หน้าแรกผู้จัดการ Online | หน้าแรกละครออนไลน์ | ละครออนไลน์
ละครออนไลน์ นางมาร

นางมาร ตอนที่ 7 - 8

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์
23 มิถุนายน 2556 17:44 น.
หน้าที่แล้ว
1 | 2 | 3 | 4
หน้าถัดไป
นางมาร ตอนที่ 7 - 8
        นางมาร ตอนที่ 8
       
       ศรีเรือนเลื่อนสำรับอาหารออกจากตรงหน้า แล้วบอกบ่าว
       
       “เอ็งเก็บสำรับลงไปเถอะ ข้ากินไม่ลงหรอก”
       พระยาอารักษ์ยังโกรธไม่หาย
       “มีลูกไม่รักดี หนีตามผู้ชายไร้สกุลไป ไม่เห็นสมควรจะต้องอาลัยอาวรณ์มัน”
       “ถึงแม่เฟื่องจะทำเรื่องไม่ดี แต่ยังไงก็เป็นลูกเรานะคะคุณพี่”
       “แต่กูไม่คิดว่ามันเป็นลูกแล้ว”
       บ่าวหญิงคนหนึ่งเข้ามา
       “มีคนจากเรือนคุณพันมาขอพบท่านเจ้าคุณเจ้าค่ะ”
       พระยาอารักษ์พยักหน้ารับ บ่าวหญิงไปพาเพียรเข้ามา เพียรยกมือพนมไหว้พระยาอารักษ์แล้วรายงานหน้าตายังตื่นตระหนกไม่หาย จนพระยาอารักษ์สงสัย
       “คุณพันให้มากราบเรียนท่านเจ้าคุณว่า...พบตัวแม่หญิงเฟื่องแล้วขอรับ”
       ศรีเรือนดีใจอย่างที่สุด
       “พบตัวที่ไหนจ๊ะ” ศรีเรือนลุกขึ้นทันที “พาข้าไปพบลูกเฟื่องที”
       เพียรอึกอักๆ
       “เอ้อ...”
       ศรีเรือนชักโมโห ร้อนใจ
       “เอ้า พบตัวที่ไหนเล่า รีบพาข้าไปสิ”
       เพียรยังอึกอัก พระยาอารักษ์ชักเอะใจเลยตัดบท
       “ไม่ต้อง ข้าจะไปเอง แม่ศรีเรือนรอฟังข่าวอยู่ที่นี่เถิด”
       “แต่...”
       ศรีเรือน อยากไปหาลูกมาก พระยาอารักษ์หันมาจ้องหน้าเป็นเชิงว่าสั่งแล้ว เมียต้องทำตามห้ามแย้ง ศรีเรือนจึงไม่กล้าขัด
       “ค่ะคุณพี่รีบไปรับตัวลูกกลับมาเถิดค่ะ แล้วจะลงโทษเฆี่ยนตีมันอย่างไรก็ค่อยว่ากัน รีบไปเถิดค่ะ”
       ศรีเรือนผลักไสพระยาอารักษ์ให้รีบออกไป พระยาอารักษ์เลยออกไปกับเพียร มีบ่าวชายติดตามไปด้วย ศรีเรือนมองตามเป็นห่วง
       
       พระยาอารักษ์เดินลงจากเรือนมา จึงค่อยถามเพียร
       “เอ็งไปพบตัวลูกข้าที่ไหน แล้วมันเป็นอย่างไรบ้าง แล้วไอ้ลูกจีนล่ะ พบตัวมันด้วยหรือเปล่า”
       “เอ้อ...กระผมว่าท่านเจ้าคุณไปดูด้วยตาตัวเองดีกว่าขอรับ...”
       เพียรรีบก้มหน้างุดๆเดินนำไป ไม่ยอมพูดจาอีก พระยาอารักษ์สงสัยหนัก แต่ไม่อยากถามแล้ว อยากไปเจอตัวเฟื่องด้วยตัวเองเลยดีกว่า จึงรีบเร่งฝีเท้าตามเพียรไปเร็วๆ
       
