หน้าแรกผู้จัดการ Online | หน้าแรกละครออนไลน์ | ละครออนไลน์
ละครออนไลน์ มัจจุราชสีน้ำผึ้ง

มัจจุราชสีน้ำผึ้ง ตอนที่ 9

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 23 พฤษภาคม 2556 06:42 น.
หน้าที่แล้ว
1 | 2 | 3 | 4
หน้าถัดไป
มัจจุราชสีน้ำผึ้ง ตอนที่ 9
        มัจจุราชสีน้ำผึ้ง ตอนที่ 9 (ต่อ)
       
       "ปัทม์กำชับให้ผมมอบเอกสารนี้ให้คุณที่สนามบินก่อนขึ้นเครื่องฯ"
        พ่อเลี้ยงพูนทวีมองจับอาการรจนาไฉน
        "แต่ผมคิดว่าน่าจะให้คุณก่อน"
        "คุณปัทม์" รจนาไฉนเสียงแผ่ว
        พูนทวียกนาฬิกาขึ้นดู
        "คงต้องรีบเดินทางแล้วครับ ใกล้เวลาเครื่องจะขึ้นเต็มทีแล้ว"
        รจนาไฉนนิ่งครุ่นคิดนิดหนึ่ง
        "พ่อเลี้ยงพาฉันไปส่งหน่อยนะคะ"
        "ด้วยความเต็มใจครับ"
        รจนาไฉนมีสีหน้าเหมือนคิดอะไรได้
       
        ปัทม์ยืนพิงกรงขังพยายามคิดหาทางออกให้กับตัวเอง
        "คุณปัทม์"
        ปัทม์แปลกใจหันไปเจอรจนาไฉนยืนหน้าห้องขัง
        "รจนาไฉน"
        รจนาไฉนถือซองจดหมายแล้วฉีกทิ้ง
        "ทำแบบนี้ทำไม หรือกลัวจะไม่ได้เงินตามสัญญา ถ้าไม่เชื่อใจฉันจะบอกให้คุณแม่โอนเงินให้วันนี้เลย"
        "เมื่อไหร่คุณจะเลิกดูถูกฉันซะที คุณมีความสุขมากนักเหรอคะที่ได้ทำร้ายน้ำใจคนอื่น"
        "เธอต้องการอะไรกันแน่"
        "ฉันต่างหากต้องถามคุณ คุณยอมหย่ากับฉันเพื่ออะไร"
        ทั้งสองมองหน้ากัน ต่างรู้ซึ้งภายในใจดีว่าทำเพื่อคนที่รัก
        "อย่าคิดนะว่าฉันกลับมาเพราะความรัก ถ้าฉันยอมหย่าก็เท่ากับว่า ฉันเห็นแก่เงินเอาตัวรอดคนเดียว"
        ปัทม์ไม่ตอบ นิ่งอึ้งหันหน้าไปอีกทางไม่ยอมเผชิญหน้ากับเธอ
        "ฉันจะอยู่ที่ไร่ปัทมกุล ! ฉันจะทำทุกวิถีทางเพื่อช่วยคุณออกมา เพื่อพิสูจน์ว่าเงินไม่ได้มีค่ามากกว่าความเป็นคน วันที่คุณได้รับอิสรภาพฉันจะเป็นฝ่ายไปเอง"
        รจนาไฉนเดินออกไป ปัทม์แอบยิ้มดีใจที่อย่างน้อยรจนาไฉนก็ยังไม่ทิ้งเขาไป
       
        มุมหนึ่งที่สถานีตำรวจ พูนทวียืนรออยู่ด้วยท่าทางเป็นกังวลไม่น้อย รจนาไฉนเดินเข้ามา
        "พาฉันกลับไปที่ไร่ปัทม์กุลค่ะ"
        "คุณจะไม่กลับไปกรุงเทพแล้ว"
        "ฉันจะไม่ยอมแพ้... ฉันจะพิสูจน์ให้ผู้ชายคนนั้นเห็นว่า ผู้หญิงอย่างฉันมีค่ามากกว่าที่เขาคิด"
        พูนทวีจ้องรจนาไฉนนิดหนึ่ง แล้วถามด้วยน้ำเสียงนิ่ง ๆ แต่ต้องการหยั่งความรู้สึก
        "คุณต้องการแค่นั้นจริงเหรอ"
        "ทำไม คุณสงสัยอะไรเหรอ"
        "เปล่าครับ"
        พูนทวีกลบเกลื่อนทำยิ้มร่าเริง
        "กลับไปที่ไร่กันดีกว่า คุณยังใส่เสื้อเปื้อนชาอยู่เลย ไปเปลี่ยนได้แล้วล่ะ สีน่าเกลียดเชียว"
        เธอยิ้มแย้มกับพูนทวี แล้วชะงักนิดหนึ่งเมื่อมองไปที่เสื้อที่เลอะสีชาของไร่ รจนาไฉนยิ้ม ๆ ไม่พูดอะไรเดินออกไปกับพูนทวี
       
