หน้าแรกผู้จัดการ Online | หน้าแรกละครออนไลน์ | ละครออนไลน์
ละครออนไลน์ โดมทอง

โดมทอง ตอนที่ 12

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์
9 กรกฎาคม 2556 18:00 น.
หน้าที่แล้ว
1 | 2 | 3 | 4
หน้าถัดไป
โดมทอง ตอนที่ 12
        โดมทอง ตอนที่ 12 (ต่อ)
       
       ประตูห้องโถงบรรพบุรุษ เปิดออก อดิศวร์พาวิรงรองเดินเข้ามา แล้วพาไปยืนหน้ารูปท่านเจ้าคุณ
       
       “ฉันจะให้ช่างวาดรูปคุณย่าน้อยขึ้นมาใหม่ โดยให้เธอเป็นแบบ...แล้วเอามาวางไว้คู่กับคุณปู่...ท่านจะได้ไม่เหงา”
       วิรงรองกอดอกเหมือนหนาวยะเยือกกับสายตาท่านเจ้าคุณในภาพที่มองมา “ในนี้เย็นจัง”
       อดิศวร์หันมามองอย่างเป็นห่วง “จะไม่สบายหรือเปล่า”
       “เปล่าค่ะ...อยู่ดีๆ ก็เย็นขึ้นมาเฉยๆ คุณอดิศวร์ไม่รู้สึกอะไรหรือคะ”
       “ก็ปกติดีนี่”
       วิรงรองลูบแขนตัวเอง
       “ถ้าเย็นก็ออกไปข้างนอกกัน”
       “ค่ะ”
       อดิศวร์พาวิรงรองเดินออกไป โดยไม่เห็นว่า รูปท่านเจ้าคุณจ้องมองตามสองคนราวกับมีชีวิต
       
       เวลานั้น พิณทองอยู่ที่บ้านในกรุงเทพฯ เวลานี้อยู่ในห้องกำลังคุยสายกับอดิศวร์ ซึ่งโทร.มาหาจากห้องทำงาน
       “พิณดีใจจริงๆ ค่ะ ที่น้าลบเข้าใจกับคุณวิรงรองได้เสียที...แล้วนี่จะแต่งงานเมื่อไหร่คะ” แววตาพิณทองเป็นประกาย
       “คงต้องรออีกสักพัก…น้าคิดว่าวิรงรองยังไม่พร้อม...กว่าจะเข้าใจกันได้ก็แทบแย่”
       “แต่ก็คุ้มนะคะ”
       “แล้วคุณพิณล่ะ”
       พิณทองฝืนทำเสียงแจ่มใส “ก็เรื่อยๆ ค่ะ น้าลบไม่ต้องเป็นห่วง ว่าแต่น้าลบกับคุณวิจะมาให้พิณเลี้ยงแสดงความยินดีเมื่อไหร่คะ”
       “ทีแรกก็คิดว่าเร็วๆ นี้ พอดีคุณย่ายังเพิ่งค่อยยังชั่ว น้าลบเลยรอดูอาการอีกหน่อย น้าลบโทร.มาบอกแค่นี้แหละ ... น้าลบเอาใจช่วยคุณพิณกับสามีนะคะ”
       สองคนวางสายไป
       
       ภายในห้องอาหาร 3 คนกำลังทานข้าวเย็นด้วยกัน มีสาวใช้คอยบริการ
       “อ้อ! เกือบลืมไปเลย” พิณทองเอ่ยขึ้น
       “อะไรหรือลูก” พจน์ถาม
       “วันนี้น้าลบโทร.มาค่ะ”
       แก้ววางช้อนลง “โทร.มาว่าไง! เลิกกับนังวิรงรองแล้วเรอะ”
       “คุณแก้ว...” พจน์ลากเสียงนิดหนึ่งเป็นเชิงตำหนิ “...เขาเป็นลูกมีพ่อมีแม่...อย่าไปเรียกจิกเขา”
       “แหม...เดือดร้อนแทนกันเชียวนะคะ”
       พจน์ถอนใจอย่างเบื่อหน่าย แก้วอ้าปากจะเอาเรื่องต่อ พิณทองรีบขัดขึ้นก่อน
       “น้าลบคงจะมีข่าวดีกับคุณวิรงรองในเร็วๆ นี้แหละค่ะ”
       สองคนหันมามองพิณทองเป็นตาเดียว พจน์ดูจะยินดี ในขณะที่แก้วไม่พอใจมาก
        
       โดมทอง ตอนที่ 12 (ต่อ)
        
       คุณหญิงแก้วรีบแจ้นมารายงานคุณหญิงวัชรีถึงที่บ้านแทบจะทันที
       “อุ๊ยต๊ายตาย! นี่มันต้องทำเสน่ห์เล่ห์กลแน่ๆ คุณลบถึงได้เห็นผิดเป็นชอบ” วัชรีแดกดัน
       “นั่นน่ะซีคะ! ทีแรกไอ้เราก็นึกว่า คุณลบหมั้นกับมันเพื่อจะกันตาพิชญ์ออกมา! ที่ไหนได้!... เฮ้อ”
       “แล้วคุณแก้วจะปล่อยให้มันยึดน้องชายไปง่ายๆ อย่างนี้หรือคะ”
       “ไม่มีทางหรอกค่ะ! แก้วหาทางออกไว้แล้ว”
       สาวใช้ยกเครื่องดื่ม และขนมมาบริการแล้วออกไป แก้วเปิดกระเป๋าหยิบโทรศัพท์มือถือออกมา
       “จะโทร.ไปแสดงความยินดีกับมันหรือคะ...แล้วได้เบอร์มันมาจากไหน” วัชรีถาม
       “ฮื้อ...คุณพี่ก็ แก้วอุตส่าห์แอบเอาเบอร์มันมาจากโทรศัพท์คุณพจน์”
       แก้วจัดการกดโทรศัพท์หาวิรงรองทันที
       
       โทรศัพท์มือถือของวิรงรองวางอยู่บนโต๊ะเครื่องแป้งดังขึ้น และดังอยู่พักหนึ่ง วิรงรองเดินเข้ามาในห้องด้วยสีหน้าแจ่มใส สูดลมหายใจสดชื่น
       เสียงเคาะประตูดังขึ้นเบาๆ วิรงรองเดินไปเปิดแล้วชะงัก เมื่อเห็นแสงแขยืนอยู่ ส่งแจกันปักดอกพลับพลึงให้
       แสงแขยิ้มให้ “ต้องขอโทษด้วยค่ะ ที่แขถือวิสาสะเข้ามาเอาแจกันคุณวิรงรองไปปักดอกพลับพลึงให้ คือ...แขเห็นว่าของเมื่อวานชักจะเหี่ยวแล้ว”
       “ไม่เป็นไรค่ะ ขอบคุณมาก”
       แสงแขยิ้มแล้วเดินไป วิรงรองปิดประตู แล้วเอาแจกันมาวางบนโต๊ะข้างหน้าต่าง แปลกใจนิดๆ
       “แปลก...ยังไม่เห็นจะเหี่ยวเลย”
       เสียงโทรศัพท์ดังขึ้นอีก วิรงรองเดินมาหยิบขึ้นดู พึมพำออกมา
       “เบอร์ใคร...สวัสดีค่ะ”
       “นี่ฉัน...คุณแม่ของพิณทอง”
       วิรงรองงงเล็กๆ “ค่ะ”
       “ไม่ต้องสงสัยหรอกว่า ฉันได้เบอร์เธอมาได้ยังไง เพราะความลับไม่มีในโลก”
       “คุณป้ามีธุระอะไรกับดิฉันหรือคะ”
       แก้วโวยเสียงดังลั่น “ใครเป็นป้าแกยะ! อย่าสะเออะมานับญาติกับฉัน!...ที่โทร.มานี่ก็เพราะหนูพิณเล่าให้ฉันฟังว่า คุณลบหลอกแกสำเร็จ”
       วัชรีพยักพเยิดเชียร์เต็มที่
       “หนูพิณน่ะสุดแสนจะดีงาม...เขาเป็นห่วงแก ที่ถูกน้าชายลงทุนเสียสละบอกรักเพื่อจะได้ให้หนูพิณกับพิชญ์อยู่กันอย่างมีความสุขโดยปราศจากมารมาผจญ นี่แกกำลังฟังอยู่หรือเปล่า”
       วิรงรองปิดสาย แล้วเม้มปากแน่น แก้ววางโทรศัพท์ลง
       “มันปิดโทรศัพท์แล้วค่ะ สงสัยจะทนฟังไม่ได้”
       “ไม่นึกเลยว่ามันจะเชื่อแผนลับ ... ลวง พรางของเราง่ายๆ พี่ยังคิดว่า มันอาจจะสงสัยบ้าง”
       “แหม ก็มันระแวงอยู่แล้วไงคะ แค่มีอะไรไปสะกิด มันก็เชื่อเต็มที่เลย”
       สองคุณหญิงต่างพออกพอใจกับแผนของตน

โดมทอง ตอนที่ 12
        ภูไทและพันธุ์สูรย์กำลังนั่งประชุมกับหัวหน้าคนงานฝ่ายต่างๆ 4-5 คน ในออฟฟิศ
       
       “คุณชูศักดิ์...คุณคิดว่ายังไง”
       แต่ยังไม่ทันที่ชูศักดิ์จะตอบ ลานนาเปิดประตูเข้ามาหน้าตาตื่น
       “พี่ชายคะ! ไปรับวิรงรองกันเถอะค่ะ”
       “เกิดอะไรขึ้น”
       ลานนารีบเดินออกไป ภูไทและพันธุ์สูรย์ลุกขึ้นพร้อมกัน
       “พันธุ์สูรย์ ! ช่วยต่อให้ด้วยนะ”
       “ครับ”
       ภูไทรีบเดินออกไป ทุกคนมองตามงงๆ
       “เอาละ ว่าไปเลย... คุณชูศักดิ์” พันธุ์สูรย์ดำเนินการประชุมต่อ
       
       ภูไทขับรถออกจากบ้านพร้อมกับลานนา
       “มันเรื่องอะไรกัน”
       “น้องก็ไม่ทราบค่ะ...อยู่ดีๆ วิเขาก็โทร.ให้รีบไปรับเขา”
       “แล้วคุณอดิศวร์ไม่ว่าอะไรหรือ”
       “ก็ไม่ทราบอีกนั่นแหละค่ะ! แต่เดี๋ยวก็คงทราบ!”
       
       วิรงรองลากกระเป๋าเดินทางออกมา แล้วเผชิญหน้ากับอดิศวร์ อุษาและแสงแข โดยที่แสงแขทำเป็น
       เดือดเนื้อร้อนใจโดยแอบซ่อนความลิงโลดไว้
       “นี่มันอะไรกัน” อดิศวร์ถาม
       “ดิฉันจะกลับบ้านค่ะ! กรุณาอย่าขวางทาง”
       อุษาตกใจ “น้องวิ”
       “เธอจะไปฉันก็ไม่ว่า เพียงแต่ควรจะบอกเหตุผลกันก่อน”
       “เหตุผลก็ทราบอยู่แก่ใจแล้ว”
       แสงแขพูดเสียงอ่อนโยน “ถ้าทราบ คุณลบคงไม่ถามคุณวิรงรองหรอกค่ะ...ค่อยๆ พูด ค่อยๆ จากันดีกว่านะคะ”
       วิรงรองจ้องมองอดิศวร์เขม็ง “เหตุผลก็คือ ดิฉันเกลียดคนหลอกลวง...เกลียดคนตีสองหน้า”
       วิรงรองลากกระเป๋าไปได้ 2-3 ก้าวแล้วหยุด
       อดิศวร์ขบกรามแน่น แล้วยื่นมือออกมารับอย่างมีทิฐิ
       วิรงรองมองอดิศวร์มองอย่างตัดพ้อ แล้วเดินมาลากกระเป๋าไป
       อดิศวร์ยังคงยืนอยู่ในอิริยาบถเดิม อุษามองอย่างเห็นใจ
       ขณะที่แสงแขลอบยิ้มเยาะขณะมองตามวิรงรองไป
       อดิศวร์ยังยืนอยู่ที่เดิม ส่วนวิรงรองเดินลับตัวไปแล้ว
       
       สมเปิดประตูให้ ขณะที่วิรงรองเดินออกไป ชนิดที่กลั้นน้ำตาเต็มที่
       ภูไทลงมาเปิดประตูด้านหลังให้ วิรงรองพึมพำขอบคุณเบาๆ แล้วก้าวเข้าไปนั่งช้าๆ
       สมเปิดประตูรอ ภูไทขับรถออกไป ลานนาหันไปมองเพื่อนแล้วหันกลับมา
       
       อดิศวร์ยืนอยู่ที่หน้าต่าง มองตามรถภูไทที่แล่นออกไป สีหน้าขรึมเศร้า รถแล่นห่างออกไปทุกทีๆ จนรถแล่นไปพ้นสายตา อดิศวร์ยังคงยืนนิ่งอย่างเดิม
       
       แสงแขรีบคลานมาที่เตียงท่านผู้หญิงสรรักษ์ด้วยสีหน้าตื่นเต้น
       “คุณย่าขา! นังวิรองรองมันไปแล้วค่ะ”
       อุไรสะดุ้งตกใจ
       “นังพลับพลึงมันไปแล้ว” ท่านผู้หญิงถามย้ำ
       “ค่ะ”
       “ตาลบเฉดหัวมันไปยังงั้นเรอะ”
       “แขก็ไม่ทราบหรอกค่ะ! แต่อยู่ดีๆ มันก็เก็บข้าวเก็บของ...คืนแหวนคุณลบ แล้วก็ไป”
       “ดี! ไปเสียก็ดี! นังแสงแข!”
       “ขา...”
       “ต่อไปนี้ก็เป็นหน้าที่ของแกแล้วที่จะเอาชนะใจตาลบให้ได้ ตาลบกำลังเหงา...กำลังเสียใจ...ถ้าแกทำไม่สำเร็จก็อยู่เป็นสาวทึนทึกเป็นเพื่อนนังอุษาไปจนตายเถอะ”
       แสงแขก้มหน้าครู่หนึ่ง แล้วเงยขึ้นด้วยดวงตาแน่วแน่
       “แขจะทำให้ได้ค่ะ”
       
       ด้านวิรงรองมาถึงคุ้มภูไท กำลังนอนขดตัว หน้าซึมเศร้าอยู่ในห้องพัก สีหน้าโศกเศร้าลึกซึ้ง น้ำตาไหลรินอาบแก้ม
       จนสักพักหนึ่ง มีเสียงเคาะประตูดังขึ้นเบาๆ แล้วลานเปิดประตูเดินเข้ามา ทรุดตัวลงนั่งบนเตียง
       “พี่ชายจองตั๋วให้ได้แล้วนะ ไฟล้ท์แรกวันพรุ่งนี้”
       วิรงรองจับมือลานนาบีบ “ขอบใจมากนะลานนา”
       “ไม่เป็นไร...เพื่อนก็ต้องช่วยเพื่อนอยู่แล้ว”
       ทั้งสองคนนั่งกันเงียบๆ ครู่หนึ่ง
       ลานนาลูบผม แล้วพูดขึ้นในที่สุด “อยากเล่าไหม”
       วิรงรองส่ายหน้า น้ำตาซึมออกมาอีก
       ลานนาบอกอย่างอ่อนโยน “ไม่เป็นไร...ยังไม่อยากเล่าก็ไม่เป็นไร”
       น้ำเสียงวิรงรองปนสะอื้น “ขอบใจ”
       ลานนาลูบผมวิรงรองอย่างปลอบโยน
       
       ด้านอดิศวร์นั่งพิงพนักเก้าอี้ตรงโต๊ะทำงาน มองแหวนหมั้นที่อยู่ในมือด้วยสีหน้าเคร่งขรึม สักพักหนึ่ง จึงมีเสียงเคาะประตูเบาๆ
       “ใคร”
       “แขเองค่ะ...แขจะมาดูว่า คุณลบต้องการอะไรหรือเปล่า”
       “ไม่! ขอบใจ”
       “แขจะอยู่แถวๆนี้นะคะ ถ้าคุณลบต้องการอะไร ก็เรียกใช้ได้เลย”
       “ไม่ต้อง! ไปอยู่กับคุณย่าเถอะ”
       “พี่อุษาอยู่กับคุณย่าแล้วค่ะ”
       “บอกว่าไม่ต้อง”
       แสงแขเม้มปากด้วยความน้อยใจ แล้วฮึดขึ้นมาใหม่
       
