โดมทอง ตอนที่ 8

โดย MGR Online   
24 มิถุนายน 2556 05:22 น.
1 | 2 | 3 | 4  | หน้าถัดไป
โดมทอง ตอนที่ 8
        โดมทอง ตอนที่ 8
       
       เมื่อถูกทวงคำตอบ วิรงรองมองอดิศวร์แน่วนิ่ง ภาพการปะทะคารมกันระหว่างตัวเองและนายจ้างผุดขึ้นมา
       
       “จะมัวมาร้องไห้เสียใจอยู่ทำไม? เขาแต่งงานได้ เราก็แต่งได้เหมือนกัน...แต่งงานเสียกับฉันไหมล่ะ วิรงรอง .... แล้วก็อยู่ด้วยกันเสียที่ “โดมทอง” ตลอดไป”
       และอีกภาพ
       “งั้นเรอะ! งั้นจะบอกให้ก็ได้ ฉันอยากแต่งงานกับเธอเพราะความดื้อดึง...จองหอง...อวดดีของเธอนั่นแหละ! …พอใจหรือยัง”
       ภาพเหล่านั้นเลือนหายไป “ดิฉัน...” วิรงรองพูดต่อไม่ออก
       “หรือยังคิดว่าฉันพูดเล่นอยู่อีก”
       วิรงรองกลืนน้ำลาย ขยับออกเดินจะกลับเข้าบ้าน แต่อดิศวร์ขวางเอาไว้
       “ไม่อย่างนั้นเธอก็ยังรักเขามากจนตัดใจไม่ได้”
       “ดิฉันควรจะเข้าบ้านเสียที มาถึงตั้งนานแล้ว...ไม่อยากให้ใครเข้าใจผิด”
       “ใครที่ไหนจะมาเข้าใจผิด พิชญ์เขาก็กลับไปแล้ว”
       วิรงรองมองสบตาอดิศวร์แน่วแน่ “ดิฉันหมายถึงคุณแสงแข”
       “เหลวไหล ไม่ต้องเอาคนอื่นมาอ้าง ตอบมาคำเดียว ได้หรือไม่ได้เท่านั้น”
       “คุณคิดว่ามันเป็นเรื่องง่ายๆ หรือคะ...ถ้าคุณคิดจะรับผิดชอบกับ...เอ้อ...เรื่องนั้น”
       ภาพอดิศวร์กอดจูบตนผุดเข้ามาในห้วงความคิดวิรงรองแว่บหนึ่ง
       “ก็ขอบอกว่า ไม่จำเป็น”
       “ปากเก่งนักนะ”
       “ดิฉันต้องขอตัวค่ะ”
       วิรงรองขยับเดินแกมวิ่งออกไป อดิศวร์มองตามด้วยสีหน้าแววตาครุ่นคิด
       
       ขณะเดียวกันท่านผู้หญิงสรรักษ์ผลักถาดอาหารเย็นออกไป แล้วยกน้ำขึ้นดื่ม เป็นซุปกับขนมปังนิ่มๆ
       อุษามองชามซุปอย่างพอใจ “ดีจังวันนี้ คุณย่าทานซุปหมดเลย”
       “อุไร! ไปตามตาลบกับแสงแขมาพบฉัน”
       “เจ้าค่ะ”
       อุไรคลานออกไป
       ท่านผู้หญิงพึมพำด้วยนัยน์ตาเป็นประกายหมายมาด “ทีนี้ละ...หลีกเลี่ยงไม่ได้แน่”
       อุษามองท่านอย่างแปลกใจ
       
       อดิศวร์เดินเข้ามาในบ้านช้าๆ สีหน้าแววตาเคร่งขรึมตามเคย อุไรเดินตรงมา
       “ท่านผู้หญิงต้องการพบคุณลบค่ะ”
       อดิศวร์พยักหน้า แล้วเดินเลยเข้าไป
       อุไรเดินตาม แล้วแยกไปทางห้องนั่งเล่น
       
       เวลานั้นโอบอ้อมกำลังบีบนวดเท้าให้แสงแขอย่างตั้งอกตั้งใจ
       “พี่อ๊อดเขากลัวจริงๆ นะคะ...เห็นบอกว่า ตั้งแต่เกิดมาไม่เคยเจออะไรอย่างนี้”
       “โกหกน่ะซิ”
       อุไรเดินเข้ามา ทรุดตัวลงอย่างเรียบร้อย
       “ท่านผู้หญิงต้องการพบคุณแสงแขค่ะ”
       แสงแขบ่นบ้าอย่างหยุดหงิด “เรื่องอะไรอีกล่ะ”
       “ไม่ทราบค่ะ”
       แสงแขฉุน “ฉันไม่ได้ถามแก”
       แสงแขลุกเดินออกไป
       โอบอ้อมลุกตามโดยหันมาลอยหน้าลอยตาใส่อุไร “เจ๋อ”
       
       แสงแขเปิดประตูเข้ามา ติดตามด้วยโอบอ้อม ทุกคนในที่นั้นหันมามอง
       “เข้ามาทำไม นังโอบ” ท่านผู้หญิงแหวใส่
       โอบอ้อมเอ๋อ “ก็...”
       “ไสหัวออกไป! ข้าไม่ได้เรียกเอ็ง”
       “เจ้าค่ะ” โอบอ้อมหน้าซีด รีบเปิดประตูออกไป แล้วปิดประตูลง
       เสียงหัวเราะของอุไรดังขึ้น โอบอ้อมตวาดฉุนจัด
       “หัวเราะอะไร”
       “ขำกลิ้งเลยว่ะ เมื่อกี้แกว่าฉันเจ๋อ...แต่ตอนนี้แก...ส...สระ...เอือก”
       โอบอ้อมโมโหขบเขี้ยวเคี้ยวฟัน มองอุไรที่ขำกลิ้งจนตัวงอหัวสั่นหัวคลอนออกไป
       
