หน้าแรกผู้จัดการ Online | หน้าแรกละครออนไลน์ | ละครออนไลน์
ละครออนไลน์ มัจจุราชสีน้ำผึ้ง

มัจจุราชสีน้ำผึ้ง ตอนที่ 5

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 11 พฤษภาคม 2556 16:57 น.
หน้าที่แล้ว
1 | 2 | 3 | 4
มัจจุราชสีน้ำผึ้ง ตอนที่ 5
        มัจจุราชสีน้ำผึ้ง ตอนที่ 5 (ต่อ)
       
       นงนุชเปิดประตูห้องนอนออกมา เจอกับปัทม์พอดี
       
       “คุณอุรารัตน์ล่ะ”
       “เปลี่ยนเสื้อผ้าเสร็จแล้ว รอคุยธุระกับคุณปัทม์ค่ะ”
       นงนุชไม่อธิบายมาก รีบชิ่งออกไป ปัทม์ลังเล... แต่สุดท้ายก็เดินเข้าไปในห้อง
       
       ปัทม์เดินเข้ามา เจออุรารัตน์นุ่งผ้าขนหนูผืนเดียว
       “ผมขอโทษ..ผมจะออกไปรอข้างล่าง”
       ปัทม์จะเดินออกไป แต่อุรารัตน์โผเข้ามากอดทางด้านหลัง
       “จะรีบไปไหนคะปัทม์”
       “คุณรีบเปลี่ยนเสื้อผ้าเถอะ”
       “ก็เสื้อผ้าของปัทม์มันใหญ่ใส่ไม่ได้เลย...แอรี่หนาวค่ะปัทม์”
       อุรารัตน์กอดปัทม์ไว้แน่น
       “ผมจะไปหาชุดมาให้เปลี่ยน”
       “อย่าเพิ่งไปค่ะ แอรี่หนาว หนาวถึงขั้วหัวใจเลย”
       อุรารัตน์พยายามกอดเล้าโลม แต่ปัทม์พยายามดึงตัวออก
       “อย่าทำอย่างนี้ครับ มันไม่เหมาะ”
       อุรารัตน์กอดรัดจนปัทม์ล้มลงบนเตียงนอน
       “อย่าครับ”
       “คุณปฎิเสธแอรี่ทุกครั้งเลย แต่ครั้งนี้ ถูกที่ถูกเวลาแล้วค่ะ อย่าปิดตัวปิดใจอีกเลย”
       ปัทม์พยายามกันไม่ให้อุรารัตน์เข้ามาจูบ แต่แล้วรจนาไฉนก็ส่งเสียงเข้ามาก่อน
       “ฉันเข้ามาเอาเสื้อผ้าคุณอุรารัตน์ไปซักค่ะ”
       รจนาไฉนเห็นปัทม์กับอุรารัตน์กำลังกอดรัดฟัดเหวี่ยงกันอยู่บนเตียงก็ตกใจ
       “ขอโทษค่ะ”
       อุรารัตน์ไม่พอใจ
       “ออกไปสิ !”
       รจนาไฉนกำลังจะเดินออกไป แต่ปัทม์เรียกไว้
       “เดี๋ยวก่อน”
       ปัทม์ค่อยๆประคองอุรารัตน์และทำดีด้วย แต่หันไปต่อว่ารจนาไฉน
       “ใจเย็น ๆ นะครับ บอกกี่ครั้งแล้วว่า อย่าเข้ามาในห้องส่วนตัวของฉัน ต้องเป็นคนพิเศษเท่านั้นถึงจะเข้ามาได้”
       “ฉันขอโทษค่ะ คุณปยงค์บอกให้ฉันมาเก็บเสื้อผ้าของคุณอุรารัตน์ไปซัก”
       “มาทำไมตอนนี้ ออกไป” อุรารัตน์บอก
       “เดี๋ยวก่อน...เข้าไปเก็บสิ” ปัทม์บอก
       “ฉันไม่อยากรบกวนเวลาส่วนตัว ฉันค่อยมาเก็บก็ได้”
       “ไม่ได้...ต้องเอาไปซักเดี๋ยวนี้ !”
       รจนาไฉนเดินเข้ามาในบริเวณห้อง มองหาชุดของอุรารัตน์ ปัทม์ทำทีคลอเคลียเอาใจอุรารัตน์ เพื่อยั่วรจนาไฉน
       “ผมจะให้เด็กซักเสื้อผ้าแล้วรีดให้คุณนะครับ เก็บไว้ที่นี่ ต่อไปถ้าคุณมาค้างที่นี่จะได้มีเสื้อผ้าเปลี่ยน"
       อุรารัตน์ดีใจมาก
       “ค้างที่นี่ ค่ะ ปัทม์”
       “หนาวมั้ย” ปัทม์ถาม
       “หน๊าวหนาวค่ะ”
       “กอดผมแน่น ๆ สิครับ ผมจะช่วยทำให้คุณหายหนาว”
       ปัทม์มองเย้ยรจนาไฉน อุรารัตน์เนื้อเต้นโผเข้ากอดปัทม์อย่างเต็มอิ่ม เธอมองภาพปัทม์คลอเคลียด้วยความเจ็บช้ำน้ำใจ หยิบเสื้อผ้าของอุรารัตน์ใส่ตะกร้าแล้วจะเดินออกไป อุรารัตน์สั่ง “เอาชุดชั้นในชั้นไปซักด้วย”
       รจนาไฉนตกใจ ปัทม์บอก
       “ทำตามที่คุณอุรารัตน์สั่ง”
       รจนาไฉนมองอย่างไม่พอใจปัทม์ที่ทำร้ายจิตใจเธอ รจนาไฉนไม่ทำตามคำสั่ง เดินออกจากห้องไป
       “กลับมาเดี๋ยวนี้”
       รจนาไฉนไม่สนใจ!
       “ต๊าย...ดูมันทำสิคะ จองหอง”
       “ผมไปจัดการกับเด็กผมก่อน”
       “แต่แอรี่ยังหนาวอยู่นะคะ”
       ปัทม์หันไปหยิบผ้าห่มมาห่มให้หน้าตาเฉย
       “หนาวก็ห่มผ้าครับ”
       ปัทม์รีบออกไปจากห้อง อุรารัตน์ไม่พอใจ ตะโกนเรียก
       
