หน้าแรกผู้จัดการ Online | หน้าแรกละครออนไลน์ | ละครออนไลน์
ละครออนไลน์ โดมทอง

โดมทอง ตอนที่ 12

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 9 กรกฎาคม 2556 18:00 น.
หน้าที่แล้ว
1 | 2 | 3 | 4
หน้าถัดไป
โดมทอง ตอนที่ 12
        โดมทอง ตอนที่ 12 (ต่อ)
       
       ประตูห้องโถงบรรพบุรุษ เปิดออก อดิศวร์พาวิรงรองเดินเข้ามา แล้วพาไปยืนหน้ารูปท่านเจ้าคุณ
       
       “ฉันจะให้ช่างวาดรูปคุณย่าน้อยขึ้นมาใหม่ โดยให้เธอเป็นแบบ...แล้วเอามาวางไว้คู่กับคุณปู่...ท่านจะได้ไม่เหงา”
       วิรงรองกอดอกเหมือนหนาวยะเยือกกับสายตาท่านเจ้าคุณในภาพที่มองมา “ในนี้เย็นจัง”
       อดิศวร์หันมามองอย่างเป็นห่วง “จะไม่สบายหรือเปล่า”
       “เปล่าค่ะ...อยู่ดีๆ ก็เย็นขึ้นมาเฉยๆ คุณอดิศวร์ไม่รู้สึกอะไรหรือคะ”
       “ก็ปกติดีนี่”
       วิรงรองลูบแขนตัวเอง
       “ถ้าเย็นก็ออกไปข้างนอกกัน”
       “ค่ะ”
       อดิศวร์พาวิรงรองเดินออกไป โดยไม่เห็นว่า รูปท่านเจ้าคุณจ้องมองตามสองคนราวกับมีชีวิต
       
       เวลานั้น พิณทองอยู่ที่บ้านในกรุงเทพฯ เวลานี้อยู่ในห้องกำลังคุยสายกับอดิศวร์ ซึ่งโทร.มาหาจากห้องทำงาน
       “พิณดีใจจริงๆ ค่ะ ที่น้าลบเข้าใจกับคุณวิรงรองได้เสียที...แล้วนี่จะแต่งงานเมื่อไหร่คะ” แววตาพิณทองเป็นประกาย
       “คงต้องรออีกสักพัก…น้าคิดว่าวิรงรองยังไม่พร้อม...กว่าจะเข้าใจกันได้ก็แทบแย่”
       “แต่ก็คุ้มนะคะ”
       “แล้วคุณพิณล่ะ”
       พิณทองฝืนทำเสียงแจ่มใส “ก็เรื่อยๆ ค่ะ น้าลบไม่ต้องเป็นห่วง ว่าแต่น้าลบกับคุณวิจะมาให้พิณเลี้ยงแสดงความยินดีเมื่อไหร่คะ”
       “ทีแรกก็คิดว่าเร็วๆ นี้ พอดีคุณย่ายังเพิ่งค่อยยังชั่ว น้าลบเลยรอดูอาการอีกหน่อย น้าลบโทร.มาบอกแค่นี้แหละ ... น้าลบเอาใจช่วยคุณพิณกับสามีนะคะ”
       สองคนวางสายไป
       
       ภายในห้องอาหาร 3 คนกำลังทานข้าวเย็นด้วยกัน มีสาวใช้คอยบริการ
       “อ้อ! เกือบลืมไปเลย” พิณทองเอ่ยขึ้น
       “อะไรหรือลูก” พจน์ถาม
       “วันนี้น้าลบโทร.มาค่ะ”
       แก้ววางช้อนลง “โทร.มาว่าไง! เลิกกับนังวิรงรองแล้วเรอะ”
       “คุณแก้ว...” พจน์ลากเสียงนิดหนึ่งเป็นเชิงตำหนิ “...เขาเป็นลูกมีพ่อมีแม่...อย่าไปเรียกจิกเขา”
       “แหม...เดือดร้อนแทนกันเชียวนะคะ”
       พจน์ถอนใจอย่างเบื่อหน่าย แก้วอ้าปากจะเอาเรื่องต่อ พิณทองรีบขัดขึ้นก่อน
       “น้าลบคงจะมีข่าวดีกับคุณวิรงรองในเร็วๆ นี้แหละค่ะ”
       สองคนหันมามองพิณทองเป็นตาเดียว พจน์ดูจะยินดี ในขณะที่แก้วไม่พอใจมาก
        
       โดมทอง ตอนที่ 12 (ต่อ)
        
       คุณหญิงแก้วรีบแจ้นมารายงานคุณหญิงวัชรีถึงที่บ้านแทบจะทันที
       “อุ๊ยต๊ายตาย! นี่มันต้องทำเสน่ห์เล่ห์กลแน่ๆ คุณลบถึงได้เห็นผิดเป็นชอบ” วัชรีแดกดัน
       “นั่นน่ะซีคะ! ทีแรกไอ้เราก็นึกว่า คุณลบหมั้นกับมันเพื่อจะกันตาพิชญ์ออกมา! ที่ไหนได้!... เฮ้อ”
       “แล้วคุณแก้วจะปล่อยให้มันยึดน้องชายไปง่ายๆ อย่างนี้หรือคะ”
       “ไม่มีทางหรอกค่ะ! แก้วหาทางออกไว้แล้ว”
       สาวใช้ยกเครื่องดื่ม และขนมมาบริการแล้วออกไป แก้วเปิดกระเป๋าหยิบโทรศัพท์มือถือออกมา
       “จะโทร.ไปแสดงความยินดีกับมันหรือคะ...แล้วได้เบอร์มันมาจากไหน” วัชรีถาม
       “ฮื้อ...คุณพี่ก็ แก้วอุตส่าห์แอบเอาเบอร์มันมาจากโทรศัพท์คุณพจน์”
       แก้วจัดการกดโทรศัพท์หาวิรงรองทันที
       
