หน้าแรกผู้จัดการ Online | หน้าแรกละครออนไลน์ | ละครออนไลน์
ละครออนไลน์ วันนี้ที่รอคอย

วันนี้ที่รอคอย ตอนที่ 1

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์
5 มิถุนายน 2556 15:08 น.
หน้าที่แล้ว
1 | 2 | 3 | 4
หน้าถัดไป
วันนี้ที่รอคอย ตอนที่ 1
        วันนี้ที่รอคอย ตอนที่ 1 (ต่อ)
       
       ฉินเจียงเดินเหวี่ยงวีนกลบความเสียฟอร์มขึ้นท่าเรือมา
       
       “ก็ไอ้พวกนั้นมันก็มาหาเรื่องผมก่อน ผมพาแฟนมานั่งเรือเล่นของผมอยู่ดีๆ”
       “ถ้าคิดจะโกหกกันล่ะก็ หัดสร้างเรื่องให้มันฉลาดกว่านี้หน่อย”
       “เว้ย จะอธิบายยังไง พี่ใหญ่ก็ไม่เชื่ออยู่ดีนั่นแหละ”
       “ฉินเจียง...ถ้าเต้ยังมีชีวิตอยู่” ฉินเจียงหันขวับ
       “เต้ตายไปนานแล้ว แล้วหลังจากที่เต้ตาย คนที่เต้เก็บมาจากถังขยะหน้าโบสถ์ก็ทำทุกอย่าง เพื่อทำลายลูกชายคนเดียว ลูกชายที่แท้จริงของเต้”
       จ้าวซันส่ายหน้า ถอดแว่นออก
       “จ้าวฉินเจียง ไม่มีใครทำลายแก มีแต่ตัวแก ที่จะทำลายตัวเอง แกคบคนชั่ว ที่ชักพาแกไปในทางหายนะ”
       ซูหลิงที่ตามมาหน้าซีด
       “คุณชายใหญ่คะ...”
       “ผมไม่ได้หมายถึงคุณ ซูหลิง”
       เกาเฟยเดินเข้ามา
       “คุณชายใหญ่หมายถึงผมมากกว่า ใช่ไหมครับ? คุณชายใหญ่ก็ “สั่ง” ให้คุณชายรองไล่ผมออกเลยสิครับ”
       จ้าวซันไม่สนใจเกาเฟย
       “ฉินเจียง เข้าไปประชุมที่ฉินเย่ว์กรุ๊ปบ้าง ฉันมีเรื่องสำคัญจะปรึกษา แกควรจะสนใจธุรกิจของครอบครัวมากกว่าธุรกิจต้องห้ามพวกนี้”
       “อะไรคือธุรกิจต้องห้าม” ฉินเจียงย้อนถาม จ้าวซันก้าวมาเผชิญหน้า
       “ค้ายา ค้าคน ค้าอาวุธ 3 ธุรกิจต้องห้าม ที่เต้สั่งไว้เด็ดขาด ว่าไม่ให้คนตระกูลจ้าวเข้าไปข้องเกี่ยว แกจำไม่ได้หรือ”
       “พี่คิดว่าตัวเองเป็นใคร ถึงได้ตามจิกผมนัก นึกว่าตัวเองเป็นตำรวจหรือไง”
       “ถ้าเมื่อกี้ฉันมาช้ากว่านี้...”
       “จะบอกว่าผมเป็นหนี้บุญคุณพี่ใช่ไหม”
       “ก็ดีแค่ไหนแล้ว ที่ชั้นเป็นคนมาเจอแกแทนที่จะเป็นตำรวจ”
       “แล้วมันมีอะไรไหมล่ะ พี่ก็ค้นเรือผมแล้ว เจออะไรบ้างล่ะ”
       “ฉินเจียง ถ้าขนาดชั้นยังรู้ ว่าแกทำอะไร อยู่ที่ไหน แล้วแกคิดว่าตำรวจเขาจะไม่รู้หรือไง”
       “ใครมันจะเป็นคนไปบอกตำรวจล่ะ”
       “ชั้นจะไปรู้เหรอ อาจจะเป็นแหล่งข่าวคนเดียวกับที่ส่งข่าวให้ชั้นก็ได้”
       “โอเคๆ ผมมันพลาดไปแล้ว ขอบคุณครับๆ คุณชายใหญ่ ที่มาช่วยชีวิตผมจากพวกโจร พอใจหรือยัง” ฉินเจียงประชด
       เต๋อเป่า วิ่งรีบร้อนเข้ามา เห็นเกาเฟย ฉินเจียง แล้วหันมามองดูจ้าวซันห่วงๆ
       “คุณชายใหญ่ ไม่น่าจะมาคนเดียว”
       “ขืนรอแก แล้วจะทันไหม”
       จ้าวซันดุเต๋อเป่า ฉินเจียงจ้องเขม็ง เต๋อเป่าหันมา ก้มหัวให้
       “เอ่อ...คุณชายรองครับ เรียบร้อยแล้วนะครับ อาฉีบอก ขอเวลาซ่อมเรือ 2 วัน”
       “เฮอะ”
       “ขอบใจ เต๋อเป่า”
       “คุณชายใหญ่ครับ ใกล้ถึงเวลานัดแล้วนะครับ” จ้าวซันดูนาฬิกา
       “ยังทัน” จ้าวซันหันมามองฉินเจียง แล้วก้าวเข้าไปหา พูดแบบสำทับ “หวังว่าประชุมบริษัทฉินเย่ว์กรุ๊ปคราวหน้า ไท้เผ่งคงเข้ามาเป็นประธานในที่ประชุมนะครับ เทเรซ่าบอกว่า แจ้งไปแล้ว คอนเฟิร์มแล้วด้วย อย่าอ้างว่าไม่มีใครเชิญ”
       ฉินเจียงผงะ จ้าวซันหันกลับเดินจากไปแบบเท่ๆ เต๋อเป่าหันมากวาดตามองอีกที แล้วรีบประกบหลังจ้าวซันไป
       ฉินเจียงมองตาม ทั้งแค้นทั้งเสียหน้า ซูหลิงเข้ากอดแขน แต่ฉินเจียงไม่สน เกาเฟยแอบถอนหายใจ โล่งอก ปนสะใจ
       
