หน้าแรกผู้จัดการ Online | หน้าแรกละครออนไลน์ | ละครออนไลน์
ละครออนไลน์ นักสู้มหากาฬ

นักสู้มหากาฬ ตอนที่ 12

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 8 กรกฎาคม 2556 09:26 น.
1 | 2 | 3 | 4
หน้าถัดไป
นักสู้มหากาฬ ตอนที่ 12
        นักสู้มหากาฬ ตอนที่ 12
       
       ฤทธิ์ออกมาจากห้องแล้วตกใจ เมื่อมีควันตลบบ้าน
       
       “ณัฐชา เกิดอะไรขึ้น...ณัฐชา”
       ฤทธิ์รีบวิ่งเข้าไปดูข้างในบ้านผลุนผลันเข้าไปในครัว และเจอณัฐชากำลังสำลักควัน
       “ทำอะไรของคุณ”
       ณัฐชาไอค่อกแค่ก
       “ฉันจะทำอาหารเช้า แต่แก๊สมันหมด ฉันก็เลยจะติดเตาถ่าน”
       ฤทธิ์มองสังเวช
       “ซื้อกินเถอะ”
       ณัฐชาไอโขลกๆ
       
       ในตลาดผู้จับจ่ายกันอย่างครึกครื้นสดใสในยามเช้า ณัฐชากับฤทธิ์เดินมาด้วยกัน ณัฐชาเห็นหนุ่มสาวคู่หนึ่งเดินควงแขนสวนผ่านไป ก็นึกขึ้นได้หันไปสะกิดฤทธิ์
       “นี่คุณ ขายังเจ็บอยู่ไม่ใช่เหรอ ฉันช่วยพยุงนะ”
       “ไม่ต้องก็ได้มั้ง ผมเดินไหว”
       “ฮึย...คนกันเอง อย่าเกรงใจ มา ฉันช่วย”
       ณัฐชาว่าแล้วก็กอดแขนฤทธิ์หมับจนแทบเซ ไม่รู้จะพยุงหรือจะถ่วงน้ำหนักกันแน่ ฤทธิ์ยิ้มให้ณัฐชางงๆ...ทั้งสองเดินเข้าไปในร้านขายโจ๊กข้างทาง นั่งกินโจ๊กด้วยกัน ณัฐชาเห็นเขาเจริญอาหารก็มองอย่างมีความสุข ก่อนจะตักโจ๊กในชามของเธอแบ่งให้เขา
       “คุณไม่หิวเหรอ”
       “รักษาหุ่น เดี๋ยวไล่จับคนร้ายไม่ไหว”
       “แต่ผมว่าคุณน่าจะเพิ่มน้ำหนักหน่อยนะ จะได้มีน้ำมีนวล ผอมมากมันดูโทรมนะจะบอกให้”
       ณัฐชางอน ตักโจ๊กคืน
       “เออพูดมาก อย่ากินเลย เอามานี่ฉันกินเอง”
       “อะไรของคุณเนี่ย ทำเป็นเด็กๆไปได้”
       “ฉันอยากอ้วน มีอะไรป่ะ จะอ้วนให้เหมือนหมูเลย คอยดูสิ”
       ณัฐชาย่นจมูกทำเสียงหมูใส่หน้า ฤทธิ์ยิ้มขำออกมา
       “หัวเราะเป็นด้วยเหรอคุณ นึกว่าเก๊กเป็นอย่างเดียวซะอีก”
       “นั่นสิ ถ้าไม่มีคุณผมก็คงลืมไปแล้วว่าความสุขมันเป็นยังไง”
       ฤทธิ์พูดตรงๆ แต่ณัฐชาอดปลื้มไม่ได้ พอดีป้าเจ้าของร้านเอาน้ำเปล่ามาเสิร์ฟให้
       “ทานน้ำค่า”
       ฤทธิ์ยิ้มรับ
       “ขอบคุณครับป้า”
       “มาเที่ยวกันเหรอคะ เห็นไม่ค่อยคุ้นหน้า”
       ณัฐชายิ้มให้ป้า
       “จ้ะป้า แถวนี้มีที่เที่ยวบ้างรึเปล่า”
       “โอ้ย...บ้านนอกคอกนาไม่ค่อยมีอะไรตื่นเต้นหรอกค่ะ จะมีก็แค่วัดอยู่ตรงหัวตลาดนี่เอง วัดเก่าแก่เลยนะคะ เดินไปหน่อยเดียวก็ถึง”
       ณัฐชากับฤทธิ์หันมามองหน้ากัน เธอเบ้หน้าเบื่อๆ ฤทธิ์พยักหน้าว่าน่าสนใจ
       