       โทรศัพท์มือถือของวิรงรองวางอยู่บนโต๊ะเครื่องแป้งดังขึ้น และดังอยู่พักหนึ่ง วิรงรองเดินเข้ามาในห้องด้วยสีหน้าแจ่มใส สูดลมหายใจสดชื่น
       เสียงเคาะประตูดังขึ้นเบาๆ วิรงรองเดินไปเปิดแล้วชะงัก เมื่อเห็นแสงแขยืนอยู่ ส่งแจกันปักดอกพลับพลึงให้
       แสงแขยิ้มให้ “ต้องขอโทษด้วยค่ะ ที่แขถือวิสาสะเข้ามาเอาแจกันคุณวิรงรองไปปักดอกพลับพลึงให้ คือ...แขเห็นว่าของเมื่อวานชักจะเหี่ยวแล้ว”
       “ไม่เป็นไรค่ะ ขอบคุณมาก”
       แสงแขยิ้มแล้วเดินไป วิรงรองปิดประตู แล้วเอาแจกันมาวางบนโต๊ะข้างหน้าต่าง แปลกใจนิดๆ
       “แปลก...ยังไม่เห็นจะเหี่ยวเลย”
       เสียงโทรศัพท์ดังขึ้นอีก วิรงรองเดินมาหยิบขึ้นดู พึมพำออกมา
       “เบอร์ใคร...สวัสดีค่ะ”
       “นี่ฉัน...คุณแม่ของพิณทอง”
       วิรงรองงงเล็กๆ “ค่ะ”
       “ไม่ต้องสงสัยหรอกว่า ฉันได้เบอร์เธอมาได้ยังไง เพราะความลับไม่มีในโลก”
       “คุณป้ามีธุระอะไรกับดิฉันหรือคะ”
       แก้วโวยเสียงดังลั่น “ใครเป็นป้าแกยะ! อย่าสะเออะมานับญาติกับฉัน!...ที่โทร.มานี่ก็เพราะหนูพิณเล่าให้ฉันฟังว่า คุณลบหลอกแกสำเร็จ”
       วัชรีพยักพเยิดเชียร์เต็มที่
       “หนูพิณน่ะสุดแสนจะดีงาม...เขาเป็นห่วงแก ที่ถูกน้าชายลงทุนเสียสละบอกรักเพื่อจะได้ให้หนูพิณกับพิชญ์อยู่กันอย่างมีความสุขโดยปราศจากมารมาผจญ นี่แกกำลังฟังอยู่หรือเปล่า”
       วิรงรองปิดสาย แล้วเม้มปากแน่น แก้ววางโทรศัพท์ลง
       “มันปิดโทรศัพท์แล้วค่ะ สงสัยจะทนฟังไม่ได้”
       “ไม่นึกเลยว่ามันจะเชื่อแผนลับ ... ลวง พรางของเราง่ายๆ พี่ยังคิดว่า มันอาจจะสงสัยบ้าง”
       “แหม ก็มันระแวงอยู่แล้วไงคะ แค่มีอะไรไปสะกิด มันก็เชื่อเต็มที่เลย”
       สองคุณหญิงต่างพออกพอใจกับแผนของตน

โดมทอง ตอนที่ 12
        ภูไทและพันธุ์สูรย์กำลังนั่งประชุมกับหัวหน้าคนงานฝ่ายต่างๆ 4-5 คน ในออฟฟิศ
       
       “คุณชูศักดิ์...คุณคิดว่ายังไง”
       แต่ยังไม่ทันที่ชูศักดิ์จะตอบ ลานนาเปิดประตูเข้ามาหน้าตาตื่น
       “พี่ชายคะ! ไปรับวิรงรองกันเถอะค่ะ”
       “เกิดอะไรขึ้น”
       ลานนารีบเดินออกไป ภูไทและพันธุ์สูรย์ลุกขึ้นพร้อมกัน
       “พันธุ์สูรย์ ! ช่วยต่อให้ด้วยนะ”
       “ครับ”
       ภูไทรีบเดินออกไป ทุกคนมองตามงงๆ
       “เอาละ ว่าไปเลย... คุณชูศักดิ์” พันธุ์สูรย์ดำเนินการประชุมต่อ
       
       ภูไทขับรถออกจากบ้านพร้อมกับลานนา
       “มันเรื่องอะไรกัน”
       “น้องก็ไม่ทราบค่ะ...อยู่ดีๆ วิเขาก็โทร.ให้รีบไปรับเขา”
       “แล้วคุณอดิศวร์ไม่ว่าอะไรหรือ”
       “ก็ไม่ทราบอีกนั่นแหละค่ะ! แต่เดี๋ยวก็คงทราบ!”
       
       วิรงรองลากกระเป๋าเดินทางออกมา แล้วเผชิญหน้ากับอดิศวร์ อุษาและแสงแข โดยที่แสงแขทำเป็น
       เดือดเนื้อร้อนใจโดยแอบซ่อนความลิงโลดไว้
       “นี่มันอะไรกัน” อดิศวร์ถาม
       “ดิฉันจะกลับบ้านค่ะ! กรุณาอย่าขวางทาง”
       อุษาตกใจ “น้องวิ”
       “เธอจะไปฉันก็ไม่ว่า เพียงแต่ควรจะบอกเหตุผลกันก่อน”
       “เหตุผลก็ทราบอยู่แก่ใจแล้ว”
       แสงแขพูดเสียงอ่อนโยน “ถ้าทราบ คุณลบคงไม่ถามคุณวิรงรองหรอกค่ะ...ค่อยๆ พูด ค่อยๆ จากันดีกว่านะคะ”
       วิรงรองจ้องมองอดิศวร์เขม็ง “เหตุผลก็คือ ดิฉันเกลียดคนหลอกลวง...เกลียดคนตีสองหน้า”
       วิรงรองลากกระเป๋าไปได้ 2-3 ก้าวแล้วหยุด
       อดิศวร์ขบกรามแน่น แล้วยื่นมือออกมารับอย่างมีทิฐิ
       วิรงรองมองอดิศวร์มองอย่างตัดพ้อ แล้วเดินมาลากกระเป๋าไป
       อดิศวร์ยังคงยืนอยู่ในอิริยาบถเดิม อุษามองอย่างเห็นใจ
       ขณะที่แสงแขลอบยิ้มเยาะขณะมองตามวิรงรองไป
       อดิศวร์ยังยืนอยู่ที่เดิม ส่วนวิรงรองเดินลับตัวไปแล้ว
       
       สมเปิดประตูให้ ขณะที่วิรงรองเดินออกไป ชนิดที่กลั้นน้ำตาเต็มที่
       ภูไทลงมาเปิดประตูด้านหลังให้ วิรงรองพึมพำขอบคุณเบาๆ แล้วก้าวเข้าไปนั่งช้าๆ
       สมเปิดประตูรอ ภูไทขับรถออกไป ลานนาหันไปมองเพื่อนแล้วหันกลับมา
       
