หน้าแรกผู้จัดการ Online | หน้าแรกละครออนไลน์ | ละครออนไลน์
ละครออนไลน์ นักสู้มหากาฬ

นักสู้มหากาฬ ตอนที่ 1

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์
16 มิถุนายน 2556 03:57 น.
หน้าที่แล้ว
1 | 2 | 3 | 4
หน้าถัดไป
นักสู้มหากาฬ ตอนที่ 1
        นักสู้มหากาฬ ตอนที่ 1 (ต่ิอ)
       
       ฤทธิ์เล่าเรื่องในอดีตให้ใจทิพย์ฟัง...ในเวลานั้น ฤทธิ์ในชุดทหารบุกเข้ามาในบ้านของเป้าหมายพร้อมกับเพื่อนทหารอีกสองนาย และกราดยิงสมุนทุกคนที่ขวางทาง
       
       พ่อค้ายาซึ่งเป็นเป้าหมายของฤทธิ์โผล่มาจากห้องนอนพร้อมอาวุธ และจะยิงใส่แต่ถูกฤทธิ์กราดยิงจนทรุดไปต่อหน้า
       “ทีมของผมช่วยกันยิงเปิดทาง เพื่อให้ผมกับเพื่อนเข้าไปจัดการกับเป้าหมาย แต่ว่า...”
       ทันใดนั้นเองเพื่อนทหารของฤทธิ์ ถูกยิงเข้าทางด้านหลังจนล้มไป เขารีบหันปืนไปเพื่อยิงตอบโต้ใส่คนร้าย…แต่แล้วก็ต้องชะงักไปเมื่อพบว่าคนที่ยิงเป็นเด็กสาวอายุแค่ 14-15 ปี แววตาดุดันของเธอเจิ่งนองไปด้วยน้ำตา เธอเหนี่ยวไกยิงใส่เขาอีกหลายนัด แต่ด้วยความไม่คุ้นมือกระสุนจึงพลาดเป้าหมาย ฤทธิ์ไม่มีทางเลือก เขายกปืนขึ้น และเหนี่ยวไกยิง
       ฤทธิ์เล่าเรื่องที่เกิดขึ้นให้ใจทิพย์ฟังด้วยความหดหู่ใจ เขาน้ำตาคลอด้วยความโกรธตัวเอง
       “ลูกสาวของพ่อค้ายาคนนั้น ยังมีชีวิตหลอกหลอนอยู่ในหัวใจของผม ไม่มีคืนไหนที่ผมนอนหลับ โดยไม่เห็นหน้าเธอ”
       “แต่คุณทำไปเพราะหน้าที่ คุณทำเพื่อประเทศชาติอยู่นะ”
       “ผมพยายามจะคิดแบบนั้น แต่ก็ทำไม่ได้ ทุกวันนี้ผมไม่กล้าจับปืนอีกเลย ผมต้องทิ้งทุกอย่างมาที่นี่ ก็เพราะอยากลืมเรื่องนี้”
       มือฤทธิ์มีอาการสั่นขึ้นมาอีกครั้งเหมือนที่ใจทิพย์เคยเห็น เธอรีบรวบมือเขามากุมเอาไว้พูดอย่างอ่อนโยน
       “คุณทำดีที่สุดแล้ว คุณเป็นคนมีเมตตานะฤทธิ์ เพราะแบบนี้…ฉันถึงได้รักคุณ”
       ฤทธิ์มองใจทิพย์…
       “ไม่มีใครทำถูกไปหมดทุกอย่าง แม้แต่ฉันหรือว่าคนอื่น คุณต้องให้อภัยตัวเอง…ต้องยกโทษให้ตัวเองบ้าง”
       ฤทธิ์กลั้นน้ำตาไม่อยู่ เขากอดใจทิพย์แล้วร้องไห้ออกมา ใจทิพย์ลูบหลังปลอบเขาราวกับเด็กไร้เดียงสาคนหนึ่ง
       
       ชินโดบาร์เป็นบาร์สไตล์เกาหลีของนายปาร์ก มีพนักงานสาวเต้นโชว์บนเวทีหน้าตาบ๊องแบ๊วเหมือนหลุดมาจาก MV ท่ามกลางลูกค้ามากมายหลายเชื้อชาติ แหลมซึ่งเพิ่งออกจากคุกเดินเข้ามาในร้าน ก่อนจะผ่านพนักงานการ์ดขึ้นบันไดไปยังชั้นบน
       ในออฟฟิศชินโดบาร์ชั้นบน ปาร์กเช็ดปืนไปพลาง บ่นกับแหลมไปพลาง
       “ติดคุกซะเพลินเลยนะไอ้แหลม อยู่ดีไม่ว่าดี ดันรับจ๊อบหาเด็กส่งให้ไอ้พวกค้ามนุษย์...สมน้ำหน้า”
       แหลมยิ้มแหยๆ
       “ งานนี้ผมโดนทั้งขึ้นทั้งล่องครับคุณปาร์ก รับรองว่าคงเข็ดไปอีกนาน”
       ปาร์กมองขำๆ
       “แล้วไอ้คนที่เล่นงานแก รู้รึยังว่ามันเป็นใคร”
       “กำลังสืบอยู่ครับ ถ้าเจอเมื่อไหร่ ผมต้องแก้แค้นมันแน่”
       “ยังไม่ใช่ตอนนี้ ตำรวจกำลังจับตาแกอยู่ แล้วอีกอย่าง…ฉันมีงานอื่นจะให้ช่วย”
       
