โดมทอง ตอนที่ 8

โดย MGR Online   
24 มิถุนายน 2556 05:22 น.
หน้าที่แล้ว |   1 | 2 | 3 | 4  | หน้าถัดไป
โดมทอง ตอนที่ 8
        โดมทอง ตอนที่ 8 (ต่อ)
       
       วิรงรองเดินเข้ามาใกล้ช้าๆ ยกมือขึ้นลูบรถม้าเบาๆ สีหน้าแววตาตื่นตะลึงเหมือนตกอยู่ในภวังค์ พึมพำออกมาเบาๆ
       
       “นี่ฉันฝันไปหรือเปล่า”
       เสียงอดิศวร์ดังขัดจังหวะขึ้น “วิรงรอง”
       วิรงรองสะดุ้ง เหลียวขวับมามอง อย่างตกใจ
       “คุณอดิศวร์”
       “ยังสำรวจความประหลาดบ้านฉันไม่พออีกเรอะ”
       “ค่ะ แล้วในที่สุดฉันก็พบรถม้าคันนี้”
       วิลงรองหันกลับไปมองรถม้าที่เห็น แล้วชะงัก เมื่อรถม้ากลายกลับไปเก่าผุพังเหมือนดังเดิม
       “ไม่จริง! ก็เมื่อกี้มันยังดีๆ อยู่เลย”
       อดิศวร์เดินเข้ามาใกล้ มองรถม้าแล้วไหวไหล่นิดๆ “ใครก็ตามที่บอกว่ารถม้าคันนี้ยังดี...ใครคนนั้นแหละเริ่มจะบ้าแล้ว”
       วิรงรองฉุนกึก ตาวาววับทันที “ฉันไม่ได้บ้า! เมื่อคืนฉันเห็นคนที่เหมือนคุณขับรถม้าคันนี้ไปที่ใต้หน้าต่างโดม...แล้วหน้าต่างนั้นก็เปิดออก...มีผู้หญิงคนหนึ่งยืนอยู่ ...หน้าตาเหมือน...”
       อดิศวร์ ศิโรดม ยิ้มเยาะ ขณะสวนคำออกมา “อย่าบอกนะว่าเหมือนเธอ”
       “ไม่ต้องมาหัวเราะฉัน! ฉันขอยืนยันว่า ฉันไม่ใช่คนโกหก แล้วก็ไม่ได้โกหก! บ้านของคุณมัน “ประหลาด” อย่างที่คุณพูดแดกดันฉันจริงๆ มีความลับบางอย่างซ่อนอยู่ที่นั่น และรอวันที่จะเปิดเผย”
       อดิศวร์ไม่เชื่อ “ดูหนังสยองขวัญมากไปมั้ง! “โดมทอง” ไม่มีความลับอะไรทั้งนั้นทุกอย่างเธอฝันเอาเอง”
       “งั้นคอยดูไปก็แล้วกัน” วิรงรอง นกุล ลอยหน้าท้าทาย แล้วเดินแกมวิ่งจะออกไป
       “เถียงไม่ทันก็ใช้วีธีหนีเหมือนเดิม”
       วิรงรองหยุด แล้วหันกลับมา “คุณเข้าใจผิด! ฉันไม่อยากให้ “คนอื่น” มาว่าได้ต่างหากว่า ฉันพยายามหาโอกาสอยู่กับคุณตามลำพัง”
       วิรงรองเดินต่อไป
       “ใคร”
       วิรงรองไม่ยอมตอบ แถมรีบเร่งฝีเท้าเดินไป อดิศวร์เดินตามโดยไม่รีบร้อน
       