       รถส่วนตัวจ้าวซัน ขับโดยเต๋อเป่า แล่นขึ้นเขาไปตามทาง ด้านนึงเป็นอ่าว อีกด้านนึงคือเชิงเขาและบ้านสวยๆ ป่าสน จ้าวซันกดโทรศัพท์ ฟังรอสายซักพัก
       “อาหลี่ เครื่องลงตามกำหนดหรือเปล่า ไม่เลทนะ...ดี...แกจัดการดูแลให้เรียบร้อยตามที่สั่งด้วย อย่าให้ผิดพลาดเด็ดขาดเลยนะ”
       “ที่จริง คุณชายตั้งใจจะไปรับเองนี่ครับ”
       “ใช่ แต่บังเอิญมันมีอะไรเข้ามาแทรกหลายอย่าง ไม่งั้นชั้นควรจะได้ดูแลเขาด้วยตัวเอง”
       
       จ้าวซันหน้าขรึม ครุ่นคิด แววตาอ่อนโยนลง

วันนี้ที่รอคอย ตอนที่ 1
        จ้าวซันคิดถึงเหตุการณ์ในอดีตตอนที่อยู่หมู่บ้านล้านนาไทยริมน้ำ อีกด้านหนึ่งของหมู่บ้านมีโบสถ์คริสต์เล็กๆ
       
       ลานหน้าโบสถ์คริสต์ มีต้นไม้เขียวสวยงาม เด็กอนุบาลหญิงในชุดฟ้อนแบบล้านนา เกล้ามวย ติดดอกไม้ห้อยชาย กำลังฟ้อนน้อยไจยากันอยู่
       
       ส่วนด้านหนึ่งมีวงสะล้อซอซึงและนักร้อง กำลังขับร้องและบรรเลงสด และด้านหนึ่งคือพวกผู้ปกครอง รวมทั้งพระเทวีศุลีมาน คำฝายและน่านปิงนรเทพในวัย 12 ปี ซึ่งก็คือจ้าวซันนั่นเอง ทุกคนแต่งตัวปกติกลมกลืนกับชาวบ้าน แต่ดูผู้ดีกว่า ด้านนึงมีครู หลวงพ่อโยเซฟ
       ในหมู่เด็กทั้งหมด 7 คน มีม่านฟ้า หรือเมย ฟ้อนเป็นตัวกลาง สวย เด่น รำเก่ง พระเทวีศุลีมาน คำฝาย และน่านปิงนรเทพ ปลาบปลื้ม ตื้นตัน
       ม่านฟ้าฟ้อน เอียงขวาซ้าย โปรยยิ้มอย่างสวยงาม น่านปิงนรเทพมองแล้วขำ ยิ้ม หัวเราะออกมา หลวงพ่อโยเซฟมองมาทางพระเทวีศุลีมาน พระเทวีศุลีมานพยักหน้าตอบ หลวงพ่อก้มหัว เป็นเชิงรับคำ
       ม่านฟ้าและเพื่อนๆ รำกันจนจบเพลง ผู้ปกครองทั้งหลายตบมือกราว บางคนที่มีกล้อง เข้าไปถ่ายรูปเด็กๆ กัน
       
