หน้าแรกผู้จัดการ Online | หน้าแรกละครออนไลน์ | ละครออนไลน์
ละครออนไลน์ โดมทอง

โดมทอง ตอนที่ 13

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์
14 กรกฎาคม 2556 17:48 น.
โดมทอง ตอนที่ 13
        โดมทอง ตอนที่ 13
       
       ค่ำคืนนั้น ในขณะที่วิรงรองกำลังนั่งเปิดเน็ตหางานทำอยู่ในห้อง และเซิร์ชหาอยู่สักพักหนึ่ง จึงมีเสียงเคาะประตูเบาๆ วิรงรองลุกเดินมาที่ประตูแล้วเปิดออก
       
       “มีอะไรหรือคะ คุณ”
       “คุณพิณทองมาหาแน่ะ”
       วิรงรองชะงัก คิดไม่ถึง
       ปรางรีบชิงพูดขึ้นก่อน “คุณบอกเขาแล้วว่า แม่หนูอยู่บ้าน”
       วิรงรองพยักหน้า “ค่ะ”
       วิรงรองเดินไปปิดเน็ต แล้วจึงเดินออกไป
       
       พิณทองนั่งก้มลงมองมือตัวเอง ตรงหน้ามีน้ำท่าวางพร้อม วิรงรองเดินเข้ามา
       “คุณพิณมีธุระอะไรกับดิฉันหรือคะ”
       พิณทองขยับตัว “พิณอยากจะขอทำความเข้าใจเรื่องน้าลบค่ะ”
       “คงไม่จำเป็นมั้งคะ” วิรงรองบอกในทันที
       “จำเป็นมากค่ะ! เพราะพิณเองเป็นต้นเหตุให้คุณวิและน้าลบเข้าใจผิดกัน”
       วิรงรองฉงน มองพิณทองอย่างแปลกใจ
       “น้าลบโทร.คุยกับพิณเรื่องที่กำลังเข้าใจกันดีกับคุณวิ พิณยังบอกว่า พิณจะเลี้ยงแสดงความยินดีให้...หลังจากนั้น พิณก็เล่าให้คุณแม่ฟัง ...
       วิรงรองมีสีหน้าใคร่ครวญครุ่นคิดตาม
       “เรื่องมันน่าจะเริ่มจากตรงนี้”
       วิรงรองชักลังเล “แต่คุณแม่คุณพิณ ทราบเบอร์โทรศัพท์ของดิฉัน”
       “คุณแม่อาจจะเปิดดูในเครื่องของคุณพ่อก็ได้ ... เชื่อพิณเถอะค่ะ...น้าลบเป็นคนดีแล้วก็รักคุณวิมาก”
       วิรงรองนิ่ง
       “พิณขอยืนยันว่า น้าลบไม่รู้เรื่องที่พิณมาพบคุณวิเลย...ขนาดตอนแรกพิณบอกว่าจะมาอธิบายให้คุณวิฟัง น้าลบยังห้ามเลย”
       วิรงรองประชด “เขาคงคิดว่าเข้าใจอย่างนั้นก็ดีแล้วมั้งคะ”
       “ไม่ใช่แน่นอนค่ะ! พิณรู้จักน้าลบของพิณดี! ….แล้วพิณก็ไม่ได้มาพูดให้คุณวิดีกับน้าลบ เพื่อจะได้กันพิชญ์ออกไปด้วย พิณกำลังหย่ากับพิชญ์”
       วิรงรองตกใจ “คุณพิณ”
       “ถ้าหากคุณวิยังรักพิชญ์ พิณก็จะไม่โกรธเหมือนกันที่คุณวิจะกลับไปคบกับเขา”
       “ไม่มีวันแล้วค่ะ”
       “พิณพูดความจริง”
       “ดิฉันก็พูดความจริง”
       ทั้งสองสบตากันแล้วพิณทองเป็นฝ่ายยิ้มนิดๆ
       
       อดิศวร์ขับรถเข้ามาจอดที่หน้าคอนโดพอดี ในจังหวะที่เสียงโทรศัพท์ดังขึ้น เขาหยิบขึ้นมาดู แล้วรีบกดรับทันที
       “วิรงรอง”
       “ดิฉันขอโทษที่เข้าใจผิดค่ะ”
       วิรงรองพูดเท่านั้นก็ตัดสายแล้วปิดเครื่องทันที อดิศวร์กดกลับไปใหม่ แต่มีเพียงเสียงตอบรับ
       อดิศวร์กลับรถขับออกไปทันที
       
       ขณะเดียวกันภายในห้องนั่งเล่น พิณทองนั่งอยู่แทบเท้าพ่อ เกยคางไว้กับขา ด้วยสีหน้ายุ่งยากใจ
       “พิณไม่แน่ใจว่า พิณทำถูกหรือเปล่า เพราะน้าลบอาจจะนึกตำหนิคุณแม่”
       “ก็เขาอยากวุ่นวายใส่ไข่เองทำไมล่ะ...มีอย่างที่ไหน คนเขารักกันอยู่ดีๆ ก็ไปสร้างเรื่องให้เขาเลิกกัน แม่ของลูกพิณนี่เขาแปลกจริงๆ ยิ่งเข้าคู่กับคุณวัชยิ่งมันส์กันเข้าไปใหญ่”
       พิณทองถอนใจ
       พจน์ลูบผมลูกสาว “ไม่ต้องคิดมาก พ่อขอ Confirm ว่าหนูทำถูกแล้ว”
       คุณหญิงไม่รู้อิโหน่อิเหน่ เดินเข้ามา สีหน้าแจ่มใส
       “คุณพ่อคุณลูกคุยอะไรกันคะ...น่ารักจัง”
       แก้วทรุดตัวลงนั่ง
       “เรื่องละครสมัยนี้น่ะจ้ะ...คุณแก้ว”
       แก้วเหน็บ “อุ๊ย ! คุณเคยดูละครกับเขาด้วยหรือคะ”
       “เคยได้ยินเขาคุยกันน่ะ! เห็นว่าพวกตัวนางอิจฉานี่สุดจะทนทาน...คนอะไรมันจะใส่ร้ายป้ายสีคนอื่นได้ขนาดนี้! มันน่าโดนเปลือกทุเรียนฟาดปากเสียให้เข็ด”
       พิณทองลอบสบตาพ่อท่าทีทึ่งๆ ขณะที่พจน์หลิ่วตาอย่างน่าขัน
       คุณหญิงแก้วลอบกลืนน้ำลาย
       
       ฝ่ายวิรงรองกำลังนั่งแปรงผมหลังอาบน้ำเสร็จ เสียงเคาะประตูดังขึ้น
       “ใครคะ”
       “มีแขกมาพบคุณวิค่ะ” เสียงแจ๋วดังเข้ามา
       วิรงรองลุกเดินมาเปิดประตู “ใครกันมาค่ำๆ มืดๆ”
       “ก็คุณคนที่มาเมื่อตอนเช้านี่ไงคะ” แจ๋วบอก
       วิรงรองนิ่ง อึ้งไป สาวใช้ลอบมองอย่างแปลกใจในท่าทีนั้น
       “แล้วคุณล่ะ”
       “กำลังสวดมนตร์ค่ะ”
       “ลงไปบอกว่าเดี๋ยวฉันลงไป”
       “ค่ะ”
       วิรงรองปิดประตูห้อง แล้วเปิดตู้เสื้อผ้า หยิบชุดลำลองออกมา
       
       อดิศวร์นั่งคอยอยู่เงียบๆ บนโต๊ะมีน้ำท่าต้อนรับเรียบร้อย วิรงรองในชุดลำลองเดินเข้ามา อดิศวร์ยังนั่งอย่างเดิม วิรงรองลังเลเล็กน้อยแล้วเดินเข้ามาทรุดตัวลงนั่งตรงหน้าเงียบๆ
       “จะกลับโดมทอง เมื่อไหร่”
       “ยังไม่ทราบเลยค่ะ” อดิศวร์เว้นไปอีกนิด “บางที...อาจจะไม่กลับ”
       “งั้นก็หมายความว่า เราจะแต่งงานกันที่กรุงเทพฯ”
       วิรงรองสะดุ้ง “เอ๊ะ”
       อดิศวร์พูดเสียงอ่อนลง “โดมทอง…รอเธออยู่”
       น้ำเสียงวิรงรองเยาะนิดๆ “ไม่จริงมั้งคะ”
       “เธอไม่อยากรู้ ความลับในโดมทองอีกแล้วหรือ”
       วิรงรองนิ่งงันไป
       “กลับไปด้วยกันเถอะ...แล้วคราวนี้ ฉันจะช่วยเธอเอง”
       วิรงรองมองสบสายตาอดิศวร์ที่มองตอบมาราวกับจะให้ความมั่นใจ
       
       ภายในห้องพิณทอง เจ้าของห้องกำลังพูดโทรศัพท์กับอดิศวร์ที่กำลังขับรถอยู่ตามทาง ด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม
       “พิณดีใจด้วยค่ะ ที่คุณวิรงรองยอมกลับโดมทองด้วยแล้ว” พิณทองเว้นไปนิด “เมื่อไหร่น้าลบจะให้พิณเลี้ยงคะ”
       “เอาไว้น้าลบจะบอก...ขอบใจคุณพิณมาก”
       “ไม่เป็นไรค่ะ พิณเต็มใจช่วยอยู่แล้ว กู๊ดไนท์ค่ะ”
       พิณทองวางโทรศัพท์ลงด้วยสีหน้าโล่งใจ
       
       ด้านวิรงรองเดินกลับไปกลับมาช้าๆ ด้วยสีหน้าใคร่ครวญครุ่นคิด อยู่สักพักหนึ่ง แล้วตัดสินใจเปิดโทรศัพท์มือถือหาเบอร์ใครบางคน
       ขณะนั้นพิชญ์ครึ่งนั่งครึ่งนอนอยู่บนเตียง ตาอยู่ที่ ทีวี ก็จริง แต่ดูเหมือนใจจะลอยไปอยู่ที่อื่น
       สักครู่เสียงมือถือดังขึ้น พิชญ์ปล่อยให้เสียงดังครู่หนึ่ง แล้วหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูเบอร์แล้วชะงักเห็นเป็นเบอร์บ้านวิรงรอง เขารีบผุดลุกขึ้นนั่งด้วยสีหน้าแววตาตื่นเต้นดีใจ
       พิชญ์รีบรับทันที “พลับพลึง”
       “สวัสดีจ้ะพิชญ์ ขอโทษด้วยที่โทร.มาป่านนี้”
       “ไม่เป็นไร ผมดีใจที่พลับพลึงโทร.มา ดีใจที่สุดเลย นี่ ...นี่...พลับพลึงกลับมาอยู่ที่บ้านตั้งแต่เมื่อไหร่! คุณจะไม่กลับไปโดมทอง อีกแล้วใช่ไหม ! ผม...”
       “จะกลับไปพรุ่งนี้เย็นจ้ะ”
       พิชญ์นิ่งอึ้งไปทันที
       “พิชญ์”
       เสียงของพิชญ์เปลี่ยนเป็นหมางเมินทันทีและประชดประชันเต็มที่
       “แล้วคุณโทร.มาทำไม หรือว่าจะขอให้เป็นเพื่อนเจ้าบ่าว”
       วิรงรองพูดด้วยเสียงใจเย็นๆ และอ่อนโยน “พรุ่งนี้เช้า...พิชญ์มาที่บ้านพลับพลึงหน่อยได้ไหม”
       
       พิชญ์ขบกรามแน่น สีหน้าแววตาเจ็บปวดรวดร้าวยิ่งนัก
        
       
       โดมทอง ตอนที่ 13 (ต่อ)
       
       วิรงรองตัดสินใจมาปรึกษาแม่ที่ในห้อง
       
       “ถ้าแม่หนูแน่ใจว่าจะเป็นผลดีมากกว่าผลเสีย ก็ทำไปเถอะลูก...อีกอย่าง แม่หนูก็นัดเขาแล้วนี่จ๊ะ จะต้องมาถามแม่ทำไม”
       “หนูอยากให้แน่ใจน่ะค่ะว่าตัวเองทำถูก...คุณพิณทองเธอดีกับหนู ...หนูก็เลยอยากจะตอบแทนบ้าง”
       “คุณเข้าใจว่าแม่หนูหวังดี...แต่พิชญ์น่ะซิ เขาจะเข้าใจหรือเปล่า”
       สีหน้าวิรงรองดูหนักใจเอาการ
       
       พิชญ์มาตามนัดแต่เช้า และกำลังนั่งอยู่ในห้องรับแขกบ้านวิรงรอง มองหน้าวิรงรองเหมือนจะตัดพ้อและขมขื่น
       “แล้วนี่ต้องขออนุญาตน้าลบเขาหรือเปล่า” พิชญ์ประชด
       “เพื่อนจะพบเพื่อน ไม่เห็นจำเป็นต้องขออนุญาตใครนี่คะ”
       “เพื่อน” น้ำเสียงพิชญ์ขมขื่นมาก “... ผมไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่า จะต้องกลายมาเป็นเพื่อนกับพลับพลึง”
       วิรงรองพยายามใจเย็น “เรื่องของเรามันจบกันไปนานแล้ว”
       “แล้วพลับพลึงเรียกผมมาทำไม”
       “ฉัน...” วิรงรองหนักใจ
       พิชญ์สุดจะขมขื่น เลยประชดประชันเต็มที่ “ฉัน! แม้แต่คำเรียกแทนตัวเองก็เปลี่ยนไป”
       วิรงรองเริ่มจะหมดความอดทน “ถ้าจะพูดถึงเรื่องเปลี่ยน...พิชญ์ก็รู้อยู่แก่ใจว่าใครเปลี่ยนก่อน”
       พิชญ์อึ้ง
       “ฉันอยากจะคุยกับพิชญ์เรื่อง คุณพิณทอง”
       “ไม่จำเป็น” พิชญ์ขึ้นเสียงทันที แล้วเว้นนิด “ผมไม่ได้รักเขา ผมแต่งงานกับเขาก็เพราะถูกคุณแม่บังคับ”
       “แล้วพิชญ์ก็แต่ง แต่งแล้วพิชญ์ก็ทำให้เขาเจ็บน้ำใจทั้งๆ ที่คุณพิณไม่ได้มารับรู้อะไรด้วยเลย”
       พิชญ์อึ้งอีก
       “ฉันอยากให้พิชญ์คิดดูดีๆ ถ้าพิชญ์รู้ว่าการแต่งงานจะไปไม่รอด พิชญ์ก็ไม่ควรยอมทำตามคุณแม่ตั้งแต่แรก! เพราะคนที่เสียหายที่สุดคือ คุณพิณทอง! มันไม่ยุติธรรมกับเธอ!”
       พิชญ์เสียงอ่อยลงเล็กน้อย “เขาก็ต้องทำตามที่คุณแม่เขาบังคับเหมือนกัน”
       วิรงรองส่ายหน้า “เชื่อซิ ถ้าพิชญ์บอกว่า...พิชญ์มีคนรักอยู่แล้ว ...ยังไงคุณพิณทองก็ไม่ยอมแต่งด้วย แต่นี่พิชญ์ไม่ได้บอกเธอ จริงไหม!…เพราะฉะนั้นคุณก็ควรจะรับผิดชอบ”
       พิชญ์เถียงไม่ออก
       วิรงรองมองหน้าอดีตคนรัก เลื่อนถ้วยกาแฟให้
       “กาแฟจะเย็นหมดแล้วค่ะ”
       