       ฤทธิ์เดินผ่านซุ้มทางเข้าวัดมาสักพัก และพบว่าณัฐชายังอิดออดรออยู่ข้างนอก
       “เป็นอะไรล่ะคุณ มีของหรือไงถึงเข้าวัดไม่ได้”
       “โห ออกมาข้างนอกทั้งที ไปดูหนังไม่ดีกว่าเหรอ”
       “เอาน่าคุณ คิดว่าเราเป็นแฟนกันแล้วมาเดทด้วยกันครั้งแรกสิจะได้ตื่นเต้น ดีมั้ย”
       ณัฐชาอึ้ง
       “เดทครั้งแรก พาเข้าวัดเนี่ยนะ”
       ฤทธิ์พยักหน้า
       “ตื่นเต้น”
       ณัฐชาทำหน้าเบื่อเซ็งขณะที่ฤทธิ์จูงเธอเข้าวัด
       
       ฤทธิ์จูงณัฐชาเข้ามาในโบสถ์ด้วยกัน ณัฐชามองดูภาพฝาผนังของวัดที่เต็มไปด้วยเรื่องราวของการเวียนว่ายตายเกิดมากมาย ก็รู้สึกแปลกตาจนลืมความเบื่อ ฤทธิ์เดินตรงไปพนมมือไหว้พระประธานเงียบๆ ณัฐชาหันมาเห็นเข้าจึงพูดขึ้น
       “จุดธูปไหว้พระกันหน่อยดีมั้ย”
       ฤทธิ์แปลกใจ
       “คุณสนด้วยเหรอ”
       “ก็ มีเรื่องจะอธิษฐานพอดี”
       ฤทธิ์และณัฐชาจุดธูปไหว้พระด้วยกัน ต่างคนต่างหลับอธิษฐาน สักครู่เขาอธิษฐานเสร็จก่อนก็ลืมตาหันมาทางหญิงสาว สายตาของเขาเห็นณัฐชาในยามสงบก็ดูงดงามเฉกเช่นผู้หญิงคนหนึ่ง ฤทธิ์อดรู้สึกห้ามความประทับใจนั้นไม่ได้...หลังจากไหว้พระเสร็จทั้งสองนั่งกอดเข่าดูภาพฝาผนังด้วยกัน ณัฐชาพูดขึ้นลอยๆ
       “ถ้าคนเราทุกคนเป็นอมตะก็ดีสิ โลกนี้จะได้ไม่มีการพลัดพราก”
       “ถ้าเป็นแบบนั้นจริง ชีวิตก็คงไม่มีความหมาย”
       “คุณไม่อยากอยู่คนที่คุณรักตลอดไปเหรอ”
       “ถ้าเป็นแต่ก่อนคงใช่ แต่ตอนนี้มันไม่มีความหมายสำหรับผมอีกแล้ว”
       “นอกจากใจทิพย์แล้ว คุณเคยคิดจะรักคนอื่นบ้างรึเปล่า”
       คำพูดของณัฐชาทำให้ฤทธิ์หันมามองหน้าเธออย่างมีความหมาย
       “เคย...แต่มันสายเกินไป สำหรับคนๆนั้น”
       ณัฐชามองเขาอย่างใจหาย

