หน้าแรกผู้จัดการ Online | หน้าแรกละครออนไลน์ | ละครออนไลน์
ละครออนไลน์ ไฟหวน

ไ ฟ ห ว น ตอนที่ 12

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 10 มิถุนายน 2556 19:58 น.
1 | 2 | 3 | 4
หน้าถัดไป
ไ ฟ ห ว น ตอนที่ 12
        ไฟหวน ตอนที่ 12
       
       ค่ำคืนนั้น คุณหญิงแจ่มจันทร์กับโฉมต่างมีสีหน้าตกใจเมื่อรู้เรื่องที่เกิดขึ้นที่บ้านเทพบริบาล
       
       “ตายจริงพ่อต้น! มีเรื่องอย่างนี้ด้วยเหรอนี่พ่อต้น ท่านนายพลก็ดูเป็นคนรักลูกรักเมียดีแท้ๆ ไม่นึกเลยว่าจะไปมีเมียซุก เมียซ่อน จนมีลูกนอกสมรสขึ้นมาอีกคนอย่างนี้น่ะ”
       “นั่นสิคะ แล้วอย่างนี้คุณหญิงมณีท่านจะรับได้หรือคะ” โฉมว่า
       “จะรับได้ หรือรับไม่ได้ แต่ก็คงต้องทำใจให้รับให้ได้ในที่สุดละครับ เพราะยังไงตอนนี้...ท่านนายพลก็ประกาศให้คนในบ้านรับรู้ว่าบุปผาเป็นคนของ ‘เทพบริบาล’ คนหนึ่งไปแล้ว” ไอศูรย์บอก
       
       ไม่ต่างจากเพ็ญซึ่งอยู่ที่หอโคมแดง ก็ออกอาการตาโตด้วยความตื่นเต้น
       “บุปผาเป็นลูกสาวนายพลเทพ มันเป็นยังงี้ได้ยังไงกันคะคุณผกา”
       “ไม่น่าเชื่อ แต่มันก็เป็นไปแล้วละเพ็ญ ท่านนายพลยังมีหมอที่โรงพยาบาลที่นครปฐมเป็นพยานช่วยยืนยันได้อีกคน...ว่าฉันขอเด็กมาเลี้ยง หลังจากที่ป้าอิ่มเสียสติวิ่งหนีออกจาโรงพยาบาลไปในคืนนั้น” ผกาบอก
       “จู่ๆ...อีกาก็กลายเป็นหงส์..ง่ายๆ อย่างนี้เอง” เพ็ญอึ้งไม่น้อย
       “มันเป็นเรื่องของบุญ กรรม และวาสนาน่ะเพ็ญ ที่ผ่านมา บุปผามันคงมีกรรมเก่ามาก เลยต้องมาเป็นผู้หญิงขายตัวอย่างนี้ พอกรรมเก่าหมด ถึงได้เสวยบุญ กลาย เป็นคุณหนูตระกูลใหญ่ แต่ต่อจากนี้ไปหากบุปผามันสร้างกรรมใหม่ขึ้นใหม่ มันก็คงต้องชดใช้ในสักวันนั่นละ ไม่มีใครหนีกรรมที่ตัวเองทำพ้นสักคนหรอกเพ็ญ”
       เพ็ญพยักหน้า เห็นด้วย
       
       เวลาเดียวกัน สวิง ทับทิม และคนอื่นๆ ในครัว ก็ตั้งวงสนทนาเรื่องเดียวกัน
       “โอย..ลมจะใส่ นังบุปผาเนี่ยนะ เป็นลูกสาวอีกคนหนึ่งของท่านนายพล โอย” สวิงเปิดประเด็น
       “เฮ้ย..ต่อไปแกจะเรียกเขาว่า...นังบุปผาไม่ได้แล้วนะ ต้องเรียกเขาว่า..คุณบุปผา” ทับทิมบอก
       “เออ..จริงๆ คุณบุปผา คุณบุปผา เรียกๆ ไป เดี๋ยวก็คงคล่องปากไปเองแหละนะ แต่คนที่เห็นจะเรียกคล่องปากยากกว่าใครน่าจะเป็น...” สวิงพูดทิ้งท้ายเป็นนัย ทุกคนรับรู้ตรงกันว่าจะเป็นใครไม่ได้
       