       “ปัทม์ ปัทม์ นงนุช กลับบ้าน”

มัจจุราชสีน้ำผึ้ง ตอนที่ 5
         
       มุมหนึ่งหลังบ้านปัทม์ ในเวลาต่อมา รจนาไฉนเอาตะกร้าผ้ามาวางไว้ แล้วนึกถึง เหตุการณ์ที่ได้พบเจอ ที่ปัทม์เข้าข้างอุรารัตน์
        
       “ใช่ ฉันไม่ชอบให้ใครกล่าวหารักของฉัน โดยเฉพาะภรรยานอกสมรส นอกหัวใจอย่างเธอ"
       เหตุการณ์ที่ปัทม์กอดรัดกับอุรารัตน์
       “กอดผมแน่น ๆ สิครับ ผมจะช่วยทำให้คุณหายหนาว”
       รจนาไฉนยืนน้ำตานองหน้า
       “จะทำร้ายจิตใจฉันไปถึงไหน ฉันก็มีหัวใจนะ”
       ปัทม์เดินเข้ามาต่อว่า โดยที่ไม่เห็นว่ารจนาไฉนกำลังเสียใจ ร้องไห้อยู่
       “เธอกล้าขัดคำสั่งฉัน”
       ปัทม์เข้ากระชากมาเห็นรจนาไฉนร้องไห้
       “เธอ...”
       “เอาสิคะ จะว่าจะทำร้ายจิตใจอะไรอีกก็เชิญ เอาให้สาสมกับความเกลียดชังของคุณ"
       “ฉัน”
       “ยืนนิ่งอยู่ทำไมล่ะคะ ฉันอยู่ในบ้านนี้ในฐานะคนใช้ ไม่ใช่สะใภ้ของบ้าน อยากจะกดขี่ข่มเหงยังไงก็ได้ ประชด เสียดสี ดูถูกความเป็นคน คุณทำมาหมดแล้ว เหลือเพียงอย่างเดียวที่ยังไม่ได้ทำคือทำร้ายร่างกาย จะตบตีอย่างไรก็เชิญ ตบฉันสิคะ ตบฉันเลย”
       รจนาไฉนเข้ามาจับมือปัทม์ให้ทำร้ายเธอ
       “หยุดเถอะ”
       ปัทม์สงสารรจนาไฉนขึ้นมาจับใจ เขาจับเธอเข้ามาสวมกอด เธอตกใจที่อยู่ในอ้อมกอดปัทม์ แต่ทันทีที่เขาค่อยได้สติก็รีบผลักรจนาไฉนออกไป
       “หยุดบ้ารึยัง ถ้ายังไม่หยุดจะได้เอาเชือกมามัดล่ามไว้”
       ปัทม์เดินออกไป แล้วหันกลับมาสั่งรจนาไฉน
       “ต่อไปอย่าขัดคำสั่งฉันอีก”
       ปัทม์เดินออกไป เธอแปลกใจกับพฤติกรรมของเขา ตอนแรกเธอรู้สึกดีที่เห็นความอบอุ่นของปัทม์ แต่สุดท้ายก็เห็นด้านมืดของปัทม์เช่นเคย
       
