หน้าแรกผู้จัดการ Online | หน้าแรกละครออนไลน์ | ละครออนไลน์
ละครออนไลน์ สุดสายป่าน

สุดสายป่าน ตอนที่ 1

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 12 กรกฎาคม 2556 09:11 น.
หน้าที่แล้ว
1 | 2 | 3 | 4
หน้าถัดไป
สุดสายป่าน ตอนที่ 1
       สุดสายป่าน ตอนที่ 1 (ต่อ)
       
       พอได้ฟังจบแล้ว กานดาวสีส่ายหน้า
       
       “คุณพูดเรื่องอะไร ฉันไม่เคยไปประจวบเลยแล้วเราจะไปรู้จักกันที่นั่นได้ยังไง”
       “นี่คุณยังไม่ยอมรับอีกเหรอว่าคุณคือกานดาวสี กิริเนศวร”
       “ใช่ ฉันคือกานดาวสี กิริเนศวร แต่ฉันก็ยังยืนยันว่าฉันไม่เคยรู้จักคุณมาก่อน ตั้งแต่เกิดมา ฉันเพิ่งเจอคุณเมื่อคืน แล้วคุณก็มาทึกทักเล่าเรื่องอะไรที่มันไร้สาระมาก”
       ฐิติฟังแล้วเจ็บปวดมาก “ไร้สาระ..คุณว่าความรักของเราเป็นเรื่องไร้สาระอย่างนั้นเหรอคุณกานคุณพูดออกมาได้ยังไง คุณบอกว่าคุณรักผม คุณจะติดต่อกลับมาหาผมแต่แล้วคุณก็หายเงียบไป ผมคิดว่าจะเกิดเรื่องร้ายกับคุณผมออกตามหาคุณด้วยความเป็นห่วงแต่เมื่อเราเจอกันคุณกลับบอกว่าทุกอย่างมันเป็นเรื่องไร้สาระ”
       กานดาวสีอึ้งเมื่อเห็นท่าทางเจ็บปวดจริงจังของฐิติ
       มีเสียงรถแล่นเข้ามา กานดาวสีมองไปในระยะไกลเห็นรถวิเศษแล่นเข้ามา
       วิเศษลงจากรถแล้วเดินเข้าบ้านไป กานดาวสีไม่สบายใจรีบพูดกับฐิติ
       “นี่ฉันจะพูดยังไงดีคุณถึงจะเข้าใจว่าฉันไม่ใช่คนที่คุณรู้จักอย่างแน่นอน คุณกลับไปเสียเถอะค่ะ”
       กานดาวสีจะเดินหนีฐิติคว้าข้อมือไว้
       “เดี๋ยว...” ฐิติมองตัวบ้านและรอบๆ “ผมเพิ่งรู้ว่าคุณร่ำรวยมาก เพราะเหตุนี้ใช่มั้ยคุณถึงรังเกียจผม จริงสิ ผมนึกได้แล้วคืนสุดท้ายที่เราพบกันคุณถามว่าที่บ้านผมทำอะไรผมตอบคุณว่าแม่ผมทำขนมขาย ผมเป็นแค่ลูกแม่ค้าขายขนมจนๆ แล้วเช้าวันรุ่งขึ้นคุณก็หนีผมไปโดยไม่ล่ำลา”
       “คุณพูดอะไรของคุณ ฉันไม่เคยรู้เรื่องอะไรของคุณเลย”
       “บอกความจริงผมมากานดาวสี แล้วผมจะไป คุณรังเกียจที่ผมจนใช่มั้ยคุณถึงหนีผมไปไม่ติดต่อกลับมา ไม่ยอมรับว่ารู้จักกันใช่มั้ย..ใช่มั้ย” ฐิติเสียงดังขึ้น
       กานดาวสีเหลือบเห็นวิเศษออกมามองที่ระเบียงไกลๆ แล้วกลับเข้าบ้านไป หญิงสาวร้อนรนก่อนจะตัดสินใจโพล่งออกไป
       “ใช่ค่ะ..ใช่ ฉันตอบคุณแล้ว ที่นี้คุณจะกลับไปได้หรือยัง”
       ฐิติมืออ่อนหน้าซีดขาวปล่อยมือกานดาวสีมองอย่างผิดหวังที่สุดในชีวิต
       “ขอบคุณ..ขอบคุณที่พูดความจริงออกมา ผมจะไม่มารบกวนคุณอีกคุณกานดาวสี กิริเนศวร”
       ฐิติค่อยๆ ถอยหลังแล้วหันกลับเดินดุ่มๆ ออกไปอย่างไม่เหลียวหลัง ที่กานดาวสียืนอึ้งทำอะไรไม่ถูกได้แต่มองตามด้านหลังฐิติจนลับไป
       