นักสู้มหากาฬ ตอนที่ 12
        ฤทธิ์กับณัฐชาเดินกลับบ้านด้วยกัน บรรยากาศเงียบเหงา คนสองคนยามนี้เหมือนสามีภรรยาคู่ทุกข์คู่ยาก ณัฐชามองฤทธิ์สักพักก็ฉุดมือรั้งเขาเอาไว้
       “มีอะไรเหรอ”
       ณัฐชาจ้องหน้า
       “ฉันอยากให้คุณสู้ต่อไป ถึงไม่มีใจทิพย์ ก็ยังมีคนอื่นที่ต้องการคุณ” เธอกลั้นน้ำตา “ฉันอยากให้คุณอยู่เป็นความหวังสำหรับเขา”
       ฤทธิ์อึ้ง
       “ณัฐชา”
       “คุณอยู่ต่ออีกหน่อยไม่ได้เหรอ ฉันเพิ่งรู้สึกดีกับคุณ แล้วทำไมคุณต้องจากฉันไปด้วย แค่คุณบอกว่าอยากมีชีวิตอยู่ แค่คุณพูด...ฉันจะทำทุกอย่างเพื่อช่วยคุณ”
       “ผมไม่ต้องการ ผมไม่อยากเห็นใครต้องเดือดร้อนเพราะผมอีกแล้ว ณัฐชา…ลืมผมซะ นั่นคือสิ่งเดียวที่คุณควรจะทำเพื่อผม”
       ณัฐชาร้องไห้ยกมือปาดคราบน้ำตาเหมือนเด็กๆเธอส่ายหน้าเพราะไม่รู้ว่าจะลืมเขาได้ยังไง ฤทธิ์รั้งตัวเธอมากอดอย่างปลอบโยน
       
       โซเฟียเดินกุมแขนข้างที่ถูกยิงกลับมาที่บริษัทมาดามหลิว หัวหน้ายามเข้ามาทักทาย
       “คุณโซเฟีย”
       “เกิดอะไรขึ้น ทำไมบริษัทเงียบแบบนี้”
       “มาดามเป็นห่วงว่าจะเกิดเหตุร้าย ก็เลยสั่งหยุดงานครับ”
       โซเฟียอึ้งไป
       “ฉันบาดเจ็บ ช่วยพาฉันไปส่งข้างบนทีสิ”
       
       หัวหน้ายามแจ้งข่าวบอกมาดามหลิวผ่านทางอินเตอร์คอม
       “คุณโซเฟียมาถึงแล้วครับมาดาม”
       “บอกให้รีบขึ้นมา ฉันจะมีเรื่องสำคัญจะปรึกษาด่วน”
       
       ประตูนิรภัยเปิดออก หัวหน้ายามพาโซเฟียมาส่ง
       “มาดามเป็นกังวลมากครับคุณโซเฟีย พอคุณโทรมาเตือนเหตุร้าย เธอก็ให้ผมปิดประตูนิรภัยทุกบานทันที แล้วก็ขังตัวเองอยู่แต่ในห้อง”
       โซเฟียหน้าสลดลง
       “น่าสงสาร ป่านนี้มาดามคงตกใจแย่”
       “นั่นสิครับ”
       “เดี๋ยวฉันจะปลอบมาดามเอง คุณลงไปเถอะ”
       
       มาดามหลิวนั่งกุมปืนยิงไวรัสอย่างเป็นกังวลอยู่ในห้องสมุด โซเฟียเปิดประตูเข้ามา มาดามหลิวโล่งอก
       “โซเฟีย”
       โซเฟียยิ้ม
       “ค่ะ มาดาม”
       
        หัวหน้ายามกลับลงมาข้างล่างก่อนจะเหลือบเห็นอะไรบางอย่างแล้วหยุดชะงักไปราวกับเห็นผี เพราะว่าโซเฟียที่เพิ่งมาถึง
       “มีอะไรเหรอ” โซเฟียถามอย่างสงสัย
       