       “ต้องให้เวลาคุณลบหน่อย! ฉันจะต้องทำให้ได้! คุณลบจะต้องเป็นของฉัน”

โดมทอง ตอนที่ 12
        ท่ามกลางบรรยากาศเงียบสงบดึกสงัดของบริเวณคุ้มภูไท คืนนี้แลดูลึกลับมากกว่าทุกคืน และเหมือนมีใครคนหนึ่ง กำลังเคลื่อนไหวอยู่ภายนอกอย่างช้าๆ
       
       วิรงรองนอนหลับสนิทอยู่ภายในห้องพัก...แสงจันทร์คืนข้างแรมอ่อนๆ สาดส่องเข้ามา
       “พลับพลึง...พลับพลึง...พลับพลึง...” เสียงของเจ้าพระยาสรรักษ์ไกรณรงค์ร้องเรียกดังขึ้น เสียงนั้นแผ่วโหยเหมือนดังมาจากไกลๆ
       วิรงรองขยับตัว เสียงนั้นเรียกกระชั้นขึ้น
       “พลับพลึง ...พลับพลึง”
       วิรงรองอยู่ในอาการกระสับกระส่าย พึมพำออกมา..ทั้งที่ตายังหลับ เหมือนคนคนครึ่งหลับครึ่งตื่น
       “ใคร ..ใครเรียก”
       ภาพรางๆ ของรถม้าท่านเจ้าคุณคันเดิมมาจอดที่หน้าต่างใต้โดมท่ามกลางเมฆหมอกผุดขึ้นในห้วงคิด
       วิรงรองกระสับกระส่ายหนัด “ใคร...นั่นใคร”
       “พลับพลึง...พลับพลึง” เสียงท่านเจ้าคุณเรียกอีก
       วิรงรองค่อยๆ ลุกขึ้นเหมือนคนนอนละเมอ แล้วเดินไปที่หน้าต่าง โดยยังเห็นภาพรางๆ ของท่านเจ้าคุณรออยู่ใต้หน้าต่างโดม
       “พลับพลึง”
       วิรงรองเดินมาถึงหน้าต่าง แล้วชะโงกลงไปเบื้องล่าง เป็นจังหวะที่ลานนาเปิดประตูเข้ามา แล้วร้องลั่น
       “วิ! วิรงรอง!”
       ลานนาถลามาคว้าตัวไว้ท่าทางตกอกตกใจ
       วิรงรองมองหน้าลานงงๆ “ลานนา”
       
       ขณะเดียวกันอดิศวร์นอนหลับไม่สนิทนัก เสียงเพลง “นางครวญ” ดังขึ้นจากห้องข้างๆ เสียงดังเบาๆ
       อดิศวร์ลืมตาตื่น เงี่ยหูฟังครู่หนึ่ง แล้วลุกเดินออกไป
       
       อดิศวร์ก้าวออกมาจากห้อง ปิดประตูลงเบาๆ ค่อยๆ เดินเงียบกริบมาที่ห้องวิรงรอง คล้ายมีเสียงเคลื่อนไหวอยู่ภายในห้องราวกับมีคนอยู่
       อดิศวร์เดินมาถึงหน้าประตู แล้วค่อยๆ เอื้อมมือไปจับลูกบิด ด้วยสีหน้าตัดสินใจ
       อดิศวร์เปิดประตูออกอย่างรวดเร็ว มองเข้าไป… ภายในห้องว่างเปล่า ไม่มีความเคลื่อนไหวที่ผิดปกติใดๆ นอกจากม่านที่ถูกลมพัด
       “ใครมาเปิดหน้าต่าง”
       อดิศวร์เดินมาปิดหน้าต่างแล้วรูดม่าน เหลียวงมองโดยรอบอีกครั้ง แล้วเดินออกไปก่อนจะปิดประตูตาม
       
       ทางด้านลานนากำลังซักถามวิรงรองด้วยความประหลาดใจ
       “ไม่รู้สึกตัวเลยเหรอ”
       “ไม่...แปลกจัง...ปกติวิก็ไม่ใช่คนนอนละเมอ...หรือว่า...”
       วิรงรองคิดไปถึงเหตุการณ์ที่เฉลียงบ้าน “โดมทอง” คืนวันนั้น
       “อะไรหรือวิ”
       “เปล่า...ไม่มีอะไร...ลานนาไปนอนเถอะจ้ะ”
       “เรานอนเป็นเพื่อนไหม” ลานนาเป็นห่วง
       “ขอบใจ ... แต่ไม่เป็นไร” วิรงรองยิ้มให้ พูดเย้าเพื่อนรัก “วิคงไม่กระโดดหน้าต่างลงไปหรอกน่า”
       “บ้า! พูดอะไรก็ไม่รู้ ไอ้เรายิ่งใจคอไม่ดีด้วย!”
       วิรงรองลุกขึ้นจูงลานนาไปที่ประตู
       “อย่าหาว่าไล่เจ้าของบ้านนะ! ไปนอนได้แล้ว!”
       ลานนาเปิดประตูไม่วายกำชับ “มีอะไรก็เรียกนะ”
       “ขอบใจจ้ะ”
       ลานนาออกไป วิรงรองปิดประตู แล้วเดินไปที่หน้าต่างมองลงไป พบว่าทุกสิ่งอย่างเป็นปกติจึงปิดหน้าต่าง แล้วเดินกลับมานั่งบนเตียง ครุ่นคิดอยู่อีกพักหนึ่ง
       
       บรรยากาศเช้านี้รอบอาณาบริเวณคุ้มภูไทสดชื่นสวยงาม ดอกกล้วยไม้และดอกไม้หลากพันธุ์ อวดตัวรับแสงแดด
       ทุกคนเดินออกมาที่หน้าบ้าน โดยมีบัวคำลากกระเป๋าเดินทางของวิรงรองตามมา พลางร้องไห้กระซิกๆ
       เจ้าภูไทกดรีโมทท้ายรถ บัวคำลากกระเป๋าสะดุดไปมา แล้วเอาไปวางในนั้น สะอึกสะอื้นไปเรื่อยๆ ราวกับตัวเองจะต้องเป็นคนจากไปเสียเอง !
       ภูไทเรียกขึ้น “บัว”
       “ขา”
       “แกจะร้องไห้ไปทำไมฮึ”
       “ใจหายค่ะ...คิดถึงคุณวิ...เห็นกันหลัดๆ” บัวคำพูดราวกับมีใครตาย
       ภูไทกะลานนาร้องพร้อมกัน “เฮ้ย”
       ลานนาฉุน “กลับเข้าไปข้างในเลยไป”
       “บัว” ภูไทเสียงดุ
       เจ้าพี่เจ้าน้องบอกพร้อมกัน “ไป”
       บัวคำเดินคอตกกลับเข้าไปอย่างไม่เต็มใจนัก
       พันธุ์สูรย์เดินเข้ามาใกล้วิรงรอง “ขอให้คุณวิรงรองโชคดี...คุณตัดสินใจถูกแล้ว ที่ออกมาจากบ้านถูกสาปหลังนั้น”
       “ขอบคุณค่ะ!...ขอให้คุณพันธุ์สูรย์โชคดีเช่นกัน” วิรงรองบอก
       ภูไทเปิดประตูรถให้ วิรงรองขึ้นไปนั่ง ลานนาเปิดประตูไปนั่งตอนหลัง ภูไทสตาร์ทรถขับออกไป
       
       พันธุ์สูรย์ยืนมองตามอย่างโล่งใจ

โดมทอง ตอนที่ 12
        ขณะเดียวกันแสงแขกำลังช่วยประคองท่านผู้หญิงสรรักษ์ ซึ่งเช้าวันนี้ดูแจ่มใสสดชื่นมากกว่าทุกวัน
       
       สักครู่หนึ่งอุษาเดินเข้ามาพร้อมกับถาดซุป ชะงักนิดหนึ่งด้วยสีหน้าประหลาดใจ โดยที่ประตูยังไม่ปิด
       “คุณย่าจะไปไหนหรือคะ”
       “จะไปกินข้าวเช้ากับตาลบ!...ยกกลับไป”
       “ค่ะ”
       “คุณย่ามีความสุขมากกว่าทุกวันเลยค่ะ...พี่อุษา” แสงแขว่า
       แสงแขเข็นรถออกไป อุษายกอาหารตามไปเงียบๆ
       ฟากอดิศวร์อยู่ในห้องทำงาน มีสีหน้าค่อนข้างอิดโรย กำลังขมักเขม้นทำงาน
       เสียงเคาะประตูดังขึ้น
       “ฉันยังไม่กิน” อดิศวร์ร้องบอกออกไป
       “แต่คุณย่าจะรับประทานอาหารเช้ากับคุณลบค่ะ” เสียงแสงแขดังลอดเข้ามา
       อดิศวร์นิ่วหน้า แล้วลุกเดินไปที่ประตู เปิดออก แสงแขยิ้มหวานขณะบอก
       “คุณย่ารออยู่ที่ห้องทานข้าวแล้วค่ะ”
       อดิศวร์พึมพำเหมือนพูดกับตัวเอง “คุณย่านึกยังไงขึ้นมา”
       “เชิญคุณลบเลยค่ะ”
       อดิศวร์ปิดประตูแล้วเดินไปทางห้องอาหาร แสงแขกระหยิ่มยิ้มย่องเดินตาม
       
       สักครู่หนึ่งอดิศวร์เดินเข้ามาในห้องอาหาร ติดตามด้วยแสงแข
       “มาเร็ว...ตาลบ...ย่าหิวเต็มทีแล้ว!…อุไร ! เอาซุปไป วันนี้ฉันจะกินข้าวต้มเหมือนหลานฉัน”
       อุไรเข้ามายกถ้วยซุปออกไป อดิศวร์เข้ามานั่งทางด้านขวาของย่า
       “แสงแขไปนั่งข้างๆ ตาลบ...อุษามานั่งทางนี้” หญิงชราจัดแจง
       ทุกคนทำตาม โอบอ้อมยิ้มปลาบปลื้มแล้วหันไปยักคิ้วกับอุไร ซึ่งกำลังเสิร์ฟข้าวต้มให้กับทุกคน
       “ฉันไม่เคยมีความสุขเท่ากับเช้าวันนี้เลย”
       “ถ้าอย่างนั้น คุณย่าต้องรับประทานข้าวต้มให้หมดชามนะคะ” แสงแขฉอเลาะ
       “สาระแนขึ้นมาทีเดียว”
       แสงแขหน้าเสียด้วยความอับอาย
       ทุกคนทานข้าวกันเงียบๆ กันไปครู่หนึ่ง
       ท่านผู้หญิงจึงเอ่ยขึ้น “ลบ”
       “ครับ...คุณย่า”
       “ถ้าคิดจะมีเมียละก็...หาคนที่มันคู่ควรเหมาะสมกับเราให้มากที่สุดหรือถ้าหาไม่ได้ก็อย่ามีมันเสียเลย! อยู่เป็นโสดอย่างนี้สบายดีออก”
       อดิศวร์ยิ้มรับนิดๆ ขณะที่แสงแขสะดุ้งเบิกตากว้างมองท่านผู้หญิง เช่นเดียวกับโอบอ้อม ซึ่งโดนอุไรเป็นฝ่ายยักคิ้วให้บ้าง
       แสงแขขยับจะพูด แต่อุษารีบสะกิดเอาไว้
       “ย่าอยากให้โดมทองเป็นอย่างที่เคยเป็น...ไม่มีอะไรจะมาเปลี่ยนแปลงได้”
       แววตาท่านผู้หญิงสรรักษ์ในขณะที่พูด เป็นประกายเจิดกล้า
       
       เวลาผ่านไปอีกครู่หนึ่ง อุษาเข็นรถพาท่านผู้หญิงเข้ามาใน แล้วช่วยจัดให้นั่งบนเตียง
       “เมื่อเช้าดอกมณฑาบานหลายดอก...คุณย่าจะให้เอามาปักแจกันไหมคะ”
       “ไม่ต้อง! เอาไว้กับต้นนั่นแหละ... แล้วให้ใครไปตามเจ้าสมมาหาฉันหน่อย”
       “ค่ะ”
       อุษาเดินไปที่ประตู ขณะเดียวกับที่แสงแขเดินเข้ามา
       อุษาชะงักเล็กน้อย “มีอะไร...แสงแข”
       “ให้มันเข้ามาเถอะ” ท่านผู้หญิงบอก
       อุษาเบี่ยงตัวให้แสงแขเข้าไป แล้วตัวเองหันมามองท่าทีลังเล
       ท่านผู้หญิงดุ “ยังจะมองหาสวรรค์วิมานอะไรอีก! ออกไป!”
       อุษารีบเดินออกไป แล้วปิดประตูลง
       ท่านผู้หญิงมองแสงแขเยาะๆ “มีอะไรก็ว่ามา นังแสงแข”
       แสงแขทรุดตัวลงคุกเข่า “ทำไมเมื่อกี้นี้ คุณย่า...”
       “ถึงไม่บอกตาลบให้แต่งงานกับแกใช่ไหม”
       “ค่ะ”
       “เพราะตาลบ! ไม่ได้รักแก! เขายืนยันว่าแกเป็นน้อง และเขาไม่สามารถแต่งงานกับน้องได้...ฉันก็ไม่รู้ว่าจะทำอย่างไร”
       สีหน้าท่านผู้หญิงขณะพูด ดูเจ้าเล่ห์แสนกล
       “ซึ่งความจริงมันก็ถูกของเขา”
       “แต่ตอนนั้น...ตอนที่วิรงรองอยู่...คุณย่าไม่ได้พูดอย่างนี้นี่คะ”
       “ตอนนั้นกับตอนนี้มันเหมือนกันเสียที่ไหน! แกยังพูดเองเลยว่า ตอนที่นังพลับพลึงมันยังอยู่...” หญิงชราเว้นจังหวะนิดหนึ่ง “ตอนนี้มันไม่อยู่แล้ว”
       “หมายความว่า…”
       ท่านผู้หญิงสรรักษ์พูดสวนออกมาทันที “แกออกไปได้แล้ว! ฉันก็ไม่ได้อยากให้แกเป็นเมียตาลบนักหรอก!…แต่ถ้าเทียบกับนังพลับพลึง...แกยังมีภาษีกว่ามัน ... ฉันพอจะกล้อมแกล้มฝืนใจยอมรับได้”
       “แล้วถ้านังวิรงรองกลับมาใหม่ล่ะคะ”
       “นังหน้าโง่! มันไม่กลับมาหรอก! มันไม่มีวันกลับมาอีกแล้ว! ไสหัวออกไป! ไป๊!”
       