       ส่วนภายใน ห้องท่านผู้หญิงสรรักษ์นัยน์ตาวาวด้วยความมาดหมายบางอย่างขณะเอ่ยขึ้น
       “ย่าจะจัดงานเลี้ยงแสดงความยินดีกับลูกสาวแม่แก้ว”
       สีหน้าแต่ละคนประหลาดใจสุดๆ
       “ที่ผ่านมา...ดูเหมือนย่าจะเป็นเจ้าของบ้านที่ใช้ไม่ได้...ไม่สนใจใยดีลูกหลานที่อุตส่าห์มาเยี่ยมเยียนเลยสักนิด ... ย่าเสียใจจริงๆ นะลบ”
       “ไม่มีใครเขาว่าคุณย่าเลยครับ...ทุกคนทราบว่าคุณย่าไม่ชอบความวุ่นวาย อีกอย่างสุขภาพของคุณย่าก็ไม่ค่อยดี”อดิศวร์บอก
       “ใครบอกล่ะ ย่ายังแข็งแรงอย่างที่ทุกคนคิดไม่ถึงเลยเชียวละ...ลบไปจัดการเชิญทุกคนกลับมา...อ้อ แล้วก็เชิญเพื่อนๆ ลบด้วย...มากันให้มากๆ ...“โดมทอง” ว่างเว้นจากการมีงานเลี้ยงใหญ่มานานแล้ว”
       “คุณย่าครับ...ผมคิดว่า คงไม่จำเป็น”
       “จำเป็นซิ จำเป็นมาก...ลบไปจัดการให้ย่าหน่อยนะ” ท่าทีท่านผู้หญิงกระตือรือร้นมากๆ
       อดิศวร์ยังคงประหลาดใจ “ถ้าเป็นความประสงค์ของคุณย่าก็ได้ครับ”
       อุษามองท่าทีของหญิงชราด้วยสีหน้าครุ่นคิด
       
       อดิศวร์เดินออกมาด้วยสีหน้าแววตาที่ยังคงประหลาดใจไม่หายกับท่าทีที่เปลี่ยนไปราวกับคนละคน
       ของท่านผู้หญิง
       “แปลก...”
       
       อดิศวร์หันไปมองห้องย่าอีกครั้ง แล้วเดินออกไป

โดมทอง ตอนที่ 8
        สามคนอยู่ในห้องด้วยกัน ท่านผู้หญิงสรรักษ์เอ่ยขึ้น
       
       “แกสองคนต้องช่วยกันจัดงานให้ยิ่งใหญ่ประทับใจที่สุด...ต้องมีเต้นรำทุกคนที่มาต้องแต่งตัวสวยงาม...โดยเฉพาะแก นังแสงแข”
       แสงแขสะดุ้ง มองท่านผู้หญิงอย่างประหลาดใจ
       “นังอุษา! แกต้องช่วยนังแสงแขแต่งตัวให้เต็มที่”
       “แต่ว่า...อุษาไม่ถนัดเรื่องพวกนี้”
       ท่านผู้หญิงตวาด “นังหน้าโง่”
       อุษาก้มหน้านิ่ง
       “ไม่ถนัดก็ไปจ้างเขาซิ! ฉันจะออกค่าใช้จ่ายให้ เอาให้สวยที่สุดสวยกว่าใครๆ โดยเฉพาะนังพลับพลึง ตาลบจะได้ไม่มีสายตาสำหรับมองมันหรือใครเลย นอกจากนังแสงแข” หญิงชราเว้นไปนิด “ฉันจะประกาศหมั้นตาลบกับแกในวันนั้น”
       แสงแขสะดุ้งเฮือก แต่ตื่นเต้นดีใจจนพูดไม่ออกในขณะที่อุษาอึ้งตกใจจนพูดไม่ออก
       ท่านผู้หญิงผินหน้ามาทางอุษา “ส่วนแก...ไปบอกนังพลับพลึงว่า ฉันห้ามออกมาร่วมงานเด็ดขาด”
       อุษาท้วง “แต่คุณวิรงรองอยู่ที่...โดมทอง”
       “อยู่ก็อยู่ไป...แต่จะเสนอหน้าออกมาร่วมงานไม่ได้ เข้าใจไหม”
       “เข้าใจค่ะ”
       “พี่อุษาใจอ่อน ...ให้แขไปบอกเองดีกว่าค่ะ” แสงแขอาสา
       “ตามใจแก”
       แสงแขคลานเข้ามาก้มกราบที่เท้าท่านผู้หญิงอย่างประจบ ฝากเนื้อฝากตัว ท่านผู้หญิงดึงเท้าหนีเล็กน้อย สีหน้าท่านเย็นชา ไม่ได้รู้สึกรู้สม
       “ไสหัวออกไปได้แล้ว ทั้งสองคนนั่นแหละ”
       2 คนคลานออกไปท่านผู้หญิงสรรักษ์มองตามแสงแข
       “ถ้านังพลับพลึงไม่แทรกเข้ามา อย่าหวังเลยว่าฉันจะยกตาลบให้แก”
       
