หน้าแรกผู้จัดการ Online | หน้าแรกละครออนไลน์ | ละครออนไลน์
ละครออนไลน์ 3 ทหารเสือสาว มนต์จันทรา

มนต์จันทรา ตอนที่ 9

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์
29 พฤษภาคม 2556 07:40 น.
หน้าที่แล้ว
1 | 2 | 3 | 4
หน้าถัดไป
มนต์จันทรา ตอนที่ 9
        มนต์จันทรา ตอนที่ 9 (ต่อ)
       
       สาระสะมากำลังคุยโทรศัพท์มือถืออยู่ในรถแท็กซี่ที่ติดไฟแดงอยู่
       
        "ไปฉุกละหุกแบบนี้ ที่กองบอกอนายไม่วุ่นวายแย่เลยเหรอวารี"
        สาระวารีกำลังจัดเสื้อผ้าใส่เป้ไป คุยโทรศัพท์มือถือไปด้วย
        "ก็เพราะอย่างงี้แหละ เราถึงขอให้นายช่วยโทรไปลาบอกอให้หน่อย ขืนเราโทรไปเอง โดนบอกอเฉ่งหูชาแน่ แต่ถ้าเป็นนาย บอกอเค้าเกรงใจ คงไม่กล้าว่าอะไรมากหรอก"
        สาระสะมาที่นั่งเบาะหลังแท็กซี่
        "จะให้เราโดนด่าแทน ก็พูดมาตรงๆ เถอะ แล้วนี่นายจะกลับเมื่อไหร่"
        "ยังไม่รู้เลย ขอไปดูก่อนละกันว่ามันร้ายแรงแค่ไหน เราถึงจะตอบได้"
        สาระสะมากระเซ้า
        "ห่วงเค้ามากขนาดนั้นเลยเหรอ"
        สาระวารีอึกๆอักๆ รีบทำเสียงแข็งกลบเกลื่อนใส่ไป
        "นายพูดให้ดีนะ"
        พัช สีหน้าร้อนใจยืนอยู่ที่บันไดตะโกนขึ้นมา
        "เสร็จรึยังคุณ ให้เวลาอีก 5 นาที ผมจะไม่รอแล้วนะ"
        สาระวารีตะโกนลงมา
        "เสร็จแล้วๆ เร่งซะจริง ไปรอที่รถเลยไป"
        พิพัชหน้าเดินหน้าเซ็งนำออกไปจากบ้าน ภายในห้องนอน สาระวารีรูดซิปปิดเป้
        "นายพิพัชเร่งแล้ว แค่นี้ก่อนนะสะมา"
        สาระวารีรีบกดตัดสายไป แล้วสะพายเป้กระชับบ่า รีบออกไปจากห้องนอนทันที สาระสะมาพูดพึมพำพลางส่ายหน้า
        "นายจะหนีใจตัวเองไปทำไมวารี"
       บริเวณรีสอร์ตที่ตราดของษมาตอนกลางคืน ษมากึ่งนั่งกึ่งนอนอยู่ที่โซฟา เขาหลับตาพักผ่อน ท่าทางเหนื่อยอ่อน อยู่ที่บ้านพักส่วนตัว
        เสียงเคาะประตูดังขัดขึ้น ษมาหลับตา พูดตอบไป
        "เข้ามา"
        มีคนเปิดประตู แล้วเดินเข้ามาหาษมา ษมายังหลับตาพูดไป
        "วางไว้นั่นล่ะ ฉันยังกินไม่ลงหรอก แกไปพักผ่อนเถอะจันเลา ฉันอยู่คนเดียวได้"
        " ถ้าอยู่ได้ งั้นฉันกลับ"
        ษมาตกใจ รีบลืมตาแล้วลุกขึ้นทันทีด้วยความดีใจ
        "วารี คุณมาได้ยังไงครับ"
        "ก็มากับเลขาคุณน่ะสิ"
        "ไม่น่าเชื่อเลยว่าคุณจะมา นี่ผมไม่ได้ฝันไปใช่มั้ยครับเนี่ย"
        สาระวารีหน้าบึ้งใส่ ออกแนวรำคาญ ษมายิ้มเจื่อนไป ต้องสะกดความดีใจเอาไว้ เธอนั่งลง ถามต่อด้วยความเป็นห่วง
        "ตกลงคดีเป็นยังไงบ้างคะ"
        ษมาสีหน้าขรึมลง
        "ก็หนักเอาเรื่อง รถขนของที่เจอยาซุกซ่อนอยู่ก็รถของบริษัทผม คนขับก็คนของผม งานนี้ก็คงต้องสู้คดีกันอีกยาว แต่ปัญหาเฉพาะหน้าตอนนี้..." ษมาถอนหายใจ สีหน้าหนักใจ
        "เรื่องคาสิโนใช่มั้ยคะ"
        สาระวารีพูดสวนขึ้น ษมาพยักหน้ารับ
        "ถ้าฉันเดาไม่ผิด คนที่สร้างเรื่องใส่ร้ายคุณ น่าจะหวังผลให้คุณถูกยกเลิกสัมปทาน"
        "ใช่ แทนที่จะเอาชีวิตผม ก็หันมาใช้วิธีนี้แทน ผมเองก็นึกไม่ถึงเหมือนกัน"
        สาระวารีมองหน้าษมา
        "ถึงฉันจะมีความคิดต่อต้านการสร้างคาสิโนของคุณ แต่ฉันก็ทนเห็นคุณโดนใส่ร้ายป้ายสีแบบนี้ไม่ได้หรอกนะคะ"
        ษมามองหน้าสาระวารีนิ่ง แอบซึ้งใจ
        "ฉันเองก็ไม่รู้ว่าจะช่วยอะไรคุณได้บ้าง แต่ถ้าคุณต้องการให้ฉันทำอะไร ก็บอกมาได้เลยนะคะ"
        ษมายิ้มปลื้ม
        "ได้ยินแบบนี้ ผมมีกำลังใจสู้ขึ้นเยอะเลย ขอบคุณมากนะวารีที่ยังไม่ทิ้งผม"
        ษมาจ้องตาหวานใส่ เธอหลบสายตาแก้เขินไป แอบอมยิ้มอยู่ในที
        พิพัช จันเลา และสมบูรณ์ ที่ยืนมองอยู่ผ่านช่องประตูห้องที่เปิดอ้าเอาไว้ จันเลาและสมบูรณ์หันมายิ้มๆ ดีใจให้กัน มีเพียงพิพัชคนเดียวที่หน้านิ่งๆ ยังไม่ถูกใจว่าที่นายหญิงคนใหม่นัก
       