       กานดาวสีกำลังเดินขึ้นบันไดชะงักที่เห็นวิเศษแต่งตัวลงมาใหม่ วิเศษทัก
       “เพื่อนกลับไปแล้วหรือลูก”
       กานดาวสีอึกอัก “ค่ะ”
       “พ่อมองไม่ถนัด เพื่อนคนไหนล่ะทำไมไม่ชวนทานข้าวเย็นด้วย วันนี้ไม่มีใครอยู่บ้านเลย เห็นเด็กว่าพากันออกไปบางลำพูกับคุณอาอุไรหมด”
       “คือ...เขาแค่แวะมาเยี่ยมเพราะรู้ว่าลูกกลับมาจากปีนังน่ะค่ะ ว่าแต่คุณพ่อก็เพิ่งกลับมา นี่จะออกไปอีกแล้วเหรอคะ มีเรื่องอะไรด่วนหรือเปล่าคะ”
       “จะว่าด่วนก็ด่วน เพราะพ่อต้องไปตามหาคนๆ หนึ่ง เอาไว้ว่างๆ พ่อจะเล่าให้ฟัง พ่อไปก่อนนะ”
       “ค่ะคุณพ่อ”
       กานดาวสีมองจนวิเศษลับไป ค่อยๆ เดินขึ้นบันไดไปอย่างไม่ค่อยสบายใจ
       
       เวลาเดียวกันท่านหญิงลักษมีนำพวงมาลัยวางบนพานหน้ารูปคุณชายฐิติเทพ นมสายยื่นธูปที่จุดแล้วให้ท่านหญิงรับมาพูดต่อหน้ารูป
       “แม่ไม่เคยคิดเลยว่าชายจะจากแม่ไปเร็วขนาดนี้ ชายคงรู้แล้วว่าท่านพ่อและแม่ไม่เคยโกรธชายเลย ถ้าวิญญาณชายยังอยู่ก็ช่วยดลจิตดลใจให้แม่หาเมียและลูกของชายพบโดยเร็วด้วยเถอะ”
       ท่านหญิงปักธูปแล้ว ถอยมายืนมองรูป
       “ยิ่งพูดก็ยิ่งอยากเห็นอยากเจอเร็วๆ นะเพคะ ไม่รู้ว่าหน้าตาเหมือนคุณชายหรือคุณพุดตาน แต่ป่านนี้คงจะโตเป็นหนุ่ม ดีไม่ดีอาจจะแต่งงานแต่งการไปแล้วก็ได้” นมสาย ว่า
       ท่านหญิงถอนใจ “ถ้าเขาแต่งงานแล้วจริงๆ ก็ขอให้ได้ผู้หญิงดีๆ เป็นคู่ชีวิตเถอะนะ เพราะเขาจะต้องเป็นคนสืบทอดตระกูลและมรดกทั้งหมดของสูรยกานต์แต่เพียงผู้เดียว”
       สีหน้าท่าทางท่านหญิงออกจะเป็นกังวลไม่น้อย
       
