หน้าแรกผู้จัดการ Online | หน้าแรกละครออนไลน์ | ละครออนไลน์
ละครออนไลน์ โดมทอง

โดมทอง ตอนที่ 5

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 12 มิถุนายน 2556 14:55 น.
หน้าที่แล้ว
1 | 2 | 3 | 4
หน้าถัดไป
คลิกที่ภาพเพื่อดูขนาดใหญ่ขึ้น
โดมทอง ตอนที่ 5

โดมทอง ตอนที่ 5 (ต่อ)
       
       ด้านอดิศวร์ตกใจตื่นลุกขึ้นนั่งด้วยเสียงกรีดร้องของวิรงรอง
       
       “วิรงรอง”
       อดิศวร์รีบลุกขึ้นไปเปิดประตู เดินออกไป
       
       แทบจะทันที อดิศวร์รีบเดินมาเคาะห้องวิรงรองแล้วร้องเรียก
       “วิรงรอง! วิรงรอง”
       ทุกอย่างเงียบสนิท
       อดิศวร์ร้อนใจ รัวทุบหนักขึ้น “วิรงรอง”
       ทุกอย่างยังเงียบงันอยู่เช่นเดิม อดิศวร์รีบกลับเข้าไปในห้องตัวเอง
       อดิศวร์รีบร้อนเข้ามา เหลียวหน้าเหลียวหลัง แล้วรีบไปที่โต๊ะเครื่องแป้ง เปิดลิ้นชักออกหยิบกุญแจห้องออกมา แล้ววิ่งออกไปจากห้องอย่างรีบร้อน
       อดิศวร์วิ่งเข้ามา...ไขกุญแจ รีบเข้าไป เจอร่างวิรงรองซึ่งนอนหมดสติอยู่หน้าเตียง
       “วิรงรอง”
       อดิศวร์ทรุดตัวลงช้อนร่างวิขึ้นมา แล้วค่อยๆ วางบนเตียงอย่างทะนุถนอม ลูบเรือนผมเบาๆ
       “วิรงรอง”
       วิรงรองค่อยๆ ลืมตาขึ้น..ตกใจเมื่อเห็นอดิศวร์
       “คุณอดิศวร์” ถดตัวถอยไปจนสุดเตียง “เข้ามาได้ยังไง!..ออกไปนะ”
       อดิศวร์เซ็ง “เอ้า! ทำคุณบูชาโทษเสียอีก ฉันได้ยินเสียงเธอร้องก็เลยรีบเข้ามาดู!
       วิรงรองหันไปมองมุมห้องอีกที “มีคนเข้ามาในนี้”
       “ก็ฉันนี่ไง”
       “ไม่ใช่! เป็นผู้หญิง..เขารู้จักชื่อดิฉันด้วย”
       “คงเป็นผีที่คุณกำลังตามหาอยู่มั้ง” อดิศวร์แขวะ
       วิรงรองหันขวับมามอง “เชิญออกไปได้”
       วิรงรองลุกลงจากเตียงเดินไปเปิดประตูให้ อดิศวร์ลุกจากเตียงขยับจะเดิน แล้วชะงักก้มมอง ที่พื้นห้อง ซึ่งลบเกือบเหยียบ มีดอกพลับพลึงตกอยู่
       อดิศวร์ก้มลงเก็บขึ้นมา
       “อะไรคะ”
       “ดอกพลับพลึง”
       วิรงรองสะดุ้ง “ผู้หญิงคนนั้นเสียบดอกพลับพลึงที่ผม”
       อดิศวร์ไม่คิดอย่างนั้น “เธอเอาเข้ามาเองมากกว่ามั้ง...เห็นชอบไปเก็บมาปักแจกันนี่”
       “แต่ฉันไม่ได้ไปเก็บหลายวันแล้ว”
       อดิศวร์วางดอกไม้บนโต๊ะข้างเตียงและเดินมาที่ประตู “ฉันว่าเธอคงว่างเกินไป ลองหาอะไรทำหน่อยดีไหม จะได้ไม่ฟุ้งซ่าน”
       อดิศวร์เดินออกไป วิรงรองตามไปปิดประตูดังปังอย่างหงุดหงิด
       “คนบ้า”
       วิรงรองเดินกลับมาที่เตียง หยิบดอกพลับพลึงขึ้นมาดูด้วยสีหน้าพิศวง
       
