หน้าแรกผู้จัดการ Online | หน้าแรกละครออนไลน์ | ละครออนไลน์
ละครออนไลน์ วันนี้ที่รอคอย

วันนี้ที่รอคอย ตอนที่ 15

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 14 กรกฎาคม 2556 07:09 น.
หน้าที่แล้ว
1 | 2 | 3 | 4
หน้าถัดไป
วันนี้ที่รอคอย ตอนที่ 15
        วันนี้ที่รอคอย ตอนที่ 15 (ต่อ)
       
       ที่คีรีรัฐ แถวบ้านราชิด สภาพทรุดโทรม เงียบเหงา ไม่มีทหารยืนรักษาการณ์อยู่ด้านหน้าแล้ว ภายในห้องอสุนียังนอนอยู่บนเตียงเพ้อไม่ได้สติ มีหมอหลวงกำลังตรวจอาการอยู่ใกล้ๆ
       
       “ไม่...ต้องไม่ใช่เจ้า...ตายซะเถอะ...” หมอหลวงชะงัก ถอยออกมาดูอาการ “องค์ชายศิขรนโรดม ช่วยด้วยๆ”
       หมอหลวงค่อยๆ เงยหน้าขึ้นมามองมิถิลาเป็นเชิงตำหนิ ไม่พอใจ มิถิลาทำเป็นไม่ได้ยินที่อสุนีละเมอ แกล้งไปถามหมอเพื่อเบนความสนใจ
       “ตกลง ไม่เป็นอะไรมากใช่ไหมคะ”
       “บอกไปแล้วไม่ใช่หรือ” มิถิลาก้มหน้าสลด หมอหลวงชี้ส่วนต่างๆ ของอสุนีพร้อมอธิบายให้มิถิลาดู อย่างแกนๆ “ข้อเท้าข้างขวาหัก กระดูกซี่โครงอาจจะร้าว คงต้องดูอีกที นอกนั้นก็มีแค่พวกรอยฟกช้ำตามตัว”
       “แล้ว เมื่อไหร่ถึงจะฟื้นล่ะหมอ”
       “จะอยากให้ฟื้นทำไม”
       มิถิลามองหน้าหมอหลวง
       “ฟื้นมาก็ทรมานเปล่าๆ ยาระงับปวดที่ฉีดไปก็จวนจะหมดฤทธิ์แล้ว”
       “โอยยย โอยยย”
       มิถิลามองดูอสุนีครวญครางด้วยความเป็นห่วง
       “ต้องฉีดให้อีกไหมหมอ”
       “ไม่จำเป็น” หมอหลวงเก็บของใส่กระเป๋า พูดพร้อมเตรียมตัวออกจากห้อง “ฟื้นขึ้นมาเมื่อไหร่ก็ให้กินยาที่วางอยู่นี่แทนแล้วกัน ให้ข้ามาฉีดยาทุกสี่ชั่วโมงคงไม่ไหวหรอก”
       ซองยาเล็กๆ วางอยู่บนโต๊ะ มิถิลาเอื้อมไปหยิบมาดู หมอหลวงออกจากห้องไป ท่าทางไม่ค่อยสนใจใยดีนัก
       “น้ำ...หิวน้ำ...”
       อสุนีขยับ เริ่มรู้สึกตัว มิถิลาหันไปดู รีบวิ่งไปรินน้ำจากเหยือกแล้วค่อยๆ ประคองให้อสุนีลุกขึ้น
       “นั่งดีๆ ก่อนพี่ เอ้า...นี่น้ำ ค่อยๆ ดื่มนะ ปวดมากไหม”
       อสุนีส่ายหน้าช้าๆ
        “ทนได้”
       “ทีนี้มาทำปากดี” อสุนีดื่มน้ำจนหมดแก้ว “คิดยังไง จะฆ่าตัวตาย บ้าหรือเปล่า? ตายแล้วมันช่วยอะไรได้”
       “ก็...อยากพิสูจน์”
       “พิสูจน์? พิสูจน์อะไร พิสูจน์ว่าองค์ชายรักพี่หรือเปล่าน่ะเหรอ”
       อสุนีนิ่งไม่ตอบ ส่งแก้วเปล่าให้มิลิถา มิถิลารับมา ทำหน้าสงสัย
        “องค์ชายเป็นยังไงบ้าง ทรงโกรธข้าหรือเปล่า”
       “องค์ชายไหน”
       “จะองค์ชายไหนอีกล่ะ ก็มีอยู่องค์เดียวที่ข้า...ที่ข้า...รัก”
       “นั่นไง ยอมรับออกมาแล้ว”
       “เดี๋ยวเถอะมิถิลา”
       อสุนีขยับลุกขึ้นจะเล่นงานมิถิลา แต่ก็เจ็บแผลตามตัว
       “โอ๊ยยย”
       “ดี สมน้ำหน้า”
       “ตกลงองค์ชายศิขรเป็นไงบ้าง”
       “ไม่มีอีกต่อไปแล้ว องค์ชายศิขรอะไรของพี่”
       “หา...ว่าไงนะ เกิดอะไรขึ้น องค์ชายโดนลอบปลงพระชนม์ใช่ไหม เล่ามาสิ เร็ว”
       อสุนีลืมตัวลุกขึ้นมานั่งอย่างรวดเร็ว แล้วรีบกระเผลกเดินไปเขย่าตัวมิถิลา
       “โอ๊ย”
       มิถิลารำคาญ สะบัดตัวออก
       “องค์ชายศิขรไม่มีแล้ว... มีแต่ “เจ้าหลวงศิขรนโรดม” อสุนีตะลึง
       “จริงหรือ”
       