       บ่าวหญิงคนหนึ่งวิ่งเข้ามากลางหมู่ทาสที่กำลังล้อมวงกินข้าวกันอยู่ อิ่มกับทับทิมก็นั่งอยู่ด้วย แต่หน้าตาซีดเซียวมาก ยังระบมจากการถูกเฆี่ยนไม่หาย
       “พวกเอ็งรู้ข่าวรึยัง คุณพันพบตัวคุณหนูแล้ว”
       “จริงรึ พบที่ไหนแล้วพบเจ้าลูกจีนคนนั้นด้วยรึเปล่า แล้วตอนนี้คุณหนูอยู่ที่ไหน”
       “ข้าก็ไม่รู้ ไม่รู้อะไรสักอย่าง รู้แค่ว่าพบตัวคุณหนูแล้ว...เท่านั้นและเวลานี้ท่านเจ้าคุณก็กำลังออกไปรับตัวคุณหนูกลับมา”
       เหล่าบ่าววิพากษ์วิจารณ์เรื่องการพบตัวเฟื่องกันต่อ อุ่นกับทับทิมหันมามองหน้ากันอย่างดีใจ แล้วอุ่นก็ยกมือไหว้
       “สาธุ...ขออย่าให้คุณหนูเป็นอะไรเล้ย”
       อุ่นยกมือขึ้นจบไหว้ ทับทิมพลอยยกมือขึ้นจบไหว้ไปด้วย แล้วมองหน้ากันอย่างกังวล
       
       พระยาอารักษ์กับบ่าวติดตามเดินตามเพียรมาจนถึงที่โขดหิน พระยาอารักษ์รู้สึกว่ามาไกลแล้ว แต่ก็ยังไม่เห็นเฟื่องสักที
       “ไหนเล่า...นังเฟื่อง...”
       เพียรชี้ไปที่พันกับสิงห์ที่กำลังนั่งเครียดรอพระยาอารักษ์อยู่ห่างๆร่างไร้วิญญาณของเฟื่องด้วยความกลัว พระยาอารักษ์เห็นเฟื่องนอนอยู่ไกลๆ ก็รีบวิ่งเข้าไปหาทันที แต่พอเข้ามาในระยะใกล้พระยาอารักษ์ก็ต้องเบรกกึก เห็นสภาพลูกสาวตายอย่างน่าสยดสยอง พระยาอารักษ์พุ่งเข้าหาอย่างตกใจทันที
       “แม่เฟื่อง”
       พระยาตกใจกับสภาพที่เห็นเมื่อได้สติจึงหันขวับไปหาพัน
       “ทำไมแม่เฟื่องมันเป็นอย่างนี้หาพ่อพัน”
       “กระผมก็ไม่รู้ขอรับคุณอา ตอนที่มาพบ แม่เฟื่องก็เป็นอย่างนี้แล้ว”
       “โธ่...”
       พระยาอารักษ์หันไปมองเฟื่องอีกครั้งทั้งรัก ทั้งแค้น น้ำตาปริ่ม แต่ไม่ไหลออกมาแล้วกวาดตามองหาชุน
       “แล้วศพไอ้ลูกจีนสถุลนั่นเล่า มันอยู่ที่ไหน”
       “กระผมหาจนทั่วแต่ไม่เห็นขอรับ พบแต่แม่เฟื่องเพียงคนเดียวขอรับ”
       พระยาอารักษ์ร้องตะโกนคำราม
       “ไอ้ลูกจีน มึงอยู่ที่ไหน” พระยาอารักษ์หันไปทางบ่าวไพร่
       “พวกเอ็งออกค้นหาศพไอ้ลูกจีนนั่นให้เจอ แล้วเอามันมาให้ข้า”
       บ่าวไพร่รับคำสั่งแล้วออกไป พระยาอารักษ์มองเฟื่องอย่าเสียใจปนสะอิดสะเอียดกับสภาพศพเฟื่อง
       