       เช้ามืดอุษาและอุไรกำลังช่วยกันทำอาหารเช้า วิรงรองเดินเข้ามา 2 มือไขว้หลัง
       “คุณวิ..วันนี้ลงมาแต่เช้ามืดเลยนะคะ” อุไรทัก
       วิรงรองยื่นดอกพลับพลึงให้อุษาดู “นี่ค่ะ”
       อุษางง “ทำไมหรือคะ”
       “เมื่อคืนมีผู้หญิงคนหนึ่งเข้ามาในห้องวิ..เขาเสียบดอกไม้ดอกนี้ที่ผม”
       อุไรอุทานดังลั่น “ผี”
       อุษาหันมาดุ “อุไร”
       “ถ้าไม่ใช่ผีแล้วจะเป็นอะไรได้ล่ะค่ะ! ดีไม่ดี..อาจเป็นผีคุณพลับพลึง!เพราะห้องนั้นเดิมเคยเป็นห้องของเธอ นี่อุไรไม่ได้เอาความลับมาเปิดเผยนะคะ มันพรั่งพรูออกมาเอง”
       วิรงรองมองอุไรพลางเบิกตากว้าง
       “อุไร! จะออกไปได้หรือยัง” อุษาเอ็ดเอา
       “ค้ะแล้วไค่...ได้แล้วค่ะ! เดี๋ยว ต้องอาราธนาพระก่อน”
       พลางอุไรกุมพระพนมมือไหว้ ปากพึมพำสวดมนต์แล้วเดินออกไป
       วิรงรองหันมามองอุษา “ห้องนั้นเคยเป็นห้องของคุณพลับพลึงจริงหรือคะ”
       “คนเก่าคนแก่เขาว่าอย่างนั้นค่ะ”
       วิรงรองมีสีหน้าใคร่ครวญครุ่นคิด “ถ้าอย่างนั้น ผู้หญิงที่วิเห็นก็อาจจะเป็นวิญญาณคุณพลับพลึงจริงๆ”
       “ไปกันใหญ่แล้ว...คุณย่าน้อยเสียหรือยังก็ไม่มีใครยืนยันได้” อุษาว่า
       “ท่านคงไม่อยู่แล้วละค่ะ” วิรงรองบอก
       “คุณวิทราบได้ยังไง”
       “ไม่รู้ซิคะ..แต่วิค่อนข้างแน่ใจ...”
       “อยากย้ายห้องหรือเปล่า” อุษาถาม
       “ไม่ค่ะ...” วิรงรองบอกด้วยสีหน้าแน่วแน่ “เมื่อคืน ท่านคงพยายามจะบอกอะไรบางอย่าง”
       สีหน้าวิรงรองใคร่ครวญครุ่นคิดหนัก
       
       ทั่วท้องทุ่งดอกพลับพลึงโอนเอนตามสายลม วิรงรองเดินคุยโทรศัพท์อยู่ในบริเวณนั้น คู่สนทนาคืออนิรุทธิ์ ซึ่งอยู่ในออฟฟิศกรมทหารที่กรุงเทพฯ
       
       “เมื่อคืนเกือบจะเห็นหน้าคุณพลับพลึงอยู่แล้ว...แต่หมอกกระจายบังไว้หมดเห็นแวบๆ แค่เค้าโครงหน้า แล้วก็ดอกพลับพลึงที่เสียบผม”
       อนิรุทธิ์ลากเสียงเป็นเชิงเตือน “วิ...มันก็แค่ความฝัน”
       วิรงรองแย้งเสียงแข็ง “แล้วทำไมหน้าต่างเปิด”
       “หน้าต่างเปิดเพราะลมแรง ผมฟังรายงานสภาพอากาศ..เขาบอกว่า เมื่อคืน มีพายุเข้าที่นั่น”
       “แล้วดอกพลับพลึงล่ะ มาจากไหน”
       “ก็อาจจะเป็นคุณอดิศวร์ เขานึกหมั่นไส้วิ”
       วิรงรองขัดขึ้นทันที “เขาไม่ใช่คนอย่างนั้นนะ”
       “นั่นแน่! มีแก้แทนกัน” อนิรุทธิ์แซว
       วิรงรองเขินแวบหนึ่ง “บ้า! วิจะบอกว่าดอกไม้นั่นไม่ได้มาจากเขาแน่” เว้นจังหวะไปอีกนิด “รุทธิ์! วิจะเอาจริงแล้ว! วิจะเริ่มต้นสืบเรื่องราวทั้งหมด”
       อนิรุทธิ์ร้องลั่น “เฮ้ย”
       “แล้วถ้าติดขัดอะไร วิจะโทร.มาปรึกษา โอเค นะคู่หู”
       วิรงรองปิดโทรศัพท์
       “เดี๋ยว! เดี๊ยว...วิ...เฮ้อ! หาเรื่องแล้วมั้ยล่ะ”
       อนิรุทธิ์ส่ายหน้าขำปนระอา พลางปิดโทรศัพท์
       
       บรรยากาศบริเวณเรือนคนรับใช้ดูเงียบสงัด ออกไปทางวังเวง เห็นผ้าปูที่นอน ผ้าห่ม และปลอกหมอนที่ตากไว้ปลิวไปตามสายลม
       วิรงรองขี่จักรยานตรงมาและกำลังจะผ่านเลยไป จู่ๆ มีเสียงหน้าต่างบานหนึ่งเปิดดังปัง วิรงรองหยุดปั่น หันกลับไปมอง พบว่าหน้าต่างห้องบานหนึ่ง เหมือนมีคนดึงให้ปิด
       วิรงรองลงจากจักรยานเดินมาใกล้ๆ “มีใครอยู่หรือเปล่าคะ”
       ทุกอย่างเงียบสนิท
       “ฮัลโหล ...มีใครอยู่หรือเปล่า”
       ทุกอย่างยังคงเงียบสนิท...วิรงรองหันไปมองโดยรอบ เห็นมีเพียงผ้าที่ตากไว้ปลิวไสวตามสายลม ทว่าบรรยากาศช่างดูวังเวงยิ่งนัก
       “หายไปไหนกันหมด”
       วิรงรองหันกลับขยับออกเดินแล้วสะดุ้งเฮือก ร้องดังลั่นเช่นกัน
       “ป้าอุไร”
       “คุณวิ! โอย! ขวัญหายกระเจิดกระเจิงเปิดเปิงหมด”
       “ป้าน่าจะให้เสียงซักหน่อย”
       “ป้าจะให้แล้วล่ะค่ะ แต่พอเห็นคุณวิกำลังด้อมๆ มองๆ ก็เลยกลัวว่าจะซิสะมาเถีย...เสียสมาธิ”
       วิรงรองนิ่งคิดครู่หนึ่ง แล้วจ้องอุไรเขม็ง
       “คุณวิขา...อย่ามองป้าแบบนั้นซิคะ”
       “วันนั้นเรายังคุยกันไม่ทันจบดี”
       “วะ....ไวหนัน...วันไหนคะ”
       “ไปหาที่เงียบๆ คุยกันดีกว่า” วิรงรองจับแขนอุไรดึงแกมลากมา
       “ตรง....ตรงนี้ก็เงียบค่ะ” อุไรขืนตัวไว้
       “ไปเถอะน่า”
       วิรงรองออกแรงลากอุไรไปจนได้ โดยไม่สังเกตว่าที่หน้าต่างซึ่งกระแทกปิดเมื่อสักครู่
       