       พิชญ์เปิดประตูเข้ามาในออฟฟิศ ด้วยสีหน้าท่าทางอ่อนแรง เดินมาทรุดตัวลงนั่งครู่หนึ่ง แล้วกดโทรศัพท์ภายในบอกเลขา
       “แอน ... ผมยังไม่รับโทรศัพท์นะ”
       “ค่ะ”
       “ขอบใจ”
       พิชญ์เอนตัวพิงพนัก สีหน้าเหมือนจะทบทวนเหตุการณ์เมื่อตอนเช้า
       
       เวลานั้นทั้ง 2 คนเดินออกมาหน้าบ้าน
       พิชญ์หยุดเดินแล้วหันกลับมา “ส่งผมแค่นี้แหละ”
       “พิชญ์ คุณพิณทองเป็นผู้หญิงที่เพียบพร้อม แล้วเธอก็รักคุณมาก”
       พิชญ์หงุดหงิดเล็กๆ “เพราะคุณหมดรักผมแล้วใช่ไหมล่ะ...ถึงได้เชียร์คนอื่น”
       “เธอเป็นภรรยาคุณ...ไม่ใช่คนอื่น...ซึ่งนั่นสำคัญที่สุด” วิรงรองเสียงแข็งเช่นกัน
       พิชญ์สีหน้าหมองลง
       วิรงรองมีท่าทีอ่อนลง “คุณเป็นคนตัดสินใจเอง...แล้วฉันก็คิดว่า คุณตัดสินใจถูกแล้ว...ขอให้พิชญ์โชคดีนะคะ”
       
       พิชญ์ดึงตัวเองกลับมา สีหน้าเหมือนจะเยาะๆ
       “โชคดี เฮอะ”
       ภาพพิณทองในอิริยาบถอ่อนหวาน ผุดเข้ามาในห้วงความคิด พร้อมคำพูดวิรงรอง
       “ถ้าพิชญ์บอกว่า พิชญ์มีคนรักอยู่แล้ว...ยังไงคุณพิณทองก็ไม่ยอมแต่งด้วย แต่นี่พิชญ์ไม่ได้บอกเธอ จริงไหม เพราะฉะนั้นคุณก็ควรจะรับผิดชอบ”
       ภาพพิณทองเลือนหายไป แต่เสียงวิรงรองดังก้อง
       “เธอเป็นภรรยาคุณ...ไม่ใช่คนอื่น...ซึ่งนั่นสำคัญที่สุด”
       พิชญ์ทอดถอนใจยาว
       
       บรรยากาศชวนวังเวงในยามค่ำของอาณาบริเวณบ้านโดมทอง
       อุษาเตรียมยามาวางไว้บนโต๊ะข้างเตียงท่านผู้หญิง
       “ตาลบจะกลับเมื่อไหร่ล่ะนี่”
       “คุณลบไม่ได้บอกค่ะ”
       “แล้วแกก็ไม่ได้ถาม”
       อุษานิ่งไป
       ท่านผู้หญิงมองอุษาซึ่งกำลังจัดตู้เสื้อผ้าให้อย่างเพ่งพิศ “แกไม่ได้รักตาลบบ้างหรอกหรือ”
       “อุษารักและเคารพคุณลบเหมือนพี่ชายค่ะ แล้วเธอก็เป็นพี่ชายของอุษาจริงๆ”
       “ไม่ใช่พี่น้องท้องเดียวกันสักหน่อย ห่างตั้งเป็นโยชน์”
       อุษานิ่งอีก
       “ยังรักไอ้พันธุ์สูรย์มันอยู่ละซี”
       อุษาจัดเสร็จปิดตู้แล้วเดินมาคุกเข่ายื่นถ้วยยาให้
       “ใฝ่ต่ำ”
       “คุณย่าทานยาเถอะค่ะ”
       ท่านผู้หญิงปัดถ้วยยาตกกระจาย “จะวางยาพิษฉันละซี”
       “นี่เป็นยาที่คุณย่าทานเป็นประจำนะคะ”
       “ใครจะไปรู้ว่าแกหรือนังแสงแข จะเอายาพิษมาเปลี่ยนให้เมื่อไหร่”
       อุษาน้ำตาคลอ “ทั้งอุษาแล้วก็แสงแขไม่มีวันแม้แต่จะคิดอย่างนั้นค่ะ...คุณย่าเป็นผู้มีพระคุณกับเรา”
       “สำออย ฉันไม่เชื่อหรอก ไม่เชื่อแล้วก็ไม่ไว้ใจใครหน้าไหนทั้งนั้น จะไปไหนก็ไป ไป๊”
       อุษาก้มหน้าก้มตาไปที่ประตู เปิดออกไป
       ท่านผู้หญิงมองตามด้วยสายตาเกลียดชังไปหมด
       
       อุไรซึ่งกำลังจะเปิดประตูเข้ามาสะดุ้งเฮือก เมื่ออุษาเปิดเดินออกมาก่อน
       “ตาเถร”
       อุษาเดินผ่านไปโดยไม่มอง
       “คุณอุษา...เป็นอะไรคะ”
       อุษาเดินเลี้ยวไปเลย
       อุไรงง “ไม่เข้าใจ ไม่เข้าใจ”
       อุไรเปิดประตูเดินเข้าไป
       
       กลางดึกดวงจันทร์ข้างแรมสีแดงเหมือนสีเลือดลอยอยู่เหนือยอดโดม
       ส่วนภายในห้อง ท่านผู้หญิงนอนกระสับกระส่าย ขณะที่อุไรนอนหลับสนิท มีเสียงโซ่ลากช้าๆ อยู่บริเวณหน้าห้อง
       ท่านลืมตาตื่นขึ้น เงี่ยหูฟัง เสียงโซ่ค่อยๆ ผ่านห้องไป
       
       ท่านผู้หญิงสรรักษ์ผุดลุกขึ้นนั่ง ดึงผ้าห่มออก ลุกเดินไปที่ประตูแล้วเปิดออกไป
       
       โดมทอง ตอนที่ 13 (ต่อ)
       
       ท่ามกลางความมืดสลัว ท่านผู้หญิงสรรักษ์ค่อยๆ ก้าวออกมานอกห้อง แล้วเพ่งมองฝ่าความมืดไป เห็นหลังไวๆ ของใครคนหนึ่งกำลังจะเดินเลี้ยวไปตรงหัวมุม
       ท่านผู้หญิงค่อยๆ เลื่อนสายตาลงมา ที่บริเวณขาของใครคนนั้น มีโซ่ซึ่งมีเลือดเกรอะกรังคล้องอยู่
       ท่านผู้หญิงเดินตามไปเรื่อยๆ
       
       ร่างๆ นั้น ลากโซ่ขึ้นบันไดมาเรื่อยๆ ท่านผู้หญิงเดินตามเหมือนถูกสะกด ปรากฏว่าร่างๆนั้น เดินมาถึงห้องวิรงรองพอประตูเปิดออกร่างนั้นเดินเข้าไป ประตูปิดตัวลง
       ท่านผู้หญิงรีบเดินตามไปที่หน้าห้อง แล้วดึงประตูเปิดผลัว ร่างๆ นั่นซึ่งยืนหันหลังห่างประตูไปไม่เท่าไหร่ หันขวับมาทันที
       ท่านผู้หญิงผงะ “นังพลับพลึง”
       พลับพลึงทักทายเสียงแหบโหย “คุณพี่...คุณพี่กำลังจะพ่ายแพ้”
       “ไม่มีวัน! ไปให้พ้น! นังผีบ้า! ออกไปจากบ้านฉัน!”
       ท่านผู้หญิงไล่ตะเพิด พอหันหลังกลับ แล้วต้องสะดุ้งเฮือก
       เมื่อพบว่าพลับพลึงกลับมายืนตรงหน้าอีก
       “ดิฉันไปไหนไม่ได้...คุณพี่ก็รู้ว่าดิฉันไปไหนไม่ได้...ไปไม่ได้”
       พลับพลึงลากเสียงยาว ดังโหยหวนชวนขนลุก
       
       ท่านผู้หญิงสะดุ้งตื่นจากฝันร้ายลืมตาขึ้น เห็นใบหน้าอุไรอยู่ตรงหน้าแทนใบหน้าพลับพลึง ด้วยว่าหญิงชราเอะอะโวยวาย อุไรเลยลุกมาดู
       “ท่านเจ้าคะ...ท่าน...”
       ท่านผู้หญิงถีบโครม “นังผีบ้า! ไป๊! ไปให้พ้น! นังผีบ้า!”
       อุไรคราง “อูย...” รีบลุกขึ้นจากที่หงายหลัง “ท่านเจ้าขา ...นี่อุไรเองเจ้าค่ะ”
       ท่านผู้หญิงรู้สึกตัว “อุไรเรอะ แล้วนังนั่นล่ะ...มันหนีไปแล้วใช่ไหม”
       “ไม่เห็นมีใครนี่เจ้าคะ” อุไรบอก
       “มีซิ ! มีผีนังพลับพลึง”
       อุไรสะดุ้งเฮือกโผเข้ากอดผู้เป็นนาย “ว้าย”
       “นังอุไร แกจะบ้าเรอะ ปล่อย”
       อุไรหลับหูหลับตากอดท่านด้วยความกลัว แต่ในที่สุดท่านก็ผลักแล้วถีบอุไรกระเด็นจนได้
       “แกจะบ้าเรอะ นังอุไร”
       อุไรยังหลับหูหลับตาร้องอยู่นั่น “ผีคุณพลับพลึงไปแล้วหรือเจ้าคะ”
       “นังอุไร”
       อุไรค่อยๆ ลืมตาขึ้นมอง
       “อยากให้มันมานักเรอะไง! พูดถึงมันอยู่ได้”
       “ก็ท่าน...”
       ท่านผู้หญิงตวาด “เงียบ”
       อุไรหุบปากทันใด
       “นังพิศ” ท่านผู้หญิงตะเบ็งเสียงเรียก
       อุไรซึ่งกำลังคลานกลับที่ที่นอนสะดุ้งเฮือก
       “นังพิศ”
       เงาดำๆ ของผีนางพิศปรากฏขึ้นในเงามืดมุมห้อง
       “หายหัวมัวแต่ไปอยู่ที่ไหน ปล่อยให้นังพลับพลึงมาหลอกหลอนข้า”
       “ท่านเจ้าขา...ปล่อยบ่าวไปเถิดเจ้าค่ะ”
       “เอ็งยังไปไหนไม่ได้”
       อุไรดึงผ้าคลุมโปง ภายในโปงอุไรจะร้องไห้เสียให้ได้ด้วยความหวาดกลัว
       “เอ็งต้องช่วยข้าไล่นังพลับพลึงไป มันคอยรบกวนข้าแทบทุกคืน”
       “ท่านเจ้าขา...”
       “เงียบ! ทำหน้าที่ของเอ็งไป”
       ท่านผู้หญิงเอนตัวลงนอน ทุกอย่างกลับเข้าสู่ความเงียบ
       อุไรค่อยๆ ดึงโปงออกแค่ระดับตา แล้วเบิกตากว้าง เมื่อผีนางพิศค่อยๆ เบือนหน้ามามอง อุไรรีบคลุมโปงตามเดิม
       
       เช้ามืดวันต่อมา ดวงอาทิตย์ค่อยๆ โผล่พ้นขอบน้ำตัดกับฟ้าขึ้นมา อุษาเดินลงบันไดมาจะไปดูอาหารทำให้ท่านผู้หญิง อุไรเดินหน้าตาอิดโรยตรงมา
       “คุณอุษาขา...อุไรไม่ไหวแล้วค่ะ อุไรขออนุญาตไม่นอนเฝ้าท่านผู้หญิงแล้วนะคะ ขอให้เมื่อคืนนี้เป็นครั้งสุดท้าย”
       “อีกแล้วหรือ” อุษาถามเหมือนรู้ดีว่ามีผีหลอก เพราะอุไรเคยเห็นพิศมาแล้วในห้องท่านผู้หญิง
       “ค่ะ...เห็นจะจะเป็นครั้งที่ 2 ที่ 3 แล้วมั้งคะ”
       “อุไรคงจะฝันไปมั้ง”
       “ไม่ฝันแน่นอนค่ะ! โธ่! พูดแล้วยังขนหัวลุกอยู่เลย”
       “เอาเถอะ คืนนี้ฉันจะไปนอนเอง แล้วอย่าไปเล่าให้ใครฟังล่ะเดี๋ยวจะกลัวกันไปหมด”
       “ค่ะ”
       อุษาเดินไปครัว อุไรรีบเดินตาม โดยไม่วายมองซ้ายมองขวาหวาดๆ
       
       2 คนเดินตามกันเข้ามาในครัว โดยอุไรทำหน้าเหมือนนึกได้
       “คุณอุษาจำได้ไหมคะที่คุณวิ เห็นผู้หญิงแต่งตัวเหมือนคนโบราณมายืนมองเธอ”
       อุษาชะงักหันมามอง
       ภาพเหตุการณ์ตอนวิรงรองเล่าผุดเข้ามาในห้วงความคิดแว่บหนึ่ง
       “อุไรว่าต้องเป็นคนเดียวกันแน่ๆ เลยค่ะ”
       อุษาไม่ตอบ หันไปเตรียมอาหาร อุไรเข้าช่วย
       
       ขณะเดียวกัน 3 คน พ่อแม่ลูก นั่งทานข้าวกัน โดยมีสาวใช้คอยบริการ
       “นี่เมื่อไหร่นายพิชญ์เขาจะมารับลูกกลับล่ะ” พจน์ถามขึ้น
       “คุณพ่อเบื่อขี้หน้าพิณแล้วหรือคะ” พิณทองสัพยอก
       แก้วทำท่าจะพูดประชด สาวใช้อีกคนเข้ามารายงานก่อน
       “คุณลบมาค่ะ”
       ทุกคนยิ้มแย้มแจ่มใสทันที
       แก้วบ่นดุสาวใช้ที่ยืนงง “อ้าว แล้วทำไมไม่เข้ามา ไป๊ ไปเชิญคุณลบ...ติ๋ว... ไปจัดเกี้ยมอี๋มาให้คุณลบอีกชุดหนึ่ง”
       สาวใช้บอก “เธอมากัน 2 คนค่ะ”
       ทุกคนทำหน้างงๆ ขณะที่พิณทองเบิกตากว้าง รู้ทันที แล้วรีบลุกขึ้นทันควัน
       “พิณไปเชิญเองดีกว่า”
       พิณทองยิ้มร่ารีบออกไป ขณะที่ทั้ง 2 คนยังงงๆ
       