       เช้าวันต่อมา กรณ์เดินมาส่งลูกทีมที่นั่งโดยสารกันอยู่บนรถจี๊ปของยักษ์
       “พวกนายกลับไปรอที่จุดนัด ได้ตัวฤทธิ์แล้วฉันจะรีบตามไป”
       เอมี่ไม่มั่นใจ
       “แน่ใจเหรอว่าเขาจะรับงาน”
       “เดี๋ยวก็รู้”กรณ์บอกยิ้มๆ
       
       ฤทธิ์นอนอยู่บนเตียง เขาฝันเห็นภาพเด็กสาวลูกพ่อค้ายายังคงถือปืนยิงใส่ฤทธิ์ แต่ภาพของเธอเหมือนกับค่อยๆเลือนหายไปในที่สุด ฤทธิ์ลืมตาตื่นขึ้น และหันมาดูใจทิพย์ที่นอนอยู่ข้างกาย แต่เธอไม่ได้อยู่ที่นั่น
       
       ใจทิพย์ชื่นชมบรรยากาศยามเช้าอยู่ที่ระเบียง ฤทธิ์ตามมากอดเธอ
       “ใจทิพย์”
       “คะ”
       “แต่งงานกับผมนะ”
       ใจทิพย์หันมาอึ้ง
       “หือ”
       “ผมพูดจริงๆ”
       “แต่เราเพิ่งรู้จักกันแค่…”
       ฤทธิ์ยิ้ม
       “ไม่ เราเคยเจอกันมาก่อน ผมรู้สึกอย่างนั้น”
       ใจทิพย์นิ่งงันไปเพราะคำพูดนั้น…ก่อนที่น้ำตาจะเอ่อซึมออกมา
       “ฉันก็เหมือนกัน ฉันรู้สึกแบบเดียวกับคุณ รู้สึกตั้งแต่วันแรก ที่เห็นคุณมาช่วยฉัน”
       ใจทิพย์สวมกอดฤทธิ์เอาไว้
       
       ฤทธิ์มาบอกคำตอบกับกรณ์ที่จุดนัดที่ชายหาด เขาส่งซองเอกสารคืนให้กรณ์
       “ฉันมีเงื่อนไข”
       “ว่ามาเลยเพื่อน”
       “งานสุดท้าย...ฉันต้องการอยู่อย่างสันติ”
       “ไม่เหมาะกับแกหรอกมั้ง”
       “ฉันกำลังมีครอบครัว ขอร้องเถอะเพื่อน ให้จบสิ้นกันแค่นี้”
       
       กรณ์นิ่งคิด

นักสู้มหากาฬ ตอนที่ 1
        ภายในห้องโถงอาคารเช่า...ใจทิพย์วางโทรศัพท์มือถือที่ตั้งระบบถ่ายรูปอัตโนมัติเอาไว้ก่อนจะวิ่งมาหน้ากล้องเพื่อยืนเคียงข้างกับฤทธิ์ สักพักระบบก็ทำงาน
       
       “ในที่สุดคุณก็ยอมถ่ายรูปซะที”
       
       รูปถ่ายถูกปริ้นท์และนำมาใส่กรอบ ฤทธิ์แขวนรูปของเขากับใจทิพย์ไว้ใกล้ๆ รูปที่ใจทิพย์ถ่ายกับไอริณ และณัฐชา ทั้งตอนเด็กและตอนโต
       “ไม่รู้เมื่อไหร่ผมจะได้เจอเพื่อนๆของคุณ”
       “พี่น้องของฉันต่างหาก ไอริณกับณัฐชา พวกเขาต้องดีใจแน่ ถ้ารู้ว่าฉันจะแต่งงาน”
       “แล้วคุณจะให้ใครเป็นเพื่อนเจ้าสาว”
       ใจทิพย์ยิ้ม
       “อันนี้ต้องขอคิดดูก่อน”
       ฤทธิ์ยิ้มรับเศร้าๆ...อดไม่ได้ที่จะใจหายเมื่อต้องเดินทาง ใจทิพย์ก็เช่นกัน
       