       ภายในห้องเก็บของขณะนั้นมืดสนิท เต็มไปด้วยหยากไย่และฝุ่นละออง ราวกับเป็นห้องที่ทิ้งร้างไม่มีคนอยู่มาช้านานข้าวของภายใน เช่นหีบใส่เสื้อผ้า...ที่นอน หมอน มุ้ง เก่าคร่ำคร่า และขาดวิ่นตามวันเวลาที่ผ่านไป
       ร่างใครคนหนึ่งยืนหันหลังให้ แล้วมองไปที่บานหน้าต่าง ราวกับจะแลลอดไปเห็นภาพข้างนอก ร่างๆ นั้นค่อยๆ หันกลับมาช้าๆ เห็นว่าเป็น...ผีพิศ!!
       
       ในมุมหนึ่ง ซึ่งบรรยากาศเวิ้งว้างโดยรอบ อุไรปฏิเสธวิรงรองหน้าตาตื่น
       “อุ๊ย ป้าไม่ทราบจริงๆ ค่ะ...ป้าบอกไปแล้วนี่คะ...แต่ถ้าจะให้เดา...คุณวิคงต้องไปลองหาดูในห้องเก็บของค่ะ(อุไรนึกได้ว่าไม่ควรพูด” รีบอุดปากตัวเอง “อุ๊บ! นี่ป้ายังไม่ได้บอกอะไรคุณใช่มั้ยคะ”
       วิรงรองบอกหน้าตาย “เปล่าจ้ะ ...ยังไม่ได้บอกอะไรเลยแม้แต่คำเดียว”
       อุไรลูบอกโล่งใจ “ค่อยยังชั่ว”
       “แล้วห้องเก็บของนี่...”
       “ฮั่นแน่! จะหลอกถามป้าใช่มั้ยว่า ห้องเก็บของอยู่ที่ไหน! ป้ารู้ทันหรอกน่า”
       “วิรู้คะว่าห้องเก็บของน่ะต้องอยู่บนยอดโดมนั่น”
       อุไรภาคภูมิใจ “ไม่ใช่ค่ะ อยู่ข้างหลังโรงเก็บรถม้าเก่าโน่น”
       “เอ๊ะ! แล้วทำไมวิไม่เห็น”
       “เพราะคุณวิไม่ได้สังเกตน่ะซีคะ”
       วิรงรองยืนลังเล อยากจะไปดู แต่ก็นัดกับอุษาและพันธุ์สูรย์ไว้ มองดูนาฬิกาข้อมือ
       “ว้า ! ไปตอนนี้ไม่ได้เสียด้วย”
       “ไปตอนไหนก็ไม่ได้ทั้งนั้นค่ะ” สีหน้าอุไรสยดสยองขณะบอก “ผีดุ”
       
       ด้านอุษาแต่งตัวสวยงามเรียบร้อยจะออกไปข้างนอก เข้ามาขออนุญาตอดิศวร์ซึ่งอยู่ในห้องทำงาน
       อดิศวร์พูดไม่ได้เงยหน้ามอง “ไปเถอะ ...ชวนแสงแขไปด้วยก็ได้...ให้อุไรไปอยู่กับคุณย่าแทน”
       “เอ้อ...อุษาไปกับคุณวิรงรองค่ะ”
       อดิศวร์ชะงักนิดหนึ่ง แล้วเงยหน้าขึ้นมอง “ใครชวนใครกันแน่”
       “เอ้อ...คุณวิอยากไปเที่ยวตลาดน่ะคะ...เธอยังไม่เคยไป”
       อดิศวร์เอนตัวพิงพนัก มองอุษาด้วยสายตานิ่งๆ ขณะพูดดักคอ “ไม่ได้แอบไปพบกับใครนะ”
       อุษามีพิรุธทันที อึกอักพูดไม่ออก เพราะคิดว่าอดิศวร์ถามเรื่องพันธุ์สูรย์
       “ใช่เจ้าภูไทหรือเปล่า” อดิศวร์ถามย้ำ
       อุษาชะงัก แล้วยิ้มโล่งใจเมื่ออดิศวร์เข้าใจผิด
       “เปล่าค่ะ...คุณวิไม่ได้นัดพบกับเจ้าภูไทแน่นอน”
       “แน่ใจ” อดิศวร์ถามย้ำ
       อุษารับเต็มปากเต็มคำ “แน่ใจค่ะ”
       “ความจริง...ถ้าจะนัดพบกันก็เป็นเรื่องของเขา แต่พี่ไม่ชอบให้มาโกหกกัน...จะไปพบใครก็บอกตรงๆ เพราะพี่รับปากกับคุณแม่เขาว่าจะดูแลลูกสาวให้อย่างดี”
       “คุณวิไม่ได้นัดพบกับใครแน่นอนค่ะ” อุษายืนกราน
       อดิศวร์เสียหน้า “งั้นก็ไปเถอะ”
       อุษามีสีหน้ารู้สึกผิดนิดๆ ขณะยกมือไหว้ “ขอบคุณมากค่ะ”
       อดิศวร์ทำงานต่อ ส่วนอุษาเดินออกไป
       