       อดิศวร์ยืนอยู่ที่หน้าต่าง มองตามรถภูไทที่แล่นออกไป สีหน้าขรึมเศร้า รถแล่นห่างออกไปทุกทีๆ จนรถแล่นไปพ้นสายตา อดิศวร์ยังคงยืนนิ่งอย่างเดิม
       
       แสงแขรีบคลานมาที่เตียงท่านผู้หญิงสรรักษ์ด้วยสีหน้าตื่นเต้น
       “คุณย่าขา! นังวิรองรองมันไปแล้วค่ะ”
       อุไรสะดุ้งตกใจ
       “นังพลับพลึงมันไปแล้ว” ท่านผู้หญิงถามย้ำ
       “ค่ะ”
       “ตาลบเฉดหัวมันไปยังงั้นเรอะ”
       “แขก็ไม่ทราบหรอกค่ะ! แต่อยู่ดีๆ มันก็เก็บข้าวเก็บของ...คืนแหวนคุณลบ แล้วก็ไป”
       “ดี! ไปเสียก็ดี! นังแสงแข!”
       “ขา...”
       “ต่อไปนี้ก็เป็นหน้าที่ของแกแล้วที่จะเอาชนะใจตาลบให้ได้ ตาลบกำลังเหงา...กำลังเสียใจ...ถ้าแกทำไม่สำเร็จก็อยู่เป็นสาวทึนทึกเป็นเพื่อนนังอุษาไปจนตายเถอะ”
       แสงแขก้มหน้าครู่หนึ่ง แล้วเงยขึ้นด้วยดวงตาแน่วแน่
       “แขจะทำให้ได้ค่ะ”
       
       ด้านวิรงรองมาถึงคุ้มภูไท กำลังนอนขดตัว หน้าซึมเศร้าอยู่ในห้องพัก สีหน้าโศกเศร้าลึกซึ้ง น้ำตาไหลรินอาบแก้ม
       จนสักพักหนึ่ง มีเสียงเคาะประตูดังขึ้นเบาๆ แล้วลานเปิดประตูเดินเข้ามา ทรุดตัวลงนั่งบนเตียง
       “พี่ชายจองตั๋วให้ได้แล้วนะ ไฟล้ท์แรกวันพรุ่งนี้”
       วิรงรองจับมือลานนาบีบ “ขอบใจมากนะลานนา”
       “ไม่เป็นไร...เพื่อนก็ต้องช่วยเพื่อนอยู่แล้ว”
       ทั้งสองคนนั่งกันเงียบๆ ครู่หนึ่ง
       ลานนาลูบผม แล้วพูดขึ้นในที่สุด “อยากเล่าไหม”
       วิรงรองส่ายหน้า น้ำตาซึมออกมาอีก
       ลานนาบอกอย่างอ่อนโยน “ไม่เป็นไร...ยังไม่อยากเล่าก็ไม่เป็นไร”
       น้ำเสียงวิรงรองปนสะอื้น “ขอบใจ”
       ลานนาลูบผมวิรงรองอย่างปลอบโยน
       
       ด้านอดิศวร์นั่งพิงพนักเก้าอี้ตรงโต๊ะทำงาน มองแหวนหมั้นที่อยู่ในมือด้วยสีหน้าเคร่งขรึม สักพักหนึ่ง จึงมีเสียงเคาะประตูเบาๆ
       “ใคร”
       “แขเองค่ะ...แขจะมาดูว่า คุณลบต้องการอะไรหรือเปล่า”
       “ไม่! ขอบใจ”
       “แขจะอยู่แถวๆนี้นะคะ ถ้าคุณลบต้องการอะไร ก็เรียกใช้ได้เลย”
       “ไม่ต้อง! ไปอยู่กับคุณย่าเถอะ”
       “พี่อุษาอยู่กับคุณย่าแล้วค่ะ”
       “บอกว่าไม่ต้อง”
       แสงแขเม้มปากด้วยความน้อยใจ แล้วฮึดขึ้นมาใหม่
       
       “ต้องให้เวลาคุณลบหน่อย! ฉันจะต้องทำให้ได้! คุณลบจะต้องเป็นของฉัน”

โดมทอง ตอนที่ 12
        ท่ามกลางบรรยากาศเงียบสงบดึกสงัดของบริเวณคุ้มภูไท คืนนี้แลดูลึกลับมากกว่าทุกคืน และเหมือนมีใครคนหนึ่ง กำลังเคลื่อนไหวอยู่ภายนอกอย่างช้าๆ
       
       วิรงรองนอนหลับสนิทอยู่ภายในห้องพัก...แสงจันทร์คืนข้างแรมอ่อนๆ สาดส่องเข้ามา
       “พลับพลึง...พลับพลึง...พลับพลึง...” เสียงของเจ้าพระยาสรรักษ์ไกรณรงค์ร้องเรียกดังขึ้น เสียงนั้นแผ่วโหยเหมือนดังมาจากไกลๆ
       วิรงรองขยับตัว เสียงนั้นเรียกกระชั้นขึ้น
       “พลับพลึง ...พลับพลึง”
       วิรงรองอยู่ในอาการกระสับกระส่าย พึมพำออกมา..ทั้งที่ตายังหลับ เหมือนคนคนครึ่งหลับครึ่งตื่น
       “ใคร ..ใครเรียก”
       ภาพรางๆ ของรถม้าท่านเจ้าคุณคันเดิมมาจอดที่หน้าต่างใต้โดมท่ามกลางเมฆหมอกผุดขึ้นในห้วงคิด
       วิรงรองกระสับกระส่ายหนัด “ใคร...นั่นใคร”
       “พลับพลึง...พลับพลึง” เสียงท่านเจ้าคุณเรียกอีก
       วิรงรองค่อยๆ ลุกขึ้นเหมือนคนนอนละเมอ แล้วเดินไปที่หน้าต่าง โดยยังเห็นภาพรางๆ ของท่านเจ้าคุณรออยู่ใต้หน้าต่างโดม
       “พลับพลึง”
       วิรงรองเดินมาถึงหน้าต่าง แล้วชะโงกลงไปเบื้องล่าง เป็นจังหวะที่ลานนาเปิดประตูเข้ามา แล้วร้องลั่น
       “วิ! วิรงรอง!”
       ลานนาถลามาคว้าตัวไว้ท่าทางตกอกตกใจ
       วิรงรองมองหน้าลานงงๆ “ลานนา”
       
       ขณะเดียวกันอดิศวร์นอนหลับไม่สนิทนัก เสียงเพลง “นางครวญ” ดังขึ้นจากห้องข้างๆ เสียงดังเบาๆ
       อดิศวร์ลืมตาตื่น เงี่ยหูฟังครู่หนึ่ง แล้วลุกเดินออกไป
       