       หลังการแสดงเสร็จ ม่านฟ้ากำลังเดินแกมวิ่งกลับบ้าน โดยมีคำฝายจูง มือนึงถือไอติมแท่งที่เป็นหวานเย็นแทะไปพลาง สลับกับร้องเพลงที่ตัวเองเพิ่งรำไปพลาง
       “ไม่ผัน ไม่แปร ความรักที่แน่แก่ใจ ไม่มีรักใด ดังรักของน้อยไจยา...”
       หลวงพ่อโยเซฟ พระเทวีศุลีมาน น่านปิงนรเทพเดินคุยกันไปอย่างขรึมๆ ตามหลัง
       “เลี้ยงเขามาตั้งแต่แบเบาะ รักเขาเหมือนลูกในไส้ แต่ใครจะรู้ ว่าเราจะมีชีวิตยืนยาวเพียงใดที่จะคอยดูแลเขา ฉันไม่ต้องการให้เขาต้องหมกตัวอยู่ในป่าดอย”
       “แต่ลูกดูแลเมยได้ แล้วที่นี่ พวกเราก็อยู่กันอย่างสุขสงบพอแล้วนะครับ เจ้าแม่”
       “สุขสงบนั่นก็จริง แต่วันหนึ่งน่านปิงก็ต้องไปเรียนต่อ แม่ต้องการให้ลูกมีความรู้ความสามารถ แล้ววันนึง...หากแม่เป็นอะไรไป ตอนที่น่านปิงก็ไม่อยู่ แล้วจะให้เมยเป็นเด็กผู้หญิงโง่เง่า เยี่ยงข้าทาสที่รอคอยเจ้านายอยู่กับบ้านอย่างนั้นหรือ ให้เขาไปเสียตอนนี้ ก่อนจะจดจำอะไรต่อมิอะไรได้มากกว่านี้”
       “ทำไมครับ ทำไมเจ้าแม่ไม่อยากให้เมย...จดจำอะไรๆ”
       พระเทวีศุลีมานถอนใจ จับมือน่านปิงนรเทพมาบีบ
       “ชีวิตของเมย ควรจะมีความสุขมากกว่าชีวิตของลูกไงล่ะ น่านปิงแม่เพิ่งไปอธิษฐานกับพระเจ้า บอกกล่าวให้อินปงกับจันทร์แรม พ่อแม่ของเมยให้รับรู้ว่าเราจะทำให้เมยได้มีชีวิตที่มีความสุขที่สุด สมบูรณ์แบบที่สุด และมั่นคงยั่งยืน ไม่โลดโผนหรือต้องเสี่ยงอะไรอีก”
       “เจ้าไม่ต้องห่วง คนที่จะเลี้ยงดูเมย เป็นคนมียศถาบรรดาศักดิ์ ไว้ใจได้ สามีเป็นนายทหารชั้นผู้ใหญ่ ภรรยาเป็นอาจารย์ในมหาวิทยาลัยในกรุงเทพฯ และเป็นทายาทตระกูลเจ้าทางเหนือของไทย ที่เป็นเจ้าของกิจการโรงงานอุตสาหกรรมทอผ้าไหมที่ลำพูนด้วย” หลวงพ่อโยเซฟบอก
       “แล้วลูกจะได้เจอกับเมยอีกไหม”
       ม่านฟ้าไม่รู้เรื่องกินไอติมอย่างเอร็ดอร่อย พลางร้องเพลง
       “มวลดอกไม้ มีเสน่ห์...ที่เกสร...ฝูงภมร...”
       คำฝายที่พูดไม่ได้ พยายามส่งภาษาใบ้ ว่าเวลากิน อย่าร้องเพลงๆ ม่านฟ้าทำหน้าดื้อใส่ น่านปิงนรเทพมองตามม่านฟ้าไปอย่างเศร้าๆ
       