       เช้าวันรุ่งขึ้น พระสงฆ์กำลังเดินบิณฑบาต ชาวบ้านผู้หญิงสองคนกำลังนั่งใส่บาตรอยู่อย่างนอบน้อม ชาวบ้านใส่บาตรเสร็จพนมมือไหว้ท่วมหัว พระเดินจากไป ชาวบ้านหญิงกำลังจะลุกขึ้น แต่ชาวบ้านหญิงอีกคนดึงซิ่นไว้เป็นสัญญาณบอกให้นั่งลง
       “อะไรเล่า จะดึงข้าไว้ทำไม”
       ชาวบ้านหญิงมองไปทางหนึ่ง ตะลึงพูดไม่ออก
       “ของข้าหมดแล้ว ไม่มีให้ใส่แล้ว”
       ชาวบ้านหญิงเอานิ้วชี้ไปทางที่กำลังมองอยู่ ยังคงช็อกพูดไม่ออก ชาวบ้านหญิงอีกคนหันกลับไปมอง เห็นศิขรนโรดมและจ้าวซันในชุดลำลองเดินเคียงคู่กันมา ข้างหลังเป็น หัวหน้าหมู่บ้าน บราลีและข้าราชบริพารในชุดประจำชาติ
       “หัวหน้าหมู่บ้าน ทำไมเหรอ”
       “ไม่ใช่ ดูดีๆ สิ”
       จ้าวซันและศิขรนโรดมกำลังทักทายปราศรัยอย่างไม่ถือตัวกับชาวบ้านที่มาเข้าเฝ้าทั้งสองฝากถนน ชาวบ้านหญิงช็อก ตาค้าง มือไม้สั่น รีบทรุดนั่งลง
        “อะ...องค์...เจ้าหลวง”
       “ลุกเร็ว รีบไปเข้าเฝ้าใกล้ๆ ดีกว่า”
       หญิงทั้งสองคนวิ่งไป มีชาวบ้านคนอื่นๆ กรูกันมา ส่งเสียงโห่ร้องยินดี
       
       “องค์เจ้าหลวงๆ องค์เจ้าหลวงเสด็จ”

วันนี้ที่รอคอย ตอนที่ 15
        ชาวบ้านอีกคนซึ่งก็คืออสุนีที่ปลอมตัวมาด้วยการแต่งตัวมอซอ มีผ้าคลุมหน้า ค่อยๆ เดินกระเผลกตามไป ศิขรนโรดมและจ้าวซันทรงรับดอกไม้ป่าดอกเล็กๆ ที่ประชาชนเอามาถวาย
       “โอย ดีใจจริงๆ ที่ได้ชื่นชมพระบารมีใกล้ๆ”
       “งามสง่าทั้งสองพระองค์เลย”
       “ใช่ๆ”
       “ฉันเห็นแล้วปลาบปลื้มใจ น้ำตาจะไหลบอกไม่ถูก”
       เสียงชาวบ้านโห่ร้องแสดงความยินดีดังเซ็งแซ่
       “องค์เจ้าหลวงๆๆ”
       ศิขรนโรดมยิ้มทักทายให้ชาวบ้านอย่างเป็นมิตร ชาวบ้านขอจับมือ แล้วเทิดไว้ที่ศีรษะ ศิขรนโรดมรับพืชผักผลไม้ที่ชาวบ้านเอามาถวาย จ้าวซันเข้ามาช่วยถือแล้วส่งให้ข้าราชบริพารต่อไป
       “ทรงเหนื่อยไหมพะย่ะค่ะ” จ้าวซันถาม
       “ไม่รู้สึกเหนื่อยเลย ให้เราเดินแบบนี้ทั้งวันก็ยังไหว”
        “ดูประชาชนของพระองค์สิ พวกเขาชื่นชมพระบารมีมากแค่ไหน”
       “เจ้าพี่อย่าตรัสแบบนี้เลย น้องยังไม่ได้ทำอะไรที่สมควรชื่นชมเลยซักอย่าง” จ้าวซันหันไปมองหน้าศิขรนโรดม “น้องจะต้องดูแลบำบัดทุกข์บำรุงสุขให้พวกเขาก่อน ให้สมกับที่เขาหวังกัน”
       จ้าวซันยิ้มกว้างให้ศิขรนโรดมอย่างจริงใจ
       “หม่อมฉันตัดสินใจไม่ผิดจริงๆ นับว่าเป็นโชคดีของชาวคีรีรัฐทุกคนแล้ว”
       “เจ้าพี่ตรัสเกินไป หม่อมฉันยังต้องการคำแนะนำจากเจ้าพี่อีกมาก”
       ทั้งคู่ยิ้มให้กันอย่างมีความสุข บราลีเห็นก็พลอยมีความสุขไปด้วย
       สักพักบราลีเหลือบไปเห็นผู้ชายที่น่าสงสัยมีผ้าคลุมหน้าปะปนอยู่ในกลุ่มชาวบ้าน ชายคนดังกล่าวรีบดึงเอาผ้าคลุมลงมาปิดหน้า แล้วเดินหลบออกจากกลุ่มคนไป บราลีเห็น ไม่แน่ใจ รีบค่อยๆ หลบออกจากขบวนเสด็จ ชะเง้อมองหาชายคนดังกล่าว ชายคนนั้นรีบเดินกระเผลกแล้วเดินหนีไป บราลีรีบวิ่งตาม
       