       อดิศวร์ก้าวออกมาจากห้อง ปิดประตูลงเบาๆ ค่อยๆ เดินเงียบกริบมาที่ห้องวิรงรอง คล้ายมีเสียงเคลื่อนไหวอยู่ภายในห้องราวกับมีคนอยู่
       อดิศวร์เดินมาถึงหน้าประตู แล้วค่อยๆ เอื้อมมือไปจับลูกบิด ด้วยสีหน้าตัดสินใจ
       อดิศวร์เปิดประตูออกอย่างรวดเร็ว มองเข้าไป… ภายในห้องว่างเปล่า ไม่มีความเคลื่อนไหวที่ผิดปกติใดๆ นอกจากม่านที่ถูกลมพัด
       “ใครมาเปิดหน้าต่าง”
       อดิศวร์เดินมาปิดหน้าต่างแล้วรูดม่าน เหลียวงมองโดยรอบอีกครั้ง แล้วเดินออกไปก่อนจะปิดประตูตาม
       
       ทางด้านลานนากำลังซักถามวิรงรองด้วยความประหลาดใจ
       “ไม่รู้สึกตัวเลยเหรอ”
       “ไม่...แปลกจัง...ปกติวิก็ไม่ใช่คนนอนละเมอ...หรือว่า...”
       วิรงรองคิดไปถึงเหตุการณ์ที่เฉลียงบ้าน “โดมทอง” คืนวันนั้น
       “อะไรหรือวิ”
       “เปล่า...ไม่มีอะไร...ลานนาไปนอนเถอะจ้ะ”
       “เรานอนเป็นเพื่อนไหม” ลานนาเป็นห่วง
       “ขอบใจ ... แต่ไม่เป็นไร” วิรงรองยิ้มให้ พูดเย้าเพื่อนรัก “วิคงไม่กระโดดหน้าต่างลงไปหรอกน่า”
       “บ้า! พูดอะไรก็ไม่รู้ ไอ้เรายิ่งใจคอไม่ดีด้วย!”
       วิรงรองลุกขึ้นจูงลานนาไปที่ประตู
       “อย่าหาว่าไล่เจ้าของบ้านนะ! ไปนอนได้แล้ว!”
       ลานนาเปิดประตูไม่วายกำชับ “มีอะไรก็เรียกนะ”
       “ขอบใจจ้ะ”
       ลานนาออกไป วิรงรองปิดประตู แล้วเดินไปที่หน้าต่างมองลงไป พบว่าทุกสิ่งอย่างเป็นปกติจึงปิดหน้าต่าง แล้วเดินกลับมานั่งบนเตียง ครุ่นคิดอยู่อีกพักหนึ่ง
       
       บรรยากาศเช้านี้รอบอาณาบริเวณคุ้มภูไทสดชื่นสวยงาม ดอกกล้วยไม้และดอกไม้หลากพันธุ์ อวดตัวรับแสงแดด
       ทุกคนเดินออกมาที่หน้าบ้าน โดยมีบัวคำลากกระเป๋าเดินทางของวิรงรองตามมา พลางร้องไห้กระซิกๆ
       เจ้าภูไทกดรีโมทท้ายรถ บัวคำลากกระเป๋าสะดุดไปมา แล้วเอาไปวางในนั้น สะอึกสะอื้นไปเรื่อยๆ ราวกับตัวเองจะต้องเป็นคนจากไปเสียเอง !
       ภูไทเรียกขึ้น “บัว”
       “ขา”
       “แกจะร้องไห้ไปทำไมฮึ”
       “ใจหายค่ะ...คิดถึงคุณวิ...เห็นกันหลัดๆ” บัวคำพูดราวกับมีใครตาย
       ภูไทกะลานนาร้องพร้อมกัน “เฮ้ย”
       ลานนาฉุน “กลับเข้าไปข้างในเลยไป”
       “บัว” ภูไทเสียงดุ
       เจ้าพี่เจ้าน้องบอกพร้อมกัน “ไป”
       บัวคำเดินคอตกกลับเข้าไปอย่างไม่เต็มใจนัก
       พันธุ์สูรย์เดินเข้ามาใกล้วิรงรอง “ขอให้คุณวิรงรองโชคดี...คุณตัดสินใจถูกแล้ว ที่ออกมาจากบ้านถูกสาปหลังนั้น”
       “ขอบคุณค่ะ!...ขอให้คุณพันธุ์สูรย์โชคดีเช่นกัน” วิรงรองบอก
       ภูไทเปิดประตูรถให้ วิรงรองขึ้นไปนั่ง ลานนาเปิดประตูไปนั่งตอนหลัง ภูไทสตาร์ทรถขับออกไป
       
       พันธุ์สูรย์ยืนมองตามอย่างโล่งใจ

โดมทอง ตอนที่ 12
        ขณะเดียวกันแสงแขกำลังช่วยประคองท่านผู้หญิงสรรักษ์ ซึ่งเช้าวันนี้ดูแจ่มใสสดชื่นมากกว่าทุกวัน
       
       สักครู่หนึ่งอุษาเดินเข้ามาพร้อมกับถาดซุป ชะงักนิดหนึ่งด้วยสีหน้าประหลาดใจ โดยที่ประตูยังไม่ปิด
       “คุณย่าจะไปไหนหรือคะ”
       “จะไปกินข้าวเช้ากับตาลบ!...ยกกลับไป”
       “ค่ะ”
       “คุณย่ามีความสุขมากกว่าทุกวันเลยค่ะ...พี่อุษา” แสงแขว่า
       แสงแขเข็นรถออกไป อุษายกอาหารตามไปเงียบๆ
       ฟากอดิศวร์อยู่ในห้องทำงาน มีสีหน้าค่อนข้างอิดโรย กำลังขมักเขม้นทำงาน
       เสียงเคาะประตูดังขึ้น
       “ฉันยังไม่กิน” อดิศวร์ร้องบอกออกไป
       “แต่คุณย่าจะรับประทานอาหารเช้ากับคุณลบค่ะ” เสียงแสงแขดังลอดเข้ามา
       อดิศวร์นิ่วหน้า แล้วลุกเดินไปที่ประตู เปิดออก แสงแขยิ้มหวานขณะบอก
       “คุณย่ารออยู่ที่ห้องทานข้าวแล้วค่ะ”
       อดิศวร์พึมพำเหมือนพูดกับตัวเอง “คุณย่านึกยังไงขึ้นมา”
       “เชิญคุณลบเลยค่ะ”
       อดิศวร์ปิดประตูแล้วเดินไปทางห้องอาหาร แสงแขกระหยิ่มยิ้มย่องเดินตาม
       