       โซเฟียตัวปลอมกำลังคุยอยู่กับมาดามหลิว
       “คนร้ายทีพยายามฆ่าคุณโทมัส ก็คือนายกรณ์กับพวก ตอนนี้น้ำตามัจจุราชทำให้พวกมันกลายพันธุ์กันหมด”
       “เราต้องรีบหาทางจัดการกับพวกมันโดยเร็วที่สุด”
       “แต่ฉันว่าเราปล่อยให้เป็นหน้าที่ของคนอื่นดีกว่าค่ะมาดาม เพราะลำพังตัวคุณเองตอนนี้ จะเดินไปห้องน้ำก็ยังลำบากเลยซ้ำ”
       มาดามหลิวชะงัก
       “โซเฟีย นี่เธอพูดอะไรของเธอ”
       โซเฟียตัวปลอมหันมายิ้มให้มาดามหลิว
       “มันคือความจริงค่ะมาดาม คนพิการอย่างคุณไม่สมควรก่อเรื่องวุ่นวาย”
       
       โซเฟียสแกนฝ่ามือกับเครื่องเพื่อเปิดประตูนิรภัย หัวหน้ายามกับลูกทีมถืออาวุธตามเธอเข้ามาอย่างร้อนรน
       “เข้าไปนานรึยัง”
       “ก่อนหน้าคุณจะมาถึงสักหกนาทีครับ”
       โซเฟียรีบวิ่งไปที่ห้องสมุดทันที

นักสู้มหากาฬ ตอนที่ 12
        มาดามหลิวมองไปที่จอมอนิเตอร์ จึงเห็นภาพโซเฟียตัวจริงและพวกยามผ่านทางกล้องวงจรปิด วินาทีนั้นเธอถึงได้เข้าใจว่าคนที่อยู่กับเธอไม่ใช่โซเฟียตัวจริง มาดามหลิวจ้องหน้า
       “ตกลงพวกแกมีแผนอะไรกันแน่ รับใช้พรายพิฆาต หรือว่าแยกตัวเป็นอิสระ”
       มาดามหลิวมองไปเห็นโซเฟียตัวปลอมกลายร่างเป็นกรณ์
       “เรามาไกลเกินกว่าที่จะยอมแพ้มาดาม เราต้องสู้ให้ถึงที่สุด”
       
       มาดามหลิวยกปืนยิงกระสุนไวรัสใส่ กรณ์หายตัววูบมาโผล่ตรงหน้าชักมีดออกมาแทงมาดามหลิวอย่างรวดเร็ว ปลายมีดปากเข้าที่ชายโครงพอดี มาดามหลิวสะท้านเฮือก
       “ความจริงคุณมีโอกาสที่จะหนี แต่คุณก็ไม่ทำแบบนั้น”
       “ฉันก็เหมือนกับแก มาไกลเกินกว่าที่จะยอมแพ้”
       กรณ์ยิ้ม สบตากับมาดามหลิว ขณะที่มือก็ค่อยกดๆใบมีดแทงลงไปจนได้ยินเสียงเนื้อเหล็กที่ครูดกับกระดูก
       “ช้าๆ ช้าๆ” กรณ์กระซิบ “ผมไม่อยากให้คุณตายก่อนที่ลูกน้องของคุณจะมาถึง พวกเขาควรจะได้เห็นว่าศัตรูของผมมีจุดจบยังไง”
       มาดามหลิวใบหน้าสั่นระริก เหลือบมองกรณ์ด้วยความแค้น
       