       ด้านวิรงรองกำลังยืนมองไปที่รูปบรรพบุรุษท่านต่างๆ ในห้องโถงใหญ่ทีละรูปอย่างพิจารณา แต่ละรูปราวกับจะมองมาอย่างเย็นชา
       แสงแขเดินเข้ามา แล้ววางท่าราวกับเจ้าของบ้านพูดกับลูกจ้าง หลังจากจับตามองท่าทีวิรงรองอยู่ครู่หนึ่ง
       “ไม่มีใครเขาต้อนรับแกหรอก”
       วิรงรองสะดุ้ง หันมามอง
       “ถ้าทุกท่านในรูปนั้นพูดได้ คงจะช่วยกันไล่แกออกไปนานแล้ว” แสงแขเยาะหยัน แล้วเว้นนิด “คนอะไร...หน้าด้าน! รู้ทั้งรู้ว่าไม่มีใครเขาอยากให้อยู่ ก็ยังหน้าด้านอยู่”
       วิรงรองขี้เกียจทะเลาะ ขยับเดินออกไป
       “เดี๋ยวก่อน”
       วิรงรองหยุด แล้วหันกลับมา
       “คุณย่าจะจัดให้มีงานเลี้ยงใหญ่ใน...โดมทอง” แสงแขยิ้มเยาะขณะบอกต่อ “ซึ่งจะพูด ให้ชัดๆ ว่า เป็นงานประกาศหมั้นของฉันกับคุณลบ”
       วิรงรองชะงัก นัยน์ตาผิดปกติไปแว่บหนึ่ง
       “ผิดหวังล่ะซี”
       “ทำไมดิฉันถึงจะต้องผิดหวังล่ะคะ”
       “เพราะแกแอบหวังลึกๆ ว่าแกจะได้เป็นคุณผู้หญิงของโดมทอง”
       “ขอโทษค่ะ ดิฉันไม่เคยมีความคิดอย่างนั้นอยู่ในหัวเลย”
       “ให้มันจริงเถอะ” แสงแขพูดเสียงสูง “อ้อ มีอีกอย่าง ในวันงาน คุณย่าสั่งห้ามไม่ให้แกเสนอหน้าออกมาเด็ดขาด”
       “ค่ะ พวกคุณสบายใจกันได้เลย”
       “ดี”
       วิรงรองเดินออกไป
       แสงพูดตามหลัง “แน่จริงก็อย่าเอาเรื่องพวกนี้ไปฟ้องคุณลบล่ะ”
       วิรงรองหยุดกึก หันขวับมา นัยน์ตาเป็นประกายวาว
       “ดิฉันไม่ชอบเข้าไปวุ่นวายกับเรื่องของชาวบ้านหรอกค่ะ! คุณแสงแขสบายใจได้”
       วิรงรองเดินไป โดยมีแสงแขมองตามเยาะๆ
       
       ครู่ต่อมาวิรงรองเปิดประตูเข้ามา แล้วเอนหลังพิงประตู...น้ำตาค่อยๆ รื้นขึ้นมา เสียงแสงแขดังก้องในหู
       “คุณย่าจะจัดให้มีงานเลี้ยงใหญ่ใน...โดมทอง ซึ่งจะพูดให้ชัดๆ ก็ได้ว่า เป็นงานประกาศหมั้นของฉันกับคุณลบ”
       วิรงรองเม้มปาก แล้วยกแขนปาดน้ำตาที่เริ่มไหลออกมา
       “คนหลอกลวง...จะหมั้นกับคุณแสงแขอยู่แล้วยังจะมาขอฉันแต่งงานอีก”
       วิรงรองเดินมาหยิบกระเป๋าเดินทางออกจากตู้ วางบนเตียง แล้วหยิบเสื้อผ้าจะพับเก็บใส่ แต่แล้วชะงักเหมือนนึกอะไรขึ้นมาได้
       “ถ้าฉันกลับบ้าน...ทุกคนก็จะต้องหัวเราะเยาะ...โดยเฉพาะผู้ชายใจร้ายคนนั้น”
       วิรงรองจัดการเก็บเสื้อผ้า และกระเป๋าเข้าตู้ตามเดิม
       “ฉันต้องแสดงให้ทุกคนเห็นว่าฉันไม่แคร์”
       
       ฟากอดิศวร์กำลังนั่งใช้ความคิดอยู่ในห้องทำงาน
       “คุณย่านึกยังไงขึ้นมา”
       เสียงโทรศัพท์มือถือดังขึ้น อดิศวร์เอื้อมมือมารับ ชะงักไปนิดเมื่อเห็นเบอร์
       “สวัสดีครับ...อะไรนะครับ...ได้ครับ...ผมจะไปเดี๋ยวนี้...คุณน้าอยู่โรงแรมอะไรครับ...ครับ...อีกประมาณ 45 นาที ผมคงจะไปถึงที่นั่น”
       อดิศวร์เก็บโทรศัพท์เข้ากระเป๋า หยิบกุญแจรถแล้วเดินออกไป
       