        ในเวลากลางคืน พ.ต.ท. ปวุฒิ ไตรพงษ์รัชตะเดินออกมาจากห้องทำงาน มาหยุดมองเข้าไปในห้องขัง เห็นปัทม์นั่งพิงกำแพงอยู่ เขามองลอดลูกกรงออกมามองปวุฒิ ทั้งสองจ้องหน้ากัน
        "คุณน่ะเหรอค้ายา"
        ปัทม์ไม่ตอบ จ้องปวุฒิด้วยแววตาแข็งและไม่ทดท้อ ปวุฒิตัดสินใจหันหลังกลับจะเดินออกไป ตำรวจที่นั่งอยู่หน้าห้องขังถามขึ้น
        "ออกเวรแล้วใช่มั้ยครับสารวัตร"
        ปวุฒิตบไหล่ตำรวจ
        "เจอกันพรุ่งนี้"
        ปวุฒิเดินลงไปจากสถานีตำรวจ ตำรวจคนนั้นมองตามด้วยสายตามีเลศนัย
       
        ปวุฒิเดินลงมาจากสถานีตำรวจ เพื่อเดินกลับไปยังบ้านพักที่ไกลออกไป มุมหนึ่งของสถานีตำรวจ รถคันหนึ่งแล่นเข้ามาเทียบด้วยท่าทางมีเลศนัย
        ปวุฒิหันไปมอง กระจกรถลดลง คนขับรถปลัดวราห์ยิ้มแย้มหันมาทางปวุฒิ
        "อ้าว.. กำธร มาทำไมค่ำ ๆ มืด ๆ"
        "ปลัดวราห์ให้มารับสารวัตรครับ"
        "มารับผม"
        วุฒิมองกำธร คนขับรถปลัดวราห์อย่างงง ๆ
       
        ตำรวจเดินมาไขประตูห้องขัง
        "เชิญครับพ่อเลี้ยงปัทม์"
        "จะสอบสวนอะไรอีก"
        ปัทม์แปลกใจเดินออกมายื่นมือให้ตำรวจใส่กุญแจมือ แต่ตำรวจกลับเดินนำปัทม์ไปโดยไม่ใส่กุญแจมือ ปัทม์ยิ่งแปลกใจมากขึ้น เดินตามตำรวจไป
       
        ปวุฒิเดินเข้ามาในร้านอาหารหรูในจังหวัด มองไปรอบ ๆ เจอวราห์นั่งรออยู่ที่โต๊ะก็แปลกใจ
       
        ปัทม์เข้าไปในห้องสอบสวน พบอาหารวางไว้เต็มโต๊ะ พ่อเลี้ยงเจงนั่งอยู่ที่หัวโต๊ะ เมื่อตำรวจพาปัทม์เข้ามาในห้องแล้ว พ่อเลี้ยงเจงก็จ้องหน้าตำรวจคนนั้นเขม็ง ตำรวจก้มหน้าอย่างเกรงใจ เดินออกจากห้องไป ปัทม์มองตาม
        "ผมรู้สึกผิดที่มาเยี่ยมช้าไปหน่อย เลยจัดอาหารพิเศษมาดูแล"
        ปัทม์เดินมาจ้องหน้าพ่อเลี้ยงเจงด้วยสายตาค้นหา
        "เชิญนั่ง"
        "พ่อเลี้ยงต้องการอะไร"
        "นั่งก่อนสิ เราน่าจะต้องคุยกันยาว"
        ปัทม์จ้องหน้า ก่อนตัดสินใจนั่งลงตรงหน้าพ่อเลี้ยงเจง
        "ผมเชื่ออยู่อย่างนึง คนเรา...ความโง่มักจะมาก่อนฉลาดเสมอ แต่คนที่ฉลาดพอจะต้องรู้จักปรับตัวเรียนรู้ว่าควรจะทำตัวยังไง"
        "มีอะไรพูดตรง ๆ กันดีกว่า"
        พ่อเลี้ยงเจงยิ้มเหี้ยม
       