       นอกจากสร้อย! ที่เวลานี้ พยายามทำหน้าเรียบเฉยที่สุดเมื่อรับคำสั่งจากนายพลเทพ
       “สร้อย ดูแลจัดห้องให้คุณบุปผาใหม่ทีนะ”
       “ค่ะท่าน”
       “เดี๋ยวมัทพาบุปผาเดินดูห้องก่อนดีกว่าค่ะคุณพ่อ ชอบห้องไหนก็ค่อยให้จัดห้องนั้นเป็นห้องใหม่ของบุปผา” มัทนาหันมาพูดกับบุปผา “ดีไม๊จ๊ะ”
       บุปผายิ้มหน้าซื่อตาใส “ขอบคุณค่ะคุณหนู”
       “ไม่ๆ ต่อไปบุปผาต้องเรียกพี่...ว่าพี่มัทนะ”
       “ค่ะพี่มัท”
       “แล้วก็เรียกพ่อ...ว่าพ่อด้วยนะ”
       บุปผามองนายพลเทพ นิ่งไปสักครู่ ก่อนจะทรุดตัวลงนั่งกับพื้น แล้วกราบแทบเท้านายพลเทพ เงยหน้าขึ้นพูดคำที่หล่อนโหยหามาตลอดชีวิตออกมา
       “ค่ะคุณพ่อ”
       นายพลเทพปลาบปลื้มใจมาก คว้าตัวบุปผามากอดแน่น
       “บุญรักษานะลูกนะ พ่อเสียใจจริงๆ ที่ลูกต้องตกระกำลำบากมาตั้งแต่วันที่ลืมตาดูโลก วันที่พ่อเห็นบ้านแม่อุ่นไหม้วอดวายไปทั้งหลัง”
       สร้อยอยู่ตรงนี้ด้วย ทำหน้าส่อพิรุธ เพราะเธอเป็นคนเผาบ้านนั้นเอง
       “พ่อเข้าใจว่าพ่อสูญเสียไปหมดแล้วทั้งแม่อุ่นและลูก กว่าจะรู้ว่าลูกยังมีชีวิตอยู่ ก็ผ่านมาหลายปี แต่จากนี้ไป...พ่อจะให้ลูกได้มีชีวิตอย่างสุขสบาย ให้สมฐานะคุณหนูของตระกูลเทพบริบาลเลยทีเดียว”
       บุปผากราบนายพลเทพอีกครั้ง ท่านนายพลกอดบุปผา แล้วคว้าเอามัทนามากอดอีกคนสร้อยลอบทำท่าจะอ้วกใส่บุปผาแต่ไม่ให้ใครเห็น เพราะรับไม่ได้กับสถานะใหม่ของคู่ปรับ ส่วนบุปผาตาเป็นประกายอย่างมีความสุข
       
       นายพลเทพเดินกลับมาที่ห้องนอน พบคุณหญิงมณีกำลังหอบเครื่องนอนจะเอามาโยนใส่หน้าสามี นายพลเทพมองด้วยสีหน้าไม่พอใจ
       “อย่าได้ทำในสิ่งที่คิดอยู่เชียวนะคุณหญิง”
       “แต่ดิฉันทนขยะแขยงคุณไม่ได้ อยู่ที่สูงดีๆ ไม่ชอบ กลับชอบลงจากที่สูงไปเกลือกกลั้วกับอาจม จนมีกลิ่นติดตัวกลับมาทำให้ขายหน้าในภายหลังจนได้” พูดจบมณีทำท่าจะขว้างเครื่องนอนใส่หน้านายพลเทพ
       “ถ้าคุณให้ผมไปนอนที่อื่น ผมก็จะไปนอนที่อื่น…ตลอดไป”
       เจอคำขู่นี้เข้าคุณหญิงมณีเลยนิ่ง กลัวเสียผัวไปอย่างถาวร นายพลเทพเห็นอย่างนั้นเลยคว้าเครื่องนอนจากมือคุณหญิงแล้วเดินเข้าไปในห้อง
       คุณหญิงมณีได้แต่ยืนกำมือแน่น แทบจะกระอักเลือดออกมาด้วยความแค้นใจสุดขีด
       
       ส่วนมัทนาพาบุปผาเดินดูห้องต่างๆ ในบ้าน โดยมีสร้อยเดินตาม
       “บุปผาไม่เคยรู้เลยนะคะว่า บนตึกนี่มีห้องมากมายขนาดนี้ ความจริงก็อยู่กันไม่กี่คน ทำไมถึงได้มีห้องนอนหลายห้องนักละคะคุณหนู” มัทนาหันมามองจิกตาดุ “เอ้อ...พี่มัท”
       มัทนายิ้มออก “ก็มีเอาไว้เผื่อสำหรับเวลาที่มีเพื่อนฝูง ญาติหรือแขกมาค้างคืนน่ะจ้ะ” พูดแล้วหญิงสาวแสนดีก็รู้สึกขำๆ “แต่ก็ไม่ค่อยมีใครมาพักเท่าไหร่หรอกนะ เพราะคุณแม่ไม่ชอบให้ใครขึ้นมายุ่มย่ามบนนี้ ตกลงบุปผาชอบห้องไหนจ๊ะ”
       บุปผาทำหน้ายุ่ง เหมือนยังไม่ถูกใจ แล้วก็มองเห็นประตูห้องหนึ่งปิดอยู่
       “นั่นห้องใครคะ”
       “ห้องพี่เองจ้ะ”
       มัทนาเดินไปเปิดประตูห้องให้บุปผามองเข้าไป บุปผากวาดตามองเข้าไปในห้องนอนของมัทนา เห็นเป็นห้องนอนที่หรูหรา สวยงาม น่าอยู่ สมฐานะคุณหนูแห่งตระกูลเทพบริบาล
       
