หน้าแรกผู้จัดการ Online | หน้าแรกละครออนไลน์ | ละครออนไลน์
ละครออนไลน์ มัจจุราชสีน้ำผึ้ง

มัจจุราชสีน้ำผึ้ง ตอนที่ 4

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 9 พฤษภาคม 2556 08:47 น.
หน้าที่แล้ว
1 | 2 | 3 | 4
มัจจุราชสีน้ำผึ้ง ตอนที่ 4
        มัจจุราชสีน้ำผึ้ง ตอนที่ 4 (ต่อ)
       
       ปัทม์วิ่งขนกล่องใส่ใบชาออกมาพร้อมกับคนงาน ทุกคนขนออกไปแล้วก็วิ่งกลับเข้าไปใหม่ รจนาไฉนมองปัทม์ที่วิ่งเข้าไปในโกดังด้วยความตื่นตกใจ และเห็นใจ รจนาไฉนวิ่งไปรับถังน้ำมาจากคนงาน แล้วตัดสินใจรีบวิ่งไปดับไฟที่โกดังบ้าง พวกของหน่อเอทำทีเป็นวิ่งเข้ามาช่วยขนถังน้ำจากคนงาน ปัทม์วิ่งถือกล่องใส่ใบชาออกมา ชนกับรจนาไฉนที่กำลังดับไฟ เธอตัดสินใจ ทิ้งถังแล้วยื่นมือออกไปดึงกล่องใบชามาจากปัทม์
       
       “ฉันช่วย !”
       รจนาไฉนเอากล่องชามาได้ก็รีบวิ่งเอาไปวางไว้รวมกับกล่องอื่นๆ ปัทม์มองตามอย่างอึ้งๆ ก่อนเหลือบตามองไปเห็นหน่อเอและพวกที่กำลังช่วยกันขนถังน้ำ ปัทม์จ้องอยู่ชั่วครู่ด้วยสีหน้าไม่ไว้ใจ ก่อนจะรีบวิ่งกลับเข้าไปใหม่ รจนาไฉนมองตามปัทม์ แล้วตัดสินใจวิ่งตามเข้าไปในโกดัง
       
       ไฟเริ่มไหม้หนักขึ้น ปัทม์กับคนงานอีกหลายคน กำลังช่วยกันแบกกล่องใส่ชาขนถ่ายให้ คนงานรับต่อออกไปไว้ข้างนอก รจนาไฉนวิ่งเข้ามา ปัทม์เห็นเข้า
       “เข้ามาทำไม”
       “ฉันอยากช่วยขนออกไปเร็ว ๆ”
       เสียงไฟแตกตัวดังเปรี๊ยะ พร้อมกับท่อนไม้ที่ถูกไฟไหม้ร่วงหล่นลงมาฟาดลงบนหัวของปัทม์
       “โอ๊ย”
       ปัทม์ล้มลง รจนาไฉนตกใจ
       “คุณปัทม์”
       ทั้งหมดวิ่งเข้าไปดูอาการ ปัทม์เลือดโชกที่ศีรษะ แต่ยันกายลุกขึ้นเอาไว้ได้
       “ฉันไม่เป็นไร รีบเอาใบชาออกไปเร็ว”
       ทุกคนช่วยกันแบกกล่องชาออกไป
       รจนาไฉนลอบมองปัทม์ด้วยความเป็นห่วงในอาการ เพราะเลือดซึมลงมาตามหน้าผาก เธอตัดสินใจหยิบผ้าเช็ดหน้าของตัวเองที่พกติดตัวอยู่ พับเป็นแถบแล้วไปหาปัทม์
       “จะทำอะไร”
       “คุณหัวแตก ฉันจะห้ามเลือดให้คุณก่อน”
       “ไม่ต้อง”
       รจนาไฉนไม่ฟัง จัดการเอาผ้าพันที่รอยแตกที่หน้าผาก ปัทม์อึ้ง มองเสี้ยวหน้าของรจนาไฉนที่กำลังตั้งใจผูกผ้าให้ ปัทม์รู้สึกหวั่นไหวในหัวใจ
       