       เป็นดังที่พิณทองที่เดินแกมวิ่งเข้ามาคาด เมื่อมาถึงห้องรับแขกพิณทองเบิกตากว้างด้วยความดีใจ
       “น้าลบ! คุณวิ”
       พิณทองเข้ากอดลบ แล้วผละมาจับมือทั้ง 2 ข้างของวิรงรองอย่างดีใจ
       “พิณดีใจด้วยจริงๆ ค่ะ! ไป! เข้าไปทานเกี้ยมอี๋กัน”
       วิรงรองมีท่าทางลังเล
       “ไป” อดิศวร์บอก
       “ไปค่ะ”
       
       พิณทองจับมือวิรงรองจูงเดินไปทางห้องอาหาร โดยมีอดิศวร์เดินตามยิ้มหน้าบาน ด้วยสีหน้าแจ่มใส
       
       โดมทอง ตอนที่ 13 (ต่อ)
       
       พอ 3 คนเดินเข้ามาในห้องอาหาร แก้วถึงอ้าปากค้าง ช้อนตกจากมือ ส่วนพจน์ลุกขึ้นเดินไปจับมืออดิศวร์ทักทาย แล้วรับไหว้วิรงรองด้วยความยินดี
       
       “คุณลบ...เป็นยังไงมายังไงถึงพาหนูวิมาได้”
       “วิรงรองกลับมาเยี่ยมคุณแม่เขาครับ”
       พจน์พยักพเยิดแซวในที “อ้อ! แล้วคุณลบเลยต้องมารับกลับ”
       ขณะที่กำลังคุยกัน สาวใช้ยกเกี้ยมอี๋มาเสิร์ฟให้สองคน
       “ทานเลยค่ะ คุณวิรงรอง...ปล่อยให้น้าลบคุยไป”
       คุณหญิงแก้วลุกขึ้น
       “อ้าว! อิ่มแล้วหรือคุณ...ทานไปไม่กี่คำเอง” พจน์ทัก
       “ไม่ได้อิ่มค่ะ...แต่มันกินไม่ลง”
       แก้วลุกไป ทุกคนอึ้งกันไปหมด
       พจน์ลุกขึ้น “ทานกันไปก่อนนะ”
       วิรงรองรีบเรียกไว้ “คุณลุงคะ”
       พจน์หันมา
       วิรงรองบอก “หนูว่าหนูกลับก่อนดีกว่า” พลางหันมาทางลบ “นะคะ คุณอดิศวร์”
       อดิศวร์พยักหน้าเห็นด้วย “อย่าให้มีเรื่องกันเพราะผมกับวิรงรองเลยครับ”
       “น้าลบ...พิณต้องกราบขอโทษด้วยค่ะ” พิณทองเสียใจจนแทบจะร้องไห้
       “ไม่เป็นไร...พอดีวิรงรองเขาต้องไปซื้อของอีกหลายอย่างเหมือนกัน”
       “ขอโทษนะคะ คุณวิรงรอง...พิณเสียใจจริงๆ”
       “ไม่เป็นไรเลยค่ะ...ดิฉันเข้าใจ”
       อดิศวร์และวิรงรองลุกเดินออกไป พจน์และพิณทองเดินตามออกไปส่ง
       
       แก้วหนีขึ้นห้อง กำลังคุยโทรศัพท์รายงานกับวัชรีด้วยสีหน้าเดือดดาล
       “โอ๊ย! น้องน่ะไม่รู้จะหมั่นไส้มันยังไงแล้ว! ทำระริกระรี้กับคุณลบ”
       ประตูเปิดออก พจน์เดินเข้ามาแล้วกอดอกฟังตรงประโยค “ทำระริกระรี้กับคุณลบ” พอดี
       แก้วยังไม่รู้ตัว “ไอ้ที่เจ็บใจสุดๆ ก็คือทั้งลูกทั้งผัวน้องก็พลอยเป็นไปด้วย ทำอี๋อ๋อ...”
       พจน์กระแอม แก้วสะดุ้งหันมามอง
       “แค่นี้ก่อนนะคะคุณพี่! ได้เวลาทะเลาะกับสามีแล้ว”
       แก้ววางโทรศัพท์ อ้าปากจะพูด แต่พจน์ชิงพูดก่อน
       “ผมไปอี๋อ๋อกับหนูวิตอนไหน...แล้วผมก็ไม่เห็นเขาทำระริกระรี้อะไรกับคุณลบด้วย”
       “ไม่ต้องมาแก้ตัวแทนมัน”
       “ไม่ได้แก้ตัว...แต่ผมไม่เห็นจริงๆ แล้วไอ้กิริยาอี๋อ๋อน่ะ ตั้งแต่จำความได้ ผมก็ไม่เคยทำกับใคร”
       “คุณลบก็อีกคน! ไม่รู้เห็นดีเห็นงามอะไรในตัวนังนั่น...เฮอะ ! ยังไง คุณย่าก็ไม่มีวันยอมให้คุณลบแต่งกับมันหรอก”
       “คุณน่ะหึงแทนลูกสาว”
       “อะไรนะ”
       “ยัยพิณเสียอีก ยังมีสติมากกว่าคุณ! ผมไม่เห็นแกตีโพยตีพายให้มันวุ่นวายอะไรเลย”
       “ก็เพราะอย่างนั้นน่ะซิ ฉันถึงต้องตีโพยตีพายแทน”
       “นั่นไง”
       “ขอที! กรุณาอย่ามายุ่งกับฉัน! ฉันจะทำอะไรเพื่อลูก มันก็เป็นเรื่องของฉัน! แล้วก็โปรดกลับไปพิจารณาตัวเองด้วยว่า คุณเป็นพ่อชนิดไหนกัน ถึงได้สนับสนุนผู้หญิงที่มันจะมาแย่งสามีลูก”
       “เอาละ! ไหนๆ จะพูดแล้วก็พูดเสียให้หมด เรื่องที่วิรงรองเขารักกับพิชญ์มาก่อนนั่นเราก็พูดกันมาหลายครั้งแล้ว!…และเมื่อพิชญ์มาแต่งงานกับยัยพิณ เขาก็ไม่ได้มายุ่งเกี่ยวอีก! แถมยังกำลังจะแต่งงานกับคุณลบด้วย ... คุณน่าจะพอใจเสียด้วยซ้ำ...”
       แก้วขัดขึ้นทันที “ฉันไม่พอใจ”
       พจน์ถอนใจเฮือก
       “เพราะน้องชายของฉันควรจะได้ผู้หญิงที่ดีกว่านี้! ขอให้รู้ไว้ด้วย”
       
       อดิศวร์พาวิรงรองมาทางอาหารในร้านละแวกนั้น สองคนนั่งอยู่ที่โต๊ะมุมในสุด และนั่งทานอาหารเช้าเงียบๆ
       “อร่อยไหม”
       “ค่ะ”
       “แต่หน้าตาเธอเหมือนไม่อร่อยเลย”
       วิรงรองยกแก้วน้ำดื่ม
       “อย่าถือสาพี่แก้วเลย” อดิศวร์ปลอบ
       “ดิฉันพยายามแล้วค่ะ แต่มันก็อดหงุดหงิดไม่ได้! ไม่เข้าใจว่าดิฉันมันต่ำต้อยอะไรนักหนา ญาติคุณถึงได้ชอบดูถูก...”
       อดิศวร์แตะมือไว้ “ไม่เอาน่า”
       วิรงรองเม้มปาก ท่าทางเหมือนพยายามจะนับหนึ่งถึงร้อย
       
       บ่ายวันเดียวกันที่โดมทอง แสงแขกำลังจัดแจกันปักดอกกุหลาบ จะเอาไปไว้ห้องนอน และห้องทำงานให้อดิศวร์
       สักครู่หนึ่ง โอบอ้อมหน้าตาตื่นเข้ามา
       “คุณแขขา คุณแข คุณลบกลับมาแล้วค่ะ”
       “ตายจริง! ฉันยังจัดแจกันไม่เสร็จเลย!”
       โอบอ้อมบอกต่อ “...พาแม่วิรงรองกลับมาด้วยค่ะ”
       “อะไรนะ” แสงแขตกใจ
       “คุณลบพานังมารหัวใจของคุณแขมาด้วยค่ะ”
       มือแสงแขกำก้านกุหลาบแน่น จนหนามปักเลือดซึมออกมา ใบหน้าแสงแขทั้งเคียดแค้นและเจ็บปวด
       
       ครู่ต่อมา ขณะที่อุษากำลังเดินลงมาจากชั้นบน แสงแขและโอบอ้อม เดินตรงมา หอบแจกันมาด้วยโดยถือคนละใบ
       “พี่อุษา โอบมันบอกว่า คุณลบพานังนั่นกลับมาด้วยเหรอ”
       “ถ้าเธอหมายถึงวิรงรองละก็...ใช่”
       “ทำไม! แขไม่เข้าใจว่า ทำไมต้องพามันมาด้วย! นังนั่นมันทำยังไง”
       “พี่ไม่รู้! เธอต้องไปถามเอง”
       “คุณลบอยู่ที่ไหน”
       “น่าจะอยู่ในห้อง” อุษาบอก
       “โอบ! แกเอาไปไว้ในห้องทำงาน”
       “ค่ะ” โอบอ้อมแยกไป
       แสงแขถือแจกันอีกใบ เดินขึ้นข้างบนไป อุษามองตามอย่างหนักใจ
       
       แสงแขหอบแจกันมาหน้าห้องนอนอดิศวร์ แล้วเคาะเบาๆ
       “ใคร”
       “แขค่ะ...แขเอาแจกันมาไว้ในห้องคุณลบค่ะ”
       ประตูเปิดออก อดิศวร์ทำท่าจะรับแจกัน แต่แสงแขรีบเบี่ยงตัวเดินเข้าไปวางเอง
       “ขอบใจ”
       แสงแขหันกลับมา “คุณลบพาวิรงรองกลับมาด้วยหรือคะ”
       อดิศวร์พยักหน้าแทนคำตอบ
       แสงแขแสร้งยิ้มหวาน “แขดีใจด้วยค่ะ...ดีใจที่เห็นคุณลบมีความสุข”
       “ขอบใจ”
       แสงแขเดินไปที่ประตู ทำท่าจะออกไป อดิศวร์ยังยืนอยู่ที่ประตู
       วิรงรองเดินออกมาจากห้องจะผ่านหน้าห้องไป แสงแขเห็นจึงแกล้งทำเป็นเซถลาเข้ากอดอดิศวร์
       ร่างอดิศวร์ซวนเซแล้วโอบแสงแขไว้โดยสัญชาติญาณ วิรงรองชะงักมองมา
       แสงแขส่งยิ้มให้วิรงรองอย่างเยาะเย้ย วิรงรองเดินจากไป
       อดิศวร์ไม่รู้ตัว “เป็นอะไรหรือเปล่า”
       “ไม่ทราบซิคะ อยู่ดีๆก็เวียนหัวเหมือนบ้านหมุน” แสงแขกุมหัวตัวเอง
       อดิศวร์ช่วยประคองพาแสงแขมานั่ง
       “รออยู่นี่ก่อน พี่จะไปตามอุษามาดู”
       “ไม่เป็นไรค่ะ แขเดินไปได้” แสงแขลุกขึ้น
       “ระวัง” อดิศวร์บอก
       แสงแขเลยให้อดิศวร์ประคองอีก
       “เดี๋ยวก็ล้มหรอก”
       แสงแขพยายามทรงตัวเอง “ไม่ล้มหรอกค่ะ...ค่อยยังชั่วแล้ว”
       แสงแขแสร้งทำเป็นค่อยๆ เดินออกไป โดยอดิศวร์ตามไปอย่างเป็นห่วง แสงแขยิ้มกับตัวเองอย่างพอใจ
       
       ด้านวิรงรองเดินมาเรื่อยๆ แล้วทรุดตัวลงนั่งมุมสวนสวยมุมหนึ่ง
       อดคิดถึงภาพเหตุการณ์ที่เห็นซึ่งผุดเข้ามาในห้วงความคิดแว่บหนึ่ง
       วิรงรองสะบัดหน้าไล่ความคิด “ไม่น่า! อย่าคิดมากซิ ! คุณอดิศวร์ไม่ใช่คนอย่างนั้น”
       ภาพแสงแขยิ้มเยาะผุดเข้ามาอีก
       “แล้วทำไมคุณแสงแขต้องยิ้มแบบนั้นด้วย”
       สีหน้าวิรงรองสับสนไม่สบายใจเอามากๆ
       
       แสงแขยืนกอดอกอยู่หน้าบ้าน มองไปที่วิรงรอง ซึ่งกำลังเดินตรงมา วิรงรองชะงัก แต่แล้วก็บังคับให้สีหน้าเป็นปกติ
       “เมื่อกี้ขอโทษด้วยนะ” แสงแขเอ่ยขึ้น
       “เรื่องอะไรคะ”
       “ก็เรื่องที่คุณลบกับฉันกอดกันน่ะซิ นี่ถ้าคุณลบทราบว่าเธอมาเห็นคงกลุ้มใจแย่เลย”
       “ไม่เห็นจะต้องกลุ้มอะไรนี่คะ”
       “เธอพูดจริงเหรอ”
       “ค่ะ”
       วิรงรองเดินเลี่ยงจะเข้าข้างใน
       “คุณลบรักเธอ ... ฉันรู้ดี” แสงแขเอ่ยขึ้น
       วิรงรองหันมามองอย่างแปลกใจ
       “เรื่องของฉันกับเขามันก็แค่...” แสงแขน้ำตาคลอ “เขาไม่ได้ตั้งใจจะให้เกิดขึ้น แต่ฉันขอสารภาพว่าฉันตั้งใจเพราะฉันรักเขา... เรื่องมันเกิดขึ้น ตอนที่เธอไม่อยู่”
       วิรงรองมองแสงแขอย่างงงงัน
       “เธอไม่ต้องกลัวหรอก...ฉันบอกคุณลบแล้วว่า ฉันจะไม่เรียกร้องอะไรจากเขา จะไม่พูดถึงเรื่องที่เกิดขึ้นเลย แล้วก็ขอให้ เขากับเธอมีความสุขตลอดไป”
       แสงแขทำเป็นยกมือปิดหน้าแล้วเดินแกมวิ่งเข้าไป
       วิรงรองมองตามอย่างมึนงง แกมสับสน
       
       แต่พอเข้ามาภายในห้องแล้ว แสงแขกลับหัวเราะจนตัวงออย่างสะใจ
       “จะบ้าตาย ทำไมฉันถึงฉลาดอย่างนี้ ไม่นึกเลยว่าอยู่ดีๆ เหตุการณ์ทุกอย่างจะเป็นใจ”
       แสงแขกระหยิ่มยิ้มย่อง เดินมาทิ้งตัวลงบนเตียง
       “ใครดีใครได้! นังวิรงรอง”
       