       ปัทม์เข้ามายังมุมหนึ่งในห้อง เขาเดินไปมาอย่างสับสนในความคิดของตัวเอง นึกถึงเหตุการณ์ที่เขากอดรจนาไฉน
       “น้ำตาของเธอมันก็เป็นเพียงเหยื่อล่อให้ฉันไปติดกับ ฉันจะไม่มีวันใจอ่อนกับเธอเป็นอันขาด”
       ปัทม์พยายามตั้งสติ ไม่ใจอ่อนกับรจนาไฉน
       
       ดวงดาวยามค่ำคืน ส่องแสงระยิบระยับบนฟากฟ้า รจนาไฉนยืนมองดาวที่มุมหนึ่งของไร่ชา
       “ดาวจ๋า ถึงแม้ฉันจะเจ็บปวดแค่ไหน ฉันก็ไม่มีวันยอมแพ้ ฉันจะใช้แสงแห่งความสุขของเธอ เป็นกำลังใจนำทางให้ฉันสู้ สู้เพื่อพ่อเพื่อครอบครัวของฉัน”
       รจนาไฉนยิ้มอย่างมีกำลังใจ พร้อมจะสู้ต่อไป เธอหันหลังจะกลับไปบ้าน แต่เห็นเงาของคนสองสามคนกำลังแบกของ เงาของชายกลุ่มนั้นรีบวิ่งออกไป
       
       รจนาไฉนเดินเข้ามา ลูกน้องหน่อเอรีบวิ่งหนีไป เธอเดินตามไปยืนมองอยู่ที่ด้านหน้า เห็นป้ายระบุ “โรงเก็บปุ๋ย ไร่ปัทมกุล” เธอแปลกใจ เดินต่อเข้าไปด้านในจนเห็นใครอยู่ที่มุมหนึ่ง เธอส่องไฟฉายเห็นหน่อเอ
       “หน่อเอ”
       
       เวลาเดียวกัน ปัทม์เดินออกมาทางหน้าบ้าน
       “นาย...นายไม่นอนอีกเหรอครับ” ชิถาม
       ปัทม์ไม่ตอบ แต่กำลังใช้ความคิด เดินต่อไปอย่างนิ่ง ๆ ชิพล่ามต่อ
       “นอนไม่หลับใช่มั้ยล่ะ ฮึ ๆ ก็ไม่ยอมให้เมียมานอนด้วยนี่นา”
       “ไอ้ชิ !”
       ปัทม์เดินออกไปทางคอกม้า
       “นายจะไปไหน”
       ปัทม์ไม่ตอบ แต่เดินออกไป
       