       ไม่นานต่อมาอดิศวร์เดินเข้ามาภายในล็อบบี้โรงแรมที่นัด กวาดสายตามองหาแล้วมาหยุดที่ปราง อดิศวร์ไหว้
       ปรางซึ่งหันมาเห็นกันพอดี ปรางยกมือรับไหว้ ขณะอดิศวร์เดินเข้ามาหา
       “คุณน้าน่าจะโทร.มาบอกล่วงหน้า ผมจะได้ไปรับที่สนามบิน”
       “ไม่เป็นไรค่ะ...น้าไม่อยากรบกวน” ปรางเว้นนิดหนึ่ง “น้ามารับยัยหนูกลับ”
       อดิศวร์ชะงัก “เอ๊ะ...ก็วันนั้น ผมเรียนคุณน้าไปแล้ว”
       “น้าเองก็คุยกับยัยหนูแล้วเหมือนกัน...แกยืนยันว่า แกมีเหตุผลที่จะอยู่โดมทองต่อไปอีกสักระยะหนึ่ง”
       อดิศวร์นิ่งฟัง
       “แต่น้านอนไม่หลับ เป็นห่วงแล้วก็สงสารลูก...ที่มานี่ก็เพราะจะให้คุณพาไปที่โดมทอง... ถ้าน้าไปรับถึงที่นั่น...แกก็คงยอมกลับ”
       อดิศวร์ขยับตัวเล็กน้อย เหมือนพยายามหาคำพูดมาโน้มน้าวเปลี่ยนใจปราง “ผมคิดว่า คุณน้าน่าจะตามใจ ปล่อยให้วิรงรองอยู่ต่อไปอีกสักพัก”
       “ทั้งๆ ที่แกโดนดูถูกถึงขนาดนั้นน่ะหรือคะ! บอกตามตรงว่า น้าไม่อยากจะเชื่อว่าคำพูดหยาบคายฟังแทบไม่ได้ เหล่านั้นจะออกมาจากปากคนที่มองภายนอก ดูเป็นผู้ดีมีตระกูลอย่างผู้หญิงสองคนนั่น”
       อดิศวร์อึ้งอีก “ผมต้องขอประทานโทษแทนพี่สาวผมอีกครั้ง แล้วก็รับปากว่าจะไม่ให้เกิดเหตุการณ์อย่างนั้นอีก”
       “แต่น้าตัดสินใจแล้ว...ในเมื่อคนเราเกลียดชังกันถึงขนาดนั้น ก็ไม่ควรจะได้พบได้เห็นกันอีกเลย น้าคิดเรื่องนี้มาตั้งแต่หลังจากคุยโทรศัพท์กับคุณ แล้วก็ยัยหนู...สองจิตสองใจมาตลอดจนตัดสินใจได้ในที่สุด”
       อดิศวร์ตัดสินใจ แล้วมองปรางแน่วแน่ “ผมมีเหตุผลของผมที่จะให้วิรงรองอยู่โดมทองต่อไป”
       ปรางมองนายจ้างลูกสาวอย่างเพ่งพิศ นัยน์ตาอดิศวร์มีแววขัดเขินขึ้นแว่บหนึ่ง แล้วจึงกลับเป็นปกติ
       ปรางพึมพำด้วยเข้าใจท่าทีของชายหนุ่ม
       “คุณลบ”
       “ขอให้คุณน้าเชื่อผมสักครั้ง...ผมรับปากว่าจะไม่ให้มีเรื่องอะไรเกิดขึ้นกับวิรงรองอีก”
       ปรางถอนใจ “น้ากลัวว่าจะเกิดความวุ่นวาย”
       “ผมจะรับผิดชอบเองครับ”
       ปรางได้แต่นั่งนิ่ง อดิศวร์เอ่ยขึ้น
       “ผมจะพาคุณน้าไปพบวิรงรอง”
       “ก็ดีเหมือนกัน”
       “เชิญครับ” อดิศวร์ลุกขึ้น
       
       ปรางลุกเดินออกไป โดยมีอดิศวร์เดินตามด้วยท่าทีสุภาพ

โดมทอง ตอนที่ 8
        ตัวบ้านโดมทองยามนี้ตั้งตระหง่านโดดเด่นเป็นสง่า ส่วนภายในบ้าน วิรงรองอยู่ในห้องนั่งจามเหมือนจะเริ่มเป็นหวัด เสียงเคาะประตูดังขึ้น
       
       “ใครคะ”
       “ฉันเอง...มีแขกมาหาเธอ” เสียงอดิศวร์ดังเข้ามา
       วิรงรองพึมพำ “จ้างก็ไม่เชื่อ”
       ตามด้วยเสียงปราง “ยัยหนู”
       วิรงรองเบิกตากว้าง “คุณ”
       ขาดคำวิรงรองถลาไปที่ประตู แล้วเปิดออก โผเข้ากอดผู้เป็นมารดาแน่น น้ำตาไหลพรากๆ ด้วยความรู้สึกต่างๆ
       ประดังประเดเข้ามา
       “คุณจริงๆ ด้วย”
       ปรางกอดลูกสาวด้วยความรักและตื้นตันใจ “คุณคิดถึงหนูมาก...คุณอดิศวร์เลยจัดการให้ทุกอย่าง”
       วิรงรองมองมายังอดิศวร์ “ขอบคุณค่ะ”
       อดิศวร์พยักหน้าแล้วเดินไป วิรงวรองปล่อยแม่แล้วจูงมือ “เข้าไปคุยกันข้างในดีกว่าค่ะ”
       วิรงรองหันมาปิดประตู
       