       สักครู่หนึ่งอดิศวร์เดินเข้ามาในห้องอาหาร ติดตามด้วยแสงแข
       “มาเร็ว...ตาลบ...ย่าหิวเต็มทีแล้ว!…อุไร ! เอาซุปไป วันนี้ฉันจะกินข้าวต้มเหมือนหลานฉัน”
       อุไรเข้ามายกถ้วยซุปออกไป อดิศวร์เข้ามานั่งทางด้านขวาของย่า
       “แสงแขไปนั่งข้างๆ ตาลบ...อุษามานั่งทางนี้” หญิงชราจัดแจง
       ทุกคนทำตาม โอบอ้อมยิ้มปลาบปลื้มแล้วหันไปยักคิ้วกับอุไร ซึ่งกำลังเสิร์ฟข้าวต้มให้กับทุกคน
       “ฉันไม่เคยมีความสุขเท่ากับเช้าวันนี้เลย”
       “ถ้าอย่างนั้น คุณย่าต้องรับประทานข้าวต้มให้หมดชามนะคะ” แสงแขฉอเลาะ
       “สาระแนขึ้นมาทีเดียว”
       แสงแขหน้าเสียด้วยความอับอาย
       ทุกคนทานข้าวกันเงียบๆ กันไปครู่หนึ่ง
       ท่านผู้หญิงจึงเอ่ยขึ้น “ลบ”
       “ครับ...คุณย่า”
       “ถ้าคิดจะมีเมียละก็...หาคนที่มันคู่ควรเหมาะสมกับเราให้มากที่สุดหรือถ้าหาไม่ได้ก็อย่ามีมันเสียเลย! อยู่เป็นโสดอย่างนี้สบายดีออก”
       อดิศวร์ยิ้มรับนิดๆ ขณะที่แสงแขสะดุ้งเบิกตากว้างมองท่านผู้หญิง เช่นเดียวกับโอบอ้อม ซึ่งโดนอุไรเป็นฝ่ายยักคิ้วให้บ้าง
       แสงแขขยับจะพูด แต่อุษารีบสะกิดเอาไว้
       “ย่าอยากให้โดมทองเป็นอย่างที่เคยเป็น...ไม่มีอะไรจะมาเปลี่ยนแปลงได้”
       แววตาท่านผู้หญิงสรรักษ์ในขณะที่พูด เป็นประกายเจิดกล้า
       
       เวลาผ่านไปอีกครู่หนึ่ง อุษาเข็นรถพาท่านผู้หญิงเข้ามาใน แล้วช่วยจัดให้นั่งบนเตียง
       “เมื่อเช้าดอกมณฑาบานหลายดอก...คุณย่าจะให้เอามาปักแจกันไหมคะ”
       “ไม่ต้อง! เอาไว้กับต้นนั่นแหละ... แล้วให้ใครไปตามเจ้าสมมาหาฉันหน่อย”
       “ค่ะ”
       อุษาเดินไปที่ประตู ขณะเดียวกับที่แสงแขเดินเข้ามา
       อุษาชะงักเล็กน้อย “มีอะไร...แสงแข”
       “ให้มันเข้ามาเถอะ” ท่านผู้หญิงบอก
       อุษาเบี่ยงตัวให้แสงแขเข้าไป แล้วตัวเองหันมามองท่าทีลังเล
       ท่านผู้หญิงดุ “ยังจะมองหาสวรรค์วิมานอะไรอีก! ออกไป!”
       อุษารีบเดินออกไป แล้วปิดประตูลง
       ท่านผู้หญิงมองแสงแขเยาะๆ “มีอะไรก็ว่ามา นังแสงแข”
       แสงแขทรุดตัวลงคุกเข่า “ทำไมเมื่อกี้นี้ คุณย่า...”
       “ถึงไม่บอกตาลบให้แต่งงานกับแกใช่ไหม”
       “ค่ะ”
       “เพราะตาลบ! ไม่ได้รักแก! เขายืนยันว่าแกเป็นน้อง และเขาไม่สามารถแต่งงานกับน้องได้...ฉันก็ไม่รู้ว่าจะทำอย่างไร”
       สีหน้าท่านผู้หญิงขณะพูด ดูเจ้าเล่ห์แสนกล
       “ซึ่งความจริงมันก็ถูกของเขา”
       “แต่ตอนนั้น...ตอนที่วิรงรองอยู่...คุณย่าไม่ได้พูดอย่างนี้นี่คะ”
       “ตอนนั้นกับตอนนี้มันเหมือนกันเสียที่ไหน! แกยังพูดเองเลยว่า ตอนที่นังพลับพลึงมันยังอยู่...” หญิงชราเว้นจังหวะนิดหนึ่ง “ตอนนี้มันไม่อยู่แล้ว”
       “หมายความว่า…”
       ท่านผู้หญิงสรรักษ์พูดสวนออกมาทันที “แกออกไปได้แล้ว! ฉันก็ไม่ได้อยากให้แกเป็นเมียตาลบนักหรอก!…แต่ถ้าเทียบกับนังพลับพลึง...แกยังมีภาษีกว่ามัน ... ฉันพอจะกล้อมแกล้มฝืนใจยอมรับได้”
       “แล้วถ้านังวิรงรองกลับมาใหม่ล่ะคะ”
       “นังหน้าโง่! มันไม่กลับมาหรอก! มันไม่มีวันกลับมาอีกแล้ว! ไสหัวออกไป! ไป๊!”
       