       บริเวณห้องโถงใหญ่ดูสลัว เพราะหน้าต่างปิดหมดทุกบาน และอยู่อีกด้านของตึก วิรงรองเปิดประตูเข้ามา ยืนตรงกลางห้องโถง...มองไปที่รูปภาพบรรพบุรุษแต่ละรูปแล้ว เอ่ยขึ้นเป็นเชิงถาม
       “ดิฉันคิดว่าตัวเองเข้าใจไม่ผิด! บ้านโบราณอย่างโดมทองนี่มักจะมีความลึกลับบางอย่างซ่อนเอาไว้...จริงไหมคะ”
       วิรงรองเหลียวไปมองโดยรอบ รูปแต่ละรูปต่างเมินมองไปทางอื่น ราวกับไม่อยากตอบคำถามเธอ
       จู่ๆ มีเสียงกระซิบขึ้นเบาๆ “ไม่มีใครเขาตอบคำถามเธอหรอก”
       วิรงรองสะดุ้ง หันขวับไปมองทางต้นเสียง ทว่าทุกอย่างไม่มีอะไรผิดปกติ
       เสียงกระซิบดังขึ้นอีกเสียง “เธอต้องอดทน”
       วิรงรองหันกลับมาทางเสียงที่ดังขึ้น ทุกอย่างดูปกติ
       “ค่ะ...ดิฉันจะอดทน จนกว่าจะพิสูจน์ได้รู้ความจริงว่า...เกิดอะไรขึ้นใน...โดมทอง”
       วิรงรองบอก แล้วมองเรื่อยมาหยุดที่รูปท่านผู้หญิงสรรักษ์ไกรณรงค์วัยสาว รูปนั้นมองมายังเธอด้วยสีหน้าแววตาอำมหิตอย่างยิ่ง
       “ฉันเกลียดแก”
       เสียงท่านผู้หญิงวัยชราแผดขึ้น กระแสแห่งพลังความเกลียด ความชิงชังส่งออกมาเต็มที่ ทำให้วิรงรองถึงกับผงะถอยหลัง แล้วต้องสะดุ้งเฮือก เมื่อปะทะเข้ากับใครคนหนึ่งซึ่งยืนอยู่ข้างหลังแล้วร้องลั่น
       “ว้าย”
       เป็นอดิศวร์ที่ก้มลงมองเยาะๆ
       “ไม่น่าขวัญอ่อนเลยนี่! เห็นตามหาผีวุ่นวายไปหมด!”
       วิรงรองรีบถอยออกห่างออกทันที
       “ตามมาทำไม”
       “ถามแปลกนี่! นี่มันบ้านของฉัน อีกอย่าง...ฉันไม่ชอบให้ใครเดินหนี ทั้งๆ ที่ฉันยังพูดไม่จบ”
       “ฉันไม่มีอะไรจะพูดแล้ว” วิรงรองก้าวเดินจะออกไป
       แต่อดิศวร์คว้าแขนไว้ “บอกแล้วว่า อย่าเดินหนีฉัน”
       “ปล่อยค่ะ” วิรงรองพยายามบิดแขนออก “ฉันไม่ชอบให้ใครบังคับ”
       แสงแขเดินเข้ามาพอดี ด้วยอดิศวร์เปิดประตูทิ้งไว้
       “อุ๊ย” แสงแขชะงัก หน้าเสียเมื่อเห็นภาพนั้น “เอ้อ...แขเห็นประตูเปิดอยู่ก็เลยเข้ามาดูน่ะค่ะ ไม่ทราบว่าคุณลบกับ ....” แสงแขมองวิรงรองอย่างอาฆาตมาดร้ายแว่บหนึ่ง “จะอยู่ในนี้”
       วิรงรองเดินออกไปเงียบๆ
       อดิศวร์มองตามแว่บหนึ่ง โดยไม่พ้นสายตาของแสงแขซึ่งจับจ้องมองเขม็ง
       “พี่ก็เห็นว่าประตูเปิดอยู่เหมือนกัน”
       อดิศวร์เสียงขุ่นแล้วเดินออกไป โดยมีแสงแขมองตาม น้อยใจจนน้ำตาคลอ
       
       แสงแขแค้นจัด มาฟ้องอุษา สองพี่น้องอยู่อีกมุมหนึ่งในบ้าน
       “เหลวไหล! ยั่วยงยั่วยวนที่ไหนกัน” อุษาติง
       “ถ้าไม่ยั่วแล้วทำไมเปิดประตูเข้าไปรอคุณลบในนั้น! มันตั้งใจจะจับ...”
       อุษาสวนออกมา “เธอคิดว่าในห้องนั้น บรรยากาศมันน่าจับนักหรือ! ถ้าคิดจะจับจริงทำไมไม่หาที่ที่มันไกลผู้ไกลคน แล้วก็ชวนโรแมนติคมากกว่านี้...ห้องนั้นน่ะ ทึมทึบน่ากลัวออก”
       “ใครจะไปรู้มันล่ะ...มันจัดจ้านออกอย่างนั้น”
       “งั้นเธอก็สบายใจได้ เพราะคุณลบไม่ชอบผู้หญิง...จัดจ้าน”
       สองคนยังพูดไม่ทันจบ อดิศวร์ก็อุ้มวิรงรองเข้ามา
       “อุษา”
       สองคนชะงัก แสงแขหน้าซีดทั้งโกรธและตกใจกับภาพที่เห็น
       อุษาได้สติก่อน “วิรงรองเป็นอะไรไปหรือคะ”
       “เขาเป็นลม...มาช่วยกันหน่อย”
       อดิศวร์อุ้มวิรงรองออกไป อุษารีบตาม
       “มารยา! อยู่ดีๆ ก็วิ่งให้คุณลบตาม! อยู่ดีๆ ก็แกล้งเป็นลมให้คุณลบอุ้มนังมาร!”
       