       ผ่านเวลามา โกดังเก็บใบชาไฟสงบลงแล้ว มีร่องรอยเสียหายไปบางส่วน ปัทม์ที่เนื้อตัวมอมแมม ผ้าเช็ดหน้าที่โพกหัวชุ่มเลือด รจนาไฉน ชิ ปยงค์ จันทร์เจ้าและคนงานทุกคนที่ช่วยกันดับไฟ ยืนมองสภาพโกดังด้วยความรู้สึกสะเทือนใจปนโล่งใจ หน่อเอและพวกยืนปะปนอยู่กับพวกคนงาน
       “โชคยังดีที่เราขนใบชาส่วนใหญ่ออกมาได้” ปัทม์บอก
       หน่อเอแอบไม่พอใจที่แผนไม่สำเร็จตามที่ตั้งใจ
       ปยงค์พูดกับชิ
       “ไฟไหม้ได้ยังไง ไม่ได้ตรวจไฟก่อนจะปิดโกดังเหรอ”
       “มีคนลอบวางเพลิงแน่ ๆ ฉันโดนพวกมันตีเข้ากลางกบาลอีกต่างหาก”
       คนงานวิ่งถือซากแกลลอนน้ำมันเข้ามา
       “เจอแกลลอนน้ำมันอยู่ในโกดังครับ”
       “ชิ... เห็นหน้าพวกมันมั้ย”
       “ไม่เห็นครับ เห็นแต่เงาตะคุ่มตะคุ่ม ปิดหน้าเหลือแต่ลูกกะตา”
       หน่อเอและพวกหลุบตาต่ำ ไม่สบตากับปัทม์ที่มองมา
       
       เช้าวันใหม่ มุมหนึ่งในไร่ชา หน่อเอและพวกเดินเข้ามาเข้าแถวรวมกับคนงานหลายสิบคน หน่อเอกระซิบถามคนงานคนหนึ่ง
       “มีเรื่องอะไรกันแต่เช้า”
       “คุณปัทม์จะสอบสวนเรื่องไฟไหม้เมื่อคืน”
       หน่อเอและพวกเริ่มร้อนใจ รจนาไฉน จันทร์เจ้า และ ปยงค์ เข้ามายืนสังเกตการณ์อยู่ใกล้ ๆ
       ปัทม์เข้ามากับชิ ปัทม์จ้องคนงานไล่เรียงคน มาจนถึงหน่อเอและพวกที่พยายามทำตัวปกติ
       “ตั้งแต่ฉันมาบุกเบิกทำไร่ชา ที่นี่ไม่เคยมีเหตุการณ์ร้าย !”
       ปัทม์มองมาที่หน่อเอและพวก
       “จนกระทั่ง...พวกแกมาทำงาน”
       ปัทม์เดินเข้าหาหน่อเอ
       “ฝีมือแกใช่มั้ยหน่อเอ”
       
       “คนเมืองมีการศึกษาซะเปล่า กล่าวหาคนอื่นลอย ๆ โดยไม่มีหลักฐานได้ไง”