       บราลีเห็นชายที่น่าสงสัยเดินกระเผลกเข้าเลี้ยวเข้าไปในทางเดินเล็กๆ ในหมู่บ้าน บราลีวิ่งตาม แต่พอไปถึงกลับไม่เจอใคร บราลีเห็นชาวบ้านคนหนึ่งที่เดินอยู่แถวนั้น รีบวิ่งไปถาม พยายามทำท่าอธิบายลักษณะต่างๆ ชาวบ้านส่ายหน้า ไม่รู้ไม่เห็น
       ขณะที่กำลังคุยกับชาวบ้าน ด้วยหางตาบราลีเหลือบไปเห็นแผ่นหลังของชายคนนั้นเดินหายเข้าไปอีกซอย
       บราลีรีบวิ่งตามไป ชายคนนั้นหลบอยู่ที่ซอกเล็กๆ ระหว่างบ้านสองหลัง รอจนเห็นบราลีวิ่งผ่านไป จึงออกมาจากที่ซ่อน
       ชายในชุดผ้าคลุมรีบเดินออกมา แล้วย้อนกลับไปอีกทาง
       “เดี๋ยว หยุดก่อน” ชายคนนั้นชะงัก ไม่หันกลับไปมอง บราลีค่อยๆ เดินเข้ามาทางข้างหลัง “คิดจะทำอะไร ทำไมต้องมาหลบๆ ซ่อนๆ”
       “ไม่ใช่ธุระอะไรของท่าน”
       “พอได้แล้วนะ อสุนี!” ชายคนนั้นตกใจ แต่ยังไม่หันไปหาบราลี “สมใจเจ้าแล้วไม่ใช่เหรอ องค์ชายศิขรนายของเจ้าก็ได้เป็นเจ้าหลวงแล้วนี่”
       “พูดพล่ามอะไร ข้าไม่รู้เรื่อง”
       “ได้ งั้นไม่ว่าเจ้าจะเป็นใคร มาที่นี่ด้วยจุดประสงค์อะไรก็ตาม เราขอพูดให้เจ้าฟังไว้หน่อยแล้วกันนะว่า ช่วยเลิกปองร้ายองค์ชายน่านปิงนรเทพได้แล้ว” ชายคนนั้นเงียบ พยายามเดินต่อไป แต่ก้มหน้าลงให้ผ้าคลุมหน้ามาปิดมากขึ้น บราลีค่อยๆ เดินตาม “คีรีรัฐกำลังสงบสุข อย่าทำให้มีเรื่องอะไรอีกเลย”
       “ได้ และก็ถึงเวลาที่พวกเจ้าจะกลับไปในที่ที่พวกเจ้ามาได้แล้วเหมือนกัน”
       บราลียืนนิ่ง ชายคนนั้นเดินต่อไปแล้วถอดผ้าคลุมออกเผยให้เห็นเป็นอสุนี
       
       ห้องเสวยอาหาร แม่นมกำลังสั่งพวกนางในที่กำลังวุ่นวายในการจัดโต๊ะอาหาร
       “เอ้า เร็วๆ เข้า เสวยวันนี้นะ เร่งมือกันหน่อย พวกในครัวเขาเชิญเครื่องมาวางรอเต็มแล้ว พวกจาน ชาม มีด ส้อม แก้วน้ำยังไม่ครบเลย”
       มิถิลาเดินยกถาดใส่แก้วน้ำเจียรนัยออกไป นางในสองคนที่กำลังจัดวางผ้าเช็ดปาก ตามตำแหน่งเก้าอี้ มองมิถิลาด้วยความหมั่นไส้ มองหน้ากัน พยักหน้าให้สัญญาณ
       นางในคนหนึ่งแกล้งเดินถือถาดอาหารเข้ามาเฉียดจนทำให้มิถิลาต้องเบี่ยงตัวหลบ นางในอีกคนแกล้งยื่นขามาขัด จนทำให้มิถิลาสะดุด
       “โอ๊ย”
       นางในแกล้งร้อง มิถิลาเสียหลัก นางในอีกคนเข้ามาช่วยเสริมแรงผลักไหล่มิถิลาให้ล้มคะมำไป ทันใดนั้นก็มีเสียงแก้วแตกกระจาย แก้วน้ำอย่างดีหรูหราแตกกระจายกระเด็นเต็มพื้น
       “หมด...หมด...หมดกัน” แม่นมบอกอย่างตกใจ นางในแกล้งมาช่วยพยุงมิถิลาให้ลุกขึ้น นางในอีกคนเอาถาดมาช่วยเก็บเศษแก้วให้ แม่นมเดินเข้ามาเห็น จะเป็นลม “ตายแล้ว”
       นางในคนอื่นๆ รีบเข้ามามุง นางในคนที่ประคองมิถิลาอยู่ทำเสียงดังเพื่อประจานให้รู้โดยทั่วกัน
       “ยัยดอกแก้ว เธอไปเกะกะคุณมิถิลาท่านทำไม ท่านไม่ถนัดการทำงานหนักๆ แบบนี้ ไม่รู้หรือ”
       “อะไรนะ” มิถิลายังงงกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
       “เธอนั่นแหละ แม่สร้อยเสี้ยว กล้าให้คุณมิถิลายกของหนักๆ ด้วยเหรอ โอ๊ยย ไม่รู้หรือไง ว่าเราต้องหัดกราบ หัดไหว้ท่านไว้แต่เนิ่นๆ เป็นยังไงมั่งคะ คุณมิถิลา เราสองคนของอภัยเป็นอย่างสูงนะคะ”
       “แล้วจะทำยังไงกันดีล่ะทีนี้ เดี๋ยวได้โดนเล่นงานหมดแน่ แล้วนี่ใครทำ สารภาพมาซะดีๆ คนทำต้องรับผิดชอบ
       เธอหรือมิถิลา ทำไมเป็นคนมือห่างเท้าห่างนักนะ” แม่นมต่อว่า
       “อุ๊ยๆ คุณพระนม คุณจะว่าคุณมิถิลาแบบนี้ไม่ได้นะคะ”
       “ทำไมฉันจะว่าไม่ได้”
       “ก็ แหม...คุณมิถิลาจะได้เป็นว่าที่พระเทวีคนไปเชียวนะ แม่นมไปว่าสุ่มสี่สุ่มห้า ออกไปอาจจะโดนตัดหัวก็ได้ ใครจะไปรู้”
       