       ขณะนั้นรถวิเศษวิ่งมาตามซอย ที่วิเศษนั่งสีหน้าครุ่นคิด ตัดไปที่คนขับๆไปสีหน้าแปลกใจพึมพำ
       “เดินยังไงของเขายังกับคนเมา”
       “บ่นอะไรหึ..ใครเมา”
       “อ๋อคือผู้ชายที่เดินอยู่ข้างหน้าน่ะครับกระผม เห็นเดินโซซัดโซเซชอบกลเหมือนคนเมาไม่มีผิด”
       วิเศษมองตาม เห็นฐิติเดินช้าๆ อยู่ริมฝั่งขวา
       “เฮ้อ คนหนุ่มสมัยนี้มันยังไง ตะวันยังไม่ทันตกดินเมาหัวราน้ำเสียแล้ว ขับให้ห่างๆ ไว้แล้วกัน”
       “ครับท่าน”
       ขาดคำฐิติก็ก้าวพรวดจะข้ามไปทางซ้ายโดยไม่หันมามองรถ คนขับร้องตกใจเบรกรถเต็มที่
       “เฮ้ย”
       
       วิเศษและคนขับมีสีหน้าตกใจทั้งคู่ วิเศษพูดกับคนขับ
       “ชนเข้าให้จนได้ เป็นอะไรมากหรือเปล่าก็ไม่รู้ ลงไปดูกันเร็ว”
       ทั้งวิเศษและคนขับรีบลงจากรถ ที่พื้นหน้ารถเห็นฐิติกุมขาท่าทางเจ็บแต่ไม่ร้อง
       “เป็นอะไรมากหรือเปล่าพ่อหนุ่ม”
       ฐิติค่อยๆ เขยกลุกขึ้น ยังมีท่าทางเจ็บอยู่
       “ไม่..ไม่เป็นไรครับ”
       “เป็นไงล่ะริกินเหล้าแต่หัววัน ถ้าเบรกไม่ทันฉันก็ซวยนะสิ” คนขับบอก
       ฐิติท้วง “ผมไม่ได้ดื่มเหล้านะครับ”
       วิเศษเข้ามาใกล้ “ฮึ่ม ไม่มีกลิ่นเหล้าเลยจริงๆ แล้วเธอเป็นอะไรไม่สบายหรือเปล่าฉันเห็นเธอเดินเซๆ”
       “ผม..ผมไม่ค่อยสบายนิดหน่อย เลยลืมมองไปว่าจะมีรถมาข้างหลัง ขอโทษด้วยครับที่ทำให้ต้องวุ่นวาย”
       ฐิติยกมือไหว้ก่อนจะค่อยๆ เดินเขยกๆจะไป วิเศษรีบเรียกไว้
       “เดี๋ยวก่อนพ่อหนุ่ม เอาอย่างนี้เถอะเดี๋ยวฉันจะไปส่งให้ที่บ้าน เธอไม่สบายแถมมาขาเจ็บเพราะฉันอีก”
       
       รถของวิเศษแล่นมาจอดหน้าบ้านฐิติ และกำลังมองป้ายร้านที่หน้าบ้าน
       “ร้านขนมไทย” วิเศษทวนชื่อ พลางหันมามองฐิติ “บ้านเธอขายขนมด้วยรึ”
       “ครับ แต่เดี๋ยวนี้ขายไม่ค่อยดีเท่าไร”
       “ใช่สิ..ตอนนี้คนส่วนมากหันไปนิยมพวกขนมเค้กของฝรั่งกันหมด แต่ฉันคนหนึ่งล่ะที่ชอบขนมไทยๆมากกว่า แต่พูดก็พูดเถอะนะว่าหาคนที่มีฝีมือทำขนมไทยอร่อยจริงๆน่ะ หายากเต็มที ที่ร้านเธอมีขนมอะไรบ้างล่ะ”
       “มีทองหยิบ ทองหยอด ฝอยทอง กลีบลำดวน จ่ามงกุฎ ขนมนางเล็ด อะไรพวกนี้ล่ะครับ แม่ผมเป็นคนทำเอง” ฐิติบอก
       “ไม่เลว..เห็นทีฉันจะต้องขออุดหนุนเธอเสียหน่อยแล้ว ขนมพวกนี้เป็นของโปรดของท่านหญิงทั้งนั้น”
       “ท่านหญิง...” ฐิติฉงน
       “อ๋อ...ท่านเป็นคนที่ฉันเคารพน่ะ”
       “ถ้าอย่างนั้นเชิญคุณลงไปเลือกเองดีมั้ยครับ”
       