       แสงแขแค้นแทบคลั่ง นัยน์ตาวาวโรจน์

โดมทอง ตอนที่ 8
        อุษาเปิดประตูห้องให้อดิศวร์อุ้มวิรงรองไปที่เตียง แล้วค่อยๆ วางอย่างระมัดระวัง สีหน้าชายหนุ่มซึ่งเคร่งขรึมเป็นนิจ เต็มไปด้วยความกังวลและห่วงใย
       
       เช่นเดียวกับอุษาพูดออกมาอย่างห่วงใย
       “เมื่อคืนก็เป็นลม”
       “ไปหาผ้าชุบน้ำมาหน่อย”
       “ค่ะ”
       อุษาเดินไปที่ตู้เสื้อผ้า เปิดลิ้นชัก หยิบผ้าขนหนูเล็กๆ ออกมา แล้วเดินเข้าไปในห้องน้ำ แสงแขเดินเข้ามา แล้วทำเป็นห่วงใย
       “วิรงรองเป็นยังไงบ้างคะ”
       “ไปหายาดมมา” อดิศวร์บอก
       อุษาเดินถือ ผ้าชุบน้ำหมาดๆ มาส่งให้
       แสงแขรีบดึงไว้ “แขเช็ดให้เองค่ะ...คุณลบไปพักผ่อน”
       อดิศวร์ดึงกลับแล้วมองเขม็งขณะบอกย้ำ “ไปหายาดมมา”
       แสงแขเม้มปาก แล้วรีบเดินออก ก่อนที่ลบจะเห็นน้ำตา
       อุษามองตามอย่างกังวล แล้วหันมามอง เห็นอดิศวร์ค่อยๆ บรรจงเช็ดหน้าให้วิรงรองอย่างเบามือ
       อุษานิ่วหน้า ครุ่นคิดแล้วกังวล
       
       ส่วนแสงแขวิ่งลงบันไดมาด้วยน้ำตาพร่าพราย พร้อมกับยกมือไหว้ท่วมหัว
       “เจ้าประคู้ณ! ขอให้มันตายไปจริงๆ เถ้อะ”
       
       สักครู่หนึ่งวิรงรองขยับตัว
       “ฟื้นแล้วค่ะ”
       อดิศวร์ส่งผ้าขนหนูให้อุษา ขณะที่เปลือกตาวิรงรองขยับ
       “ช่วยดูแลเขาด้วย”
       อดิศวร์เดินออกไป ในขณะที่วิรงรองลืมตาขึ้นมาอย่างงงๆ
       “คุณอุษา...เกิดอะไรขึ้นคะ”
       “น้องวิเป็นลมน่ะค่ะ...เมื่อคืนก็เป็น...ยังไม่ทันหายดีเลยก็ออกไปข้างนอกแล้ว”
       วิรงรองขยับจะลุกขึ้น แล้วหลับตานอนลงใหม่
       “เวียนหัวจัง”
       อุษาชะเง้อมองไปข้างนอก “แสงแขก็ยังไม่มาอีก...น้องวิอยู่คนเดียวก่อนได้มั้ย พี่จะไปเอายามาให้”
       วิรงรองพูดโดยยังไม่ลืมตา “ได้ค่ะ”
       อุษาเดินไปแล้วหันกลับมาอย่างนึกได้ “ถ้ายังไง น้องวิทานข้าวต้มรองท้องนิดหน่อยก่อนนะคะ”
       “ค่ะ”
       อุษาเดินออกไปแล้ว วิรงรองลืมตาขึ้น ด้วยสีหน้าเหมือนพยายามจะทบทวนเรื่องราวที่เกิดขึ้นและจำได้ว่า
       
       เวลานั้นอดิศวร์เดินตามมาจนทัน แล้วจับแขนเธอไว้ 2 คนเปิดฉากทุ่มเถียงกันอีก
       “ฉันบอกแล้วว่า ไม่ชอบให้ใครเดินหนีขณะที่ฉันยังพูดไม่จบ”
       “ฉันก็บอกแล้วว่า ไม่ชอบให้ใครมาบังคับ”
       “เธอไม่อยากฟังเรื่องสะเทือนใจต่างหาก”
       “ไม่มีเรื่องอะไรที่จะทำให้ฉันสะเทือนใจได้อีกแล้ว”
       “แม้กระทั่งเรื่องของนายพิชญ์แฟนเก่าน่ะเรอะ”
       วิรงรองนัยน์ตาวาววับ “เรื่องนั้นมันจบไปตั้งนานแล้ว เมื่อไหร่คุณจะเข้าใจเสียที พูดวนไปเวียนมาอยู่ได้น่ารำคาญ”
       อดิศวร์โกรธขึ้นมาบ้าง “รำคาญ! รำคาญหรือหงุดหงิดที่รู้ว่าฉันไปเชิญครอบครัวพิชญ์กับพิณทองกลับมาที่นี่อีกครั้ง เพราะคุณย่าจะจัดงานฉลองให้”
       “ต่อให้คุณไปเชิญคนทั้งโลกมาฉลอง...ฉันก็ไม่สน”
       “แน่ใจ”
       “ยิ่งกว่าแน่อีก”
       วิรงรองเดินไป...แล้วหยุด...หันมาพูดเยาะๆ”
       “ว่าแต่คุณต้องไปถามพิชญ์ดูว่า เขาลืมฉันได้หรือยัง”
       วิรงรองหันกลับจะเดินออกไป แต่อดิศวร์คว้าไว้ได้ทันทีอย่างโกรธจัด
       “จะบอกให้ว่า ฉันคิดยังไง หลานของฉันเหมือนดอกกล้วยไม้มีราคาหายาก ส่วนเธอมันก็แค่ดอกพลับพลึงธรรมดาดาษดื่น...ราคาก็ไม่น่าจะแพงนัก...”
       วิรงรองเถียง “ตรงกันข้ามกับดอกพลับพลึงที่เดี๋ยวนี้หายาก”
       อดิศวร์สวนทันที “ยากเพราะคนเขาไม่นิยมปลูกน่ะซิ”
       วิรงรองน้ำตาคลอแค้นใจ “ปล่อย”
       อดิศวร์ยังคงเย้ยหยัน “ความจริง! เธอควรจะดีใจนะ ที่ฉันเวทนาชวนแต่งงานด้วย! แม่ดอกพลับพลึง”
       วิรงรองมองอดิศวร์อย่างเคียดแค้น แล้วหมดสติไปด้วยความอ่อนแอจากเหตุการณ์เมื่อคืน พักผ่อนน้อย และตอนเช้ายังไม่ยอมทานข้าวต้มด้วย
       