       แสงแขลุกขึ้นเดินออกไป กัดปากแน่น แค้นแทบกระอัก สีหน้าแววตาเต็มไปด้วยความเกลียดชัง
        
       อ่านต่อหน้า 3

หน้าที่แล้ว
1 | 2 | 3 | 4
หน้าถัดไป
ข่าวล่าสุด ในหมวด
โดมทอง ตอนที่ 18 จบบริบูรณ์
โดมทอง ตอนที่ 17 (จบตอน)**แก้ไข
โดมทอง ตอนที่ 16**แก้ไข
โดมทอง ตอนที่ 15
โดมทอง ตอนที่ 13
เครื่องมือจัดการเว็บ
ส่งบทความนี้ต่อ
พิมพ์หน้านี้
ข่าวที่มีผู้ส่งมากที่สุด
แสดงผลหน้าเดียว
จำนวนคนโหวต 23 คน
คุณเห็นด้วยกับข่าว/บทความนี้หรือไม่
เห็นด้วย ไม่เห็นด้วย
เห็นด้วย 22 คน
96 %
ไม่เห็นด้วย 1 คน
4 %
ความคิดเห็นที่ 1 +8 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ขอบคุณ คนอัพ มากค่ะ
เดือน
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 20 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
เขามีให้ตอนใน.ก็อ่านตอนนั้นไปเถอะจะไปว่าอะไรกระหนักกระหนาเขาทำให้อ่านก็บุณแล้ว.ช้าหน่อยแต่ก็ตามไทยรัฐทั้นนะ.ไทยรัฐมันไม่ละเอียดนั้นและ.มีนิลหน่อยเอง
Somsri_2002@hotmail.com
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 18 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
555555555
ืnonomza2011@hotmail.com
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 17 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ตอนนี้เปลี่ยนไปอ่านที่เว็บไทยรัฐแล้ว เราไปอ่านที่นั่นกันเถอะค่ะ ไปไกลจากนี้มาก ^ ^
อยากอ่านต่อ
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 16 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
อารมณืคนมันค้างนี่ไม่ดีนะคะ ช่วยอัพให้ไวๆหน่อยได้มั๊ยคะ
GG
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 15 +3 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ทางอื่นเขาไปเยอะแล้วค่ะ
ขณะที่อดิศวร์กำลังเลี้ยวรถเข้าไปจอดใต้ถุนคอนโดฯที่พักของตัว มีเสียงมือถือของเขาดังขึ้น เขาเห็นชื่อวิรงรองที่หน้าจอมือถือรีบกดรับสายด้วยความดีใจ

“ดิฉันขอโทษที่เข้าใจผิดค่ะ” วิรงรองพูดแค่นั้นแล้วปิดเครื่องทันที อดิศวร์โทร.กลับไป มีเพียงเสียงตอบรับอัตโนมัติ จึงรีบขับรถไปหาวิรงรองที่บ้านทันที...

ด้านพิณทองกลับถึงบ้านอย่างไม่ค่อยสบายใจนัก บ่นให้พ่อของเธอฟังว่าไม่แน่ใจตัวเองเหมือนกันว่าทำถูกหรือเปล่าที่ไปหาวิรงรอง เพราะอาจทำให้อดิศวร์ตำหนิมาถึงแม่ของเธอได้ รัฐมนตรีพจน์โทษว่าเป็นเพราะคุณหญิงแก้วทำตัวเอง คนเขารักกันอยู่ดีๆก็ไปสร้างเรื่องให้พวกเขาผิดใจกัน

“ไม่ต้องคิดมาก พ่อขอคอนเฟิร์มว่าหนูทำถูกแล้ว” รัฐมนตรีพจน์ว่าพลางลูบหัวลูกอย่างให้กำลังใจ...

ไม่นานนัก อดิศวร์มาถึงบ้านวิรงรอง ในเมื่อฝ่ายหญิงเปิดทางให้ง้อแล้ว เขาไม่รอช้าถามเธอว่าจะกลับโดมทองเมื่อไหร่ ที่นั่นรอเธออยู่

“ไม่จริงมั้งคะ”

“เธอไม่อยากรู้ความลับในโดมทองอีกแล้วหรือ กลับไปด้วยกันเถอะ แล้วคราวนี้ฉันจะช่วยเธอเอง” อดิศวร์สบตาวิรงรองนิ่งเพื่อยืนยันคำพูดของตัวเอง...

ระหว่างขับรถกลับคอนโดฯที่พัก อดิศวร์โทร.แจ้งข่าวดีให้พิณทองรู้เป็นคนแรก เธอดีใจกับเขาด้วยที่วิรงรองยอมกลับโดมทอง แล้วถามว่าเมื่อไหร่เขาถึงจะให้เธอเลี้ยงแสดงความยินดี

“เอาไว้น้าลบจะบอก ขอบใจคุณพิณมาก”

“ไม่เป็นไรค่ะ พิณเต็มใจช่วยอยู่แล้ว...กู๊ดไนต์ค่ะ” พิณทองวางสายอย่างโล่งใจ...

ทางฝ่ายวิรงรองนอนไม่หลับ เดินกลับไปกลับมาอยู่ในห้องตัวเองหลายตลบคิดหาทางช่วยเหลือพิณทองตอบแทนที่ช่วยให้เธอกับอดิศวร์ปรับความเข้าใจกันได้ ตัดสินใจหยิบโทรศัพท์บ้านที่วางอยู่ใกล้ๆมือขึ้นมาโทร.หาพิชญ์ซึ่งนั่งใจลอยอยู่หน้าจอทีวีเขาปล่อยให้เสียงเรียกเข้าดังอยู่สักพักจึงหยิบมือถือขึ้นมาดู รีบรับสายด้วยความตื่นเต้นดีใจ วิรงรองขอโทษเขาด้วยที่โทร.มาดึกๆดื่นๆ

“ไม่เป็นไร ผมดีใจที่พลับพลึงโทร.มา ดีใจที่สุดเลย นี่...พลับพลึงกลับมาอยู่ที่บ้านตั้งแต่เมื่อไหร่ คุณจะไม่กลับไปโดมทองอีกแล้วใช่ไหม...” พิชญ์ถามเป็นชุด

“จะกลับพรุ่งนี้เย็นจ้ะ...พรุ่งนี้เช้า พิชญ์มาที่บ้านพลับพลึงหน่อยได้ไหม”

ooooooo

แม้จะเจ็บปวดใจเพียงใด แต่พิชญ์ก็มาหาวิรงรองตามนัด หญิงสาวระมัดระวังคำพูดเพื่อไม่ให้เขาเข้าใจผิดว่าเธอยังมีใจให้ กระทั่งสรรพนามแทนตัวเอง ที่เคยใช้ว่า “พลับพลึง” เธอก็เลี่ยงไปใช้คำว่า “ฉัน” แทนที่จนพิชญ์มีเคือง วิรงรองรีบพูดเข้าประเด็นให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้

“ฉันอยากจะคุยกับพิชญ์เรื่องคุณพิณทอง”

“ไม่จำเป็น ผมไม่ได้รักพิณ ผมแต่งงานกับพิณก็เพราะถูกคุณแม่บังคับ”

“แล้วพิชญ์ก็แต่ง...แต่งแล้วพิชญ์ก็ทำให้คุณพิณเจ็บช้ำน้ำใจทั้งที่คุณพิณทองไม่ได้มารับรู้อะไรด้วยเลย

ฉันอยากให้พิชญ์คิดดูดีๆ ถ้าพิชญ์รู้ว่าการแต่งงานจะไปไม่รอด พิชญ์ก็ไม่ควรยอมทำตามคุณแม่ตั้งแต่แรก เพราะคนที่เสียหายที่สุดคือคุณพิณทอง มันไม่ยุติธรรมกับเธอ”

“พิณก็ต้องทำตามที่คุณแม่ของเธอบังคับเหมือนกัน”

“เชื่อสิ ถ้าพิชญ์บอกว่าพิชญ์มีคนรักอยู่แล้วยังไง คุณพิณทองก็ไม่ยอมแต่งด้วย แต่นี่พิชญ์ไม่ได้บอกเธอจริงไหม เพราะฉะนั้นพิชญ์ก็ควรจะรับผิดชอบ...คุณพิณทองเป็นผู้หญิงที่เพียบพร้อม แล้วเธอก็รักคุณมาก”

“เพราะคุณหมดรักผมแล้วใช่ไหมล่ะ ถึงได้เชียร์คนอื่น” พิชญ์ไม่วายตัดพ้อ

“เธอเป็นภรรยาคุณไม่ใช่คนอื่นซึ่งนั่นสำคัญที่สุด คุณเป็นคนตัดสินใจเอง แล้วฉันก็คิดว่าคุณตัดสินใจถูก

แล้วขอให้พิชญ์โชคดีนะคะ” วิรงรองหวังลึกๆ ว่าคำพูดของตัวเองจะทำให้พิชญ์ได้คิด...

ขณะที่วิรงรองพยายามช่วยชีวิตสมรสของพิชญ์กับพิณทอง ท่านผู้หญิงสรรักษ์รู้ดีว่าแสงแขไม่อาจผูกมัดใจอดิศวร์ได้ จึงเบนเข็มไปหาอุษา ถามหยั่งเชิงว่ารักอดิศวร์บ้างไหม เธอรักและเคารพเขาเหมือนพี่ชายไม่เคยคิดเป็นอื่น ท่านหาว่าอุษาใฝ่ต่ำเฝ้าแต่หลงรักพันธ์สูรย์ถึงไม่สนใจหลานชายของท่าน อุษาไม่โต้ตอบอะไร หยิบแก้วใส่ยาก่อนนอนยื่นให้ ท่านผู้หญิงสรรักษ์ปัดกระเด็น หาว่าเธอจะวางยาพิษ

“นี่เป็นยาที่คุณย่ากินเป็นประจำนะคะ”

“ใครจะไปรู้ว่าแกหรือนังแสงแขจะเอายาพิษมาเปลี่ยนให้เมื่อไหร่”

อุษาถึงกับน้ำตาคลอเบ้าที่ถูกมองในแง่ร้าย ยืนยันว่าเธอกับน้องไม่มีวันทำอย่างนั้นต่อผู้มีพระคุณอย่างคุณย่าเด็ดขาด ท่านไม่เชื่อ และไม่ไว้ใจใครหน้าไหนทั้งนั้น แล้วพาลไล่ตะเพิดอุษาไปให้พ้นหน้า

ooooooo

ไฟแค้นที่สุมอกทำให้ท่านผู้หญิงสรรักษ์นอนหลับไม่สนิทเหมือนเช่นเคย ฝันร้ายว่ามีเสียงคนเดินลากโซ่ตรวนมาหยุดหน้าห้อง ท่านลืมตาตื่น เงี่ยหูฟัง เสียงลากโซ่ตรวนค่อยๆ เดินผ่านเลยไป ตัดสินใจออกไปดูเห็นหลังใครไวๆ กำลังเลี้ยวมุมตึก รีบเดินตามจนกระทั่งร่างนั้นเข้าไปในห้องพักของวิรงรอง

ท่านผู้หญิงสรรักษ์สาวเท้าตามเข้าไป แต่ต้องผงะเมื่อเห็นว่านั่นคือร่างของผีพลับพลึง

“คุณพี่...คุณพี่กำลังจะพ่ายแพ้” เสียงผีพลับพลึงแหบโหยหวนชวนขนหัวลุก

“ไม่มีวัน ไปให้พ้น นังผีบ้า ออกไปจากบ้านฉัน” ท่านผู้หญิงสรรักษ์ตะเพิดจบหันหลังจะออกจากห้อง ผีพลับพลึงปรากฏตัวขึ้นตรงหน้าอีก

“ดิฉันไปไหนไม่ได้ คุณพี่ก็รู้ว่าดิฉันไปไหนไม่ได้...ไปไม่ได้” เสียงโหยหวนนั้นทำให้ท่านผู้หญิง

สรรักษ์สะดุ้งตื่น เจออุไรซึ่งยื่นหน้าเข้ามาดูเพราะเห็นท่านละเมอร้องเอะอะ ท่านถีบโครมเพราะคิดว่าเป็นผีพลับพลึง

อุไรถึงกับหงายหลังตึง “ท่านผู้หญิงขา นี่อุไรเองค่ะ”

ท่านผู้หญิงสรรักษ์รู้สึกตัว เหลียวมองไปรอบๆ ตะโกนโหวกเหวกว่าผีพลับพลึงหายไปไหน อุไรกลัว

ลนลานหลับหูหลับตาโดดกอดท่านไว้แน่น ท่านผู้หญิงสรรักษ์ดิ้นหลุด ถีบซ้ำอีกโครมแล้วสั่งให้เงียบ

“นังพิศหรือ” ท่านผู้หญิงสรรักษ์ว่าพลางมองไปยังมุมมืดของห้อง อุไรกลัวจัดรีบคลานกลับที่นอนตัวเองดึงผ้ามาคลุมโปง พลันมีเงาดำๆ ของพิศปรากฏขึ้น ท่านต่อว่ายกใหญ่ว่าทำไมปล่อยให้ผีพลับพลึงมาหลอกท่าน

“ท่านเจ้าขา ปล่อยบ่าวไปเถิดเจ้าค่ะ”

“เอ็งยังไปไหนไม่ได้ เอ็งต้องช่วยข้าไล่นังพลับพลึงไป มันคอยมารบกวนข้าแทบทุกคืน”

พิศพยายามจะขอร้องให้ท่านผู้หญิงสรรักษ์ปล่อยให้ตนไปผุดไปเกิด แต่ท่านไม่ฟัง หนำซ้ำยังสั่งให้หุบปาก และทำหน้าที่ของตัวเองต่อไป จากนั้น ท่านเอนตัวลงนอน ทุกอย่างกลับเข้าสู่ความเงียบ อุไรค่อยๆเปิดผ้าคลุมโปงแค่ลูกตาออกมาดู ต้องตกใจแทบสิ้นสติเมื่อเห็นพิศบิดคอมามอง เธอรีบคลุมโปงอย่างเดิม

ooooooo

อุไรทนหวาดกลัวต่อไปไม่ไหว ระหว่างช่วยอุษาเตรียมอาหารเช้าให้ท่านผู้หญิงสรรักษ์ จึงขออนุญาตเธอไม่นอนเฝ้าท่านอีกแล้ว เมื่อคืนนี้จะเป็นครั้งสุดท้าย เจ้านายสาวพอจะเดาเหตุการณ์ออกถามว่าอีกแล้วหรือ

“ค่ะ เห็นจะจะเป็นครั้งที่สองที่สามแล้วมั้งคะ แล้วอุไรก็ไม่ได้ฝันด้วย โธ่ พูดแล้วยังขนหัวลุกอยู่เลย”

“เอาเถอะ คืนนี้ฉันจะไปนอนเฝ้าเอง แล้วอย่าไปเล่าให้ใครฟังล่ะ เดี๋ยวจะกลัวกันหมด”

“ค่ะ...เอ่อ...คุณอุษาจำได้ไหมคะที่คุณวิเห็นผู้หญิงแต่งตัวเหมือนคนโบราณมายืนมองเธอ อุไรว่าต้องเป็นคนเดียวกันแน่ๆเลยค่ะ” อุไรขนลุกซู่ เหลียวซ้ายแลขวาสีหน้าหวาดๆ...

ทางฝ่ายวิรงรองกับอดิศวร์วางแผนจะกลับโดมทองตั้งแต่ตอนเย็นเมื่อวาน แต่ติดขัดบางอย่างจึงเลื่อนมากลับวันนี้แทน พอเห็นยังมีเวลาเหลือ พากันแวะมาหาพิณทองที่บ้าน ทั้งรัฐมนตรีพจน์และพิณทองต้อนรับขับสู้อย่างดีชวนให้กินมื้อเช้าด้วยกัน แต่คุณหญิงแก้วกลับเป็นตรงกันข้ามหมดอารมณ์จะกินข้าวทันทีที่เห็นหน้า

วิรงรอง ลุกหนีไปหน้าตาเฉย รัฐมนตรีจะตามไปต่อว่าแต่วิรงรองเรียกไว้

“คุณลุงคะ หนูว่าหนูกลับก่อนดีกว่า” วิรงรองว่าแล้วหันไปพยักพเยิดกับอดิศวร์ซึ่งพยักหน้าตอบ

“อย่าให้มีเรื่องกันเพราะผมกับวิรงรองเลยครับ”

พิณทองขอโทษอดิศวร์กับวิรงรองแทนแม่ของเธอด้วย แล้วชวนพ่อออกไปส่งทั้งคู่ที่รถ...
Arit
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
 
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ขอบคุณคุณ ART มากค่ะ ที่เสียสละพิมพ์ ให้พวกเราอ่าน ฟรีๆ นี้ซิ มีน้ำใจ ฟรีของแท้
5555555555555555
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ตอนที่ 13

ดึกสงัดคืนนั้น วิรงรองหลับสนิทอยู่ภายในห้องพักรับรองแขกของคุ้มภูไท มีเสียงท่านเจ้าคุณสรรักษ์ร้องเรียก “พลับพลึง” ดังมาจากใต้หน้าต่างห้อง เธอขยับตัวเมื่อเสียงเรียกนั้นกระชั้นขึ้น ก่อนจะพึมพำทั้งที่ตายังหลับว่าใครเรียก เสียงท่านเจ้าคุณยังคงดังอย่างต่อเนื่อง

“พลับพลึง...พลับพลึง”

วิรงรองเดินละเมอเดินไปที่หน้าต่างชะโงกหน้าออกไปอย่างหวาดเสียว พลัน ลานนาเปิดประตูเข้ามาร้องเรียกวิรงรองลั่น แล้วพุ่งมาคว้าตัวไว้ทัน เธอรู้สึกตัวลืมตามองเพื่อนรักอย่างงงๆ ลานนาเล่าเหตุการณ์ตอนที่มาเจอเธอเกือบจะร่วงลงจากหน้าต่างห้องให้ฟัง วิรงรองจำอะไรไม่ได้ แปลกใจมากเพราะปกติไม่ใช่เป็นคนนอนละเมอ แล้วฉุกคิดถึงเหตุการณ์ที่โดมทองขึ้นมา ลานนาเห็นเพื่อนนิ่งไปถามว่ามีอะไรหรือเปล่า

“เปล่า ไม่มีอะไร ลานนาไปนอนเถอะจ้ะ วิคงไม่กระโดดหน้าต่างลงไปหรอกน่า” วิรงรองว่าแล้วดันหลังลานนาออกจากห้อง ปิดประตูแล้วเดินกลับไปที่หน้าต่าง กวาดตามองไปเบื้องล่างไม่เห็นสิ่งผิดปกติ...