       วิเศษพยักหน้าเห็นด้วย ฐิติเปิดประตูลงไปก่อน วิเศษตามลงไปติดๆ

สุดสายป่าน ตอนที่ 1
       วิเศษกำลังมองขนมในถาดหลายใบที่วางไว้บนโต๊ะหน้าร้านอย่างชอบใจ ในถาดมีขนมหลายชนิดที่ประดิดประดอยอย่างคนมีฝีมือ ดูละลานตาไปหมด วิเศษทึ่งเอามากๆ 
       
       “ถ้าเธอไม่บอกว่าแม่เธอเป็นคนทำ ฉันต้องนึกว่า เป็นฝีมือชาววังแน่ๆ”
       ฐิติยิ้ม ภูมิใจที่มีคนชมขนมฝีมือแม่
       “ขอบคุณครับ ถ้าแม่รู้ว่ามีคนชมขนาดนี้ คงจะดีใจมาก”
       วิเศษมองแล้วมองอีกอย่างทึ่งในฝีมือ แล้วจึงหันกลับไปมองฐิติด้วยท่าทางครุ่นคิด
       
       ส่วนสองสาวอยู่ในสวน รำเพยตกใจมากพอได้ฟังจบ
       “ตายแล้ว..นี่ถ้าคุณพ่อเธอรู้ว่า มีผู้ชายบุกเข้ามาจับมือถือแขน แถมยังทึกทักว่าเธอเป็นคู่รักที่มีความสัมพันธ์ลึกซึ้งของเขาละก็ ตายแน่ๆ”
       “ก็เพราะอย่างนี้นะสิ ฉันถึงต้องตัดบทไปแบบนั้น”
       “ถ้าฉันเป็นเธอฉันก็คงต้องทำอย่างนั้นแหละ”
       “แต่ฉันไม่สบายใจเลย”
       “ทำไมล่ะ ดีเสียอีกเขาจะได้ไม่มาตอแยเธอไงล่ะ” รำเพยว่า
       “เธอไม่เห็นหน้าเขานี่รำเพย ขนาดฉันโกรธเขาอยู่ ฉันก็ยังอดสงสารเขาไม่ได้ เขาคงรักผู้หญิงคนที่คิดว่าเป็นฉันมากเหลือเกินนะ แล้วทำไมผู้หญิงคนนั้นถึงไม่เห็นค่าความรักของเขาก็ไม่รู้ ฉันอยากรู้จังว่าทำไม”
       “โธ่เอ๊ยยัยกาน เรายังไม่รู้เลยว่ามันเป็นเรื่องจริงหรือเปล่า เธออย่าเพิ่งไปใจอ่อนง่ายๆ นะ คนสมัยเนี่ยร้อยเล่ห์พันเหลี่ยม เขาอาจจะกุเรื่องขึ้นมาเพราะเกิดชอบเธอก็ได้ ฉันยังนึกไม่ออกว่าจะมีคนหน้าตาเหมือนกันจนไม่รู้ว่าเป็นคนละคนเชียวเหรอ” รำเพยว่า
       กานดาวสีอึ้ง สีหน้าและแววตาค่อนข้างสับสน
       
