หน้าแรกผู้จัดการ Online | หน้าแรกละครออนไลน์ | ละครออนไลน์
ละครออนไลน์ โดมทอง

โดมทอง ตอนที่ 8

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์
24 มิถุนายน 2556 05:22 น.
หน้าที่แล้ว
1 | 2 | 3 | 4
โดมทอง ตอนที่ 8
        โดมทอง ตอนที่ 8 (ต่อ)
       
       ไม่นานนัก อุษามาบอกวิรงรองตามที่อดิศวร์สั่ง
       
       “วิไม่ไปค่ะ” วิรงรองเว้นไปอีกนิดก่อนบอก “ไม่อยากเป็นหนี้บุญคุณใคร อีกอย่าง วินัดกับลานนาแล้วว่าจะไปทำบุญกัน”
       “โธ่ ไปเถอะค่ะ...เดี๋ยวคุณลบโกรธเอา”
       “อ้าว ก็ช่างเขาซิคะ อยากโกรธก็โกรธไป”
       “งั้นก็ไปเป็นเพื่อนพี่” อุษาว่า
       วิรงรองยิ้ม “อย่ามาพูดเลย วิไม่หลงกลหร้อก พี่อุษาไปบอกตามนี้เลยค่ะ รับรองว่าเขาไม่สนหรอกว่าวิจะไปหรือไม่ไป...เพราะวิไม่ใช่คนสำคัญของงาน”
       อุษาถอนใจยาว แล้วเดินเปิดประตูออกไป แต่ต้องสะดุ้ง เมื่อเห็นอดิศวร์ยืนหน้าห้องเหมือนจะรออยู่
       “เขาไม่ยอมไปใช่ไหม”
       อุษาพึมพำ “ค่ะ”
       อดิศวร์ก้าวเข้ามาในห้องทันที “เธอต้องไป”
       “เสียใจค่ะ ฉันนัดกับลานนาไว้แล้ว”
       “นัดกับลานนา...แต่ถ้าพี่ชายลานนาจะไปด้วยก็ไม่เป็นไร”
       อุษายกมือทาบอก
       อดิศวร์คว้าข้อมือวิรงรองอย่างถืออำนาจ “เธอต้องไปกับฉัน ฉันจะพาไปซื้อเสื้อผ้า”
       “เสื้อผ้ามีเยอะแล้ว ฉันจะไปทำบุญ”
       อดิศวร์ชะงัก รวมทั้งอุษาด้วย
       “ทำบุญอะไร”
       “ทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้ดวงวิญญาณทุกดวงที่ยังวนเวียนอยู่ที่นี่ เข้าใจหรือยังคะ”
       วิรงรองเดินตัวตรงคอตั้งบ่าออกไป โดยมีอดิศวร์มองตามเคร่งขรึม ส่วนอุษาใจหายใจคว่ำ
       
       พิณทองอยู่ที่บ้านพิชญ์ กำลังโทรศัพท์คุยกับอดิศวร์ซึ่งอยู่โดมทองด้วยดวงตาเบิกกว้าง ประหลาดใจสุดๆ
       “อะไรนะคะ น้าลบ ช่วยพูดให้พิณฟังอีกครั้งได้มั้ยคะ”
       “น้าลบขอให้คุณพิณช่วยเลือกซื้อชุดไปงานกลางคืนสวยๆ ให้วิรงรองหน่อย คุณพิณคงพอจะกะขนาดตัวเขาได้”
       พิณทองหัวเราะขัน “นี่เขารู้เรื่องหรือเปล่าคะ”
       “ไม่รู้”
       “อ้อ...จะเซอร์ไพร้ส์” พิณทองแซว
       “เปล่า น้าจะขอให้เขาใส่วันงานของคุณพิณไง”
       พิณทองพูดทีเล่นทีจริง “งั้นพิชญ์ก็คงไม่มองพิณเลยน่ะซีคะ”
       “น้าลบรับรองว่า หลังจากงานนี้ เขาจะไม่มองวิรงรองอีกเลย”
       “ทำไมคะ น้าลบมีแผนการอะไร”
       “ทำตามที่น้าบอกก็แล้วกัน...อ้อ แล้วอย่าเพิ่งบอกใครเด็ดขาด”
       “โอเค ค่ะ พิณไว้ใจน้าลบ”
       “และน้าลบจะไม่ทำให้คุณพิณผิดหวังแน่”
       พิณทองมีสีหน้าตื้นตันมาก “ขอบคุณค่ะ”
       อดิศวร์วางโทรศัพท์ลง ด้วยสีหน้ามุ่งมั่นมาดหมาย
       