ระหว่างที่วิรงรองหวิดจะร่วงลงจากหน้าต่างห้องที่คุ้มภูไท อดิศวร์เพิ่งจะหลับไปได้สักครู่ เสียงเพลงนางครวญที่ดังมาจากห้องพักวิรงรองซึ่งอยู่ติดกัน ทำให้เขาลืมตาตื่นขึ้น เงี่ยหูฟังเสียงเพลงนั่นอีกครั้ง ก่อนจะลุกออกไปดู อดิศวร์รู้สึกได้ว่ามีบางอย่างเคลื่อนไหวภายในห้องพักของวิรงรอง เปิดประตูผลัวะเข้าไป พบแต่ความว่างเปล่า มีเพียงผ้าม่านเท่านั้นที่ไหวตามแรงลมพัด

“ใครมาเปิดหน้าต่าง” อดิศวร์เดินไปปิดหน้าต่างแล้วรูดม่าน มองสำรวจไปรอบห้องอีกครั้งก่อนออกไป

ooooooo

ท่านผู้หญิงสรรักษ์ลุกขึ้นแต่เช้าด้วยสีหน้าสดชื่นเป็นพิเศษ อุษายกอาหารเช้าเข้ามาให้ในห้องเหมือนเช่นเคย เห็นแสงแขกำลังประคองท่านมานั่งที่รถเข็น นิ่วหน้าสงสัยกำลังจะไปไหนกัน

“ฉันจะไปกินข้าวเช้ากับตาลบ...ยกกลับไป”

“คุณย่ามีความสุขมากกว่าทุกวันเลยค่ะ พี่อุษา” แสงแขพูดจบเข็นรถเข็นพาคุณย่าออกจากห้อง โดยมีอุษายกถาดอาหารตามไปอีกทอดหนึ่ง...

สักพักหนึ่ง แสงแขมาเคาะประตูห้องทำงานเรียกให้อดิศวร์ไปกินข้าว เขาตะโกนสวนออกมาว่ายังไม่หิวเธอแจ้งว่าเช้านี้คุณย่าจะมากินอาหารด้วย อดิศวร์

ขมวดคิ้วเล็กน้อยก่อนจะเดินมาเปิดประตูห้อง

“คุณย่ารออยู่ที่ห้องกินข้าวแล้วค่ะ เชิญคุณลบเลยค่ะ”

อดิศวร์อดแปลกใจไม่ได้ว่าคุณย่านึกอย่างไรถึงออกมากินข้าวที่ห้องอาหาร ยิ่งได้เห็นท่าทางสดชื่นผิดปกติของท่านก็ยิ่งประหลาดใจว่าเกิดอะไร ท่านผู้หญิงสรรักษ์รีบกวักมือเรียกหลานชายคนโปรดมานั่งร่วมโต๊ะด้วย สั่งให้แสงแขที่เดินตามต้อยๆไปนั่งข้างๆเขา แล้วเรียกอุษามานั่งข้างตัวเอง

“ลบ ถ้าคิดจะมีเมียล่ะก็หาคนที่มันคู่ควรเหมาะสมกับเราให้มากที่สุด ย่าอยากให้โดมทองเป็นอย่างที่เคยเป็น ไม่มีอะไรจะมาเปลี่ยนแปลงได้” ท่านผู้หญิงสรรักษ์ตาวาวเป็นประกาย แสงแขขยับจะอ้าปากพูดบางอย่าง แต่อุษาสะกิดห้ามไว้...

แสงแขรอจนท่านผู้หญิงสรรักษ์อยู่ในห้องของท่านเพียงลำพัง ตามมาตัดพ้อว่าทำไมตอนอยู่ที่โต๊ะอาหารถึงไม่บอกให้อดิศวร์แต่งงานกับตน ท่านอ้างว่าเป็นเพราะเขาไม่ได้รักแสงแข และยืนยันมาตลอดว่าเห็นเธอเป็นแค่น้องสาว แล้วจะให้ท่านทำอย่างไร

“แต่ตอนนั้น ตอนที่วิรงรองอยู่ คุณย่าไม่ได้พูดอย่างนี้นี่คะ”

“ตอนนั้นกับตอนนี้มันเหมือนกันเสียที่ไหน แกยังพูดเองเลยว่าตอนที่นางพลับพลึงมันยังอยู่...แต่ตอนนี้มันไม่อยู่แล้ว และฉันก็ไม่อยากให้แกเป็นเมียตาลบนักหรอก แต่ถ้าเทียบกับนังพลับพลึง แกยังมีภาษีกว่ามัน ฉันพอจะกล้อมแกล้มฝืนใจยอมรับได้” ท่านผู้หญิงสรรักษ์ยิ้มเจ้าเล่ห์

“แล้วถ้านังนั่นมันกลับมาใหม่ล่ะคะ”

“นังหน้าโง่ มันไม่กลับมาหรอก มันไม่มีวันกลับมาอีกแล้ว ไสหัวไป” ท่านผู้หญิงสรรักษ์พูดพลางโบกมือโบกไม้ประกอบ แสงแขกัดปากแน่นด้วยความแค้นใจ...

ขณะที่แสงแขเพิ่งรู้ตัวว่าตกเป็นเหยื่อให้คุณย่าหลอกใช้ วิรงรองกลับถึงบ้านโผกอดแม่ร้องห่มร้องไห้ปรางพยายามซักว่าเป็นอะไรก็ไม่ยอมบอก

“เอาเถอะไม่สบายใจก็ยังไม่ต้องเล่า...นี่คุณกำลังจะออกไปข้างนอก ไปด้วยกันไหมลูก เดินดูอะไรต่อมิอะไรให้มันสบายใจ”

“หนูเหนื่อยค่ะ คุณไปคนเดียวได้ไหมคะ”

“ทำไมจะไม่ได้ แม่หนูขึ้นไปพักเถอะ เดี๋ยวคุณจะซื้อขนมหวานมาให้” ปรางหอมหน้าผากลูกอย่างรักใคร่ แต่ในใจอดเป็นกังวลไม่ได้...

ระหว่างที่วิรงรองกำลังจัดข้าวของให้เข้าที่ ลานนาโทร.มาถามว่าเป็นอย่างไรบ้าง ภูไทฝากความห่วงใยมาให้ด้วย คนที่ถูกอ้างชื่อถึงกับสะดุ้งเพราะไม่รู้เรื่องด้วย พันธ์สูรย์ซึ่งนั่งอ่านเอกสารอยู่ใกล้ๆมองเขายิ้มๆ

“พักผ่อนให้สบายนะจ๊ะ เย็นๆ จะโทร.ไปหาใหม่”

ทันทีที่ลานนาวางสาย ภูไทเอ็ดลั่นว่าทำไมไปบอกวิรงรองแบบนั้น ลานนารู้ใจพี่ชายดีว่าอยากจะบอกด้วยตัวเองแต่ไม่กล้าก็เลยอาสาทำหน้าที่แทนให้ เขาตำหนิว่าพูดแบบนั้นมันไม่ดี ลานนากับพันธ์สูรย์เห็นตรงกันว่าไม่ดีตรงไหน ตอนนี้วิรงรองเป็นอิสระแล้ว ภูไทควรจะเดินหน้าจีบให้เต็มที่ มัวแต่เงื้อง่าจะถูก

อนิรุทธิ์ตัดหน้าไปเสียก่อน เขาทำไม่รู้ไม่ชี้หยิบใบสั่งสินค้าขึ้นมาอ่านแก้เขิน

“เมื่อวานมีออเดอร์กล้วยไม้จากโรงแรมศศิธารา นายเห็นหรือยัง”

“ผมอ่านหมดแล้วครับ อ่านก่อนเจ้าอีก งานนี้เราต้องเอาไปส่งที่กรุงเทพฯ เป็นโอกาสดีที่เจ้าจะได้ไปเยี่ยมคุณวิรงรองเสียเลย อย่าปล่อยให้คุณอดิศวร์พาเธอกลับโดมทองได้อีกเด็ดขาด” พันธ์สูรย์สีหน้าจริงจัง ขณะที่ภูไททำหูทวนลม ก้มหน้าก้มตาอ่านใบสั่งสินค้าราวกับไม่เคยเห็นมาก่อน...

เมื่อได้อยู่เพียงลำพังกับน้องสาว ภูไทขอร้องให้เลิกจับคู่เขากับวิรงรองได้แล้ว เขารู้แก่ใจดีว่าเธอไม่ได้รักไม่ได้มีใจให้ ลานนายังยอมแพ้ ถึงวันนี้วิรงรองจะไม่รักแต่วันหน้ายังมี

“ไม่มีทาง ไม่รักก็คือไม่รัก” ภูไทเหมือนจะทำใจยอมรับกับความอกหักได้

ooooooo

แม้จะออกจากโดมทองมาแล้วแต่วิญญาณของท่านเจ้าคุณสรรักษ์และคุณพลับพลึงยังตามวิรงรองมาถึงกรุงเทพฯ ขณะงีบหลับเพราะเหน็ดเหนื่อยจากการเดินทาง ในฝันของเธอยังได้ยินเสียงเพลงนางครวญดังมาจากห้องใต้โดม เสียงคุณพลับพลึงเรียกหาวิรงรองดังขึ้น เจ้าตัวนอนกระสับกระส่ายพึมพำว่าใครเรียก

“วิรงรอง...วิรงรอง”

เสียงแหบโหยจากที่แสนไกลดังอย่างต่อเนื่อง พร้อมกับประตูโรงเก็บม้าหลังเก่าเปิดออก วิรงรองเห็นตัวเองเดินเข้าไปข้างใน มีร่างทะมึนของใครบางคนยืนหันหลังอยู่ในมุมมืด เธอร้องถามว่านั่นใคร ร่างนั้นยืนนิ่งไม่ขยับเขยื้อน วิรงรองเดินเข้าไปหา ร่างนั้นหันมาช้าๆ เธอถึงกับผงะร้องลั่นเมื่อเห็นหน้าท่านเจ้าคุณสรรักษ์ ตกใจตื่นลุกพรวดขึ้นนั่ง มองไปรอบๆถึงได้รู้ว่าตัวเองฝันไป บ่นพึมพำว่าไม่มีวันหนีโดมทองพ้นเลยหรือ...

วิรงรองอยากหาอะไรทำเพื่อจะได้ไม่ฟุ้งซ่าน จึงโทร.นัดอนิรุทธิ์ให้มารับเธอกับแม่ไปกินมื้อเย็นด้วยกันบังเอิญอย่างเหลือเชื่อที่ทั้งสามคนไปกินข้าวร้านเดียวกันกับที่พิณทองมากินข้าวกับเพื่อนๆ ยิ่งเห็นอนิรุทธิ์คอยบริการตักอาหารให้สองแม่ลูกด้วยท่าทางสนิทสนม พิณทองมองอย่างสบายใจ...

นายสมรายงานเรื่องที่ท่านผู้หญิงสรรักษ์สั่งให้เผาทุ่งพลับพลึงเสร็จพอดีตอนที่พิณทองโทรศัพท์มาหาอดิศวร์ เล่าให้ฟังว่าเมื่อตอนหัวค่ำไปกินข้าวกับเพื่อนๆมา เจอคู่หมั่นของเขาไปกินข้าวกับแม่และเพื่อนผู้ชายที่เคยไปงานเลี้ยงที่โดมทอง อดิศวร์ถึงกับอึ้งพูดอะไรไม่ออก พิณทองเห็นเขาเงียบไปก็ร้องทัก เขาถึงได้สติ

“เอ่อ...วิรงรองกลับไปเยี่ยมคุณแม่”

“แล้วทำไมนายคนนั้นต้องไปด้วยล่ะคะ อย่าหาว่า พิณยุเลยนะคะ เอาอกเอาใจคุณวิรงรองจนออกนอกหน้า น้าลบต้องระวังให้ดีเลย พิณโทร.มาเตือนแค่นี้แหละค่ะ สวัสดีนะคะ”

อดิศวร์วางสายสีหน้าหงุดหงิด นั่งข่มอารมณ์หึงหวงอยู่พักใหญ่กว่าจะทำใจให้สงบได้ จากนั้น เขาแวะไปหาคุณย่าที่ห้อง เพื่อสอบถามว่าสั่งการให้นายสมไป

เผาทุ่งพลับพลึงหรือ ท่านผู้หญิงสรรักษ์หน้าเครียดขึ้นมาทันที ด่านายสมว่าสาระแนเอาเรื่องนี้ไปฟ้องอดิศวร์ ท่าทางจะให้อยู่ที่นี่ไม่ได้เสียแล้ว

“นายสมไม่ได้บอกหรอกครับ แต่ผมเห็นเอง...มาถึงวันนี้แล้ว ผมอยากให้คุณย่าปล่อยวางและให้อภัยคุณปู่ท่านก็เสียไปนานมากแล้ว คุณย่าน้อยก็หายสาบสูญ ทุกคนที่ทำให้คุณย่าเจ็บช้ำน้ำใจต่างก็ล้มหายตายจากไปหมด ไม่มีใครรู้หรอกว่าคุณย่าจงเกลียดจงชังพวกเขาขนาดไหน”

“รู้ ทำไมพวกมันจะไม่รู้ วิญญาณของพวกมันก็อยู่อย่างทุกข์ทรมานเหมือนกัน ย่าขังพวกมันด้วยความแค้นของย่า” ท่านผู้หญิงสรรักษ์เข่นเขี้ยว อดิศวร์ขอให้ท่านปลงเสียบ้าง เคียดแค้นไปก็ยิ่งเผาใจตัวเองทำให้ไม่มีความสุข ท่านผู้หญิงสรรักษ์ไม่พอใจมาก ไล่เขาไปให้พ้นหน้า และไม่ต้องให้ใครมาอยู่เป็นเพื่อน ท่านอยากอยู่คนเดียว อดิศวร์บีบมือท่านเบาๆแล้วลุกออกไป...

