหรอกค่ะ ฉันอยากได้ความเห็นหลากหลายอยู่แล้วน่ะค่ะ"
       "ดีเลยครับ เพราะผมก็อยากแฉความเลวของนายษมาให้คุณได้รู้เหมือนกัน"
       สาระวารีอึ้งไปเล็กน้อย
       "ความเลว"
       "ใช่ครับ คุณได้ยินไม่ผิดหรอก ทุกคนเห็นแก่เงินของมันทั้งนั้น ไม่มีใครกล้าพูดความจริงหรอกครับ แต่ผมรู้กำพืดของมันดี เงินทองที่มันมีอยู่ทุกวันนี้ เพราะโกงน้องชายผมมาทั้งนั้น"
       ดิตถ์สีหน้าเจ็บแค้นใจ
       
       สาระวารีสนใจขึ้นมาทันที กับข้อมูลใหม่ล่าสุดของเจ้าพ่อเกาะยานก

มนต์จันทรา ตอนที่ 1
        เรื่องราวในอดีตเมื่อหลายปีก่อนผุดขึ้นในหัวดิตถ์ เขาเล่าออกมาจนเห็นเป็นภาพ เวลาตอนกลางวันของวันนั้น บริเวณเต็นท์กลางป่า เดชกำลังโชว์พลอยดิบเม็ดใหญ่ที่ขุดได้ ให้พวกชาวบ้านที่เป็นลูกน้องดู
       ทุกคนต่างตื่นเต้น ไม่เคยเห็นพลอยดิบเม็ดใหญ่ขนาดนี้มาก่อน ษมามองเดชด้วยสายตาอิจฉา อยากได้
       ดิตถ์เล่าเรื่องต่อ
       "นายษมากับเดชน้องชายผมเป็นเพื่อนรักกัน มันชวนน้องผมข้ามฝั่งไปขุดพลอย เดชโชคดีขุดพลอยเม็ดใหญ่ได้ ราคาเป็นสิบๆ ล้าน ไอ้ษมามันก็เลยอิจฉา"
       
       เดชสะพายเป้เดินมาตามป่าเพื่อจะกลับบ้าน โดยมีษมาสะพายเป้เดินตามหลังมา ษมามองตามหลังเดชด้วยสายตาอำมหิต ก่อนจะค่อยๆชักมีดเดินป่าออกมา แล้วเดินตรงเข้าไปหาเดช
       "มันฉวยโอกาสตอนเดินทางกลับ พอเดชเผลอ มันฆ่าน้องชายผมแล้วขโมยพลอยไป"
       เดชล้มลงตายจมกองเลือด ษมายืนถือมีดเปื้อนเลือดอยู่ ก่อนจะรีบเข้าไปกระชากเป้ของเดชออกมารื้อหาพลอย
       
       สาระวารีกำลังนั่งคุยกับดิตถ์พร้อมอัดสัมภาษณ์ไปด้วยที่ล็อบบี้ของโรงแรม ดิตถ์เล่าต่อด้วยสีหน้าเจ็บแค้น
       "จากนั้นมันก็เอาพลอยไปขาย เอาเงินมาต่อยอดทำธุรกิจ จนร่ำรวยเป็นเจ้าของเกาะอย่างที่คุณเห็น"
       "แล้วที่คุณเล่ามาทั้งหมด คุณมีหลักฐานรึเปล่าคะ"
       ดิตถ์ชะงักไปเล็กน้อย
       "เอ่อ ไม่ใช่ไม่เชื่อนะคะ แต่ของอย่างงี้ ถ้าไม่มีอะไรยืนยัน ดิฉันก็คงเอาไปเขียนข่าวลงไม่ได้"
       "มีสิครับ มีพยานยืนยันเยอะแยะ ว่าน้องชายผมออกเดินทางกลับได้แค่วันเดียว ไอ้ษมาก็ขนของกลับบ้าง มีหลายคนเห็นครับ เป็นพยานให้ผมได้"
       สาระวารีอึ้งปนงง
       "พยานอะไรคะ พยานว่าเห็นคุณษมาเดินทางกลับไล่หลังน้องชายคุณหนึ่งวัน หรือเป็นพยานเห็นว่าเค้าฆ่าน้องชายคุณ"
       "พยานว่าไอ้ษมามันกลับไล่หลังน้องชายผมมาน่ะสิ ไอ้ที่จะฆ่าแกงกัน ใครจะทำให้คนอื่นเห็นล่ะ ไม่ใช่เรียลิตี้โชว์นะครับ ขืนทำชุ่ยๆ ได้ติดคุกหัวโตกันพอดี เชื่อผมเถอะครับ ว่านายษมามันเป็นคนฆ่าน้องชายผมจริงๆ"
       สาระวารีหน้าเจื่อน ฝืนยิ้มแหยไป ฟังมาตั้งนานไม่ได้เรื่อง เธอตัดบทเปลี่ยนเรื่อง
       "เอ่อ แล้วไม่ทราบว่าคุณมีความเห็นเกี่ยวกับเรื่องคุณษมาจะเปิดบ่อนคาสิโนยังไงบ้างคะ"
       ดิตถ์ใส่เต็มที่
       "ผมว่ามันเป็นเรื่องเลวร้ายที่สุด ผิดศีลธรรมจรรยา ไอ้ษมามันต้องการมอมเมาคนทั้งประเทศด้วยการพนันหวังจะสูบเลือดสูบเนื้อประชาชนไปเข้ากระเป๋ามัน มันน่าโดนจับประหารชีวิตซะจริงๆ เลย"
       สาระวารีแอบถอนใจออกมา แม้จะไม่ค่อยเชื่อถือดิตถ์เท่าไหร่ แต่ก็ต้องทำหน้าที่เก็บข้อมูลให้ครบทุกด้าน
       