       บริเวณวัดอันสงบร่มเย็น พระและเณร กำลังช่วยกันกวาดลานวัด ส่วนภายในศาลาทั้ง 4 คน ภูไท ลานนา วิรงรอง และ พันธุ์สูรย์ ร่วมกันถวายสัฆทาน โดยภูไทเป็นคนนำสวดมนต์บทถวายสังฆทาน
       พระเจริญพุทธมนตร์อวยชัยให้พร 4 คนกรวดน้ำ
       จากนั้น ทั้ง 4 เดินกันมาเรื่อยๆ ด้วยสีหน้าอิ่มเอิบสบายใจเมื่อได้ทำบุญ
       “สบายใจมั้ยวิ” ลานนาถามขึ้น
       “มากเลยจ้ะ” วิรงรองยิ้มกว้าง
       “ทำบุญเสร็จก็ต้องทำงาน” ภูไทว่า
       วิรงรองหันมาทางพันธุ์สูรย์ ซึ่งเดินเงียบๆ สีหน้าครุ่นคิดตลอดเวลา “คุณพันธุ์สูรย์กำลังคิดอะไรบางอย่างอยู่คะ”
       “ผมกำลังคิดว่า บรรดาญาติพี่น้องหรือลูกหลานของท่านเจ้าคุณจะเคยทำบุญไปให้ท่านหรือเปล่า”
       “นายก็เกินไป...ยังไงเขาก็ต้องทำให้กันอยู่แล้ว” ภูไทติง
       แววตาพันธ์สูรย์ปรากฏริ้วรอยเยาะๆ ขณะมองไปข้างหน้า “เจ้ายังไม่รู้จักคนบ้านนี้ดี”
       วิรงรองชำเลืองมองพันธุ์สูรย์ด้วยสีหน้าแววตาครุ่นคิด
       
       ครู่ต่อมาทั้ง 4 คน ต่างปล่อยนกปล่อยปลากันไปตามประเพณี จังหวะหนึ่งวิรงรองเดินเข้ามาใกล้พันธุ์สูรย์ ซึ่งกำลังมองดูปลาที่ปล่อยลงน้ำไป
       “วิรู้แล้วล่ะค่ะ ว่าจะพาคุณอุษาไปพบกับคุณพันธุ์สูรย์วันไหน”
       พันธุ์สูรย์หันขวับมามองทันที
       “วันงานไงคะ”
       “งานอะไรครับ” พันธุ์สูรย์ฉงน
       “ก็งานที่ท่านผู้หญิงจะจัดให้เป็นเกียรติกับคุณพิณทองหลานสาวกับคุณพิชญ์หลานเขย”
       “อ้าว ! ก็เพิ่งกลับไปไม่ใช่หรือครับ” พันธุ์สูรย์ยิ่งงง
       “ค่ะ”
       “งั้นท่านผู้หญิงก็ต้องมีแผนบางอย่างแน่” พันธุ์สูรย์บอกอย่างมั่นใจ
       “คงจะไม่ถึงขนาดนั้น”
       “ไม่เชื่ออย่าลบหลู่นะครับ”
       วิรงรองหัวเราะ
       “ท่านไม่ธรรมดาหรอก! ไม่เชื่อก็คอยดูไป”
        
       พันธุ์สูรย์บอก

โดมทอง ตอนที่ 8
        ค่ำแล้ว อาณาเขตโดมทองตกอยู่ในความมืด ทุกคนรับประทานเงียบๆ อยู่ภายในห้องอาหาร มีอุไรคอยดูแล
       
       “แสงแข...เห็นคุณย่าบอกว่าเธอไปตัดเสื้อผ้าสำหรับใส่ในงานแล้วหรือ” อดิศวร์เอ่ยขึ้น
       แสงแขประหลาดใจแล้วยิ้มรับด้วยดวงตาวิบวับ
       “ค่ะ…แขเลือกสีเขียว” พูดแล้วรีบอุดปากตัวเอง “ว้าย...ลืมไป ยังไม่น่าเรียนให้คุณลบทราบเลย...เดี๋ยวไม่ตื่นเต้น”
       “แค่บอก...ยังไม่ได้เห็นนี่...ถ้าเห็นอาจจะตื่นเต้นก็ได้”
       แสงแขนัยน์ตาเป็นประกาย มองอดิศวร์อย่างจงรักภักดีเต็มเปี่ยม ขณะที่วิรงรองเม้มปากแล้วทำเป็นกินข้าวอย่างเอร็ดอร่อย ส่วนอุษามองทุกคนด้วยความกังวล ในขณะที่อุไรเองก็อดแปลกใจไม่ได้กับท่าทีของอดิศวร์ที่มีต่อแสงแข
       “แหม...แขอยากจะเรียนให้คุณลบทราบอีกข้อ”
       “อะไรล่ะ”
       แสงแขทำจริตเล็กๆ ขวยเขิน “ไม่เอา...ยังไม่บอกดีกว่า...ต้องเก็บไว้เป็นความลับบ้าง”
       “ป้าอุไรจ๋า...เพิ่มข้าวให้วิอีกทัพพีนึง” วิรงรองเอ่ยขึ้น
       อุษาและอุไรแปลกใจ ขณะที่อดิศวร์มองมาตาขวาง
       “เอ้อ วันนี้คุณวิทานข้าวได้มากกว่าทุกวัน” อุไรว่า
       “นั่นซิ! วิไม่เคยเจริญอาหารเท่านี้มาก่อน...อะไรๆ ก็อร่อยไปหมด…กับข้าวทุกอย่างหวานจนน้ำร้องกราว”
       อดิศวร์หน้าตึง ด้วยรู้ว่าถูกกระทบ
       “ระวังจะอ้วนนะจ๊ะ แม่วิรงรอง กินเข้าไปเยอะๆ น่ะ” แสงแขเรียกจิก แต่ทำเป็นหวังดี
       “อ๋อ! ไม่อ้วนหรอกจ้ะ แม่แสงแข ระบบเผาผลษญดีซะอย่าง” วิรงรองจิกกลับ
       “ต๊าย! คุณลบขา! ฟังมันพูดกับแขซิคะ” แสงแขฟ้องอดิศวร์
       “เธอควรจะพูดกับแสงแขเขาให้ดีๆ” อดิศวร์ติง
       “ขนาดผู้ดีอย่างคุณแสงแขยังพูดได้ก็แสดงว่าเป็นคำพูดที่ผ่านการกลั่นกรองมาแล้ว ดิฉันก็เลยพูดตาม” วิรงรองย้อน
       “คุณลบ...มันไม่มีลดราวาศอกให้แขเลยล่ะ” แสงแขฟ้องอีก
       “รุ่นนี้แล้วก็มีแต่แจก แถมจ้ะ...ไม่มีลดเด็ดขาด” วิรงรองตักแกงกิน โดยไม่สนใจแสงแขกับอดิศวร์ “อร่อยจัง”
       