       อุษามายืนรออยู่ที่รถตรงหน้าตึก ขณะที่วิเดินมากับอุไร
       “พี่ขออนุญาตคุณลบเรียบร้อยแล้ว ...ไปกันเถอะค่ะ”
       สองสาวเดินมาเปิดประตูรถ
       “เที่ยวให้สนุกนะคะ” อุไรยิ้มส่ง
       สองคนยิ้มบอก “ขอบใจจ้ะ” ไล่เลี่ยกัน
       เสียงแสงแขแหลมเข้ามา “นั่นจะไปไหนกัน”
       ทุกคนหันไปมองตามเสียง เห็นแสงยืนเริดเชิดหยิ่งตามเคย
       “ไปเที่ยวตลาดกับคุณวิ” อุษาบอก
       “ขออนุญาตคุณลบหรือยัง”
       วิรงรองขึ้นนั่งที่คนขับโดยไม่สนใจคำถามแสงแข โดยสายตาแสงแขมองตามอย่างไม่กินเส้น
       “ขอแล้ว” อุษาตอบ
       แสงแขกอดอก พูดแขวะ “ทีน้องละก็ไม่ชวน...ดันไปชวนคนอื่น”
       “ชวนทีไรเธอไม่เคยไปสักที” อุษาขึ้นรถไป
       แสงแขตะโกนไล่หลัง “อย่าเอารถไปชนอะไรนะยะ”
       วิรงรองขับออกไปโดยไม่สนใจ แสงแขมองตามด้วยแววตาถมึงทึง แล้วหันมาสบตาอุไรโดยบังเอิญ อุไรสะดุ้งเฮือก
       แสงแขตวาด “มองอะไร”
       อุไรตอบทันทีแบบคนบ้าจี้ “เปล่าค่ะ”
       “ก็แกกำลังจ้องฉันอยู่”
       “ถ้าคุณแขไม่ได้จ้องอุไร คุณแขจะทราบได้ยังไงคะว่าอุไรจ้องคุณ” อุไรต่อปาก
       แสงแขของขึ้น “นังอุไร”
       “เพื่อเห็นแก่ความสงบเรียบร้อย...อุไรไปล่ะค่ะ”
       อุไรรีบเดินเข้าตึกไป
       แสงแขมองตามบ่นบ้าในท่าทีโกรธจัด “พอมีพวกเข้าก็ปีกกล้าขาแข็งนะแก ! เดี๋ยวเจอกัน”
       
       แสงแขใส่ไฟอุไรต่อหน้าท่านผู้หญิง มีโอบอ้อมก้มหน้าอยู่ทางประตู
       “แต่ก่อนอุไรไม่เคยเป็นอย่างนี้นะคะ...แต่พอนัง...เอ๊ย วิรงรองมามันก็เปลี่ยนเป็นคนละคน”
       ท่านผู้หญิงหน้านิ่ง ดวงตาเป็นประกายกล้า “นังโอบ”
       “เจ้าขา”
       “ไปเชิญคุณลบมา”
       “เจ้าค่ะ”
       ขณะที่โอบอ้อมคลานออกไป แสงแขสบตาโอบ พยักหน้าให้นิดๆ เป็นเชิงรู้กัน
       “เอ้อ...แข...แขออกไปก่อนนะคะ...เดี๋ยวคุณลบจะหาว่าแขมาฟ้องคุณย่า”
       “ไม่ต้องออกไป” ท่านผู้หญิงเสียงเข้ม
       “แล้ว...”
       “แกนึกว่าตาลบโง่นักเรอะ! มันก็มีแกอยู่คนเดียวที่ชอบสาระแนมาฟ้องฉัน”
       แสงแขก้มหน้าลง ใบหน้าแสงมีแววตาเป็นประกายกล้าไม่พอใจ
       
       วิรงรองขับรถมาเรื่อยๆ เพลินเพริดกับภาพบรรยากาศ 2 ข้างทาง ในขณะที่อุษายังมีสีหน้าเคร่งเครียด
       “เดี๋ยวถึงทางแยกข้างหน้าแล้วเลี้ยวซ้าย”
       วิรงรองชำเลืองมองอุษา “ยังไม่สบายใจอยู่อีกหรือคะ”
       “พี่ไม่เคยโกหกคุณลบ”
       “พี่อุษาก็ไม่ได้โกหกนี่คะ...เพียงแต่พูดไม่หมด”
       อุษาถอนใจยาว วิรงรองเอื้อมมือมาบีบหลังมืออุษาเบาๆ เป็นเชิงปลอบโยน ก่อนที่วิรงรองเลี้ยวรถลับตาไป
       