มัจจุราชสีน้ำผึ้ง ตอนที่ 4
         
       ปัทม์เดินไปหยิบแกลลอนน้ำมันมาใบหนึ่ง โยนโครม! เข้าที่หน้าลูกน้องหน่อเอกลุ่มหนึ่ง
        
       “มีคนพบแกลลอนใบนี้ในห้องของพวกแก...”
       หน่อเอทำหน้านิ่งเฉย ปัทม์เดินเข้าไปที่กลุ่มลูกน้องหน่อเอสองสามคนนั้น
       “เป็นแกลลอนแบบเดียวกับที่เจอในโกดัง อธิบายให้ฉันเข้าใจหน่อยสิว่ามันไปอยู่ในห้องพวกแกได้ยังไง”
       ลูกน้องหน่อเอตัวสั่นเทาด้วยความหวาดกลัว พยายามชำเลืองมองไปที่หน่อเอ แต่หน่อเอนิ่งเฉย
       ปัทม์เห็นอาการแล้วนึกรู้
       “ไม่มีใครยอมรับ ดี ! พวกแกคงไม่รู้ว่าใบชาเป็นเหมือนลมหายใจของทุกคนในไร่ปัทมกุล คนที่นี่มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ครอบครัวมีความสุขได้ก็เพราะไร่ชาผลผลิตชาที่เราปลูก” ปัทม์หันไปสั่ง
       “ชิ”
       ชิและคนงานเอากระสอบบรรจุใบชาขนาดใหญ่ 3 ใบ วางกองลงที่หน้าลูกน้องหน่อเอ 3 คนนั้น
       หน่อเอจ้องหน้าปัทม์เหมือนกำลังดูว่าจะทำอะไร
       “เริ่มต้นสอบสวน !”
       ชิกับคนงานชายสองคนดึงตัวลูกน้องหน่อเอ 3 คนมาคุกเข่าตรงหน้ากระสอบสามใบ ปัทม์เดินเข้าไปที่กระสอบแต่ละใบ ใช้มีดขนาดใหญ่ปาดกระสอบแตกออกจนเห็นใบชาที่บรรจุล้นอยู่ด้านใน
       “ในเมื่อชาซึ่งเป็นเหมือนลมหายใจของพวกเราทุกคนเกือบจะถูกทำลายเมื่อคืน ฉันจะทำให้ไอ้พวกทำลายเข้าใจความรู้สึก ถ้าหากพวกมันกำลังจะหมดลมหายใจจะรู้สึกยังไง !”
       พวกของหน่อเอฮึดฮัด คนงานกับชิช่วยกันล็อกไว้ เอาหัวลูกน้องหน่อเอทั้งสามกดลงกับกระสอบชา
       พวกของหน่อเอเริ่มอึดอัดกระวนกระวาย รจนาไฉนตกใจที่ปัทม์สั่งให้ทำอย่างนั้น
       “คุณปัทม์... คุณทำเกินไปแล้วนะ”
       “อยู่เฉย ๆ !”
       ปัทม์หันไปจ้องหน่อเอแล้วบอก
       “เราจะสอบสวนแบบนี้... จนกว่าจะมีคนสารภาพ ว่าใครเป็นคนบงการเผาโกดังเก็บใบชา”
       หน่อเอกำมือแน่นด้วยความแค้นใจ พวกของหน่อเอดิ้นแรงขึ้นด้วยความทรมาน
       “ปล่อย !”
       ชิและคนงานปล่อยพวกของหน่อเอ ลูกน้องหน่อเอหายใจเข้าอย่างทรมาน
       “ใครเป็นคนสั่งเผาโกดังเก็บใบชา !”
       หน่อเอและพวกยังปิดปากเงียบ
       “ชิ !”
       ชิและคนงานเข้าไปล็อกตัวพวกของหน่อเอ แล้วเอาหัวกดลงในกระสอบอีกครั้ง พวกของหน่อเอดิ้นพราดๆ รจนาไฉนทนไม่ได้ ไปยืนประจันหน้ากับปัทม์
       “พอได้แล้ว ! ที่นี่เป็นบ้านป่าเมืองเถื่อนรึยังไง ทำไมถึงทารุณกับคนอื่นตามอำเภอใจแบบนี้”
       “ไร่ชาปัทมกุลเป็นของฉัน ฉันเป็นคนคุมกฎ !”
       “กฏหมู่ที่ไร้ความเป็นธรรมน่ะสิ มีอย่างที่ไหน...ตั้งตัวเองเป็นศาลเตี้ยพิพากษาความผิดทั้ง ๆ ที่ไม่มีหลักฐานชัดเจน ถ้าสงสัยพวกเขาก็ควรส่งตัวให้ตำรวจสอบสวน”
       “เธอคิดว่ากำลังยืนอยู่ที่ไหน สวรรค์ของนางฟ้าที่ทุกอย่างเป็นสีขาวบริสุทธิ์รึไง กลับเข้าไป”
       รจนาไฉนตัดสินใจวิ่งดึงให้ชิกับคนงานปล่อยพวกของหน่อเอ ชิและคนงานไม่กล้าขัดรจนาไฉน จำต้องปล่อยลูกน้องหน่อเอเหล่านั้น ปัทม์ยิงปืนขึ้นฟ้าทันทีเพื่อขู่ รจนาไฉนตกใจ ชะงัก
       “ว้าย !”
       “ฉันบอกให้ออกไป”
       “ไม่... จะฆ่าฉันอีกคนก็เอาเลย ยิงเลย!”
       ปัทม์โกรธเล็งปืนไปทางรจนาไฉน เธอหลับตา ปยงค์และคนงานทุกคนกำลังปิดตาเช่นกัน
       เสียงปืนดัง เปรี้ยง ! ลั่นหุบเขา เมื่อสิ้นเสียงปืน ทุกคนค่อยๆเปิดตาดู รจนาไฉนนั่งคุดคู้ตัวสั่นหลบกระสุนปืนที่เข้าใจปัทม์จะยิงเข้ามา ด้านหลังเธอ... เนื้อไม้ของต้นไม้ฉีกกระจายเพราะรับกระสุนของปัทม์
       รจนาไฉนรู้สึกตัวหันไปมอง โล่งใจที่ตัวเองไม่ตาย แต่เข่าอ่อน!! จันทร์เจ้าต้องตรงเข้ามาประคองรจนาไฉนไว้ ปัทม์ออกคำสั่ง
       “เอาตัวออกไป !”
       “เลือดเย็น... ใจคอโหดเหี้ยมที่สุด คุณมันไม่ใช่คน ที่นี่มันเป็นนรก”
       “ไปเถอะเพื่อน ไปเถอะ”
       จันทร์เจ้าประคองพารจนาไฉนออกไป เธอยังคงตะโกนต่อว่าปัทม์
       “คุณมันไม่ใช่คน !”
       ปัทม์เจ็บปวด แต่ยังสั่งการต่อโดยไม่สนใจ
       “ไอ้ชิ...เริ่มสอบสวนต่อ”
       หน่อเอสวนขึ้นมา
       “ฉันเป็นคนเผาโกดังของแกเอง !”
       คนงานฮือฮา หน่อเอเดินออกมาเผชิญหน้ากับปัทม์
       “ถ้าจะลงโทษ ก็ลงโทษฉัน”
       แต่รจนาไฉนกลับไม่เชื่อ วิ่งเข้าไปหาหน่อเอ
       “เธอไม่จำเป็นต้องยอมรับความผิดเพราะถูกเขาบีบบังคับนะหน่อเอ”
       “หน่อเอไม่ได้ยอมรับผิดเพราะถูกบังคับ แต่หน่อเอเป็นคนทำจริง ๆ คนพวกนี้ทำตามคำสั่งของหน่อเอเท่านั้น”
       รจนาไฉนยิ่งอึ้ง หน้าเสียที่ตัวเองปกป้องคนผิด ปัทม์พูดกับรจนาไฉน
       