        เวลาต่อเนื่องมา พิพัช จันเลา และสมบูรณ์เดินคุยกันมาที่หน้าบ้านพัก
        "ลุงมั่นใจว่าต้องมีคนแอบซุกยาในรถขนสินค้าของเราแน่ๆ มันต้องการหาเรื่องใส่ความคุณษมา ลุงก็เลยไปตามสืบจากคนของเราก่อน มีน่าสงสัยอยู่ 2 คน"
        "มันเป็นใครครับลุง"
        "สุชาติกับทวี คนงานที่โรงงานเรานั่นแหละ"
        พิพัชหันมองทางจันเลา
        "นี่เกลือเป็นหนอนอีกแล้วเรอะ"
        "อันนี้ก็ยังไม่ชัวร์ เพราะเมื่ออาทิตย์ก่อนมัน 2 คนถูกจับได้ว่ายักยอกของบริษัทไปขายตลาดมืด เราก็เลยให้ออกไป"
        "มันสองคนอาจจะเคียดแค้นบริษัทก็ได้"
        พิพัชมีสีหน้าคิดตาม เห็นด้วย มีความเป็นไปได้
        "พอลุงบูรณ์บอกมา ฉันก็รีบไปที่บ้านพวกมัน แต่ไม่ทันพวกมันหนีไปแล้ว ตอนนี้กำลังให้คนตามล่าตัวอยู่" จันเลาบอก
        "เรื่องนี้ปล่อยเป็นหน้าที่ของลุงกับจันเลาเอง คุณพิพัชไปตามเรื่องสัมปทานคาสิโนเถอะ ใครก็ตาม ที่เดินเรื่องขอให้ยกเลิกสัมปทานคุณษมา โดยใช้เรื่องยาเสพติดมาอ้าง ไอ้คนนั้นแหละเข้าข่ายเป็นตัวบงการที่สุด"
       
        พิพัชพยักหน้าเห็นด้วย
       
       อ่านต่อเวลา 17.00น.