       ในกระท่อมพรานมี...ชุนนอนเพ้อ ส่ายหน้าไปมาแล้วสะดุ้งตื่นลุกพรวดพราดขึ้น เหงื่อชุ่มไปทั้งตัว
       “คุณหนูเฟื่อง”
       นวลพุ่งเข้ามาหาชุน เรียกให้ได้สติ
       “ชุน...”
       พรานมีได้ยินเสียงชุนร้อง จึงวิ่งมาดูเช่นกัน แต่พอเห็นนวลมาถึงก่อน พรานมีจึงหยุดยืนแอบดูอยู่ที่ข้างนอกห้องไม่เข้าไป ชุนเริ่มได้สติ หันมาถามนวล
       “ท่านลุงพบตัวแม่หญิงเฟื่องรึยัง...ตอบข้าสิ ท่านลุงมีพบตัวแม่หญิงเฟื่องรึยังนวล”
       นวลส่ายหน้า ชุนผิดหวังอย่างแรง นวลเศร้าที่เห็นเขามีแต่ใจให้เฟื่องตลอดเวลา
       “เจ้าอย่าเพิ่งกังวลใจไปเลย ข้าเห็นเจ้ารู้สึกตัวทีไร ก็ร้องเรียกหาแต่แม่หญิงเฟื่องจนไม่เป็นอันพัก ข้าถามเจ้าจริงๆเถอะนะชุน ถ้าแม่หญิงเฟื่องของเจ้าเกิด...เกิดไม่รอด เจ้าจะทำใจอย่างไร”
       “เจ้าหยุดพูดจาอัปมงคลเยี่ยงนี้นะ ในเมื่อข้ารอดมาได้ แม่หญิงเฟื่องเองก็ต้องรอดเช่นกันเราสองคนจิตผูกเป็นอันเดียวกัน ถ้าเราไม่ตายร่วมกันก็ต้องอยู่รอดร่วมกัน และถ้าเจ้าไม่คิดดีกับนางก็ไม่ต้องพูดถึงนางอีก”
       นวลสลดและเสียใจที่ชุนพูดใส่แบบนี้แต่ก็เข้าใจ
       “ข้าขอโทษ”
       ชุนหยุดพูด เศร้าซึม ไม่มองหน้าหรือสนใจนวลเลยหมกมุ่นอยู่แต่กับเรื่องเฟื่อง อาการของเขายิ่งบาดหัวใจนวล แม้เธอจะลุกเดินออกมา เขาก็ยังไม่รู้ตัวเลยว่าเธอเดินออกไป ทำให้นวลยิ่งเศร้า
       
       นวลเดินเซื่องซึมออกมานั่งแปะหน้ากระท่อมอย่างทุกข์ใจ แล้วในที่สุดก็ร้องไห้ออกมา สักครู่มีมือๆหนึ่งเอื้อมมาลูบหัวเบาๆอย่างปราณี เธอหันไปมองเห็นเป็นพ่อก็โผกอดเอวพ่อไว้ให้อุ่นใจ พรานมีถอนใจยาวอย่างกลัดกลุ้ม
       “ตัดอกตัดใจซะเถอะลูก คิดซะว่าชาตินี้เอ็งคงไม่ได้เกิดมาคู่กัน”
       “ข้าคงมีกรรมมากนะพ่อ ข้ามีใจให้กับชายที่เขาให้ทั้งใจและ วิญญาณไปกับหญิงอื่นไปจนหมดสิ้นแล้ว”
       นวลร้องไห้โฮออกมา พรานมีรีบดึงตัวลูกสาวมากอดปลอบใจ
       “เอ็งเลือกที่จะรักมันได้ เอ็งก็เลือกที่จะหยุดรักมันได้เหมือนกัน”
       “แต่ข้าก็หักหามใจไม่ให้รักเขาไม่ได้ พ่อจ๋า...พ่ออย่าห้ามข้าไม่ให้รักเขาอีกเลยนะ นะพ่อนะ”
       นวลมองพ่ออย่างอ้อนวอน พรานมีไม่ตอบ เอาแต่ถอนใจกลุ้ม
       
       พระยาอารักษ์อุ้มศพเฟื่องกลับมาที่เรือนอย่างเศร้าๆ สร้อยและบ่าวอื่นขึ้นเรือนเข้ามาหลังได้ข่าวว่ามีการพาเฟื่องกลับมาบ้าน แต่พอสร้อยเห็นว่าเฟื่องตายก็ตกใจแล้วศรีเรือนก็วิ่งเข้ามา พอเห็นสภาพของลูกสาวก็กรีดร้องแล้วร้องไห้โฮเสียงดัง
       “ลูกเฟื่องของแม่”
       ศรีเรือนโผเข้ากอดศพเฟื่องแล้วร้องไห้คร่ำครวญ
       “ทำไม...ทำไมถึงเป็นอย่างนี้ ใครทำอะไรลูกเฟื่องของแม่ โถ่...ทำไมถึงทิ้งแม่ไปอย่างนี้ ลูกเฟื่อง...ทำไม...ทำไม...”
       บรรยากาศเศร้าสลดทุกคนเศร้า ส่วนสร้อยสะใจที่เห็นศรีเรือนเศร้าเสียใจจนแทบจะตายตามลูกไป อุ่นกับทับทิมซมซานขึ้นมาบนเรือนด้วย พอเห็นสภาพเฟื่องก็พากันร้องไห้โฮไม่ต่างอะไรไปจากศรีเรือนเลย
       “คุณหนู...คุณหนูของบ่าว”
       สองบ่าวก็โผเข้าไปกอดเท้าเฟื่อง แล้วพากันร้องไห้โฮ...ศรีเรือนหันมาหาพระยาอารักษ์
       “ทำไมลูกเฟื่องถึงเป็นแบบนี้คะคุณพี่”
       “นังเฟื่องมันหนีไปกับไอ้ลูกจีนไร้ชาติตระกูลไป แต่มันกลับไปตายอนาถอยู่ตามลำพังเพียงคนเดียวที่เชิงผา ข้าเลยคิดว่า...ไอ้ลูกจีนนั่นมันคงเห็นว่าพวกเราออกตามล่ามันจนจวนจะได้ตัวแล้วกระมัง มันเลยคิดเอาตัวรอด จึงผลักนังเฟื่องตกหน้าผาเพื่อกำจัดทิ้งเสีย เพื่อที่มันจะได้หนีไปให้คล่องตัวขึ้น”
       ศรีเรือนฟังยิ่งเสียใจหนักเข้าไปอีก พระยาอารักษ์โกรธแค้นมาก
       “ฮึ่ย...ไอ้ลูกจีนนั่นมันเลวมาก กูจะต้องตามไปกุดหัวมันให้จงได้ ไม่ว่ามันจะอยู่ที่ไหนในแผ่นดินนี้...คอยดู”
       พระยาอารักษ์แค้นอย่างหนัก ท่ามกลางศรีเรือน อุ่น ทับทิม และทาสคนอื่นๆที่ร้องไห้เสียใจกันระงม
       