       โซเฟียกับพวกยามจะเข้าไปที่ห้องสมุดแต่แล้วก็ต้องชะงักเมื่อเห็นมาดามหลิวเดินออกมา ทำเอาทุกคนพากันตกตะลึงเมื่อเห็นมาดามหลิวเดินได้อีกครั้ง
       “โซเฟีย เธอมาสาย”
       โซเฟียได้สติ
       “แกไม่ใช่มาดามหลิว”
       โซเฟียชักปืนยิงใส่ มาดามหลิวตัวปลอมกลายร่างเป็นกรณ์ก่อนจะหายตัววูบวาบไปจัดการกับพวกยามอย่างรวดเร็ว โซเฟียหันมาเล็งปืนใส่มัน แต่เห็นมันผลุบโผล่แทงยามคนหนึ่งและไปปาดคอยามอีกคนด้วยความรวดเร็วเกินกว่าสายตาของเธอจะจับภาพทัน จนกระทั่งมันหยุดหันมามอง โซเฟียก็จึงเล็งปืนใส่มันอีกแต่พริบตานั้นมาก็มาโผล่ข้างหลังเธอพร้อมกับใช้มีดจ่อเข้าที่ลำตัว
       “ยังไม่ถึงคิวของเธอสาวน้อย ฝากไปบอกไอ้ฤทธิ์ ราวีด้วยว่า ฉันจะแวะไปเยี่ยมมัน เร็วๆนี้”
       ร่างของกรณ์ค่อยๆหายวูบไป โซเฟียได้สติจึงค่อยมองไปรอบๆตัวและพบว่าพวกยามตายเกลี้ยง เธอนึกขึ้นได้
       “มาดาม”
       โซเฟียเข้ามาในห้องสมุด และพบร่างมาดามหลิวนอนฟุบอยู่ข้างรถเข็นจึงประคองขึ้นมา
       “มาดาม”
       “โซเฟีย พวกมัน…”
       “พวกมันไปแล้วค่ะมาดาม อดทนไว้ ฉันจะรีบตามหมอ”
       “ไม่มีประโยชน์แล้วโซเฟีย คราวนี้ฉันคงไม่รอดแน่” มาดามหลิวกุมมือโซเฟีย “พวกเราเป็นฝ่ายแพ้”
       “ไม่จริงค่ะมาดาม มาดามต้องไม่ตาย พวกเรายังมีโอกาส”
       “ฟังฉันให้ดีนะโซเฟีย เธอไม่จำเป็นต้องทำทุกอย่างเพื่อฉันอีกแล้ว เธอควรจะเป็นอิสระมีชีวิตแบบที่เธอต้องการ”
       “มาดาม”
       “ฉันไม่เคยคิดว่าเธอ คือตัวแทนของลูกสาวฉันที่เสียไปแต่เธอคือลูกสาวอีกคนของฉัน...ลูกสาวที่ฉันไม่เคยทุ่มเทความรักให้เลยสักครั้ง ยกโทษให้ฉันด้วย โซเฟีย”
       “มาดาม...มาดาม”
       มาดามหลิวสิ้นใจลงอย่างสงบ…โซเฟียร้องไห้สะอื้นสักพักหนึ่งก่อนจะเหลือบเห็นระเบิดเวลาที่กรณ์ติดตั้งทิ้งไว้และกำลังทำงานในอีกไม่กี่วินาที โซเฟียเจ็บแค้น
       “ไอ้ชาติชั่ว”
       ระเบิดทำงาน กวาดล้างทุกอย่างบนชั้นเพนท์เฮาส์ของบริษัทบลูฟินิกซ์
       
       บริเวณหน้าบ้านร้างเป็นที่เปลี่ยวปราศจากผู้คน ไอริณลืมตาขึ้นรับรู้ข่าวร้ายด้วยญาณของเธอ
       “มาดามหลิวตายแล้ว พวกมันร้ายกาจมาก”
       ราเมศเข้ามาสมทบ
       “ถ้าท่านต้องการ ผมจะสังหารพวกมันเอง”
       “เธอไม่ใช่คู่มือของพวกมันราเมศ แม้แต่ฉันเองก็เริ่มไม่แน่ใจว่าจะจัดการกับพวกมันได้”
       “ถ้างั้น…”
       “เราต้องหาแนวร่วม…”
       ราเมศงุนงง…สภาพแบบนี้จะไปหาแนวร่วมได้ที่ไหน