       นึกแล้ววิรงรองหลับตาลงอย่างอ่อนเพลีย
       แต่แล้วเสียงแสงแขก็ดังขึ้น “ทำไมแกไม่ตายไปซะให้พ้นๆ”
       วิรงรองสะดุ้งลืมตาขึ้น เห็นแสงแขยืนมองมาอย่างเกลียดชัง
       “คุณแสงแข”
       “นังมาร้าย! แกจะทำมารยายั่วยวนคุณลบไปถึงไหน”
       “คุณแสงแขเข้าใจผิด”
       “แกจะบอกว่า แกไม่ได้สนใจคุณลบ”
       “ใช่ค่ะ”
       อุษาเดินเข้ามาพอดี
       “ได้ยาดมมาหรือเปล่า! แสงแข”
       แสงแขปรับสีหน้าให้เป็นปกติ แล้วหันกลับไป “ไม่ได้! ยาดมมีแต่ของคุณย่า...พี่อุษาก็รู้นี่ว่า ท่านเกลียดแม่คนนี้ขนาดไหน”
       “ไม่เป็นไรค่ะ พี่อุษา...วิดีขึ้นแล้ว”
       “อ้าว ! นึกว่าใกล้ตายเสียอีก”
       แสงแขเดินเชิดผ่านอุษาไป
       อุษามองตามแล้วหันมาทางวิรงรอง “น้องวิอย่าไปถือสาเลยนะคะ”
       วิรงรองอัดอั้นจนน้ำตาคลอ “คุณแสงแขพูดถูกนะคะ...ทำไมวิถึงไม่ตายสักทีก็ไม่รู้”
       อุษาตกใจมาก “ตายจริง! ไม่เอาค่ะ อย่าพูดอย่างนั้น...ลุกขึ้นไหวไหมคะ จะได้ทานข้าวแล้วก็ทานยา” พลางหันไปมองชามข้าวต้มในถาด “พี่ว่าเอาข้าวต้มไปอุ่นก่อนดีกว่า”
       วิรงรองลุกนั่ง “ไม่เป็นไรค่ะ...วิไม่เรื่องมากหรอก”
       
       วิรงรองตักข้าวต้มฝืนกลืนกินลงคอไปอย่างยากเย็น อุษามองอย่างเป็นห่วง

โดมทอง ตอนที่ 8
        ไม่นานต่อมา แสงแขเปิดประตูเข้ามาคุกเข่าพูดกับท่านผู้หญิงสรรักษ์อย่างเรียบร้อย อุไรอยู่ด้วย
       
       “เข้ามาทำไม” ท่านผู้หญิงแหวใส่
       “แขมากราบขออนุญาตคุณย่าออกไปข้างนอกค่ะ...จะไปตัดเสื้อผ้าเตรียมตัวสำหรับวันงาน”
       “ดี! รู้จักกระตือรือร้นเสียบ้าง...ไปบอกอุษาว่าฉันสั่งให้มาเบิกเงิน”
       “แขกราบขอบพระคุณค่ะ”
       ท่านผู้หญิงชะโงกหน้าลงมา “จำไว้ว่า แกต้องแต่งตัวให้สวยเต็มที่”
       “ค่ะ”
       แสงแขคลานออกไปอย่างปลาบปลื้ม
       