มนต์จันทรา ตอนที่ 9
        ระเบียงบ้านพักที่รีสอร์ตส่วนตัวตอนกลางวัน ษมากำลังคุยกับพิพัช โดยมีสาระวารีอยู่ใกล้ๆ ษมาหน้าเครียดทันทีเมื่อได้รับข่าว
                       "โศภีอีกแล้วเรอะ"
                       "ครับ พอข่าวเรื่องคุณษมาออกไป เค้าก็รีบเดินเรื่องคัดค้านสัมปทานเป็นคนแรกเลย  ไม่มีทางที่เรื่องจะเร็วขนาดนี้ถ้าไม่ได้เตรียมการเอาไว้ก่อนล่วงหน้า"
                       สาระวารีสงสัย
                       "แล้วทางโน้นจะลงมติตัดสินเรื่องนี้เมื่อไหร่คะ"
                       "น่าจะภายใน 2-3 วันนี้แหละ แต่คนที่เข้าใจเราก็มีเยอะ น่าจะพอถ่วงเวลาได้ซักเดือน" พิพัชบอก
                       ษมาสีหน้าใช้ความคิด
                       "ทางฝั่งโน้นก็ปล่อยให้เค้าจัดการไปตามนั้น แต่สำหรับทางเรา รีบปล่อยข่าวลือให้ทั่วเลยว่า ฉันถูกตัดสิทธิ์สัมปทานแล้ว โศภีคือผู้ได้รับสัมปทานคาสิโนที่เกาะพระฮามแทน" ษมาหน้านิ่ง สีหน้าแววตามีแผนการ
                       พิพัชและสาระวารีมีสีหน้าแปลกใจ ษมาอมยิ้มมุมปากอย่างมีแผนการ
        
                       ลูกน้องโศภีขับรถพาดิตถ์ และโศภี มาหยุดที่หน้าบ้านโศภี แล้วบีบแตรเพื่อรอคนมาเปิดประตู ดิตถ์พูดขึ้นอย่างเซ็งๆ
                       "เมื่อไหร่ผมจะไปไหนมาไหนโดยไม่ต้องหลบๆซ่อนๆซะที คุณสัญญาแล้วนะคุณโศ ว่าจะเคลียร์เรื่องคดีให้ผม"
                       "ฉันรู้แล้ว แต่คดีมันเล็กซะที่ไหนล่ะ ต้องใช้เวลา ใจเย็นๆน่ะได้เรื่องเมื่อไหร่ คุณก็ค่อยออกมามอบตัว แล้วทำตามที่ฉันบอกก็แล้วกัน"
                       โศภีแอบหงุดหงิด ดิตถ์ชักสีหน้าเซ็งๆ
                       ขณะนั้นเอง  มีรถมอเตอร์ไซค์คันหนึ่ง ขับมาจอดเทียบรถโศภี มือปืนที่ขี่มอเตอร์ไซค์ชักปืนออกมา
       ดิตถ์เหลือบไปเห็นเข้า ก็ตกใจสุดขีด  รีบดึงตัวโศภีเข้ามาเป็นโล่บังให้ตัวเองทันที มือปืนตั้งท่าจะเหนี่ยวไกยิงใส่
       โศภีกรีดร้องลั่นด้วยความตกใจ  หลับตาปี๋ ลูกน้องโศภี ดาหน้าออกมาจากบ้านเพื่อยิงสกัด
                       มือปืนเสียจังหวะ ซิ่งรถหนีไปอย่างเร็ว ลูกน้องโศภีวิ่งตามกวดไล่ยิง แต่ก็ไม่ทันแล้ว
        