       อดิศวร์แวะมาหาย่าที่ห้อง ถูกท่านผู้หญิงตัดพ้อ
       “ทุกทีลบจะไปไหนก็ต้องบอกย่า...แล้วคราวนี้ทำไมถึงไม่บอก”
       “บังเอิญผมมีธุระด่วนน่ะครับ”
       “เกี่ยวกับนังพลับพลึงหรือเปล่า”
       อุษาลอบมองมาเห็นอดิศวร์นิ่งงันไป
       “ทำไมไม่ตอบย่า”
       “ผมไม่อยู่ คุณย่ายังออกมาทานข้าวข้างนอกหรือเปล่าครับ” อดิศวร์เสไปถามเรื่องอื่น
       “ลบยังไม่ได้ตอบคำถามย่า”
       อุษาคลานออกไปจากห้อง
       “คุณย่าครับ...ผมโตแล้ว...ผมต้องมีชีวิตของตัวเอง...ผมอยากให้คุณย่าเข้าใจ...”
       “ออกไป”
       “คุณย่า”
       “ออกไป”
       “ไม่ว่าจะยังไง ผมก็รักคุณย่ามากนะครับ”
       อดิศวร์หันกลับ เดินออกไป
       “อีนังพลับพลึง”
       ท่านผู้หญิงคำราม ภาพฝันคำพูดพลับพลึง เมื่อคืนผุดขึ้นมา
       “คุณพี่...คุณพี่กำลังจะพ่ายแพ้”
       “ไม่มีวัน! ฉันไม่มีวันแพ้แก! นังพลับพลึง”
       
       วิรงรองยืนอยู่ในห้องนั่งเล่น ทอดสายตาออกไปข้างนอก ขณะที่อดิศวร์เดินเข้ามา
       “มาอยู่ที่นี่เอง”
       วิรงรองยังคงยืนนิ่ง อดิศวร์เข้ามากอดข้างหลัง วิรงรองยืนนิ่งครู่หนึ่งแล้วเบี่ยงตัวออก
       “เป็นอะไรหรือเปล่า”
       “แค่เหนื่อยนิดหน่อยน่ะคะ ขอไปนอนพักนะคะ”
       อดิศวร์ขยับตาม
       “ไม่เป็นไรค่ะ...ดิฉันไปคนเดียวได้”
       อดิศวร์งุนงง มองตามอย่างแปลกใจ “เป็นอะไรอีกล่ะ”
       
       แสงแขเปิดประตูเข้ามาในห้อง ท่านผู้หญิงสรรักษ์มองตาไม่กระพริบ
       “คุณย่าคงต้องให้แขช่วยอีกแล้วใช่ไหมคะ”
       “นังแสงแข” ท่านผู้หญิงโกรธ
       “อย่าเพิ่งโกรธค่ะ แขมีแผนมาบอกคุณย่า! รับรองว่าถ้าเราร่วมมือกันดีๆ คราวนี้นังวิรงรองจะต้องกระเด็นออกไปจากโดมทองอีกครั้ง และไม่มีวันกลับมาอีกเลย”
       ท่านผู้หญิงมองแสงแขเขม็ง แสงแขสบตาท่านเหมือนผู้ที่เหนือกว่า
       “ฉันไม่ต้องพึ่งแกก็ได้ ยังมีนังอุษาอีกคน”
       แสงแขยิ้มหยัน “คุณย่าก็ทราบว่าพี่อุษาไม่มีวันรักคุณลบได้ เพราะเขาปักอกปักใจกับพันธุ์สูรย์ ! และถึงแม้เขาจะเชื่อฟังคุณย่าเหมือนทาส แต่เขาก็ไม่มีวันช่วยคุณย่าคิดแผนการชั่วร้ายเพื่อกำจัดนังวิรงรองเหมือนแขได้เพราะเขาเป็นคนดี ... ยอมรับเถอะค่ะ คุณย่าว่าเรามันชั่วเหมือนกัน”
       ท่านผู้หญิงหอบ โกรธสุดขีดจนมือไม้สั่น “อีแสงแข! ออกไป”
       แสงแขยักไหล่ “ก็ได้ค่ะ คุณย่าคิดให้ดีก็แล้วกัน แล้วถ้าคิดตกเมื่อไหร่ก็เรียกแขได้นะคะ...คุณย่าน่ะแก่มากแล้ว แต่แขยังแข็งแรง เราร่วมมือกันดีกว่า”
       ท่านผู้หญิงแผดเสียง “อีแสงแข”
       “ไม่ต้องขึ้นอีขึ้นไอ้หรอกค่ะ! แขน่ะไม่ได้อยากอยู่ใกล้คนแก่อารมณ์วิปริตอย่างคุณย่านักหรอก”
       แสงแขเดินเชิดออกไป
       ท่านผู้หญิงสรรักษ์โกรธจัด จนหายใจแทบไม่ออก
       
       ด้านวิรงรองนอนงอตัวอยู่บนเตียง สักพักหนึ่งแล้วมีเสียงเคาะประตูดังขึ้นเบาๆ
       “ใครคะ”
       เสียงอุษาดังเข้ามา “พี่อุษาค่ะ”
       วิรงรองลุกขึ้น เดินไปที่ประตู เปิดออกแล้วสะดุ้ง พบอดิศวร์ยืนอยู่ เห็นหลังไวๆ ของอุษาเดินจากไป
       “อย่าไปโกรธอุษาเลย...ฉันเป็นคนคิดเอง”
       “ดิฉันไม่ชอบถูกหลอก”
       “ก็ถ้าไม่หลอก เธอจะยอมเปิดประตูหรือเปล่าล่ะ”
       วิรงรองนิ่ง
       “นั่นไง”
       “ดิฉันอยากจะพักผ่อน” พูดพลางจะดึงประตูปิด
       อดิศวร์ขวางไว้ ถามด้วยสีหน้าจริงจัง
       “ไหนบอกมาซิว่า โกรธฉันเรื่องอะไร”
       วิรงรองอ้าปากจะปฏิเสธ แต่อดิศวร์ขัดขึ้นก่อน
       “อย่าปฏิเสธ ฉันรู้จักเธอดี”
       “งั้นดิฉันก็ไม่จำเป็นต้องพูดแล้วน่ะซีคะ !
       อดิศวร์ถอนใจเฮือกขวางๆ “มานี่” จับแขนวิรงรองดึงออกไป
       วิรงรองขืนตัวเต็มที่ “เอ๊ะ! บอกว่าจะพักผ่อน”
       “ฉันมีอะไรจะให้เธอดู”
       วิรงรองยอมตามอดิศวร์ไปโดยดี
       
       อดิศวร์พาวิรงรองเดินมาในห้องนอน วิรงรองจับขอบประตูไว้
       “ยืนตรงนี้ก็ได้ค่ะ”
       อดิศวร์ปล่อยแขน แล้วเดินไปเปิดหนังสือเล่มหนึ่ง เปิดออก แล้วหยิบใบไม้ที่ติดล้อรถม้าหลายวันก่อน เดินตรง
       มาส่งให้ดู
       วิรงรองมองงงๆ “ใบไม้”
       “จำคืนที่เราเห็นรถม้าคันนั้นได้ไหม”
       วิรงรองนึกถึงภาพเหตุการณ์คืนวันนั้น
       “จำได้ค่ะ”
       “ฉันเข้าไปดูในโรงเก็บรถม้า”
       อดิศวร์เล่าที่ตนเข้าไปในโรงเก็บรถม้ากับสม แล้วตรวจดู จนเจอใบไม้
       วิรงรองรีบไปดู
       “ใบไม้นี่มันร่วงอยู่ข้างนอกแน่นอน แต่มันกลับติดอยู่ที่ล้อรถม้า”
       วิรงรองตื่นเต้น พูดเสียงเบาแทบไม่มีเสียง “หมายความว่า...รถม้าคันนั้นออกไปจริงๆ ใช่ไหมคะ”
       “ฉันก็ไม่รู้ว่า จะเป็นอย่างอื่นไปได้ยังไง”
       “แล้วคนขับ...”
       “ไม่ใช่ฉันแน่ๆ แต่ก็ไม่อยากจะคิดว่าเป็น...”
       “เป็นคุณปู่ของคุณใช่ไหมคะ” วิรงรองว่า
       อดิศวร์ทอดถอนใจ
       “เชื่อเถอะค่ะ...เพราะดิฉันฝันถึงท่านตั้งแต่ตัดสินใจว่า จะมาโดมทอง”
       คราวนี้อดิศวร์มองหน้าวิรงรอง
       “มันไม่น่าเป็นไปได้ แต่ก็เป็นไปแล้ว”
       ภาพเหตุการณ์ต่างๆ ทั้งฝันและจริง ที่วิรงรองเคยเห็นท่านเจ้าคุณผุดขึ้นในความคิด จนภาพเหล่านั้นเลือนหาย
       “มันต้องมีอะไรสักอย่าง”
       สีหน้าวิรงรองครุ่นคิด ตริตรอง ตามคำพูดอดิศวร์
       
       ท่านผู้หญิงสรรักษ์จ่อมจ่ม นั่งหมกมุ่นครุ่นคิดอยู่ในห้อง ภาพแสงแขขณะพูดเหยียดเย้ยผุดขึ้นมาในห้วงคิดหญิงชรา
       “คุณย่าก็ทราบว่าพี่อุษาไม่มีวันรักคุณลบได้ เพราะเขาปักอกปักใจกับพันธุ์สูรย์ ! และถึงแม้เขาจะเชื่อฟังคุณย่าเหมือนทาส แต่เขาก็ไม่มีวันช่วยคุณย่าคิดแผนการชั่วร้ายเพื่อกำจัดนังวิรงรองเหมือนแขได้เพราะเขาเป็นคนดี...ยอมรับเถอะค่ะ คุณย่าว่าเรามันชั่วเหมือนกัน”
       ภาพแสงแขเลือนหายไป ท่านผู้หญิงขบกรามแน่น “อีแสงแขมันร้ายนัก”
       เสียงเคาะประตูเบาๆ แล้วอุษาเข้ามา
       “แกมาพอดี”
       “คุณย่าจะให้อุษาทำอะไรหรือคะ”
       ท่านผู้หญิงจ้องเขม็ง “ฉันรู้ว่า ในโลกนี้ไม่มีใครรักฉันหรอก”
       อุษาทำท่าจะปฏิเสธ
       ท่านผู้หญิงยกมือเป็นเชิงห้าม “ฉันรู้ดี! แกไม่ต้องมาปฏิเสธ! แต่อย่างน้อย...แกก็มีความกตัญญูกับฉันมากกว่าใครๆ”
       อุษามองท่านผู้หญิงสรรักษ์ด้วยความตื้นตันใจ
       “ถ้ามันไม่เหลือบ่ากว่าแรงจริงๆ ฉันคงไม่ขอร้องแกให้ช่วยหรอก...” หญิงชราเริ่มมารยาใส่
       อุษาผู้แสนดี หลงกลทันที “คุณย่าจะให้อุษาทำอะไรก็บอกมาเลยค่ะ...อุษายินดีทำทุกอย่างเพื่อคุณย่า”
       “แต่งงานกับตาลบ” ท่านผู้หญิงบอกเสียงเข้ม
       อุษาผงะพร้อมกับเบิกตากว้าง
       “แกสัญญาแล้วว่าจะช่วยฉัน...อย่าลืม”
       สีหน้าท่านผู้หญิงบ่งบอกความเจ้าเล่ห์ แลดูน่าเกลียดปนน่ากลัว
       
       ประตูโรงเก็บรถม้าเปิดออก อดิศวร์จูงวิรงรองเดินเข้ามา ทั้งคู่เดินไปที่รถม้า
       “ดวงวิญญาณของคุณปู่คงวนเวียนอยู่ในโดมทองนี่เอง...ไม่ว่าฉันจะทำบุญอุทิศส่วนกุศลไปให้สักแค่ไหน...ท่านก็ไม่ไปผุดไปเกิด”
       “ท่านคงมีห่วงอยู่ค่ะ” วิรงรองบอกอย่างมั่นใจ
       อดิศวร์หันมามอง นึกออกเช่นกัน “คุณย่าน้อย”
       “ค่ะ...ท่านคงรอคุณย่าน้อยของคุณลบ”
       “แล้วเราจะไปตามหาคุณย่าน้อยได้ที่ไหน!… ถ้าท่านเสียไปแล้ว...ให้ได้พบอัฐิก็ยังดี” อดิศวร์ปรารภ
       “เจ้าภูไทกับลานนา ก็พยายามสืบเหมือนกันว่า ดิฉันเป็นญาติกับท่านหรือเปล่า!… เอ้อ...ดิฉันเล่าให้ฟังน่ะค่ะว่า ดิฉันหน้าเหมือนคุณพลับพลึงอย่างประหลาด”
       ได้ยินชื่อภูไท อดิศวร์เริ่มพาล “ไม่เห็นจะต้องไปบอกเขาเลย”
       “ทั้งสองคนนั่น...รวมทั้ง เอ้อ...คุณพันธุ์สูรย์อยากจะช่วยดิฉันค่ะ”
       อดิศวร์หน้าเคร่งขึ้นไปอีก
       “ดิฉันฝันร้ายมานับตั้งแต่ได้ยินชื่อ “โดมทอง” และก็คงจะเป็นอย่างนี้ตลอดไป หากไม่ได้รู้ความจริง”
       “อย่าเชื่อไอ้พันธุ์สูรย์มันให้มากนัก! ปู่ของมัน...เป็นพวกเนรคุณและตัวของมันเองก็ไม่เจียมกะลาหัว! ใฝ่สูงมารักอุษา”
       “ดิฉันไม่เห็นเขาจะเสียหายอะไร”
       “เราอย่ามาทะเลาะกันเพราะไอ้คนนี้เลย”
       “คุณปู่ของคุณพันธุ์สูรย์เนรคุณใครคะ”
       “คุณย่า”
       “แล้วท่านผู้หญิงเล่าให้คุณลบฟังหรือเปล่าว่าเนรคุณเรื่องอะไร”
       “ฉันไม่ได้ถาม”
       
       วิรงรองพยักหน้าช้าๆ กับตัวเอง นัยน์ตาแสดงความมุ่งมั่นหมายมาดชัดแจ้ง
       
       อ่านต่อตอนต่อไป

ข่าวล่าสุด ในหมวด
โดมทอง ตอนที่ 18 จบบริบูรณ์
โดมทอง ตอนที่ 17 (จบตอน)**แก้ไข
โดมทอง ตอนที่ 16**แก้ไข
โดมทอง ตอนที่ 15
โดมทอง ตอนที่ 13
เครื่องมือจัดการเว็บ
ส่งบทความนี้ต่อ
พิมพ์หน้านี้
ข่าวที่มีผู้ส่งมากที่สุด
จำนวนคนโหวต 5 คน
คุณเห็นด้วยกับข่าว/บทความนี้หรือไม่
เห็นด้วย ไม่เห็นด้วย
เห็นด้วย 5 คน
100 %
ยังไม่มีผู้ไม่เห็นด้วย
0 %
ความคิดเห็นที่ 6 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ตอนต่อมาค่ะ