       อุษาเดินลงบันไดมาขณะที่แสงแขเดินขึ้นไป พร้อมกับยิ้มเยาะ
       “มันตายแล้วหรือยัง”
       “ถ้าเธอพูดอย่างนั้นอีก...พี่จะไม่พูดด้วย”
       “ทำไมพี่อุษาถึงได้เห็นคนอื่นดีกว่าน้องแท้ๆ”
       “เพราะเธอใจร้ายมากน่ะซิ”
       “แล้วทีนังวิรงรองมันจะแย่งคุณลบไปจากฉันล่ะ”
       “ไม่มีใครแย่งใครได้หรอก แสงแข เรื่องอย่างนี้มันอยู่ที่คนกลาง”
       “ก็เข้าข้างมันอยู่นั่นแหละ” แสงแขตัดบท “คุณย่าให้แขมาเบิกเงิน”
       “จะเอาไปทำอะไร”
       “ตัดชุด”
       “ยังไม่ทันรู้เลยว่าจะมีงานเมื่อไหร่”
       “แต่ก็ต้องมีแน่! ว่าแต่พี่อุษาเถอะ ห้ามทรยศไปบอกคุณลบเด็ดขาดว่าคุณย่าจะทำอะไร” อุษานิ่ง แสงแขพ่นต่อ “ไม่อย่างนั้น ท่านจะคิดว่า พี่อุษาเนรคุณ”
       แสงแขมองอุษาอย่างสะใจ
       
       สมขับรถมาจอดข้างหน้าร้านตัดเสื้อหรูแห่งหนึ่ง แสงแขเปิดประตูลงไป ติดตามด้วยโอบอ้อมซึ่งลอยหน้าเชิดหยิ่ง
       ตามนาย
       แสงแขและโอบอ้อมเดินเข้ามาในร้านตัดชุด เจ้าของร้านรีบตรงมาต้อนรับ ขณะที่ลานนากำลังนั่งเลือกแบบเสื้ออยู่
       อีกมุมหนึ่ง
       “เชิญค่ะ...จะตัดชุดอะไรคะ” เจ้าของทักทายสีหน้ายิ้มแย้ม
       แสงแขพูดเสียงดังด้วยความภาคภูมิใจอย่างยิ่ง
       “ชุดรับหมั้นค่ะ”
       ลานนา และคนอื่นๆ เงยหน้ามอง ลานนาชะงัก
       “ยัยแสงแขนี่”
       เจ้าของกร๊ดกร๊าดเอาใจ “ต๊าย! ต้องขอแสดงความยินดีล่วงหน้านะคะ...เชิญทางนี้ค่ะ”
       แสงแขอวดโอ้กลายๆ “ดิฉันจะหมั้นกับคุณอดิศวร์ ศิโรดม เจ้าของคฤหาสน์ “โดมทอง” น่ะคะ เพราะฉะนั้นต้องให้ชุดออกมาสวยที่สุด”
       “ได้เลยค่ะ ว่าแต่เครื่องประดับอะไรคะ จะได้ออกแบบให้เข้ากัน” เจ้าของร้านถาม
       แสงแขนิ่งคิดเพราะไม่ทันนึก โอบอ้อมรีบสอพลอทันที
       “ชุดมรกตไงคะ .... คุณแสงแขสวมแล้วจะงามสง่าที่สุด”
       
       ครู่ต่อมาวิรงรองพูดเสียงเนือยๆ หน้าหมองๆ ขณะคุยโทรศัพท์กับลานนาซึ่งโทร.มาจากลานจอดรถ
       “รู้แล้วล่ะจ้ะ”
       “ต๊าย รู้แล้วก็ไม่บอก ฉันไม่นึกเลยนะว่า คุณอดิศวร์จะมาลงเอยกับยัยแสงแข แต่อย่างว่า เรือล่มในหนอง...ทองจะไปไหน เสียดายอยู่นิ้ด....ด...นึง...คุณอดิศวร์น่าจะได้คนที่เหมาะสมกว่านี้” ลานนาว่า
       “เขาก็เหมาะสมกันออก” สุ้มเสียงวิรงรองเหมือนฝืนพูด
       “ไม่เหมาะ! ยัยนั่นน่ะเชยจะตาย”
       วิรงรองตัดบท “แค่นี้ก่อนนะจ๊ะ ลานนา...ฉันไม่ค่อยสบาย”
       “อ้าว! เป็นอะไรไปล่ะ” ลานนาเป็นห่วง
       “ก็ไม่ได้เป็นอะไรมาก...ปวดหัวนิดหน่อย”
       “โอเค จ้ะ .หายเร็วๆ นะ”
       “จ้ะ”
       วิรงรองวางโทรศัพท์ลง แล้วเอนตัวลงนอน หลับตาลง ใบหน้าสวยมีน้ำตาไหลซึมออกมา ด้วยความสะเทือนใจ
       