                       โศภีโกรธจัดด่าดราดใส่ดิตถ์ที่โถงบ้าน
                       " แกมันเห็นแก่ตัวที่สุด ดึงฉันมาเป็นโล่บังกระสุนให้แกได้ยังไง"
                       "ก็ผมไม่รู้ว่ารถคุณกันกระสุน"
                       "แกไม่ต้องทำอ้างดีเลยไอ้ดิตถ์" 
                       โศภีคิดแล้วยังเจ็บใจไม่หาย ตรงเข้าฟาดใส่ดิตถ์ไม่ยั้ง
                       ขณะนั้นเอง  โทรศัพท์มือถือของโศภีก็ดังขึ้น เป็นเสียงเรียกเข้าที่ตั้งไว้เฉพาะ เธอหยุดกึก
                       "ไอ้ษมาโทรมา"  
                       โศภีชี้หน้าด่าดิตถ์ก่อนไปรับโทรศัพท์ ดิตถ์ได้ช่องเอาตัวรอด
                       "เปิดสปีกเกอร์เลยคุณ ผมอยากฟังด้วย"
                       โศภีค้อนใส่ก่อนกดสปีกเกอร์ตามที่ดิตถ์บอก
                       "สวัสดีค่ะษมา มีธุระอะไรสำคัญเหรอคะ ถึงโทรมาหาโศได้"
                       เสียงษมาดังออกมาจากโทรศัพท์
       อ่านต่อพรุ่งนี้ เวลา 09.30น.

มนต์จันทรา ตอนที่ 9
        ษมามีน้ำเสียงเยาะหยันอยู่ในที
        "ได้ข่าวว่าคุณถูกลอบยิงเหรอครับโศ เป็นยังไงบ้างล่ะ"
        โศภีชักสีหน้าทันที เพราะคิดว่าเป็นฝีมือษมาเลยโกรธจัด
        "ฉันเพิ่งถูกลอบยิงไม่ถึงสิบนาที คุณรู้ได้ยังไง"
        ษมากำลังเดินคุยโทรศัพท์มือถืออยู่ที่สวนรีสอร์ต ษมาหัวเราะบอก
        "ไม่ใช่ฝีมือผมหรอกน่า ที่ผมรู้ ก็เพราะผมเดาเอาจากประสบการณ์"
        โศภีเหลือบไปสบตากับดิตถ์อย่างงงๆ ดิตถ์ก็ยักไหล่ไม่เข้าใจ โศภีถามกลับไป
        "พูดอะไรของคุณ ฉันไม่เข้าใจ"
        ษมายิ้มเจ้าเล่ห์
        "ตอนนี้ข่าวคุณกำลังดัง ความเคลื่อนไหวของคุณ ถูกจับตาทุกฝีก้าวแหละ"
        "ฉันมีข่าวอะไร"
        ษมายิ้มกวนๆบอก
        "อ้าว ก็ข่าวที่คุณเพิ่งได้สัมปทานคาสิโนที่เกาะพระฮามแทนผมไงครับ"
        ดิตถ์ และโศภี หน้าตาตกใจมาก
        "สัมปทานบ้าอะไร ฉันยังไม่ได้ซะหน่อย"
        "เหรอ งั้นคุณก็ต้องตามไปอธิบายเอาเองแล้วล่ะ เพราะมีคนเชื่อข่าวนี้อยู่เยอะ รวมทั้งไอ้พวกโลภมาก ที่ทำได้ทุกอย่าง เพื่อให้ได้สัมปทานด้วย โชคดีนะครับโศ ผมจะสวดมนต์ขอพรให้คุณปลอดภัย"
        ษมากดตัดสายไป โศภี เจ็บแค้นใจมาก
        "ซวยแล้วคุณโศ เจอมันย้อนศรเอาแบบนี้ คุณรีบหาที่ซ่อนตัวดีกว่า"
        โศภีชักร้อนตัว กลัวตาย
        "เพราะแผนการแกคนเดียว ทำฉันเดือนร้อนแล้วเห็นมั้ย"
        ดิตถ์ขี้ขลาด กลัวตายเหมือนกัน
        "ผมกลับก่อนดีกว่าคุณโศ บ้านคุณไม่ใช่ที่ปลอดภัยอีกต่อไปแล้วล่ะ"
        ดิตถ์รีบเดินเร็วออกไปจากบ้านทันที
        "ไอ้ดิตถ์ ไอ้ตาขาว ไอ้..." โศภีนึกคำด่าที่สาสมไม่ออก ได้แต่หงุดหงิดเจ็บใจ ก่อนจะมีสีหน้าหวาดระแวงห่วงความปลอดภัยของตัวเองขึ้นมาเหมือนกัน
       