ฝันร้ายยังคงตามมาหลอนวิรงรองให้หลับไม่เป็นสุข ครั้งนี้เธอฝันเห็นตัวเองเป็นคุณพลับพลึงกำลังสีซอสามสายเพลงนางครวญอยู่ในห้องพักที่โดมทอง โดยมีท่านเจ้าคุณสรรักษ์ยืนมองมาด้วยสายตาเปี่ยมไปด้วยความรัก ทันใดนั้นมีเสียงท่านผู้หญิงสรรักษ์ตะโกนเรียก “อีพลับพลึง” ลั่น ก่อนจะกระชากตัวเธอมาเฆี่ยนด้วยหวายไม่ยั้ง จนกรีดร้องด้วยความเจ็บปวด

วิรงรองตกใจตื่นร้องลั่น มือปัดตามเนื้อตัวบริเวณที่ถูกเฆี่ยนในฝัน แต่แล้วก็ถอนใจโล่งอก เมื่อเห็นเนื้อตัวของตัวเองไม่ได้มีร่องรอยหวายแม้แต่น้อย

ooooooo

เช้าวันถัดมา วิรงรองต้องแปลกใจเมื่ออดิศวร์มาหาที่บ้าน อ้างว่ายังคาใจเรื่องที่เธอถึงตัดสินใจทิ้งโดมทองมา ถ้าเธอมีเหตุผลพอ เขาจะไม่รบกวนอีกเลย

“ทุกอย่างคุณเองก็รู้อยู่แก่ใจ”

อดิศวร์ยังไม่ทันจะอ้าปากพูดอะไร ปรางเดินออกมาเสียก่อน วิรงรองทนเห็นหน้าเขาต่อไปไม่ไหวฝากแม่ดูแลเขาแทนเธอด้วยแล้ววิ่งขึ้นห้องไปเลย ปรางจะทักท้วงก็ไม่ทัน ขอโทษอดิศวร์แทนลูกสาวของตนด้วย แล้วสั่งให้เด็กรับใช้จัดอาหารเช้าเพิ่มอีกหนึ่งที่ อดิศวร์ไม่อยากให้ต้องลำบาก เดี๋ยวเขาไปหาอะไรกินข้างทางได้

“ไม่ได้ค่ะ แม่หนูไปอยู่ที่โดมทองมาตั้งนานแล้วคุณอดิศวร์ก็ช่วยดูแลอย่างดี”

“ผมคงดูแลไม่ค่อยดีนัก เธอถึงได้หนีกลับมา” อดิศวร์หน้าหมองลงทันที ปรางอดถามไม่ได้ว่ามีเรื่องอะไรกัน ถามลูกก็ไม่ยอมเล่าให้ฟัง อดิศวร์เองก็ไม่รู้เหมือนกัน อยู่ดีๆวิรงรองก็ตัดสินใจกลับบ้าน

“ถ้าอยู่ดี แกคงไม่กลับหรอกค่ะ ดิฉันว่าน่าจะอยู่ไม่ค่อยดีเสียมากกว่า” ปรางตำหนิกลายๆ แล้วขอตัวขึ้นไปตามลูกให้ เธอหายขึ้นไปสักพัก ลงมาแจ้งว่าวิรงรองไม่อยากพบ

“ไม่เป็นไรครับ ในเมื่อเธอไม่อยากพบ ผมก็จะกลับ”

“งั้นกินข้าวด้วยกันก่อนเถอะค่ะ เด็กน่าจะเตรียมเสร็จเรียบร้อยแล้ว” ปรางพูดจบ เดินนำอดิศวร์ไปยังห้องอาหาร...

ในเวลาเดียวกัน ท่านผู้หญิงสรรักษ์มาที่ห้องกินข้าวไม่เจอหลานชายอยู่ที่นั่นก็ถามหา อุษาได้แต่อ้ำๆอึ้งๆไม่กล้าตอบ แสงแขรีบฟ้องว่าอดิศวร์ไปธุระที่กรุงเทพฯ

“คงไปหานังนั่นละสิ...เหมือนกันไม่มีผิด” ท่านผู้หญิงสรรักษ์พาลด่าไปถึงท่านเจ้าคุณผู้เป็นสามี แล้วสั่งให้อุษาโทร.ไปถามคุณหญิงแก้วว่าอดิศวร์แวะไปที่บ้านนั้นหรือเปล่า แสงแขไวกว่าแย่งเบอร์ไปโทร.เอง คุณหญิงแก้วไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเขามากรุงเทพฯ แต่จะถามพิณทองดู เพราะสองน้าหลานสนิทกัน

“หนูแขมีเบอร์หนูพิณหรือเปล่าล่ะจ๊ะ หรือว่าจะให้น้าโทร.ให้”

“แขขอรบกวนคุณน้าให้ช่วยถามด้วยก็แล้วกันเพราะคุณย่าเป็นห่วงกลัวว่าจะไปตามง้อแม่วิรงรองน่ะค่ะ”

“วิรงรองกลับมากรุงเทพฯ แล้วหรือจ๊ะ” คุณหญิงแก้วน้ำเสียงตื่นเต้น ยิ่งได้รู้ว่าวิรงรองถอนหมั้นอดิศวร์ถึงกับยิ้มสะใจที่แผนสร้างความร้าวฉานสำเร็จด้วยดี...

หลังจากกินมื้อเช้าเสร็จ ปรางออกมาส่งอดิศวร์ที่รถ รับปากว่าจะสอบถามสาเหตุที่วิรงรองถอนหมั้นให้ เขายกมือไหว้ขอบคุณล่วงหน้า ก่อนจะขึ้นรถขับออกไป โดยมีสายตาของวิรงรองมองตามจนรถของอดิศวร์ลับ

สายตา ครู่ต่อมา ปรางขึ้นไปต่อว่าวิรงรองว่าทำไมทำตัวเป็น เด็กๆหนีมาโดยไม่มีเหตุผล แล้วสั่งให้เล่ามาว่ามีเรื่องอะไรกันแน่ วิรงรองขยับจะทักท้วง ปรางชิงพูดตัดหน้าเสียก่อน

“ไม่ต้องมาอ้างโน่นอ้างนี่ เล่ามาให้หมดเดี๋ยวนี้” ปรางเสียงเข้ม

ooooooo

คุณหญิงแก้วทนเก็บเรื่องสะใจไว้คนเดียวไม่ไหวรีบโทร.ตามเพื่อนรักเพื่อนซี้มาที่บ้านให้มารับรู้ด้วย ต่างเป็นปลื้มที่แผนการตามจองล้างจองผลาญประสบผลสำเร็จ แต่คุณหญิงวัชรีอดเป็นกังวลไม่ได้ พิชญ์อาจจะกลับไปหาวิรงรองอีก เพราะตอนนี้กำลังระหองระแหงกับพิณทองอยู่

“ขอบอกก่อนว่าพี่ไม่รับมันเป็นสะใภ้แน่ ให้มันได้กับคุณลบไปก็ยังดีกว่าได้กับพิชญ์”

“แหมคุณพี่ขา ก็เราตกลงกันแล้วไงคะว่าจะตามผจญจนมันทนไม่ได้ ถ้าถึงที่สุดแล้วก็ไปลงพวกข่าวสังคมเลย น้องมีพรรคพวกเยอะแยะ ว่าแต่ตอนนี้ตาพิชญ์ยังไม่รู้ใช่ไหมคะ”

คุณหญิงวัชรีส่ายหน้า จะให้พิชญ์รู้ไม่ได้เด็ดขาด...

ทางด้านปรางไม่เชื่อว่าอดิศวร์จะเป็นอย่างที่

วิรงรองกล่าวหาเพราะดูท่าแล้วไม่ใช่คนเหลาะแหละ

วิรงรองยืนยันว่าเขาเป็นคนอย่างนั้นจริงๆขนาดวางแผนดึงเธอไปอยู่โดมทองเพื่อกันให้ห่างจากพิชญ์ยังทำได้แนบเนียนมาแล้ว ดังนั้นเรื่องประกาศหมั้นหลอกๆก็คงไม่เกินความสามารถ ปรางจะลองสอบถามอดิศวร์ให้

“เขาก็ต้องปฏิเสธ คนอย่างเขาไม่มีทางยอมรับให้เสียหน้าหรอกค่ะ”

ในเมื่อวิรงรองปักใจเชื่อเสียแล้ว ปรางจำต้องปล่อยเลยตามเลย...

ฝ่ายอดิศวร์ไม่รู้จะทำอย่างไรต่อไปดี นึกถึงหลานรักขึ้นมาได้โทร.นัดให้มาเจอที่ร้านกาแฟแห่งหนึ่งเพื่อปรับทุกข์ด้วย พิณทองอาสาจะไปอธิบายให้วิรงรองเข้าใจเอง เพราะตนก็มีส่วนต้องรับผิดชอบที่เอาเรื่องของอดิศวร์กับวิรงรองไปพูดให้แม่ฟัง อดิศวร์บอกปัดทันทีว่าไม่ต้อง คนเราถ้าจะอยู่ด้วยกันต้องมีความหนักแน่น

“แต่ก็นั่นล่ะ เธอไม่ได้อยากอยู่กับน้า เธอหาเรื่องออกจากโดมทองตลอดเวลา...แล้วเรื่องของคุณพิณล่ะ”

“ก็ทรงๆอยู่ค่ะ ไม่ได้ถึงกับทรุดแต่ก็ไม่ดีขึ้น พิณเฉยๆแล้วค่ะ ไม่อยากใช้ทะเบียนสมรสดึงเขาไว้กับตัวเอง” พิณทองพูดจบ เสยกกาแฟขึ้นจิบเพื่อปกปิดความเศร้า แต่ไม่พ้นสายตาของอดิศวร์...

พิณทองมั่นใจว่าแม่ของตัวเองมีส่วนเกี่ยวข้องกับการที่วิรงรองถอนหมั้นอดิศวร์และหนีกลับกรุงเทพฯทั้งๆที่ทั้งคู่เพิ่งจะปรับความเข้าใจกันได้ แม้แม่จะปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา แต่เธอรู้สึกว่าตัวเองมีส่วนต้องรับผิดชอบจึงตัดสินใจไปหาวิรงรองที่บ้าน สารภาพว่าเธอเป็นต้นเหตุทำให้วิรงรองกับน้าลบเข้าใจผิดกัน

“น้าลบโทร.คุยกับพิณเรื่องที่กำลังเข้าใจกันดีกับคุณวิ พิณยังบอกว่าพิณจะเลี้ยงแสดงความยินดีให้หลังจากนั้นพิณก็เล่าให้คุณแม่ฟัง เรื่องมันน่าจะเริ่มจากตรงนี้...”

“แต่คุณแม่คุณพิณทราบเบอร์โทรศัพท์ของดิฉัน”

“คุณแม่อาจจะเปิดดูในเครื่องของคุณพ่อก็ได้ เชื่อพิณเถอะค่ะน้าลบเป็นคนดีแล้วก็รักคุณวิมาก พิณขอยืนยันว่าน้าลบไม่รู้เรื่องท่ีพิณมาที่นี่ ขนาดตอนแรกพิณบอกว่าจะมาอธิบายให้คุณฟัง น้าลบยังห้ามเลย”

“เขาคงคิดว่าเข้าใจอย่างนั้นก็ดีแล้วมั้งคะ” วิรงรองว่าประชด พิณทองรับรองว่าอดิศวร์ไม่ใช่คนแบบนั้นและที่เธอมาพูดให้ทั้งคู่คืนดีกันก็ไม่ใช่ทำเพื่อกันพิชญ์ออกไปเช่นกัน เธอกำลังจะหย่ากับเขา แต่ถ้าวิรงรองยังรักพิชญ์อยู่ เธอก็จะไม่โกรธเหมือนกันที่วิรงรองจะกลับไปคบกับเขา วิรงรองยืนกรานไม่มีวันจะเป็นเช่นนั้น

“พิณพูดความจริง”

“ดิฉันก็พูดความจริงเช่นกัน” สองสาวสบตากันต่างยิ้มให้กันด้วยมิตรไมตรีที่ดี

ooooooo

ขณะที่อดิศวร์กำลังเลี้ยวรถเข้าไปจอดใต้ถุนคอนโดฯที่พักของตัว มีเสียงมือถือของเขาดังขึ้น เขาเห็นชื่อวิรงรองที่หน้าจอมือถือรีบกดรับสายด้วยความดีใจ

“ดิฉันขอโทษที่เข้าใจผิดค่ะ” วิรงรองพูดแค่นั้นแล้วปิดเครื่องทันที อดิศวร์โทร.กลับไป มีเพียงเสียงตอบรับอัตโนมัติ จึงรีบขับรถไปหาวิรงรองที่บ้านทันที...

ด้านพิณทองกลับถึงบ้านอย่างไม่ค่อยสบายใจนัก บ่นให้พ่อของเธอฟังว่าไม่แน่ใจตัวเองเหมือนกันว่าทำถูกหรือเปล่าที่ไปหาวิรงรอง เพราะอาจทำให้อดิศวร์ตำหนิมาถึงแม่ของเธอได้ รัฐมนตรีพจน์โทษว่าเป็นเพราะคุณหญิงแก้วทำตัวเอง คนเขารักกันอยู่ดีๆก็ไปสร้างเรื่องให้พวกเขาผิดใจกัน

“ไม่ต้องคิดมาก พ่อขอคอนเฟิร์มว่าหนูทำถูกแล้ว” รัฐมนตรีพจน์ว่าพลางลูบหัวลูกอย่างให้กำลังใจ...

ไม่นานนัก อดิศวร์มาถึงบ้านวิรงรอง ในเมื่อฝ่ายหญิงเปิดทางให้ง้อแล้ว เขาไม่รอช้าถามเธอว่าจะกลับโดมทองเมื่อไหร่ ที่นั่นรอเธออยู่

“ไม่จริงมั้งคะ”

“เธอไม่อยากรู้ความลับในโดมทองอีกแล้วหรือ กลับไปด้วยกันเถอะ แล้วคราวนี้ฉันจะช่วยเธอเอง” อดิศวร์สบตาวิรงรองนิ่งเพื่อยืนยันคำพูดของตัวเอง...

ระหว่างขับรถกลับคอนโดฯที่พัก อดิศวร์โทร.แจ้งข่าวดีให้พิณทองรู้เป็นคนแรก เธอดีใจกับเขาด้วยที่วิรงรองยอมกลับโดมทอง แล้วถามว่าเมื่อไหร่เขาถึงจะให้เธอเลี้ยงแสดงความยินดี

“เอาไว้น้าลบจะบอก ขอบใจคุณพิณมาก”

“ไม่เป็นไรค่ะ พิณเต็มใจช่วยอยู่แล้ว...กู๊ดไนต์ค่ะ” พิณทองวางสายอย่างโล่งใจ...

ทางฝ่ายวิรงรองนอนไม่หลับ เดินกลับไปกลับมาอยู่ในห้องตัวเองหลายตลบคิดหาทางช่วยเหลือพิณทองตอบแทนที่ช่วยให้เธอกับอดิศวร์ปรับความเข้าใจกันได้ ตัดสินใจหยิบโทรศัพท์บ้านที่วางอยู่ใกล้ๆมือขึ้นมาโทร.หาพิชญ์ซึ่งนั่งใจลอยอยู่หน้าจอทีวีเขาปล่อยให้เสียงเรียกเข้าดังอยู่สักพักจึงหยิบมือถือขึ้นมาดู รีบรับสายด้วยความตื่นเต้นดีใจ วิรงรองขอโทษเขาด้วยที่โทร.มาดึกๆดื่นๆ

“ไม่เป็นไร ผมดีใจที่พลับพลึงโทร.มา ดีใจที่สุดเลย นี่...พลับพลึงกลับมาอยู่ที่บ้านตั้งแต่เมื่อไหร่ คุณจะไม่กลับไปโดมทองอีกแล้วใช่ไหม...” พิชญ์ถามเป็นชุด

“จะกลับพรุ่งนี้เย็นจ้ะ...พรุ่งนี้เช้า พิชญ์มาที่บ้านพลับพลึงหน่อยได้ไหม”

ooooooo

แม้จะเจ็บปวดใจเพียงใด แต่พิชญ์ก็มาหาวิรงรองตามนัด หญิงสาวระมัดระวังคำพูดเพื่อไม่ให้เขาเข้าใจผิดว่าเธอยังมีใจให้ กระทั่งสรรพนามแทนตัวเอง ที่เคยใช้ว่า “พลับพลึง” เธอก็เลี่ยงไปใช้คำว่า “ฉัน” แทนที่จนพิชญ์มีเคือง วิรงรองรีบพูดเข้าประเด็นให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้

“ฉันอยากจะคุยกับพิชญ์เรื่องคุณพิณทอง”

“ไม่จำเป็น ผมไม่ได้รักพิณ ผมแต่งงานกับพิณก็เพราะถูกคุณแม่บังคับ”

“แล้วพิชญ์ก็แต่ง...แต่งแล้วพิชญ์ก็ทำให้คุณพิณเจ็บช้ำน้ำใจทั้งที่คุณพิณทองไม่ได้มารับรู้อะไรด้วยเลย

ฉันอยากให้พิชญ์คิดดูดีๆ ถ้าพิชญ์รู้ว่าการแต่งงานจะไปไม่รอด พิชญ์ก็ไม่ควรยอมทำตามคุณแม่ตั้งแต่แรก เพราะคนที่เสียหายที่สุดคือคุณพิณทอง มันไม่ยุติธรรมกับเธอ”

“พิณก็ต้องทำตามที่คุณแม่ของเธอบังคับเหมือนกัน”

“เชื่อสิ ถ้าพิชญ์บอกว่าพิชญ์มีคนรักอยู่แล้วยังไง คุณพิณทองก็ไม่ยอมแต่งด้วย แต่นี่พิชญ์ไม่ได้บอกเธอจริงไหม เพราะฉะนั้นพิชญ์ก็ควรจะรับผิดชอบ...คุณพิณทองเป็นผู้หญิงที่เพียบพร้อม แล้วเธอก็รักคุณมาก”

“เพราะคุณหมดรักผมแล้วใช่ไหมล่ะ ถึงได้เชียร์คนอื่น” พิชญ์ไม่วายตัดพ้อ

“เธอเป็นภรรยาคุณไม่ใช่คนอื่นซึ่งนั่นสำคัญที่สุด คุณเป็นคนตัดสินใจเอง แล้วฉันก็คิดว่าคุณตัดสินใจถูก

แล้วขอให้พิชญ์โชคดีนะคะ” วิรงรองหวังลึกๆ ว่าคำพูดของตัวเองจะทำให้พิชญ์ได้คิด...