       แสงแขลุกขึ้นเดินออกไป กัดปากแน่น แค้นแทบกระอัก สีหน้าแววตาเต็มไปด้วยความเกลียดชัง
        
       อ่านต่อหน้า 3

หน้าที่แล้ว
1 | 2 | 3 | 4
หน้าถัดไป
ข่าวล่าสุด ในหมวด
โดมทอง ตอนที่ 18 จบบริบูรณ์
โดมทอง ตอนที่ 17 (จบตอน)**แก้ไข
โดมทอง ตอนที่ 16**แก้ไข
โดมทอง ตอนที่ 15
โดมทอง ตอนที่ 13
เครื่องมือจัดการเว็บ
ส่งบทความนี้ต่อ
พิมพ์หน้านี้
ข่าวที่มีผู้ส่งมากที่สุด
แสดงผลหน้าเดียว
จำนวนคนโหวต 23 คน
คุณเห็นด้วยกับข่าว/บทความนี้หรือไม่
เห็นด้วย ไม่เห็นด้วย
เห็นด้วย 22 คน
96 %
ไม่เห็นด้วย 1 คน
4 %
ความคิดเห็นที่ 15 +3 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ทางอื่นเขาไปเยอะแล้วค่ะ
ขณะที่อดิศวร์กำลังเลี้ยวรถเข้าไปจอดใต้ถุนคอนโดฯที่พักของตัว มีเสียงมือถือของเขาดังขึ้น เขาเห็นชื่อวิรงรองที่หน้าจอมือถือรีบกดรับสายด้วยความดีใจ

“ดิฉันขอโทษที่เข้าใจผิดค่ะ” วิรงรองพูดแค่นั้นแล้วปิดเครื่องทันที อดิศวร์โทร.กลับไป มีเพียงเสียงตอบรับอัตโนมัติ จึงรีบขับรถไปหาวิรงรองที่บ้านทันที...

ด้านพิณทองกลับถึงบ้านอย่างไม่ค่อยสบายใจนัก บ่นให้พ่อของเธอฟังว่าไม่แน่ใจตัวเองเหมือนกันว่าทำถูกหรือเปล่าที่ไปหาวิรงรอง เพราะอาจทำให้อดิศวร์ตำหนิมาถึงแม่ของเธอได้ รัฐมนตรีพจน์โทษว่าเป็นเพราะคุณหญิงแก้วทำตัวเอง คนเขารักกันอยู่ดีๆก็ไปสร้างเรื่องให้พวกเขาผิดใจกัน

“ไม่ต้องคิดมาก พ่อขอคอนเฟิร์มว่าหนูทำถูกแล้ว” รัฐมนตรีพจน์ว่าพลางลูบหัวลูกอย่างให้กำลังใจ...

ไม่นานนัก อดิศวร์มาถึงบ้านวิรงรอง ในเมื่อฝ่ายหญิงเปิดทางให้ง้อแล้ว เขาไม่รอช้าถามเธอว่าจะกลับโดมทองเมื่อไหร่ ที่นั่นรอเธออยู่

“ไม่จริงมั้งคะ”

“เธอไม่อยากรู้ความลับในโดมทองอีกแล้วหรือ กลับไปด้วยกันเถอะ แล้วคราวนี้ฉันจะช่วยเธอเอง” อดิศวร์สบตาวิรงรองนิ่งเพื่อยืนยันคำพูดของตัวเอง...

ระหว่างขับรถกลับคอนโดฯที่พัก อดิศวร์โทร.แจ้งข่าวดีให้พิณทองรู้เป็นคนแรก เธอดีใจกับเขาด้วยที่วิรงรองยอมกลับโดมทอง แล้วถามว่าเมื่อไหร่เขาถึงจะให้เธอเลี้ยงแสดงความยินดี

“เอาไว้น้าลบจะบอก ขอบใจคุณพิณมาก”

“ไม่เป็นไรค่ะ พิณเต็มใจช่วยอยู่แล้ว...กู๊ดไนต์ค่ะ” พิณทองวางสายอย่างโล่งใจ...

ทางฝ่ายวิรงรองนอนไม่หลับ เดินกลับไปกลับมาอยู่ในห้องตัวเองหลายตลบคิดหาทางช่วยเหลือพิณทองตอบแทนที่ช่วยให้เธอกับอดิศวร์ปรับความเข้าใจกันได้ ตัดสินใจหยิบโทรศัพท์บ้านที่วางอยู่ใกล้ๆมือขึ้นมาโทร.หาพิชญ์ซึ่งนั่งใจลอยอยู่หน้าจอทีวีเขาปล่อยให้เสียงเรียกเข้าดังอยู่สักพักจึงหยิบมือถือขึ้นมาดู รีบรับสายด้วยความตื่นเต้นดีใจ วิรงรองขอโทษเขาด้วยที่โทร.มาดึกๆดื่นๆ

“ไม่เป็นไร ผมดีใจที่พลับพลึงโทร.มา ดีใจที่สุดเลย นี่...พลับพลึงกลับมาอยู่ที่บ้านตั้งแต่เมื่อไหร่ คุณจะไม่กลับไปโดมทองอีกแล้วใช่ไหม...” พิชญ์ถามเป็นชุด

“จะกลับพรุ่งนี้เย็นจ้ะ...พรุ่งนี้เช้า พิชญ์มาที่บ้านพลับพลึงหน่อยได้ไหม”

ooooooo

แม้จะเจ็บปวดใจเพียงใด แต่พิชญ์ก็มาหาวิรงรองตามนัด หญิงสาวระมัดระวังคำพูดเพื่อไม่ให้เขาเข้าใจผิดว่าเธอยังมีใจให้ กระทั่งสรรพนามแทนตัวเอง ที่เคยใช้ว่า “พลับพลึง” เธอก็เลี่ยงไปใช้คำว่า “ฉัน” แทนที่จนพิชญ์มีเคือง วิรงรองรีบพูดเข้าประเด็นให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้

“ฉันอยากจะคุยกับพิชญ์เรื่องคุณพิณทอง”

“ไม่จำเป็น ผมไม่ได้รักพิณ ผมแต่งงานกับพิณก็เพราะถูกคุณแม่บังคับ”

“แล้วพิชญ์ก็แต่ง...แต่งแล้วพิชญ์ก็ทำให้คุณพิณเจ็บช้ำน้ำใจทั้งที่คุณพิณทองไม่ได้มารับรู้อะไรด้วยเลย

ฉันอยากให้พิชญ์คิดดูดีๆ ถ้าพิชญ์รู้ว่าการแต่งงานจะไปไม่รอด พิชญ์ก็ไม่ควรยอมทำตามคุณแม่ตั้งแต่แรก เพราะคนที่เสียหายที่สุดคือคุณพิณทอง มันไม่ยุติธรรมกับเธอ”

“พิณก็ต้องทำตามที่คุณแม่ของเธอบังคับเหมือนกัน”

“เชื่อสิ ถ้าพิชญ์บอกว่าพิชญ์มีคนรักอยู่แล้วยังไง คุณพิณทองก็ไม่ยอมแต่งด้วย แต่นี่พิชญ์ไม่ได้บอกเธอจริงไหม เพราะฉะนั้นพิชญ์ก็ควรจะรับผิดชอบ...คุณพิณทองเป็นผู้หญิงที่เพียบพร้อม แล้วเธอก็รักคุณมาก”

“เพราะคุณหมดรักผมแล้วใช่ไหมล่ะ ถึงได้เชียร์คนอื่น” พิชญ์ไม่วายตัดพ้อ

“เธอเป็นภรรยาคุณไม่ใช่คนอื่นซึ่งนั่นสำคัญที่สุด คุณเป็นคนตัดสินใจเอง แล้วฉันก็คิดว่าคุณตัดสินใจถูก

แล้วขอให้พิชญ์โชคดีนะคะ” วิรงรองหวังลึกๆ ว่าคำพูดของตัวเองจะทำให้พิชญ์ได้คิด...