       บุปผายิ้มออกมาอย่างพึงพอใจ สีหน้าครุ่นคิดคิดบางอย่าง

ไ ฟ ห ว น ตอนที่ 12
        วันรุ่งขึ้นคุณหญิงมณีเดินออกมาจากห้องนอนตัวเองแล้วชะงักเมื่อห็นสร้อย สวิง และไสว กำลังขนข้าวของออกมาจากห้องมัทนากันอย่างโกลาหล คุณหญิงมณีสงสัย
       
        “นั่นจะขนข้าวของยายมัทไปไหนกัน” แล้วเดินเข้าไปดูของ “ของยังใหม่ๆ ดีๆ อยู่เลยนี่ ยายมัทจะเอาไปบริจาคแล้วเหรอ”
        สร้อย สวิง และไสวต่างอึกอัก มัทนาเดินถือของตามออกมาจากในห้อง
        “ไม่ได้จะเอาไปบริจาคหรอกค่ะคุณแม่ มัทแค่จะย้ายห้องเท่านั้นเอง”
        มณีตกใจระคนแปลกใจ “ย้าย! ย้ายทำไม”
        “บุปผาเขาชอบห้องนี้น่ะค่ะคุณแม่ มัทก็เลยยกห้องให้บุปผา ส่วนมัทจะย้ายไปอยู่ห้องเล็กข้างๆ นี้น่ะค่ะ” เด็กสาวแสนดีบอก
        “ไม่ได้นะ ห้องนี้แม่สั่งช่างเขาทำเป็นห้องให้หนูโดยเฉพาะเลยนะลูก”
        “ไม่เป็นไรหรอกค่ะคุณแม่ ในเมื่อน้องเขาชอบ มัทก็ยินดีที่จะยกห้องนี้ให้แก่น้องค่ะ คุณแม่ขา บุปผาเขาลำบากมามากแล้วนะคะ มัทอยากให้เขาได้อยู่อย่างสุขสบายเสียที มัทขอตัวก่อนนะคะคุณแม่”
        ว่าแล้วมัทนาก็ช่วยกันกับพวกคนใช้ย้ายข้าวของต่อ สร้อยยังรีรอมองคุณหญิงมณีอยู่เมื่อเห็นคุณหญิงมณียังยืนอึ้งอยู่ที่เดิม
        “อีบุปผา! อีคางคกขึ้นวอ”
        คุณหญิงมณีคำรามออกมาอย่างคับแค้นใจ จนเลือดกำเดาไหลซึมออกมา
        สร้อยตกใจ “อุ๊ย..คุณหญิง” รีบวางของแล้วถลาเข้ามาดู
        คุณหญิงมณีเอามือแตะที่ปลายจมูก แล้วเห็นเลือดติดปลายนิ้วตัวเอง
        “ทั้งเครียด ทั้งแค้นน่ะนังสร้อย แต่แกไม่ต้องห่วงหรอก ฉันจะไม่ยอมตายจนกว่าจะได้เห็นอีบุปผามันหายนะด้วยตาฉันเองเสียก่อน”
        “ไม่ว่าคุณหญิงคิดจะทำอะไร สร้อยช่วยเต็มที่ค่ะ เพราะสร้อยไม่มีวันลืมว่า..ที่ไอ้แสงต้องกระเด็นออกไปจากที่นี่ ก็เพราะอีบุปผาคนเดียว”
        นายใจชั่วกับบ่าวใจอำมหิตผู้สอพลอ ต่างสะสมความแค้นที่มีต่อบุปผาไว้เช่นกัน
       
        ส่วนบุปผากำลังเดินกรีดกรายอย่างอารมณ์ดีอยู่ในห้องสิน
        “ไอ้สินเอ๊ย ฉันไม่นึกเลยนะว่าบุญจะหล่นทับฉันอย่างนี้ จากอีบุปผา ดาราคาตัวแพงแห่งหอโคมแดง จู่ๆก็ได้กลายมาเป็นคุณหนูคนใหม่ของตระกูลเทพบริบาล ส่วนแก” บุปผาตบหัวสินเบาๆ คล้ายเอ็นดู “แกก็ได้กลายเป็นพี่ชายบุญธรรมของฉัน” พูดแล้วก็นึกขำ “ฉันไปละนะ ฉันจะต้องไปเก็บของ ย้ายขึ้นไปอยู่บนตึกใหญ่แล้ว”
        แล้วบุปผาก็เดินนวยนาดหัวเราะชอบใจออกไป
        “เป็น..ไปได้..ยัง..ไง”
        สินงวยงง ยังไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น
       
        ไม่นานต่อมาบุปผากระโดดขึ้นไปนอนแผ่หลาบนเตียงเก่าของมัทนาแล้วหัวเราะอย่างมีความสุขที่ได้ครอบครองสิ่งที่เคยเป็นของมัทนาสาสมใจ อย่างน้อยก็ห้องนี้เป็นอันดับแรก สักครู่มีเสียงเคาะประตู
        บุปผาบอกเสียงเข้ม “เข้ามาได้”
        พอเห็นเป็นมัทนากับนายพลเทพเปิดประตูเข้ามา บุปผารีบทำท่าเรียบร้อยทันควัน
        “เป็นไงจ๊ะบุปผา จัดของเสร็จรึยัง”
        “บุปผาไม่มีของอะไรจะให้จัดมากหรอกค่ะพี่มัท เด็กบ้านนอกอย่างบุปผาไม่มีสมบัติอะไร นอกจากเสื้อผ้าไม่กี่ชิ้น”
        “เออ...จริง” นายพลเทพมีสีหน้าครุ่นคิด “ลูกมัท งั้นพ่อคงต้องขอแรงให้ลูกช่วยอะไรหน่อยแล้ว”
        บุปผากับมัทนามองหน้านายพลเทพอย่างสงสัย
       