       ชุนคิดกังวลเรื่องเฟื่องจนในที่สุดตัดสินใจลุกขึ้นเพื่อจะไปตามหา แต่พรานมีเข้ามาขวางไว้
       “เอ็งจะลุกไปไหน”
       “ข้าคงรอท่านลุงกับนวลไม่ได้อีกต่อไปแล้ว ข้าจะไปตามหาแม่หญิงเฟื่องของข้าด้วยตัวของข้าเอง”
       “ดูสังขารเอ็งก่อนเถิดไอ้ชุนเอ๊ย ขืนออกไปตะลอนๆตามหาตัวแม่หญิงของเอ็ง มีหวังเอ็งได้ไปตายอยู่กลางป่าแน่”
       “ตายเป็นตายสิลุง ความจริงตอนนี้ข้าก็สมควรจะตายไปแล้วด้วยซ้ำ” ชุนหน้าสลดและลงไปคุกเข่าขอร้องพรานมี “ข้าเป็นห่วงแม่หญิงเฟื่องจริงๆนะท่านลุง ข้าอยากออกไปตามหาแม่หญิงเฟื่องอีกสักครั้ง ข้าขอร้อง...เห็นใจข้าด้วยเถิดท่านลุง”
       “เอ็งรักแม่หญิงนั่นจริงๆใช่มั๊ย”
       ชุนพยักหน้ารับ พรานมีเลยตบบ่าชุน
       “เอ้า...ถ้าเช่นนั้นข้าจะออกไปช่วยเอ็งตามหาด้วยอีกแรง...ช่วยกันหา เราจะได้รู้กันสักทีว่าแม่หญิงของเอ็งน่ะ ยังมีชีวิตอยู่หรือว่าตายไปแล้ว เอ็งจะได้โล่งใจ...”
       ชุนยิ้มดีใจที่พรานมียอมให้เขาออกไปตามหาเฟื่องแล้ว
       “ขอบใจท่านลุงมากนะที่เข้าใจข้า”
       “เออๆ แต่ว่าข้าออกตามหาแม่หญิงของเอ็งแถวหน้าผาที่เอ็งสองคนโดดลงมาทั่วแล้ว แต่ก็ไม่พบเลย ข้าก็เลยคิดว่า...เราน่าจะย้อนกลับไปยังเรือนของแม่หญิงดู บางที...คนที่เรือนนั้น อาจรู้ข่าวแม่หญิงของเอ็งบ้าง”
       ชุนยิ้มดีใจ พยักหน้าอย่างเห็นด้วย
       