        ในเวลาต่อเนื่องมา สาระวารีนั่งลงอย่างเซ็งๆ ที่ห้องนั่งเล่นที่บ้านพักรีสอร์ตษมาที่ตราด ษมาเดินยิ้มเข้ามาหาสาระวารี
        "ทำไมทำหน้าแบบนี้ล่ะ ผมเอาคืนได้บ้าง คุณไม่ดีใจเหรอ"
        สาระวารีหน้านิ่ง พูดประชด
        "ฉันก็ตื่นตูมเกินเหตุ ไม่เห็นจำเป็นต้องมาเลย คุณเป็นคนเก่ง จัดการทุกอย่างได้เองอยู่แล้ว มาให้เป็นตัวตลก"
        ษมาหน้าขรึมลง
        "ใครบอกล่ะครับ จริงๆเมื่อวานผมเครียดมากเลยนะ แต่ที่ทุกอย่างคลี่คลาย ผมมีพลังฮึดขึ้นสู้ได้ ก็เพราะได้เห็นหน้าคุณ"
        ษมาจ้องตาสาระวารีนิ่ง เธอเขินและชะงักไปเล็กน้อย เขาเดินมานั่งข้างๆ ค่อยๆจับมือเธอไว้อย่างทะนุถนอม
        " คุณเกลียดการพนัน เกลียดคาสิโน ถ้าผมถูกยกเลิกสัมปทานไปซะได้ คุณน่าจะสะใจมากกว่า แต่กลับไม่ใช่ คุณรีบมาที่นี่โดยไม่สนใจอะไรพวกนั้นเลย คุณมาเพราะแค่เป็นห่วงผมเท่านั้น"
        สาระวารีเหยียดปากหมั่นไส้ บ่นพึมพำ
        "คนแก่นี่ชอบคิดเองเออเองซะจริง"
        ษมาเชยคางเธอขึ้นมามองหน้า ทั้งคู่สบตากันนิ่ง ๆ
        "ผมไม่อยากให้คุณจากผมไปไหนอีกแล้วนะวารี"
        สาระวารีมองตาษมา กลืนน้ำลายแทบไม่ลงคอ ใจเต้นแทบระเบิด
        "เรา..."
        แต่ทันใดนั้น ก็ได้ยินเสียงลำแพงดังขัดขึ้น
        "คุณษมาคะ"
        ษมาและสาระวารีตกใจ จนรีบผละออกจากกัน หันไปเห็นลำแพงยืนอยู่หน้าห้อง ษมารีบปั้นหน้าปกติ แต่ยังดูไม่เนียนนัก
        "อ้าวลำแพง มาตั้งแต่เมื่อไหร่"
        "เพิ่งถึงเดี๋ยวนี้เองค่ะ ดิฉันกับเจ้าแลงเป็นห่วงคุณ ก็เลยออกจากเกาะยานกมาที่นี่ เผื่อมีอะไรจะช่วยคุณได้บ้าง"
        ลำแพงมองไปทางสาระวารี แววตาหมั่นไส้ปนชิงชัง
        "ไม่คิดว่า... จะมาขัดจังหวะ ช่วงเข้าด้ายเข้าเข็มพอดี"
        สาระวารีหลบสายตาด้วยความเขินอาย เช่นเดียวกับษมาที่มีท่าทางเก้อเขินขึ้นมา ลำแพงมองด้วยสายตาเย็นชา เกลียดชังริษยาถึงขีดสุด สะบัดหน้าพรืดออกไปทันที แลงหน้านิ่งๆ เดินตามพี่สาวออกไป
        สาระวารีลุกเดินเลี่ยงไปทางห้องพัก ษมาหันมองตาม สีหน้ายิ้มพอใจ สัมผัสได้ว่าเธอก็รู้สึกไม่ต่างกันกับ ความสัมพันธ์ที่มีความคืบหน้าขึ้น
       