       ผ่านเวลาซักครู่ที่ห้องพักโรงแรม สาระวารีคุยโทรศัพท์มือถือกับไชยวัฒน์ที่อยู่ในห้องทำงาน เธอสีหน้าเซ็งๆ เล่าเรื่องราวเมื่อครู่
       "ตอนแรกก็นึกว่าจะได้ข้อมูลอีกด้าน ที่ไหนได้ ก็แค่ไอ้พวกอยากยืมมือสื่อทำลายคู่แข่ง"
       "เอาน่า เราต้องฟังความให้รอบด้าน"
       สาระวารีเดินไปนั่งที่เตียง
       "หลักฐานอะไรก็ไม่มีซักอย่างนะคะบอกอ นายดิตถ์พูดเองเออเองหมด ว่านายษมาฆ่าน้องชายเค้าชิงพลอยที่ขุดได้ แต่กลับไม่แจ้งความซะงั้น แล้วเราจะเอาไปลงข่าวได้ไงล่ะคะ โดนฟ้องตายเลย"
       "เฮ้ย ไม่ได้หมายถึงเรื่องนั้น ผมหมายถึงเรื่องขุดพลอย ผมว่ามันน่าสนใจนะ ใช้เป็นสกู๊ปเล่มหน้าก็ได้"
       "มองข้ามช็อตเลยนะคะบอกอ เอาตอนนี้ให้รอดก่อนดีมั้ยคะ จนป่านเนี้ย ยังไม่ได้ข้อมูลอะไรเป็นชิ้นเป็นอันเลย แค่นี้ก่อนนะคะ เซ็ง"
       สาระวารีกดตัดสาย แล้วทิ้งตัวลงนอนพัก
       "อ้าววารี เดี๋ยวสิ" ไชยวัฒน์ถอนใจ ส่ายหน้า
       
       มีคณายกแก้วกาแฟมานั่งกับเพื่อนพนักงาน
       "เหงามั้ยพี่มี่ เพื่อนซี้ออกข่าวต่างจังหวัดกันหมดเลย" เพื่อนพนักงานถาม
       มีคณายิ้มๆ บอก
       "นิดหน่อย แต่งานเดิน"
       ไชยวัฒน์เดินเข้าห้องกาแฟมา
       "อยู่นี่เองมี่...ผมมีเรื่องให้คุณช่วยจัดการเพื่อนคุณให้หน่อย"
       "เพื่อนคนไหนคะ"
       "จะใครซะอีกล่ะ"
       มีคณามีสีหน้าสงสัยว่ามีเรื่องอะไร
       
       ผ่านเวลาสักครู่ สาระวารีเดินคุยโทรศัพท์มือถือหน้าหงิกมาตามทางเดินในโรงแรม
       "บอกอใช้เธอมาพูดล่ะสิ"
       มีคณาเดินคุยโทรศัพท์มือถือตามทางเดินในสยามสาร
       "ก็ทำตามใจพี่เค้าหน่อย ไม่เห็นจะยากเลย ไหนๆก็ไปถึงแหล่งแล้ว ดีกว่าคว้าน้ำเหลวกลับมานะวารี"
       "พูดยังงี้คิดว่าฉันจะสัมภาษณ์คุณษมาไม่ได้ใช่มั้ย ยัยป้าแว่น" 
        
       สาระวารีสีหน้าเคืองๆ

หน้าที่แล้ว
1 | 2 | 3 | 4
หน้าถัดไป
ข่าวล่าสุด ในหมวด
มนต์จันทรา ตอนที่ 13 อวสาน
มนต์จันทรา ตอนที่ 12
มนต์จันทรา ตอนที่ 11
มนต์จันทรา ตอนที่ 10
มนต์จันทรา ตอนที่ 9
เครื่องมือจัดการเว็บ
ส่งบทความนี้ต่อ
พิมพ์หน้านี้
ข่าวที่มีผู้ส่งมากที่สุด
แสดงผลหน้าเดียว
จำนวนคนโหวต 78 คน
คุณเห็นด้วยกับข่าว/บทความนี้หรือไม่
เห็นด้วย ไม่เห็นด้วย
เห็นด้วย 72 คน
93 %
ไม่เห็นด้วย 6 คน
7 %
คุณสามารถแสดงความคิดเห็นผ่านบัญชีของเฟซบุกได้แล้ววันนี้ กดที่ปุ่มด้านล่างนี้เลย!

 
หนังสือพิมพ์: ASTV ผู้จัดการออนไลน์ | ASTV ผู้จัดการรายวัน | นิตยสารผู้จัดการ 360° | Positioning | ASTV News1
มุม: การเมือง | อาชญากรรม | คุณภาพชีวิต | ภูมิภาค | ต่างประเทศ | มุมจีน | ธุรกิจ | หุ้น | SMEs | Motoring
CyberBiz | วิทยาศาสตร์ | เกม | กีฬา | บันเทิง | Life on Campus | Celeb Online | ท่องเที่ยว | ธรรมะกับชีวิต | Multimedia
เว็บ: Asia Times | บุรพัฒน์ คอมมิคส์ | Mars Magazine | ทะเลไทย | คุยกับเว็บมาสเตอร์ | โฆษณาบนเว็บ
All site contents copyright ©1999-2015