       ฝ่ายแสงแขนั่งฝันหวานอยู่อย่างชื่นอกชื่นใจอยู่ในห้องนั่งเล่นคนเดียว
       “คุณลบกับแขคงเป็นเนื้อคู่กันจริงๆ เอ้อ...”
       โอบอ้อมเดินหน้าตาตื่นเต้นแต่ไม่ดีใจเข้ามา
       “คุณแขขา...คุณแขทราบมั้ยคะว่า คุณลบพาใครมา”
       “จะบอกก็บอกมาเลย ไม่ต้องมาถาม” แสงแขหงุดหงิด
       “แม่นังคุณวิรงรองค่ะ”
       แสงแขผุดลุกขึ้นทันที “แม่นังวิรงรอง”
       
       ขณะนั้นปรางเบือนหน้ากลับจากมองออกไปชมทิวทัศน์ทางหน้าต่าง
       “ที่นี่ทั้งสวยทั้งอากาศดีอย่างที่คุณป้าสุรภีบอกไม่มีผิด”
       วิรงรองพูดทีเล่นทีจริง “ทุกอย่างดีหมดยกเว้นคน...ฮาดชิ้ว”
       ปรางเดินมานั่งตรงข้ามวิรงรอง แล้วมองลูกแน่วแน่ “หนูผอมลงไปนะ”
       “หรือคะ”
       “นั่นจะเป็นหวัดหรือเปล่า”
       “คงแค่แพ้อากาศธรรมดาค่ะ...เมื่อคืนอากาศเย็นมาก”
       วิรงรองเดินไปที่โต๊ะเครื่องแป้ง...เปิดลิ้นชัก...หยิบยาแก้แพ้ และวิตามินซีออกมาใส่ปาก แล้วรินน้ำที่วาง
       อยู่ใกล้ๆ ดื่มตาม
       จากนั้นเดินกลับมาทรุดตัวลงนั่งกับพื้น กอดเอวแม่แล้วซบลงกับตัก
       “ดีจังเลยที่ได้กอดคุณอย่างนี้ ...หนูคิดถึงคุณมากที่สุดเลย”
       ปรางลูบผมลูกสาวอย่างอ่อนโยน “คิดถึงแล้วทำไมไม่กลับบ้านเราล่ะลูก”
       วิรงรองนิ่งไปครู่หนึ่งแล้วเงยหน้าขึ้น “หนูไม่อยากได้ชื่อว่า เป็นพวกเหยียบขี้ไก่ไม่ฝ่อ...เพิ่งมาทำงานได้ไม่เท่าไหร่ก็จะออกแล้ว”
       “ใครจะมาว่า...มันเป็นสิทธิ์ของเรา”
       เสียงเคาะประตูดังขึ้น
       “ใครคะ”
       “พี่อุษาค่ะ”
       วิรงรองลุกขึ้นแล้วเดินไปเปิดประตู ปรางลุกขึ้นยืนมอง
       วิรงรองหันมาแนะนำด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม “คุณคะ นี่พี่อุษาค่ะ พี่อุษาเป็นญาติคุณอดิศวร์”
       อุษาไหว้ปรางอย่างเรียบร้อย ปรางรับไหว้ยิ้มแย้ม
       “คุณลบให้จัดห้อง”
       “อุ๊ย! ไม่ต้องจัดหรอกค่ะ ...น้าจะนอนกับยัยหนูห้องนี้แหละ”
       “ถ้าอย่างนั้นเดี๋ยวหนูจะให้เขาเอาผ้าห่มกับหมอนข้างมาเพิ่มให้...อ้อ...คุณลบให้ขึ้นมาบอกว่า เย็นนี้ให้คุณแม่กับน้องวิทานข้าวกันข้างบนนี้แหล่ะค่ะ...ไม่ต้องลงไปข้างล่าง จะได้คุยกันให้หายคิดถึง” พลางผินหน้ามาทางวิรงรอง “พี่จะให้อุไรยกอาหารขึ้นมาให้นะคะ”
       “อย่าเลยค่ะ... ลำบากเปล่าๆ”
       “เป็นคำสั่งของคุณลบค่ะ”
       อุษายิ้มอ่อนหวาน แล้วเดินไป
       “เลยวุ่นวายไปกันใหญ่”
       “งั้นเราก็รีบลงไปก่อนก็แล้วกัน...ป้าอุไรจะได้ไม่ต้องยกขึ้นมา”
       วิรงรองเดินเข้ามานั่งกอดแม่เงียบๆ ด้วยความรักและคิดถึง
       
       แสงแขนำเรื่องมาฟ้องท่านผู้หญิงสรรักษ์ทันที
       ท่านผู้หญิงนัยน์ตาเป็นประกายกร้าว “นี่พวกมันเห็นบ้านฉันเป็นอะไรไปแล้ว นึกจะยกโขยงกันมาอยู่ มาเที่ยวเมื่อไหร่ก็มาตามอำเภอใจ”
       “แขเองก็อึดอัดค่ะ...แต่ก็ไม่ทราบจะทำยังไง”
       “ไปบอกตาลบว่า ฉันให้ไล่มันออกไป”
       “แขไม่กล้าหรอกค่ะ...กลัวคุณลบจะเกลียดขี้หน้าแข”
       “ดัดจริต ยังกับเขาชอบขี้หน้าแกนักนี่ ไป! ไปตามตาลบมา”
       “ค่ะ” แสงแขข่มความไม่พอใจแล้วออกไป
       ท่านผู้หญิงมีสีหน้าหงุดหงิดบึ้งตึง
       