       ภายในครัวหลังมื้อค่ำแสงแขหมุนตัวไปรอบๆ อย่างมีความสุข โดยมีโอบอ้อมยืนมองอย่างปลาบปลื้ม
       “ในที่สุด ฉันก็เป็นผู้ชนะ ฉันเอาชนะใจคุณลบได้”
       “โถ...แม่คุณแม่ทูนหัว...โอบน่ะปลาบปลื้มจนน้ำตาแทบจะไหลแล้วล่ะค่ะ คุณแขขา...พอคุณแขแต่งงานกับคุณลบแล้วอย่าลืมปฏิวัติโดมทองด้วยนะคะ...เอาแบบมี ที.วี.ดู มีเน็ตเล่น มีโทรศัพท์ใช้โดยไม่ต้องหลบๆ ซ่อนๆ อีกต่อไป”
       “จะบ้าเรอะ! คุณย่าจะได้แหกอกฉันตายน่ะซียะ! คงต้องรอให้ยายแก่นั่นตายก่อน ซึ่งก็คงอีกไม่นานเกินรอ”
       “คอยดู๊...โอบจะแต่งหน้าทาปาก นุ่งกระโปรงสวยๆ บ้าง เบื่อไอ้ผ้าถุงพวกนี้เต็มแก่แล้ว” โอบโอ้มพูดเรื่อยเจื้อย
       “นังโอบ”
       โอบอ้อมสอพลอต่อ “เจ้าขา! โอบแต่งยังไงก็คงไม่ได้ขี้เล็บของคุณแขอยู่แล้วละค่ะ คุณแขน่ะสุดแสนจะสวย...เอางี้ดีไหมคะ...นุ่งกางเกงขาสั้นเลยคุณแขขาสวยอยู่แล้ว”
       แสงแขดุแกมปลื้ม “บ้า”
       
       รุ่งเช้าทุ่งพลับพลึงปลิวไสวตามลม วิรงรองเดินช้าๆ เข้ามา สีหน้าแววตาดูเซ็งๆ เหมือนเบื่อโลกตั้งแต่คืนวาน วิรงรองทรุดตัวลงนั่งกลางดงพลับพลึงนั้น แล้วทอดสายตามองครู่หนึ่ง ก่อนจะเด็ดมาหมุนเล่นในมือ
       “จริงซิ ฉันมันก็แค่ดอกพลับพลึง ที่ไหนจะสวยมีค่าเหมือนดอกกล้วยไม้”
       ภาพที่โต๊ะอาหารมื้อค่ำ ตอนแสงแขและอดิศวร์พูดคุยกันอย่างสนิทสนมผุดเข้ามาในห้วงความคิด
       “ดี...เขาหมั้นกันแล้ว ฉันจะได้กลับบ้านเสียที”
       วิรงรองหลับตาลง เสียงโทรศัพท์มือถือดังขึ้น วิรงรองสะดุ้ง ก่อนจะหยิบขึ้นมา พอเห็นชื่อสีหน้าก็ดีขึ้นทันที
       “ไงจ้ะ เรือโท อนิรุทธิ์ หายเงียบไปเลยนะ”
       อนิรุทธิ์โทร.มาจากห้องพักในโรงแรม
       “อย่าว่าแต่ผมเลย คุณก็เงียบเหมือนกัน ว่าแต่ตอนเนี้ยยังอยู่หรือเปล่า”
       “เปล่า วิว่างมากเลย กำลังนั่งอยู่ท่ามกลางดอกพลับพลึง”
       “งั้นออกมาคุยกันหน่อยได้ไหม คิดถึง...” สีหน้าแววตาเรือโทหนุ่มบอกความรู้สึกจากใจจริง
       “ได้ซิ กำลังเซ็ง เหมือนกัน ...เฮ้ ... รุทธิ์อยู่ที่ไหนน่ะ”
       “โรงแรม เดี๋ยวจะไปรับ”
       อนิรุทธิ์ปิดโทรศัพท์
       