        "จำที่เราเคยคุยกันได้มั้ย ประสบการณ์และบทเรียนชีวิตในช่วงนี้มันน่าจะทำให้คนฉลาด ๆ อย่างพ่อเลี้ยงปัทม์ รู้ตัวว่าควรจะให้ความร่วมมือกับใคร และด้วยวิธีไหน"

มัจจุราชสีน้ำผึ้ง ตอนที่ 9
        ปัทม์สีหน้านิ่ง
        "ครับ"
        "นั่นไง ผมมองคนไม่ผิดจริง ๆ คุณฉลาดอย่างที่ผมคิด"
        พ่อลี้ยงเจงผายมือ
        "เชิญทานอาหารก่อน ทานให้อิ่มแล้วเราค่อยมาคุยกันต่อว่าชีวิตคุณจะดีขึ้นกว่านี้ได้ยังไง เชิญตามสบายไม่ต้องเกรงใจ ผมจัดมาพิเศษสำหรับคุณจริง ๆ"
        ปัทม์มองอาหารแล้วหยิบช้อนและส้อมมาตักอาหารกิน พ่อเลี้ยงเจงยิ้มพอใจที่ปัทม์ยอมอ่อนข้อ
       
        สารวัตรปวุฒินั่งคุยกับวราห์ด้วยท่าทางระวังตัว วราห์ยิ้มแย้ม พยายามแสดงความเป็นกันเอง
        "ดื่มให้สบายใจก่อนสิครับ ธุระของผมมันเรื่องเล็กน้อย...ไม่สำคัญเท่ากับการได้เลี้ยงรับรองข้าราชการผู้ซื่อสัตย์อย่างคุณ"
        "มีอะไรพูดมาดีกว่า พรุ่งนี้ผมต้องเข้าเวรแต่เช้า"
        "คุณกำลังทำเรื่องส่งตัวพ่อเลี้ยงปัทม์ไปฝากขังไว้ที่ศาล"
        "รู้ความเคลื่อนไหวของตำรวจดียิ่งกว่าคนในโรงพักซะอีกนะ"
        "ผมอยากให้คุณชะลอการส่งคดี"
        "แต่มันใกล้ถึงเวลาที่กำหนดแล้ว"
        "มีจดหมายแจ้งให้คุณชะลอเรื่องนี้ไปอีกสักอาทิตย์สองอาทิตย์"
        วราห์ส่งซองจดหมายให้ ปวุฒิแปลกใจ เปิดซองออกมาพบเช็คเงินสด... ปวุฒิรู้ทันทีว่า เป็นของพ่อเลี้ยงเจง
       
        ปัทม์กินอาหารแล้วดื่มน้ำ
        "อาหารอร่อยมากครับ"
        พ่อเลี้ยงเจงยิ้มพอใจ เชื่อว่าปัทม์ยอมอยู่ข้างเขา
        "ทำไมยังให้โอกาสคนที่หลงผิดอย่างผม"
       