ในเวลาต่อมา อดิศวร์กับวิรงรองพากันเข้าไปในโรงเก็บรถม้า เธอตั้งข้อสังเกตว่า ที่วิญญาณคุณปู่ของเขายังไม่ไปผุดไปเกิด เพราะรอคอยคุณย่าน้อยอยู่ อดิศวร์จนปัญญาไม่รู้จะไปตามหาคุณย่าน้อยที่ไหน ถ้าท่านตายไปแล้วได้พบอัฐิก็ยังดี วิรงรองวานภูไทกับลานนาช่วยสืบดูว่าเธอเป็นญาติทางไหนของคุณย่าน้อยหรือเปล่า

“ดิฉันเล่าให้ฟังน่ะค่ะว่า ดิฉันหน้าเหมือนคุณพลับ- พลึงอย่างประหลาด ทั้งสองคนนั่นรวมทั้งคุณพันธ์สูรย์ อยากจะช่วยดิฉันค่ะ ดิฉันฝันร้ายนับแต่ได้ยินชื่อโดมทอง และคงจะเป็นอย่างนี้ตลอดไปหากไม่ได้รู้ความจริง”

อดิศวร์ไม่ค่อยชอบใจนักที่พวกคุ้มภูไทเข้ามามีส่วนร่วมโดยเฉพาะพันธ์สูรย์ ซึ่งเขาถือว่าเป็นพวกเนรคุณทั้งตระกูล แถมตัวพันธ์สูรย์เองก็ไม่รู้จักเจียมกะลาหัวใฝ่สูงมารักอุษา

“ดิฉันไม่เห็นเขาจะเสียหายอะไร” วิรงรองเสียงแข็งขึ้นมาทันที

“เราอย่ามาทะเลาะกันเพราะไอ้หมอนี่เลย”

วิรงรองอยากรู้สาเหตุอะไรที่ทำให้อดิศวร์กล่าวหาปู่ของพันธ์สูรย์ว่าเป็นคนเนรคุณ เขาไม่รู้รายละเอียดรู้แค่ว่าปู่ของพันธ์สูรย์เนรคุณคุณย่าเท่านั้น ครู่ต่อมา อดิศวร์และวิรงรองกลับเข้ามาในตัวคฤหาสน์ อุไรรีบแจ้งให้ทราบว่า ท่านผู้หญิงสรรักษ์เชิญอดิศวร์ไปพบ เขาหันมองวิรงรองเหมือนจะชวนไปด้วยกัน แต่เธอชิงตัดบทก่อน

“เชิญคุณอดิศวร์เถอะค่ะ”

อุไรรอจนเจ้านายหนุ่มลับสายตา กระซิบกระซาบเล่าเรื่องที่เจอผีในห้องท่านผู้หญิงสรรักษ์เมื่อคืนให้

วิรงรองฟัง มั่นใจว่าท่านรู้จักผีตนนั้นเพราะเรียกว่านังพิศ และตั้งข้อสังเกตว่าผีพิศอาจเคยรับใช้ใกล้ชิดท่านผู้หญิงมาตั้งแต่สมัยสาวๆ พอตายท่านก็ยังเรียกให้มารับใช้ต่อ เพราะคงไม่มีใครถูกใจเท่า

“น่าสงสารแกนะ ความจริงน่าจะไปผุดไปเกิดได้แล้ว”

“โอ๊ย...ท่านผู้หญิงยอมที่ไหนกันคะ บังคับคนไม่พอยังไปบังคับผีอีก” อุไรเม้าท์สนุกปาก...

ฝ่ายท่านผู้หญิงสรรักษ์ไม่ยอมรามือง่ายๆ ในเมื่ออดิศวร์ไม่สนใจรักใคร่แสงแข ท่านจะเปลี่ยนเป็นอุษาให้แทน อดิศวร์ถึงกับถอนใจหนักใจ ไม่ว่าจะเป็นอุษา หรือแสงแข เขาก็แต่งงานด้วยไม่ได้ พวกเธอเป็นน้องสาวของเขา แม้จะเป็นแค่น้องห่างๆท่านหาว่าเขายกเรื่องน้องนุ่งมาเป็นข้ออ้างเพราะต้องการแต่งงานกับนังพลับพลึง

อดิศวร์เหนื่อยที่จะต้องอธิบายซ้ำซากว่า คุณย่าพลับพลึงกับวิรงรองเป็นคนละคนกัน และเมื่อไหร่ที่เขาแต่งงานกับเธอ เขารับรองว่าเธอจะไม่มาให้คุณย่าเห็นหน้า

“แต่ย่าก็ยังรู้ว่ามันลอยหน้าเยาะเย้ยย่าอยู่ในโดม ทอง ทุกก้าวที่มันเหยียบลงพื้นเท่ากับเหยียบลงบนหัวใจ ย่า...ย่าเจ็บปวด ลบรู้บ้างไหมว่าย่าเจ็บปวด” ท่านผู้หญิงสรรักษ์น้ำตาไหลพราก อดิศวร์ดึงท่านมากอดไว้อย่างอ่อนโยน ท่านยังคงพร่ำบอกว่าถ้าเห็นแก่ท่าน อย่าแต่งงานกับนังนั่น ไล่มันออกไปให้พ้นโดมทอง

ooooooo

อุษาถึงกับหน้าเสียเมื่อเห็นอดิศวร์เดินตรงมาหา เขาแค่จะมาบอกให้เธอสบายใจได้ว่าเขารู้เรื่องที่คุณย่าบอกเธอแล้ว และเขาจะไม่มีวันทำอย่างนั้นเด็ดขาด อุษาถึงกับยิ้มออก

“แล้วก็อย่าไปถือสาท่านด้วย ท่านยังฝังใจเกลียดคุณย่าน้อยจนทุกคนพากันวุ่นวายไปหมด”

“ค่ะ อุษาเข้าใจ”

“ดี ต่อไปนี้ท่านพูดอะไร เธอก็ทำเฉยๆ เสีย เพราะทุกอย่างอยู่ที่พี่คนเดียว” อดิศวร์พูดจบผละจากไป...

ขณะอุษาโล่งใจที่ไม่ต้องถูกคุณย่าบังคับให้ แต่งงานกับอดิศวร์ ซึ่งเธอเคารพรักราวกับเป็นพี่ชายแท้ๆ ท่านผู้หญิงสรรักษ์ยังแค้นใจไม่หาย สั่งให้โอบไปตามวิรงรองหรือที่ท่านมักจะเรียกว่านังพลับพลึงมาพบ พอแสงแขรู้เรื่องนี้ รีบเข้าไปถามท่านว่าให้โอบไปตามนังนั่นมาทำไม ท่านค้อนหนึ่งวงก่อนจะกระแนะกระแหน

“สอดรู้สอดเห็นล่ะไม่มีใครเกิน”...

ครู่ต่อมา วิรงรองมาพบท่านผู้หญิงสรรักษ์ตามคำสั่ง ท่านกับแสงแขรวมหัวกันไล่ตะเพิด เธอกลับบ้านไป แล้วอย่ามาเหยียบโดมทองอีก

“กลับน่ะกลับได้ค่ะ แต่ดิฉันเกรงว่าคุณอดิศวร์จะต้องเสียเวลาไปตามอีก” วิรงรองโต้ไม่ยอมแพ้

“ปากคอเราะร้ายมากกว่านังผีพลับพลึงเสียอีก...แกอยากจะลองดีกับฉันใช่ไหม” ท่านผู้หญิงสรรักษ์ปราดเข้ามาจิกผมวิรงรองให้หงายหน้าขึ้น เธอคว้าแขนท่านบีบอย่างแรงจนต้องดึงมือออกทำให้เซเสียหลักแสงแขรีบเข้าไปประคองคุณย่าไว้ ท่านผู้หญิงโกรธจัดตบหน้าวิรงรองฉาดใหญ่ที่บังอาจแข็งข้อ แสงแขขู่จะฟ้องอดิศวร์ว่าเธอผลักคุณย่า วิรงรองทักท้วงอย่าลืมบอกเขาด้วยว่าท่านผู้หญิงจิกผมและตบหน้าเธอด้วย

“แล้วไง แกคิดว่าตาลบจะฆ่าฉันหรือ นังพลับพลึง... นังผีร้าย กลับไปอยู่บนหอคอยของแก...กลับไป” ท่านผู้หญิงสรรักษ์โกรธจนตัวสั่น ไล่วิรงรองไปให้พ้นหน้า เธอจำต้องออกมาด้วยสีหน้าเป็นกังวล แสงแขปลอบคุณย่าให้ใจเย็นๆ เดี๋ยวจะตายก่อนศัตรู ท่านผู้หญิงสรรักษ์รำคาญ ไล่ตะเพิดแสงแขออกไปเช่นกัน

“คุณย่าขา อย่าไล่ไปเสียหมดทุกคนสิคะ มันต้องเหลือลูกคู่เอาไว้บ้าง” แสงแขว่าแล้วจัดการให้ท่านนอนพิงพนักเตียงแล้วส่งยาดมให้ ท่านรับมาดม หลับตาสีหน้านิ่งเฉยจนเธออดแปลกใจไม่ได้...

ด้วยความเป็นห่วงท่านผู้หญิงสรรักษ์ วิรงรองวิ่งไปตามอุษามาช่วย อุษาถึงกับหน้าเสียรีบเข้าไปในห้องปรากฏว่าท่านไม่ได้เป็นอะไร แถมฝากคำพูดประชดประชันมาให้วิรงรองด้วย อุษาไม่กล้าบอก

แสงแขสาระแนบอกแทน “คุณย่าให้บอกแกว่าท่านยังไม่ตายง่ายๆหรอก จะอยู่ดูความหายนะของแก”

“แสงแข จะไปไหนก็ไป”

“เมื่อครู่นี้นังวิรงรองคนโปรดของพี่อุษาเกือบจะฆ่าคุณย่าแล้ว ไม่เชื่อก็ถามมันดูสิ แล้วถ้ายังจะญาติดีกับมันอีกก็ตามใจ” แสงแขพูดจบ สะบัดหน้าผละจากไป อุษามองตามอย่างเอือมระอา วิรงรองยอมรับว่าคำพูดของแสงแขก็มีส่วนถูก แล้วเล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นให้อุษาฟัง เธอรู้สึกผิดมากที่ทำไม่ดีกับท่าน

“แต่คุณย่าก็ค่อนข้างจะรุนแรงกับคุณวิเหมือนกัน คุณวิอย่าคิดมาก ตอนที่พี่เข้าไปท่านก็ดูปกติดีนะคะ”

วิรงรองอยากจะเข้าไปกราบขอโทษท่าน อุษาร้องห้ามเสียงหลง อย่าให้ท่านเห็นหน้าเป็นดีที่สุด เธอถึงกับหน้าสลดที่ท่านผู้หญิงสรรักษ์จงเกลียดจงชัง อุษารู้สึกตัวว่าพูดมากไป รีบขอโทษ

“ไม่เป็นไรค่ะ พี่อุษาพูดถูกต่อไปวิคงต้องระวังตัวมากกว่านี้ วิต้องไปสารภาพผิดกับคุณอดิศวร์ก่อนนะคะ”

อุษาไม่เห็นความจำเป็นอะไรที่ต้องทำอย่างนั้น วิรงรองค้านว่าจำเป็นมาก แล้วผลุนผลันออกไปทันที

ooooooo

แม้อดิศวร์จะไม่ได้ตำหนิการกระทำของวิรงรอง แต่เธอก็ยังรู้สึกผิดต่อท่านผู้หญิงสรรักษ์อยู่ดี ถึงกับออกปากว่าไม่น่ากลับมาที่นี่ เขาปลอบว่าอย่าคิดมาก โดมทองใหญ่โตกว้างขวาง เธอไม่จำเป็นต้องพบกับท่านก็ได้

“แล้วถ้าท่านผู้หญิงเรียกวิไปพบอย่างวันนี้ล่ะคะ”

อดิศวร์อาสาจะไปรับหน้าท่านแทนวิรงรองเอง เธอเกรงว่ามันจะไม่ง่ายอย่างนั้น เท่าที่เห็นก็มีแต่ความยุ่งยากรออยู่ข้างหน้า เขาบีบจมูกเธอเล่นอย่างเอ็นดู

“อย่าบอกนะว่าจะกลับไปกรุงเทพฯ อีก”

“มีวิธีอื่นที่ดีกว่านั้นอีกหรือคะ”

“ฉันก็ไม่รู้...รู้แต่ว่าเธอต้องอยู่ที่โดมทองกับฉันตลอดไป เราจะช่วยกันแก้ปัญหา แล้วก็ผ่านอุปสรรคไปด้วยกัน ฉันสัญญาว่าจะทำทุกอย่างให้ดีที่สุดเพื่อเธอ เพื่อเรา ชีวิตเราจะไม่มีวันเหมือนคุณปู่กับคุณย่าน้อย” อดิศวร์ว่าแล้วดึงวิรงรองมากอดไว้ เธอหลับตาซบหน้ากับอกเขารู้สึกอุ่นใจอย่างบอกไม่ถูก...

อีกมุมหนึ่งหน้าห้องทำงานของอดิศวร์ แสงแขเดินกลับไปกลับมาอย่างหงุดหงิด ทั้งๆที่เธอมาขอพบก่อน อดิศวร์กลับบอกว่าไม่ว่าง วิรงรองมาทีหลังแท้ๆกลับได้เข้าพบ ทันทีที่มารหัวใจออกจากห้อง แสงแขปรี่เข้าไปหาเรื่อง เธอไม่มีอารมณ์จะทะเลาะด้วยจึงเดินหนี ยัยตัวแสบประจำบ้านไม่สนใจจะตาม เปิดประตูผลัวะเข้าไปในห้องทำงานทันที อดิศวร์ซึ่งกำลังนั่งอ่านเอกสารคำฟ้องอยู่ ตำหนิเธอว่าทำไมไม่เคาะประตูก่อน
Arit
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 5 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ต่อนะคะ

แม้อดิศวร์จะไม่ได้ตำหนิการกระทำของวิรงรอง แต่เธอก็ยังรู้สึกผิดต่อท่านผู้หญิงสรรักษ์อยู่ดี ถึงกับออกปากว่าไม่น่ากลับมาที่นี่ เขาปลอบว่าอย่าคิดมาก โดมทองใหญ่โตกว้างขวาง เธอไม่จำเป็นต้องพบกับท่านก็ได้

“แล้วถ้าท่านผู้หญิงเรียกวิไปพบอย่างวันนี้ล่ะคะ”

อดิศวร์อาสาจะไปรับหน้าท่านแทนวิรงรองเอง เธอเกรงว่ามันจะไม่ง่ายอย่างนั้น เท่าที่เห็นก็มีแต่ความยุ่งยากรออยู่ข้างหน้า เขาบีบจมูกเธอเล่นอย่างเอ็นดู

“อย่าบอกนะว่าจะกลับไปกรุงเทพฯ อีก”

“มีวิธีอื่นที่ดีกว่านั้นอีกหรือคะ”

“ฉันก็ไม่รู้...รู้แต่ว่าเธอต้องอยู่ที่โดมทองกับฉันตลอดไป เราจะช่วยกันแก้ปัญหา แล้วก็ผ่านอุปสรรคไปด้วยกัน ฉันสัญญาว่าจะทำทุกอย่างให้ดีที่สุดเพื่อเธอ เพื่อเรา ชีวิตเราจะไม่มีวันเหมือนคุณปู่กับคุณย่าน้อย” อดิศวร์ว่าแล้วดึงวิรงรองมากอดไว้ เธอหลับตาซบหน้ากับอกเขารู้สึกอุ่นใจอย่างบอกไม่ถูก...