       วิรงรองลุกขึ้นยืน
       “คุณเหนื่อยมั้ยคะ...หนูจะพาไปเดินเล่น”
       “ไม่เหนื่อยจ้ะ... แต่เกรงใจเจ้าของบ้าน...กลัวไปเกะกะ”
       “ไม่ต้องเกรงใจหรอกค่ะ” วิรงรองพูดพลางดึงแม่ให้ลุกขึ้น
       “ตายจริง ยัยหนู...พูดออกมาได้ยังไง”
       “ก็บ้านเขาออกใหญ่โตกว้างขวาง...เดินหากันแทบไม่เจอ...คุณไม่ต้องกลัวไปเกะกะใครหรอกค่ะ”
       “นี่พูดประชดใครเขาหรือเปล่า”
       “เปล่านี่คะ! ไปกันเถอะค่ะ”
       วิรงรองจูงแม่เดินออกห้องไป
       
       ขณะเดียวกันอดิศวร์ทรุดตัวลงนั่ง แล้วจับมือย่าอย่างอ่อนโยน
       “คุณย่ามีอะไรจะใช้ผมหรือครับ”
       “ไม่ต้องมาทำเป็นพูดดี...ทำไมมีคนมาพัก แล้วไม่บอกย่า”
       อดิศวร์ยิ้มนิดๆ “เพราะผมทราบว่า เดี๋ยวก็ต้องมีใครมารายงานซีครับ”
       “นี่คงคิดจะยกโขยงมาอยู่ที่นี่กันละซี ลบอย่ายอมให้มันจับนะ”
       ท่าทางอดิศวร์ขรึมลง “ไม่มีใครเขามาจับผมหรอกครับ”
       ท่านผู้หญิงสรรักษ์มองอดิศวร์แล้วบีบน้ำตา
       “ลบโกรธย่า”
       นัยน์ตาอดิศวร์มีแววอ่อนใจขึ้นมาแว่บหนึ่ง “คุณย่าก็ทราบว่า ผมจะไม่มีวันโกรธคุณย่าเลย”
       ท่านผู้หญิงจ้องเขม็ง “ไม่ว่าย่าจะเคยทำอะไรมา...”
       อดิศวร์ถามไม่ได้จริงจังนัก “คุณย่าเคยทำอะไรมาล่ะครับ”
       หญิงชราตัดบท “ย่าเหนื่อยแล้ว”
       “ผมจะไปตามอุษาให้มาอยู่เป็นเพื่อนนะครับ”
       ท่านผู้หญิงจับมือหลานไว้ “ลบ...ไล่พวกมันไปเถอะ”
       อดิศวร์ก้มลงหอมแก้มย่า แล้วออกไปโดยไม่ตอบ
       
       ท่านผู้หญิงสรรักษ์มองตามด้วยดวงตาเป็นประกายกร้าว

โดมทอง ตอนที่ 8
        แสงแขยืนกอดอกอยู่ที่หน้าต่างห้องนั่งเล่น สายตามองไปเบื้องหน้าอย่างเกลียดชัง เห็นวิรงรองกำลังพาปรางเดินชมทิวทัศน์โดมทองอยู่อย่างช้าๆ
       
       “ทำยังกับเป็นบ้านของตัวเองแน่ะ”
       อดิศวร์เดินเข้ามา ในขณะที่แสงแขสะบัดหน้าหันมาพอดี แสงแขสะดุ้งแล้วรีบเปลี่ยนสีหน้าเป็นยิ้มแย้ม
       “อุ๊ย คุณลบ... เอ้อ... แขกำลังมองวิรงรองกับคุณแม่น่ะค่ะ...แม่ลูกคู่นี้น่ารักจัง”
       อดิศวร์เดินไปใกล้หน้าต่างอีกเล็กน้อยแล้วมองออกไป แสงแขมองตามด้วยความริษยา แต่ปากทำเป็นพูดดีอีก
       “คุณลบชวนแม่วิรงรองอยู่นานๆ ซิคะ จะได้เป็นเพื่อนลูกสาว...แขแอบเห็นเขาเหงาๆ”
       อดิศวร์ไม่ตอบ ยังคงมองภาพนั้นด้วยสีหน้าแววตาครุ่นคิด แสงแขเม้มปากแล้วสะบัดหน้าเดินออกไป
       
       บรรยากาศโพล้เพล้ยามค่ำบริเวณเทือกเขา แสนสวย เกลียวคลื่นเล็กๆ วิ่งเข้ากระทบฝั่ง ทะเลค่อนข้างราบเรียบบริเวณชายหาดดูเวิ้งว้าง
       ภายในห้องอาหารโดมทอง ทุกคนทานข้าวกัน โดยมีแสงแขเสแสร้งเอาใจ ชวนปรางทานโน่นชิมนี่ ต่อหน้าอดิศวร์
       พร้อมกับชวนคุยด้วยสีหน้ายิ้มแย้มตามมารยาทเจ้าของบ้านที่ดี
       “กรุงเทพฯ ตอนนี้เป็นยังไงบ้างคะ แขไม่ได้ไปนานแล้ว”
       วิรงรองและอุษาชำเลืองมองแสงแขพร้อมกันแว่บหนึ่ง
       “ก็รถติดเหมือนเดิม ห้างสรรพสินค้าเยอะแยะ แต่แม่น้ำลำคลองก็สกปรกเหมือนเดิมอีกเหมือนกัน”
       “ถ้าแขไปเที่ยวเมื่อไหร่ ขออนุญาตไปค้างบ้านคุณน้าได้ไหมคะ”
       “ด้วยความยินดีเลยจ้ะ”
       แสงแขไหว้ชดช้อย “งั้นแขต้องขอบคุณล่วงหน้าเลยค่ะ คุณน้าทานกุ้งผัดซอสมะขามอีกนะคะ” พลางตักให้
       “พอแล้วจ้ะ....ขอบใจมาก”
       “คุณลบล่ะคะ....แขตักให้”
       “ไม่ต้อง” อดิศวร์บอก
       แสงแขวางช้อนกลางลง แล้วปั้นหน้ายิ้มแย้มเอาใจคนโน้นทีคนนี้ที
       