       ค่ำนั้น พันเตะโน่นเตะนี่ ระบายอารมณ์เซ็งสุดขีด จนสิงห์กับเพียรต้องคอยหลบลูกหลงกันจนตัวลีบ นางด้วงที่นั่งอยู่ด้วย มองพันอย่างกลุ้มใจ
       “ตัดอกตัดใจเสียเถอะลูกเอ๊ย...ในเมื่อแม่เฟื่องก็ตายโหงไปอย่างนี้แล้ว เจ้าอาละวาดจนเรือนพัง มันก็ไม่ทำให้แม่เฟื่องฟื้นขึ้นมาได้อีกหรอก”
       “ทำไมมันต้องเป็นอย่างนี้เล่าแม่ ข้าไม่ได้แต่งงานกับแม่เฟื่องอีกทั้งยังไม่ได้ล้างแค้นแม่เฟื่องเรื่องการถอนแต่งงานเลย ก็กลับมาเกิดเรื่องเช่นนี้ขึ้นเสียก่อน”
       “น่าสงสารแม่เฟื่องนะลูกที่ต้องมาตายสภาพแบบนี้”
       “แม่ไม่ได้เห็นนะ สภาพที่แม่เฟื่องตายน่ะ มัน...” พันทำหน้าสยดสยอง “มันน่ากลัวมาก...”
       สิงห์รีบเข้ามาเสริมทันที
       “จริงขอรับคุณหญิง ร่างแม่เฟื่องแหลกเหลวไม่มีดี กระดูกหักทั้งตัว อึ๋ย”
       เพียรพูดต่อ
       “ตาก็เหลือกโพลง แถมหน้ายังเละอีกด้วยนะขอรับ”
       พันโดดถีบทั้งสิงห์ทั้งเพียรจนกระเด็นไปคนละทิศละทาง
       “พวกมึงจะมาสาธยายให้กูเห็นภาพติดตานั่นอีกทำไมวะ แค่นี้กูก็เจ็บใจจนแทบจะกระอักเลือดออกมาอยู่แล้ว”
       พันอาละวาดเตะโน่น ชกนี่อีก สิงห์กับเพียรรีบหลบ ไม่อยากโดนถีบซ้ำ ด้วงรีบปรามก่อนที่ของบนเรือนจะพังเรียบหมด
       “ใจเย็นๆก่อนพ่อพันลูกแม่ ตอนนี้แม่เฟื่องก็ตายไปแล้ว ลูกก็ต้องเล็งหาหญิงอื่นได้แล้ว พระนครนี้ก็ยังมีลูกสาวเรือนอื่นที่งามไม่แพ้แม่เฟื่องอยู่อีกนะลูก แม่จะรีบไปทาบทามให้มาแต่งกับเจ้า ภายใน 3 วัน 7 วัน เงินทองเรามีออกจะอึดตะปือ บ้านไหนเรือน ไหนก็อยากดองกับเราทั้งนั้นละลูก”
       “ไม่แม่...ข้าจะยังไม่แต่งกับผู้หญิงหน้าไหนทั้งนั้น ข้าจะแต่งงานก็ต่อเมื่อ...ข้าได้กุดหัวไอ้ลูกจีนถ่อยคนนั้นให้หายแค้นเสียก่อน”
       
       พันแค้นใจสุดๆ

นางมาร ตอนที่ 7 - 8
        สร้อยเอาผ้าปิดหน้าปิดตาแอบมองขึ้นไปบนเรือน เห็นศรีเรือนกำลังร้องไห้เสียใจ พร้อมด้วยอุ่นกับทับทิมร้องไห้อยู่ข้างๆ สร้อยสะใจแล้วจึงหันกลับไปก็ตกใจที่ชนกับบ่าวในบ้าน
       
       “อ๊าย...ตกใจหมดเลย ทำไมไม่ออกเสียงหะ”
       “ก็ข้าต้องออกเสียงด้วยเหรอ บรรยากาศเศร้าแบบนี้ ใครจะกล้าส่งเสียงดังเล่า”
       สร้อยนึกได้
       “เออ...แล้วศพคุณหนูเฟื่องตั้งอยู่ที่ไหนเหรอ”
       “ล้างศพเปลี่ยนชุดเรียบร้อยแล้ว ตอนนี้ตั้งอยู่ที่โถงกลางเรือนโน่นแนะ เฮ้อ...คิดแล้วก็น่าสงสารคุณหนูเนอะ”
       สร้อยเออออตามน้ำ
       “เออๆ น่าสงสาร แล้วเนี่ยเอ็งจะไปทำอะไรเนี่ย”
       “ข้าจะแอบไปล้างหน้าสักหน่อย คืนนี้ข้าต้องอยู่เฝ้าคุณหนูด้วย ต้องรีบไปแล้ว เพราะตอนนี้ไม่มีใครอยู่ที่ศพเลย”
       บ่าวออกไป สร้อยนึกแผนอะไรดีๆ
       