ขณะที่วิรงรองพยายามช่วยชีวิตสมรสของพิชญ์กับพิณทอง ท่านผู้หญิงสรรักษ์รู้ดีว่าแสงแขไม่อาจผูกมัดใจอดิศวร์ได้ จึงเบนเข็มไปหาอุษา ถามหยั่งเชิงว่ารักอดิศวร์บ้างไหม เธอรักและเคารพเขาเหมือนพี่ชายไม่เคยคิดเป็นอื่น ท่านหาว่าอุษาใฝ่ต่ำเฝ้าแต่หลงรักพันธ์สูรย์ถึงไม่สนใจหลานชายของท่าน อุษาไม่โต้ตอบอะไร หยิบแก้วใส่ยาก่อนนอนยื่นให้ ท่านผู้หญิงสรรักษ์ปัดกระเด็น หาว่าเธอจะวางยาพิษ

“นี่เป็นยาที่คุณย่ากินเป็นประจำนะคะ”

“ใครจะไปรู้ว่าแกหรือนังแสงแขจะเอายาพิษมาเปลี่ยนให้เมื่อไหร่”

อุษาถึงกับน้ำตาคลอเบ้าที่ถูกมองในแง่ร้าย ยืนยันว่าเธอกับน้องไม่มีวันทำอย่างนั้นต่อผู้มีพระคุณอย่างคุณย่าเด็ดขาด ท่านไม่เชื่อ และไม่ไว้ใจใครหน้าไหนทั้งนั้น แล้วพาลไล่ตะเพิดอุษาไปให้พ้นหน้า

ooooooo

ไฟแค้นที่สุมอกทำให้ท่านผู้หญิงสรรักษ์นอนหลับไม่สนิทเหมือนเช่นเคย ฝันร้ายว่ามีเสียงคนเดินลากโซ่ตรวนมาหยุดหน้าห้อง ท่านลืมตาตื่น เงี่ยหูฟัง เสียงลากโซ่ตรวนค่อยๆ เดินผ่านเลยไป ตัดสินใจออกไปดูเห็นหลังใครไวๆ กำลังเลี้ยวมุมตึก รีบเดินตามจนกระทั่งร่างนั้นเข้าไปในห้องพักของวิรงรอง

ท่านผู้หญิงสรรักษ์สาวเท้าตามเข้าไป แต่ต้องผงะเมื่อเห็นว่านั่นคือร่างของผีพลับพลึง

“คุณพี่...คุณพี่กำลังจะพ่ายแพ้” เสียงผีพลับพลึงแหบโหยหวนชวนขนหัวลุก

“ไม่มีวัน ไปให้พ้น นังผีบ้า ออกไปจากบ้านฉัน” ท่านผู้หญิงสรรักษ์ตะเพิดจบหันหลังจะออกจากห้อง ผีพลับพลึงปรากฏตัวขึ้นตรงหน้าอีก

“ดิฉันไปไหนไม่ได้ คุณพี่ก็รู้ว่าดิฉันไปไหนไม่ได้...ไปไม่ได้” เสียงโหยหวนนั้นทำให้ท่านผู้หญิง

สรรักษ์สะดุ้งตื่น เจออุไรซึ่งยื่นหน้าเข้ามาดูเพราะเห็นท่านละเมอร้องเอะอะ ท่านถีบโครมเพราะคิดว่าเป็นผีพลับพลึง

อุไรถึงกับหงายหลังตึง “ท่านผู้หญิงขา นี่อุไรเองค่ะ”

ท่านผู้หญิงสรรักษ์รู้สึกตัว เหลียวมองไปรอบๆ ตะโกนโหวกเหวกว่าผีพลับพลึงหายไปไหน อุไรกลัว

ลนลานหลับหูหลับตาโดดกอดท่านไว้แน่น ท่านผู้หญิงสรรักษ์ดิ้นหลุด ถีบซ้ำอีกโครมแล้วสั่งให้เงียบ

“นังพิศหรือ” ท่านผู้หญิงสรรักษ์ว่าพลางมองไปยังมุมมืดของห้อง อุไรกลัวจัดรีบคลานกลับที่นอนตัวเองดึงผ้ามาคลุมโปง พลันมีเงาดำๆ ของพิศปรากฏขึ้น ท่านต่อว่ายกใหญ่ว่าทำไมปล่อยให้ผีพลับพลึงมาหลอกท่าน

“ท่านเจ้าขา ปล่อยบ่าวไปเถิดเจ้าค่ะ”

“เอ็งยังไปไหนไม่ได้ เอ็งต้องช่วยข้าไล่นังพลับพลึงไป มันคอยมารบกวนข้าแทบทุกคืน”

พิศพยายามจะขอร้องให้ท่านผู้หญิงสรรักษ์ปล่อยให้ตนไปผุดไปเกิด แต่ท่านไม่ฟัง หนำซ้ำยังสั่งให้หุบปาก และทำหน้าที่ของตัวเองต่อไป จากนั้น ท่านเอนตัวลงนอน ทุกอย่างกลับเข้าสู่ความเงียบ อุไรค่อยๆเปิดผ้าคลุมโปงแค่ลูกตาออกมาดู ต้องตกใจแทบสิ้นสติเมื่อเห็นพิศบิดคอมามอง เธอรีบคลุมโปงอย่างเดิม

ooooooo

อุไรทนหวาดกลัวต่อไปไม่ไหว ระหว่างช่วยอุษาเตรียมอาหารเช้าให้ท่านผู้หญิงสรรักษ์ จึงขออนุญาตเธอไม่นอนเฝ้าท่านอีกแล้ว เมื่อคืนนี้จะเป็นครั้งสุดท้าย เจ้านายสาวพอจะเดาเหตุการณ์ออกถามว่าอีกแล้วหรือ

“ค่ะ เห็นจะจะเป็นครั้งที่สองที่สามแล้วมั้งคะ แล้วอุไรก็ไม่ได้ฝันด้วย โธ่ พูดแล้วยังขนหัวลุกอยู่เลย”

“เอาเถอะ คืนนี้ฉันจะไปนอนเฝ้าเอง แล้วอย่าไปเล่าให้ใครฟังล่ะ เดี๋ยวจะกลัวกันหมด”

“ค่ะ...เอ่อ...คุณอุษาจำได้ไหมคะที่คุณวิเห็นผู้หญิงแต่งตัวเหมือนคนโบราณมายืนมองเธอ อุไรว่าต้องเป็นคนเดียวกันแน่ๆเลยค่ะ” อุไรขนลุกซู่ เหลียวซ้ายแลขวาสีหน้าหวาดๆ...

ทางฝ่ายวิรงรองกับอดิศวร์วางแผนจะกลับโดมทองตั้งแต่ตอนเย็นเมื่อวาน แต่ติดขัดบางอย่างจึงเลื่อนมากลับวันนี้แทน พอเห็นยังมีเวลาเหลือ พากันแวะมาหาพิณทองที่บ้าน ทั้งรัฐมนตรีพจน์และพิณทองต้อนรับขับสู้อย่างดีชวนให้กินมื้อเช้าด้วยกัน แต่คุณหญิงแก้วกลับเป็นตรงกันข้ามหมดอารมณ์จะกินข้าวทันทีที่เห็นหน้า

วิรงรอง ลุกหนีไปหน้าตาเฉย รัฐมนตรีจะตามไปต่อว่าแต่วิรงรองเรียกไว้

“คุณลุงคะ หนูว่าหนูกลับก่อนดีกว่า” วิรงรองว่าแล้วหันไปพยักพเยิดกับอดิศวร์ซึ่งพยักหน้าตอบ

“อย่าให้มีเรื่องกันเพราะผมกับวิรงรองเลยครับ”

พิณทองขอโทษอดิศวร์กับวิรงรองแทนแม่ของเธอด้วย แล้วชวนพ่อออกไปส่งทั้งคู่ที่รถ...

ขณะที่คุณหญิงแก้วกำลังโทร.ไปฟ้องคุณหญิงวัชรีเรื่องที่อดิศวร์พาวิรงรองมาที่บ้านของเธอ ใส่สีตีไข่ว่าแม่นั่นทำระริกระรี้ใส่อดิศวร์ตลอดเวลา ไม่ทันเห็นว่ารัฐมนตรีพจน์ยืนกอดอกฟังอยู่ด้านหลัง

“ไอ้ที่เจ็บใจสุดๆก็คือทั้งลูกทั้งผัวน้องก็พลอยเป็นไปด้วยคะคุณพี่ ทำอี๋อ๋อ...” เสียงกระแอมของรัฐมนตรีพจน์ทำให้คุณหญิงแก้วถึงกับหยุดกึกหันขวับมามอง “แค่นี้ก่อนนะคะคุณพี่ ได้เวลาทะเลาะกับสามีแล้ว” คุณหญิงแก้ววางสาย ยังไม่ทันจะอ้าปากต่อว่าอะไร รัฐมนตรีพจน์ชิงพูดขึ้นเสียก่อน

“ผมไปอี๋อ๋อกับหนูวิตอนไหน แล้วผมก็ไม่เห็นเธอทำระริกระรี้อะไรกับคุณลบด้วย แล้วไอ้กิริยาอี๋อ๋อน่ะตั้งแต่จำความได้ ผมก็ไม่เคยทำกับใคร”

คุณหญิงแก้วตำหนิสามีตัวเองว่าเป็นพ่อแบบไหนถึงได้ไปเข้าข้างผู้หญิงที่จะมาแย่งสามีของลูก รัฐมนตรีพจน์ไม่ได้เข้าข้างใคร ที่สำคัญตั้งแต่พิชญ์แต่งงานกับพิณทอง เขาไม่เคยเห็นวิรงรองมายุ่งเกี่ยวอะไรกับพิชญ์แม้แต่ครั้งเดียว และอีกไม่นานเธอก็จะแต่งงานกับอดิศวร์ คุณหญิงแก้วน่าจะพอใจด้วยซ้ำ

“ฉันไม่พอใจ เพราะน้องชายของฉันควรจะได้ผู้หญิงที่ดีกว่านี้ ขอให้รู้ไว้ด้วย”

ooooooo

แสงแขถึงกับปรี๊ดแตกเมื่อโอบมารายงานว่าอดิศวร์พาวิรงรองมาถึงโดมทองแล้ว หันไปโวยวายใส่อุษา ว่าทำไมเขาต้องพานังนั่นกลับมาด้วย อุษาเองก็ตอบไม่ได้ ถ้าเธออยากรู้ความจริงคงต้องไปถามอดิศวร์เอาเอง

“คุณลบอยู่ที่ไหนพี่อุษา”

“น่าจะอยู่ในห้อง”

“โอบ...แกเอาแจกันใบนี้ไปไว้ในห้องทำงาน” แสงแขสั่งเสร็จคว้าแจกันปักดอกกุหลาบอีกใบหนึ่งขึ้นไปข้างบน อุษามองตามน้องสาวอย่างเหนื่อยใจ ครู่ต่อมา แสงแขหอบแจกันดอกไม้มาเคาะประตูห้อง

อดิศวร์แล้วร้องบอกว่าจะเอาแจกันดอกไม้มาไว้ในห้อง อดิศวร์เปิดประตูออกมาจะรับแจกัน แสงแขรีบเบี่ยงตัวหลบเอาเข้าไปวางไว้ให้เอง แล้วแสร้งถามว่าเขาพาวิรงรองกลับมาด้วยหรือ อดิศวร์ซึ่งยังยืนอยู่ตรงประตู พยักหน้ารับ

“แขดีใจด้วยค่ะ ดีใจที่เห็นคุณลบมีความสุข” แสงแขพูดจบขยับจะออกจากห้อง เหลือบเห็นวิรงรอง เดินผ่านมาพอดี เธอแกล้งเซถลาซบอกอดิศวร์ ซึ่งรับไว้ด้วยสัญชาตญาณ วิรงรองถึงกับชะงัก ขณะที่แสงแขส่งยิ้มหยันไปให้ เธอไม่อยากเห็นภาพบาดตารีบเดินหนี ตลอดเวลานั้น อดิศวร์ไม่ได้รู้เรื่องอะไรด้วยถามแสงแขอย่างพาซื่อว่าเป็นอะไรหรือเปล่า เธอเองก็ไม่รู้เหมือนกัน อยู่ๆก็เวียนหัว เขาช่วยประคองแสงแขมานั่ง

“รออยู่นี่ก่อน พี่จะไปตามอุษามาดู”

“ไม่เป็นไรค่ะ แขค่อยยังชั่วแล้ว” แสงแขค่อยๆ ก้าวออกไปทีละก้าวโดยมีอดิศวร์มองตามอย่างเป็นห่วง พอพ้นสายตาเขาเท่านั้น เธอจ้ำพรวดๆตามวิรงรองจนทัน ขอโทษด้วยที่เมื่อครู่อดิศวร์กอดเธอ ถ้าเขารู้ว่า วิรงรองมาเห็นคงจะกลุ้มใจมาก วิรงรองไม่เห็นจะมี เรื่องอะไรให้เขาต้องกลุ้มใจ แล้วจะเดินเลี่ยงไปทางอื่น แสงแขขวางไว้

“คุณลบรักเธอ ฉันรู้ดี เรื่องของฉันกับเขามันก็แค่...เขาไม่ได้ตั้งใจจะให้เกิดขึ้น แต่ฉันขอสารภาพว่า ฉันตั้งใจเพราะฉันรักเขา เรื่องมันเกิดขึ้นตอนที่เธอไม่อยู่” แสงแขบีบน้ำตาทำเป็นสะอื้น “เธอไม่ต้องกลัวหรอก ฉันบอกคุณลบแล้วว่าฉันจะไม่เรียกร้องอะไร
จากเขา จะไม่พูดถึงเรื่องที่เกิดขึ้นเลย แล้วก็ขอให้เขากับเธอ มีความสุขตลอดไป” แสงแขปั้นเรื่องจบ ยกมือขึ้นปิดหน้าวิ่งหนีราวกับเสียใจสุดๆ วิรงรองมองตามทั้งสับสนและงุนงง...

ครู่ต่อมา แสงแขกลับห้องตัวเอง ปิดประตูตามหลังแล้วหัวเราะอย่างสะใจที่ปั่นหัววิรงรองสำเร็จ ไม่นึกเลยว่าเทพีแห่งโชคจะเข้าข้างตนเอง เหตุการณ์ทุกอย่างถึงได้เป็นใจให้

“ใครดีใครได้ นังวิรงรอง” แสงแขตาวาวเป็นประกายน่ากลัว...