       เช้าวันใหม่ ที่ร้านเสริมสวยกาญจนา มีป้ายชื่อร้าน “กาญจนา” ติดอยู่ด้วย เป็นตึกแถวเก่าๆ แต่ประตูบานเฟี้ยมเป็นกระจก ในร้านติดรูปดาราในทรงผมแบบต่างๆ
       ในร้านบุญช่วยกำลังจัดข้าวของเตรียมจะเปิดร้าน เห็นกานดามณีเดินเข้ามา
       “คุณณี...”
       กานดามณีกำลังจะเดินผ่านไปอย่างไม่สนใจจะทักทายอะไร มากไปกว่าสั่งว่า
       “ชงกาแฟขึ้นไปให้ฉันด้วยนะ”
       
       กานดามณีเข้ามาในห้องท่าทางง่วงๆ โยนกระเป๋าไปทางหนึ่ง ถอดเสื้อคลุมขว้างไป
       อีกทาง ก่อนจะทิ้งตัวนอนหลับตา เสียงเคาะประตู กานดามณีตะโกนทั้งๆ ที่ยังหลับตาอยู่
       “เข้ามาเลยบุญช่วย”
       เสียงประตูเปิดเข้ามา กานดามณีพูดต่อ
       “เอาวางไว้บนโต๊ะนั่นแหละเดี๋ยวฉันลุกไปกินเอง”
       กานดามณีพลิกไปมาอย่างขี้เกียจ ก่อนจะค่อยๆ ลืมตา เห็นเป็นหน้าวิสูตรชะโงกมองอยู่กานดามณีรีบลุกขึ้นนั่งอย่างไม่พอใจ
       
       ด้านกาญจนานอนอยู่ได้ยินเสียงกุกกัก ปรือตามอง จึงเห็นบุญช่วยกำลังวางชามข้าวต้มที่โต๊ะหัวเตียงมีแก้วกาแฟอยู่ในถาดด้วย
       “กาแฟนั่นของใคร คุณผู้ชายยังไม่ไปทำงานอีกเหรอ”
       “ของคุณณีค่ะ สั่งให้หนูเอาไปให้ที่ห้อง” บุญช่วยกระซิบ “สงสัยจะยังไม่สร่าง เลยต้องเอากาแฟดำไปถอนมั้งคะ”
       กาญจนาค่อยๆ ลุกขึ้น “พูดมากอีกแล้วนะแก นี่ยัยณีกลับมาแล้วเหรอ งั้นฉันเอาไปให้เอง”
       “คุณไม่ค่อยสบายจะไปทำไมคะ เดี๋ยวเป็นอะไรขึ้นมาอีก คุณผู้ชายก็จะมาดุว่าหนูไม่ดูแลคุณ”
       “ฉันไม่ได้เป็นอะไรมากหรอกน่า เอามาเถอะฉันมีเรื่องจะคุยกับยัยณีหน่อย ยิ่งหาตัวไม่ค่อยเจออยู่ด้วย แกจะไปทำอะไรก็ไป ไป๊”
       บุญช่วยเบ้หน้าก่อนจะออกไป
       กาญจนาลุกขึ้นเดินไปหวีผมที่หน้าโต๊ะเครื่องแป้งลวกๆ ก่อนจะเดินออกไป
       