       วันต่อมาม่านฟ้าอยู่ในชุดพร้อมเดินทาง โดยมีคำฝายวิ่งตาม พยายามจะเอามาลัยมะลิล้อมผมที่เกล้าเป็นมวยกลางกระหม่อมให้ พูดแบบใบ้ๆ ว่าอยู่นิ่งๆ หน่อย อย่าซนนัก จะได้สวยๆ ม่านฟ้าวิ่งมาหาน่านปิงนรเทพที่ยืนหงุดหงิดอยู่
       “พี่เจ้า พี่เจ้า เมยจะไปแอ่วแล้วเน่อเจ้า”
       น่านปิงนรเทพดึงแขนไว้ แกล้งพูด
       “พี่ไม่ให้เมยไป”
       ม่านฟ้าสะบัด แล้วถอยมา ก่อนจะแลบลิ้นให้
       “แบร่ พี่เจ้าไม่ได้ไป สมน้ำหน้า กะลาหัวเจาะ พี่เจ้าต้องอยู่เฝ้าบ้านคนเดียว กุ๋ยๆๆๆ”
       พระเทวีศุลีมานเดินขึ้นเรือนมา
       “แต่งตัวเสร็จหรือยัง เมย คำฝาย พาไปได้แล้ว คุณพ่อมารอนานแล้ว”
       ม่านฟ้ารีบเข้าไปจูงมือคำฝาย
       “เร็วๆๆ คำฝาย เราไปหาคุณพ่อกัน วันนี้คุณพ่อจะพาเมยไปแอ่วเวียง ไปกินไอติม ไปดูการ์ตูนเรื่องซินเดอริลล่าโตยเน่อ” ม่านฟ้าพูดอวด เพื่อยั่วให้น่านปิงนรเทพอิจฉา
       “ซินเดอเรลล่า ไม่ใช่ริลล่า ริลล่านั่นมันกอริลล่าแล้ว” น่านปิงนรเทพบอก ม่านฟ้าหันมา แล่บลิ้น
       “เจ้าพี่น่ะสิ กอริลล่า” ม่านฟ้าทำหน้าลิง แล้ววิ่งไปลากมือคำฝาย พาวิ่งลงเรือนไป น่านปิงนรเทพลุกขึ้น จะตามไป
       “เมย”
       พระเทวีศุลีมานเข้ามาจับมือไว้
       “เราพูดกันแล้วนะลูก เพื่ออนาคตของน้องเราต้องให้เขาไป อีกอย่างลูกก็รู้ว่าไม่ใช่เรื่องอนาคตอย่างเดียว แต่เป็นเรื่องความปลอดภัยด้วย..แม่ยอมรับ..ว่าแม่มีความสามารถพอที่จะ..ปกป้องเมยได้ ถ้าหากว่า...พวกมัน...” พระเทวีศุลีมานเงียบไป “สำหรับลูก แม่ไม่ห่วง แต่ชีวิตม่านฟ้า แม่ต้องตอบแทนความดีของพ่อแม่เขา ด้วยการทำให้ชีวิตม่านฟ้ามีแต่ความสุข”
       
       น่านปิงนรเทพฟังอย่างยอมรับ แต่ก็อดไม่ได้ที่จะวิ่งตามลงเรือนไป

วันนี้ที่รอคอย ตอนที่ 1
        น่านปิงนรเทพวิ่งลงมาจากเรือน แล้วตรงไปที่ท่าเรือริมแม่น้ำ แต่ก็ต้องชะงักเมื่อเห็นหลวงพ่อโยเซฟจูงม่านฟ้าที่กระโดดลั้นลาร่าเริง กำลังก้าวลงเรือไป
       
       น่านปิงนรเทพหยุดยืน น้ำตาคลอ พยายามกลั้นน้ำตา คำฝายเดินเข้ามาแล้วคุกเข่าลง จับมือน่านปิงนรเทพมากุมไว้ ขณะเงยหน้า พยายามพูดประสาคนใบ้
       “ถ้าเจ้ากับเมยมีวาสนาต่อกัน จะต้องได้พบกันอีก” น่านปิงนรเทพพยายามแปล
       “ถ้าเรากับเมย มีวาสนาต่อกัน จะต้องได้พบกันอีก”
       “จะไม่มีสิ่งใดในโลก ที่จะมาขวางกั้นเราได้”
       “จะไม่มีสิ่งใดในโลก ที่จะมาขวางกั้นเราได้”
       “เราจะต้องรอ รอจนกว่าจะถึงวันนั้น”
       น่านปิงนรเทพตีความอย่างมั่นใจ
       “เราจะต้องรอ รอจนกว่าจะถึงวันนั้น”
       คำฝายพยักหน้า ยิ้มทั้งน้ำตา ดีใจ ที่น่านปิงนรเทพเข้าใจภาษาใบ้ของตน คำฝายจับมือน่านปิงนรเทพมาจูบและทูนบนหัว แหวนที่นิ้วชี้น่านปิงนรเทพหัวสตาร์แซฟไฟร์สีน้ำเงินเข้มวาบแสง
       