ทันทีที่ท่านผู้หญิงสรรักษ์เห็นหน้าหลานชายคนโปรด ต่อว่าต่อขานยกใหญ่ว่าคราวนี้ไม่อยู่บ้านทำไมถึงไม่บอกกล่าว อดิศวร์อ้างว่ามีธุระด่วนต้องรีบไปทำ ท่านถามดักคอธุระที่ว่าเกี่ยวกับวิรงรองหรือเปล่า เขาถึงกับนิ่งอึ้ง ท่านผู้หญิงสรรักษ์ คาดคั้นให้ตอบ อดิศวร์หมดความอดทน ต่อว่ากลับว่าเขาไม่ใช่เด็กๆแล้ว ต้องมีชีวิตของตัวเอง ขอให้ท่านเข้าใจเขาบ้าง ท่านผู้หญิงสรรักษ์ไม่ต้องการจะเข้าใจอะไรทั้งนั้น ไล่ตะเพิดเขาไปให้พ้นหน้า

“ไม่ว่าจะอย่างไร ผมก็รักคุณย่ามากนะครับ” อดิศวร์ว่าแล้วลุกออกไป พลันภาพในความฝันที่เห็นผีพลับพลึงพูดเย้ยหยันว่าท่านกำลังจะพ่ายแพ้ผุดเข้ามาในสมอง

“ไม่มีวัน ฉันไม่มีวันแพ้แก นังพลับพลึง” ท่าน ผู้หญิงสรรักษ์เข่นเขี้ยวด้วยความแค้น

ooooooo

ระหว่างที่วิรงรองกำลังยืนครุ่นคิดถึงคำพูดของแสงแขเมื่อครู่ อดิศวร์เข้ามากอดจากทางด้านหลัง ถามว่ามาทำอะไรอยู่ตรงนี้ เธอยืนนิ่งอยู่ในอ้อมกอดเขาอึดใจแล้วเบี่ยงตัวออก เขารู้ทันทีว่าต้องมีบางอย่างผิดปกติ

“เป็นอะไรหรือเปล่า”

แค่เหนื่อยนิดหน่อย ขอไปนอนพักนะคะ” วิรงรองพูดจบ เดินหนี ทิ้งให้อดิศวร์ยืนงงอยู่ตรงนั้น...

ในขณะที่วิรงรองคลางแคลงใจในตัวอดิศวร์อีกครั้งหนึ่ง แสงแขพรวดพราดเข้ามาหาคุณย่าที่ห้อง ถามอย่างถือไพ่เหนือกว่าว่าวิรงรองกลับมาแบบนี้ท่านคงต้องให้เธอช่วยอีกแล้วใช่ไหม

“ฉันไม่ต้องพึ่งแกก็ได้ ยังมีนังอุษาอีกคน”

คุณย่าก็ทราบว่าพี่อุษาไม่มีวันรักคุณลบได้เพราะเธอปักอกปักใจกับพันธ์สูรย์ และถึงแม้เธอจะเชื่อฟังคุณย่าเหมือนทาส แต่เธอก็ไม่มีวันช่วยคุณย่าคิดแผนการชั่วร้ายเพื่อกำจัดวิรงรองเหมือนแขได้ เพราะพี่อุษาเป็นคนดี ยอมรับเถอะค่ะคุณย่าว่าเรามันชั่วเหมือนกัน”

“นังแสงแข ออกไป”

“ก็ได้ค่ะ คุณย่าคิดให้ดีก็แล้วกัน แล้วถ้าคิดตกเมื่อไหร่ก็เรียกแขได้นะคะ คุณย่าน่ะแก่มากแล้ว แต่แขยังแข็งแรง เราร่วมมือกันดีกว่า”

ท่านผู้หญิงสรรักษ์โกรธตัวสั่น ชี้หน้าด่าแสงแขหยาบๆ คายๆ หญิงสาวยักไหล่อย่างไม่ยี่หระ ก่อนจะเดินออกจากห้อง...

ทางด้านอดิศวร์ตามมาง้อวิรงรองถึงห้องพัก แต่เธอยังงอนไม่เลิก แถมไม่ยอมบอกว่าโกรธเรื่องอะไร เขาไม่อยากคาดคั้นให้เสียอารมณ์ด้วยกันทั้งสองฝ่าย คว้าแขนเธอออกจากห้อง อ้างว่ามีอะไรจะให้ดู แล้วพาไปที่ห้องนอนของเขาเอง หยิบเศษใบไม้ชิ้นหนึ่งซึ่งเก็บไว้อย่างดีมาให้ดู

“จำคืนที่เราเห็นรถม้าคันนั้นได้ไหม ฉันเข้าไปดูในโรงเก็บม้า ใบไม้นี่ติดอยู่ที่ล้อรถ”

วิรงรองจ้องใบไม้ชิ้นนั้นตาไม่กะพริบ ถ้าเป็นอย่างที่อดิศวร์เล่า แสดงว่ารถม้าคันนั้นออกไปจริงๆ และเธอมั่นใจว่าคนขับรถม้าจะต้องเป็นท่านเจ้าคุณสรรักษ์ คุณปู่ของอดิศวร์ เพราะตั้งแต่วิรงรองตัดสินใจจะมาโดมทองก็ฝันเห็นท่านเจ้าคุณบนรถม้าคันนั้นตลอด

“มันไม่น่าเป็นไปได้ แต่ก็เป็นไปแล้ว...มันต้องมีอะไรสักอย่าง” อดิศวร์มุ่งมั่นจะค้นหาความจริงให้ได้...

ขณะที่ท่านผู้หญิงสรรักษ์กำลังนึกถึงคำชักชวนของแสงแขที่ให้ช่วยกันกำจัดวิรงรอง อุษาเข้ามาในห้องพอดี ท่านคิดแผนชั่วร้ายขึ้นมาได้ แสร้งตัดพ้อว่าในโลกนี้ไม่มีใครรักท่าน อุษาทำท่าจะปฏิเสธ ท่านยกมือห้าม

“ฉันรู้ดี แกไม่ต้องมาปฏิเสธ แต่อย่างน้อยแกก็มีความกตัญญูกับฉันมากกว่าใครๆ ถ้าไม่เหลือบ่ากว่าแรงจริงๆ ฉันคงไม่ขอร้องแกให้ช่วยหรอก” ท่านผู้หญิงสรรักษ์มารยาทำเสียงน่าเวทนา อุษาหลงกล ตกปากรับคำว่าท่านจะให้เธอทำอะไรก็บอกมาได้เลย เธอยินดีทำทุกอย่างเพื่อท่าน

“แต่งงานกับตาลบ...แกสัญญาแล้วว่าจะช่วยฉัน...อย่าลืม”

อุษาตกใจถึงกับอ้าปากค้าง ขณะที่ท่านผู้หญิงสรรักษ์ยิ้มเจ้าเล่ห์
Arit
 
ความคิดเห็นที่ 14 +1 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ลงเยอะๆ ไม่ได้เหรอ รอน้า
รอ ล้อ รอ
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
 
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ขณะที่อดิศวร์กำลังเลี้ยวรถเข้าไปจอดใต้ถุนคอนโดฯที่พักของตัว มีเสียงมือถือของเขาดังขึ้น เขาเห็นชื่อวิรงรองที่หน้าจอมือถือรีบกดรับสายด้วยความดีใจ

“ดิฉันขอโทษที่เข้าใจผิดค่ะ” วิรงรองพูดแค่นั้นแล้วปิดเครื่องทันที อดิศวร์โทร.กลับไป มีเพียงเสียงตอบรับอัตโนมัติ จึงรีบขับรถไปหาวิรงรองที่บ้านทันที...

ด้านพิณทองกลับถึงบ้านอย่างไม่ค่อยสบายใจนัก บ่นให้พ่อของเธอฟังว่าไม่แน่ใจตัวเองเหมือนกันว่าทำถูกหรือเปล่าที่ไปหาวิรงรอง เพราะอาจทำให้อดิศวร์ตำหนิมาถึงแม่ของเธอได้ รัฐมนตรีพจน์โทษว่าเป็นเพราะคุณหญิงแก้วทำตัวเอง คนเขารักกันอยู่ดีๆก็ไปสร้างเรื่องให้พวกเขาผิดใจกัน

“ไม่ต้องคิดมาก พ่อขอคอนเฟิร์มว่าหนูทำถูกแล้ว” รัฐมนตรีพจน์ว่าพลางลูบหัวลูกอย่างให้กำลังใจ...

ไม่นานนัก อดิศวร์มาถึงบ้านวิรงรอง ในเมื่อฝ่ายหญิงเปิดทางให้ง้อแล้ว เขาไม่รอช้าถามเธอว่าจะกลับโดมทองเมื่อไหร่ ที่นั่นรอเธออยู่

“ไม่จริงมั้งคะ”

“เธอไม่อยากรู้ความลับในโดมทองอีกแล้วหรือ กลับไปด้วยกันเถอะ แล้วคราวนี้ฉันจะช่วยเธอเอง” อดิศวร์สบตาวิรงรองนิ่งเพื่อยืนยันคำพูดของตัวเอง...

ระหว่างขับรถกลับคอนโดฯที่พัก อดิศวร์โทร.แจ้งข่าวดีให้พิณทองรู้เป็นคนแรก เธอดีใจกับเขาด้วยที่วิรงรองยอมกลับโดมทอง แล้วถามว่าเมื่อไหร่เขาถึงจะให้เธอเลี้ยงแสดงความยินดี

“เอาไว้น้าลบจะบอก ขอบใจคุณพิณมาก”

“ไม่เป็นไรค่ะ พิณเต็มใจช่วยอยู่แล้ว...กู๊ดไนต์ค่ะ” พิณทองวางสายอย่างโล่งใจ...

ทางฝ่ายวิรงรองนอนไม่หลับ เดินกลับไปกลับมาอยู่ในห้องตัวเองหลายตลบคิดหาทางช่วยเหลือพิณทองตอบแทนที่ช่วยให้เธอกับอดิศวร์ปรับความเข้าใจกันได้ ตัดสินใจหยิบโทรศัพท์บ้านที่วางอยู่ใกล้ๆมือขึ้นมาโทร.หาพิชญ์ซึ่งนั่งใจลอยอยู่หน้าจอทีวีเขาปล่อยให้เสียงเรียกเข้าดังอยู่สักพักจึงหยิบมือถือขึ้นมาดู รีบรับสายด้วยความตื่นเต้นดีใจ วิรงรองขอโทษเขาด้วยที่โทร.มาดึกๆดื่นๆ

“ไม่เป็นไร ผมดีใจที่พลับพลึงโทร.มา ดีใจที่สุดเลย นี่...พลับพลึงกลับมาอยู่ที่บ้านตั้งแต่เมื่อไหร่ คุณจะไม่กลับไปโดมทองอีกแล้วใช่ไหม...” พิชญ์ถามเป็นชุด

“จะกลับพรุ่งนี้เย็นจ้ะ...พรุ่งนี้เช้า พิชญ์มาที่บ้านพลับพลึงหน่อยได้ไหม”

ooooooo

แม้จะเจ็บปวดใจเพียงใด แต่พิชญ์ก็มาหาวิรงรองตามนัด หญิงสาวระมัดระวังคำพูดเพื่อไม่ให้เขาเข้าใจผิดว่าเธอยังมีใจให้ กระทั่งสรรพนามแทนตัวเอง ที่เคยใช้ว่า “พลับพลึง” เธอก็เลี่ยงไปใช้คำว่า “ฉัน” แทนที่จนพิชญ์มีเคือง วิรงรองรีบพูดเข้าประเด็นให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้

“ฉันอยากจะคุยกับพิชญ์เรื่องคุณพิณทอง”

“ไม่จำเป็น ผมไม่ได้รักพิณ ผมแต่งงานกับพิณก็เพราะถูกคุณแม่บังคับ”

“แล้วพิชญ์ก็แต่ง...แต่งแล้วพิชญ์ก็ทำให้คุณพิณเจ็บช้ำน้ำใจทั้งที่คุณพิณทองไม่ได้มารับรู้อะไรด้วยเลย

ฉันอยากให้พิชญ์คิดดูดีๆ ถ้าพิชญ์รู้ว่าการแต่งงานจะไปไม่รอด พิชญ์ก็ไม่ควรยอมทำตามคุณแม่ตั้งแต่แรก เพราะคนที่เสียหายที่สุดคือคุณพิณทอง มันไม่ยุติธรรมกับเธอ”

“พิณก็ต้องทำตามที่คุณแม่ของเธอบังคับเหมือนกัน”

“เชื่อสิ ถ้าพิชญ์บอกว่าพิชญ์มีคนรักอยู่แล้วยังไง คุณพิณทองก็ไม่ยอมแต่งด้วย แต่นี่พิชญ์ไม่ได้บอกเธอจริงไหม เพราะฉะนั้นพิชญ์ก็ควรจะรับผิดชอบ...คุณพิณทองเป็นผู้หญิงที่เพียบพร้อม แล้วเธอก็รักคุณมาก”

“เพราะคุณหมดรักผมแล้วใช่ไหมล่ะ ถึงได้เชียร์คนอื่น” พิชญ์ไม่วายตัดพ้อ

“เธอเป็นภรรยาคุณไม่ใช่คนอื่นซึ่งนั่นสำคัญที่สุด คุณเป็นคนตัดสินใจเอง แล้วฉันก็คิดว่าคุณตัดสินใจถูก

แล้วขอให้พิชญ์โชคดีนะคะ” วิรงรองหวังลึกๆ ว่าคำพูดของตัวเองจะทำให้พิชญ์ได้คิด...

ขณะที่วิรงรองพยายามช่วยชีวิตสมรสของพิชญ์กับพิณทอง ท่านผู้หญิงสรรักษ์รู้ดีว่าแสงแขไม่อาจผูกมัดใจอดิศวร์ได้ จึงเบนเข็มไปหาอุษา ถามหยั่งเชิงว่ารักอดิศวร์บ้างไหม เธอรักและเคารพเขาเหมือนพี่ชายไม่เคยคิดเป็นอื่น ท่านหาว่าอุษาใฝ่ต่ำเฝ้าแต่หลงรักพันธ์สูรย์ถึงไม่สนใจหลานชายของท่าน อุษาไม่โต้ตอบอะไร หยิบแก้วใส่ยาก่อนนอนยื่นให้ ท่านผู้หญิงสรรักษ์ปัดกระเด็น หาว่าเธอจะวางยาพิษ

“นี่เป็นยาที่คุณย่ากินเป็นประจำนะคะ”

“ใครจะไปรู้ว่าแกหรือนังแสงแขจะเอายาพิษมาเปลี่ยนให้เมื่อไหร่”

อุษาถึงกับน้ำตาคลอเบ้าที่ถูกมองในแง่ร้าย ยืนยันว่าเธอกับน้องไม่มีวันทำอย่างนั้นต่อผู้มีพระคุณอย่างคุณย่าเด็ดขาด ท่านไม่เชื่อ และไม่ไว้ใจใครหน้าไหนทั้งนั้น แล้วพาลไล่ตะเพิดอุษาไปให้พ้นหน้า

ooooooo

ไฟแค้นที่สุมอกทำให้ท่านผู้หญิงสรรักษ์นอนหลับไม่สนิทเหมือนเช่นเคย ฝันร้ายว่ามีเสียงคนเดินลากโซ่ตรวนมาหยุดหน้าห้อง ท่านลืมตาตื่น เงี่ยหูฟัง เสียงลากโซ่ตรวนค่อยๆ เดินผ่านเลยไป ตัดสินใจออกไปดูเห็นหลังใครไวๆ กำลังเลี้ยวมุมตึก รีบเดินตามจนกระทั่งร่างนั้นเข้าไปในห้องพักของวิรงรอง

ท่านผู้หญิงสรรักษ์สาวเท้าตามเข้าไป แต่ต้องผงะเมื่อเห็นว่านั่นคือร่างของผีพลับพลึง

“คุณพี่...คุณพี่กำลังจะพ่ายแพ้” เสียงผีพลับพลึงแหบโหยหวนชวนขนหัวลุก

“ไม่มีวัน ไปให้พ้น นังผีบ้า ออกไปจากบ้านฉัน” ท่านผู้หญิงสรรักษ์ตะเพิดจบหันหลังจะออกจากห้อง ผีพลับพลึงปรากฏตัวขึ้นตรงหน้าอีก

“ดิฉันไปไหนไม่ได้ คุณพี่ก็รู้ว่าดิฉันไปไหนไม่ได้...ไปไม่ได้” เสียงโหยหวนนั้นทำให้ท่านผู้หญิง