        "คนหนุ่มสาวมักทำอะไรหุนหันพลันแล่น ผมเคยผ่านจุดนั้นมาก่อน ประสบการณ์สอนให้ผมรู้วิธีเดินเกมชีวิต"
        "พ่อเลี้ยงพูดถูก ประสบการณ์ทำให้ผมได้เรียนรู้ว่าจะใช้ชีวิตยังไง"
        ปัทม์ยกแก้วน้ำ
        "เชิญดื่มครับ"
        พ่อเลี้ยงเจงยกแก้ว
        "เชิญดื่ม"
        "ดื่มให้กับความล้มเหลวของพ่อเลี้ยงเจง"
        ปัทม์ดื่มน้ำหมดแก้ว พ่อเลี้ยงเจงอึ้ง จ้องหน้าปัทม์เขม็งด้วยความไม่พอใจ ปัทม์รินน้ำใส่แก้วเพิ่ม
        "ผมไม่รู้ว่าจะมีโอกาสไปร่วมรดน้ำศพพ่อเลี้ยงรึเปล่า ผมขอถือโอกาสนี้เลยแล้วกัน"
        ปัทม์รินน้ำลงพื้น พ่อเลี้ยงเจงโกรธมาก แต่เก็บอาการไว้
        "คนเรามักเสียเวลาพูดพร่ำพรรณนาต่อหน้าศพที่ไม่สามารถรับฟังได้... เสียเวลาเปล่า ไหน ๆ วันนี้ผมเจอตัวแล้ว ขอพูดตอนนี้เลยก็แล้วกัน คนชั่วเอาอะไรติดตัวไปไม่ได้ นอกจากคำสาปแช่ง"
        "อย่ามาอวดดีกับฉัน!"
        ปัทม์จ้องหน้าพ่อเลี้ยงเจงเขม็ง
        "ทุกชีวิตต้องเวียนว่ายตายเกิด ไม่ว่าสัตว์หรือคน และผู้ที่จะเกิดเป็นคนได้ต้องมีจิตใฝ่ดี พ่อเลี้ยงมั่นใจมั้ยครับว่าจะได้เกิดเป็นคนอีกครั้ง"
        พ่อเลี้ยงเจงปาแก้วใส่ ปัทม์หลบได้ ปวุฒิเดินเข้ามาในห้องพอดี
        "นี่มันเกิดอะไรขึ้น"
        "ผมต่างหากที่ต้องถามคำถามนี้กับสารวัตร ผมเคยรู้ว่า นายทุนสามารถซื้อโรงเรียน ซื้อโรงพยาบาลได้ แต่เพิ่งรู้วันนี้ว่า นายทุนซื้อโรงพักได้ด้วย"
        ปวุฒิอึ้ง ตำรวจวิ่งเข้ามาในห้องทำอะไรไม่ถูกที่ปวุฒิกลับมา
        "เอายังไงดีครับ จะให้ผู้ทำผิดกฎหมายยืนอยู่ตรงนี้ต่อไป หรือจะให้ผู้บริสุทธิ์เดินกลับเข้าห้องขัง"
        ปัทม์มองปวุฒิ เพื่อท้าทายว่าปวุฒิจะทำอย่างไร ปวุฒิสั่งตำรวจ
        "ควบคุมตัวคุณปัทม์เข้าห้องขัง"
        พ่อเลี้ยงเจงยิ้มเย้ยอย่างผู้ชนะ ตำรวจใส่กุญแจมือพาปัทม์ออกไป
       
        ตำรวจพาปัทม์เข้าไปในห้องขัง ปวุฒิเดินออกมามอง...พ่อเลี้ยงเจงเข้ามา
        "เป็นไงสารวัตร ปลัดวราห์เลี้ยงรับรองสมเกียรติคุณรึเปล่า"
        ปวุฒิหยิบเช็คและหยิบไฟแช็คขึ้นมาเผาเช็คต่อหน้าทันที
        "ผมเป็นข้าราชการในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ผมมีหน้าที่รับใช้กฎหมายคงไว้ซึ่งความยุติธรรม"
        พ่อเลี้ยงเจงรู้ดีว่าปวุฒิไม่เล่นด้วย
        "แล้วคุณจะรู้ว่า คนตัวเล็กใจใหญ่อยู่ไม่ได้หรอก มันต้องตัวใหญ่ใจใหญ่"
        พ่อเลี้ยงเจงเดินออกไป ปวุฒิมองไปที่ปัทม์ ในใจไม่คิดว่า เขาเป็นคนผิดเลยแต่ทำอะไรไม่ได้
       
        เช้าวันใหม่ บริเวณไร่ชาที่สวยงามและกว้างใหญ่ รจนาไฉนกำลังเดินมาและหันมาเจอชิและจันทร์เจ้านั่งมองไร่ชาด้วยสีหน้าหดหู่
        "ทำอะไรกันเหรอ"
        "ทำใจเจ้า"
        "เสียดายยอดชาที่กำลังผลิยอด ปล่อยไปถึงวันพรุ่งนี้ก็เก็บไม่ได้แล้ว"
        "แล้วทำไมไม่เก็บล่ะ"
        "คนงานลาออกไปหมดแล้วนี่เจ้า แล้วใครจะเก็บใบชาล่ะเจ้า"
        รจนาไฉนเดินไปหยิบก๋วยมาแบก แล้วเดินไปเก็บใบชา
        "คุณรจนาไฉน คุณจะทำอะไรเจ้า"
       