        ขณะเดียวกันไอศูรย์อยู่ที่โรงพยาบาลกำลังตรวจดูแผลพุพองตามตัวตาเถา แล้วสั่งงานพยาบาล
        “เอายาทาที่แผลคนไข้บ่อยๆ อย่าปล่อยให้ผิวคนไข้แห้งอย่างเด็ดขาดนะ”
        พยาบาลรับคำ แล้วถอยออกไป เพชรซึ่งอยู่ด้วยขยับเข้ามาหาไอศูรย์
        “เมื่อไหร่คนไข้ของผมจะฟื้นครับพี่ต้น ผมจะต้องสอบปากคำเขา”
        “คงอีกพักใหญ่ละเพชร เพราะพี่ต้องให้ยาเพื่อบรรเทาอาการปวดแก่เขาตลอดเวลาก่อน โดนน้ำมันเดือดลวกมาแบบนี้ มันเจ็บมากนะเพชร”
        เพชรออกอาการหงุดหงิด “แล้วนายหลงละครับ ตอนนี้เป็นยังไงบ้าง หวังว่าพี่ต้นจะไม่ปล่อยมันหนีหายไปจากโรงพยาบาลอีกเป็นครั้งที่สองนะครับ”
        ไอศูรย์ถอนใจเหนื่อยใจที่ถูกเพชรแดกดัน และกดดันอยู่ตลอดเวลา
       
        ไอศูรย์พาเพชรมาดูอาการหลง เห็นหลงนั่งเหม่อมองออกไปนอกหน้าต่าง ไม่อาละวาด หรือหวาดกลัวจนสติแตกอย่างเคยแล้ว
        หมอปรีชาเอ่ยขึ้น “หมอให้ยาแล้ว ก็เลยสงบลงได้ แต่แกถูกมอมยามานานจนสมองเสียหายไปมาก คงจะให้การอะไรไม่ค่อยได้หรอกครับ”
        เพชรยิ่งหงุดหงิดใหญ่ ไอศูรย์มองอย่างเห็นใจเลยตบบ่าเพชรเพื่อปลอบใจ แต่เพชรกลับปัดมือไอศูรย์ออกอย่างไม่ใยดี แล้วเดินออกไปโดยไม่มองหน้าใครเลย
       
       ไอศูรย์ถอนใจด้วยความกลัดกลุ้ม

ไ ฟ ห ว น ตอนที่ 12
        ด้านกำพลมานั่งรอเพชรอยู่ในบ้าน ในใจคิดถึงรสสวาทของบุปผาไม่หาย ภาพจำครั้งเก่าผุดขึ้นในห้วงคิด ตอนที่บุปผาเอาผ้าผูกปิดตากำพลแล้วเอาน้ำผึ้งหยุดบนตัว
        “แล้วบุปผาจะหยดน้ำผึ้งทำไม”
        บุปผายิ้มพราย “ก็บุปผาอยากให้คุณกำพลเป็นผู้ชายตัวหวานนะสิคะ”
       
        ภาพนั้นเลือนหายไป กำพลพึมพำอย่างถวิลหา
        “ไม่มีใครเหมือนเธอจริงๆ บุปผา”
       จังหวะนี้เพชรเดินหงุดหงิดกลับเข้าบ้านมา
        “อ้าว..กำพล มารอนานแล้วเหรอ
        “พักหนึ่งแล้ว” พลางยกขวดเหล้านอกชั้นดีให้เพชรดู “ฉันเอานี่มาฝาก พ่อฉันเพิ่งได้มา”
        เพชรยิ้มเนือยๆ “ขอบใจๆ”
       
       ฟากสองสาวอยู่หน้าร้านขายเสื้อผ้าแห่งหนึ่ง ในย่านขายสินค้าของพระนคร
       มัทนาพบบุปผามาซื้อเสื้อผ้า เครื่องประดับ บุปผาใส่เสื้อผ้ามัทนามาช้อปปิ้ง
        “โชคดีจริงที่บุปผาใส่เสื้อพี่ได้พอดีเลย แต่บุปผาก็ควรจะมีเสื้อผ้าของตัวเองอย่างที่ชอบ คุณพ่อให้เงินพี่มาเยอะเลยนะ ให้พี่พาบุปผามาซื้อเสื้อผ้า ข้าวของเครื่องใช้ใหม่ทั้งหมด วันนี้เราสองพี่น้องคงได้ซื้อของสนุกกันทั้งวันละ”
        ว่าแล้วมัทนาก็เดินโอบบ่าบุปผาเข้าไปในร้าน
       มัทนากุลีกุจอพาบุปผาเข้ามาเลือกซื้อเสื้อผ้า บุปผาเลือกอย่างเมามันมาก
        เสร็จจากร้านเสื้อผ้ามัทนาพาบุปผามาซื้อรองเท้าและกระเป๋าหรู
        จากนั้นมัทนาพาบุปผามาซื้อเครื่องสำอาง เห็นถุงข้าวของพะรุงพะรังไปหมด
       