       สร้อยค่อยๆแอบย่องเบาๆ ดูปลอดคนมองซ้าย มองขวา โล่งแล้วจึงค่อยๆเดินเข้าไป ศพเฟื่องนอนอยู่บนตั่งสวยงาม สร้อยมองด้วยความกลัว แต่ก็ทำใจดีสู้ เข้าไปใกล้ศพที่ตั้งอยู่มองหน้าศพ ทำหน้าสะอิดสะเอียน
       “น่าสมเพศจริงๆ ที่ตาข้าเคยบอก ศพที่ตายไปแล้วถ้าตายโหงตายห่า วิญญาณจะอาฆาตแค้น ไม่ได้ผุดไม่ได้เกิด ถ้าเป็นอย่างนั้น”
       สร้อยหยิบมีดเล็กขึ้นมา
       “ตาข้าบอกอีกว่า ถ้าอยากให้ศพคนตายที่ตายด้วยแรงอาฆาต แล้ว จะให้เป็นผีเหี้ยนขึ้นมาหลอกหลอนผู้คน ต้องกรีดเลือดศพดิบๆที่คอเหมือนปาดวัวปาดควาย”
       สร้อยปาดคอเฟื่อง เลือดศพไหลออกมา สร้อยมองด้วยความสะใจ
       “คุณหนู ข้ารู้ว่าท่านอยากแก้แค้นพวกที่มันมาขวางความรักท่าน ข้าจึงช่วยปลุกวิญญาณท่านไงหละ ฮึถ้าได้ผลจริง คราวนี้ได้สนุก กันทั้งเรือนแน่”
       สร้อยรีบเก็บมีด แล้วค่อยๆมองความปลอดภัย จึงรีบเดินออกไป เลือดศพเฟื่องค่อยๆไหลออกมา
       
       ในกระท่อมพรานมี...นวลผุดลุกขึ้นทันที
       “ข้าไม่ให้ชุนไป ชุนจะไปได้อย่างไรพ่อ อาการยังเจ็บหนักอยู่เลย”
       “เอาน่า ชุนมันอยากไป ข้าเข้าใจมันดี ลูกผู้ชายที่มีความรักมั่นคงแบบนี้ ฉุดรั้งไปก็พาลแต่จะตายทั้งเป็น ปล่อยให้มันไปตามหาคนรักของมันเถิด”
       นวลได้ยินพ่อพูดแบบนี้ยิ่งเศร้าใจ
       “ข้าจะพามันไปพบความจริงเอง”
       “ความจริงอะไรเหรอพ่อ”
       “ก็แม่หญิงเฟื่องของมันยังไงเล่า ข้าว่าคงจะไม่รอดแล้ว เพราะข้าหาจนทั่วถ้าเจอก็คงจะต้องได้พบแล้ว”
       “ถ้าเป็นเช่นนั้นอย่างที่พ่อพูด ชุนต้องทำใจไม่ได้แน่ งั้น...ข้าไปกับพ่อด้วยนะ”
       พรานมีกดบ่านวลให้นั่งลงตามเดิม
       “ไม่...ข้าไม่ให้เอ็งไป”
       “ทำไมละพ่อ ข้าอยากไปด้วย”
       “ข้ากับไอ้ชุนเป็นผู้ชาย ไปกันสองคนมันคล่องตัวกว่า เอ็งอยู่ที่นี่แหละ เชื่อข้าเถอะ”
       นวลหน้างออย่างขัดใจร้องเหมือนขอร้องพรานมีจะไปด้วย แต่พรานมีทำหน้านิ่งเฉยแล้วออกไป ปล่อยนวลหน้างอคนเดียว
       
       นวลเหม่อมองดูพระจันทร์ที่ระเบียงกระท่อม นึกเศร้าใจและเป็นห่วงที่ชุนต้องออกไปตามหาเฟื่อง กังวลใจบอกไม่ถูก จู่ก็มีลมพัดมาปะทะที่หน้า นวลรู้สึกวูบ แปลกใจ
       “ลมอะไรเนี่ย พัดแรงจัง”
       นวลมองหาต้นทางลมสงสัย แต่สักพักลมก็หายไป นวลแปลกใจ
       “ชุนไปแล้ว จะเป็นไรรึเปล่านะ”
       นวลคิดกังวล
       
       เช้าวันใหม่...ชุนกำลังแต่งตัวรัดกุม เตรียมพร้อมออกเดินทางหยิบกำไลเฟื่องขึ้นมาดู
       “รอข้าหน่อยนะ คุณหนู ข้าจะตามหาเจ้าให้พบ ไม่ว่ายังไงเราสองคนต้องได้พบกัน”
       ชุนเก็บกำไลไว้กับตัว เงยหน้ามาด้วยหน้าตามุ่งมั่นพร้อมที่จะออกเดินทาง แล้วเดินออกจากห้องไป แต่เมื่อออกไปพ้นห้องแล้วจู่ๆตะเกียงที่ตั้งอยู่หัวเตียงก็หล่นมาแตก...เพล้ง
       