        จันทร์เจ้าและชิแปลกใจมองหน้ากัน

มัจจุราชสีน้ำผึ้ง ตอนที่ 9
        รจนาไฉนเข้ามาเด็ดยอดชาด้วยตัวเอง จันทร์เจ้าและชิเข้ามาห้ามไว้
        "หยุดเถอะเจ้า คุณรจนาไฉนทำไม่ไหวหรอกเจ้า"
        "ใช่ครับ ชาตั้งร้อยไร่ เก็บทั้งวันก็ไม่หมด"
        "เราทำเท่าที่เราทำได้สิ ถึงแม้จะได้น้อยแต่ก็ดีกว่าปล่อยให้ใบชาต้องเสียไป"
        "เก็บได้แค่ก๋วยสองก๋วย ส่งขายเมืองนอกไม่ได้หรอกครับ"
        "เราก็ทำขายที่หน้าไร่สิ ชิลืมไปแล้วเหรอ กว่าจะมีไร่ชาอย่างวันนี้ได้... นายของชิเริ่มต้นจากศูนย์"
        "แต่เราเคยส่งชาออกขายเมืองนอก กลับต้องมานั่งขายชานอกเมือง มันน่าอายนะเจ้า"
        "ความอายไม่เคยสร้างความเจริญให้ใครนอกจากความจน จันทร์กับชิเลือกจะเป็นอย่างไหนล่ะ"
        รจนาไฉนเดินเก็บยอดชาต่อไป จันทร์เจ้าและชิเข้าใจ รีบเดินช่วยเก็บใบชาด้วย
        บริเวณไร่ชาอันเวิ้งว้าง รจนาไฉนกำลังช่วยกันกับจันทร์เจ้าและชิ เก็บใบชาอย่างไม่รู้จักเหน็ด
       จักเหนื่อย
       
        เวลาต่อเนื่องมา รจนาไฉนเอาก๋วยมาเทใบชาออก เพื่อจะไปเด็ดใบชาต่อ
        "พอเถอะเจ้า"
        "ฉันยังไหว เก็บได้อีกสองสามรอบ"
        "พักสักหน่อยเถอะครับ เดี๋ยวล้มไปจะลำบาก น่าเสียดายจริง ๆ ใบชาชั้นดีที่มีแต่ที่ไร่ปัทมกุล.. กำลังจะแห้งเหี่ยวไปเพราะคุณปัทม์ถูกกลั่นแกล้ง"
        รจนาไฉนชะงักไปนิดหนึ่ง เมื่อได้ยินคำพูดของชิที่ว่าใบชามีแต่ที่ในไร่นี้ เธอทวนคำ
        "ใบชาชั้นดีมีแต่ที่ในไร่นี้"
        รจนาไฉนคิดถึงคำพูดของพูนทวี
        "กลับไปที่ไร่กันดีกว่า คุณยังใส่เสื้อเปื้อนชาอยู่เลย ไปเปลี่ยนได้แล้วล่ะ สีน่าเกลียดเชียว"
        รจนาไฉนยิ้มแย้มกับพูนทวี แล้วชะงักนิดหนึ่งเมื่อมองไปที่เสื้อของตัวเองที่เลอะสีชาของไร่
        รจนาไฉนชะงักไปทันที เหมือนคิดหาทางช่วยปัทม์ให้รอดได้แล้ว
       