       มุมหนึ่งที่โรงปุ๋ย รจนาไฉนซักหน่อเอ
       “หน่อเอจะขโมยปุ๋ยไปทำอะไร”
       หน่อเอไม่พูด นั่งนิ่งอยู่อย่างนั้น
       “ถ้าไม่พูด ฉันจะไปบอกคุณปัทม์”
       “อย่านะครับ ถ้าคุณปัทม์รู้ เล่นงานผมตายแน่”
       “แล้วทำไมหน่อเอต้องขโมยปุ๋ย”
       “ผมจะเอาปุ๋ยไปให้พี่น้องที่หมู่บ้านปลูกผักครับ”
       “แต่การขโมยมันผิด หน่อเอน่าจะหาเงินไปซื้อ”
       “ผมจะเอาเงินที่ไหนไปซื้อ คุณก็รู้ว่าคุณปัทม์บังคับให้ผมทำงานใช้แรง ไม่ให้เงินค่าจ้าง”
       “นายก็น่าจะขอปุ๋ยจากคุณปัทม์”
       “ไม่ได้หรอกครับ คุณปัทม์คอยขัดขวางไม่ให้พวกเราทำการเกษตร เพราะต้องการให้พวกเรามาใช้แรงงานในไร่"
       “เห็นแก่ตัวที่สุด”
       “ผมต้องทำอย่างนี้เพราะอยากให้พี่น้องผมมีอาชีพที่มั่นคง เลี้ยงตัวเองได้”
       เสียงม้าวิ่งเข้ามาใกล้...พร้อมกับเสียงของปัทม์
       “ใครอยู่ตรงนั้น”
       รจนาไฉนและหน่อเอตกใจ
       
       “อย่าบอกคุณปัทม์นะครับ” หน่อเอกำชับ

มัจจุราชสีน้ำผึ้ง ตอนที่ 5
         
       ปัทม์ลงจากหลังม้า จะเข้าไปในโรงปุ๋ย รจนาไฉนออกมารับหน้า
        
       “เธอ มาทำอะไรที่นี่”
       “ฉัน”
       ปัทม์ได้ยินเสียงคนอยู่ข้างใน เขาจะเข้าไปแต่เธอกันไว้
       “ไม่มีใครอยู่หรอก”
       ปัทม์ไม่เชื่อดันตัวรจนาไฉนออกแล้วเปิดประตูเข้าไป
       
       ปัทม์เดินเข้ามาด้านใน และใช้ไฟฉายส่องมองดู รจนาไฉนเดินเข้ามาประกบ เพราะกลัวปัทม์จะจับหน่อเอได้ เมื่อเธอเห็นหน่อเอหลบที่มุมหนึ่ง จึงเดินเข้าบังสายตาปัทม์ เขาเดินไปผลักเธอออกไป
       “ฉันบอกแล้วไง...ว่าไม่มีใคร”
       แต่แล้วมีเสียงคนวิ่งอยู่ด้านนอกโรงปุ๋ย ปัทม์จะวิ่งตามไป แต่รจนาไฉนคิดหาทางช่วยหน่อเอด้วยการร้องขอความช่วยเหลือจากปัทม์ เพื่อเบนความสนใจ
       “โอ๊ย..ช่วยด้วย งูกัด”
       ปัทม์วิ่งกลับมาหารจนาไฉน
       “เธอเป็นอะไรรึเปล่า”
       ปัทม์เข้ามาส่องดู แต่ไม่เห็นร่องรอยใดๆ
       “ไม่มีอะไรนี่”
       “เอ้าเหรอ...คงโดนกิ่งไม้เกี่ยว”
       “เมื่อกี้มีใครมาที่นี่”
       “ก็บอกว่าไม่เห็นใคร”
       “แล้วที่วิ่งไปทางโน้นล่ะ”
       “คงเป็นหมาแมววิ่งนะ ฉันไปล่ะ”
       รจนาไฉนรีบเดินหนีไปที่มุมหนึ่งของไร่ชา ปัทม์วิ่งเข้าขวาง
       “ดึกดื่นแล้วออกมาทำอะไร รึจะออกมาหาเหยื่ออ่อยพวกคนงาน”
       รจนาไฉนนึกหมั่นไส้กับคำพูดของปัทม์
       “ใช่ค่ะ เพราะเห็นคุณอ่อยคู่รักของคุณแล้วทำให้ฉันเกิดอารมณ์”
       “แล้วไง...หึงเหรอ”
       “ถ้าหึง ฉันจะมาเดินอ่อยคนงานเหรอคะ”
       “เธอมันไร้รสนิยมไม่รู้จักแยกแยะ ก็ไม่แปลกที่จะแยกไม่ออกว่าอะไรเป็นกิ่งไม้ อะไรเป็นงู”
       “ความมืดอาจทำให้ฉันมองอะไรผิดพลาด แต่ใจที่มืดมนของคุณน่ะ มันทำให้คุณทำพลาดทั้งชีวิต”
       “ไม่ต้องมาสั่งสอนฉัน เก็บความคิดไว้เตือนตัวเองดีกว่า เธอมันยังอ่อนต่อโลก จนแยกแยะดีเลวไม่เป็น”
       ปัทม์กระโดดขึ้นขี่ม้าแล้วควบออกไป
       “อย่างน้อยฉันก็แยกแยะออกว่าคุณไม่ใช่คนดี !”
       