       บ่ายวันนั้น ใจทิพย์มาส่งฤทธิ์เพื่อขึ้นรถของกรณ์ที่จอดรอยู่หน้าอาคารเช่า
       “แล้วผมจะรีบกลับ”
       “ฉันจะรอค่ะ”
       ฤทธิ์ดึงตัวใจทิพย์มาจูบที่หน้าผากเบาๆ ก่อนจะหิ้วสัมภาระไปที่รถของกรณ์ซึ่งยืนรออยู่
       “ไม่ต้องห่วง ผมจะดูแลเขาเอง”
       ใจทิพย์พยักหน้าให้กรณ์อย่างวางใจ รถของกรณ์แล่นจากไป ใจทิพย์มองตามฤทธิ์จนลับตา
       
       ในห้องพักของโรงแรมแห่งหนึ่ง มีเสียงเคาะประตูดังขึ้นพร้อมกับเอมี่ มาเปิดประตูให้ฤทธิ์กับกรณ์ ด้วยชุดที่ค่อนข้างยั่วยวนตามสไตล์ดอกไม้มรณะ ใครเชยชมเมื่อไหร่ตายเมื่อนั้น
       “เอาล่ะ ได้เวลาแนะนำตัวอย่างเป็นทางการซะทีนะ...นี่เอมี่ ลูกศิษย์ฉันเอง ตอนนี้เธอเป็นผู้ช่วยของฉัน”กรณ์บอกทุกคน
       เอมี่ยิ้ม
       “ในที่สุด พ่อรูปหล่อของเราก็มาจนได้”
       กรณ์ปราม
       “เลิกหื่นได้แล้วเอมี่ เพื่อนฉัน เขาจะแต่งงานแล้ว”
       กรณ์เดินนำฤทธิ์เข้ามาในห้องซึ่งยักษ์ ลุงโจ และวัฒน์กำลังรออยู่ วัฒน์กำลังนั่งใช้มีดพกเฉือนผลไม้ทานแก้เซ็ง กรณ์แนะนำ
       “นั่นวัฒน์คนที่เชือดนายคราวก่อน เขาเป็นหน่วยกล้าตาย”
       กรณ์ชี้ไปที่ลุงโจที่นังดวดเหล้าแต่หัววัน
       “ส่วนลุงโจเป็นคนจัดการเรื่องระเบิด และนำทาง”
       กรณ์บุ้ยหน้าไปที่ชายร่างใหญ่ที่กำลังนั่งเล็มหนวดตัวเองอยู่
       “แล้วก็ยักษ์ เป็นหน่วยกล้าตายหมายเลขสอง คอยดูแลเรื่องพาหนะ...นี่ฤทธิ์เพื่อนเก่าของฉันเอง ใครมีอะไรจะถามมั้ย”
       วัฒน์มองหน้าฤทธิ์
       “เขาบอกว่านายใช้มีดเก่งกว่าปืน จริงรึเปล่า”
       “ฉันไม่ถูกโรคกับปืน”
       “ว่างๆขอลองวิชาหน่อยนะ พอดีฉันเองก็ชอบมีดเหมือนกัน”
       ฤทธิ์มองแผลที่แขนตัวเอง
       “ฉันจำได้”
       กรณ์มองหาลูกน้องคนอื่นๆ
       “คนอื่นล่ะ”
       เอมี่มองอย่างเสียดาย
       “คุณจะแต่งงานแล้วจริงๆเหรอ”
       ฤทธิ์พยักหน้า
       “เร็วๆนี้”
       “แหม เสียดายจัง”
       ลุงโจกับยักษ์หลิ่วตากันขำๆ ขณะที่วัฒน์มองเอมี่กับฤทธิ์อย่างไม่พอใจ
       “เอาล่ะ ทีนี้ก็เริ่มประชุมกันซะที” กรณ์ชี้ “ลุงโจ หยุดดื่มได้แล้ว”
       ลุงโจกระดกเหล้าที่เหลือ แล้วคว่ำแก้วเซ็งๆ
       
       กรณ์กางแผนที่ลงบนเตียงซึ่งใช้แทนโต๊ะประชุม สมาชิกทั้งหมดมายืนรุมล้อมกัน
       “เราจะเดินทางด้วยเรือไปถึงบริเวณนี้ จากนั้นค่อยเดินเท้าข้ามภูเขาลูกนี้ไป โรงงานของมันจะตั้งอยู่ในหุบเขา มีกำลังคนดูแลอยู่ไม่ต่ำกว่าสามสิบคน นอกนั้นเป็นเจ้าหน้าที่กับคนงาน...งานนี้พวกเราต้องปิดบังฐานะ ห้ามพกเอกสารบัตรอุปกรณ์สื่อสาร หรือสัมภาระใดๆ ที่ไม่ใช่อาวุธติดตัวไปเด็ดขาด ถ้าเกิดอะไรผิดพลาด ทางหน่วยงานของเราจะดูแลครอบครัวของพวกคุณเป็นอย่างดี ภารกิจเริ่มตอนรุ่งสางวันพรุ่งนี้...รับทราบ”
       ทุกคนตอบพร้อมกัน
       “รับทราบ”
       กรณ์พยักหน้าอย่างพอใจ
       