อีกมุมหนึ่งหน้าห้องทำงานของอดิศวร์ แสงแขเดินกลับไปกลับมาอย่างหงุดหงิด ทั้งๆที่เธอมาขอพบก่อน อดิศวร์กลับบอกว่าไม่ว่าง วิรงรองมาทีหลังแท้ๆกลับได้เข้าพบ ทันทีที่มารหัวใจออกจากห้อง แสงแขปรี่เข้าไปหาเรื่อง เธอไม่มีอารมณ์จะทะเลาะด้วยจึงเดินหนี ยัยตัวแสบประจำบ้านไม่สนใจจะตาม เปิดประตูผลัวะเข้าไปในห้องทำงานทันที อดิศวร์ซึ่งกำลังนั่งอ่านเอกสารคำฟ้องอยู่ ตำหนิเธอว่าทำไมไม่เคาะประตูก่อน
Arit
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 4 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ตอนที่ 13

ดึกสงัดคืนนั้น วิรงรองหลับสนิทอยู่ภายในห้องพักรับรองแขกของคุ้มภูไท มีเสียงท่านเจ้าคุณสรรักษ์ร้องเรียก “พลับพลึง” ดังมาจากใต้หน้าต่างห้อง เธอขยับตัวเมื่อเสียงเรียกนั้นกระชั้นขึ้น ก่อนจะพึมพำทั้งที่ตายังหลับว่าใครเรียก เสียงท่านเจ้าคุณยังคงดังอย่างต่อเนื่อง

“พลับพลึง...พลับพลึง”

วิรงรองเดินละเมอเดินไปที่หน้าต่างชะโงกหน้าออกไปอย่างหวาดเสียว พลัน ลานนาเปิดประตูเข้ามาร้องเรียกวิรงรองลั่น แล้วพุ่งมาคว้าตัวไว้ทัน เธอรู้สึกตัวลืมตามองเพื่อนรักอย่างงงๆ ลานนาเล่าเหตุการณ์ตอนที่มาเจอเธอเกือบจะร่วงลงจากหน้าต่างห้องให้ฟัง วิรงรองจำอะไรไม่ได้ แปลกใจมากเพราะปกติไม่ใช่เป็นคนนอนละเมอ แล้วฉุกคิดถึงเหตุการณ์ที่โดมทองขึ้นมา ลานนาเห็นเพื่อนนิ่งไปถามว่ามีอะไรหรือเปล่า

“เปล่า ไม่มีอะไร ลานนาไปนอนเถอะจ้ะ วิคงไม่กระโดดหน้าต่างลงไปหรอกน่า” วิรงรองว่าแล้วดันหลังลานนาออกจากห้อง ปิดประตูแล้วเดินกลับไปที่หน้าต่าง กวาดตามองไปเบื้องล่างไม่เห็นสิ่งผิดปกติ...

ระหว่างที่วิรงรองหวิดจะร่วงลงจากหน้าต่างห้องที่คุ้มภูไท อดิศวร์เพิ่งจะหลับไปได้สักครู่ เสียงเพลงนางครวญที่ดังมาจากห้องพักวิรงรองซึ่งอยู่ติดกัน ทำให้เขาลืมตาตื่นขึ้น เงี่ยหูฟังเสียงเพลงนั่นอีกครั้ง ก่อนจะลุกออกไปดู อดิศวร์รู้สึกได้ว่ามีบางอย่างเคลื่อนไหวภายในห้องพักของวิรงรอง เปิดประตูผลัวะเข้าไป พบแต่ความว่างเปล่า มีเพียงผ้าม่านเท่านั้นที่ไหวตามแรงลมพัด

“ใครมาเปิดหน้าต่าง” อดิศวร์เดินไปปิดหน้าต่างแล้วรูดม่าน มองสำรวจไปรอบห้องอีกครั้งก่อนออกไป

ooooooo

ท่านผู้หญิงสรรักษ์ลุกขึ้นแต่เช้าด้วยสีหน้าสดชื่นเป็นพิเศษ อุษายกอาหารเช้าเข้ามาให้ในห้องเหมือนเช่นเคย เห็นแสงแขกำลังประคองท่านมานั่งที่รถเข็น นิ่วหน้าสงสัยกำลังจะไปไหนกัน

“ฉันจะไปกินข้าวเช้ากับตาลบ...ยกกลับไป”

“คุณย่ามีความสุขมากกว่าทุกวันเลยค่ะ พี่อุษา” แสงแขพูดจบเข็นรถเข็นพาคุณย่าออกจากห้อง โดยมีอุษายกถาดอาหารตามไปอีกทอดหนึ่ง...

สักพักหนึ่ง แสงแขมาเคาะประตูห้องทำงานเรียกให้อดิศวร์ไปกินข้าว เขาตะโกนสวนออกมาว่ายังไม่หิวเธอแจ้งว่าเช้านี้คุณย่าจะมากินอาหารด้วย อดิศวร์

ขมวดคิ้วเล็กน้อยก่อนจะเดินมาเปิดประตูห้อง

“คุณย่ารออยู่ที่ห้องกินข้าวแล้วค่ะ เชิญคุณลบเลยค่ะ”

อดิศวร์อดแปลกใจไม่ได้ว่าคุณย่านึกอย่างไรถึงออกมากินข้าวที่ห้องอาหาร ยิ่งได้เห็นท่าทางสดชื่นผิดปกติของท่านก็ยิ่งประหลาดใจว่าเกิดอะไร ท่านผู้หญิงสรรักษ์รีบกวักมือเรียกหลานชายคนโปรดมานั่งร่วมโต๊ะด้วย สั่งให้แสงแขที่เดินตามต้อยๆไปนั่งข้างๆเขา แล้วเรียกอุษามานั่งข้างตัวเอง

“ลบ ถ้าคิดจะมีเมียล่ะก็หาคนที่มันคู่ควรเหมาะสมกับเราให้มากที่สุด ย่าอยากให้โดมทองเป็นอย่างที่เคยเป็น ไม่มีอะไรจะมาเปลี่ยนแปลงได้” ท่านผู้หญิงสรรักษ์ตาวาวเป็นประกาย แสงแขขยับจะอ้าปากพูดบางอย่าง แต่อุษาสะกิดห้ามไว้...

แสงแขรอจนท่านผู้หญิงสรรักษ์อยู่ในห้องของท่านเพียงลำพัง ตามมาตัดพ้อว่าทำไมตอนอยู่ที่โต๊ะอาหารถึงไม่บอกให้อดิศวร์แต่งงานกับตน ท่านอ้างว่าเป็นเพราะเขาไม่ได้รักแสงแข และยืนยันมาตลอดว่าเห็นเธอเป็นแค่น้องสาว แล้วจะให้ท่านทำอย่างไร

“แต่ตอนนั้น ตอนที่วิรงรองอยู่ คุณย่าไม่ได้พูดอย่างนี้นี่คะ”

“ตอนนั้นกับตอนนี้มันเหมือนกันเสียที่ไหน แกยังพูดเองเลยว่าตอนที่นางพลับพลึงมันยังอยู่...แต่ตอนนี้มันไม่อยู่แล้ว และฉันก็ไม่อยากให้แกเป็นเมียตาลบนักหรอก แต่ถ้าเทียบกับนังพลับพลึง แกยังมีภาษีกว่ามัน ฉันพอจะกล้อมแกล้มฝืนใจยอมรับได้” ท่านผู้หญิงสรรักษ์ยิ้มเจ้าเล่ห์

“แล้วถ้านังนั่นมันกลับมาใหม่ล่ะคะ”

“นังหน้าโง่ มันไม่กลับมาหรอก มันไม่มีวันกลับมาอีกแล้ว ไสหัวไป” ท่านผู้หญิงสรรักษ์พูดพลางโบกมือโบกไม้ประกอบ แสงแขกัดปากแน่นด้วยความแค้นใจ...

ขณะที่แสงแขเพิ่งรู้ตัวว่าตกเป็นเหยื่อให้คุณย่าหลอกใช้ วิรงรองกลับถึงบ้านโผกอดแม่ร้องห่มร้องไห้ปรางพยายามซักว่าเป็นอะไรก็ไม่ยอมบอก

“เอาเถอะไม่สบายใจก็ยังไม่ต้องเล่า...นี่คุณกำลังจะออกไปข้างนอก ไปด้วยกันไหมลูก เดินดูอะไรต่อมิอะไรให้มันสบายใจ”

“หนูเหนื่อยค่ะ คุณไปคนเดียวได้ไหมคะ”

“ทำไมจะไม่ได้ แม่หนูขึ้นไปพักเถอะ เดี๋ยวคุณจะซื้อขนมหวานมาให้” ปรางหอมหน้าผากลูกอย่างรักใคร่ แต่ในใจอดเป็นกังวลไม่ได้...

ระหว่างที่วิรงรองกำลังจัดข้าวของให้เข้าที่ ลานนาโทร.มาถามว่าเป็นอย่างไรบ้าง ภูไทฝากความห่วงใยมาให้ด้วย คนที่ถูกอ้างชื่อถึงกับสะดุ้งเพราะไม่รู้เรื่องด้วย พันธ์สูรย์ซึ่งนั่งอ่านเอกสารอยู่ใกล้ๆมองเขายิ้มๆ

“พักผ่อนให้สบายนะจ๊ะ เย็นๆ จะโทร.ไปหาใหม่”

ทันทีที่ลานนาวางสาย ภูไทเอ็ดลั่นว่าทำไมไปบอกวิรงรองแบบนั้น ลานนารู้ใจพี่ชายดีว่าอยากจะบอกด้วยตัวเองแต่ไม่กล้าก็เลยอาสาทำหน้าที่แทนให้ เขาตำหนิว่าพูดแบบนั้นมันไม่ดี ลานนากับพันธ์สูรย์เห็นตรงกันว่าไม่ดีตรงไหน ตอนนี้วิรงรองเป็นอิสระแล้ว ภูไทควรจะเดินหน้าจีบให้เต็มที่ มัวแต่เงื้อง่าจะถูก

อนิรุทธิ์ตัดหน้าไปเสียก่อน เขาทำไม่รู้ไม่ชี้หยิบใบสั่งสินค้าขึ้นมาอ่านแก้เขิน

“เมื่อวานมีออเดอร์กล้วยไม้จากโรงแรมศศิธารา นายเห็นหรือยัง”

“ผมอ่านหมดแล้วครับ อ่านก่อนเจ้าอีก งานนี้เราต้องเอาไปส่งที่กรุงเทพฯ เป็นโอกาสดีที่เจ้าจะได้ไปเยี่ยมคุณวิรงรองเสียเลย อย่าปล่อยให้คุณอดิศวร์พาเธอกลับโดมทองได้อีกเด็ดขาด” พันธ์สูรย์สีหน้าจริงจัง ขณะที่ภูไททำหูทวนลม ก้มหน้าก้มตาอ่านใบสั่งสินค้าราวกับไม่เคยเห็นมาก่อน...

เมื่อได้อยู่เพียงลำพังกับน้องสาว ภูไทขอร้องให้เลิกจับคู่เขากับวิรงรองได้แล้ว เขารู้แก่ใจดีว่าเธอไม่ได้รักไม่ได้มีใจให้ ลานนายังยอมแพ้ ถึงวันนี้วิรงรองจะไม่รักแต่วันหน้ายังมี

“ไม่มีทาง ไม่รักก็คือไม่รัก” ภูไทเหมือนจะทำใจยอมรับกับความอกหักได้

ooooooo

แม้จะออกจากโดมทองมาแล้วแต่วิญญาณของท่านเจ้าคุณสรรักษ์และคุณพลับพลึงยังตามวิรงรองมาถึงกรุงเทพฯ ขณะงีบหลับเพราะเหน็ดเหนื่อยจากการเดินทาง ในฝันของเธอยังได้ยินเสียงเพลงนางครวญดังมาจากห้องใต้โดม เสียงคุณพลับพลึงเรียกหาวิรงรองดังขึ้น เจ้าตัวนอนกระสับกระส่ายพึมพำว่าใครเรียก

“วิรงรอง...วิรงรอง”

เสียงแหบโหยจากที่แสนไกลดังอย่างต่อเนื่อง พร้อมกับประตูโรงเก็บม้าหลังเก่าเปิดออก วิรงรองเห็นตัวเองเดินเข้าไปข้างใน มีร่างทะมึนของใครบางคนยืนหันหลังอยู่ในมุมมืด เธอร้องถามว่านั่นใคร ร่างนั้นยืนนิ่งไม่ขยับเขยื้อน วิรงรองเดินเข้าไปหา ร่างนั้นหันมาช้าๆ เธอถึงกับผงะร้องลั่นเมื่อเห็นหน้าท่านเจ้าคุณสรรักษ์ ตกใจตื่นลุกพรวดขึ้นนั่ง มองไปรอบๆถึงได้รู้ว่าตัวเองฝันไป บ่นพึมพำว่าไม่มีวันหนีโดมทองพ้นเลยหรือ...

วิรงรองอยากหาอะไรทำเพื่อจะได้ไม่ฟุ้งซ่าน จึงโทร.นัดอนิรุทธิ์ให้มารับเธอกับแม่ไปกินมื้อเย็นด้วยกันบังเอิญอย่างเหลือเชื่อที่ทั้งสามคนไปกินข้าวร้านเดียวกันกับที่พิณทองมากินข้าวกับเพื่อนๆ ยิ่งเห็นอนิรุทธิ์คอยบริการตักอาหารให้สองแม่ลูกด้วยท่าทางสนิทสนม พิณทองมองอย่างสบายใจ...