ขณะที่วิรงรองพยายามช่วยชีวิตสมรสของพิชญ์กับพิณทอง ท่านผู้หญิงสรรักษ์รู้ดีว่าแสงแขไม่อาจผูกมัดใจอดิศวร์ได้ จึงเบนเข็มไปหาอุษา ถามหยั่งเชิงว่ารักอดิศวร์บ้างไหม เธอรักและเคารพเขาเหมือนพี่ชายไม่เคยคิดเป็นอื่น ท่านหาว่าอุษาใฝ่ต่ำเฝ้าแต่หลงรักพันธ์สูรย์ถึงไม่สนใจหลานชายของท่าน อุษาไม่โต้ตอบอะไร หยิบแก้วใส่ยาก่อนนอนยื่นให้ ท่านผู้หญิงสรรักษ์ปัดกระเด็น หาว่าเธอจะวางยาพิษ

“นี่เป็นยาที่คุณย่ากินเป็นประจำนะคะ”

“ใครจะไปรู้ว่าแกหรือนังแสงแขจะเอายาพิษมาเปลี่ยนให้เมื่อไหร่”

อุษาถึงกับน้ำตาคลอเบ้าที่ถูกมองในแง่ร้าย ยืนยันว่าเธอกับน้องไม่มีวันทำอย่างนั้นต่อผู้มีพระคุณอย่างคุณย่าเด็ดขาด ท่านไม่เชื่อ และไม่ไว้ใจใครหน้าไหนทั้งนั้น แล้วพาลไล่ตะเพิดอุษาไปให้พ้นหน้า

ooooooo

ไฟแค้นที่สุมอกทำให้ท่านผู้หญิงสรรักษ์นอนหลับไม่สนิทเหมือนเช่นเคย ฝันร้ายว่ามีเสียงคนเดินลากโซ่ตรวนมาหยุดหน้าห้อง ท่านลืมตาตื่น เงี่ยหูฟัง เสียงลากโซ่ตรวนค่อยๆ เดินผ่านเลยไป ตัดสินใจออกไปดูเห็นหลังใครไวๆ กำลังเลี้ยวมุมตึก รีบเดินตามจนกระทั่งร่างนั้นเข้าไปในห้องพักของวิรงรอง

ท่านผู้หญิงสรรักษ์สาวเท้าตามเข้าไป แต่ต้องผงะเมื่อเห็นว่านั่นคือร่างของผีพลับพลึง

“คุณพี่...คุณพี่กำลังจะพ่ายแพ้” เสียงผีพลับพลึงแหบโหยหวนชวนขนหัวลุก

“ไม่มีวัน ไปให้พ้น นังผีบ้า ออกไปจากบ้านฉัน” ท่านผู้หญิงสรรักษ์ตะเพิดจบหันหลังจะออกจากห้อง ผีพลับพลึงปรากฏตัวขึ้นตรงหน้าอีก

“ดิฉันไปไหนไม่ได้ คุณพี่ก็รู้ว่าดิฉันไปไหนไม่ได้...ไปไม่ได้” เสียงโหยหวนนั้นทำให้ท่านผู้หญิง

สรรักษ์สะดุ้งตื่น เจออุไรซึ่งยื่นหน้าเข้ามาดูเพราะเห็นท่านละเมอร้องเอะอะ ท่านถีบโครมเพราะคิดว่าเป็นผีพลับพลึง

อุไรถึงกับหงายหลังตึง “ท่านผู้หญิงขา นี่อุไรเองค่ะ”

ท่านผู้หญิงสรรักษ์รู้สึกตัว เหลียวมองไปรอบๆ ตะโกนโหวกเหวกว่าผีพลับพลึงหายไปไหน อุไรกลัว

ลนลานหลับหูหลับตาโดดกอดท่านไว้แน่น ท่านผู้หญิงสรรักษ์ดิ้นหลุด ถีบซ้ำอีกโครมแล้วสั่งให้เงียบ

“นังพิศหรือ” ท่านผู้หญิงสรรักษ์ว่าพลางมองไปยังมุมมืดของห้อง อุไรกลัวจัดรีบคลานกลับที่นอนตัวเองดึงผ้ามาคลุมโปง พลันมีเงาดำๆ ของพิศปรากฏขึ้น ท่านต่อว่ายกใหญ่ว่าทำไมปล่อยให้ผีพลับพลึงมาหลอกท่าน

“ท่านเจ้าขา ปล่อยบ่าวไปเถิดเจ้าค่ะ”

“เอ็งยังไปไหนไม่ได้ เอ็งต้องช่วยข้าไล่นังพลับพลึงไป มันคอยมารบกวนข้าแทบทุกคืน”

พิศพยายามจะขอร้องให้ท่านผู้หญิงสรรักษ์ปล่อยให้ตนไปผุดไปเกิด แต่ท่านไม่ฟัง หนำซ้ำยังสั่งให้หุบปาก และทำหน้าที่ของตัวเองต่อไป จากนั้น ท่านเอนตัวลงนอน ทุกอย่างกลับเข้าสู่ความเงียบ อุไรค่อยๆเปิดผ้าคลุมโปงแค่ลูกตาออกมาดู ต้องตกใจแทบสิ้นสติเมื่อเห็นพิศบิดคอมามอง เธอรีบคลุมโปงอย่างเดิม

ooooooo

อุไรทนหวาดกลัวต่อไปไม่ไหว ระหว่างช่วยอุษาเตรียมอาหารเช้าให้ท่านผู้หญิงสรรักษ์ จึงขออนุญาตเธอไม่นอนเฝ้าท่านอีกแล้ว เมื่อคืนนี้จะเป็นครั้งสุดท้าย เจ้านายสาวพอจะเดาเหตุการณ์ออกถามว่าอีกแล้วหรือ

“ค่ะ เห็นจะจะเป็นครั้งที่สองที่สามแล้วมั้งคะ แล้วอุไรก็ไม่ได้ฝันด้วย โธ่ พูดแล้วยังขนหัวลุกอยู่เลย”

“เอาเถอะ คืนนี้ฉันจะไปนอนเฝ้าเอง แล้วอย่าไปเล่าให้ใครฟังล่ะ เดี๋ยวจะกลัวกันหมด”

“ค่ะ...เอ่อ...คุณอุษาจำได้ไหมคะที่คุณวิเห็นผู้หญิงแต่งตัวเหมือนคนโบราณมายืนมองเธอ อุไรว่าต้องเป็นคนเดียวกันแน่ๆเลยค่ะ” อุไรขนลุกซู่ เหลียวซ้ายแลขวาสีหน้าหวาดๆ...