       ในห้องวีไอพีภัตตาคารดอกบัวขาว...มาวิน นักธุรกิจหนุ่ม กับแหลมนั่งดื่มกินกันอยู่ ก่อนที่ลูกน้องจะหิ้วกระเป๋าเอกสารมาวางแล้วกระซิบบอก
       “เงินโอนเข้าบัญชีแล้วครับเจ้านาย”
       มาวินยิ้มพอใจก่อนจะส่งกระเป๋าเอกสารให้แหลมที่รีบเปิดเช็คดูสินค้าข้างใน
       “ฝากขอบใจคุณปาร์กเจ้านายแกด้วยนะไอ้แหลม ในฐานะที่เป็นลูกค้าขาประจำ”
       แหลมยิ้มรับ
       “ไม่เป็นไรหรอกครับคุณมาวิน น้ำพึ่งเรือ เสือพึ่งป่าครับ เออ ว่าแต่ทำไมดูเหมือนสินค้าของคุณจะน้อยลงละครับ”
       มาวินหนักใจ
       “มีคนตัดหน้าฉัน ใครก็ไม่รู้มันกว้านซื้อทั้งยาทั้งสารตั้งต้นในการผลิต ไปจนเกือบหมดตลาด”
       “สงสัยมันคงอยากลองดีมั้งครับคุณมาวิน ไม่ต้องห่วงครับ เจอตัวเมื่อไหร่ มันเละแน่”
       “เออพูดดี ถ้างั้นคืนนี้เราฉลองกันให้เต็มที่ ฉันเลี้ยงแกเอง”
       
       มาวินหัวเราะชอบใจ

นักสู้มหากาฬ ตอนที่ 1
        บรรยากาศยามค่ำคืนภายในเธคแห่งหนึ่ง มีนักเที่ยวมาเที่ยวกันหนาตา ไอริณกับณัฐชาเพิ่งมาถึง นักเที่ยวมองไอริณซึ่งเป็นดาราด้วยความสนใจ ณัฐชามองสถานที่อึ้งๆ
       
       “โอ้โห เนี่ยนะรีแล็กซ์แบบของเธอ”
       “ก็ใช่สิ เห็นเธอเครียดเรื่องงานหรอกนะ ถึงพามาเที่ยวนี่ยังจะบ่นอีกเหรอ”
       “แต่ฉันทำคดีอยู่นะแม่คุณ ถ้าเกิดสารวัตรราเมศมาเห็นเข้า”
       “โอ้ยหายห่วง ขานั้นน่ะ ฉันโทรตามให้แล้ว”
       ณัฐชาหน้าตื่น
       “เย้ย...เธอชวนสารวัตรมาเที่ยวกับฉันเนี่ยนะ”
       ไอริณยักไหล่ยิ้มๆ เหมือนไม่เห็นจะยากเย็นตรงไหน
       