        ช้อปปิ้งเสร็จสมใจ มัทนาพาบุปผามานั่งกินข้าวในร้านอาหารและร้านไอศกรีม ร้านประจำ
        “พี่มาทานอาหารที่ร้านนี้กับพี่ต้นบ่อยๆ เพราะร้านนี้ขึ้นชื่อเรื่อง...” มัทนาบอกชื่ออาหารสุดโปรดของไอศูรย์ “อร่อยมาก พี่ต้นชอบมาก”
        บุปผาตาลุกวาว จดจำข้อมูลเกี่ยวกับไอศูรย์ไว้ จังหวะนี้พลอยกับเพื่อนสาว 2 คนเดินเข้ามา แล้วชะงักเมื่อเห็นมัทนากับบุปผานั่งอยู่ในร้านก่อนแล้ว
        “เอ๊ะ..นั่นยายมัทนี่ ไม่ได้มากับว่าที่คู่หมั้นรูปหล่อ แต่มากับใครก็ไม่รู้” เพื่อนคนแรกว่า
        เพื่อนอีกคนจำได้ เพราะเคยเจอที่บ้านเทพบริบาล “หน้าคุ้นๆ นะ”
        พลอยไม่มัวคิดสงสัย เดินตรงไปที่มัทนาทันที มัทนาเห็นพลอยกับเพื่อนมาก็ยิ้มดีใจ
        “พลอย มาทานข้าวเหรอ นั่งด้วยกันไม๊”
        พลอยไม่ตอบ แต่มองบุปผาเขม็ง บุปผาทำหน้าใสซื่อ ยกมือไหว้พลอยและเพื่อนอย่างอ่อนน้อม
        “อ้อ..นี่บุปผา” มัทนาแนะนำ
        พลอยสวนขึ้นทันที “นี่มันคนใช้บ้านเธอนี่”
        มัทนาพูดช้าๆ เน้นคำ ปกป้องบุปผาเต็มที่ “บุปผาเป็นน้องสาวฉัน”
       
        ทางด้านเพชรซึ่งนั่งดื่ม กิน เหล้าอยู่กับกำพลที่บ้าน แต่แทบสำลักเหล้าออกมาเมื่อพลอยมาเล่าเรื่องบุปผาให้ฟัง
        “น้องสาว! น้องมัทมีน้องสาวตั้งแต่เมื่อไหร่กัน ยายพลอย”
        “เป็นลูกต่างแม่ค่ะพี่เพชร ที่บ้านนั้นก็เพิ่งทราบเรื่องเหมือนกัน”
        “คุณหญิงแม่ของน้องมัทคงยังช็อคไม่หาย” เพชรบอก
        กำพลมีสีหน้าสงสัย “น้องพลอยบอกว่า..น้องสาวต่างแม่ของน้องมัทนา ชื่ออะไรนะครับ”
        “บุปผาค่ะ แม่นั่น..ชื่อบุปผา”
        สีหน้ากำพลตกตะลึง ภาพจำตอนที่บุปผาหลอกให้กำพลสอนขับรถมาจนถึงบ้านเทพบริบาล ผุดขึ้นในหัวแว่บหนึ่ง
       ภาพนั้นเลือนหาย กำพลมีสีหน้าใคร่ครวญครุ่นคิด
       
        ขณะเดียวกันมัทนาพาบุปผาแวะมาที่บ้านไอศูรย์เพื่อรับตัวอิ่ม บุปผากำลังยกมือไหว้คุณหญิงแจ่มจันทร์อย่างอ่อนน้อม แจ่มจันทร์รับไหว้ตีหน้าไม่ถูก
        “ไหว้พระเถอะจ้ะ” แล้วเสไปพูดกับมัทนา “หนูมัทจะรับแม่อิ่มไปวันนี้เลยใช่ไม๊จ๊ะ นี่พ่อต้นก็รีบกลับมาจากโรงพยาบาลมาคอยส่งแม่อิ่มน่ะ”
        มัทนายิ้มให้ไอศูรย์แล้วหันไปตอบคุณหญิงแจ่มจันทร์
        “ค่ะคุณป้า ป้าอิ่มเป็นป้าแท้ๆ ของบุปผา คุณพ่อก็เลยอยากให้ป้าหลานได้ไปอยู่ด้วยกันเร็วที่สุดน่ะค่ะ”
        “เอ้อ..อยู่ดีๆ ท่านนายพลก็มีลูกสาวเพิ่มมาอีกหนึ่งคน มีพี่เมียเพิ่มมาอีกหนึ่งคน บ้านคงอบอุ่นดีพิลึกละ” คุณหญิงหันไปเห็นอิ่มพอดี “เอ้า..แม่อิ่ม เขามารับตัวแล้ว เก็บข้าวของเสร็จรึยังล่ะ”
        อิ่มไม่ตอบ แต่เอากระเป๋าเดินทางใบเล็กนิดเดียวขึ้นมาวางให้คุณหญิงแจ่มจันทร์ดู ประมาณว่า..พร้อมจะไปนานแล้ว แล้วอิ่มก็หันไปยิ้มกับบุปผา
       