สรรักษ์สะดุ้งตื่น เจออุไรซึ่งยื่นหน้าเข้ามาดูเพราะเห็นท่านละเมอร้องเอะอะ ท่านถีบโครมเพราะคิดว่าเป็นผีพลับพลึง

อุไรถึงกับหงายหลังตึง “ท่านผู้หญิงขา นี่อุไรเองค่ะ”

ท่านผู้หญิงสรรักษ์รู้สึกตัว เหลียวมองไปรอบๆ ตะโกนโหวกเหวกว่าผีพลับพลึงหายไปไหน อุไรกลัว

ลนลานหลับหูหลับตาโดดกอดท่านไว้แน่น ท่านผู้หญิงสรรักษ์ดิ้นหลุด ถีบซ้ำอีกโครมแล้วสั่งให้เงียบ

“นังพิศหรือ” ท่านผู้หญิงสรรักษ์ว่าพลางมองไปยังมุมมืดของห้อง อุไรกลัวจัดรีบคลานกลับที่นอนตัวเองดึงผ้ามาคลุมโปง พลันมีเงาดำๆ ของพิศปรากฏขึ้น ท่านต่อว่ายกใหญ่ว่าทำไมปล่อยให้ผีพลับพลึงมาหลอกท่าน

“ท่านเจ้าขา ปล่อยบ่าวไปเถิดเจ้าค่ะ”

“เอ็งยังไปไหนไม่ได้ เอ็งต้องช่วยข้าไล่นังพลับพลึงไป มันคอยมารบกวนข้าแทบทุกคืน”

พิศพยายามจะขอร้องให้ท่านผู้หญิงสรรักษ์ปล่อยให้ตนไปผุดไปเกิด แต่ท่านไม่ฟัง หนำซ้ำยังสั่งให้หุบปาก และทำหน้าที่ของตัวเองต่อไป จากนั้น ท่านเอนตัวลงนอน ทุกอย่างกลับเข้าสู่ความเงียบ อุไรค่อยๆเปิดผ้าคลุมโปงแค่ลูกตาออกมาดู ต้องตกใจแทบสิ้นสติเมื่อเห็นพิศบิดคอมามอง เธอรีบคลุมโปงอย่างเดิม

ooooooo

อุไรทนหวาดกลัวต่อไปไม่ไหว ระหว่างช่วยอุษาเตรียมอาหารเช้าให้ท่านผู้หญิงสรรักษ์ จึงขออนุญาตเธอไม่นอนเฝ้าท่านอีกแล้ว เมื่อคืนนี้จะเป็นครั้งสุดท้าย เจ้านายสาวพอจะเดาเหตุการณ์ออกถามว่าอีกแล้วหรือ

“ค่ะ เห็นจะจะเป็นครั้งที่สองที่สามแล้วมั้งคะ แล้วอุไรก็ไม่ได้ฝันด้วย โธ่ พูดแล้วยังขนหัวลุกอยู่เลย”

“เอาเถอะ คืนนี้ฉันจะไปนอนเฝ้าเอง แล้วอย่าไปเล่าให้ใครฟังล่ะ เดี๋ยวจะกลัวกันหมด”

“ค่ะ...เอ่อ...คุณอุษาจำได้ไหมคะที่คุณวิเห็นผู้หญิงแต่งตัวเหมือนคนโบราณมายืนมองเธอ อุไรว่าต้องเป็นคนเดียวกันแน่ๆเลยค่ะ” อุไรขนลุกซู่ เหลียวซ้ายแลขวาสีหน้าหวาดๆ...

ทางฝ่ายวิรงรองกับอดิศวร์วางแผนจะกลับโดมทองตั้งแต่ตอนเย็นเมื่อวาน แต่ติดขัดบางอย่างจึงเลื่อนมากลับวันนี้แทน พอเห็นยังมีเวลาเหลือ พากันแวะมาหาพิณทองที่บ้าน ทั้งรัฐมนตรีพจน์และพิณทองต้อนรับขับสู้อย่างดีชวนให้กินมื้อเช้าด้วยกัน แต่คุณหญิงแก้วกลับเป็นตรงกันข้ามหมดอารมณ์จะกินข้าวทันทีที่เห็นหน้า

วิรงรอง ลุกหนีไปหน้าตาเฉย รัฐมนตรีจะตามไปต่อว่าแต่วิรงรองเรียกไว้

“คุณลุงคะ หนูว่าหนูกลับก่อนดีกว่า” วิรงรองว่าแล้วหันไปพยักพเยิดกับอดิศวร์ซึ่งพยักหน้าตอบ

“อย่าให้มีเรื่องกันเพราะผมกับวิรงรองเลยครับ”

พิณทองขอโทษอดิศวร์กับวิรงรองแทนแม่ของเธอด้วย แล้วชวนพ่อออกไปส่งทั้งคู่ที่รถ...
Arit
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ขอบคุณคุณ Arit มากค่ะ
ที่เสียสละมาพิมพ์ให้พวกเราอ่าน
นีซิ ฟรี ของแท้
เห็นด้วย
 
ความคิดเห็นที่ 13 +1 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
รออ่านกันอย่างใจจดใจจ่อ
123
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 12 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ใช่ เอาเปรียบคนอ่านสงสัยไม่
่ได้จ่ายเงินชัวร์
แฟน
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
 
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
เค้าไม่ได้เอาเปรียบใครนิ คุณจ่ายเงินให้เค้าหรือ จ้างให้เค้ามาอัพให้ปาว เค้าลงให้อ่านก้อดีแล้วถ้าบอกว่าที่ไหนอัพไวกว่าก้อไปอ่านที่นั่น ไม่ต้องมาต่อว่าเค้า เพราะเค้าไม่ได้เรียกร้องให้คุณเข้ามา แต่คุณเข้ามาเองแล้วยังจะไปว่าเค้าอีก
รอเหมือนกัน
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ใครๆ เค้าก้อรอ ถ้าคุณจะมาว่าเค้า ว่าอัพไม่เท่าที่อื่นก้อไปอ่านที่อื่น แล้วไม่ทราบว่าคุณจ่ายเงินให้เค้าอัพหรอ ถึงไปว่าเค้าเอาเปรียบ
คนรออ่าน
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ก็จ้างน่ะสิคะ เพราะถ้าไม่มีคนอ่าน เค้าจะมาอัพนิยายให้ใคร คิดหรอว่าที่เค้าอัพน่ะฟรี คงไม่มีใครใจดีขนาดนั้นหรอกมั้ง ทุกอย่างมันคือธุรกิจทั้งนั้นล่ะนะ แล้วที่คุณพูดน่ะแก้ตัวให้เค้า หรือไม่รู้จริงๆ ว่ามันไม่ใช่ของฟรี
เอวังก็มีด้วยประการฉะนี้
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ไม่ใช่ของฟรี แต่คนที่เข้ามาอ่านก็ไม่ได้จ่ายเงินให้เค้าซะหน่อย จะมาว่าเอาเปรียบได้งัย เออ ถ้าคุณจ่ายเงินให้เค้า แล้วเค้าไม่มาลงให้อ่าน ก็ว่าไปอย่าง
รู้จักรอบ้างก็ได้
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ไม่ได้จ่ายทางตรง ก็จ่ายทางอ้อมล่ะค่ะ ถึงจะไม่ได้เอาเงินไปยื่นให้เค้าเอง แต่รายได้ของเค้าก็มาจากคนอ่านคลิกเข้ามาเนี่ยค่ะ เข้าใจอะไรยากไปไหมคะ ลองไปอ่านความคิดเห็นของ 555555555555 ดูนะคะคุณ
อย่าให้บรรยายมากไป
 
ความคิดเห็นที่ 11 +1 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
เรื่องโดมทองเป็นละครสต๊อกค่ะคุณ และไม่ใช่ทุกเรื่องที่เค้าถ่ายทำไปออกอากาศไป แล้วทำไมไทยรัฐเค้าถึงลงได้ไม่มีปัญหา อยากก็อปข้อความไปให้ทางช่อง 7 ดูสิว่าใครขี้จุ๊
ออม
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
 
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ถ้าละคร เล่นตรงกับไทยรัฐ ก็แสดงว่า หลอก
ถ้าละคร เล่นต่างจากไทยรัฐ ก้แสดงว่า จริง ของอย่างนี้ หลอกกันไม่ได้ เด่วก็รู้
5555555555
55555555555
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
รอไม่ใหวก็ไปอ่านไทยรัฐสิ (แต่ไม่ละเอียดเท่านี้หรอกนะ)
อ่านฟรีจะบ่นทำไม
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ยังไม่ได้บ่นสักประโยค เพียงแต่บอกคนที่เค้า ว่า คนอัพโกหก ว่า โกหก หรือไม่ก็โกหก เด่วก็รู้
และเรื่องฟรี ไม่ไฟรี ก็ไม่ได้พูด
ขอข้อความของ เจ้าหน้าที่สำนักเทคโน มาให้อ่าน
" ผมอยู่สำนักเทค ฯ และที่บ้านมีกิจการเป็นศูนย์ติดตั้งเวปไซค์ เก็บค่าโฮลด์ผู้ที่เปิดเวปไซค์ ผู้ที่เปิดเวปไซค์ มีทั้งแบบของเวปนี้ ท่องเที่ยว อาหาร ดูหนัง ฟังเพลง ฯลฯ ผู้ที่เปิดเวปดังกล่าว จะได้ค่าโฆษณา หรือ ถ้ามีผู้เข้ามาใช้ ก็จะได้ค่าคลิ๊ก จากโฆษณา แล้วแต่จะตกลงกัน
ผู้ที่เข้ามาใช้บริการ คือลูกค้า ผู้ที่ลงเวป คือ ผู้ให้บริการ ต่างได้ประโยชน์ ต่างตอบแทนซึ่งกันและกัน
ในโลกของการแข่งกัน ต้องให้บริการอย่างมีประสิทธิภาพ รวดเร็ว แตกต่าง สร้างพึงพอใจ ประทับใจให้ลูกค้าที่มาใช้บริการ มาซื้อ กิจการจึงอยู่รอด
ผมเข้ามาตรวจเวปต่างๆ ตามหน้าที่ พบเวปนี้ ผู้ให้บริการ ถูกลูกค้า Complain มีการตอบโต้กันไปมา แต่ยังไม่พบคำหยาบคาย
ผู้ให้บริการ น่าจะรับฟัง และปรับปรุง แก้ไข เพื่อให้ลูกค้าพึงพอใจ แต่กลับตอบโต้ ขับไล่ลูกค้า โฆษณา ที่เค้ามาลง ก็ไม่ปลื้มเท่าไร
ผู้รับบริการ ก็เช่นกัน ถ้าไม่พอใจการให้บริการนี้ ก็สามารถไม่ใช้บริการ ได้
หากกล่าวคำไม่สุภาพ เสียดสี ด่าว่า ไม่ว่าผู้ให้บริการ และลูกค้า ก็จะถูก ลงโทษตามกฎหมาย ตาม พระราชบัญญัติ คอมพิวเตอร์
เทค "
55555555555555555555
 
ความคิดเห็นที่ 10 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
เรื่องโดมทองเป็นละครสต๊อกค่ะคุณ และไม่ใช่ทุกเรื่องที่เค้าถ่ายทำไปออกอากาศไป แล้วทำไมไทยรัฐเค้าถึงลงได้ไม่มีปัญหา อยากก็อปข้อความไปให้ทางช่อง 7 ดูสิว่าใครขี้จุ๊
ออม
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 9 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ถึงบางความเห็น....
ละครช่อง 7 เค้าถ่ายไป ออกอากาศไปไม่ใช่เหรอ
เห็นหลายเรื่องที่บทแปลกแตกต่างไปจากหนังสือของละครเรื่องนั้นๆ
บางเรื่องก็ปรับเปลี่ยนเพื่อให้คนดูพอใจ หรือเพิ่มบทบาทอะไรเข้ามา
โดมทองก็คงมีการเพิ่มหรือปรับแต่งนั่นแหละ เพราะถ่ายไปออกอากาศไป

แต่ละครช่อง 3 จะเป็นละครที่ถ่ายทำไว้แล้ว รอนำออกฉาย
กุ๊ก
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 8 +1 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ทำไมไทยรัฐไม่เห็นปรับบทบ้างล่ะค่ะ???
แก้ตัวหรือเปล่า
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 7 +2 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
คิดว่ามีปัญหาอย่างอื่นมากกว่า บทเค้าไม่แก่้ละเค้าถ่ายเสร็จไปชาตินึงละเป็นละครสต๊อกไม่ใช่จานด่วน ไทยรัฐนำไปละ แก้ตัวอย่างนี้ช่องเห็นอาจมีฟ้องได้นะ
ออม
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
 
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ใช่เห็นด้วยเป็นที่สุดแก้ตัวมั่วๆ
i dea dee
 
ความคิดเห็นที่ 6 +4 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ไปอ่านไทยรัฐกันเขาอัพไปไกลแล้วจร้า อันนี้มันกลัวเขาด่าเลยแก้ตัวไปมั่วๆ
i dea dee
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 5 +1 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
เข้ามาบอกแบบนี้ก็ดีจะได้ไม่เสียอารมณ์
ดาว
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 4 +2 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
เขามีชี้แจงด้วยสีแดงตัวโต๊โต ไม่ได้อ่านกันหรือจ๊ะ เห็นใจเขาหน่อย ต้องต่อว่าคนเขียนบทด้วยทางการค้าจึงเพิ่มบทใหม่ (แต่ก็ดีดาราได้ตังเพิ่ม) อย่าต่อว่าคนอัพนักเลย เขาจะเสียกำลังใจเปล่าๆ นะ
ปิงปอง
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 3 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ถึงอัพเยอะแต่วันต่อมาก้ไม่อัพอยู่ดี. เห้อ
Minnie_bowzy@hotmail.com
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 2 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ช้าอีกแล้ว เมื่อเช้าก็ไม่ได้อัพ จะให้ตามจิกไปถึงไหนค่ะ???
อีกแล้ว!!!
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 1 +8 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ขอบคุณ คนอัพ มากค่ะ
เดือน
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความคิดเห็น
1. โปรดงดเว้น การใช้คำหยาบคาย ส่อเสียด ดูหมิ่น กล่าวหาให้ร้าย สร้างความแตกแยก หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
2. ทุกความคิดเห็นไม่เกี่ยวข้องกับผู้ดำเนินการเว็บไซต์ และไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมายได้
3. ทีมงานเว็บมาสเตอร์ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
4. เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
5. ผู้ร่วมแสดงความคิดเห็นสามารถร่วมตรวจสอบข้อความที่ไม่เหมาะสมได้ โดยการกดปุ่ม "แจ้งลบ" หรือส่งอีเมลแจ้งมาที่ cs@astvmanager.com หรือ cs.astvmanager@gmail.com ซึ่งทีมงานจะทำการตรวจสอบ และลบข้อความดังกล่าวโดยเร็วที่สุด หรืออย่างช้าภายใน 3 วันทำการ
เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
แสดงความคิดเห็นเพิ่มเติม
โชว์ภาพผู้ใช้ทุกครั้งที่แสดงความเห็น เพียงเข้าสู่ระบบด้วยบัญชีของเฟซบุก กดที่ปุ่มด้านล่างนี้เลย!

ชื่อ/e-mail ของคุณ : *
 
 *
  กฎกติกาการแสดงความคิดเห็นฉบับเต็ม
 
หนังสือพิมพ์: ASTV ผู้จัดการออนไลน์ | ASTV ผู้จัดการรายวัน | นิตยสารผู้จัดการ 360° | Positioning | ASTV News1
มุม: การเมือง | อาชญากรรม | คุณภาพชีวิต | ภูมิภาค | ต่างประเทศ | มุมจีน | ธุรกิจ | หุ้น | SMEs | Motoring
CyberBiz | วิทยาศาสตร์ | เกม | กีฬา | บันเทิง | Life on Campus | Celeb Online | ท่องเที่ยว | ธรรมะกับชีวิต | Multimedia
เว็บ: Asia Times | บุรพัฒน์ คอมมิคส์ | Mars Magazine | ทะเลไทย | คุยกับเว็บมาสเตอร์ | โฆษณาบนเว็บ
All site contents copyright ©1999-2014