นายสมรายงานเรื่องที่ท่านผู้หญิงสรรักษ์สั่งให้เผาทุ่งพลับพลึงเสร็จพอดีตอนที่พิณทองโทรศัพท์มาหาอดิศวร์ เล่าให้ฟังว่าเมื่อตอนหัวค่ำไปกินข้าวกับเพื่อนๆมา เจอคู่หมั่นของเขาไปกินข้าวกับแม่และเพื่อนผู้ชายที่เคยไปงานเลี้ยงที่โดมทอง อดิศวร์ถึงกับอึ้งพูดอะไรไม่ออก พิณทองเห็นเขาเงียบไปก็ร้องทัก เขาถึงได้สติ

“เอ่อ...วิรงรองกลับไปเยี่ยมคุณแม่”

“แล้วทำไมนายคนนั้นต้องไปด้วยล่ะคะ อย่าหาว่า พิณยุเลยนะคะ เอาอกเอาใจคุณวิรงรองจนออกนอกหน้า น้าลบต้องระวังให้ดีเลย พิณโทร.มาเตือนแค่นี้แหละค่ะ สวัสดีนะคะ”

อดิศวร์วางสายสีหน้าหงุดหงิด นั่งข่มอารมณ์หึงหวงอยู่พักใหญ่กว่าจะทำใจให้สงบได้ จากนั้น เขาแวะไปหาคุณย่าที่ห้อง เพื่อสอบถามว่าสั่งการให้นายสมไป

เผาทุ่งพลับพลึงหรือ ท่านผู้หญิงสรรักษ์หน้าเครียดขึ้นมาทันที ด่านายสมว่าสาระแนเอาเรื่องนี้ไปฟ้องอดิศวร์ ท่าทางจะให้อยู่ที่นี่ไม่ได้เสียแล้ว

“นายสมไม่ได้บอกหรอกครับ แต่ผมเห็นเอง...มาถึงวันนี้แล้ว ผมอยากให้คุณย่าปล่อยวางและให้อภัยคุณปู่ท่านก็เสียไปนานมากแล้ว คุณย่าน้อยก็หายสาบสูญ ทุกคนที่ทำให้คุณย่าเจ็บช้ำน้ำใจต่างก็ล้มหายตายจากไปหมด ไม่มีใครรู้หรอกว่าคุณย่าจงเกลียดจงชังพวกเขาขนาดไหน”

“รู้ ทำไมพวกมันจะไม่รู้ วิญญาณของพวกมันก็อยู่อย่างทุกข์ทรมานเหมือนกัน ย่าขังพวกมันด้วยความแค้นของย่า” ท่านผู้หญิงสรรักษ์เข่นเขี้ยว อดิศวร์ขอให้ท่านปลงเสียบ้าง เคียดแค้นไปก็ยิ่งเผาใจตัวเองทำให้ไม่มีความสุข ท่านผู้หญิงสรรักษ์ไม่พอใจมาก ไล่เขาไปให้พ้นหน้า และไม่ต้องให้ใครมาอยู่เป็นเพื่อน ท่านอยากอยู่คนเดียว อดิศวร์บีบมือท่านเบาๆแล้วลุกออกไป...

ฝันร้ายยังคงตามมาหลอนวิรงรองให้หลับไม่เป็นสุข ครั้งนี้เธอฝันเห็นตัวเองเป็นคุณพลับพลึงกำลังสีซอสามสายเพลงนางครวญอยู่ในห้องพักที่โดมทอง โดยมีท่านเจ้าคุณสรรักษ์ยืนมองมาด้วยสายตาเปี่ยมไปด้วยความรัก ทันใดนั้นมีเสียงท่านผู้หญิงสรรักษ์ตะโกนเรียก “อีพลับพลึง” ลั่น ก่อนจะกระชากตัวเธอมาเฆี่ยนด้วยหวายไม่ยั้ง จนกรีดร้องด้วยความเจ็บปวด

วิรงรองตกใจตื่นร้องลั่น มือปัดตามเนื้อตัวบริเวณที่ถูกเฆี่ยนในฝัน แต่แล้วก็ถอนใจโล่งอก เมื่อเห็นเนื้อตัวของตัวเองไม่ได้มีร่องรอยหวายแม้แต่น้อย

ooooooo

เช้าวันถัดมา วิรงรองต้องแปลกใจเมื่ออดิศวร์มาหาที่บ้าน อ้างว่ายังคาใจเรื่องที่เธอถึงตัดสินใจทิ้งโดมทองมา ถ้าเธอมีเหตุผลพอ เขาจะไม่รบกวนอีกเลย

“ทุกอย่างคุณเองก็รู้อยู่แก่ใจ”

อดิศวร์ยังไม่ทันจะอ้าปากพูดอะไร ปรางเดินออกมาเสียก่อน วิรงรองทนเห็นหน้าเขาต่อไปไม่ไหวฝากแม่ดูแลเขาแทนเธอด้วยแล้ววิ่งขึ้นห้องไปเลย ปรางจะทักท้วงก็ไม่ทัน ขอโทษอดิศวร์แทนลูกสาวของตนด้วย แล้วสั่งให้เด็กรับใช้จัดอาหารเช้าเพิ่มอีกหนึ่งที่ อดิศวร์ไม่อยากให้ต้องลำบาก เดี๋ยวเขาไปหาอะไรกินข้างทางได้

“ไม่ได้ค่ะ แม่หนูไปอยู่ที่โดมทองมาตั้งนานแล้วคุณอดิศวร์ก็ช่วยดูแลอย่างดี”

“ผมคงดูแลไม่ค่อยดีนัก เธอถึงได้หนีกลับมา” อดิศวร์หน้าหมองลงทันที ปรางอดถามไม่ได้ว่ามีเรื่องอะไรกัน ถามลูกก็ไม่ยอมเล่าให้ฟัง อดิศวร์เองก็ไม่รู้เหมือนกัน อยู่ดีๆวิรงรองก็ตัดสินใจกลับบ้าน

“ถ้าอยู่ดี แกคงไม่กลับหรอกค่ะ ดิฉันว่าน่าจะอยู่ไม่ค่อยดีเสียมากกว่า” ปรางตำหนิกลายๆ แล้วขอตัวขึ้นไปตามลูกให้ เธอหายขึ้นไปสักพัก ลงมาแจ้งว่าวิรงรองไม่อยากพบ

“ไม่เป็นไรครับ ในเมื่อเธอไม่อยากพบ ผมก็จะกลับ”

“งั้นกินข้าวด้วยกันก่อนเถอะค่ะ เด็กน่าจะเตรียมเสร็จเรียบร้อยแล้ว” ปรางพูดจบ เดินนำอดิศวร์ไปยังห้องอาหาร...

ในเวลาเดียวกัน ท่านผู้หญิงสรรักษ์มาที่ห้องกินข้าวไม่เจอหลานชายอยู่ที่นั่นก็ถามหา อุษาได้แต่อ้ำๆอึ้งๆไม่กล้าตอบ แสงแขรีบฟ้องว่าอดิศวร์ไปธุระที่กรุงเทพฯ

“คงไปหานังนั่นละสิ...เหมือนกันไม่มีผิด” ท่านผู้หญิงสรรักษ์พาลด่าไปถึงท่านเจ้าคุณผู้เป็นสามี แล้วสั่งให้อุษาโทร.ไปถามคุณหญิงแก้วว่าอดิศวร์แวะไปที่บ้านนั้นหรือเปล่า แสงแขไวกว่าแย่งเบอร์ไปโทร.เอง คุณหญิงแก้วไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเขามากรุงเทพฯ แต่จะถามพิณทองดู เพราะสองน้าหลานสนิทกัน

“หนูแขมีเบอร์หนูพิณหรือเปล่าล่ะจ๊ะ หรือว่าจะให้น้าโทร.ให้”

“แขขอรบกวนคุณน้าให้ช่วยถามด้วยก็แล้วกันเพราะคุณย่าเป็นห่วงกลัวว่าจะไปตามง้อแม่วิรงรองน่ะค่ะ”

“วิรงรองกลับมากรุงเทพฯ แล้วหรือจ๊ะ” คุณหญิงแก้วน้ำเสียงตื่นเต้น ยิ่งได้รู้ว่าวิรงรองถอนหมั้นอดิศวร์ถึงกับยิ้มสะใจที่แผนสร้างความร้าวฉานสำเร็จด้วยดี...

หลังจากกินมื้อเช้าเสร็จ ปรางออกมาส่งอดิศวร์ที่รถ รับปากว่าจะสอบถามสาเหตุที่วิรงรองถอนหมั้นให้ เขายกมือไหว้ขอบคุณล่วงหน้า ก่อนจะขึ้นรถขับออกไป โดยมีสายตาของวิรงรองมองตามจนรถของอดิศวร์ลับ

สายตา ครู่ต่อมา ปรางขึ้นไปต่อว่าวิรงรองว่าทำไมทำตัวเป็น เด็กๆหนีมาโดยไม่มีเหตุผล แล้วสั่งให้เล่ามาว่ามีเรื่องอะไรกันแน่ วิรงรองขยับจะทักท้วง ปรางชิงพูดตัดหน้าเสียก่อน

“ไม่ต้องมาอ้างโน่นอ้างนี่ เล่ามาให้หมดเดี๋ยวนี้” ปรางเสียงเข้ม

ooooooo

คุณหญิงแก้วทนเก็บเรื่องสะใจไว้คนเดียวไม่ไหวรีบโทร.ตามเพื่อนรักเพื่อนซี้มาที่บ้านให้มารับรู้ด้วย ต่างเป็นปลื้มที่แผนการตามจองล้างจองผลาญประสบผลสำเร็จ แต่คุณหญิงวัชรีอดเป็นกังวลไม่ได้ พิชญ์อาจจะกลับไปหาวิรงรองอีก เพราะตอนนี้กำลังระหองระแหงกับพิณทองอยู่

“ขอบอกก่อนว่าพี่ไม่รับมันเป็นสะใภ้แน่ ให้มันได้กับคุณลบไปก็ยังดีกว่าได้กับพิชญ์”

“แหมคุณพี่ขา ก็เราตกลงกันแล้วไงคะว่าจะตามผจญจนมันทนไม่ได้ ถ้าถึงที่สุดแล้วก็ไปลงพวกข่าวสังคมเลย น้องมีพรรคพวกเยอะแยะ ว่าแต่ตอนนี้ตาพิชญ์ยังไม่รู้ใช่ไหมคะ”

คุณหญิงวัชรีส่ายหน้า จะให้พิชญ์รู้ไม่ได้เด็ดขาด...

ทางด้านปรางไม่เชื่อว่าอดิศวร์จะเป็นอย่างที่

วิรงรองกล่าวหาเพราะดูท่าแล้วไม่ใช่คนเหลาะแหละ

วิรงรองยืนยันว่าเขาเป็นคนอย่างนั้นจริงๆขนาดวางแผนดึงเธอไปอยู่โดมทองเพื่อกันให้ห่างจากพิชญ์ยังทำได้แนบเนียนมาแล้ว ดังนั้นเรื่องประกาศหมั้นหลอกๆก็คงไม่เกินความสามารถ ปรางจะลองสอบถามอดิศวร์ให้

“เขาก็ต้องปฏิเสธ คนอย่างเขาไม่มีทางยอมรับให้เสียหน้าหรอกค่ะ”

ในเมื่อวิรงรองปักใจเชื่อเสียแล้ว ปรางจำต้องปล่อยเลยตามเลย...

ฝ่ายอดิศวร์ไม่รู้จะทำอย่างไรต่อไปดี นึกถึงหลานรักขึ้นมาได้โทร.นัดให้มาเจอที่ร้านกาแฟแห่งหนึ่งเพื่อปรับทุกข์ด้วย พิณทองอาสาจะไปอธิบายให้วิรงรองเข้าใจเอง เพราะตนก็มีส่วนต้องรับผิดชอบที่เอาเรื่องของอดิศวร์กับวิรงรองไปพูดให้แม่ฟัง อดิศวร์บอกปัดทันทีว่าไม่ต้อง คนเราถ้าจะอยู่ด้วยกันต้องมีความหนักแน่น

“แต่ก็นั่นล่ะ เธอไม่ได้อยากอยู่กับน้า เธอหาเรื่องออกจากโดมทองตลอดเวลา...แล้วเรื่องของคุณพิณล่ะ”

“ก็ทรงๆอยู่ค่ะ ไม่ได้ถึงกับทรุดแต่ก็ไม่ดีขึ้น พิณเฉยๆแล้วค่ะ ไม่อยากใช้ทะเบียนสมรสดึงเขาไว้กับตัวเอง” พิณทองพูดจบ เสยกกาแฟขึ้นจิบเพื่อปกปิดความเศร้า แต่ไม่พ้นสายตาของอดิศวร์...

พิณทองมั่นใจว่าแม่ของตัวเองมีส่วนเกี่ยวข้องกับการที่วิรงรองถอนหมั้นอดิศวร์และหนีกลับกรุงเทพฯทั้งๆที่ทั้งคู่เพิ่งจะปรับความเข้าใจกันได้ แม้แม่จะปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา แต่เธอรู้สึกว่าตัวเองมีส่วนต้องรับผิดชอบจึงตัดสินใจไปหาวิรงรองที่บ้าน สารภาพว่าเธอเป็นต้นเหตุทำให้วิรงรองกับน้าลบเข้าใจผิดกัน

“น้าลบโทร.คุยกับพิณเรื่องที่กำลังเข้าใจกันดีกับคุณวิ พิณยังบอกว่าพิณจะเลี้ยงแสดงความยินดีให้หลังจากนั้นพิณก็เล่าให้คุณแม่ฟัง เรื่องมันน่าจะเริ่มจากตรงนี้...”

“แต่คุณแม่คุณพิณทราบเบอร์โทรศัพท์ของดิฉัน”

“คุณแม่อาจจะเปิดดูในเครื่องของคุณพ่อก็ได้ เชื่อพิณเถอะค่ะน้าลบเป็นคนดีแล้วก็รักคุณวิมาก พิณขอยืนยันว่าน้าลบไม่รู้เรื่องท่ีพิณมาที่นี่ ขนาดตอนแรกพิณบอกว่าจะมาอธิบายให้คุณฟัง น้าลบยังห้ามเลย”

“เขาคงคิดว่าเข้าใจอย่างนั้นก็ดีแล้วมั้งคะ” วิรงรองว่าประชด พิณทองรับรองว่าอดิศวร์ไม่ใช่คนแบบนั้นและที่เธอมาพูดให้ทั้งคู่คืนดีกันก็ไม่ใช่ทำเพื่อกันพิชญ์ออกไปเช่นกัน เธอกำลังจะหย่ากับเขา แต่ถ้าวิรงรองยังรักพิชญ์อยู่ เธอก็จะไม่โกรธเหมือนกันที่วิรงรองจะกลับไปคบกับเขา วิรงรองยืนกรานไม่มีวันจะเป็นเช่นนั้น

“พิณพูดความจริง”

“ดิฉันก็พูดความจริงเช่นกัน” สองสาวสบตากันต่างยิ้มให้กันด้วยมิตรไมตรีที่ดี

ooooooo

ขณะที่อดิศวร์กำลังเลี้ยวรถเข้าไปจอดใต้ถุนคอนโดฯที่พักของตัว มีเสียงมือถือของเขาดังขึ้น เขาเห็นชื่อวิรงรองที่หน้าจอมือถือรีบกดรับสายด้วยความดีใจ

“ดิฉันขอโทษที่เข้าใจผิดค่ะ” วิรงรองพูดแค่นั้นแล้วปิดเครื่องทันที อดิศวร์โทร.กลับไป มีเพียงเสียงตอบรับอัตโนมัติ จึงรีบขับรถไปหาวิรงรองที่บ้านทันที...