        เวลาเย็น คนงาน 2 คนกำลังพักผ่อนอยู่ในห้องพักแห่งหนึ่ง คนหนึ่งดูทีวีอยู่ อีกคนเพิ่งเดินออกมาจากห้องน้ำ
        คนงานคนที่ 1ที่เพิ่งออกมาจากห้องน้ำถาม
        "นายดิตถ์โทรมารึยังวะ"
        คนงานคนที่ 2 ขณะนอนดูทีวี ตอบไป
        "ยังเลย"
        "อะไรวะ เรายัดยาในรถส่งสินค้าจนไอ้ษมาถูกจับตามสัญญาแล้ว ทำไมยังไม่จ่ายเงินส่วนที่เหลืออีกวะ"
        เสียงเคาะประตูดังขัดจังหวะ คนงานคนที่ 1 เดินไปส่องดูที่ตาแมว...เห็นเด็กหนุ่มยืนถือถุงใส่อาหารอยู่หน้าห้อง
        "ไอ้ท็อปมาแล้ว"
        คนงานคนที่ 2 บ่น
       
        "หิวเกือบตาย"

มนต์จันทรา ตอนที่ 9
        คนงานคนที่ 1เปิดประตูรับพร้อมต่อว่า
        "มึงไปซื้อถึงไหนวะไอ้ท็อป"
        ไม่คาดคิด... สมบูรณ์ พร้อมกับลูกน้องษมา 2-3 คนที่หลบอยู่ข้างประตูก็ปรากฏตัวขึ้น ล็อกตัวท็อปเอาไว้พร้อมจี้ปืนขู่คนงานทั้ง 2 คน
        คนงานทั้งสองตกใจ แต่ก็หนีไปทัน ได้แต่ยกมือเหนือหัวยอมแพ้
       
        เวลาหัวค่ำ หญิงสาวสีหน้าหวาดกลัวคุยโทรศัพท์มือถืออยู่กับคนงานคนที่ 1
        "พี่เป็นยังไงบ้าง"
        "ก็อยู่ในคุกน่ะสิวะ"
        ดิตถ์ปาดมือเข้ามาแย่งโทรศัพท์มือถือจากข้างหูหญิงสาวไปคุยเอง หญิงสาวสีหน้าหวาดกลัวรีบเดินไปกอดลูกที่มุมห้อง ดิตถ์คุยโทรศัพท์ต่อด้วยสีหน้าดุดัน
        "เงียบ แล้วฟังฉันให้ดี ยอมรับผิดไปซะ อย่าพูดพาดพิงอะไรถึงพวกฉันเด็ดขาด แล้วเงินส่วนที่เหลือ ฉันจะให้ลูกเมียแกเอาไว้ใช้ แต่ถ้าแกเอ่ยชื่อฉันแม้แต่คำเดียว คงไม่ต้องบอกนะ ว่าลูกเมียแกต้องเจออะไรบ้าง"
        ดิตถ์เหลือบตามองไปที่ลูกเมียของคนงานคนที่ 1 ด้วยแววตาดุดัน... สองแม่ลูกกอดกันกลมด้วยสีหน้าท่าทางหวาดกลัว ดิตถ์ฟังปลายสายก่อนจะสะแหยะยิ้มมุมปากอย่างพอใจ
       