       เหล่านักเที่ยวสนุกกับการเต้นรำ ไอริณจูงณัฐชาเข้ามาในเธค พวกของมาวินกับแหลมเห็นเข้าพอดี
       “เอ...นั่นมันดารานี่ครับคุณมาวิน”
       “ไหนวะ”
       “คนนั้นไงครับ ดูเหมือนจะชื่อไอริณ”
       มาวินมองไอริณแล้วรู้สึกประทับใจ
       “สวยว่ะ หุ่นน่าฟัดเป็นบ้า”
       มาวินกับพวกเดินเข้าไปทักทายไอริณกับณัฐชา มาวินยื่นมือ
       “สวัสดีครับคุณไอริณ ผมมาวิน เป็นหุ้นส่วนของที่นี่”
       “ค่ะ ยินดีที่ได้รู้จัก”
       ไอริณจับมือมาวินตามมารยาท แต่อีกฝ่ายกลับคว้าหมับไม่ยอมปล่อย
       “ผมรู้สึกเป็นเกียรติมากครับที่มีโอกาสได้ต้อนรับคุณ ถ้าไงขออนุญาตเลี้ยงเครื่องดื่มสักแก้วนะครับ”
       ณัฐชาขัดขึ้น
       “ฉันว่าอย่าเลยค่ะ คุณไอริณต้องรีบกลับ”
       “นี่คุณ ผมถามคุณไอริณอยู่นะ ไม่ใช่คุณ” มาวินเอานิ้วจิ้มบ่า “ถ้าไม่อยากเจอดีก็ถอยไปซะ”
       “พวกคุณต่างหากที่ควรถอยไป” ณัฐชาดึงไอริณ “ไอริณ เรากลับกันเถอะ”
       ณัฐชาคว้าแขนไอริณจะกลับออกไปแต่ก็ถูกสมุนของมาวินขยับมาขวางทางเอาไว้ มาวินจ้องหน้าณัฐชา
       “เธอไปได้ แต่คุณไอริณต้องอยู่ที่นี่”
       ณัฐชาดันไอริณหลบไปแล้วเปิดฉากบู๊กับสมุนของมาวินอย่างดุเดือด พวกนักเที่ยวต่างพากันแตกตื่น บ้างหนีออกไปข้างนอก ในขณะที่ไอริณทำอะไรไม่ถูกเพราะเธอก็ได้แค่ต่อสู้แต่ในการแสดงเท่านั้น...มาวินเห็นสมุนของตนโดนณัฐชาเล่นงานก็เริ่มนึกสนุก
       “ก็ได้ ถ้างั้นผมขอยืดเส้นยืดสายบ้างก็แล้วกัน”
       มาวินถอดเสื้อตัวนอกออกแล้วตรงเข้าต่อสู้กับณัฐชา ด้วยชั้นเชิงที่เหนือกว่ามาวินสามารถจับณัฐชากดล็อกไว้กับผนัง ไอริณตกใจ
       “ณัฐชา”
       “เสร็จฉันล่ะนังม้าพยศ”
       ราเมศโผล่มาจ่อปืน
       “ถ้าผมเป็นคุณ ผมจะไม่ทำแบบนั้น”
       มาวินชะงัก
       “แก…แกเป็นใครวะ”
       “ผมผู้กองราเมศ เป็นผู้บังคับบัญชาของหมวดณัฐชา”
       มาวินมองณัฐชา
       “อ้อที่แท้ก็เป็นตำรวจ ไม่ยักรู้”
       “ยังมีอีกเรื่อง ที่ผมสงสัยว่าคุณคงจะไม่รู้ คุณไอริณ เธอเป็นลูกสาวของท่านนำชัย หัวหน้าพรรคเทิดธรรม งานนี้ผมว่าคุณเจอปัญหาใหญ่แน่” ราเมศพูดด้วยน้ำเสียงกวนๆ
       
       ราเมศเดินออกมาส่งไอริณกับณัฐชาที่หน้ากองปราบหลังจากเสร็จธุระเรื่องคดี
       “งานนี้นายมาวินนั่นคงโดนขังยาวแน่” ไอริณสะใจ
       “แต่ผมว่าคงไม่หรอกครับ หมอนั่นเขามีเส้นสายอยู่พอตัว อย่างเก่งก็คงไม่เกินสามวัน” ราเมศบอกเซ็งๆ
       ณัฐชาแปลกใจ
       “แค่นั้นเองเหรอคะผู้กอง ทั้งๆที่มันลวนลามผู้หญิงในที่สาธารณะ”
       “กฎหมายมันมีช่องโหว่น่ะผู้หมวด ทำไงได้”
       ณัฐชาได้แต่หงุดหงิดใจ ระหว่างนั้นก็เห็นสุชาติพาบอดี้การ์ดเดินตรงเข้ามา ไอริณหันไปถาม
       “คุณสุชาติ แล้วพ่อล่ะ”
       “ท่านนำชัยให้ผมมารับคุณกลับบ้านครับ”
       ไอริณมองหน้าณัฐชาอย่างเซ็งๆ
       “เที่ยวสนุกมากเลยนะคืนนี้”
       ณัฐชายิ้มขำ
       “นั่นสิ รีแล็กซ์จริงๆ”
       
       นำชัยเช็คข้อมูลผ่านทางคอมพิวเตอร์โน๊ตบุ๊คอยู่ในห้องทำงาน ขณะเดียวกันนั้นโทรศัพท์มือถือดังขึ้น เขาดูหมายเลขแล้วกดรับสาย
       “ฮัลโหล ว่าไงสุชาติ ไอริณปลอดภัยรึเปล่า”
       “ปลอดภัยครับท่าน ตอนนี้กำลังเดินทางกลับครับ”
       “แล้วเรื่องคดีล่ะเป็นยังไงบ้าง...ฮัลโหล...ฮัลโหล”
       โทรศัพท์เหมือนมีคลื่นแทรก เสียงของสุชาติขาดหายไป ก่อนจะมีสายของบอสซ้อนเข้ามาเป็นเสียงสังเคราะห์
       “สบายดีเหรอท่านนำชัย”
       “นั่นใคร”
       “อะไรกัน ไม่ทันไรก็ลืมผู้มีพระคุณแล้วเหรอ ฮึๆๆ อย่าลืมสิว่าเพราะมีพรายพิฆาต คุณถึงได้มีวันนี้”
       “พรายพิฆาต แกต้องการอะไร”
       