       “ได้ยินแล้วก็ถอยไป”

มัจจุราชสีน้ำผึ้ง ตอนที่ 4
         
       รจนาไฉนยอมถอยกลับออกมา แต่ยังไม่ยอมเดินออกไป หันไปจ้องปัทม์ อยากรู้ว่าปัทม์จะจัดการเรื่องนี้อย่างไร
        
       “แกทำแบบนั้นไปเพื่ออะไร” ปัทม์ถาม
       หน่อเอขี้หน้าทุกคน
       “ฉันเกลียดแก... เกลียดคนเมืองทุกคน ตั้งแต่พวกแกขึ้นมาบนดอย ชีวิตคนดอยก็ถูกเบียดบัง พวกแกเห็นแก่ตัว เอาแต่ผลประโยชน์เข้าตัวเอง คนดอยต้องอดอยากมากขึ้น ต้องทำงานรับใช้พวกแกยังกับทาส”
       “แน่ใจเหรอว่าแกกำลังพูดถึงไร่ปัทมกุล”
       หน่อเอชะงักไปนิดหนึ่ง
       “ฉันถือว่าดอยคือถิ่นกำเนิดของพวกแก เพื่อให้เราอยู่กันได้อย่างสงบสุข มีชีวิตที่ดีร่วมกัน... เพราะถึงยังไงเราก็เป็นคนไทยเหมือนกัน”
       หน่อเออึ้งไปกับคำพูดของปัทม์
       “ฉันจะให้โอกาสคนดอยอย่างพวกแก พิสูจน์ตัวเองว่ามีค่ามากกว่าคนเมืองหลายคน พวกแกจะได้ทำงานที่นี่ต่อไป”
       เหล่าคนงานและรจนาไฉนต่างแปลกใจกับการตัดสินใจของปัทม์
       “แล้วเวลาจะเป็นเครื่องพิสูจน์ ไร่ปัทม์กุลไม่ใช่คนเมืองที่เห็นแก่ตัว อย่างที่แกคุ้นเคยมาทั้งชีวิต”
       ปัทม์ชี้หน้าเอาเรื่อง
       “แต่ในเมื่อแกเป็นคนทำลายโรงเก็บชา แกก็ต้องสร้างมันขึ้นมาใหม่”
       “อะไรนะ”
       “เลือกเอา... จะทำตามคำสั่งฉัน หรือจะเข้าคุก !”
       หน่อเอลังเลไม่มีทางเลือก มองหน้ากันกับเหล่าลูกน้องคล้ายจำต้องจำนนต่อคำสั่งของปัทม์
       “สร้างโรงเก็บชาใหม่ ทำให้เสร็จภายในสองอาทิตย์ ไม่อย่างนั้นเรื่องนี้ถึงตำรวจแน่”
       หน่อเอและพวกรู้สึกเครียดกับคำสั่งของปัทม์ หน่อเอมองที่สภาพโรงเก็บชาที่ทรุดพัง
       