นักสู้มหากาฬ ตอนที่ 12
        ค่ำนั้นบนถนนชานเมือง รถตู้แล่นฝ่าความมืดมาอย่างรวดเร็ว แหลมกำลังนั่งอยู่บนรถด้วยท่าทีกระวนกระวายใจ...สักพักรถตู้วิ่งเข้ามาจอดในโรงชำแหละเนื้อ...แหลมกับสมุนเข้ามารายงานกับกรณ์และพวก เบื้องหน้ามีลังใส่สินค้าจำนวนหนึ่ง
       “ตั้งแต่คุณมาวินตายไปตำรวจก็เข้มงวดกับพวกเรามากขึ้น อย่าว่าแต่ผลิตยาเลย เอาแค่ปล่อยขายยังลำบาก ถึงมีเงินก็จริง แต่ที่ทางเรามีจำกัด”
       กรณ์เดินมามองลังใส่สินค้าแล้วมองหน้าแหลม
       “ภัตตาคารนั่น มันคับแคบเกินไปสำหรับพวกแก...ที่นี่ต่างหากที่เหมาะจะเป็นฐานทัพของเรา เราจะผลิตน้ำตาสวรรค์ขายให้กับทุกคนในราคาถูกและหลังจากนี้อีกไม่นาน กองทัพของพรายพิฆาตจะฟื้นขึ้นมาอีกครั้ง”
       กรณ์หัวเราะสะใจ ในขณะที่เอมี่ วัฒน์ ยักษ์ต่างพากันแสยะยิ้ม มีเพียงลุงโจเท่านั้นที่ยังครุ่นคิดอยู่ด้วยความเป็นห่วง ส่วนพวกแหลมกับสมุนมองหน้ากันอย่างอึดอัดที่ต้องมารับใช้กรณ์
       
       แหลมเดินนำสมุนกลับมาที่รถตู้ สมุนคนหนึ่งถามขึ้น
       “จะเอายังไงพี่แหลม จะปล่อยไว้แบบนี้เหรอพี่”
       “ทำไมวะ เอ็งไม่อยากได้เงินหรือไง”
       “เงินน่ะอยากอยู่หรอกพี่ แต่นี่มันชักจะไปกันใหญ่แล้วนะ ถึงขั้นจะสร้างกองทัพอะไรของมันก็ไม่รู้ ทำแบบนี้มันก่อการร้ายชัดๆเลย”
       “ฮึย เราเองก็เป็นคนร้ายนะโว้ย เรื่องแค่นี้จะสนทำไมวะ”
       “แต่เรามีลูกเมีย มีญาติพี่น้องนะพี่ ถ้าเกิดมีเหตุร้ายในบ้านเมืองขึ้นมา พี่จะให้ผมรู้สึกยังไง”
       คำพูดของสมุนทำให้แหลมยิ่งรู้สึกสับสนใจ
       
       ไฟห้องน้ำถูกเปิดสว่าง ฤทธิ์ไอโขลกๆโผเผมาที่อ้างล้างหน้าเขาวักน้ำขึ้นลูบหน้าลูบตาก่อนจะพบว่ามีเลือดติดอยู่ที่ฝ่ามือ เขาอึ้งไปเงยหน้ามองตัวเองในกระจก พบว่าตัวเองไอเป็นเลือด
       “นี่เรา...กำลังจะตายจริงๆเหรอเนี่ย”
       
       เช้าวันต่อมา...ณัฐชาเคาะประตูเรียกฤทธิ์
       “คุณโทมัส นายโทมัส ฉันจะไปซื้ออาหารเช้า คุณจะไปกับฉันรึเปล่า คุณโทมัส”
       ไม่มีเสียงตอบ ณัฐชาลองผลักประตูเข้าไปดูและพบว่าฤทธิ์ไม่ได้อยู่ในห้อง...ณัฐชาผลักประตูออกมาตามหาฤทธิ์หน้าบ้าน
       “โทมัส”
       เธอเดินออกมามองหาแต่แล้วก็ต้องชะงักเมื่อเห็นโซเฟียยืนอยู่ในสภาพเนื้อตัวมอมแมม ราวกับเพิ่งกลับมาจากสมรภูมิ
       “นี่มันเกิดอะไรขึ้น”
       โซเฟียไม่มีคำตอบ น้ำตาเอ่อท้นขึ้นมาด้วยความแค้น
       