       “ฉันไม่สนเด็กคนนี้ ฉันฝึกมากะมือ ฉันก็จะดุว่าเหมือนเดิม หรือไงมิถิลา เดี๋ยวนี้ข้าแตะต้องเจ้าไม่ได้จริงๆ หรือ”

วันนี้ที่รอคอย ตอนที่ 15
        มิถิลาโกรธ ลุกขึ้นยืน
       “พอได้แล้ว ทำแบบนี้มันเกินไปแล้ว เมื่อกี้ฉันไม่ผิด สองคนนี้มันรวมหัวกันแกล้งฉัน”
       “มิถิลา! พูดจาให้มันไพเราะหน่อย เป็นถึงนางในของวังหลวง อย่านึกว่ามีบุญวาสนาแล้วจะพูดจะทำอะไรก็ได้” แม่นมต่อว่า
       “แม่นม! ฉันไม่เคยคิดว่าฉันมีวาสนาอะไร และฉันก็จะไม่ทนพูดดีกับคนพวกนี้ไปอีกต่อไปแล้ว ความอดทนของคนเรามันก็มีขีดจำกัดเหมือนกัน” มิถิลาหันมาหาพวกนางใน ถลกแขนเสื้อเตรียมพร้อมลุย “มาเลย ใครอยากมีเรื่องกับฉันก็เข้ามา” นางในสองคนรีบหลบไปหลังแม่นม “แน่จริงอย่าหลบสิ ทำกับฉันแบบนี้ทำไม ฉันเคยไปทำอะไรให้ใคร ฉันไม่เคยทำตัวเห่อเหิมอะไรเลย กลับเจียมตัวด้วยซ้ำ แล้วชั้นก็ไม่เคยคิดที่จะเป็นใหญ่เป็นโตอะไรทั้งนั้น”
       ทั้งห้องเงียบ อึ้ง
       “พอแล้ว มิถิลา! นี่ยังไม่ทันไร เจ้าก็กล้าขึ้นเสียงใส่หน้าข้าแล้วหรือ ถ้าสักวันเธอต้องเป็นเจ้านางขึ้นมาจริงๆ เธอก็คงยิ่งใหญ่คับวัง จนไม่เห็นหัวผู้เฒ่าผู้แก่อย่างข้าเลยสิ นี่ล่ะนะ เชื้อไม่ทิ้งแถว นิสัยพ่อแท้ๆ” แม่นมต่อว่า นางในสองคนยิ้มเยาะสะใจ มิถิลาตาแดงๆ จะร้องไห้ แต่แล้วก็วิ่งออกไป พวกนางในคนอื่นๆ วิ่งหลบกันจ้าล่ะหวั่น “หยุดทำกิริยาต่ำๆ แล้วกลับมา มิถิลา”
       มิถิลาไม่สนใจวิ่งออกไปไม่หันกลับมา แม่นมส่ายหน้าระอา นางในคนอื่นมองหน้ากัน เม้าท์กันสนุกปาก
       