       รจนาไฉนกำลังเดินกลับเข้าไปในไร่ แต่แล้วต้องสะดุ้งโหยงเพราะปัทม์ยืนหน้าเข้มรออยู่ก่อนแล้ว เธอจะเดินเลี่ยงออกไป แต่เขาคว้าข้อมือเอาไว้
       “เดี๋ยวก่อน”
       “ปล่อยมือฉัน”
       “ไม่... เราต้องพูดกันให้รู้เรื่อง เธอไม่มีสิทธิฉีกหน้าฉันต่อหน้าคนงานแบบนั้น”
       “คนโรคจิต ชอบใช้ความรุนแรง ! ฉันเป็นคน หน่อเอเป็นคน ทุกคนเป็นคน มีหัวใจ มีเลือดเนื้อ คุณมันดีแต่ใช้พระเดช ไม่เคยมีพระคุณ สิ่งที่คุณได้จากทุกคนคือการฝืนใจ แต่คุณจะไม่มีวันได้หัวใจจากใคร”
       “พูดจบรึยัง”
       “ยังมีอีกหลายอย่างที่ฉันไม่จำเป็นต้องพูด แต่คุณคงจะรู้สึกถึงมันได้ดี”
       รจนาไฉนมองปัทม์ด้วยสายตาที่ทั้งเกลียดและโกรธ
       “คุณจะไม่มีวันได้รับความปรารถนาดีจากฉันหรือจากใคร ตราบใดที่คุณไม่รู้จักความรัก”
       ปัทม์ฉุน ตวาดกลับทันที
       “ทำไมฉันจะไม่เคยรู้จักความรัก ! ไม่ใช่เพราะฉันมีความรักหรือไง ถึงได้...”
       ปัทม์อึ้ง หยุดเรื่องตัวเองเอาไว้ แล้วเปลี่ยนเรื่องทันที
       “เลิกคิดว่าตัวเองเป็นนางฟ้าเที่ยวมาโปรดใครต่อใครสักที มันไม่ได้ผลหรอก”
       
       ปัทม์รีบเดินออกไปทันที

มัจจุราชสีน้ำผึ้ง ตอนที่ 4
         
       รจนาไฉนถอนหายใจอย่างโล่งอกที่รอดพ้นมาจากปัทม์ได้ แต่ก็รู้สึกแปลกใจและสงสัยที่ปัทม์พูดเกี่ยวกับความรัก
        
       “คนอย่างคุณน่ะเหรอ เคยรู้จักความรัก”
       รจนาไฉนนิ่ง มองตามปัทม์ที่เดินออกไปจนลับตา
       