       เวลาผ่านไป สมเดินตามวิรงรองมาที่ประตู ซึ่งอนิรุทธิ์ยืนพิงรออยู่
       “คุณหนูบอกคุณลบไว้แล้วนะครับ” สมถาม
       “หนูจะฝากให้ลุงช่วยบอกอยู่นี่ไงล่ะคะ”
       สมงง “อ้าว”
       “ไม่เป็นไรหรอกน่า หนูรับผิดชอบเอง”
       สมยิ่งหน้าขรึมลงไปอีก
       “หนูว่าลุงยิ้มบ้างก็ได้นะ ตั้งแต่มาอยู่ที่นี่ ไม่เคยเห็นลุงยิ้มเลย หรือว่าเป็นกฎของบ้านนี้ที่ห้ามคนยิ้มจ้ะ”
       สมนิ่งอึ้งไป สีหน้ายิ่งเฉยลงไปอีก จนดูเหมือนหน้ากาก
       วิรงรองเดินแกมวิ่งตรงมาที่อนิรุทธิ์
       “เอ๊ะ นี่รถรุทธิ์นี่”
       “ใช่...ผมขับรถมาจากกรุงเทพฯ” พลางเปิดประตูให้วิรงรองเข้าไปนั่ง
       “โห ไม่เหนื่อยแย่เหรอ” !
       อนิรุทธิ์ขึ้นรถขับไป “เหนื่อยก็ไม่ขับมาน่ะซิ ...ผมขับมาเรื่อยๆ ไม่ได้รีบร้อน...เหนื่อยก็แวะทัก อีกอย่าง...จะได้ไปไหนๆ ได้โดยไม่ต้องพึ่งใคร”
       “เอ๊ะ พูดแปลกๆ”
       อนิรุทธิ์ยิ้มนิดหนึ่ง “จะไปไหนก่อนดี”
       วิรงรองอ้าปากจะตอบ อนิรุทธิ์ดักคอ
       “อย่าบอกนะว่า จะไปบ้านยัยลานช้างลานนานั่น”
       วิรงรองหัวเราะ “บ้า เขาชื่อลานนาย่ะ ขับไปที่นั่นแหละ จะบอกทางให้”
       “เฮ้ย พูดจริงน่ะ”
       วิรงรองพยักหน้าหนักแน่น “ขับไป”
       
       อนิรุทธิ์ถอนใจเฮือกเซ็งสุดๆ

โดมทอง ตอนที่ 8
        ส่วนอุษายืนก้มหน้านิ่งอยู่หน้าโต๊ะทำงาน ขณะที่อดิศวร์ยังคงยืนหันหลังให้ ในที่สุดอดิศวร์ก็หันกลับมา
       
       “ไปได้แล้ว”
       “ค่ะ” อุษาพยายามหักห้ามความกลัว “เอ้อ...คุณลบอย่าไปดุลุงสมเลยนะคะ แกกลัวคุณลบจะแย่”
       “ฉันจะมีสิทธิ์ไปโกรธใครได้...ถึงวิรงรองตัวต้นเหตุ ฉันก็ไม่โกรธ”
       ปากบอกไม่โกรธ แต่หน้าตาอดิศวร์ยามนี้ เย็นชาน่ากลัว
       “ค่ะ” อุษาพึมพำเบาๆ แล้วเดินออกไปเงียบๆ
       อดิศวร์เดินมาทรุดตัวลงนั่ง ด้วยสีหน้าเยือกเย็น
       
       อุษายืนสูดลมหายใจอยู่หน้าห้อง แล้วค่อยๆ ผ่อนออกมา
       “ปากบอกไม่โกรธ แต่หน้าตายิ่งกว่าใครอีก”
       อุไรเดินเข้ามาหา
       “ท่านผู้หญิงให้มาตามคุณอุษาค่ะ”
       อุษาพยักหน้า ออกเดิน
       “วันนี้ไม่ทราบท่านผู้หญิงเป็นอะไร” อุไรเปรยขึ้น
       อุษาหยุดเดินหันขวับมาทันที “ทำไม”
       “อารมณ์ดีผิดปกติค่ะ ธรรมดาถ้าอุไรจามในห้อง ท่านต้องตวาดแล้วว่า เอาเชื้อโรคมาปล่อย จะแกล้งให้ท่านตายเร็วๆ แต่วันนี้...ท่านกลับบอกแค่ว่า...ระวังหน่อยย่ะ”
       อุษาหันหลังเดินต่อไปเงียบๆ
       