       จ้าวซันนั่งอยู่ในรถ แววตามุ่งมั่น เต็มไปด้วยความตั้งใจแน่วแน่ เปี่ยมพลัง จ้าวซันนึกได้ดูนาฬิกาแล้วทำหน้าตื่นเต้น
       “ได้เวลาแลนดิ้งแล้ว”
       
       ที่สนามบินเช็ค แลบ ก๊อก เครื่องบินสายที่มาจากลอสแองเจลิสกำลังลดระดับลงแลนดิ้ง เสียงบราลีดังขึ้น
       “อะไรนะ...หลินจื้อเหม่ย เธอล้อชั้นเล่นหรือเปล่า เธอบอกเองนะว่าให้ชั้นมาเที่ยว เธอจะเป็นคนดูแลทุกอย่าง”
       บราลี มีผมยาวหยักศกฟู รวบไว้หลวมๆ หน้าใสสะอาด โชว์ผิวสวยผ่องของสาวรุ่น สะพายกระเป๋าเก๋ มีสไตล์ ดูเป็นของมีดีไซน์ แต่ไม่ใช่ของแบรนด์ดัง ดูเป็นสาวมาดอาร์ททิสต์ มีความเซอร์ มีแคแร็คเตอร์เชื่อมั่นสูง ไม่ใช่หญิงบ้าแฟชั่น อีกมือลากกระเป๋าแบบมีล้อ ใบขนาดกลางๆ แบบใช้สำหรับการไปเที่ยวไม่กี่วัน บราลีเดินฉับๆ อย่างปราดเปรียว ไม่เกรงกลัวใคร พลางพูดโทรศัพท์สมาร์ทโฟนไปพลาง ด้วยน้ำเสียงแสดงถึงความมั่นใจมาก แต่ไม่ใช่แบบเปรี้ยว และไม่ก้าวร้าว มีความนุ่มนวลพอควร
       “แล้วนี่เธอว้อทสแอ๊พมาบอกว่าเธอไม่อยู่ฮ่องกงแล้วเนี่ยนะ แล้วดันว้อทสแอ๊พมาตอนชั้นกำลังบิน แล้วให้ชั้นมาเปิดเครื่องเจอตอนแลนดิ้งมาแล้วเนี่ยนะ ยัยหลินจื้อเหม่ย! ชั้นจะฆ่าเธอ” บราลีฟังคำชี้แจง แล้วอึ้ง เสียงอ่อนลง
       “อะไรนะ ไปเยี่ยมคุณย่าที่เฉิงตู...คุณย่าป่วยหนักกะทันหันเหรอ แล้วเธอจะให้ชั้นทำยังไง...ให้ชั้นเที่ยวคนเดียวรอเธอก่อน 2-3 วันเหรอ..ยัยบ๊องเอ๊ย...เออๆๆ โอเคๆๆ แค่นี้นะ”
       บราลีกดวางสายแล้วทำหน้าปลอบใจตัวเอง ว่าไม่เป็นไร ฮึดสู้ แล้วกดอีกเบอร์ที่เม็มไว้ รอคนรับ
       