       กรุงเทพฯ ยามราตรี ปวุฒิเดินเข้ามาในบ้าน ถือถุงขนมติดมือมาด้วย
       “ผมซื้อน้ำเต้าหู้มาฝากครับแม่”
       แม่ปวุฒินั่งดูรายการข่าวอยู่ ปวุฒิเห็นแม่จากด้านหลัง เขาไม่รู้ว่า แม่ว่าอยู่ในอารมณ์ไหน
       “วันนี้มีข่าวอะไรน่าสนใจบ้างครับ”
       “เดี๋ยวนี้เชื่อข่าวไม่ค่อยได้..เขาบอกว่าพูดความจริง แต่จริง ๆ แล้วปิดบังซ่อนเร้นอะไรไว้บ้างเราก็ไม่รู้”
       ปวุฒิอึ้ง เหมือนวัวสันหลังหวะ
       “ดูข่าวยิ่งทำให้เครียด...ผมว่าแม่ควรจะพักผ่อนมากๆนะครับ”
       ปวุฒิเดินมาจะหยิบรีโมทที่โต๊ะ แต่แม่แย่งมาถือเอาไว้
       “ปวุฒิ....ทำไมต้องโกหกแม่เรื่องหนูเพื่อนแต่งงานไปแล้ว”
       ปวุฒิตกใจ
       “แม่ไปได้ข่าวมาจากไหน ไม่ใช่ครับ”
       “จนป่านนี้แล้วยังจะโกหกแม่อีกเหรอ ถ้าไม่ใช่เพราะหนูพบ แม่คงจะหูหนวกตาบอดไปอีกนาน”
       โลมฤทัยเดินออกมา ปวุฒิตกใจ
       “คุณพบ”
       ปวุฒิคว้าแขนโลมฤทัยเดินออกมาจนถึงหน้าบ้าน
       “ปล่อยพบนะคะ พบเจ็บ”
       ปวุฒิปล่อยแขนโลมฤทัย
       “คุณมาบอกแม่ผมเรื่องคุณเพื่อนแต่งงานทำไม”
       “มันเป็นความจริง คุณจะหลอกท่านไปอีกนานแค่ไหน”
       “แต่ท่านไม่พร้อมที่จะรับรู้ตอนนี้ แม่ผมกำลังไม่สบาย คุณทำอย่างนี้เท่ากับเป็นการทำร้ายจิตใจท่าน...คุณ...มัน”
       ปวุฒิโกรธจนพูดอะไรไม่ออก เขาหันหน้าหนี ทุกข์ทรมานใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นมาก โลมฤทัยค่อยๆเข้าไปโอบกอดปวุฒิจากข้างหลัง
       “พบรู้ว่ามันเป็นความจริงที่เจ็บปวด แต่พบอยากให้ทุกคนตาสว่าง พี่เพื่อนหนีเอา ตัวรอดไปสบาย พี่เพื่อนไม่ใช่นางฟ้าอย่างที่คุณพยายามสร้างภาพให้แม่คุณ จดจำ พบมีแต่ความปรารถนาดีให้คุณเสมอนะคะปวุฒิ”
       “ขอบคุณในความปรารถนาดี”
       โลมฤทัยดีใจคิดว่าปวุฒิใจอ่อน กอดเขาแน่นขึ้น
       “แต่ผมไม่ต้องการ”
       โลมฤทัยชะงัก อึ้ง ตกใจ ปวุฒิแกะแขนโลมฤทัยออก
       “ในเมื่อคุณใจร้ายกับผม คุณจะหาว่าผมใจร้ายกับคุณไม่ได้”
       ปวุฒิเดินกลับเข้าไปในบ้านทันที โลมฤทัยเจ็บใจที่ถูกปวุฒิปฏิเสธ
       
       ภายในบ้าน เวลากลางคืน ปวุฒิก้มลงกราบแทบเท้าของแม่
       “แม่ครับ...ผมขอโทษที่ต้องโกหก ผมขอโทษที่ไม่สามารถรักษาคุณเพื่อนเอาไว้ได้ผม”
       “หยุดโทษตัวเองเถอะลูก...คิดซะว่าลูกกับหนูเพื่อนไม่ใช่เนื้อคู่กัน”
       “ต่อให้คุณเพื่อนจากผมไปด้วยเหตุผลอะไรก็ตาม แต่ผมยังเชื่อมั่นในความรักที่เราสองคนมีให้กัน”
       โลมฤทัยแอบฟังอยู่ที่มุมหนึ่ง ยิ่งปวดใจ
       “แต่หนูเพื่อนแต่งงานไปแล้วนะลูก”
       “ผมจะไปรับเธอกลับมาครับแม่”
       “ปวุฒิ”
       “ที่ผ่านมาผมอ่อนแอเกินไป...ผมจะไปตามหัวใจของผมกลับคืนมา ผมสัญญาครับ ต่อจากนี้ไปผมจะไม่ยอมให้ใครมาแย่งหัวใจไปอีกแล้ว”
       