        บ้านพักส่วนตัว ภายในรีสอร์ตษมาที่ตราดตอนหัวค่ำ ลำแพงกำลังรินน้ำจากเหยือกใส่แก้วให้สาระวารี ด้วยสีหน้านิ่งๆ สาระวารีตั้งท่าจะตักข้าวให้ษมา ลำแพงเสียงแข็งบอก
        "ไม่ต้องค่ะ เป็นหน้าที่ของดิฉัน"
        สาระวารีหยุดช่วย ไม่อยากขัดใจ เธอเลี่ยงที่จะยกแก้วน้ำขึ้นดื่มไป ลำแพงตักข้าวต่อไปตามหน้าที่ สีหน้านิ่งๆ ตักให้ษมาก่อน ษมาชวนสาระวารีคุยต่อไป
        "งานนี้ต้องชมจ่าบูรณ์ อุตส่าห์ไปตามล่าตัวไอ้สองคนนั่นมาจนได้ ไม่อย่างงั้น ผมคงต้องพิสูจน์ความบริสุทธิ์กันอีกยาว"
        สาระวารียิ้มดีใจ ลำแพงตักข้าวให้สาระวารี
        "จบได้เร็วก็ดีแล้วล่ะค่ะ ไม่งั้นโดนยกเลิกสัมปทานขึ้นมา ฉันขี้เกียจต้องมานั่งปลอบใจไปสมน้ำหน้าคุณไป"
        ษมาสีหน้าน้อยใจ
        "แล้วทำไมต้องสมน้ำหน้าผมด้วยล่ะ คาสิโนผมจะสร้างประโยชน์ตั้งเยอะ แต่คุณเลือกที่จะปิดหูปิดตาไม่ยอมมองเอง"
        ลำแพงชายหางตามองสาระวารีอย่างชิงชัง ษมาหันไปพูดกับลำแพง
        "ลำแพงมีอะไรก็ไปทำเถอะ ไม่ต้องอยู่รับใช้ฉันหรอก"
        "ค่ะคุณษมา"
        ลำแพงเดินเลี่ยงออกจากห้องไป
        "ประโยชน์เยอะ แต่ข้อเสียมีเยอะกว่า เพราะฉะนั้น ถ้าไม่สร้างได้ เป็นดีที่สุด"
        สาระวารีหยิบแก้วน้ำขึ้นมาจิบอีกครั้ง ษมาถอนใจอย่างเซ็ง
        "ไหนๆคุณก็มาแล้ว อยู่ทำข่าวพลอยต่อเลยมั้ย จะได้ไม่ต้องเทียวไปเทียวมา"
        "บอกอยังไม่ได้อนุมัติเลยค่ะ จะทำได้ยังไง แค่ฉันโดดงานมานี่กลับไปก็โดนด่าหูชาไป 3 วัน 7 วันแล้วล่ะ"
        ทันใดนั้น สาระวารีก็เกิดปวดท้องขึ้นมา
        "โอ๊ย"
        ษมาตกใจถาม
        "เป็นอะไรครับ"
        สาระวารีปวดท้องหนักขึ้นเรื่อยๆ...โอ๊ย...
        ษมาตกใจมาก รีบลุกเข้าไปประคอง
        "เป็นอะไรวารี"
        ลำแพงแอบดูสาระวารีที่ปวดท้อง ด้วยสีหน้าสาแก่ใจ
       
        เวลากลางคืน ต่อมา หมอกำลังตรวจอาการสาระวารีที่นอนอยู่บนเตียงในห้องตรวจ โดยมีษมายืนอยู่ใกล้ๆด้วยความเป็นห่วง
        "แน่ใจนะครับ ว่าไม่เคยมีประวัติแพ้อาหารอะไรมาก่อน"
        สาระวารีลุกขึ้นนั่ง
        "แน่ใจค่ะ เคยเป็นอาหารเป็นพิษบ้าง แต่นานๆ จะเป็นซักครั้ง แล้วอาหารที่ทานช่วงวันสองวันนี้ก็เป็นอาหารปกติทั่วๆไป ไม่ได้กินอะไรแปลกพิสดารเลยค่ะหมอ"
        ษมารีบเสริม
        "ผมเองก็ทานเหมือนๆกับวารีทั้งวัน ถ้ามีอะไรผิดสำแดง ผมก็น่าจะเป็นด้วยสิครับหมอ"
        หมอหันมาถามวารี
        "แล้วตอนนี้ยังปวดท้องอยู่รึเปล่าครับ"
        สาระวารีเดินมานั่งตรงข้ามหมอ
        "ไม่ปวดแล้วค่ะ แต่รู้สึกเพลียๆไม่ค่อยมีแรง"
        "งั้นเดี๋ยวหมอจะจัดยาไปเผื่อไว้ให้แล้วกันนะครับ"
        "ค่ะคุณหมอ"
        สาระวารี ๆ รู้สึกแปลกใจกับอาการปวดท้องแปลกๆ ที่เกิดขึ้นกับตัวเอง
       