       ในเวลาต่อมา กานดามณีฉุนเฉียวเดินไปคว้าเสื้อคลุมมาสวมทับ
       “เข้ามาทำไม ณีง่วงอยากนอน”
       “เมื่อคืนแกไปไหนมาฮะ ทำไมไม่กลับบ้าน รู้มั้ยทุกวันนี้พ่อกับแม่แทบจะต้องเดินเอาปี๊บคลุมหัวอยู่แล้วเพราะความประพฤติของแก แกเป็นลูกผู้หญิงนะ มีแต่เสียกับเสีย” วิสูตรด่าใหญ่
       กานดามณีลอยหน้าลอยตาพูด “ณีไม่เห็นจะแคร์ ชีวิตเป็นของณี เนื้อตัวก็ของณี จะเสียสักกี่ครั้งกี่หนมันก็เรื่องของณี”
       “ยัยณี”
       วิสูตรโกรธจนลืมตัวตบหน้ากานดามณีอย่างแรง กานดามณีหันขวับกลับมาตาวาววับโกรธสุดๆ เสียงดัง
       กานดามณีโมโห “มีสิทธิ์อะไรมาตบหน้าฉัน”
       “สิทธิ์ของความเป็นพ่อไงและถ้าแกพูดจาต่ำๆ แบบนี้อีกพ่อก็จะตบแกอีก ให้แกรู้ไว้ว่าพ่อทำทุกอย่างก็เพราะหวังดีกับแก”
       “น่าสมเพช..หวังดีกับฉันเหรอนี่คงคิดว่าฉันโง่รู้ไม่เท่าทันว่าที่คุณโกรธทุกครั้งที่เห็นฉันกับผู้ชายคนอื่นก็เพราะคุณหึงหวงฉันใช่มั้ยล่ะ”
       วิสูตรงงมาก “แกพูดอะไรของแกยัยณี พ่อเป็นพ่อ พ่อจะคิดบ้าๆ แบบนั้นได้ยังไง”
       กานดามณีเค้นเสียงหัวเราะแค่นๆ “พ่อเหรอ..พ่อฉันชื่อวิเศษรับราชการเป็นใหญ่เป็นโตไม่ใช่ครูใหญ่กระจอกๆ แบบนี้”
       วิสูตรตะลึง “อะไรนะ..ใครบอกเรื่องนี้กับลูก”
       “ตกใจละสิที่ฉันรู้ความจริง แล้วก็รู้เท่าทันความคิดที่จะเคลมลูกเลี้ยงอย่างฉันด้วยทำเป็นรักทำเป็นห่วงที่แท้...”
       “หยุดก้าวร้าวพ่อนะยัยณี...ถึงพ่อไม่ใช่พ่อที่แท้จริงของแก แต่พ่อไม่เคยคิดต่ำๆ แบบนั้นกับแกแม้นแต่ครั้งเดียว”
       “ไม่จริง...ฉันไม่เชื่อ”
       “ฟังพ่อให้ดีนะ พ่อเลี้ยงแกมาตั้งแต่ตีนเท่าฝาหอยอาบน้ำป้อนข้าวรักแกเหมือนลูกในไส้ ต่อให้แกแก้ผ้าอยู่ต่อหน้าพ่อ พ่อก็ไม่มีวันคิดเป็นอื่น”
       กานดามณีมีสีหน้าร้ายกาจ ยิ้มเจ้าเล่ห์
       “ก็ได้..งั้นเรามาพิสูจน์กัน”
       ขาดคำกานดามณีถอดเสื้อคลุมออก วิสูตรตกใจ กานดามณีทำท่าจะถอดกระโปรง วิสูตรถลาเข้าคว้าข้อมือ
       “นี่แกเสียสติไปแล้วรึยัยณีหยุดนะหยุดทำบ้าๆแบบนี้”
       “ไม่...ฉันไม่หยุด ปล่อยสิ”
       กานดามณีพยายามจะถอดเสื้อผ้า ขณะวิสูตรพยายามดึงมือไว้ สองคนยื้อยุดฉุดมือกันพัลวันจนพากันเซถลาล้มไปบนเตียง ในลักษณะที่วิสูตรคร่อมทับกานดามณีอยู่
       เสียงกาญจนาหวีดร้องเสียงโหยหวน สองคนตกใจหันไปมองพร้อมกัน
       วิสูตรและกานดามณี เห็นกาญจนายืนถือถ้วยกาแฟอยู่หน้าประตู ปล่อยถ้วยแตกกระจายก่อนจะ
       ล้มลงหัวฟาดพื้นหมดสติทันที สองคนร้องอย่างตกใจมาก ร้องออกมาพร้อมๆ กัน
       
       “กาญจนา” / “แม่”
       