       นำชัยถามเครียดๆ

นักสู้มหากาฬ ตอนที่ 1
        ภายในห้องพักเวลานั้น...กรณ์เอาถุงอาวุธทั้งสั้นยาวและมีดดาบ มาวางกองตรงหน้าฤทธิ์
       
       “นี่สำหรับแก”
       ฤทธิ์มองปืนอย่างหนักใจ กรณ์ถาม
       “ไม่เช็คดูหน่อยเหรอ”
       ฤทธิ์เอื้อมมือมาแตะที่ปืน แล้วทอดถอนใจเพราะรู้สึกเหมือนไม่ถูกโรคกับมัน
       “ท่าทางแกคงมีปัญหากับปืนจริงๆว่ะเพื่อน” กรณ์คว้าปืนขึ้นมา “ปืนมันก็เป็นแค่โลหะ เป็นแค่สิ่งของอย่างหนึ่งที่คนเราประดิษฐ์ขึ้น แต่สิ่งที่ฆ่าคนได้จริงๆ ก็คือใจคนต่างหาก”
       ทันใดนั้นกรณ์ก็จัดแจงถอดแยกชิ้นส่วนปืนออกเป็นชิ้นๆ วางเรียงลงบนโต๊ะอย่างรวดเร็ว เมื่อกรณ์วางชิ้นส่วนสุดท้ายเสร็จ เขาก็ชักปืนพกของตัวเองออกมาเล็งใส่ฤทธิ์ทันที
       “นี่แกทำบ้าอะไรของแก”
       “รักษาอาการปอดแหกให้แกไงเพื่อน แกมีหน้าที่เช็คปืน ส่วนฉันมีหน้าที่ต้องเช็คแก ถ้าแกไม่พร้อม ภารกิจนี้จะต้องถูกยกเลิก”
       “แกไม่ยิงฉันหรอก”
       “ก็ลองดูสิ” กรณ์ดูนาฬิกาข้อมือ “สิบวินาที ถ้าไม่ทัน ฉันระเบิดหัวแกทิ้ง เริ่ม”
       ฤทธิ์อึ้งไปอึดใจหนึ่ง แต่เมื่อเห็นแววตาของกรณ์ที่เอาแน่ เขาก็จึงมองมาที่ชิ้นส่วนปืนและเริ่มคว้ามันขึ้นมาต่อประกอบอย่างรวดเร็ว
       “5 4 3 2 1”
       ฤทธิ์ตบซองกระสุนเข้าที่ ก่อนจะตวัดปากกระบอกปืนเล็งใส่กรณ์บ้าง
       “โอเค แกผ่าน” กรณ์ยิ้มพอใจ
       ฤทธิ์ยังเล็งปืน มาดเข้ม
       “อย่าเล่นบ้าๆแบบนี้อีก ฉันไม่ชอบ”
       กรณ์ยิ้ม ก่อนจะลดปืนของตัวเองลง
       
       โทรศัพท์มือถือมีสายเข้าขณะที่ใจทิพย์กำลังนอนหลับอยู่ เธอกดรับสายทั้งๆที่ตายังหลับ
       “นี่ผมเอง คุณเป็นยังไงบ้าง”
       “คนใจร้าย วันนี้ฉันโทรหาคุณทั้งวันเลยรู้มั้ย”
       “ผมต้องปิดเครื่องน่ะ มันเป็นกฎ”
       “แล้วตอนนี้เค้าอนุญาตให้เปิดเครื่องได้แล้วเหรอ”
       “เปล่า ผมแหกกฎน่ะ ทนคิดถึงคุณไม่ไหว”
       “ฉันก็คิดถึงคุณ คิดถึงทั้งวันเลย”
       “ผมก็เหมือนกัน”
       ใจทิพย์เหลือบไปดูนาฬิกา
       “แต่ว่าตอนนี้มันตีสองแล้วนะ พรุ่งนี้ฉันต้องทำงานแต่เช้า เอาไว้คิดถึงต่อทีหลังได้รึเปล่า”
       ฤทธิ์ยิ้ม
       “ไม่เป็นไร คุณนอนเถอะ แต่อย่าวางสายนะ ถือไว้ใกล้ๆที่หน้าอกคุณ”
       “ทะลึ่งรึเปล่าเนี่ย”
       “เปล่าหรอก ผมแค่อยากได้ยินเสียงหัวใจคุณเต้น”
       ใจทิพย์ยิ้มรับในความอ่อนโยนของฤทธิ์
       “ฉันรักคุณ”
       “ผมก็รักคุณ”
       ใจทิพย์กุมโทรศัพท์ไว้แนบอกจนหลับไป ฤทธิ์เฝ้าฟังเสียงหัวใจของคนรัก ก่อนจะเหลือบมองไปที่ขอบฟ้าเห็นแสงทองของอรุณรุ่งรำไร
       