        ไอศูรย์เดินมาส่งทุกคนขึ้นรถ
        “แล้วพี่จะไปหาที่บ้านนะน้องมัท”
        “งั้นมัทไปก่อนนะคะพี่ต้น”
        มัทนากับบุปผาไหว้ลา ไอศูรย์รับไหว้ แล้วยืนดูทั้งหมดขึ้นรถนั่งออกไป
        ไอศูรย์ยืนส่งผู้หญิงทั้งสามคนขึ้นรถออกไปนั้น อยู่ในสายตาของคุณหญิงแจ่มจันทร์กับโฉมทั้งหมด คุณหญิงแจ่มจันทร์ถอนใจอย่างกลัดกลุ้ม
        “ฉันหวังว่า...แม่บุปผานั่น คงจะเป็นคนดีนะโฉม ไม่อย่างนั้น..บ้านเทพบริบาลคงได้ลุกเป็นไฟแน่”
        โฉมพยักหน้าเออออไปด้วย
       
        รถแล่นพามัทนา บุปผา และอิ่ม กลับมาที่บ้านเทพบริบาล รถเลี้ยวเข้าบ้านไป โดยมีรถของกำพลที่จอดซุ่มดูอยู่ที่หน้าบ้าน กำพลจ้องมองคนในรถเขม็ง และเห็นบุปผานั่งอยู่ในรถกับมัทนา และอิ่ม
        กำพลจำนางโลมยอดชีวันได้แม่น
        “ใช่บุปผาจริงๆ” กำพลสมใจ “เธอหนีฉันไม่พ้นแล้วบุปผา”
       
       กำพลยิ้มร้ายออกมาอย่างสาสมใจ

ไ ฟ ห ว น ตอนที่ 12
        อิ่มมองห้องพักที่เรือนคนใช้หลังตึกใหญ่อย่างพอใจ แล้วพูดกับมัทนา
       
        “ป้าเป็นคนบ้านนอก อย่าให้ป้าขึ้นไปอยู่บนตึกเลย ได้อยู่ห้องเก่าของบุปผานี่..ป้าก็พอใจแล้ว”
        “แต่...” มัทนาพูดไม่จบ ถูกบุปผาขัดขึ้น
        “ตามใจป้าอิ่มแกเถอะค่ะพี่มัท ถ้าแกสบายใจที่จะอยู่ที่นี่มากกว่าบนตึก ก็ให้แกอยู่ที่นี่เถอะค่ะ”
        มัทนาจำยอม “เอ้า...ก็ได้จ้ะ แต่ถ้าป้าอิ่มขาดเหลืออะไรก็บอกมัทได้เลยนะจ๊ะ”
       อิ่มพยักหน้า แล้วมัทนากับบุปผาก็ออกไป อิ่มกวาดตามองรอบห้องอีกครั้ง พอใจแล้วกับห้องนี้ แล้วก็ต้องชะงัก เมื่อเห็นสร้อยเดินผ่านไป อิ่มมีสีหน้าหวาดกลัวขึ้นมาทันที
        “นังสร้อย” อิ่มนิ่งไปสักพัก แล้วคิดอะไรได้ “นังอุ่น นังสร้อยมันฆ่าแกไปคนหนึ่งแล้ว แต่ฉันจะไม่ยอมให้มันทำร้ายลูกแกได้อีกครั้งหรอก ฉันจะคอยดูแลปกป้องลูกแกเอง”
        อิ่มมองตามสร้อยไปอย่างอาฆาตแค้น
       
        ด้านนายพลเทพกำลังดูรูปอุ่นในมุมหนึ่ง แล้วยิ้มออกมาทั้งน้ำตา
        “อุ่นเอ๊ย ในที่สุดฉันก็หาลูกเราพบแล้ว...ฉันสัญญานะว่า ฉันจะทำทุกอย่างให้ลูกเรามีความสุข เพื่อชดเชยกับที่ฉันไม่ได้อุ้มชูเลี้ยงดูเขามาก่อน เธอหมดห่วงได้แล้วนะอุ่นนะ”
       