       แม่โอบปวุฒิเข้ามากอดอย่างให้กำลังใจ โลมฤทัยโกรธและแค้นรจนาไฉนมาก
        
       จบตอนที่ 4
        
       อ่านต่อตอนที่ 5 เวลา 17.00น.
        
       
       


หน้าที่แล้ว
1 | 2 | 3 | 4
ข่าวล่าสุด ในหมวด
มัจจุราชสีน้ำผึ้ง ตอนที่ 15 จบบริบูรณ์
มัจจุราชสีน้ำผึ้ง ตอนที่ 14
มัจจุราชสีน้ำผึ้ง ตอนที่ 13
มัจจุราชสีน้ำผึ้ง ตอนที่ 12
มัจจุราชสีน้ำผึ้ง ตอนที่ 11
เครื่องมือจัดการเว็บ
ส่งบทความนี้ต่อ
พิมพ์หน้านี้
ข่าวที่มีผู้ส่งมากที่สุด
แสดงผลหน้าเดียว
จำนวนคนโหวต 9 คน
คุณเห็นด้วยกับข่าว/บทความนี้หรือไม่
เห็นด้วย ไม่เห็นด้วย
เห็นด้วย 9 คน
100 %
ยังไม่มีผู้ไม่เห็นด้วย
0 %
ความคิดเห็นที่ 1 +2 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ขอบคุณครับที่อัพให้ได้อ่าน ตรงเวลามากๆถึงแม้จะหน้าเดียวก็ตามที แต่ก็ขอบคุณครับ
houses
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความคิดเห็น
1. โปรดงดเว้น การใช้คำหยาบคาย ส่อเสียด ดูหมิ่น กล่าวหาให้ร้าย สร้างความแตกแยก หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
2. ทุกความคิดเห็นไม่เกี่ยวข้องกับผู้ดำเนินการเว็บไซต์ และไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมายได้
3. ทีมงานเว็บมาสเตอร์ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
4. เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
5. ผู้ร่วมแสดงความคิดเห็นสามารถร่วมตรวจสอบข้อความที่ไม่เหมาะสมได้ โดยการกดปุ่ม "แจ้งลบ" หรือส่งอีเมลแจ้งมาที่ cs@astvmanager.com หรือ cs.astvmanager@gmail.com ซึ่งทีมงานจะทำการตรวจสอบ และลบข้อความดังกล่าวโดยเร็วที่สุด หรืออย่างช้าภายใน 3 วันทำการ
เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
แสดงความคิดเห็นเพิ่มเติม
โชว์ภาพผู้ใช้ทุกครั้งที่แสดงความเห็น เพียงเข้าสู่ระบบด้วยบัญชีของเฟซบุก กดที่ปุ่มด้านล่างนี้เลย!

ชื่อ/e-mail ของคุณ : *
 
 *
  กฎกติกาการแสดงความคิดเห็นฉบับเต็ม
 
หนังสือพิมพ์: ASTV ผู้จัดการออนไลน์ | ASTV ผู้จัดการรายวัน | นิตยสารผู้จัดการ 360° | Positioning | ASTV News1
มุม: การเมือง | อาชญากรรม | คุณภาพชีวิต | ภูมิภาค | ต่างประเทศ | มุมจีน | ธุรกิจ | หุ้น | SMEs | Motoring
CyberBiz | วิทยาศาสตร์ | เกม | กีฬา | บันเทิง | Life on Campus | Celeb Online | ท่องเที่ยว | ธรรมะกับชีวิต | Multimedia
เว็บ: Asia Times | บุรพัฒน์ คอมมิคส์ | Mars Magazine | ทะเลไทย | คุยกับเว็บมาสเตอร์ | โฆษณาบนเว็บ
All site contents copyright ©1999-2014