        รจนาไฉนกับพูนทวีเข้ามาหาปวุฒิที่กำลังทำงานอยู่ในห้อง ปวุฒิมีสีหน้าแปลกใจ
        "คุณเพื่อน"
        "ฉันขอดูใบชาที่อยู่ในกล่องที่พบยาบ้าหน่อยสิคะ"
        "ไม่ได้หรอก กล่องชานั่นถูกอายัดเป็นของกลาง"
        "เราต้องการดูแค่ใบชา คงไม่ยากเกินไปถ้าคุณอยากจะช่วย"
        ปวุฒิชะงักนิดหนึ่งเหมือนกำลังครุ่นคิด
        "ฉันไม่ได้ขออะไรมาก ขอเพียงใบชาในกล่องที่มียาบ้า กับใบชาในกล่องที่ไม่มียาบ้า อย่างละไม่เกินหนึ่งช้อนชา"
        ปวุฒิคิดตัดสินใจ
        CUT /
        ภายในห้องประชุมอีกห้องในสถานีตำรวจ รจนาไฉนตักชาใส่แก้วแล้วเติมน้ำร้อนลงไป
        "นี่เป็นชาในกล่องที่มียาบ้า"
        รจนาไฉนตักชาจากอีกจานใส่ในถ้วย แล้วเติมน้ำร้อน
        "และนี่เป็นชาในกล่องที่ไม่พบยาบ้า"
        รจนาไฉนเอาช้อนคนชาในแก้วทั้งสองใบ ปวุฒิมองก็ไม่เห็นอะไร
        "ต่างกันตรงไหน มันก็น้ำชาเหมือนกัน"
        "คุณดูสิ...สีของน้ำชาต่างกัน กลิ่นก็ต่างกัน"
        ปวุฒิสังเกตตามที่รจนาไฉนบอก ก็เริ่มเห็นความแตกต่าง
        "ชาในกล่องที่มียาบ้า มีสีเหลืองอมเขียวกลิ่นหอมให้รสชาติชุ่มคอเป็นชาอู่หลง.. นิยมส่งไปขายที่จีนกับไต้หวัน แต่ชาในแก้วที่ไม่มียาบ้า มีสีน้ำตาลแดง สีเข้มและรสชาติเข้มข้น เป็นยอดชาพันธุ์อัสสัม เรียกว่าชาดำหรือชาฝรั่ง"
        "คุณเพื่อนกำลังจะบอกว่า ชาในกล่องที่พบยาบ้าเป็นชาจากไร่อื่น" พูนทวีบอก
        "ใช่ค่ะ เพราะไร่ปัทมกุลผลิตเฉพาะชาฝรั่งส่งออกขาย คุณสามารถไปตรวจสอบชาในไร่ได้ คุณจะพบว่าไร่เราไม่ได้ผลิตชาอู่หลงเลย"
        ปวุฒิคิดตัดสินใจ หันไปสั่งจ่า
        "จ่า...นำชาทุกกล่องมาตรวจสอบ แล้วไปตรวจสอบชาที่ไร่ปัทมกุลทั้งหมด"
        "ครับสารวัตร"
        รจนาไฉนและพูนทวียิ้มดีใจ คิดว่าจะช่วยให้ปัทม์รอดพ้นคดีได้
       
        รจนาไฉนมาบอกปัทม์
        "คุณปัทม์ อดทนหน่อยนะคะ ฉันพิสูจน์ให้เขาเห็นแล้วว่าชาในกล่องที่มียาบ้า เป็นชาจากที่อื่น"
        "หลักฐานแค่นี้จะเพียงพอเหรอ"
        "เพียงพอที่จะพิสูจน์ว่า ไร่ชาของเราไม่ได้เกี่ยวข้องกับยาบ้า"
        "เราหวังว่าจะทำให้ตำรวจรู้ความจริงว่าแกถูกใส่ร้าย" พูนทวีบอก
       
        "ใช่ค่ะ แล้วทุกคนจะยอมรับว่าคุณเป็นผู้บริสุทธิ์"
       
       อ่านต่อพรุ่งนี้ เวลา 09.30น.