       ในเวลาต่อมา ตรงซุ้มไม้ดอกไม้ใบสวยสะพรั่งมุมหนึ่งในคุ้มภูไท ทั้ง 3 กำลังคุยกัน โดยภูไทสีหน้าแววตาแจ่มใส หลังลานนาเล่าให้ฟังจนจบว่า อดิศวร์จะแต่งกับแสงแข
       “ดีแล้วครับ! แต่งกันเองนั่นแหละดี! อย่าเอาคนอื่นเข้าไปอยู่ในวังวนของความชั่วร้ายด้วยเลย” พันธุ์สูรย์ว่า
       ลานนาห่อปาก “อูว์...แรงจัง”
       พันธุ์สูรย์มองภูไทยิ้มๆ ขณะพูดเย้า “ดูเหมือนเจ้าจะสดชื่นผิดปกติ”
       ภูไทเขินและหน้าแดง “เฮ้ย”
       ลานนาหัวเราะคิก “ต๊าย! หน้าแดงเลย”
       ขณะที่ 2 คนล้อภูไทกันอยู่นั้น บัวคำจอมเฟอะถือถาดน้ำผลไม้ออกมาเสิร์ฟ และสะดุดเท้าตัวเอง ร่างบัวคำเซถลาล้ม ของตกกระจายเช่นเดิม 3 คนส่ายหัวระอาเหลือ
       บัวคำเงยหน้าขึ้นแล้วยิ้มแหยๆ “ใครหน้าแดงคะ”
       พันธุ์สูรย์แซว “มีแต่เราที่หน้าแตก”
       บัวคำยังแหยอยู่ “แหม”
       
       ทั้ง 2 หนุ่มเดินกลับเข้ามาในออฟฟิศ ภูไทมีสีหน้าเบิกบานมาก แต่พันธุ์สูรย์กลับมีสีหน้าเคร่งเครียด
       “เป็นอะไรไปอีกล่ะ หรือว่าอิจฉาที่ศัตรูของนายกำลังจะมีความสุข แต่นายต้องอมทุกข์อยู่ทั้งปี”
       “ผมเป็นห่วงคุณอุษา”
       “โธ่เอ๊ย เขา...”
       ภูไทพูดไม่ทันจบพันธุ์สูรย์สวนออกมา “ฟังผมก่อน...ถ้าคุณแสงแขได้แต่งงานจริงๆ ที่บ้านนั้นก็จะเหลือคุณอุษาเป็นสาวทึกทึกก้มหน้าก้มตารับใช้ทุกคนไปจนตาย”
       “นั่นเป็นวิถีชีวิตที่คุณอุษาเขาเลือกแล้ว ...นายทำอะไรไม่ได้หรอก”
       “ก็ยังดีกว่าไม่ได้ลงมือช่วย”
       ภูไทชะงัก “เฮ้ย นายจะทำอะไร”
       “ไม่ว่าจะทำอะไร ผมไม่ให้เจ้าต้องเดือดร้อนด้วยหรอก”
       “ฉันไม่ได้กลัวตัวเองเดือดร้อน แต่ฉันเป็นห่วงนาย”
       พันธุ์สูรย์อึ้งไปด้วยความตื้นตันใจ “ขอบคุณมากครับ”
       ภูไทตบไหล่ปลอบ “เราเป็นเพื่อนกันนะ พันธุ์สูรย์”
       
       พันธุ์สูรย์นั่งนิ่ง สีหน้าแววตายังตื้นตันใจอยู่อย่างนั้น

โดมทอง ตอนที่ 8
        ด้านวิรงรองนอนหลับไปด้วยความอ่อนเพลีย เหมือนมีใครคนหนึ่งเดินเข้ามาในห้อง ใครคนนั้นเดินช้าๆ ตรงมายังเตียง มือข้างหนึ่งยื่นมาที่ศีรษะวิรงรอง แล้วลูบผมเบาๆ อย่างอ่อนโยน
       
       วิรงรองขยับตัวนิดหนึ่ง แล้วกลับนอนนิ่งด้วยความรู้สึกที่ผ่อนคลาย
       
       ค่ำแล้วหมอกควันกระจายรอบๆ คฤหาสน์ โดมทอง พร้อมเสียงบรรเลงเพลง “นางครวญ” อันแสนเศร้าสร้อยโหยหวน
       วิรงรองเดินเรื่อยๆ มาจนถึงประตูทางขึ้นโดม แล้วหยุด กุญแจประตูเปิดออกเอง โซ่เลื่อนหลุด ประตูค่อยๆ เปิดให้วิรงรองก้าวเดินเข้าไปเหมือนถูกสะกด ด้วยมนต์เสียงเพลงนั้น
       
       วิรงรองเดินขึ้นมาเรื่อยๆ เสียงเพลงดังกระชั้นยิ่งขึ้น จนในที่สุดพอวิรงรองขึ้นมายืนหน้าห้อง เสียงดนตรีเบาลง แล้วเสียงพลับพลึงร้องเพลง “นางครวญ” อย่างโหยหวนเย็นยะเยือก
       
       โอ้ว่าป่านฉะนี้พระพี่เจ้า
       …...........
       