       เรือเร็วแล่นมาตามลำน้ำ ผ่านเทือกเขากลางป่าแห่งหนึ่ง โดยมียักษ์ทำหน้าที่เป็นพลขับ ฤทธิ์นั่งเหม่อมองสายน้ำโดยมีเอมี่เฝ้าจับตามองเขาอยู่ ส่วนวัฒน์ควงมีดแก้เซ็ง ขณะที่กรณ์กำลังหลับงีบโดยมีหมวกปิดหน้าอยู่ ระหว่างนั้นลุงโจก็แอบล้วงกระติกเหล้าออกมาจิบ กรณ์พูดโดยไม่ต้องลืมตา
       “ลุงโจ”
       ลุงโจรีบซ่อนกระติกเหล้า
       “ว่าไงครับหัวหน้า”
       “บอกแล้วใช่มั้ยว่าอย่าพกมา”
       ลุงโจทำซื่อๆ
       “พกอะไรที่ไหน”
       “วิสกี้ อยู่ใต้ลมแบบนี้ ฉันได้กลิ่นนะลุง”
       ลุงโจยิ้มสู้
       “หึๆๆ โทษทีหัวหน้า แต่ของมันขาดไม่ได้”
       กรณ์เลิกหมวกขึ้นมองหน้าลุงโจเซ็งๆ แล้วแบมือขอกระติกจากลุงโจไปปาทิ้งลงน้ำ ลุงโจได้แต่มองตามด้วยความเสียดาย ฤทธิ์ขยับไปถามยักษ์
       “ยังอีกไกลรึเปล่า”
       “ไม่เกินสิบนาที เดี๋ยวได้บู๊กันมันหยดติ๋งแน่”
       ยักษ์หัวเราะชอบใจ ด้วยความกระหายที่จะเข่นฆ่า วัฒน์เห็นเอมี่จ้องฤทธิ์ไม่วางตา
       “เธอชอบเขามากหรือไง เห็นจ้องอยู่ได้”
       เอมี่หันมายั่ว
       “หึงเหรอไงจ๊ะ หนุ่มน้อย”
       “ฉันไม่ใช่หนุ่มน้อย ฉันติดยศเดียวกับเธอ”
       “งั้นเหรอ มาพนันกันมั้ย ว่าฝีมือใครจะเหนือกว่า”
       วัฒน์มองเอมี่อย่างไม่พอใจ
       
       ลุงโจนำทางทุกคนไปตามเส้นทางข้ามป่าเขา แต่แล้วกรณ์ก็เหลือบเห็นอะไรบางอย่างเขาส่งสัญญาณมือให้ทุกคนหยุดเดิน ก่อนจะแยกกันหลบหาที่ซ่อน หน่วยลาดตระเวนของทหารป่ากลุ่มหนึ่งเดินผ่านไป พวกกรณ์ต่างกุมอาวุธของตัวเองกันแน่นในสภาพพร้อมใช้งาน ส่วนใหญ่เป็นอาวุธสำหรับเก็บเงียบประเภทมีดพก มียักษ์เท่านั้นที่ใช้ดาบสปาต้า ส่วนเอมี่ใช้ปืนติดที่เก็บเสียง พอได้จังหวะทุกคนก็ลงมือเก็บเงียบทันที เป้าหมายถูกสังหารในเวลาไม่กี่วินาที กรณ์หันมาบอกกับทุกคน
       “จวนถึงที่หมายแล้ว ทุกคนระวังด้วย”
       
       พวกของกรณ์เดินทางมาถึงเนินเขา ซึ่งจากจุดนี้เมื่อมองลงไปจะเห็นทุกสิ่งที่อยู่ด้านล่างชัดเจน กรณ์ใช้กล้องส่องทางไกลจับตาดูฐานที่มั่นของพวกศัตรู
       “ระวังหน่อยมียามที่พื้นดินสองคนเฝ้าปากทางเข้า อีก 4 - 5 คนอยู่บนเนินเขาตรงข้ามกับเรา”
       ฤทธิ์รับกล้องจากกรณ์มาส่องดูบ้าง แล้วก็รู้สึกผิดสังเกต เมื่อพบว่าฐานที่มั่นของศัตรูกลับตั้งอยู่ในถ้ำแห่งหนึ่ง ด้านหน้ามีเต็นท์กองบัญชาการ และมีทหารกระจัดกระจาย
       “แน่ใจนะว่าข่าวกรองไม่ผิดพลาด”
       ลุงโจแปลกใจ
       “ทำไม”
       “สภาพไม่เหมือนโรงงานยาเสพติด มันเหมือนเหมืองแร่ซะมากกว่า”
       “ใครจะรู้ มันอาจใช้ถ้ำเพื่อหลบเลี่ยงดาวเทียมของทางการก็ได้” กรณ์สั่งการ “เอมี่เธอหาฐานยิงแล้วจัดการกับพวกยามบนหอคอย ที่เหลือพยายามรุกคืบเข้าไปให้ใกล้ที่สุด รอเอมี่เปิดฉากแล้วค่อยบุกเข้าไป”
       เอมี่ยกนาฬิกาข้อมือดู
       “เจ็ดโมงสี่สิบสามนาที ทุกคนเทียบเวลา”
       ทุกคนยกนาฬิกาข้อมือของตนขึ้นเช็คเวลา
       