       อุทยานในวัง ศิขรนโรดมช่วยพามาทยาธรให้เกาะแขนเดิน พระเทวีสิริวารตีเดินเคียง คุยกันไป
       “ลูกตั้งใจไว้แล้วว่าต่อจากนี้ไปลูกจะออกไปดูความเป็นอยู่ของราษฎรในจังหวัดไกลๆ ด้วยตัวลูกเองทุกสัปดาห์”
       “เอาแค่ทุกเดือนให้ได้ก่อนเถอะ”
       “ไม่ได้เจ้าแม่ เดือนละครั้งมันน้อยเกินไปยังมีประชาชนตามป่าเขาอีกมากมายที่กำลังเดือดร้อน”
        มาทยาธรขำ หัวเราะเบาๆ
       “ไฟแรงจริงนะเจ้าหลวง”
       “ดีแล้ว แต่ระวังอย่าให้ไฟมันมอดลงเร็วนักล่ะ”
       “น้องล่ะก็ ไม่ให้กำลังใจลูกบ้าง ดีแล้วล่ะศิขร ถือว่าทำแทนในส่วนที่พ่อไม่เคยได้ทำแล้วกัน นี่ถ้าพ่อเดินได้เป็นปกติก็...”
       มาทยาธรก้มมองขาตัวเอง ที่ยังกระเผลกๆ นิดๆ รู้สึกสลดใจ ศิขรนโรดมรีบเปลี่ยนเรื่อง
       “น่าจะได้เวลาอาหารกลางวันแล้ว”
       “นั่นสิ เจ้าพี่ เชิญเสด็จเพคะ”
       ทั้งสามเดินจะเข้าไป แม่นมเดินมาพอดี
       “นั่นพระนมคงมาตามเรา พระนมคะให้มิถิลาไปเชิญเสด็จเจ้าพี่กับม่านฟ้าด้วย” ศิขรนโรดมบอก
       “อะไรกัน ใช้เด็กๆ ไม่ดีกว่าหรือ จะใช้มิถิลาเขาได้อย่างไร” มาทยาธรแย้ง ศิขรนโรดมอึ้งนิดๆ พระเทวีสิริวารตีหัวเราะ
       “นั่นสิ ยังจะให้เขาวิ่งไปวิ่งมาเท่ากับนางในเด็กๆ อีกหรือลูก จริงสิแม่นม แม่นมควรจะฝึกให้มิถิลาเขาให้เตรียมถวายตัวได้แล้วนะ”
       “ให้เขามาร่วมโต๊ะเสวยก็ได้นะ ลูก” แม่นมตกใจ
       “ทูลกระหม่อมเพคะ จะดีหรือเพคะ”
       “ดีสิ ดีมากเลย มา...เดี๋ยวหม่อมฉันไปตามมิถิลาเอง” ศิขรนโรดมดีใจรีบไปทันที
       “เจ้าหลวงเพคะ อย่าเลยเพคะ หม่อมฉันจะจัดการให้ ทรงเป็นเจ้าหลวงแล้วไม่เหมาะเพคะ” แม่นมรีบบอก
       “ทำไมจะไม่เหมาะ ใช้แม่นมสิ ไม่เหมาะ แม่นมเป็นผู้หลักผู้ใหญ่แล้ว ฉันสิ ต้องจัดการเอง”
       ศิขรนโรดมหันมายิ้มมีความสุขกับมาทยาธร และพระเทวีสิริวารตี แล้วยิ้มๆ วิ่งขึ้นไปบนตำหนักอย่างร่าเริง แม่นมมองตาม หน้าตาหนักใจ
       
       ศิขรนโรดมเดินไปตามระเบียงตำหนัก นางในสองคนที่สวนมารีบคุกเข่าทันที
       “มิถิลาอยู่ไหน”
       นางในทั้งสองมองหน้ากัน
        “มิถิลา อาจจะกลับไปที่ห้องพักแล้วก็เป็นได้เพคะ”
       “กลับไปทำไม ไม่มีหน้าที่อะไรต้องทำหรือวันนี้”
       “เอ่อ..ก็มีเพคะ แต่...เขาอาจจะไม่สบาย”
       “ไม่สบาย เป็นอะไร”
       สองนางในอ้ำอึ้ง แม่นมเดินเร็วๆ มา หน้าตาซีดๆ หอบๆ
       “ทรงรออยู่ตรงนี้เถอะเพคะ นี่ พวกเธอ ไปตามมิถิลามาเดี๋ยวนี้”
       สองนางในสบตาแม่นม แล้วต่างก้มหน้า
       “เจ้าค่ะ พระนม”
       ทั้งสองรีบไป ศิขรนโรดมยืนรออยู่ตรงนั้น หันมายิ้มกะแม่นมที่ยังหอบๆ อยู่
       “ดูสิ แล้วแม่นมทำไมต้องวิ่งมาด้วยคะ เดี๋ยวเป็นลมเป็นแล้งไปล่ะแย่เลย”
       “หม่อมฉันแก่ แต่ก็ไม่ถึงกับหง่อมหรอกเพคะ ยังพอจะมีเรี่ยวแรง และมีความคิดเห็นอยู่บ้าง หากฝ่าบาทจะทรงรับฟัง”
       “พูดแบบนี้ แปลว่ามีอะไรจะบอกหรือคะ”
       “ฝ่าบาท” แม่นมน้ำตาคลอ “เวลานี้ ทรงเป็นเจ้าหลวงแล้ว ทรงเป็นผู้ใหญ่แล้ว ต้องทรงพระทัยเย็นๆ หน่อยอย่าเพิ่งทรงด่วน รักชอบใครเลยเพคะ น่าจะทรงวางองค์เป็นเจ้าหลวงหนุ่มโสด ให้ราษฎรชื่นชมไปนานๆ และให้นานาชาติเขาได้ปลาบปลื้มในเจ้าหลวงรูปงามวัยเยาว์ของเรา นะเพคะ หม่อมฉันขอ” แม่นมทรุดกราบลงแทบเท้า ศิขรนโรดมตกใจ รีบประคองขึ้น
       “แม่นม อะไรกัน”
       “ทรงพระเยาว์นัก ยังทอดพระเนตรเห็นโลกแคบๆ อยู่เลย ในแผ่นดินของเราก็มีสตรีงามอีกมาก น่าจะทรงได้เปิดพระทัย ได้ทรงรู้จักกับใครๆ ให้มากกว่านี้ คนที่เหมาะสม คู่ควรกว่านี้” ศิขรนโรดมชักไม่สบายใจ
       “แม่นม นี่มันอะไรกัน แม่นมไม่ชอบมิถิลาหรือ”
       นางในสองนางวิ่งกับมา หน้าตาตื่นๆ
       “ขอเดชะ พระอาญามิพ้นเกล้า มิถิลาไปแล้วเพคะ”
       “ไปแล้ว ไปยังไง”
       “ก็หนีไปแล้วไงเจ้าคะ พระนม ในห้องไม่มีแล้ว แล้ว...เขา...เขา ทิ้งจดหมายไว้ ให้พระเทวีด้วยเจ้าค่ะ” ในมือนางในถือกระดาษพับๆ ศิขรนโรดมดึงกระดาษนั้นมาดู รีบคลี่อ่านแล้วตกใจ
       “บ้าแล้ว”
       “เกิดอะไรขึ้นหรือเพคะ”
       “มิถิลาเขา...ขอลาออก จากการทำงานที่นี่”
       