       วิรงรองหยุดยืนฟังอย่างตั้งใจครู่หนึ่ง จึงค่อยๆ ก้าวไปถึงประตูซึ่งถูกไม้ทับตอกตะปูปิดตาย แต่ก็ยังมีรอยแตกเล็กๆอยู่ วิรงรองค่อยๆ แนบหน้าเข้าไปมอง แลเห็นพลับพลึงนั่งเล่นซอสาม 3 ท่ามกลางวงมโหรี ดวงตาวิรงรองเบิกกว้าง
       สักพักหนึ่ง ทุกคนหยุดเล่นเหมือนจะรู้ตัวว่า มีคนมาแอบดู ทุกคนมองมาที่รอยแตกนั้นเป็นตาเดียวกัน ใบหน้าแต่ละคนซีดเซียว แล้วมาหยุดที่ใบหน้าพลับพลึง
       พลับพลึงค่อยๆ แสยะยิ้มให้วิรงรอง ใบหน้าสวยงามนั้นค่อยๆ เขียวคล้ำกลายสภาพเป็นศพอย่างช้าๆ
       วิรงรองผละออก พลางร้องกรี๊ดสุดเสียง
       
       วิรงรองสะดุ้งสุดตัวตกใจตื่น ลุกขึ้นนั่ง แล้วถอนใจยาว เหงื่อแตกพลั่กทั่วใบหน้า ขยับลุกขึ้นเดินไปเข้าห้องน้ำ แล้วชะงัก เมื่อสายตาเบือนไปเห็นดอกพลับพลึงที่วางอยู่บนนั้น
       วิรงรองยกมือทาบอก สีหน้าแววตาทั้งพิศวงและหวาดหวั่น
       
       เวลาเดียวกันพจน์อยู่ในห้องทำงานที่กระทรวง เพิ่งเซ็นชื่อในเอกสารเสร็จ แล้วส่งแฟ้มให้เลขาฯ เสียงโทรศัพท์ดังขึ้น พจน์หยิบขึ้นมาดูอย่างแปลกใจ ในขณะที่เลขาฯ โค้ง ก่อนจะเดินออกไป
       “หนูวิ...สบายดีหรือ”
       “ไม่ค่อยสบายเท่าไหร่ค่ะ...หนูมีเรื่องจะเล่าให้คุณลุงฟัง”
       “ว่ามาเลย...”
       พจน์ฟังอย่างตั้งใจ
       
       พจน์กลับมาถึงบ้านตอนค่ำ และกำลังนั่งอยู่หน้าคอมพ์ภายในห้องที่บ้าน ท่าทางเหมือนกำลังค้นหาอะไรบางอย่าง ...อย่างขมักเขม้น
       ประตูห้องน้ำเปิดออก เห็นคุณหญิงแก้วเดินออกมา อาบน้ำเปลี่ยนเป็นชุดนอนเรียบร้อย
       “ค้นหาข้อมูลอะไรอยู่คะ เห็นขะมักเขม้นตั้งนานแล้ว”
       พจน์ไม่ได้มองแก้ว “เปล่า! ไม่มีอะไร”
       “เออ...ลืมบอกคุณไปว่า คุณลบโทร. มาย้ำอีกแล้วว่า คุณย่าสั่งให้เราไปที่โดมทองอีก ท่านจะจัดงานเลี้ยงแสดงความยินดีให้ยัยพิณกับพิชญ์” แก้วเว้นไปอีกนิด “ทำไมถึงได้เกิดจะมายินดีเอาป่านนี้ก็ไม่รู้”
       พจน์พูดเรียบๆ “ก็ตอบรับไปสิ”
       แก้วชะงัก “อ้าว! ก็ไหนตอนแรกคุณบอกว่าไม่ว่าง”
       พจน์เงยหน้าเอนหลังพิงพนัก
       “ในเมื่อผู้ใหญ่ท่านหวังดี เราก็ไม่ควรปฏิเสธ จริงไหม”
       พจน์พูดพลาง ลุกขึ้นบิดตัวไปมา
       
       ตกตอนกลางคืน โดมทองสะท้อนแสงจันทร์ข้างแรมอ่อนๆ สวยงามลึกลับ
       วิรงรองรีบลุกเดินมารับโทรศัพท์ทันที พอเห็นเบอร์ก็ดีใจ
       “สวัสดีค่ะ คุณลุง”
       พจน์อยู่ในห้องนั่งเล่น พูดพลางชำเลืองมองข้างบนว่า แก้วจะลงมาหรือเปล่า
       “สัปดาห์หน้า...ลุงจะไป โดมทอง นะ”
       “ค่ะ คุณลุงจะมาถึงเมื่อไหร่คะ”
       “น่าจะค่ำๆ วันศุกร์”
       “งั้นงานก็อาจจะเป็นค่ำๆ วันเสาร์...คุณลุงอย่าลืมพูดกับคุณอดิศวร์นะคะ”
       พจน์หัวเราะ “ไม่ลืมน่า...แล้วไม่ลืมด้วยว่าห้ามเอ่ยถึงชื่อหนูเด็ดขาดอ้อ ...ระหว่างนี้หนูควรจะทำบุญอุทิศส่วนกุศลไปให้เขาด้วยก็ดี”
       วิรงรองกระตือรือร้นขึ้นมา “จริงซีคะ หนูลืมไปสนิทเลย...งั้นหนูจะไปพรุ่งนี้เลย ขอบคุณคุณลุงมากค่ะ”
       วิรงรองวางมือถือลงด้วยนัยน์ตาเป็นประกายยินดี เสียงโทรศัพท์ดังขึ้นอีก วิรงรองหยิบขึ้นมาดูแล้วรับ
       “สวัสดีค่ะ...คุณพันธุ์สูรย์”
       พันธุ์สูรย์อยู่ในห้องทำงาน ของออฟฟิศที่คุ้มภูไท
       “คุณวิรงรอง ...ผมอยากจะพบกับคุณอุษาอีกสักครั้ง... คุณวิรงรองพอจะโน้มน้าวเธอได้ไหมครับ”
       “มีอะไรหรือเปล่าคะ”
       “ผมเป็นห่วงเธอ”
       “วิจะพยายามค่ะ”
       “ขอบคุณมาก...แค่นี้นะครับ”
       วิรงรองวางมือถือลง ถอนใจเฮือก
       “พี่อุษาคงไม่ยอมไปง่ายๆ จะกล่อมยังไงดี”
       วิรงรองเดินกลับไปกลับมาอย่างใช้ความคิด
       