       ส่วนในห้อง ท่านผู้หญิงสรรักษ์ กำลังนั่งเลือกชุดเครื่องประดับด้วยสีหน้าแววตาวาววามเต็มไปด้วยความสุข ราวกับจะได้ไปงานใหญ่
       อุษาเดินเข้ามา ตามด้วยอุไร ทั้ง 2 ชะงักมองภาพนั้นด้วยความประหลาดใจ
       ท่านผู้หญิงเหลือบมองแว่บหนึ่ง “เข้ามานี่ซิยะ มัวแต่ยืนเบิ่งอยู่ได้”
       2 คนรีบคุกเข่าลง แล้วคลานเข้าไปใกล้
       “ช่วยเลือกให้ฉันหน่อยว่าจะใส่ชุดไหนดี”
       “เพชรดีไหมคะ” อุษาแนะ
       ท่านผู้หญิงหยิบสร้อยเพชรขึ้นมา “ก็ดีเหมือนกัน”
       “แล้วชุดล่ะคะ”
       ท่านผู้หญิงสรรักษ์จ้องอุษาเขม็ง “ล้น แก่แล้วก็ยังล้นอีก” หญิงชราเว้นนิด นัยน์ตามองตรงไปข้างหน้าราวกับจะทบทวนความทรงจำ “เสื้อผ้าสวยๆ ของฉันอยู่อยู่ในห้องเก็บของ ฉันพับเก็บทุกชุดกับมือ”
       “ถ้าอย่างนั้น คุณย่าจะตัดเสื้อใหม่...”
       “ตัดทำไม เสื้อผ้าของฉันสวยๆ ทั้งนั้น”
       นัยน์ตาท่านเป็นประกายด้วยความภาคภูมิใจ
       
       ไม่นานต่อมาอุษาเข็นรถพาท่านผู้หญิงสรรักษ์มาจนถึงหน้าห้องเก็บของ อุไรมีสีหน้าตื่นเต้น นึกถึงเหตุการณ์วันที่เดินมากับวิรงรอง
       “คิดถึงคุณวิจัง” อุไรพึมพำ
       ท่านผู้หญิงหยิบกุญแจที่ชายพกส่งให้อุษาเพื่อไข อุษายอบตัวลงรับ แล้วไขพลางเปิดประตูออก
       “คุณย่าบอกอุษาว่าอยู่ตรงไหน อุษาจะเข้าไปให้นะคะ...ข้างในฝุ่นเต็มไปหมด คุณย่าเข้าไปเดี๋ยวจะไม่สบาย”
       “เข็นฉันเข้าไป”
       อุษาจำใจเข็นรถเข้าไป ท่านผู้หญิงหยิบผ้าเช็ดหน้าขึ้นมาปิดจมูก อุไรตามเข้าไป กวาดตามองไปโดยรอบเช่นเดียวกับอุษา
       ท่านผู้หญิงตวาด “มองอะไร”
       สองคนสะดุ้ง
       “ไปที่หีบใบใหญ่นั่น” หญิงชราสั่ง
       อุษาเข็นท่านไปที่หีบนั้น ขณะที่อุไรมองไปที่ผ้าดำซึ่งคลุมรูปอยู่
       “ไขกุญแจ” ท่านผู้หญิงชี้บอก “นั่น...ดอกนั้น”
       อุษาทำตาม ไขกุญแจเปิดหีบออก เห็นภายในหีบมีห่อผ้าวางซ้อนกันอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย
       ทันใดนั้นก็มีสายลมพัดวูบผ่านหน้าอุษาไป ซึ่งน่าประหลาด เพราะอุษารู้สึกเพียงคนเดียว
       อุษารู้สึกหนาวยะเยือก หันไปมองมุมหนึ่ง แล้วชะงัก เมื่อผ้าคลุมสีดำที่คลุมรูปหนึ่งอยู่ปลิ้วขึ้น เผยให้เห็นภาพที่อยู่ข้างใน เป็นภาพวาดคุณพลับพลึง!
       
       ด้านแสงแขเปิดประตูเข้ามาในห้อง มองโอบอ้อมซึ่งมีสีหน้าแววตาตื่นเต้น
       “มีอะไร”
       “ท่านผู้หญิงค่ะ ท่านให้คุณอุษากับอุไรเข็นรถไปที่ห้องเก็บของ”
       แสงแขแปลกใจ “ไปทำไมที่นั่น มีแต่ฝุ่นเต็มไปหมด”
       