       ชุนเดินออกมาหน้าบ้าน พรานมีที่จัดแจงสัมภาระเรียบร้อยพร้อมจะออกเดินทาง
       “เอ็งพร้อมละนะ ชุน”
       “ครับท่านลุง”
       พรานมีตบบ่าชุนเบาๆ และทั้งสองก็หันหน้าเพื่อจะออกเดินทาง นวลวิ่งโผล่มา
       “เดี๋ยวก่อน รอข้าก่อนสิพ่อ ทำไมรีบไปกันจริง”
       “เอ็งมัวทำอะไรอยู่ ออกมาส่งชักช้าจริง”
       นวลหยิบสร้อยพระและสวมคอให้กับชุน
       “สวมสร้อยพระนี่ไว้คุ้มครองเจ้านะชุน เจ้าเป็นคนจีนเครื่องรางของชลังก็ไม่มี นี่คือสร้อยพระที่พ่อข้าให้ข้าไว้ ตอนนี้ข้าให้เจ้าเอาไว้นะ”
       ชุนหันมอง พรานมียิ้มรับเป็นนัยว่าให้ใส่ที่นวลให้ดีแล้ว ชุนหันไปหานวล
       “ขอบใจเจ้ามากนะนวล ข้าจะไม่ลืมพระคุณของเจ้าเลย”
       นวลยิ้ม
       “ข้าจะรอเจ้ากลับมาพร้อมแม่หญิงเฟื่องนะ”
       ชุนดีใจที่นวลพูดแบบนี้ ทั้งสามยิ้มเข้าใจกัน ชุนจับมือนวลไว้
       “เอ้า...ไปกันได้แล้ว กว่าจะเข้าเมืองและไปเรือนแม่หญิงของเอ็งอีก” พรานมีตัดบท
       ชุนปล่อยมือนวล และมุ่งหน้าไปกับพรานมี ทั้งสองเดินเข้าป่าไป นวลมองด้วยความเป็นห่วง
       
       สิงห์กับเพียรเพิ่งกลับมาถึงเรือน พันรีบถามทันที
       “มีข่าวไอ้ลูกจีนนั่นไม๊”
       สองบ่าวส่ายหน้า
       “ไม่มีใครเห็นมันเลยขอรับนาย” เพียรบอก
       พันตะโกนร้อง ฮึ่ยแล้วจะเตะถีบเพียรระบายอารมณ์อย่างเคย แต่เพียรรู้ทันรีบหลบเสียก่อน พันจึงถีบไปโดนสิงห์แทน สิงห์ร้องลั่น ด้วงรีบออกมาดูด้วยความตกใจ พอเห็นอาการของสิงห์ ด้วงก็เดาได้ทันทีว่ามันถูกลูกชายนางถีบเอาอีกแล้ว
       “เอ็งทำอะไรไม่ถูกใจลูกข้าอีกล่ะไอ้สิงห์”
       “กระผมไม่ได้ทำอะไรเลยขอรับ”
       พันรีบฟ้องแม่
       “ข้าให้มันออกไปตามข่าวเรื่องไอ้ลูกจีน ว่ามันหนีไปซุกหัวอยู่ที่ไหน ข้าจะได้ตามไปกุดหัวมันที่นั่น แต่ไอ้สองตัวนี่มันก็ไม่ได้เรื่องอะไรกลับมาเลย”
       “พวกกระผมไม่ได้ข่าวไอ้ลูกจีน แต่มีข่าวเรื่องแม่หญิงเฟื่องกลับมานะขอรับ” สิงห์บอก
       “ท่านพระยาให้มาเรียนเชิญเรือนเรา ไปงานศพแม่เฟื่องวันนี้ขอรับ” เพียรเสริม
       “โธ่ แล้วก็ไม่รีบบอกกู”
       พันจะเตะ สิงห์กับเพียรหมอบจ๋อย พันเจ็บใจ
       