       ฟากสามคนอยู่ในห้องท่านผู้หญิงสรรักษ์ด้วยกัน
       “แสดงว่าลบรับรู้แล้วอนุญาตให้มันขับรถไป”
       “เขาไปกับอุษาครับ”
       “ย่าอยากรู้ว่าลบอนุญาตหรือเปล่า”
       “ใช่ครับ”
       ระหว่าง 2 คนพูดกัน แสงแขนั่งก้มหน้าตลอดเวลา
       “อีกหน่อยก็คงจะยกบ้านนี้ให้มัน” ท่านผู้หญิงกระแทกเสียงใส่
       “คุณย่าก็ทราบว่าเป็นไปไม่ได้”
       ท่านผู้หญิงจ้องอดิศวร์เขม็ง พูดเสียงแข็ง “ทุกอย่างเป็นไปได้ทั้งนั้น! ย่าเคยคิดว่าเจ้าคุณสรรักษ์ฯ รักย่า จะไม่มีวันนอกใจย่า...ไม่เคยคิดว่านังพลับพลึง ที่ย่าให้ความเมตตาปรานีจะเนรคุณ แต่แล้ว...” นัยน์ตาหญิงชราเป็นประกายกล้ากร้าว
       “แต่นี่มันไม่เหมือนกันครับ” ผู้เป็นหลานทักท้วง
       “ไม่เหมือน แต่มันจะนำไปสู่สิ่งที่ย่าเคยขอร้องลบไว้...คำสัญญาหรือสาบาน ไม่เคยมีความศักดิ์สิทธิ์สำหรับพวกทรยศ! หรือว่าลบอยากจะสาบานกับย่า”
       อดิศวร์นิ่งงันไป แสงแขลอบช้อนสายตามองแว่บหนึ่ง
       ท่านผู้หญิงนัยน์ตาเป็นประกายกล้าแข็งยิ่งขึ้น “ว่าไง”
       “ผมไม่ชอบสาบาน...ไม่ว่าเรื่องอะไรทั้งนั้น”
       สีหน้าอดิศวร์แน่วแน่เช่นกัน
       “เพราะเราไม่สามารถรับรองได้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นในอนาคต”
       ท่านผู้หญิงสรรักษ์สะอึก
       
       แสงแขเดินเข้ามาในครัว ซึ่งโอบอ้อมรออยู่
       “ว่าไง”
       โอบอ้อมยิ้ม “เรียบร้อยแล้วค่ะ...พี่อ๊อดไปดักรอคุณอุษากับแม่นั่นอยู่ที่ตลาด”
       แสงแขยิ้มอย่างพอใจ
       
       แลเห็นผู้คนจับจ่ายใช้สอยกันค่อนข้างคึกคักในบริเวณตลาดนัด วิรงรองขับรถมาจอดในบริเวณที่จอดรถ แล้วทั้งคู่เปิดประตูลงมา โดยอุษายังมีท่าทีหวาดระแวง ขณะที่วิรงรองมองโดยรอบ
       จึงเห็นเจ้าภูไทและพันธุ์สูรย์เดินตรงมาจากมุมหนึ่งด้วยสีหน้าแจ่มใส
       “อ้าว นั่นเจ้าภูไทก็มาด้วย”
       2 คนเดินมาใกล้ วิรงรอง และอุษาไหว้ทักทาย
       สองหนุ่มรับไหว้ พันธุ์สูรย์มองอุษาด้วยความรักและคิดถึง จนอุษาต้องก้มหน้าหลบสายตาคู่นั้น
       “ไม่ยักรู้ว่าเจ้า...เอ๊ย พี่ชายจะมาด้วย” วิรงรองบอกยิ้มๆ
       ภูไทนัยน์ตาเป็นประกายทันทีที่ได้ยินคำว่า “พี่ชาย” แล้วเอ่ยถาม
       “หิวกันหรือเปล่า”
       2 สาวบอกพร้อมกัน “ไม่ค่ะ”
       “งั้นพาคุณวิรงรองชมตลาดกัน” พันธุ์สูรย์ออกไอเดีย
       “เชิญคุณพันธุ์สูรย์กับพี่อุษาเถอะค่ะ...วิจะไปกับพี่ชาย”
       อุษาชะงัก....พันธุ์แตะข้อศอกเบาๆ
       “ไปท่าน้ำกันเถอะ คุณอุษา”
       อุษาเดินไปกับพันธุ์สูรย์ วิรงรองและภูไทมองตาม
       “เราไปหาที่นั่งกันดีกว่าค่ะ...วิมีอะไรจะถามพี่ชายเยอะแยะ”
       “งั้นไปหาร้านเงียบๆ ดีไหม”
       วิรงรองพยักหน้าแล้วเดินไปกับภูไท
       ระหว่างที่ทั้ง 4 คนคุยกัน จนกระทั่งแยกกันเป็น 2 คู่ อ๊อดหลบอยู่และถ่ายรูปตลอดเวลา
       
       สองคนเดินเข้ามาในบริเวณศาลาท่าน้ำ แล้วทรุดตัวลงนั่ง อุษายังคงมีท่าทีหวาดระแวง คอยหันมองโดยรอบ ด้วยกลัวว่าจะมีใครมาเห็น
       