       รุ่งเช้าท่านผู้หญิงสรรักษ์กำลังทานซุปอยู่ในห้อง โดยมีอุษาคอยดูแล เสียงเคาะประตูเบาๆ แล้วอดิศวร์เปิดเข้ามา
       ท่านผู้หญิงมองอย่างพอใจ “วันนี้เข้ามาหาย่าแต่เช้า”
       “ผมจะมาเรียนคุณย่าว่า...วันศุกร์หน้า...ครอบครัวพี่แก้วจะมาโดมทองตามคำเชิญของคุณย่าครับ”
       ท่านผู้หญิงวางช้อนลง นัยน์ตาเป็นประกาย “เรอะ! งั้นก็ถึงเวลาแล้วซินะ”
       อดิศวร์มีสีหน้างงๆ ขณะที่อุษาก้มหน้าลง
       “ถึงเวลาอะไรครับ”
       นัยน์ตาท่านผู้หญิงเป็นประกายเจ้าเล่ห์แว่บหนึ่งก่อนบอก “ก็ถึงเวลาที่ทุกคนจะมีความสุขเสียทีไงล่ะ โดยเฉพาะย่า” แล้วทำทีหันไปมองอุษา “มีเสื้อผ้าหรือยังล่ะ”
       “ไม่เป็นไรค่ะ” อุษาบอก
       “ตามใจ อยากจะเป็นนางก้นครัวเหมือนนังคนนั้นก็ตามใจ”
       หญิงชราแขวะวิรงรอง
       
       อดิศวร์เดินออกมาหน้าห้อง ติดตามด้วยอุษา อดิศวร์หันกลับมาหา
       “เดี๋ยวพี่จะให้นายสมขับรถพาเธอกับวิรงรองเข้าไปในเมือง”
       “ทำไมหรือคะ”
       “ก็ไปตัดชุดสวยๆ น่ะซิ”
       “ไม่เป็น...” อุษาพูดไม่ทันจบ อดิศวร์รีบขัดขึ้น
       “เป็นไรซิ...เอาอย่างนี้...ไปหาชุดสำเร็จรูปดีกว่า ตัดอาจจะไม่ทัน...พาแสงแขไปอีกคน”
       “แสงแขไปสั่งตัดเรียบร้อยแล้วค่ะ” อุษาบอก
       “อ้าว ! แล้วทำไมเธอกับวิรงรองไม่ไปด้วย”
       อุษานิ่งไป
       “งั้นขึ้นไปตามวิรงรองเดี๋ยวนี้เลย”
       
       อดิศวร์สั่งเสียงเข้ม
       
       อ่านต่อหน้า 4

จำนวนคนโหวต 22 คน
คุณเห็นด้วยกับข่าว/บทความนี้หรือไม่
เห็นด้วย ไม่เห็นด้วย
เห็นด้วย 20 คน
91 %
ไม่เห็นด้วย 2 คน
9 %
 
หนังสือพิมพ์: ผู้จัดการออนไลน์ | ผู้จัดการรายวัน | ผู้จัดการสุดสัปดาห์ | นิตยสารผู้จัดการ 360° | Positioning | News1
มุม: การเมือง | อาชญากรรม | คุณภาพชีวิต | ภูมิภาค | ภาคใต้ | ต่างประเทศ | มุมจีน | iBiz Channel | เศรษฐกิจ-ธุรกิจ | ตลาดหลักทรัพย์
กองทุนรวม | SMEs | Motoring | CyberBiz | วิทยาศาสตร์ | เกม | กีฬา | บันเทิง | โต๊ะญี่ปุ่น | Celeb Online | ท่องเที่ยว | ธรรมะกับชีวิต
เว็บ: Asia Times | บุรพัฒน์ คอมมิคส์ | Mars Magazine | คุยกับเว็บมาสเตอร์ | Site Map | โฆษณาบนเว็บ | ติดต่อเรา
All site contents copyright ©1999-2017