       หลังมื้อค่ำ วิรงรองเปิดประตูให้แม่เดินนำเข้ามา แล้วปิดลงเบาๆ
       “กลายเป็นแสงแขโชว์ไปเลย”
       “ฮื้อ! เราละก็....ไปค่อนขอดเขา” เว้นไปนิดเอะใจ “หรือว่า... เขาไม่ดีกับหนู”
       วิรงรองรีบปฏิเสธไม่อยากให้แม่ไม่สบายใจ “เปล่าค่ะ”
       “ยัยหนู .... คุณดูออกนะลูก”
       “เราไม่ค่อยได้คุยกันเท่าไหร่หรอกค่ะ...ไม่เหมือนหนูกับพี่อุษา...คุณจะค้างสักกี่วันคะ”
       “พรุ่งนี้ก็กลับแล้ว”
       “อ้าว”
       “อยู่นานๆ ก็เกรงใจเจ้าของบ้าน อีกอย่าง...คุณเป็นห่วงบ้าน ทิ้งแจ๋วไว้คนเดียว”
       “งั้นหนูจะโทร.ให้ลานนามารับไปสนามบิน”
       “ไม่ต้องหรอกลูก...คุณอดิศวร์จะไปส่งเอง”
       “เอ๊ะ...เขารู้ได้ยังไงคะเนี้ย”
       “อ๋อ...เขาถามแม่ตั้งแต่ไปรับจากโรงแรมแล้ว”
       วิรงรองนิ่วหน้า “วุ่นวายไม่เข้าเรื่อง”
       “วิรงรอง” ปรางลงเสียงหนักเป็นเชิงเตือน “คุณแสงแขเขาจริงใจหรือไม่คุณไม่รู้...แต่สำหรับคุณอดิศวร์...คุณเชื่อว่าเขาจริงใจ....และในเมื่อเขาดีกับเรา...เราก็ควรจะดีกับเขาเป็นการตอบแทน”
       วิรงรองย่นจมูกเหมือนไม่สบอารมณ์ขณะลุกขึ้น
       “ไปอาบน้ำดีกว่า”
       วิรงรองเดินไปเข้าห้องน้ำ ขณะที่ปรางมองตามพลางส่ายหน้าอย่างอ่อนใจ
       
       ขณะนั้นอุษากำลังเดินตรงมาที่หน้าห้องท่านผู้หญิง โดยแสงแขเดินตามมาด้วยท่าทีสบายๆ
       “พี่อุษา” !
       อุษาหันไปมอง
       แสงแขยิ้มขันๆ “เป็นไง...แขต้อนรับแม่นังวิรงรองดีไหม”
       อุษาหันมามองอย่างตำหนิ “เธอควรละอายใจที่คิดว่า คนอื่นเขาจะรู้ไม่เท่าทัน”
       “ไม่เห็นจะแคร์...แขต้องการเป็นคนดีต่อหน้าคุณลบก็พอแล้ว”
       “คุณลบก็ทราบว่า เธอไม่ชอบวิรงรอง”
       แสงแขยักไหล่ “คนเรากลับตัวได้”
       “แต่ไม่ใช่เธอ”
       “เอ๊ะ! ทำไมพี่อุษาชอบถ้าเข้าข้างนังวิรงรองนัก! มันเป็นโคตรเหง้าสักหลาดมาตั้งแต่ครั้งไหนกัน”
       “ไม่จำเป็นต้องเป็นโคตรเหง้าสักหลาดหรอก...แค่เขาเป็นคนดีพี่ก็ชอบเขาแล้ว”
       อุษาเปิดประตูเข้าห้องท่านผู้หญิงไป โดยมีแสงมองตาแทบถลนด้วยความโกรธ
       