       “ไม่ต้องกลัวใครมาเห็นหรอกครับ...รับรองว่า ผู้คนที่โดมทองไม่มีวันลดตัวมาแถวนี้”
       พันธ์สูรย์เข้าใจถูกและผิด เพราะอ๊อดที่อยู่มุมหนึ่ง คอยถ่ายรูปคนทั้งคู่เป็นคนที่แสงแขจ้างวานมา
       “ไม่ทราบซิคะ...อุษาไม่ค่อยสบายใจ”
       พันธุ์สูรย์มองอุษาด้วยแววตาหวานซึ้ง เปี่ยมความรักตลอดเวลา
       “ต้องขอบคุณคุณวิรงรองที่อุตส่าห์เสี่ยงอันตรายพาเรามาพบกัน”
       อุษาเงยหน้ามองขณะถาม “พันธุ์สูรย์สบายดีนะคะ”
       “ก็ไม่ได้เจ็บไข้ได้ป่วยอะไร นอกจาก...” นัยน์ตาพันธุ์สูรย์เป็นประกายพราวขณะบอกคำต่อมา “คิดถึงคุณ”
       อุษาหน้าแดง “ฮื้อ ...”
       พันธุ์สูรย์พูดด้วยสีหน้าจริงจังขึ้น “ขอบอกความจริงว่า หลังจากถูกคุณลบเยาะเย้ยถากถาง...ผมก็พยายามจะลืมคุณ...แต่ไม่สำเร็จ และในเมื่อไม่สำเร็จ ผมเลย...ตัดสินใจว่าจะสู้ทุกวิถีทางเพื่อที่เราจะได้อยู่ด้วยกัน...คุณต้องเป็นกำลังใจให้ผมนะครับ” พลางจับมืออุษามากุมไว้ “ผมจะไม่ยอมให้ใครหน้าไหนมาพรากเราจากกันอีกแน่นอน”
       อ๊อดกดชัตเตอร์บันทึกภาพช็อตนี้
       อุษาส่ายหน้าเศร้าๆ “ไม่มีประโยชน์ค่ะ คุณลบไม่มีวันยอมแน่นอน”
       “เขามีสิทธิ์อะไร คุณโตแล้ว และก็ไม่ใช่ทาสในเรือนเบี้ย คุณมีอิสระที่จะตัดสินใจเลือกทางเดินชีวิตได้ ...ทุกอย่างขึ้นอยู่กับคุณคนเดียวว่าพร้อมหรือเปล่า”
       อุษาก้มหน้านิ่ง
       “ว่ายังไงครับ” พันธุ์สูรย์คาดคั้น
       อุษาเงยหน้าขึ้นในที่สุด บอกด้วยสีหน้าแน่วแน่ “ยังไม่พร้อมค่ะ”
       พันธุ์สูรย์มองตามอย่างประหลาดใจ และผิดหวัง
       
       ด้านเจ้าภูไทกับวิรงรองเดินคุยกันมาตามทางเดินอันร่มรื่น วิรงรองเล่าเรื่องที่คุยกับอนิรุทธิ์ให้ภูไทฟังจนจบแล้ว
       “พี่ชายคิดว่าวิโกหกหรือว่าฝันกันแน่คะ”
       “คุณวิ”
       วิรงรองเอียงคอล้อ “แอ๊ะ”
       ภูไทหัวเราะขำ “วิไม่ได้โกหกแน่นอน แต่ถ้าฝันละก็ไม่แน่”
       “งั้นดอกพลับพลึงมาได้ยังไง” วิรงรองคาใจเรื่องนี้มาก
       “อันนี้แหละปัญหา...เพราะคนอย่างคุณลบคงไม่ถือดอกพลับพลึงเข้ามาแกล้งวิหรือใครแน่ๆ”
       “วิก็คิดอย่างนั้นเหมือนกันค่ะ ....” วิรงรองเว้นจังหวะไปนิด “วิอยากเห็นรูปคุณพลับพลึงจัง ทำไมท่านผู้หญิงถึงนึกว่าวิเป็นคุณพลับพลึง...วิคิดว่าเราอาจจะมีเค้าหน้าคล้ายๆกัน”
       ภูส่ายหน้า “เป็นไปไม่ได้ ! คนที่ไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกันเลยจะมาเหมือนกันได้ยังไง ! ผิดหลักวิทยาศาสตร์”
       วิรงรองเถียงทันที “แต่พี่ชายต้องยอมรับว่า ในโลกนี้มีหลายสิ่งหลายอย่างที่วิทยาศาสตร์อธิบายไม่ได้”
       “พี่ยังเชื่อว่า อธิบายได้ อีกอย่าง...ท่านผู้หญิงแก่มากแล้ว...หูตาฝ้าฟาง”
       “ระยะห่างแค่นั้น คงไม่ฟางขนาดมองคนหนึ่งเป็นอีกคนหรอกค่ะ”
       “สรุป...วิคิดว่าบ้านนั้นมี...ผี”
       วิรงรองหยุดเดินแล้วหันมามอง “วิอยากเรียกว่าดวงวิญญาณมากกว่าค่ะ เป็นดวงวิญญาณที่ยังไปผุดไปเกิดไม่ได้ เพราะมีบางสิ่งบางอย่างค้างคาอยู่ ซึ่งวิจะต้องสืบรู้ให้ได้”
       ภูไทสะดุ้ง “พี่ว่าอย่าไปยุ่งเลย”
       วิรงรองออกเดินต่อเงียบๆโดยไม่รับปาก ภูไทเดินตามพลางมองอย่างกังวล
       