       ศิขรนโรดมซีด นิ่ง ขรึมไป สองนางในมองศิขรนโรดมแบบเสียดาย แม่นมยืนอึ้ง

วันนี้ที่รอคอย ตอนที่ 15
        ฉินเจียงหัวเราะขื่นๆ ผิงอันสังเกตเห็น
        “พี่ชายใหญ่คงยุ่งแหละ ถึงไม่กลับมาซะที”
       ฉินเจียงมองๆ แล้วลูบผมผิงอัน
       “หิวไหม กินอะไรมาหรือยัง ตรงโน้นมีร้านก๋วยเตี๋ยวอร่อยอยู่เจ้านึง ไปกินด้วยกันไหม” ผิงอันมองตามไปยังร้านก๋วยเตี๋ยวเก่าๆ โทรมๆ ที่ฉินเจียงบอก ผิงอันหันกลับมามองฉินเจียง สงสาร เห็นใจ มองฉินเจียงด้วยแววตาที่เปลี่ยนไป “ร้านมันอาจจะดูไม่ดีนะ แต่อร่อยอย่าบอกใครเชียว”
       “เก่งเนอะ เป็นแค่ร้านเล็กๆ ดูไม่ดีเท่าไหร่ แต่ก็ทำให้ลูกค้าติดได้ขนาดนี้”
       ผิงอันพยายามให้กำลังใจฉินเจียง เพื่อสู้กับเรื่องร้านขายของเก่าต่อไป ฉินเจียงเข้าใจ รับคำ
       “อืมม จริงด้วย”
       “ซื้อกลับไปกินที่ร้านพี่ดีกว่า มื้อนี้ฉันเลี้ยงเองแล้วเดี๋ยวเราไปซื้อขนมร้านโน้นไปฝากพี่ซูหลิงกันเนอะ”
       ฉินเจียงยิ้ม พยักหน้า ผิงอันทำท่าจะข้ามถนน ยืนลังเลอยู่สักพัก ฉินเจียงเดินเข้าไปจับมือผิงอัน ผิงอันมอง แปลกใจ ฉินเจียงจูงผิงอันเดินข้ามถนนไป ทั้งคู่หายไปในร้านก๋วยเตี๋ยว
       