       สุริยะนั่งอ่านหนังสือพิมพ์พลางจิบกาแฟ ที่หน้าร้านกาแฟ สุริยะชะงักนิดนึงเมื่อเสียงโทดัง ท่าทางคาดอยู่แล้ว ว่าจะโดนโทรหาจึงไม่ได้แปลกใจอะไร สุริยะดูนาฬิกาแล้วเอาบลูทูธมาใส่หู กดรับ
       “บรีหรือลูก พ่อรู้เรื่องหมดแล้วนะ”
       บราลี ที่หยุดยืนพูดแบบแปลกใจ
       “พ่อรู้เรื่อง”
       สุริยะลุก เดินไปเดินมาวนๆ ระบายความยุ่งยากใจนิดหน่อย
       “ก็เรื่องหลินจื้อเหม่ยไปรับลูกที่แอร์พอร์ทไม่ได้น่ะสิ”
       “หลินจื้อเหม่ยบอกพ่อหรือคะ”
       “พ่อโทรไปหาเค้า ก่อนลูกจะถึงซัก 2 ชั่วโมงที่แล้วนี่เอง ถามเค้าเรื่องลูกว่าจะอยู่เที่ยวกันกี่วัน จะไปไหนอะไรยังไงบ้าง...ก็พ่อห่วงลูกนี่นา หลินจื้อเหม่ยก็เลยบอกพ่อแล้ว ทั้งหมด”
       “แล้วเค้าบอกพ่อหรือเปล่าคะ ว่าเค้าจะให้หนูเที่ยวคนเดียว แบบนี้หนูหาไฟลท์กลับไปหาพ่อที่กรุงเทพวันนี้เลยดีกว่า ฮ่องกง กรุงเทพ ไม่น่าจะหาตั๋วยากนะคะ” บราลีหันหลังกลับจะไปหาเคาน์เตอร์ขายตั๋ว
       “ใจเย็นๆ บรี บ้านเราที่กรุงเทพฯมันไม่หนีลูกไปไหนหรอกจ้ะ พ่อจัดการแก้ปัญหาให้ลูกแล้ว ลูกออกมาข้างหน้าสนามบินเลยนะ จะมีรถมารอรับลูก อยู่แล้ว”
       “รถมารอรับ รถใคร รับไปไหน อะไรยังไงคะพ่อ” บราลีถามเป็นชุดแล้วหันไปทางด้านหน้า
       “เพื่อนของพ่อ เขารับอาสาจะดูแลลูกอย่างดี ตลอดเวลาที่ลูกรอหลินจื้อเหม่ย...ทั้งที่พัก...แล้วก็...ทุกอย่าง เขาจะเป็นคนพาลูกไปเที่ยวที่ๆ สนุกๆ พาไปกินอะไรอร่อยๆ ลูกไม่ต้องเกรงใจเลย เพื่อนพ่อคนนี้ เขาเป็นคนดีมาก” สุริยะทำเสียงร่าเริง
       “เพื่อนพ่อ! เพื่อนพ่อเหรอคะ จะพาลูกเที่ยว ตายแล้ว พ่อขา จะให้ลูกเที่ยวกะพวกอาแปะอาเจ่กที่ไหนก็ไม่รู้ ลูกจะสนุกเหรอคะ”
       “สนุกสิ บรี เพื่อนพ่อคนนี้เค้าไม่ใช่คนธรรมดา พ่อรับประกันว่าลูกจะชอบฮ่องกงมากๆ เลย อ้อ คนรถที่จะมารับลูก ชื่ออาหลี่นะ พูดภาษาอังกฤษได้ หน้าตาเหมือนคนรถไทยๆ บ้านๆ เรานี่แหละ กิริยามารยาทดี สุภาพเรียบร้อย have a good time in hongkong นะลูก” สุริยะกดวาง แล้วยืนอึ้งๆ นิดนึง รู้สึกห่วงเหมือนกัน แต่ตัดใจในที่สุด
       บราลีอึ้งๆ เดินไป บ่นไป ออกมาหน้าประตูอาคารพอดี
       “อะไรกัน ยังพูดไม่ทันรู้เรื่องเลย พ่อนะพ่อ...โธ่”
       บราลีมองไปข้างหน้าแล้วชะงัก เมื่อเห็นอาหลี่ยืนอยู่ ในมือถือป้ายเขียนเป็นภาษาอังกฤษว่า WELCOME MISS BARALI BHIMAMONTRI ยืนยิ้มแฉ่ง มองมาทางบราลีเป๋ง เหมือนรู้จักกันดี บราลียืนอึ้งๆ ยิ้มแบบมึนๆ
       อาหลี่เข้ามาหาบราลี ทำท่าพนมมือศอกฉากแบบเก้งก้าง
       “สวัสดีครับ มายเนมอิสอาหลี่ มาสเตอร์จ้าวซันให้ผมมารับคุณไปโฮเต็ลครับ มิสบาราลี ภีมามนตรี”
       “บราลี ภีมะมนตรีค่ะ” บราลีพูดแก้อย่างยิ้มแย้ม ไม่ซีเรียส “แต่คุณคงออกเสียงลำบาก”
       “ให้ผมบริการกระเป๋าเองครับ เชิญที่รถเลยครับ”
       “ขอบคุณค่ะ” บราลีมองหารถ “ ไหนคะ รถ”
       “นี่ไงครับ”
       อาหลี่ผายมือมาที่รถ ที่จอดตรงหน้าประตูนั้นอย่างไม่เกรงใจใคร มันคือรถหรูประจำตำแหน่งงานของจ้าวซัน บราลีมองรถ ตาโต อึ้ง ทึ่ง อาหลี่กุลีกุจอมาดึงคันจับลากกระเป๋าจากมือบราลี แล้วลากไป เปิดท้ายรถ แล้วยกกระเป๋าเข้าไปวางอย่างตั้งใจ
       