       ส่วนที่ท่าน้ำ แลเห็นผืนน้ำกระเพื่อมด้วยเรือขายของผ่านไปมา 2 คน นั่งกันเงียบๆ จนกระทั่งอุษาขยับตัวในที่สุด
       “กลับกันเถอะค่ะ”
       พันธุ์สูรย์ตัดสินใจ “ยังไงผมจะรอคุณ”
       อุษาหันมามอง พันธุ์สูรย์มองมาในท่าทีอันแน่วนิ่ง
       “ไม่ว่ามันจะนานแค่ไหนก็ตาม”
       อุษาสะท้อนใจน้ำตารื้นขึ้นมา “อย่ารอเลยค่ะ...มันอาจจะไม่มีวันนั้นจนชั่วชีวิต...อุษาไม่อยากเป็นคนอกตัญญู”
       “คุณทำเพื่อพวกเขามามากแล้ว”
       อุษาส่ายหน้า น้ำตาหยดริน “บุญคุณของทั้งคุณย่าและคุณลบท่วมหัว...ตอบแทนเท่าไหร่ก็ไม่มีวันหมด”
       “แล้วถ้าท่านผู้หญิงตายล่ะ”
       อุษาตกใจ “พันธุ์สูรย์”
       “ผมพูดเผื่อไว้...ท่านก็อายุมากแล้ว” พันธุ์สูรย์ว่า
       “เรากลับกันดีกว่า”
       อุษาเดินออกไป พันธุ์สูรย์ถอนใจยาวขณะเดินตาม
       
       วิรงรองและเจ้าภูไท นั่งคุยกันอยู่ในบริเวณที่จอดรถ รอพันธุ์สูรย์และอุษา
       
       “วิต้องระวังตัวให้ดี โดมทองมีประวัติความเป็นมายาวนาน ตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 5 คนที่เคยอยู่ที่นั่นเล่าให้ฟังว่า โดมทองไม่ใช่บ้านธรรมดา...มันมีจิตวิญญาณบางอย่าง”
       วิรงรองหัวเราะคิก “เรียกว่าบ้านผีสิง”
       ภูไทดุไม่จริงจัง “ทำเป็นพูดเล่นดีไปเถอะ”
       “วิพูดจริง ไม่ได้พูดเล่น...ก็วิทั้งเคยเห็นเคยได้ยินอะไรบางอย่างที่นั่น” วิรงรองถอนใจ “ไม่รู้ซิคะ บางทีวิก็เชื่อว่าสิ่งเหล่านั้นเป็นสิ่งลึกลับเหนือธรรมชาติ แต่บางครั้งมันก็มีอะไรแวบๆ เข้ามาว่า อาจจะเกิดจากการกระทำของใคร คนใดคนหนึ่งที่ต้องการให้วิกลัว”
       “มากันแล้ว” ภูไทบอก
       วิรงรองหันไปมองตามสายตาภูไท เห็นพันธุ์สูรย์และอุษาช่วยกันหอบผักสดเมืองหนาว สตรอเบอร์รี่ และผลไม้อื่นๆมาด้วย
       วิรงรองเดินไปช่วยรับกับเจ้าภูไท “ซื้ออะไรมาเยอะแยะไปหมด”
       “คนที่โดมทองจะได้ไม่สงสัยไงครับ ว่ามาตลาดทั้งที ทำไมไม่มีอะไรติดไม้ติดมือกลับไปเลย”
       “พันธุ์สูรย์เขารอบคอบ” ภูไทเย้า
       ทั้งหมดเดินเอาของมาเก็บที่รถวิรงรอง
       จังหวะนี้อ๊อดถ่ายรูปหมู่นั้นอีกครั้ง
       อุษายืนมองไปโดยรอบอย่างกังวล เห็นภาพชีวิตผู้คนโดยรอบเป็นปกติ
       “ไม่มีอะไรหรอกคุณอุษา” พันธุ์สูรย์บอก
       ภูไทมองโดยรอบอีกที “ขึ้นรถเถอะครับ”
       ทั้ง 4 คนแยกย้ายกันขึ้นรถ แล้วต่างขับออกไป
       
       อ๊อดหันกลับมาจากการทำภารกิจให้แสงแข หันไปทำทีเป็นซื้อของ
       
       ในบรรยากาศร่มครึ้มของโดมทอง 2 สาวกำลังคุยกันอยู่บริเวณนั้น อ๊อดโทร.มาเล่าเรื่องให้โอบอ้อมฟัง และมันถูกรายงานต่อมายังแสงแขในตอนนั้น
       แสงแขนัยน์ตาเป็นประกายของผู้ชนะ “ดีมาก แกให้เขาส่งมาทางไปรษณีย์ถึงคุณลบเลย”
       “เดี๋ยวนี้เลยหรือคะ” โอบอ้อมอึ้ง
       แสงแขชักฉุน “แล้วจะให้ส่งมาชาติหน้าเรอะไง! โทร.เลย”
       โอบอ้อมรีบกดโทรศัพท์ด้วยสีหน้ายิ้มแย้มประจบประแจง
       