       สามคนกลับเข้าห้องท่านผู้หญิงด้วยกัน อุษายังคงมีสีหน้าครุ่นคิดถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อครู่นี้อยู่
       ส่วนท่านผู้หญิง มองชุดลูกไม้อย่างดีที่ตัดเย็บอย่างประณีต ซึ่งวางอยู่บนเตียงนอน สีสันซีดลงด้วยกาลเวลา แต่ยังสวยงาม
       “นังอุษา มัวแต่นั่งเป็นเบื้อเป็นใบ้ ฉันถามว่าเสื้อของฉันสวยไหม”
       อุษาสะดุ้ง พูดแบบเกรงใจ “สวยมากค่ะ แต่ออกจะ เอ้อ...เก่าไปสักนิด”
       “ตาต่ำ” หญิงชราด่า
       อุษานิ่งเงียบ
       “ลูกไม้นี่ ท่านเจ้าคุณซื้อจากฝรั่งเศสมาให้ฉัน ยังจำได้ว่าฉันใส่ชุดนี้ ฉลองวันเกิดครั้งสุดท้ายของท่าน...เวลามันผ่านไปนานเหลือเกิน”
       ขณะพูดน้ำตาท่านผู้หญิงรื้นขึ้นมา พลางยกมือลูบบนเสื้อชุดนั้นอย่างทะนุถนอมเบามือ
       “ถ้าไม่มีนังพลับพลึง...บางที...เราคงจะอยู่ด้วยกันมาจนถึงทุกวันนี้”
       ท่านผู้หญิงสรรักษ์อยู่ในท่าทางเศร้าลึกซึ้งครู่หนึ่งแล้วจึงซับน้ำตา
       “ออกไปได้แล้ว”
       “เอ้อ...” อุษามองเสื้อ
       ท่านผู้หญิงเสียงเข้มขึ้น “ออกไป”
       2 คนออกไปตามคำสั่ง โดยท่านผู้หญิงยังคงอยู่ในอิริยาบถเดิม
       
       ทั้งสองเดินออกมาหน้าห้อง อุไรถามขึ้น
       “คุณอุษาจะให้ท่านใส่ชุดนั้นจริงๆ หรือคะ”
       “มีใครบังคับคุณย่าได้บ้าง”
       “นั่นซีคะ” อุไรนึกได้ “นอกจากคุณลบ”
       
       อุษามีสีหน้าครุ่นคิด

โดมทอง ตอนที่ 8
        ฝ่ายท่านผู้หญิงลูบเสื้อสวยตัวนั้นแล้วยกขึ้นทาบตัว หลับตาลงเหมือนจะรื้อฟื้นความทรงจำรำลึกครั้งก่อนเก่า
       
       เวลานั้นเจ้าพระยาสรรักษ์ไกรณรงค์ในวัยประมาณ 50 ปีกว่าๆ นอนอยู่บนเตียง ไอโขลกๆ เป็นระยะ จนประตูเปิดออก ท่านผู้หญิงในชุดผ้าลูกไม้ สีสันสดใสสวยงามเดินเข้ามา
       “อ้าว คุณพี่ยังไม่แต่งตัวอีกหรือคะ”
       “ฉันคงไปไม่ไหว”
       ท่านผู้หญิงสวนทันที “ไม่อยากทำบุญร่วมชาติตักบาตรร่วมขันกับดิฉันก็บอกมาเถอะ ไม่ต้องมาแก้ตัว”
       ท่านเจ้าคุณมีท่าทางอ่อนเพลีย “แม่มณฑา...แม่มณฑาก็เห็นว่าฉันไม่สบาย”
       “ก็แล้วใครทำล่ะคะ คุณพี่ทำตัวของคุณพี่เอง จะโศกเศร้าโศกาอาดูรพูนเทวษไปถึงไหน นังพลับพลึงมันหนีตามผู้ชายไปเป็นสิบๆ ปีแล้ว ป่านนี้อาจจะมีลูกเต็มบ้าน หลานเต็มเมือง”
       ท่านเจ้าคุณมีสีหน้าเจ็บปวด “พอที”
       ท่านผู้หญิงเลือดขึ้นหน้า “ยังไม่พอ คุณพี่ต้องยอมรับความจริงให้ได้ว่ามันไปตามทางของมันแล้ว แต่ดิฉันยังอยู่ .... ตาน้อยลูกของเราก็ยังอยู่”
       “พลับพลึงก็ยังอยู่” ท่านเจ้าคุณบอก
       ท่านผู้หญิงสะดุ้ง
       ขณะท่านเจ้าคุณพูด ดวงตาเหม่อลอย “ตอนดึกๆ ฉันยังได้ยินเสียงเขาร้องเพลง เพลงนางครวญ...บางทีเขาก็เข้ามาหาฉันในห้องนี้”
       “เป็นไปไม่ได้”
       ท่านเจ้าคุณหลับตาลง ขณะบอก “อีกไม่นานพลับพลึงจะมารับฉัน”
       ท่านผู้หญิงมองเจ้าคุณด้วยสีหน้าแววตาอำมหิต “ไม่มีวัน คุณพี่จะไม่มีวันได้พบกับนังพลับพลึงอีก ไม่ว่าชาตินี้หรือว่าภพไหนๆ ฉันจะตามขัดขวางตลอดไป”
       