       กลางดึกทั่วทั้งโรงเก็บรถม้าท่ามกลางกลุ่มหมอกควันจางๆ บริเวณนั้นดูวังเวงอย่างประหลาด...เสียงหมาหอนดังแว่วมาไกลๆ
       ท่านผู้หญิงสรรักษ์เดินตรงมาที่โรงรถช้าๆ ราวกับถูกสะกด ประตูโรงรถเปิดออก ความเก่าทำให้มีเสียงออดแอด
       หญิงชราเดินเข้าไปเหมือนถูกสะกดเช่นเดิม ภายในมีหมอกจางๆ เช่นกัน ประตูเหมือนถูกกระชากเปิดเองดังปังทำให้ท่านผู้หญิงสะดุ้ง สติสัมปชัญญะคืนกลับมา
       ท่านผู้หญิงสรรักษ์เหลียวมองโดยรอบอย่างตระหนก แล้วเดินไปกระชากประตูให้เปิด ทว่าประตูไม่ขยับเขยื้อน ท่านผู้หญิงตะโกนลั่น
       “ใครอยู่ข้างนอก เปิดประตูเดี๋ยวนี้”
       ไม่มีสิ่งใดเกิดขึ้น
       “บอกให้เปิดประตู”
       ขณะที่ท่านผู้หญิงกำลังเขย่าประตูอยู่นั่นเอง มีเสียงเหมือนคนถอนใจดังขึ้น หญิงชราเหลียวขวับไปมอง เห็นเงาดำๆของใครคนหนึ่งยืนอยู่บริเวณหลังเสา ทำให้เห็นหน้าไม่ชัด
       ท่านผู้หญิงตวาด “นั่นใคร”
       ใครคนนั้นก้าวออกมาช้าๆ ท่านผู้หญิงสรรักษ์เบิกตากว้าง
       เป็นท่านเจ้าคุณ เจ้าพระยาสรรักษ์ไกรณรงค์เดินตรงมาหาช้าๆ
       “คะ...คะ...คุณ...คุณพี่”
       ท่านเจ้าคุณมาหยุดตรงหน้า นัยน์ตาเต็มไปด้วยความเกลียดชัง
       ท่านผู้หญิงระงับอารมณ์ “ฉันไม่กลัวแก! ไอ้คนทรยศ! ฉันไม่กลัวแก”
       ท่านเจ้าคุณแสยะปาก จากใบหน้าคนกลับกลายเป็นหัวกระโหลก ท่านผู้หญิงร้องกรี๊ด
       
       ดึกสงัดท่านผู้หญิงสรรักษ์ร้องกรี๊ดต่อเนื่อง แล้วตื่นจากฝันร้าย ผุดลุกขึ้นเหงื่อแตกพลั่ก ในขณะที่อุไรรีบตรงเข้ามาหาเปิดโคมไฟข้างเตียง
       “ท่านผู้หญิงเป็นอะไรเจ้าค่ะ”
       “เจ้าคุณ .... เจ้าคุณมา” นัยน์ตาหญิงชรายังเต็มไปด้วยความหวาดกลัว
       อุไรสะดุ้งเฮือกแล้วหันไปมองด้วยความกลัว “นะ....นะ...ไหน...ไหนเจ้าคะ”
       “นังพิศ” ท่านผู้หญิงพูดเหมือนเรียกหาคน
       อุไรปากคอสั่น “พะ ....พิศ....พิศอะไรเจ้าคะ”
       ทันใดนั้นก็มีเสียงเหมือนคนเดินมาหยุดหน้าประตู
       “นังพิศมาแล้ว”
       อุไรสะดุ้งเลิ่กลั่กจะร้องไห้เสียให้ได้
       “ออกไป! นังอุไร! พิศมันมาอยู่เป็นเพื่อนฉันแล้ว”
       “ทะ...ทะ ....ท่านเจ้าขา”
       “ออกไป”
       “เจ้าค่ะ”
       อุไรลุกขึ้นมองซ้ายมองขวาเลิ่กลั่ก เปิดประตูออกไป
       พออุไรก้าวออกมาหน้าห้อง แล้วต้องสะดุ้งเฮือกเมื่อเห็นวิญญาณพิศยืนอยู่ อุไรหมดสติล้มลง
       
       ส่วนด้านในห้องท่านผู้หญิงขยับตัวเอง มองไปที่ประตู วิญญาณพิศเดินเข้ามาช้าๆ ราวกับลอยได้
       ก่อนจะทรุดตัวลงนั่ง บอกเสียงแหบแห้ง
       “ท่านเจ้าขา...า...า...”
       “พิศ! ทำไมเอ็งไม่ช่วยข้า เอ็งปล่อยให้คนทรยศ 2 คนนั่นมันตามหลอกหลอนข้า”
       “จนปัญญาบ่าวแล้วเจ้าค่ะ”
       ท่านผู้หญิงลุกขึ้น แล้วชี้หน้าด่าพิศ มือไม้สั่นด้วยความโกรธ
       “ทำอะไรไม่ได้ก็ออกไปเดี๋ยวนี้! ออกไป๊!”
       
       น้ำเสียงท่านผู้หญิงสรรักษ์กราดเกรี้ยว ใบหน้าถมึงทึงบิดเบี้ยวดูเหมือนหญิงแก่เสียสติ และน่ากลัวมากๆ
       
       อ่านต่อหน้า 2

จำนวนคนโหวต 22 คน
คุณเห็นด้วยกับข่าว/บทความนี้หรือไม่
เห็นด้วย ไม่เห็นด้วย
เห็นด้วย 20 คน
91 %
ไม่เห็นด้วย 2 คน
9 %
 
หนังสือพิมพ์: ผู้จัดการออนไลน์ | ผู้จัดการรายวัน | ผู้จัดการสุดสัปดาห์ | นิตยสารผู้จัดการ 360° | Positioning | News1
มุม: การเมือง | อาชญากรรม | คุณภาพชีวิต | ภูมิภาค | ภาคใต้ | ต่างประเทศ | มุมจีน | iBiz Channel | เศรษฐกิจ-ธุรกิจ | ตลาดหลักทรัพย์
กองทุนรวม | SMEs | Motoring | CyberBiz | วิทยาศาสตร์ | เกม | กีฬา | บันเทิง | โต๊ะญี่ปุ่น | Celeb Online | ท่องเที่ยว | ธรรมะกับชีวิต
เว็บ: Asia Times | บุรพัฒน์ คอมมิคส์ | Mars Magazine | คุยกับเว็บมาสเตอร์ | Site Map | โฆษณาบนเว็บ | ติดต่อเรา
All site contents copyright ©1999-2017