       ที่คีรีรัฐ วัดริมแม่น้ำเวียงสาย บรรยากาศภายในวัดดูสงบ ร่มรื่น มีแม่ชี 2 คนกำลังกวาดลานวัดอยู่ มิถิลาเดินถือห่อผ้าเข้ามาแต่ไกล ตรงเข้ามาหาแม่ชีคนหนึ่ง ตาแดงๆ
        “แม่ชี ฉันจะมาขอบวชที่นี่ ต้องทำยังไงบ้างเจ้าค่ะ”
       “จะบวชเหรอ” แม่ชีพิจารณามิถิลาตั้งแต่หัวจรดเท้า มองหน้าแม่ชีอีกคนเพื่อปรึกษา “ทำยังไงดีล่ะ”
       “เจ้าสำนักตอนนี้ออกธุดงค์อยู่ในป่า ไม่รู้จะกลับมาเมื่อไหร่” แม่ชีบอกกับมิถิลา
       “โยมกลับคิดให้ดีๆ ก่อน แล้วค่อยกลับมาใหม่วันหลังนะ” แม่ชีอีกคนบอก
       “คิดดีแล้วเจ้าค่ะ ฉัน...ฉันทนอยู่ไม่ได้แล้วจริงๆ ฉันไม่มีที่พึ่งที่ไหนอีกแล้ว แม่ชีอนุญาตให้ฉันบวชเถอะนะเจ้าคะ”
       “การบวชที่นี่ไม่ใช่เรื่องเล่นๆ นะ ไม่ใช่คิดจะบวชก็มา คิดจะสึกก็ไป”
       “ดิฉันตั้งใจจะบวชไม่สึกเจ้าค่ะ จะขอบวชให้พ่อด้วย ทดแทนบุญคุณท่าน” มิถิลาเริ่มสะอื้น น้ำตารื้น แม่ชีสองคนมองหน้ากัน “ช่วยโกนหัวให้ฉันเลยได้ไหมค่ะ”
       “พาเข้าไปในสำนักก่อนดีกว่า”
       “รอท่านเจ้าสำนักกลับมา แล้วค่อยดูว่าท่านจะว่ายังไง”
       “ให้บวชไม่ได้” ทุกคนหันไป เห็นเจ้าสำนักเดินมาด้วยอาการสงบเย็น น่าเลื่อมใสศรัทธา “ยังร้องไห้ตาแดงมาแบบนี้ ไม่มีใครเขาบวชให้หรอก จะบวชจริงใจต้องพร้อมก่อน การบวช ไม่ใช่การซับน้ำตา ถ้าจิตยังเศร้าหมอง บวชไปก็แก้อะไรไม่ได้ จะทำให้ผ้าขาวมัวหมองซะเปล่าๆ มีแม่ชีเที่ยวเดินร้องไห้ร่ำไรพิลาปรำพัน มันไม่เหมาะ ทำใจให้สงบได้ก่อน แล้วค่อนมาคุยกันใหม่” มิถิลาอึ้ง “ทำได้ไหม ใจสงบน่ะ”
       มิลิถาพนมมือ น้ำตาไหลอาบแก้ม
        “ได้ ได้สิเจ้าคะ” มิถิลาป้ายน้ำตาไปมา เจ้าสำนักมองมิถิลา ส่ายหน้า
       
       ศิขรนโรดมนั่งเงียบขรึมอยู่ จ้าวซันยืนมอง หนักใจ
       “เจ้าหลวงพะย่ะค่ะ”
       ศิขรนโรดมชะงัก หันมา แล้วทำหน้าเบื่อๆ
       “เจ้าพี่ หยุดเรียกหม่อมฉันแบบนี้เสียที เรียกหม่อมฉันเหมือนเดิมดีกว่า”
       “ไม่ได้หรอก ฝ่าบาทต้องทรงทำพระทัยให้ชิน”
       “เจ้าพี่ นี่ใช่ไหม ที่เขาเรียกว่า ยิ่งสูง ยิ่งหนาว”
       “ทำไมล่ะ”
       “ก็ เมื่อเราอยู่ในสถานะหนึ่ง คนบางคนก็ถอยหนีจากเราไป”
       “ไม่มีใครถอยหนีจากเจ้าหลวงหรอก มีแต่คนจะเข้ามารุมล้อม”
       “ทำไมจะไม่มี ก็มิถิลาไง เขาหนีน้องไปแล้ว”
       “เขาหนีเพราะทรงเป็นเจ้าหลวงหรือ พี่ว่าไม่น่าจะใช่”
       “ถ้าเช่นนั้น เป็นเพราะอะไรล่ะ”
       “น้องได้พูดคุยกับเขาหรือยังล่ะ”
       “ยังเจ้าพี่”
       “งั้นน้องก็คงจะต้องถามเขาเองกระมัง พี่คงตอบแทนไม่ได้”
       “น้องต้องตามง้อเข้าหรือ”
       “ง้อหรือเปล่าไม่ทราบ แต่ควรได้พูดกันให้รู้เรื่อง”
       “น้องไม่ได้ทำผิดอะไร ทำไมน้องต้องเป็นฝ่ายตามง้อ เขาสิคิดอะไร เป็นอะไร” ศิขรนโรดมเอาจดหมายขึ้นมา “อยู่ๆ เขาก็บอกว่าเขาขอลาออกจากการรับราชการฝ่ายในเพราะเหตุผลส่วนตัว”
       “เรื่องของครอบครัวเขา มันก็น่าจะทำให้เขาคิดมากอยู่นะ”
       “ทำไมล่ะ เจ้าพี่ ก็พี่เขาและตัวเขาก็จงรักภักดีกับเรา จนตัวเองต้องเจ็บ ต้องลำบากทุกอย่าง เขาไม่เหมือนพ่อเขาซักหน่อย แล้วพอน้องได้เป็นเจ้าหลวง อย่างที่เขาก็แทบจะยอมตายถวายชีวิตก็ได้เพื่อให้น้องมาสู่จุดนี้ ในเมื่อเจ้าพี่ทรงสละยกตำแหน่งหน้าที่นี้มาให้น้องสมดังที่เขาฝันจริงๆ เขากลับทิ้งน้องไปแบบนี้มันใช้ได้หรือ”
       จ้าวซันไม่ตอบ ศิขรนโรดมหงุดหงิด
       