       อ่านต่อหน้า 4

หน้าที่แล้ว
1 | 2 | 3 | 4
หน้าถัดไป
ข่าวล่าสุด ในหมวด
สุดสายป่าน ตอนที่ 17 จบบริบูรณ์
สุดสายป่าน ตอนที่ 16
สุดสายป่าน ตอนที่ 15
สุดสายป่าน ตอนที่ 14
สุดสายป่าน ตอนที่ 13
เครื่องมือจัดการเว็บ
ส่งบทความนี้ต่อ
พิมพ์หน้านี้
ข่าวที่มีผู้ส่งมากที่สุด
แสดงผลหน้าเดียว
จำนวนคนโหวต 48 คน
คุณเห็นด้วยกับข่าว/บทความนี้หรือไม่
เห็นด้วย ไม่เห็นด้วย
เห็นด้วย 47 คน
98 %
ไม่เห็นด้วย 1 คน
2 %
ความคิดเห็นที่ 7 +1 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
สนุกดี เดินเรื่องเร็วมาก อยากอ่านต่อไวๆ ช่วยลงต่อด่วนด้วยจ้าาา

ขอบคุณล่วงหน้า
กานดามณี
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 5 +1 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
อยากอ่านต่อแล้วจ้า
doi doi
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 4 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
Purchase colors massive pricing an individual's crayon requires within a one particular-time period of time. On this task that VPN expresses Blockbuster online as well as lv melbourne internet sites like Hulu you have been choosing the substance from the You. Hogan shoes premiered.
Moncler Jacket Uomo http://www.bonaitigiuseppe.it/piuminimoncler.html
Moncler Jacket Uomo
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 1 +1 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
มาให้อยาก (อ่าน) แล้วก้อจากไป
thanamalin@gmail.com
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความคิดเห็น
1. โปรดงดเว้น การใช้คำหยาบคาย ส่อเสียด ดูหมิ่น กล่าวหาให้ร้าย สร้างความแตกแยก หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
2. ทุกความคิดเห็นไม่เกี่ยวข้องกับผู้ดำเนินการเว็บไซต์ และไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมายได้
3. ทีมงานเว็บมาสเตอร์ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
4. เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
5. ผู้ร่วมแสดงความคิดเห็นสามารถร่วมตรวจสอบข้อความที่ไม่เหมาะสมได้ โดยการกดปุ่ม "แจ้งลบ" หรือส่งอีเมลแจ้งมาที่ cs@astvmanager.com หรือ cs.astvmanager@gmail.com ซึ่งทีมงานจะทำการตรวจสอบ และลบข้อความดังกล่าวโดยเร็วที่สุด หรืออย่างช้าภายใน 3 วันทำการ
เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
แสดงความคิดเห็นเพิ่มเติม
โชว์ภาพผู้ใช้ทุกครั้งที่แสดงความเห็น เพียงเข้าสู่ระบบด้วยบัญชีของเฟซบุก กดที่ปุ่มด้านล่างนี้เลย!

ชื่อ/e-mail ของคุณ : *
 
 *
  กฎกติกาการแสดงความคิดเห็นฉบับเต็ม
 
หนังสือพิมพ์: ASTV ผู้จัดการออนไลน์ | ASTV ผู้จัดการรายวัน | นิตยสารผู้จัดการ 360° | Positioning | ASTV News1
มุม: การเมือง | อาชญากรรม | คุณภาพชีวิต | ภูมิภาค | ต่างประเทศ | มุมจีน | ธุรกิจ | หุ้น | SMEs | Motoring
CyberBiz | วิทยาศาสตร์ | เกม | กีฬา | บันเทิง | Life on Campus | Celeb Online | ท่องเที่ยว | ธรรมะกับชีวิต | Multimedia
เว็บ: Asia Times | บุรพัฒน์ คอมมิคส์ | Mars Magazine | ทะเลไทย | คุยกับเว็บมาสเตอร์ | โฆษณาบนเว็บ
All site contents copyright ©1999-2014