        ส่วนมัทนากับบุปผาเดินมาที่ห้อง สร้อยกับสวิงช่วยกันหิ้วถุงของพะรุงพะรังมาด้วย
        “บุปผาต้องขอบคุณพี่มัทมากนะคะ...ที่ดูแลบุปผาทั้งวันเลย พี่มัทไปพักเถอะค่ะ เดี๋ยวข้าวของพวกนี้ บุปผาจัดการต่อเองค่ะ”
        “ให้หวิงกับสร้อยช่วยรื้อออกจากถุงก็ได้จ้ะ เสื้อใหม่จะได้ให้เขาเอาลงไปซักเสียเลย”
        “ค่ะ”
        มัทนาออกไป บุปผาหันไปมองสร้อยกับสวิงที่ยังอยู่รอรับใช้อย่างเสียไม่ได้ บุปผาออกลายทันที
        “เกลียดฉันกันนักเหรอ ช่วยไม่ได้นะ ก็นี่แหละที่โบราณเขาว่า..แข่งเรือแข่งพายน่ะแข่งได้ แต่แข่งบุญวาสนาน่ะ มันแข่งกันไม่ได้ เมื่อวานฉันยังเป็นลูกไล่พวกแกอยู่ในครัวอยู่เลย แต่วันนี้...ฉันกลายเป็นคุณหนูที่พวกแกต้องคอยรับใช้เสียแล้ว” บุปผาหัวเราะชอบใจ “นังหวิง ขอน้ำเย็นฉันกินสักแก้วสิ”
        สวิงมีสีหน้าแค้นใจ จำใจออกไปเอาน้ำ บุปผาเดินไปรื้อเสื้อผ้าใหม่ออกจากถุง แล้วเขวี้ยงเสื้อใหม่ใส่หน้าสร้อยอย่างแรงโดยสร้อยไม่ทันตั้งตัว
        “เอาไปซัก”
        สร้อยโมโหปรี๊ดแตก “อีบุปผา”
        บุปผาหันมามอง แล้วลอยหน้าใส่สร้อย “โอ๊ะ เรียกใครไอ้อีกันจ๊ะนังสร้อย? แกลืมไปแล้วเหรอว่าตอนนี้แกต้องเรียกฉันว่า...คุณหนู”
        “ฉันไม่มีวันเรียกแกว่าคุณหนูหรอก คุณหนูแห่งตระกูลเทพบริบาลมีคนเดียวคือคุณหนูมัทนา! ส่วนแกน่ะ..โตมาจากข้างถนน สักวัน...แกก็ต้องกลับไปอยู่ข้างถนนอย่างเดิม”
        บุปผาโมโห เดินเข้าไปด่าใส่หน้าสร้อย
        “ไม่มีวันเสียหรอก ถ้าจะมีใครต้องไปอยู่ข้างถนนละก็ มันต้องเป็นแก ไม่ใช่ฉัน ฉันทำให้ลูกชายแกกระเด็นออกจากบ้านนี้ไปได้คนหนึ่งแล้ว ทำไมฉันจะทำให้แกกระเด็นออกจากบ้านนี้ไปอีกคนไม่ได้”
        บุปผามองสร้อยอย่างเย้ยหยันและเป็นต่อ สร้อยแค้นใจสุดๆ คว้าเสื้อใหม่ของบุปผาแล้วเดินปังๆ ออกไป บุปผามองตามอย่างสะใจ
       
       
        สร้อยเดินหงุดหงิดอารมณ์เสียเข้ามาตรงริมรั้ว
        “อีนี่มันงูพิษจริงๆ เผลอทีไรมันแว้งกัดทีนั้นสิน่า”
        แล้วสร้อยก็ชะงักเมื่อเห็นแสงมาชะเง้อเรียกอยู่ที่ริมรั้วบริเวณใกล้ๆ
        “แม่..แม่”
        “ไอ้แสง” สร้อยรีบเดินไปหา “อ้าว..นั่นหน้าแก..ไปโดนอะไรมาล่ะ”
        แสงจับแผลเป็นที่หน้าตัวเอง “ฝีมืออีบุปผาน่ะสิแม่”
        “ฮึ่ย! อีนี่อีกแล้ว”
        “มันทำอะไรแม่เรอะ”
        สร้อยฮึดฮัดอารมณ์เสีย
        แสงตกใจพอฟังแม่เล่าจบ
        “อีนังบุปผากาลีเนี่ยนะเป็นลูกท่านนายพล จะเป็นไปได้ยังไงกันแม่”
        “แต่มันก็เป็นไปแล้วละไอ้แสง ตอนนี้มันก็เลยนั่งชูคอเป็นคุณหนูอยู่ในบ้าน แถมมันยังยึดห้องคุณหนูมัทนาเป็นห้องของมันอีกด้วยนะ คุณหนูมัทนาก็เลยต้องย้ายไปอยู่ห้องเล็ก แล้วมันยังขู่แม่ด้วยนะว่ามันจะทำให้แม่ต้องกระเด็นออกจากบ้านนี้ไปเหมือนอย่างแก”
        “ฮึ่ย อีนี่มันร้ายจริงๆ อย่าให้ฉันเจอมันนะ ฉันจะกรีดหน้ามัน จะทำให้หน้ามันบากยิ่งกว่าหน้าฉันอีก”
       