       วันใหม่ บรรยากาศงานเลี้ยงวันเกิดของอุรารัตน์ที่จัดขึ้นในสวนของบ้านพ่อเลี้ยงเจง มีแขกเหรื่อมาร่วมงานกันหลายคน งานเลี้ยงนั้นสมกับฐานะของพ่อเลี้ยง
       พ่อเลี้ยงเจงกำลังยืนต้อนรับแขกที่มาร่วมงาน ปลัดวราห์เดินประกบพ่อเลี้ยงเจงอยู่
       “งานนี้จัดยิ่งใหญ่สมเกียรติคุณอุรารัตน์จริงๆครับ” วราห์บอก
       “ก็ลูกสาวคนเดียวนี่ครับ พ่ออย่างผมก็ต้องทำให้เต็มที่”
       “เจ้าภาพอยู่ไหนล่ะครับ ยังไม่เจอคุณอุรารัตน์เลย”
       “เก็บตัวอยู่ข้างใน คงรอให้เจ้าชายมาถึงก่อน ค่อยออกมาเปิดตัว”
       “ไม่ยักรู้ว่าคุณอุรารัตน์มีเจ้าชายในฝันแล้ว”
       พ่อเลี้ยงเจงไม่ตอบอะไร แต่เดินออกไปต้อนรับแขกอีกทางหนึ่ง วราห์นิ่งคิด
       
       บริเวณเรือนคนใช้ ในวันเดียวกัน จันทร์เจ้าและชิเข้ามาเรียกรจนาไฉนที่แต่งตัวแบบธรรมดาๆ
       “เพื่อน ทำไมยังไม่แต่งตัวอีก”
       รจนาไฉนแปลกใจ
       “จะไปไหน”
       “ไปงานวันเกิดคุณอุรารัตน์ไง เขามีการแต่งตัวแฟนซีด้วย”
       “พวกเธอไปกันเถอะ ฉันไม่ไปหรอก”
       “ไม่ได้...นายสั่งให้พวกเราทุกคนไปช่วยงานเลี้ยง นายคงลืมสั่งเพื่อนมั้ง รีบไปเปลี่ยนชุดได้แล้ว” ชิบอก
       “เอาสวยๆเลยนะ คนงานบ้านโน้นหล่อล่ำทั้งนั้น” จันทร์เจ้าบอก
       “สู้ชิไม่ได้หรอก”
       
       “แหวะ”