       ฤทธิ์อยู่ในร้านโจ๊ก อ่านข่าวหนังสือพิมพ์ด้วยความรู้สึกตกตะลึง หนังสือพิมพ์ลงรูปภาพของมาดามหลิว “ระเบิดปลิดชีพเศรษฐินีสาว คาดปมขัดแย้งทางธุรกิจ” ฤทธิ์มือไม้สั่นพับหนังสือพิมพ์วางลง ขณะที่ป้าเจ้าของร้านหิ้วถุงโจ๊กมาส่งให้
       “โจ๊กได้แล้วค่ะคุณ”
       ฤทธิ์หยิบเงินส่งให้ป้าเจ้าของร้าน โดยไม่รู้เลยว่าขณะนั้นมีชายหน้าเหี้ยมสองคนกำลังมองกระเป๋าสตางค์ของเขาอยู่ตาเป็นมัน
       
       ถนนยามเช้าค่อนข้างเปลี่ยวไอหมอกลอยอยู่อ้อยอิ่ง ฤทธิ์เดินกอดอกฝ่าลมหนาวไปอย่างเหม่อลอย ระหว่างทางเขาก็คิดถึงเรื่องราวต่างๆนานาของเขากับมาดามหลิว ผู้หญิงที่ใช้เวลาเกือบค่อนชีวิตหมดไปกับการล้างแค้นและต่อกรกับพรายพิฆาต ขณะนั้นเองที่ชายหน้าเหี้ยมสองคนก็ขี่มอเตอร์ไซด์ตามมาและดักหน้าเขาเอาไว้
       “ไอ้น้องชายมาเที่ยวเหรอ”
       ชายอีกคนเห็นฤทธิ์ไม่ตอบ
       “แถวนี้ที่เที่ยวมีเยอะ ให้พวกพี่พาเที่ยวเอามั้ยคิดค่าน้ำมันถูกๆ”
       ฤทธิ์ยังคงนิ่งอยู่จนสองโจรหมดความอดทน พวกมันดับเครื่องแล้วลงจากมอเตอร์ไซด์มาหา
       “ไม่ยอมพูดด้วย หยิ่งหรือไงวะไอ้น้อง”
       ชายอีกคนแสดงตัวว่าเป็นคนร้ายทันที
       “กระเป๋าเงินส่งมาเลยดีกว่า จะได้ไม่เสียเวลา”
       ฤทธิ์มองพวกมันอย่างเย็นชา คนใกล้ตายอย่างเขาไม่มีอะไรต้องกลัวอีกแล้ว
       “เฮ้ย...มองหน้าดูถูกกันใช่มั้ย พวกข้าไม่ใช่โจรกระจอกนะโว้ย มีแบ็คหนุนจะบอกให้”
       “รู้แล้วจะหนาว เพื่อนข้ามันเป็นสมาชิกของพรายพิฆาตโว้ย ทีนี้เอ็งกลัวรึยัง”
       พอได้ยินชื่อพรายพิฆาตเท่านั้น ฤทธิ์ก็เหวี่ยงถุงฟาดหน้าโจรคนหนึ่งทันที ก่อนจะเหวี่ยงหมัดต่อยโจรอีกคนจนหน้าหัน ทว่ามันกลับไม่ล้มอย่างที่เขาคิด
       “สู้เหรอมึง”
       คนร้ายต่อยฤทธิ์จนกระเด็นล้มไปกับพื้น สองโจรหัวเราะกันสนุก
       “ฮ่าๆ ไอ้ขี้โรคเอ๊ย แรงไม่มี ยังคิดสู้ ถุย”
       “ไม่เจียมสังขาร แบบนี้ต้องกระทืบ”
       ฤทธิ์กำฝุ่นดินปาใส่หน้าคนร้ายก่อนจะพุ่งเข้ารวบตัวมัน
       “เฮ้ย มันบ้าแล้วโว้ย ช่วยข้าหน่อยเร็ว”
       คนร้ายอีกคนรีบเข้าไปกระชากตัวฤทธิ์ออกมา คนร้ายคนแรกฉวยโอกาสรี่เข้ามาคว้าคอฤทธิ์
       “เอ็งอยากเจ็บตัวใช่มั้ย ได้...ข้าจะสงเคราะห์ให้เอง”