       วันต่อมา มิถิลาที่นุ่งขาวห่มขาวยืนสำรวมอยู่ด้านนึงหน้าโบสถ์ อสุนีมองดูอย่างเศร้าๆ
       “น้องทำแบบนี้ทำไม น้องไม่เคยเป็นผู้มีความใฝ่ใจในทางธรรมมะมาก่อนซักหน่อย”
       “เมื่อก่อนเราไม่เคยมีความทุกข์อย่างนี้นี่ เวลานี้ คนอย่างเราจะมีหน้าไปอยู่ร่วมอะไรกับคนดีๆ เขาได้”
       “แต่น้องไม่ได้เกี่ยวข้องกับพ่อ น้องยืนอยู่ฝ่ายตรงข้ามกับพ่อด้วยซ้ำ”
       “แต่บาปทั้งหมด มันตกกับเรานะพี่ ผู้คนในวังเขาก็รังเกียจเราทั้งนั้น”
       “ใครมันรังเกียจน้อง บอกพี่มาซิ”
       “ช่างมันเถอะพี่ ในเมื่อพ่อเคยทำบาป มันก็น่าจะดีมิใช่หรือ ถ้าน้องจะบวชเพื่อล้างบาปให้ท่าน”
       “แต่น้องควรจะอยู่เคียงข้างเจ้าหลวง”
       “น้องจะอยู่ได้ยังไง ทรงเป็นถึงเจ้าหลวงที่คนทั้งประเทศต้องกราบ แล้วเราเป็นใคร”
       “แล้วน้องจะทิ้งเจ้าหลวง ให้ทรงโดดเดี่ยวหรือ”
       “ไม่ได้ทรงโดดเดี่ยวเลย เจ้าหลวงทรงมีเจ้าพี่ที่ทรงรัก และเจ้าพี่ของพระองค์ ก็ทรงสนิทเสน่หาในเจ้าหลวงมากถึงกับถวายตำแหล่งเจ้าหลวงให้ง่ายๆ เราสิพี่ เราสองคนคือคนอื่น ตรงนั้นไม่ใช่ที่ทางของคนอย่างเราเลย”
       
       อสุนีอึ้ง

หน้าที่แล้ว
1 | 2 | 3 | 4
หน้าถัดไป
ข่าวล่าสุด ในหมวด
วันนี้ที่รอคอย ตอนที่ 23 จบบริบูรณ์
วันนี้ที่รอคอย ตอนที่ 22
วันนี้ที่รอคอย ตอนที่ 21
วันนี้ที่รอคอย ตอนที่ 20
วันนี้ที่รอคอย ตอนที่ 19
เครื่องมือจัดการเว็บ
ส่งบทความนี้ต่อ
พิมพ์หน้านี้
ข่าวที่มีผู้ส่งมากที่สุด
แสดงผลหน้าเดียว
จำนวนคนโหวต 19 คน
คุณเห็นด้วยกับข่าว/บทความนี้หรือไม่
เห็นด้วย ไม่เห็นด้วย
เห็นด้วย 19 คน
100 %
ยังไม่มีผู้ไม่เห็นด้วย
0 %
ความคิดเห็นที่ 1 +1 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
รักน้องฉัตรมากมายจะติดตามทุกผลงานของน้องนะคะ
รักฉัตร
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความคิดเห็น
1. โปรดงดเว้น การใช้คำหยาบคาย ส่อเสียด ดูหมิ่น กล่าวหาให้ร้าย สร้างความแตกแยก หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
2. ทุกความคิดเห็นไม่เกี่ยวข้องกับผู้ดำเนินการเว็บไซต์ และไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมายได้
3. ทีมงานเว็บมาสเตอร์ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
4. เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
5. ผู้ร่วมแสดงความคิดเห็นสามารถร่วมตรวจสอบข้อความที่ไม่เหมาะสมได้ โดยการกดปุ่ม "แจ้งลบ" หรือส่งอีเมลแจ้งมาที่ cs@astvmanager.com หรือ cs.astvmanager@gmail.com ซึ่งทีมงานจะทำการตรวจสอบ และลบข้อความดังกล่าวโดยเร็วที่สุด หรืออย่างช้าภายใน 3 วันทำการ
เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
แสดงความคิดเห็นเพิ่มเติม
โชว์ภาพผู้ใช้ทุกครั้งที่แสดงความเห็น เพียงเข้าสู่ระบบด้วยบัญชีของเฟซบุก กดที่ปุ่มด้านล่างนี้เลย!

ชื่อ/e-mail ของคุณ : *
 
 *
  กฎกติกาการแสดงความคิดเห็นฉบับเต็ม
 
หนังสือพิมพ์: ASTV ผู้จัดการออนไลน์ | ASTV ผู้จัดการรายวัน | นิตยสารผู้จัดการ 360° | Positioning | ASTV News1
มุม: การเมือง | อาชญากรรม | คุณภาพชีวิต | ภูมิภาค | ต่างประเทศ | มุมจีน | ธุรกิจ | หุ้น | SMEs | Motoring
CyberBiz | วิทยาศาสตร์ | เกม | กีฬา | บันเทิง | Life on Campus | Celeb Online | ท่องเที่ยว | ธรรมะกับชีวิต | Multimedia
เว็บ: Asia Times | บุรพัฒน์ คอมมิคส์ | Mars Magazine | ทะเลไทย | คุยกับเว็บมาสเตอร์ | โฆษณาบนเว็บ
All site contents copyright ©1999-2014