        หลังจากนั้นไม่นานแสงเดินลูบแผลเป็นที่หน้าเข้ามาหยุดหน้าบ่อนแห่งหนึ่ง
        “อีตัวแสบ” แล้วหยุดที่หน้าทางเข้าบ่อน
        “ไง..แสง หายหน้าไปนานเชียวนะแก วันนี้แกจะเสี่ยงโชคไม๊ล่ะ” นักเลงคุมบ่อนถามอย่างคุ้นเคยกัน
        แสงพยักหน้า แล้วเดินเข้าบ่อนไป
        ตกกลางคืนคุณหญิงมณีกับสร้อยกำลังกระซิบกระซาบคุยหารือเรื่องชั่วช้ากันอยู่
        “จะเอายังไงดีคะคุณหญิง ยาของตาเถาชุดสุดท้ายนี่จวนจะหมดแล้วล่ะค่ะ ถ้ามันหมดแล้ว เราจะไปเอาใหม่จากไหนกันดีคะ เพราะสภาพของตาเถาที่สร้อยไปเห็นที่โรงพยาบาลมา ถ้าไม่ตายก็ต้องพิการแล้วล่ะค่ะ”
        “ตอนนี้เรื่องยาท่านนายพลกลายเป็นเรื่องเล็กไปแล้วละนังสร้อย ฉันมีเรื่องใหญ่กว่านั้นที่จะต้องคิด”
        คุณหญิงมณีโบกมือไล่สร้อย พอสร้อยออกไป แล้วทันใดนั้นบุปผาก็เดินออกมาจากมุมมืดที่คุณหญิงมณีไม่ทันได้สังเกตมาก่อน แล้วบุปผาก็ประกาศตัวพูดเย้ยคุณหญิงขึ้นมา
       “โถ “คุณหญิงแม่” ขา...อุตส่าห์วางยาท่านนายพล..เอ๊ย..คุณพ่อ..ให้เป็นหมัน แต่พระไม่เข้าข้างคนผิด คุณหญิงแม่ก็เลยต้องมีลูกเลี้ยงชื่อ “บุปผา” จนได้ สงสัยยาจะไม่ได้ผลนะคะ”
       แล้วบุปผาก็เดินหัวเราะเยาะคุณหญิงมณี โดยเดินเฉียดแทบจะกระแทกคุณหญิงออกไป
       
       คุณหญิงมณีทนไม่ไหว วิ่งตามบุปผาไป

1 | 2 | 3 | 4
หน้าถัดไป
ข่าวล่าสุด ในหมวด
ไ ฟ ห ว น ตอนที่ 14 จบบริบูรณ์
ไ ฟ ห ว น ตอนที่ 13 จบตอน
ไ ฟ ห ว น ตอนที่ 12
ไ ฟ ห ว น ตอนที่ 11
ไ ฟ ห ว น ตอนที่ 10
เครื่องมือจัดการเว็บ
ส่งบทความนี้ต่อ
พิมพ์หน้านี้
ข่าวที่มีผู้ส่งมากที่สุด
แสดงผลหน้าเดียว
ยังไม่มีผู้โหวต
คุณเห็นด้วยกับข่าว/บทความนี้หรือไม่
เห็นด้วย ไม่เห็นด้วย
โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความคิดเห็น
1. โปรดงดเว้น การใช้คำหยาบคาย ส่อเสียด ดูหมิ่น กล่าวหาให้ร้าย สร้างความแตกแยก หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
2. ทุกความคิดเห็นไม่เกี่ยวข้องกับผู้ดำเนินการเว็บไซต์ และไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมายได้
3. ทีมงานเว็บมาสเตอร์ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
4. เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
5. ผู้ร่วมแสดงความคิดเห็นสามารถร่วมตรวจสอบข้อความที่ไม่เหมาะสมได้ โดยการกดปุ่ม "แจ้งลบ" หรือส่งอีเมลแจ้งมาที่ cs@astvmanager.com หรือ cs.astvmanager@gmail.com ซึ่งทีมงานจะทำการตรวจสอบ และลบข้อความดังกล่าวโดยเร็วที่สุด หรืออย่างช้าภายใน 3 วันทำการ
เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
แสดงความคิดเห็นเพิ่มเติม
โชว์ภาพผู้ใช้ทุกครั้งที่แสดงความเห็น เพียงเข้าสู่ระบบด้วยบัญชีของเฟซบุก กดที่ปุ่มด้านล่างนี้เลย!

ชื่อ/e-mail ของคุณ : *
 
 *
  กฎกติกาการแสดงความคิดเห็นฉบับเต็ม
 
หนังสือพิมพ์: ASTV ผู้จัดการออนไลน์ | ASTV ผู้จัดการรายวัน | นิตยสารผู้จัดการ 360° | Positioning | ASTV News1
มุม: การเมือง | อาชญากรรม | คุณภาพชีวิต | ภูมิภาค | ต่างประเทศ | มุมจีน | ธุรกิจ | หุ้น | SMEs | Motoring
CyberBiz | วิทยาศาสตร์ | เกม | กีฬา | บันเทิง | Life on Campus | Celeb Online | ท่องเที่ยว | ธรรมะกับชีวิต | Multimedia
เว็บ: Asia Times | บุรพัฒน์ คอมมิคส์ | Mars Magazine | ทะเลไทย | คุยกับเว็บมาสเตอร์ | โฆษณาบนเว็บ
All site contents copyright ©1999-2014