1 | 2 | 3 | 4
หน้าถัดไป
ข่าวล่าสุด ในหมวด
นักสู้มหากาฬ ตอนที่ 20 จบบริบูรณ์
นักสู้มหากาฬ ตอนที่ 19
นักสู้มหากาฬ ตอนที่ 18
นักสู้มหากาฬ ตอนที่ 17
นักสู้มหากาฬ ตอนที่ 16
เครื่องมือจัดการเว็บ
ส่งบทความนี้ต่อ
พิมพ์หน้านี้
ข่าวที่มีผู้ส่งมากที่สุด
แสดงผลหน้าเดียว
จำนวนคนโหวต 5 คน
คุณเห็นด้วยกับข่าว/บทความนี้หรือไม่
เห็นด้วย ไม่เห็นด้วย
เห็นด้วย 5 คน
100 %
ยังไม่มีผู้ไม่เห็นด้วย
0 %
ความคิดเห็นที่ 1 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ชอบมากสนุกมากๆ เวียร์หล่อมาก
น้ำมันพราย
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความคิดเห็น
1. โปรดงดเว้น การใช้คำหยาบคาย ส่อเสียด ดูหมิ่น กล่าวหาให้ร้าย สร้างความแตกแยก หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
2. ทุกความคิดเห็นไม่เกี่ยวข้องกับผู้ดำเนินการเว็บไซต์ และไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมายได้
3. ทีมงานเว็บมาสเตอร์ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
4. เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
5. ผู้ร่วมแสดงความคิดเห็นสามารถร่วมตรวจสอบข้อความที่ไม่เหมาะสมได้ โดยการกดปุ่ม "แจ้งลบ" หรือส่งอีเมลแจ้งมาที่ cs@astvmanager.com หรือ cs.astvmanager@gmail.com ซึ่งทีมงานจะทำการตรวจสอบ และลบข้อความดังกล่าวโดยเร็วที่สุด หรืออย่างช้าภายใน 3 วันทำการ
เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
แสดงความคิดเห็นเพิ่มเติม
โชว์ภาพผู้ใช้ทุกครั้งที่แสดงความเห็น เพียงเข้าสู่ระบบด้วยบัญชีของเฟซบุก กดที่ปุ่มด้านล่างนี้เลย!

ชื่อ/e-mail ของคุณ : *
 
 *
  กฎกติกาการแสดงความคิดเห็นฉบับเต็ม
 
หนังสือพิมพ์: ASTV ผู้จัดการออนไลน์ | ASTV ผู้จัดการรายวัน | นิตยสารผู้จัดการ 360° | Positioning | ASTV News1
มุม: การเมือง | อาชญากรรม | คุณภาพชีวิต | ภูมิภาค | ต่างประเทศ | มุมจีน | ธุรกิจ | หุ้น | SMEs | Motoring
CyberBiz | วิทยาศาสตร์ | เกม | กีฬา | บันเทิง | Life on Campus | Celeb Online | ท่องเที่ยว | ธรรมะกับชีวิต | Multimedia
เว็บ: Asia Times | บุรพัฒน์ คอมมิคส์ | Mars Magazine | ทะเลไทย | คุยกับเว็บมาสเตอร์ | โฆษณาบนเว็บ
All site contents copyright ©1999-2014