มัจจุราชสีน้ำผึ้ง ตอนที่ 5
         
       เวลาเย็นใกล้ค่ำ จันทร์เจ้าพารจนาไฉนที่เปลี่ยนชุดเป็นชุดคนเมืองเข้ามา
        
       “เพื่อน เธอใส่ชุดนี้แล้วสวยเหมือนผู้ดีเลย”
       “ก็เขาเป็นผู้ดีนี่” ชิบอก
       “พูดอะไรของแก...แล้วนี่อะไร ได้ออกงานแค่นี้แต่งตัวซะเว่อร์ ทำระริกระรี้ยังกะปลากระดี่ได้น้ำ”
       จันทร์เจ้าและชิมองสำรวจปยงค์ ซึ่งแต่งตัวเต็มยศจนเว่อร์สุดในกลุ่ม
       “แล้วอย่างป้าเค้าเรียกว่าอะไรล่ะ”
       “งามจ๊าดนักไ ปยงค์บอก
       “นึกว่าจ๊าดเง่า” ชิหยอก
       “ปากเสีย ไปกันได้แล้ว ขึ้นรถ”
       รจนาไฉนจะเดินไปขึ้นรถ แต่ปัทม์เข้ามา
       “ใครสั่งให้เธอไป”
       รจนาไฉนหันไปเจอปัทม์แต่งตัวในโทนดำ เหมือนพญามัจจุราช ชิพูดเบาๆ
       “นั่น มัจจุราชมาแล้ว”
       “ก็คุณสั่งให้พวกเราไปช่วยงาน”
       “แต่ยกเว้นเธอ เมื่อกี้คุณแม่โทรมาบอกว่าจะกลับมาพรุ่งนี้ ห้องคุณแม่ยังไม่เรียบร้อย”
       รจนาไฉน เดี๋ยวจัดการให้เอง ฉันก็ไม่อยากไปนักหรอก (จะเดินเลี่ยงออกไป)
       จันทร์เจ้า ชิและปยงค์ขึ้นรถ ปัทม์หันมาสั่งรจนาไฉน
       “เปลี่ยนเสื้อผ้าให้เข้ากับฐานะด้วย อย่าลืมว่าเธอเป็นใคร”
       ปัทม์ขึ้นรถ ชิขับรถออกไป ปัทม์มองเย้ยเธอ...
       
       มุมหนึ่งในงานเลี้ยง พ.ต.ท. ปวุฒิ ไตรพงษ์รัชตะยืนดื่ม เขามองอาณาจักรที่กว้างใหญ่ไพศาลพ่อเลี้ยงเจงรู้ว่า ปวุฒิ เป็นตำรวจที่เพิ่งย้ายมาอยู่มาใหม่ จึงต้องการหว่านล้อมให้เป็นพวกเดียวกัน
       ปลัดวราห์เดินประกบพ่อเลี้ยงเจงอยู่ไม่ห่าง
       พ่อเลี้ยงเจงยิ้มภูมิใจในตัวเอง
       “รีสอร์ตแห่งนี้มีพื้นที่มากที่สุดในจังหวัด บ้านหลังนั้นเป็นบ้านเก่าที่ผมสั่งให้ยกมาจากเชียงใหม่ คนเรา...ถ้ารู้จักทำงาน รู้ว่าควรทำตัวยังไง การจะได้บ้านแบบนี้สักหลัง มันก็ไม่ใช่เรื่องยากหรอกสารวัตร"
       ปวุฒิหันมา
       “สวัสดีครับพ่อเลี้ยง”
       “คุณปวุฒิครับ นี่พ่อเลี้ยงเจง เจ้าของรีสอร์ตใหญ่ที่สุดของเชียงราย” ปลัดวราห์แนะนำ
       “คงไม่ได้ทำรีสอร์ตอย่างเดียวมังครับ ถึงสามารถสร้างอาณาจักรและมีบริวารมากขนาดนี้”
       ปวุฒิพูดเปรียบเปรยถึงวราห์ที่มาทำงานรับใช้พ่อเลี้ยงเจง ปลัดวราห์ชะงักไปนิดหนึ่ง พ่อเลี้ยงเจงมองปวุฒิอย่างค้นหา
       “เก่งสมคำล่ำลือ มาอยู่ได้ไม่นาน รู้ข้อมูลในพื้นที่เป็นอย่างดี”
       “ผมไม่ได้เก่งอะไรหรอกครับ แต่เป็นหน้าที่ เพราะหน้าที่ของผมคือการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด"
       “ผมหนักใจจริง ๆ เดี๋ยวนี้ปัญหายาเสพติดระบาดหนัก จนผมอดเป็นห่วงอนาคตของชาติไม่ได้”
       “น่าเป็นห่วงจริง ๆ แหละครับ เพราะทราบข่าวว่าที่นี่ อิทธิพลเจ้าพ่อครอบงำความถูกต้อง จนข้าราชการบางคนแยกแยะไม่ออกว่าอะไรถูกอะไรผิด"
       “ถูกหรือผิด...ขึ้นอยู่กับนิยามของแต่ละคนครับสารวัตร” พ่อเลี้ยงเจงบอก
       “แล้วนิยามของพ่อเลี้ยงล่ะครับ”
       “ฮึ ๆ ถ้าจะคุยเรื่องนี้เราคงต้องใช้เวลากันพอสมควร”
       “ผมคงประจำอยู่ที่นี่อีกนาน พ่อเลี้ยงมีเวลาคุยกับผมจนเข้าใจแจ่มแจ้งตรงกันแน่ ๆ ครับ”
       ปลัดวราห์เห็นท่าไม่ดี รีบเข้ามาขวางเปลี่ยนบรรยากาศ
       “แหม... งั้นเราเริ่มจากคืนนี้เลยมั้ย วันนี้น่าจะเป็นโอกาสดีที่รีสอร์ตของพ่อเลี้ยงเจงจะได้เลี้ยงต้อนรับนายตำรวจไฟแรงอย่างสารวัตรปวุฒิ”
       “ดีเลย เราจะได้มีโอกาสทำความรู้จักกันมากกว่านี้” พ่อเลี้ยงเจงบอก
       “ฮึ ๆ อย่าดีกว่าครับ ผมไม่นิยมทำความรู้จักกับเพื่อนใหม่นอกเวลาทำงาน กลัวชาวบ้านเค้าจะหาว่ามีผลประโยชน์ทับซ้อนน่ะครับ”
       สารวัตรปวุฒิปรายตามองปลัดวราห์ที่เริ่มไม่พอใจ
       “เอาเป็นว่าวันนี้เรารู้จักกันแค่นี้ดีกว่า ขอบคุณปลัดวราห์มาก ที่ชวนผมมางานคืนนี้”
       ปวุฒิหันไปพูดกับพ่อเลี้ยงเจง
       “คงไม่เป็นการเสียมารยาทนะครับ ถ้าผมจะขอตัวกลับก่อน”
       สารวัตรปวุฒิเดินออกไป ปลัดวราห์ไม่พอใจที่ปวุฒิไม่ให้เกียรติพ่อเลี้ยง
       “ทำเป็นจองหอง”
       พ่อเลี้ยงเจงยื่นยื่นซองให้ปลัดวราห์
       “คนหนุ่มไฟแรงอย่างนี้ล่ะ ฉันชอบ... ฝากจัดการด้วย”
       