ทางฝ่ายวิรงรองกับอดิศวร์วางแผนจะกลับโดมทองตั้งแต่ตอนเย็นเมื่อวาน แต่ติดขัดบางอย่างจึงเลื่อนมากลับวันนี้แทน พอเห็นยังมีเวลาเหลือ พากันแวะมาหาพิณทองที่บ้าน ทั้งรัฐมนตรีพจน์และพิณทองต้อนรับขับสู้อย่างดีชวนให้กินมื้อเช้าด้วยกัน แต่คุณหญิงแก้วกลับเป็นตรงกันข้ามหมดอารมณ์จะกินข้าวทันทีที่เห็นหน้า

วิรงรอง ลุกหนีไปหน้าตาเฉย รัฐมนตรีจะตามไปต่อว่าแต่วิรงรองเรียกไว้

“คุณลุงคะ หนูว่าหนูกลับก่อนดีกว่า” วิรงรองว่าแล้วหันไปพยักพเยิดกับอดิศวร์ซึ่งพยักหน้าตอบ

“อย่าให้มีเรื่องกันเพราะผมกับวิรงรองเลยครับ”

พิณทองขอโทษอดิศวร์กับวิรงรองแทนแม่ของเธอด้วย แล้วชวนพ่อออกไปส่งทั้งคู่ที่รถ...
Arit
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 14 +1 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ลงเยอะๆ ไม่ได้เหรอ รอน้า
รอ ล้อ รอ
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 13 +1 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
รออ่านกันอย่างใจจดใจจ่อ
123
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 11 +1 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
เรื่องโดมทองเป็นละครสต๊อกค่ะคุณ และไม่ใช่ทุกเรื่องที่เค้าถ่ายทำไปออกอากาศไป แล้วทำไมไทยรัฐเค้าถึงลงได้ไม่มีปัญหา อยากก็อปข้อความไปให้ทางช่อง 7 ดูสิว่าใครขี้จุ๊
ออม
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 8 +1 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ทำไมไทยรัฐไม่เห็นปรับบทบ้างล่ะค่ะ???
แก้ตัวหรือเปล่า
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 7 +2 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
คิดว่ามีปัญหาอย่างอื่นมากกว่า บทเค้าไม่แก่้ละเค้าถ่ายเสร็จไปชาตินึงละเป็นละครสต๊อกไม่ใช่จานด่วน ไทยรัฐนำไปละ แก้ตัวอย่างนี้ช่องเห็นอาจมีฟ้องได้นะ
ออม
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 6 +4 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ไปอ่านไทยรัฐกันเขาอัพไปไกลแล้วจร้า อันนี้มันกลัวเขาด่าเลยแก้ตัวไปมั่วๆ
i dea dee
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 5 +1 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
เข้ามาบอกแบบนี้ก็ดีจะได้ไม่เสียอารมณ์
ดาว
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 4 +2 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
เขามีชี้แจงด้วยสีแดงตัวโต๊โต ไม่ได้อ่านกันหรือจ๊ะ เห็นใจเขาหน่อย ต้องต่อว่าคนเขียนบทด้วยทางการค้าจึงเพิ่มบทใหม่ (แต่ก็ดีดาราได้ตังเพิ่ม) อย่าต่อว่าคนอัพนักเลย เขาจะเสียกำลังใจเปล่าๆ นะ
ปิงปอง
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 1 +8 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ขอบคุณ คนอัพ มากค่ะ
เดือน
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความคิดเห็น
1. โปรดงดเว้น การใช้คำหยาบคาย ส่อเสียด ดูหมิ่น กล่าวหาให้ร้าย สร้างความแตกแยก หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
2. ทุกความคิดเห็นไม่เกี่ยวข้องกับผู้ดำเนินการเว็บไซต์ และไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมายได้
3. ทีมงานเว็บมาสเตอร์ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
4. เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
5. ผู้ร่วมแสดงความคิดเห็นสามารถร่วมตรวจสอบข้อความที่ไม่เหมาะสมได้ โดยการกดปุ่ม "แจ้งลบ" หรือส่งอีเมลแจ้งมาที่ cs@astvmanager.com หรือ cs.astvmanager@gmail.com ซึ่งทีมงานจะทำการตรวจสอบ และลบข้อความดังกล่าวโดยเร็วที่สุด หรืออย่างช้าภายใน 3 วันทำการ
เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
แสดงความคิดเห็นเพิ่มเติม
โชว์ภาพผู้ใช้ทุกครั้งที่แสดงความเห็น เพียงเข้าสู่ระบบด้วยบัญชีของเฟซบุก กดที่ปุ่มด้านล่างนี้เลย!

ชื่อ/e-mail ของคุณ : *
 
 *
  กฎกติกาการแสดงความคิดเห็นฉบับเต็ม
 
หนังสือพิมพ์: ASTV ผู้จัดการออนไลน์ | ASTV ผู้จัดการรายวัน | นิตยสารผู้จัดการ 360° | Positioning | ASTV News1
มุม: การเมือง | อาชญากรรม | คุณภาพชีวิต | ภูมิภาค | ต่างประเทศ | มุมจีน | ธุรกิจ | หุ้น | SMEs | Motoring
CyberBiz | วิทยาศาสตร์ | เกม | กีฬา | บันเทิง | Life on Campus | Celeb Online | ท่องเที่ยว | ธรรมะกับชีวิต | Multimedia
เว็บ: Asia Times | บุรพัฒน์ คอมมิคส์ | Mars Magazine | ทะเลไทย | คุยกับเว็บมาสเตอร์ | โฆษณาบนเว็บ
All site contents copyright ©1999-2014