       บราลีกระพริบตาถี่ ยังงงไม่หาย

วันนี้ที่รอคอย ตอนที่ 1
        รถหรูแล่นมาตามถนน บราลีนั่งอย่างสบาย แล้วมองดูข้างทาง บราลีดูนั่นนี่อย่างสนใจ อาหลี่แอบมองอย่างสนใจ แต่ทำท่าสงบ สักพัก กระแอมขึ้น
       
       “อีก 10 นาทีจะถึงโฮเต็ลครับผม มาสเตอร์จ้าวซันเลือกโรงแรมนี้ เพราะเห็นทิวทัศน์ของฮ่องกงที่สวยมาก”
       บราลีดูนาฬิกาข้อมือ
       “มาสเตอร์จ้าวซัน...ท่าน...รออยู่ที่โฮเต็ลหรือคะ”
       “มิได้ขอรับ มาสเตอร์จ้าวซันทำงานอยู่ ท่านขอให้คุณพักผ่อนตามสบาย แล้วเลิกงานท่านจะมารับออกไปข้างนอกขอรับ”
       “มาสเตอร์ จ้าวซัน...ท่านทำงาน อะไรหรือคะ”
       “หลายอย่างครับ”
       “หลายอย่าง เช่นอะไรบ้างล่ะ”
       “ก็...ค้าขายบ้าง อะไรบ้าง”
       บราลีชักรู้สึกแปลกๆ
       “ค้าขาย...สินค้าอะไรล่ะคะ”
       “ก็...สินค้า...นั่นบ้าง นี่บ้าง...ครับ”
       บราลีอึ้งๆ สีหน้าตึง แล้วเมินไป เงียบกริบ ระงับอารมณ์ที่ชักขุ่นขึ้นมา อาหลี่ลอบมอง รู้สึกว่าคนนี้ไม่ธรรมดา ทึ่งๆ แล้วเอามือถือมากดส่งอะไรบางอย่าง
       
       อีกด้านหนึ่งที่ถนนบนเขา รถจ้าวซันแล่นขึ้นสูงมาเรื่อยๆ จนเห็นทะเลอยู่ต่ำลงไปมาก จ้าวซันมองดูมือถือ เห็นสติ๊กเกอร์การ์ตูนโอเคที่อาหลี่กดมา จึงดีใจและโล่งอก
       “อาหลี่รับแขกของชั้นออกมาเรียบร้อยแล้ว”
       จ้าวซันหมดห่วงไปเปลาะนึง สวมแว่นดำตามเดิม เอนพิงเบาะอย่างผ่อนคลาย ทันใดเต๋อเป่ามองในกระจกหลังแล้วทำหน้าผงะ
       “เจ๊ยยย”
       จ้าวซันมองบ้าง จึงเห็นรถสปอร์ตสีแดง ขับตามมา
       “อะไรกันนักหนา”
       รถสปอร์ตแดงพุ่งมา
       “เอาไงดีครับ”
       จ้าวซันส่ายหัว ไม่ตอบ เต๋อเป่ากดคันเร่งหนี รถสีแดงตามขึ้นมาอีก จ้าวซันทำหน้าเหนื่อย กอดอก ถอนใจ เบื่อๆ ปลงๆ เต๋อเป่าขับเลี้ยวลัดไปตามไหล่เขา
       ภายในรถสีแดงเหม่ยอิงเป็นคนขับ เหม่ยอิงเป็นสาวมาดธุรกิจ เสื้อผ้าจะเป็นยี่ห้อแบรนด์เนมดังแบบโก้เรียบสูงค่า มินิมั่ลลิสซึ่ม และสปอร์ต เหม่ยอิงขับรถตามจ้าวซันไปอย่างต้องจิกเอาชนะให้ได้ ไม่ยอมให้หนีซึ่งหน้า
       รถจ้าวซันแซงรถตู้ที่วิ่งอืดๆ ไป รถเหม่ยอิงจะแซงบ้าง พอดีมีรถสวนลงมา เหม่ยอิงจำต้องหลบเข้ามารอ พอรถที่สวนมานั้นพ้นไป เหม่ยอิงกดเต็มรีบแซงปรู๊ดปรี๊ดปร๊าด รถจ้าวซันยังแล่นพุ่งหนีไปอย่างเร็ว เหม่ยอิงทำหน้าไม่ยอมแพ้ ซิ่งตามสุดๆ
       ที่ถนนใกล้ถึงโบสถ์ จ้าวซันมองกระจกหลัง เห็นเหม่ยอิงตามไม่ลดละ
       “เต๋อเป่า พอเถอะ ชั้นไม่อยากมีปัญหา จอดคุยกะเค้าหน่อย”
       เต๋อเป่าเบารถ ชะลอ แล้วเลี้ยวหักหัวเข้าจอดหน้าทางเข้าโบสถ์
       