มัจจุราชสีน้ำผึ้ง ตอนที่ 9
        ปวุฒิเดินเข้ามา  รจนาไฉนมีสีหน้ามีความหวังว่าปัทม์จะพ้นผิด
                       "ผลการพิสูจน์ออกมาแล้ว เป็นจริงอย่างที่คุณพูดไว้ทุกอย่าง ชาในไร่ปัทมกุล เป็นคนละประเภทกับชาที่มียาบ้าซ่อนอยู่"
                       "คุณปัทม์หลุดจากข้อกล่าวหาแล้วใช่มั้ยคะ"
                       "ไม่"  
                       พูนทวีและรจนาไฉนตกใจ
                       "ทำไมเป็นอย่างนั้น"
                       "ถึงชาในกล่องนั้นจะไม่ใช่ชาจากไร่ปัทมกุล  แต่ชากล่องนั้นมียาบ้า ประเด็นสำคัญก็คือ ยาบ้าอยู่ในรถของไร่ปัทมกุล"  
                       พูนทวีและรจนาไฉนผิดหวังที่ไม่สามารถช่วยให้ปัทม์พ้นผิด
                       "ถ้ายังไม่มีหลักฐานอื่น พรุ่งนี้ผมต้องนำตัวคุณปัทม์ไปฝากขังที่เรือนจำ และส่งสำนวนให้อัยการดำเนินคดีฟ้องต่อไป"
                       "ปวุฒิ...  คุณก็รู้ว่าคุณปัทม์ทุ่มเทชีวิต.. ปกป้องและทำลายพวกค้ายา คุณยังไม่เชื่อใจคุณปัทม์อีกเหรอ"
                       "ความเชื่อใจเอามาใช้ทางกฎหมายไม่ได้"
                       ปวุฒิมองหน้าเธออย่างมีความหมาย
                       "ความเชื่อใจมีไว้เพื่อความรักเท่านั้น"
                       ปวุฒิมองรจนาไฉนเพื่อบอกความรู้สึกภายในใจแล้วเดินออกไป เธอเสียใจ เข้าไปปลอบใจปัทม์
                       "คุณต้องอดทนนะคะ  ยังไงคนบริสุทธิ์ต้องได้รับความยุติธรรม"
                       "กลับไปได้แล้ว อย่าวุ่นวายอะไรอีกเลย"
                       "ไม่...ฉันจะพยายามหาหลักฐานมาช่วยคุณให้ได้"
                       "เธอก็เห็นแล้วว่าเธอทำอะไรไม่ได้  มันไม่มีประโยชน์หรอก"
                       ปัทม์เดินหนีเข้าไปในมุมลึกของห้องขัง รจนาไฉนเสียใจที่ช่วยปัทม์ไม่สำเร็จ ปัทม์หันกลับมามองเธอ
                       "เธอเหนื่อยมามากพอแล้ว อย่าลำบากเพราะฉันอีกเลย"
                       ปัทม์ละสายตาจากเธอ  รจนาไฉนมองเขาด้วยความรู้สึกผูกพันและเห็นใจ พูนทวีรับรู้ได้ถึงความรู้สึกของคนทั้งคู่
        
                       รจนาไฉนทิ้งตัวลงนั่งด้วยความเหนื่อยอ่อน  พยายามหาทางช่วยปัทม์แต่ดูเหมือนจะอับจนหนทางเต็มที  เปรมเข้ามามองลูกสะใภ้ด้วยความเข้าใจ
                       "อย่าทุกข์ อย่ากังวล ทุกอย่างมันเกิดขึ้นแล้วก็ดับลง ไม่มีอะไรอยู่กับเราได้นานนักหรอก"
                       "เพื่อนพยายามทำทุกอย่างเพื่อช่วยคุณปัทม์ แต่ตอนนี้เหมือนทุกอย่างจะสิ้นหวัง คุณแม่คะ..  เพื่อนมีเรื่องอยากถามคุณแม่ได้มั้ยคะ"
                       เธอมองเปรมอย่างค้นหา เปรมยิ้มพยักหน้ารับ
                       "เพื่อนไม่เข้าใจว่าทำไม...คุณแม่ถึงไม่..."
                       "ทำไมฉันถึงไม่ไปเยี่ยมปัทม์"
                       "ค่ะ"
                       "ถ้าไป... มันจะช่วยอะไรให้ดีขึ้นได้ล่ะ"
                       รจนาไฉนนิ่งอึ้งไป
                       "ปัทม์รู้จักฉันดี  เราสองคนถึงจะไม่เคยแสดงความรักต่อกัน  แต่เราก็รับรู้ความรักที่มีต่อกันได้เสมอ เพราะเราร่วมทุกข์ร่วมสุข ร่วมเผชิญชีวิตมาด้วยกัน สายใยความเข้าใจไม่มีวันขาดจากกันได้หรอก"
                       รจนาไฉนซึ้งใจในคำสอนของเปรม เข้ากอดเปรมด้วยความรัก
                       "เชื่อฉันเถอะ  ความรักและความดีในตัวปัทม์จะเป็นเกราะป้องกันช่วยทำให้เขารอดปลอดภัย"
                       เปรมเชื่อมั่นว่า ปัทม์ต้องหลุดพ้นจากคดีได้  เธอจ้องมองรจนาไฉนด้วยสายตาเชื่อมั่น
                       "เราต้องเชื่อมั่นในคุณค่าของความดีนะ...หนูเพื่อน"
                       รจนาไฉนฟังคำพูดของเปรมด้วยแววตาเชื่อถือ
                                                                                                                                                                                      