       มุมหนึ่งที่งานเลี้ยง ปวุฒิจะเดินออกไป ปลัดวราห์เข้ามายื่นซองให้
       “เดี๋ยวก่อนครับสารวัตรปวุฒิ คุณทำของตก”
       ปลัดวราห์ยื่นซองให้ ปวุฒิรู้ดีว่าหมายถึงอะไร เขาเปิดซองหยิบเช็คออกมาดู
       “หนึ่งแสนบาท เงินสำหรับอะไร”
       “พ่อเลี้ยงให้กำลังใจสารวัตรคนใหม่ครับ”
       สารวัตรปวุฒิมองดูเช็คเหมือนกำลังตัดสินใจ
       “อุดมการณ์ไม่ทำให้คุณอิ่มท้องหรอก...เชื่อผมเถอะ”
       “ปลัดคงลืมไปแล้วว่า ข้าราชการหมายถึง ข้าแห่งการรับใช้แผ่นดิน ถึงผมกินเงินหลวงไม่อิ่มท้องแต่ผมอิ่มใจ และนอนหลับอย่างมีความสุขต่างจากพวกที่คอรัปชั่น กินเงินบาป...ชีวิตก็จะมีบาปติดตัวไปจนตาย”
       ปวุฒิฉีกเช็คทิ้งหยามวราห์ต่อหน้า
       “แต่ผมว่า...คุณอาจต้องตายก่อนผม”
       ปวุฒิหันมาหาวราห์
       “ตอนเข้ามาบ้านนี้ผมแปลกใจที่บ้านพ่อเลี้ยงยิ่งใหญ่ ทำไมไม่เลี้ยงสุนัขสักตัว แต่ตอนนี้ผมรู้แล้วว่า พ่อเลี้ยงเจงเลี้ยงอะไรไว้แทน”
       ปวุฒิมองไปเห็นปัทม์กำลังเดินเข้ามา จึงคิดว่าปัทม์คงเป็นพวกเดียวกับพ่อเลี้ยงเจง
       “และก็มีหลายตัวด้วย”
       