        ผ่านเวลาซักครู่ บริเวณสวนหย่อมรีสอร์ตษมา ลำแพงตบหน้าแลงจนหัน สีหน้าแววตาลำแพงเต็มไปด้วยความโกรธจัด ราวกับจะฆ่าให้ตายคามือ... ขณะที่แลงกลัวพี่สาวมาก
        "พี่มาตบหน้าฉันทำไม"
        ลำแพงกระชากคอเสื้อแลง
        "ยังมีหน้ามาถามอีก เมื่อกี๊คุณษมาโทรมาบอกว่า อีนักข่าวนั่นหายดีแล้ว มันจะหายได้ยังไง ถ้าแกไม่แอบทำให้ยาของฉันเจือจาง ถ้าแกไม่มาสาระแนเรื่องของฉัน ป่านนี้อีนั่นมันตายไปแล้ว"
        "แต่ฉันทำเพื่อพี่นะ คิดดูสิ ถ้ามันตาย ตำรวจก็ต้องเข้ามาสืบ แล้วคนที่ดูแลเรื่องอาหารก็มีแต่พี่ แล้วพี่จะหนีพ้นความผิดเหรอ"
        ลำแพงตะคอก สีหน้าแววตาเจ็บช้ำ
        "แล้วแกจะยอมปล่อยให้มันแย่งคุณษมาไปจากฉันง่ายๆ รึไง"
        ลำแพงแววตาโกรธจัด เริ่มมีอาการทางจิตอ่อน ส่อแววออกมาให้เห็น
        " ไม่ใช่อย่างนั้นนะพี่ แต่ฉันอยากให้พี่ใจเย็นๆ เอาไว้ก่อน จำตอนคุณภูผาได้มั้ยพี่แพง เราค่อยๆทำให้มันตายช้าๆ เห็นมั้ย ไม่มีใครสงสัยพวกเราเลย"
       
        ลำแพงคิดตามแล้วสงบลง ยอมปล่อยตัวน้องชายออกไป แลงรีบถอยห่างไปตั้งหลัก ดูกลัวๆ พี่สาวอยู่มาก ลำแพงค่อยๆ เผยอยิ้มมุมปากออกมาอย่างพอใจ แล้วคิดถึงเรื่องเจ้าของเกาะคนเก่าที่ตนฆ่าทิ้งไป
       
       อ่านต่อเวลา 17.00น.

หน้าที่แล้ว
1 | 2 | 3 | 4
หน้าถัดไป
ข่าวล่าสุด ในหมวด
มนต์จันทรา ตอนที่ 13 อวสาน
มนต์จันทรา ตอนที่ 12
มนต์จันทรา ตอนที่ 11
มนต์จันทรา ตอนที่ 10
มนต์จันทรา ตอนที่ 9
เครื่องมือจัดการเว็บ
ส่งบทความนี้ต่อ
พิมพ์หน้านี้
ข่าวที่มีผู้ส่งมากที่สุด
แสดงผลหน้าเดียว
จำนวนคนโหวต 90 คน
คุณเห็นด้วยกับข่าว/บทความนี้หรือไม่
เห็นด้วย ไม่เห็นด้วย
เห็นด้วย 89 คน
99 %
ไม่เห็นด้วย 1 คน
1 %
คุณสามารถแสดงความคิดเห็นผ่านบัญชีของเฟซบุกได้แล้ววันนี้ กดที่ปุ่มด้านล่างนี้เลย!

 
หนังสือพิมพ์: ASTV ผู้จัดการออนไลน์ | ASTV ผู้จัดการรายวัน | นิตยสารผู้จัดการ 360° | Positioning | ASTV News1
มุม: การเมือง | อาชญากรรม | คุณภาพชีวิต | ภูมิภาค | ต่างประเทศ | มุมจีน | ธุรกิจ | หุ้น | SMEs | Motoring
CyberBiz | วิทยาศาสตร์ | เกม | กีฬา | บันเทิง | Life on Campus | Celeb Online | ท่องเที่ยว | ธรรมะกับชีวิต | Multimedia
เว็บ: Asia Times | บุรพัฒน์ คอมมิคส์ | Mars Magazine | ทะเลไทย | คุยกับเว็บมาสเตอร์ | โฆษณาบนเว็บ
All site contents copyright ©1999-2015