       ร่างไร้วิญญาณของเฟื่องเปลี่ยนชุดสวยงามอยู่บนตั่ง มัดตราสังข์แน่นหนา พระสวดมนต์ให้ขณะที่ศรีเรือนก็ร้องไห้พร้อมกำลังกรวดน้ำอุทิศส่วนกุศลให้เฟื่องอยู่ โดยคนอื่นๆนั่งพนมมือฟังพระสวดกันไป อุ่นกับทับทิมฟังสวดไป ร้องไห้ไป พันไม่มองดูร่างเฟื่องเลย ทนดูไม่ได้ ส่วนพระยาอารักษ์ก็สีหน้าขรึม สร้อยมองพระยาอารักษ์กับศรีเรือนแล้วยิ้มสะใจ ศรีเรือนคร่ำครวญ
       “ลูกเฟื่องของแม่ เจ้าไม่น่าจากแม่ไปแบบนี้เลย ตอนนี้วิญญาณลูกอยู่ที่ไหน มาหาแม่ด้วยนะลูก แม่อยากเจอลูกมากแม่เฟื่อง”
       น้ำตาศรีเรือนหยดลงไปที่ศพเฟื่อง ศรีเรือนร้องไห้คร่ำครวญส่วนทางอุ่น กับทับทิมที่ร้องไห้อาลัยอาวรณ์เฟื่องเช่นกัน พระยาอารักษ์หน้าเคร่งเครียดไม่ยิ้ม หันไปพูดกับทุกคน
       “เพราะนังเฟื่องมันมาตายโหงเสียอย่างนี้ ข้าเลยตัดสินใจจะไม่เผามัน แต่จะฝังศพมันแทน”
       ด้วงขัดขึ้น
       “จะดีรึท่านเจ้าคุณ...”
       แต่พอเห็นพระยาอารักษ์หน้าเคร่งเครียด ด้วงก็เลยเจื่อนไป
       “จ้ะๆ ลูกสาวท่านเจ้าคุณนี่ ท่านเจ้าคุณจะเผาหรือจะฝังก็แล้วแต่ท่านเจ้าคุณเถิด”
       พระยาอารักษ์หันไปพยักหน้าให้สัญญาณบ่าวชายกลุ่มหนึ่ง
       
       บ่าวชายทั้งกลุ่มนั้นเข้ามาช่วยกันแบกศพเฟื่องไป โดยมีทุกคนเศร้าเสียใจกันระงม
       
       #ff0000;">อ่านต่อตอนต่อไป

หน้าที่แล้ว
1 | 2 | 3 | 4
หน้าถัดไป
ข่าวล่าสุด ในหมวด
นางมาร ตอนที่ 27 (จบตอน)
นางมาร ตอนที่ 25 - 26
นางมาร ตอนที่ 23-24
นางมาร ตอนที่ 21 - 22
นางมาร ตอนที่ 19 - 20
เครื่องมือจัดการเว็บ
ส่งบทความนี้ต่อ
พิมพ์หน้านี้
ข่าวที่มีผู้ส่งมากที่สุด
แสดงผลหน้าเดียว
ยังไม่มีผู้โหวต
คุณเห็นด้วยกับข่าว/บทความนี้หรือไม่
เห็นด้วย ไม่เห็นด้วย
โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความคิดเห็น
1. โปรดงดเว้น การใช้คำหยาบคาย ส่อเสียด ดูหมิ่น กล่าวหาให้ร้าย สร้างความแตกแยก หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
2. ทุกความคิดเห็นไม่เกี่ยวข้องกับผู้ดำเนินการเว็บไซต์ และไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมายได้
3. ทีมงานเว็บมาสเตอร์ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
4. เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
5. ผู้ร่วมแสดงความคิดเห็นสามารถร่วมตรวจสอบข้อความที่ไม่เหมาะสมได้ โดยการกดปุ่ม "แจ้งลบ" หรือส่งอีเมลแจ้งมาที่ cs@astvmanager.com หรือ cs.astvmanager@gmail.com ซึ่งทีมงานจะทำการตรวจสอบ และลบข้อความดังกล่าวโดยเร็วที่สุด หรืออย่างช้าภายใน 3 วันทำการ
เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
แสดงความคิดเห็นเพิ่มเติม
โชว์ภาพผู้ใช้ทุกครั้งที่แสดงความเห็น เพียงเข้าสู่ระบบด้วยบัญชีของเฟซบุก กดที่ปุ่มด้านล่างนี้เลย!

ชื่อ/e-mail ของคุณ : *
 
 *
  กฎกติกาการแสดงความคิดเห็นฉบับเต็ม
 
หนังสือพิมพ์: ASTV ผู้จัดการออนไลน์ | ASTV ผู้จัดการรายวัน | นิตยสารผู้จัดการ 360° | Positioning | ASTV News1
มุม: การเมือง | อาชญากรรม | คุณภาพชีวิต | ภูมิภาค | ต่างประเทศ | มุมจีน | ธุรกิจ | หุ้น | SMEs | Motoring
CyberBiz | วิทยาศาสตร์ | เกม | กีฬา | บันเทิง | Life on Campus | Celeb Online | ท่องเที่ยว | ธรรมะกับชีวิต | Multimedia
เว็บ: Asia Times | บุรพัฒน์ คอมมิคส์ | Mars Magazine | ทะเลไทย | คุยกับเว็บมาสเตอร์ | โฆษณาบนเว็บ
All site contents copyright ©1999-2014