       สารวัตรปวุฒิเดินออกไป ปลัดวราห์เจ็บใจที่ปวุฒิไม่ยอมเป็นพวกเดียวกัน
       
       จบตอนที่ 5
       
       อ่านต่อตอนที่ 6 เวลา 17.00น.

หน้าที่แล้ว
1 | 2 | 3 | 4
ข่าวล่าสุด ในหมวด
มัจจุราชสีน้ำผึ้ง ตอนที่ 15 จบบริบูรณ์
มัจจุราชสีน้ำผึ้ง ตอนที่ 14
มัจจุราชสีน้ำผึ้ง ตอนที่ 13
มัจจุราชสีน้ำผึ้ง ตอนที่ 12
มัจจุราชสีน้ำผึ้ง ตอนที่ 11
เครื่องมือจัดการเว็บ
ส่งบทความนี้ต่อ
พิมพ์หน้านี้
ข่าวที่มีผู้ส่งมากที่สุด
แสดงผลหน้าเดียว
จำนวนคนโหวต 13 คน
คุณเห็นด้วยกับข่าว/บทความนี้หรือไม่
เห็นด้วย ไม่เห็นด้วย
เห็นด้วย 13 คน
100 %
ยังไม่มีผู้ไม่เห็นด้วย
0 %
ความคิดเห็นที่ 1 +1 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
น้อยมากเลยอ่ะใจหายจริงๆรอมาตั้งนาน
kik
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความคิดเห็น
1. โปรดงดเว้น การใช้คำหยาบคาย ส่อเสียด ดูหมิ่น กล่าวหาให้ร้าย สร้างความแตกแยก หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
2. ทุกความคิดเห็นไม่เกี่ยวข้องกับผู้ดำเนินการเว็บไซต์ และไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมายได้
3. ทีมงานเว็บมาสเตอร์ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
4. เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
5. ผู้ร่วมแสดงความคิดเห็นสามารถร่วมตรวจสอบข้อความที่ไม่เหมาะสมได้ โดยการกดปุ่ม "แจ้งลบ" หรือส่งอีเมลแจ้งมาที่ cs@astvmanager.com หรือ cs.astvmanager@gmail.com ซึ่งทีมงานจะทำการตรวจสอบ และลบข้อความดังกล่าวโดยเร็วที่สุด หรืออย่างช้าภายใน 3 วันทำการ
เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
แสดงความคิดเห็นเพิ่มเติม
โชว์ภาพผู้ใช้ทุกครั้งที่แสดงความเห็น เพียงเข้าสู่ระบบด้วยบัญชีของเฟซบุก กดที่ปุ่มด้านล่างนี้เลย!

ชื่อ/e-mail ของคุณ : *
 
 *
  กฎกติกาการแสดงความคิดเห็นฉบับเต็ม
 
หนังสือพิมพ์: ASTV ผู้จัดการออนไลน์ | ASTV ผู้จัดการรายวัน | นิตยสารผู้จัดการ 360° | Positioning | ASTV News1
มุม: การเมือง | อาชญากรรม | คุณภาพชีวิต | ภูมิภาค | ต่างประเทศ | มุมจีน | ธุรกิจ | หุ้น | SMEs | Motoring
CyberBiz | วิทยาศาสตร์ | เกม | กีฬา | บันเทิง | Life on Campus | Celeb Online | ท่องเที่ยว | ธรรมะกับชีวิต | Multimedia
เว็บ: Asia Times | บุรพัฒน์ คอมมิคส์ | Mars Magazine | ทะเลไทย | คุยกับเว็บมาสเตอร์ | โฆษณาบนเว็บ
All site contents copyright ©1999-2014