       นึกเรื่องนี้ขึ้นมา มือท่านผู้หญิงสรรักษ์เกร็งกำเสื้อชุดนั้นไว้แน่นจนเส้นที่มือปูดโปน ใบหน้าของหญิงชราบิดเบี้ยวด้วยความเคียดแค้นพยาบาทอย่างรุนแรง
       “อยากรอก็รอไป รอจนกลายเป็นสัมภเวสีทั้งคู่”
       มีเสียงเคาะประตูเบาๆ แล้วอดิศวร์จึงเดินเข้ามานั่ง มองท่านผู้หญิงและชุดด้วยสีหน้าอ่อนโยน
       “ชุดสวยนี่ครับคุณย่า”
       ท่านผู้หญิงยิ้มดีใจ “สวยจริงหรือ! ย่าจะใส่วันงานของลบ”
       อดิศวร์แปลกใจ “งานของผม”
       “ย่าหมายถึงงานที่ลบจะจัดให้ลูกสาวแม่แก้วน่ะลูก”
       อดิศวร์ยิ้ม “ชุดนี้สวยมากก็จริง แต่เก่าไปหน่อย”
       ผู้เป็นย่าเริ่มหน้าบึ้ง อดิศวร์พูดเรื่อยๆ โดยทำเป็นไม่สังเกต
       “ผมอยากให้คุณย่าสวยสง่าไม่มีที่ติในคืนนั้น”
       ท่านผู้หญิงจึงค่อยๆ คลายคิ้วที่ขมวดออก
       “เอาอย่างนี้ ผมจะพยายามหาผ้าลูกไม้ที่สวยใกล้เคียงกับเสื้อชุดนี้ที่สุด แล้วก็ตัดแบบเดียวกันให้คุณย่า”
       ท่านผู้หญิงพึมพำราวกับตกอยู่ในภวังค์ “ย่าจะต้องเด่นที่สุดในงานเหมือนทุกครั้ง”
       “ใช่ครับ”
       “แม้แต่นังพลับพลึงก็สู้ไม่ได้”
       อดิศวร์บอกด้วยเสียงอ่อนโยน เอาใจ “ไม่มีใครสวยสู้คุณย่าได้เลย”
       “ได้...ลบไปจัดการให้ย่า เอาชุดนี้ไปเป็นตัวอย่าง”
       “ได้ครับ”
       “บางที...บางที...เจ้าคุณปู่ของลบอาจจะมาด้วย แล้วท่านจะต้องเสียใจที่หลงผิดไปรักนังพลับพลึง”
       สีหน้าดวงตาท่านผู้หญิงวาววับไปด้วยความหวัง ในความรู้สึกกึ่งจริงกึ่งฝัน
       
       อดิศวร์ยื่นชุดนั้นให้แสงแข สองคนอยู่ที่ห้องทำงานอดิศวร์
       “เอาชุดนี้ไปเป็นตัวอย่างตัดแบบเดียวกันให้คุณย่า”
       “ได้ค่ะ ร้านที่แขไปตัดเสื้อมีผ้าลูกไม้สวยๆ เยอะแยะไปหมด”
       “บอกให้เขาเลือกสีกับลายให้ใกล้เคียงของเก่ามากที่สุด”
       “ค่ะ! แขจะไปเดี๋ยวนี้เลย”
       “ขอบใจ”
       แสงแขนึกได้ แล้วหันกลับมา
       “คุณลบคะ...ถ้าเผื่อเขาตัดไม่ทันวันศุกร์หน้า”
       “ไม่เป็นไร พี่ลืมบอกไปว่า คุณพิณขอเลื่อนเป็นวันศุกร์ต้นเดือน...เธอช่วยขอร้องเขาตัดให้ทันก็แล้วกัน”
       “ค่ะ” แสงแขมีสีหน้าแสดงความผิดหวังเล็กน้อย แล้วเดินออกไป
       แสงแขก้าวออกมาหน้าห้อง แล้วปิดประตูด้วยสีหน้าหงุดหงิด
       “นังพิณทองตัวดี มัวแต่เลื่อนไปเลื่อนมา เดี๋ยวคุณลบก็รู้แผนหมดหรอก”
       
       ด้านอุษายืนกอดอกอยู่ริมหน้าต่างห้องครัว แล้วมองไปข้างหน้าด้วยสีหน้าใคร่ครวญครุ่นคิด ภาพเหตุการณ์ในห้องเก็บของผุดเข้ามาในห้วงความคิด
       