                       ในเวลากลางคืน วุฒิเดินเข้ามาในห้องทำงาน 
                       "ได้ข้อมูลเส้นทางเดินรถบรรทุกของไร่ปัทมกุลรึยัง"
                       "ได้แล้วครับ... วันเกิดเหตุรถแวะที่ปั๊มน้ำมัน เราเพิ่งได้ภาพจากกล้องวงจรปิดของปั๊มมาครับ"
                       ตำรวจเจ้าหน้าที่เทคนิคเปิดภาพให้ดู
                       รถของปัทม์มาจอดที่บริเวณห้องน้ำของปั้มน้ำมัน คนขับรถลงจากรถ แล้ววิ่งเข้าห้องน้ำ
                       "มีภาพมุมอื่นมั้ย"
                       "มีอีกมุมหนึ่งจากร้านกาแฟครับ"
                       ตำรวจเปิดภาพ  เป็นภาพจากหน้าร้านกาแฟที่เห็นด้านท้ายของรถขนชา ปวุฒิมองภาพด้วยความสนใจ  แล้วเห็นรถกระบะคันหนึ่งมาจอดเทียบ  เปิดผ้าใบท้ายรถบรรทุกของปัทม์ เปิดประตูขนกล่องชาเข้าไปในรถแล้วปิดผ้าใบ
                       ปวุฒิชะงักไปทันที 
                       "มีคนขนกล่องชาใบนั้นมาใส่ในรถ ซูมภาพใกล้กว่านี้ได้มั้ย"
                       ตำรวจซูมภาพ แล้วเห็นหน้าของวิชัย
                       "ได้ตัวแล้ว...จ่าไปหาข้อมูลแล้วจับตัวมาสอบสวนด่วน"
                       "ครับผม"
                       ปวุฒิสีหน้าจริงจัง  มีความหวังในการทำคดีมากขึ้น
       
       อ่านต่อเวลา 17.00น.

หน้าที่แล้ว
1 | 2 | 3 | 4
หน้าถัดไป
ข่าวล่าสุด ในหมวด
มัจจุราชสีน้ำผึ้ง ตอนที่ 15 จบบริบูรณ์
มัจจุราชสีน้ำผึ้ง ตอนที่ 14
มัจจุราชสีน้ำผึ้ง ตอนที่ 13
มัจจุราชสีน้ำผึ้ง ตอนที่ 12
มัจจุราชสีน้ำผึ้ง ตอนที่ 11
เครื่องมือจัดการเว็บ
ส่งบทความนี้ต่อ
พิมพ์หน้านี้
ข่าวที่มีผู้ส่งมากที่สุด
แสดงผลหน้าเดียว
จำนวนคนโหวต 150 คน
คุณเห็นด้วยกับข่าว/บทความนี้หรือไม่
เห็นด้วย ไม่เห็นด้วย
เห็นด้วย 97 คน
65 %
ไม่เห็นด้วย 53 คน
35 %
คุณสามารถแสดงความคิดเห็นผ่านบัญชีของเฟซบุกได้แล้ววันนี้ กดที่ปุ่มด้านล่างนี้เลย!

 
หนังสือพิมพ์: ASTV ผู้จัดการออนไลน์ | ASTV ผู้จัดการรายวัน | นิตยสารผู้จัดการ 360° | Positioning | ASTV News1
มุม: การเมือง | อาชญากรรม | คุณภาพชีวิต | ภูมิภาค | ต่างประเทศ | มุมจีน | ธุรกิจ | หุ้น | SMEs | Motoring
CyberBiz | วิทยาศาสตร์ | เกม | กีฬา | บันเทิง | Life on Campus | Celeb Online | ท่องเที่ยว | ธรรมะกับชีวิต | Multimedia
เว็บ: Asia Times | บุรพัฒน์ คอมมิคส์ | Mars Magazine | ทะเลไทย | คุยกับเว็บมาสเตอร์ | โฆษณาบนเว็บ
All site contents copyright ©1999-2014