       เอมี่ปีนขึ้นบนโขดหินใหญ่อย่างคล่องแคล่ว และจัดการประกอบปืนเข้ากับกล้องเล็ง ขณะที่กรณ์ ฤทธิ์ ลุงโจ วัฒน์ ยักษ์ ต่างคืบคลานเข้าไปใกล้หน้าฐาน กรณ์ส่งสัญญาณมือเพื่อแบ่งกำลังให้กระจายกันไปจัดการพวกยาม ฝ่ายเอมี่ก็หยิบผ้าจากเป้มาปูที่โขดหินอย่างอารมณ์ดี เอมี่ผิวปากวี้ดวิ้วให้กับความละเมียดของตัวเอง ก่อนจะนอนหมอบลงตั้งปืนในสภาพพร้อมยิง
       
       กรณ์ ฤทธิ์ ลุงโจ วัฒน์ และยักษ์ ต่างมองที่นาฬิกาข้อมือของตน เพื่อรอเวลา
       
       อ่านต่อหน้า 3

หน้าที่แล้ว
1 | 2 | 3 | 4
หน้าถัดไป
ข่าวล่าสุด ในหมวด
นักสู้มหากาฬ ตอนที่ 20 จบบริบูรณ์
นักสู้มหากาฬ ตอนที่ 19
นักสู้มหากาฬ ตอนที่ 18
นักสู้มหากาฬ ตอนที่ 17
นักสู้มหากาฬ ตอนที่ 16
เครื่องมือจัดการเว็บ
ส่งบทความนี้ต่อ
พิมพ์หน้านี้
ข่าวที่มีผู้ส่งมากที่สุด
แสดงผลหน้าเดียว
จำนวนคนโหวต 3 คน
คุณเห็นด้วยกับข่าว/บทความนี้หรือไม่
เห็นด้วย ไม่เห็นด้วย
เห็นด้วย 2 คน
67 %
ไม่เห็นด้วย 1 คน
33 %
ความคิดเห็นที่ 1 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ไม่มีคนหน้าตาดีเลย
mildmint
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความคิดเห็น
1. โปรดงดเว้น การใช้คำหยาบคาย ส่อเสียด ดูหมิ่น กล่าวหาให้ร้าย สร้างความแตกแยก หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
2. ทุกความคิดเห็นไม่เกี่ยวข้องกับผู้ดำเนินการเว็บไซต์ และไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมายได้
3. ทีมงานเว็บมาสเตอร์ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
4. เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
5. ผู้ร่วมแสดงความคิดเห็นสามารถร่วมตรวจสอบข้อความที่ไม่เหมาะสมได้ โดยการกดปุ่ม "แจ้งลบ" หรือส่งอีเมลแจ้งมาที่ cs@astvmanager.com หรือ cs.astvmanager@gmail.com ซึ่งทีมงานจะทำการตรวจสอบ และลบข้อความดังกล่าวโดยเร็วที่สุด หรืออย่างช้าภายใน 3 วันทำการ
เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
แสดงความคิดเห็นเพิ่มเติม
โชว์ภาพผู้ใช้ทุกครั้งที่แสดงความเห็น เพียงเข้าสู่ระบบด้วยบัญชีของเฟซบุก กดที่ปุ่มด้านล่างนี้เลย!

ชื่อ/e-mail ของคุณ : *
 
 *
  กฎกติกาการแสดงความคิดเห็นฉบับเต็ม
 
หนังสือพิมพ์: ASTV ผู้จัดการออนไลน์ | ASTV ผู้จัดการรายวัน | นิตยสารผู้จัดการ 360° | Positioning | ASTV News1
มุม: การเมือง | อาชญากรรม | คุณภาพชีวิต | ภูมิภาค | ต่างประเทศ | มุมจีน | ธุรกิจ | หุ้น | SMEs | Motoring
CyberBiz | วิทยาศาสตร์ | เกม | กีฬา | บันเทิง | Life on Campus | Celeb Online | ท่องเที่ยว | ธรรมะกับชีวิต | Multimedia
เว็บ: Asia Times | บุรพัฒน์ คอมมิคส์ | Mars Magazine | ทะเลไทย | คุยกับเว็บมาสเตอร์ | โฆษณาบนเว็บ
All site contents copyright ©1999-2014