       เวลานั้นภายในห้องนั่งเล่น อดิศวร์กำลังนั่งคุยอยู่กับพิณทอง และพิชญ์ด้วยสีหน้าผ่อนคลาย
       “ชายหาดโดมทองนี่ยังมีปูลมอยู่อีกหรือคะ”
       “ก็ไม่มีใครมาจับนี่”
       “ดีจัง แต่พิณจะจับแล้วก็ปล่อย...กลัวบาป”
       “กลัวบาปก็อย่าไปจับสิครับ” พิชญ์แจม
       พิณทองเมินไปอีกทาง อุษาและวิรงรอง เดินเข้ามาพอดี ทั้ง 2 คนชะงักนิดหนึ่งเมื่อเห็นลบไม่ได้อยู่คนเดียว
       พิชญ์มองวิรงรองนัยน์ตาเป็นประกายแว่บหนึ่ง แต่ไม่พ้นสายตาจับผิดของอดิศวร์และพิณทอง
       “นั่งก่อนซิ” อดิศวร์บอก
       “ไม่เป็นไรค่ะ...อุษากับคุณวิรงรองจะมาเรียนคุณลบว่า เรากลับมากันแล้ว”
       พิชญ์ประชดขณะชายตามองวิรงรอง “ว่าง่ายจริง”
       อดิศวร์ยิ้มๆ “ที่นี่ระเบียบว่าจะไปก็ต้องลา จะมาก็ต้องไหว้ ทุกคนต้องปฏิบัติตามนี้ ! เพราะอาณาเขตของโดมทองกว้างใหญ่มาก...ถ้าใครหายไปก็จะตามหายาก...ยิ่งหายไปหลายวันยิ่งอันตราย”
       ขณะอดิศวร์พูด วิรงรองหันหลังเดินออกไป
       “จะไปไหนล่ะ วิรงรอง” อดิศวร์ถามเสียงดัง
       “ดิฉันต้องโทรศัพท์ถึงคุณแม่ค่ะ”
       วิรงรองเดินเลยไป อุษาถือโอกาสเดินตาม
       “คืนนี้เราน่าจะชวนคุณวิรงรองไปด้วยนะคะ”
       
       พิชญ์นิ่งไป ขณะอดิศวร์มองท่าทีของพิณทองอย่างพึงพอใจ
       
       อ่านต่อหน้า 4

หน้าที่แล้ว
1 | 2 | 3 | 4
หน้าถัดไป
ข่าวล่าสุด ในหมวด
โดมทอง ตอนที่ 18 จบบริบูรณ์
โดมทอง ตอนที่ 17 (จบตอน)**แก้ไข
โดมทอง ตอนที่ 16**แก้ไข
โดมทอง ตอนที่ 15
โดมทอง ตอนที่ 13
เครื่องมือจัดการเว็บ
ส่งบทความนี้ต่อ
พิมพ์หน้านี้
ข่าวที่มีผู้ส่งมากที่สุด
แสดงผลหน้าเดียว
จำนวนคนโหวต 4 คน
คุณเห็นด้วยกับข่าว/บทความนี้หรือไม่
เห็นด้วย ไม่เห็นด้วย
เห็นด้วย 4 คน
100 %
ยังไม่มีผู้ไม่เห็นด้วย
0 %
ความคิดเห็นที่ 2 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
อัพเร็วๆนะคะรออยู่เสมอ ชอบมากๆๆๆๆๆค่ะ ^^
ฟาง
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 1 +1 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
หลอนดี
เปีวย
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความคิดเห็น
1. โปรดงดเว้น การใช้คำหยาบคาย ส่อเสียด ดูหมิ่น กล่าวหาให้ร้าย สร้างความแตกแยก หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
2. ทุกความคิดเห็นไม่เกี่ยวข้องกับผู้ดำเนินการเว็บไซต์ และไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมายได้
3. ทีมงานเว็บมาสเตอร์ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
4. เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
5. ผู้ร่วมแสดงความคิดเห็นสามารถร่วมตรวจสอบข้อความที่ไม่เหมาะสมได้ โดยการกดปุ่ม "แจ้งลบ" หรือส่งอีเมลแจ้งมาที่ cs@astvmanager.com หรือ cs.astvmanager@gmail.com ซึ่งทีมงานจะทำการตรวจสอบ และลบข้อความดังกล่าวโดยเร็วที่สุด หรืออย่างช้าภายใน 3 วันทำการ
เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
แสดงความคิดเห็นเพิ่มเติม
โชว์ภาพผู้ใช้ทุกครั้งที่แสดงความเห็น เพียงเข้าสู่ระบบด้วยบัญชีของเฟซบุก กดที่ปุ่มด้านล่างนี้เลย!

ชื่อ/e-mail ของคุณ : *
 
 *
  กฎกติกาการแสดงความคิดเห็นฉบับเต็ม
 
หนังสือพิมพ์: ASTV ผู้จัดการออนไลน์ | ASTV ผู้จัดการรายวัน | นิตยสารผู้จัดการ 360° | Positioning | ASTV News1
มุม: การเมือง | อาชญากรรม | คุณภาพชีวิต | ภูมิภาค | ต่างประเทศ | มุมจีน | ธุรกิจ | หุ้น | SMEs | Motoring
CyberBiz | วิทยาศาสตร์ | เกม | กีฬา | บันเทิง | Life on Campus | Celeb Online | ท่องเที่ยว | ธรรมะกับชีวิต | Multimedia
เว็บ: Asia Times | บุรพัฒน์ คอมมิคส์ | Mars Magazine | ทะเลไทย | คุยกับเว็บมาสเตอร์ | โฆษณาบนเว็บ
All site contents copyright ©1999-2014