       ขณะที่อุษายังคงเพ่งมองภาพนั้นอยู่ จนมีเสียงท่านผู้หญิงเรียกดังขึ้น
       “นังอุษา”
       อุษาหันกลับมา สีหน้าเหมือนงงๆ “คะ...คุณย่า”
       “แกมองอะไร”
       “ภาพนั้นค่ะ”
       อุษาหันไปชี้ ทุกคนหันไปมองตาม เห็นผ้าดำหนาหนักยังคงคลุมรูปนั้นอยู่เป็นปกติ
       ท่านผู้หญิงจ้องเขม็ง “ทำไม”
       “เมื่อกี้ลมพัดเข้ามา...ผ้าคลุมเปิดออก”
       อุไรมองอุษางงๆ
       “ลมอะไรคะ”
       “ต่อให้มีลม ผ้าก็เปิดไม่ได้ เพราะมันทั้งหนาทั้งหนัก” ท่านผู้หญิงบอก
       อุษาเบือนหน้าไปมองตาม “อุษาคงจะตาฝาดไปเอง”
       ท่านผู้หญิงจ้องเขม็ง “แกเห็นภาพอะไร”
       “เอ้อ...อุษาไม่แน่ใจค่ะ เห็นไม่ชัด...รู้แต่ว่าเป็นผู้หญิง”
       นึกขึ้นมาถึงตอนนี้อุษาดึงตัวเองกลับมา ถอนใจยาวแล้วสะบัดหน้าเหมือนจะขับไล่ความคิดนั้นให้ออกไป
       “สงสัยเราคงจะฟังวิรงรองเล่าเรื่องประหลาดๆ มากเกินไป”
       จังหวะนี้แสงแขเดินเข้ามา ในมือถือถุงใส่ชุดท่านผู้หญิงมาด้วย
       “แขจะไปข้างนอกหน่อยนะ คุณลบสั่งให้ไปจัดการเรื่องเสื้อผ้าคุณย่า” ประโยคหลังแสงแขพูดด้วยสีหน้าและท่าทางภาคภูมิใจสุดๆ
       “ไปเถอะ”
       
       แสงแขเดินเชิดออกไปอย่างภาคภูมิใจ อุษามองตามด้วยสีหน้ากังวล
       
       อ่านต่อตอนที่ 9

หน้าที่แล้ว
1 | 2 | 3 | 4
ข่าวล่าสุด ในหมวด
โดมทอง ตอนที่ 18 จบบริบูรณ์
โดมทอง ตอนที่ 17 (จบตอน)**แก้ไข
โดมทอง ตอนที่ 16**แก้ไข
โดมทอง ตอนที่ 15
โดมทอง ตอนที่ 13
เครื่องมือจัดการเว็บ
ส่งบทความนี้ต่อ
พิมพ์หน้านี้
ข่าวที่มีผู้ส่งมากที่สุด
แสดงผลหน้าเดียว
จำนวนคนโหวต 22 คน
คุณเห็นด้วยกับข่าว/บทความนี้หรือไม่
เห็นด้วย ไม่เห็นด้วย
เห็นด้วย 20 คน
91 %
ไม่เห็นด้วย 2 คน
9 %
ความคิดเห็นที่ 3 +2 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ลงมาเร็วๆดิ
เพลงเพราะดี
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 2 +1 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
นางเอกน่ารักมากค่ะ แสดงก้อเก่งชอบมากๆจร้าาาแต่เกลียดพิณทองงอนเยอะไปน่าทุเรศ
numnuge
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 1 +2 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
สนุกมากกกกกก
พลับพลา
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความคิดเห็น
1. โปรดงดเว้น การใช้คำหยาบคาย ส่อเสียด ดูหมิ่น กล่าวหาให้ร้าย สร้างความแตกแยก หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
2. ทุกความคิดเห็นไม่เกี่ยวข้องกับผู้ดำเนินการเว็บไซต์ และไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมายได้
3. ทีมงานเว็บมาสเตอร์ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
4. เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
5. ผู้ร่วมแสดงความคิดเห็นสามารถร่วมตรวจสอบข้อความที่ไม่เหมาะสมได้ โดยการกดปุ่ม "แจ้งลบ" หรือส่งอีเมลแจ้งมาที่ cs@astvmanager.com หรือ cs.astvmanager@gmail.com ซึ่งทีมงานจะทำการตรวจสอบ และลบข้อความดังกล่าวโดยเร็วที่สุด หรืออย่างช้าภายใน 3 วันทำการ
เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
แสดงความคิดเห็นเพิ่มเติม
โชว์ภาพผู้ใช้ทุกครั้งที่แสดงความเห็น เพียงเข้าสู่ระบบด้วยบัญชีของเฟซบุก กดที่ปุ่มด้านล่างนี้เลย!

ชื่อ/e-mail ของคุณ : *
 
 *
  กฎกติกาการแสดงความคิดเห็นฉบับเต็ม
 
หนังสือพิมพ์: ASTV ผู้จัดการออนไลน์ | ASTV ผู้จัดการรายวัน | นิตยสารผู้จัดการ 360° | Positioning | ASTV News1
มุม: การเมือง | อาชญากรรม | คุณภาพชีวิต | ภูมิภาค | ต่างประเทศ | มุมจีน | ธุรกิจ | หุ้น | SMEs | Motoring
CyberBiz | วิทยาศาสตร์ | เกม | กีฬา | บันเทิง | Life on Campus | Celeb Online | ท่องเที่ยว | ธรรมะกับชีวิต | Multimedia
เว็บ: Asia Times | บุรพัฒน์ คอมมิคส์ | Mars Magazine | ทะเลไทย | คุยกับเว็บมาสเตอร์ | โฆษณาบนเว็บ
All site contents copyright ©1999-2014