       จ้าวซันเปิดประตูรถลงไป ยืนรอแบบเอาไงเอากัน
       
       อ่านต่อหน้า 3

หน้าที่แล้ว
1 | 2 | 3 | 4
หน้าถัดไป
ข่าวล่าสุด ในหมวด
วันนี้ที่รอคอย ตอนที่ 23 จบบริบูรณ์
วันนี้ที่รอคอย ตอนที่ 22
วันนี้ที่รอคอย ตอนที่ 21
วันนี้ที่รอคอย ตอนที่ 20
วันนี้ที่รอคอย ตอนที่ 19
เครื่องมือจัดการเว็บ
ส่งบทความนี้ต่อ
พิมพ์หน้านี้
ข่าวที่มีผู้ส่งมากที่สุด
แสดงผลหน้าเดียว
จำนวนคนโหวต 12 คน
คุณเห็นด้วยกับข่าว/บทความนี้หรือไม่
เห็นด้วย ไม่เห็นด้วย
เห็นด้วย 12 คน
100 %
ยังไม่มีผู้ไม่เห็นด้วย
0 %
โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความคิดเห็น
1. โปรดงดเว้น การใช้คำหยาบคาย ส่อเสียด ดูหมิ่น กล่าวหาให้ร้าย สร้างความแตกแยก หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
2. ทุกความคิดเห็นไม่เกี่ยวข้องกับผู้ดำเนินการเว็บไซต์ และไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมายได้
3. ทีมงานเว็บมาสเตอร์ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
4. เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
5. ผู้ร่วมแสดงความคิดเห็นสามารถร่วมตรวจสอบข้อความที่ไม่เหมาะสมได้ โดยการกดปุ่ม "แจ้งลบ" หรือส่งอีเมลแจ้งมาที่ cs@astvmanager.com หรือ cs.astvmanager@gmail.com ซึ่งทีมงานจะทำการตรวจสอบ และลบข้อความดังกล่าวโดยเร็วที่สุด หรืออย่างช้าภายใน 3 วันทำการ
เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
แสดงความคิดเห็นเพิ่มเติม
โชว์ภาพผู้ใช้ทุกครั้งที่แสดงความเห็น เพียงเข้าสู่ระบบด้วยบัญชีของเฟซบุก กดที่ปุ่มด้านล่างนี้เลย!

ชื่อ/e-mail ของคุณ : *
 
 *
  กฎกติกาการแสดงความคิดเห็นฉบับเต็ม
 
หนังสือพิมพ์: ASTV ผู้จัดการออนไลน์ | ASTV ผู้จัดการรายวัน | นิตยสารผู้จัดการ 360° | Positioning | ASTV News1
มุม: การเมือง | อาชญากรรม | คุณภาพชีวิต | ภูมิภาค | ต่างประเทศ | มุมจีน | ธุรกิจ | หุ้น | SMEs | Motoring
CyberBiz | วิทยาศาสตร์ | เกม | กีฬา | บันเทิง | Life on Campus | Celeb Online | ท่องเที่ยว | ธรรมะกับชีวิต | Multimedia
เว็บ: Asia Times | บุรพัฒน์ คอมมิคส์ | Mars Magazine | ทะเลไทย | คุยกับเว็บมาสเตอร์ | โฆษณาบนเว็บ
All site contents copyright ©1999-2014