ด้านพิณทองกลับถึงบ้านอย่างไม่ค่อยสบายใจนัก บ่นให้พ่อของเธอฟังว่าไม่แน่ใจตัวเองเหมือนกันว่าทำถูกหรือเปล่าที่ไปหาวิรงรอง เพราะอาจทำให้อดิศวร์ตำหนิมาถึงแม่ของเธอได้ รัฐมนตรีพจน์โทษว่าเป็นเพราะคุณหญิงแก้วทำตัวเอง คนเขารักกันอยู่ดีๆก็ไปสร้างเรื่องให้พวกเขาผิดใจกัน

“ไม่ต้องคิดมาก พ่อขอคอนเฟิร์มว่าหนูทำถูกแล้ว” รัฐมนตรีพจน์ว่าพลางลูบหัวลูกอย่างให้กำลังใจ...

ไม่นานนัก อดิศวร์มาถึงบ้านวิรงรอง ในเมื่อฝ่ายหญิงเปิดทางให้ง้อแล้ว เขาไม่รอช้าถามเธอว่าจะกลับโดมทองเมื่อไหร่ ที่นั่นรอเธออยู่

“ไม่จริงมั้งคะ”

“เธอไม่อยากรู้ความลับในโดมทองอีกแล้วหรือ กลับไปด้วยกันเถอะ แล้วคราวนี้ฉันจะช่วยเธอเอง” อดิศวร์สบตาวิรงรองนิ่งเพื่อยืนยันคำพูดของตัวเอง...

ระหว่างขับรถกลับคอนโดฯที่พัก อดิศวร์โทร.แจ้งข่าวดีให้พิณทองรู้เป็นคนแรก เธอดีใจกับเขาด้วยที่วิรงรองยอมกลับโดมทอง แล้วถามว่าเมื่อไหร่เขาถึงจะให้เธอเลี้ยงแสดงความยินดี

“เอาไว้น้าลบจะบอก ขอบใจคุณพิณมาก”

“ไม่เป็นไรค่ะ พิณเต็มใจช่วยอยู่แล้ว...กู๊ดไนต์ค่ะ” พิณทองวางสายอย่างโล่งใจ...

ทางฝ่ายวิรงรองนอนไม่หลับ เดินกลับไปกลับมาอยู่ในห้องตัวเองหลายตลบคิดหาทางช่วยเหลือพิณทองตอบแทนที่ช่วยให้เธอกับอดิศวร์ปรับความเข้าใจกันได้ ตัดสินใจหยิบโทรศัพท์บ้านที่วางอยู่ใกล้ๆมือขึ้นมาโทร.หาพิชญ์ซึ่งนั่งใจลอยอยู่หน้าจอทีวีเขาปล่อยให้เสียงเรียกเข้าดังอยู่สักพักจึงหยิบมือถือขึ้นมาดู รีบรับสายด้วยความตื่นเต้นดีใจ วิรงรองขอโทษเขาด้วยที่โทร.มาดึกๆดื่นๆ

“ไม่เป็นไร ผมดีใจที่พลับพลึงโทร.มา ดีใจที่สุดเลย นี่...พลับพลึงกลับมาอยู่ที่บ้านตั้งแต่เมื่อไหร่ คุณจะไม่กลับไปโดมทองอีกแล้วใช่ไหม...” พิชญ์ถามเป็นชุด

“จะกลับพรุ่งนี้เย็นจ้ะ...พรุ่งนี้เช้า พิชญ์มาที่บ้านพลับพลึงหน่อยได้ไหม”

ooooooo

แม้จะเจ็บปวดใจเพียงใด แต่พิชญ์ก็มาหาวิรงรองตามนัด หญิงสาวระมัดระวังคำพูดเพื่อไม่ให้เขาเข้าใจผิดว่าเธอยังมีใจให้ กระทั่งสรรพนามแทนตัวเอง ที่เคยใช้ว่า “พลับพลึง” เธอก็เลี่ยงไปใช้คำว่า “ฉัน” แทนที่จนพิชญ์มีเคือง วิรงรองรีบพูดเข้าประเด็นให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้

“ฉันอยากจะคุยกับพิชญ์เรื่องคุณพิณทอง”

“ไม่จำเป็น ผมไม่ได้รักพิณ ผมแต่งงานกับพิณก็เพราะถูกคุณแม่บังคับ”

“แล้วพิชญ์ก็แต่ง...แต่งแล้วพิชญ์ก็ทำให้คุณพิณเจ็บช้ำน้ำใจทั้งที่คุณพิณทองไม่ได้มารับรู้อะไรด้วยเลย

ฉันอยากให้พิชญ์คิดดูดีๆ ถ้าพิชญ์รู้ว่าการแต่งงานจะไปไม่รอด พิชญ์ก็ไม่ควรยอมทำตามคุณแม่ตั้งแต่แรก เพราะคนที่เสียหายที่สุดคือคุณพิณทอง มันไม่ยุติธรรมกับเธอ”

“พิณก็ต้องทำตามที่คุณแม่ของเธอบังคับเหมือนกัน”

“เชื่อสิ ถ้าพิชญ์บอกว่าพิชญ์มีคนรักอยู่แล้วยังไง คุณพิณทองก็ไม่ยอมแต่งด้วย แต่นี่พิชญ์ไม่ได้บอกเธอจริงไหม เพราะฉะนั้นพิชญ์ก็ควรจะรับผิดชอบ...คุณพิณทองเป็นผู้หญิงที่เพียบพร้อม แล้วเธอก็รักคุณมาก”

“เพราะคุณหมดรักผมแล้วใช่ไหมล่ะ ถึงได้เชียร์คนอื่น” พิชญ์ไม่วายตัดพ้อ

“เธอเป็นภรรยาคุณไม่ใช่คนอื่นซึ่งนั่นสำคัญที่สุด คุณเป็นคนตัดสินใจเอง แล้วฉันก็คิดว่าคุณตัดสินใจถูก

แล้วขอให้พิชญ์โชคดีนะคะ” วิรงรองหวังลึกๆ ว่าคำพูดของตัวเองจะทำให้พิชญ์ได้คิด...

ขณะที่วิรงรองพยายามช่วยชีวิตสมรสของพิชญ์กับพิณทอง ท่านผู้หญิงสรรักษ์รู้ดีว่าแสงแขไม่อาจผูกมัดใจอดิศวร์ได้ จึงเบนเข็มไปหาอุษา ถามหยั่งเชิงว่ารักอดิศวร์บ้างไหม เธอรักและเคารพเขาเหมือนพี่ชายไม่เคยคิดเป็นอื่น ท่านหาว่าอุษาใฝ่ต่ำเฝ้าแต่หลงรักพันธ์สูรย์ถึงไม่สนใจหลานชายของท่าน อุษาไม่โต้ตอบอะไร หยิบแก้วใส่ยาก่อนนอนยื่นให้ ท่านผู้หญิงสรรักษ์ปัดกระเด็น หาว่าเธอจะวางยาพิษ

“นี่เป็นยาที่คุณย่ากินเป็นประจำนะคะ”

“ใครจะไปรู้ว่าแกหรือนังแสงแขจะเอายาพิษมาเปลี่ยนให้เมื่อไหร่”

อุษาถึงกับน้ำตาคลอเบ้าที่ถูกมองในแง่ร้าย ยืนยันว่าเธอกับน้องไม่มีวันทำอย่างนั้นต่อผู้มีพระคุณอย่างคุณย่าเด็ดขาด ท่านไม่เชื่อ และไม่ไว้ใจใครหน้าไหนทั้งนั้น แล้วพาลไล่ตะเพิดอุษาไปให้พ้นหน้า

ooooooo

ไฟแค้นที่สุมอกทำให้ท่านผู้หญิงสรรักษ์นอนหลับไม่สนิทเหมือนเช่นเคย ฝันร้ายว่ามีเสียงคนเดินลากโซ่ตรวนมาหยุดหน้าห้อง ท่านลืมตาตื่น เงี่ยหูฟัง เสียงลากโซ่ตรวนค่อยๆ เดินผ่านเลยไป ตัดสินใจออกไปดูเห็นหลังใครไวๆ กำลังเลี้ยวมุมตึก รีบเดินตามจนกระทั่งร่างนั้นเข้าไปในห้องพักของวิรงรอง

ท่านผู้หญิงสรรักษ์สาวเท้าตามเข้าไป แต่ต้องผงะเมื่อเห็นว่านั่นคือร่างของผีพลับพลึง

“คุณพี่...คุณพี่กำลังจะพ่ายแพ้” เสียงผีพลับพลึงแหบโหยหวนชวนขนหัวลุก

“ไม่มีวัน ไปให้พ้น นังผีบ้า ออกไปจากบ้านฉัน” ท่านผู้หญิงสรรักษ์ตะเพิดจบหันหลังจะออกจากห้อง ผีพลับพลึงปรากฏตัวขึ้นตรงหน้าอีก

“ดิฉันไปไหนไม่ได้ คุณพี่ก็รู้ว่าดิฉันไปไหนไม่ได้...ไปไม่ได้” เสียงโหยหวนนั้นทำให้ท่านผู้หญิง

สรรักษ์สะดุ้งตื่น เจออุไรซึ่งยื่นหน้าเข้ามาดูเพราะเห็นท่านละเมอร้องเอะอะ ท่านถีบโครมเพราะคิดว่าเป็นผีพลับพลึง

อุไรถึงกับหงายหลังตึง “ท่านผู้หญิงขา นี่อุไรเองค่ะ”

ท่านผู้หญิงสรรักษ์รู้สึกตัว เหลียวมองไปรอบๆ ตะโกนโหวกเหวกว่าผีพลับพลึงหายไปไหน อุไรกลัว

ลนลานหลับหูหลับตาโดดกอดท่านไว้แน่น ท่านผู้หญิงสรรักษ์ดิ้นหลุด ถีบซ้ำอีกโครมแล้วสั่งให้เงียบ

“นังพิศหรือ” ท่านผู้หญิงสรรักษ์ว่าพลางมองไปยังมุมมืดของห้อง อุไรกลัวจัดรีบคลานกลับที่นอนตัวเองดึงผ้ามาคลุมโปง พลันมีเงาดำๆ ของพิศปรากฏขึ้น ท่านต่อว่ายกใหญ่ว่าทำไมปล่อยให้ผีพลับพลึงมาหลอกท่าน

“ท่านเจ้าขา ปล่อยบ่าวไปเถิดเจ้าค่ะ”

“เอ็งยังไปไหนไม่ได้ เอ็งต้องช่วยข้าไล่นังพลับพลึงไป มันคอยมารบกวนข้าแทบทุกคืน”

พิศพยายามจะขอร้องให้ท่านผู้หญิงสรรักษ์ปล่อยให้ตนไปผุดไปเกิด แต่ท่านไม่ฟัง หนำซ้ำยังสั่งให้หุบปาก และทำหน้าที่ของตัวเองต่อไป จากนั้น ท่านเอนตัวลงนอน ทุกอย่างกลับเข้าสู่ความเงียบ อุไรค่อยๆเปิดผ้าคลุมโปงแค่ลูกตาออกมาดู ต้องตกใจแทบสิ้นสติเมื่อเห็นพิศบิดคอมามอง เธอรีบคลุมโปงอย่างเดิม

ooooooo

อุไรทนหวาดกลัวต่อไปไม่ไหว ระหว่างช่วยอุษาเตรียมอาหารเช้าให้ท่านผู้หญิงสรรักษ์ จึงขออนุญาตเธอไม่นอนเฝ้าท่านอีกแล้ว เมื่อคืนนี้จะเป็นครั้งสุดท้าย เจ้านายสาวพอจะเดาเหตุการณ์ออกถามว่าอีกแล้วหรือ

“ค่ะ เห็นจะจะเป็นครั้งที่สองที่สามแล้วมั้งคะ แล้วอุไรก็ไม่ได้ฝันด้วย โธ่ พูดแล้วยังขนหัวลุกอยู่เลย”

“เอาเถอะ คืนนี้ฉันจะไปนอนเฝ้าเอง แล้วอย่าไปเล่าให้ใครฟังล่ะ เดี๋ยวจะกลัวกันหมด”

“ค่ะ...เอ่อ...คุณอุษาจำได้ไหมคะที่คุณวิเห็นผู้หญิงแต่งตัวเหมือนคนโบราณมายืนมองเธอ อุไรว่าต้องเป็นคนเดียวกันแน่ๆเลยค่ะ” อุไรขนลุกซู่ เหลียวซ้ายแลขวาสีหน้าหวาดๆ...

ทางฝ่ายวิรงรองกับอดิศวร์วางแผนจะกลับโดมทองตั้งแต่ตอนเย็นเมื่อวาน แต่ติดขัดบางอย่างจึงเลื่อนมากลับวันนี้แทน พอเห็นยังมีเวลาเหลือ พากันแวะมาหาพิณทองที่บ้าน ทั้งรัฐมนตรีพจน์และพิณทองต้อนรับขับสู้อย่างดีชวนให้กินมื้อเช้าด้วยกัน แต่คุณหญิงแก้วกลับเป็นตรงกันข้ามหมดอารมณ์จะกินข้าวทันทีที่เห็นหน้า

วิรงรอง ลุกหนีไปหน้าตาเฉย รัฐมนตรีจะตามไปต่อว่าแต่วิรงรองเรียกไว้

“คุณลุงคะ หนูว่าหนูกลับก่อนดีกว่า” วิรงรองว่าแล้วหันไปพยักพเยิดกับอดิศวร์ซึ่งพยักหน้าตอบ

“อย่าให้มีเรื่องกันเพราะผมกับวิรงรองเลยครับ”

พิณทองขอโทษอดิศวร์กับวิรงรองแทนแม่ของเธอด้วย แล้วชวนพ่อออกไปส่งทั้งคู่ที่รถ...

ขณะที่คุณหญิงแก้วกำลังโทร.ไปฟ้องคุณหญิงวัชรีเรื่องที่อดิศวร์พาวิรงรองมาที่บ้านของเธอ ใส่สีตีไข่ว่าแม่นั่นทำระริกระรี้ใส่อดิศวร์ตลอดเวลา ไม่ทันเห็นว่ารัฐมนตรีพจน์ยืนกอดอกฟังอยู่ด้านหลัง

“ไอ้ที่เจ็บใจสุดๆก็คือทั้งลูกทั้งผัวน้องก็พลอยเป็นไปด้วยคะคุณพี่ ทำอี๋อ๋อ...” เสียงกระแอมของรัฐมนตรีพจน์ทำให้คุณหญิงแก้วถึงกับหยุดกึกหันขวับมามอง “แค่นี้ก่อนนะคะคุณพี่ ได้เวลาทะเลาะกับสามีแล้ว” คุณหญิงแก้ววางสาย ยังไม่ทันจะอ้าปากต่อว่าอะไร รัฐมนตรีพจน์ชิงพูดขึ้นเสียก่อน

“ผมไปอี๋อ๋อกับหนูวิตอนไหน แล้วผมก็ไม่เห็นเธอทำระริกระรี้อะไรกับคุณลบด้วย แล้วไอ้กิริยาอี๋อ๋อน่ะตั้งแต่จำความได้ ผมก็ไม่เคยทำกับใคร”

คุณหญิงแก้วตำหนิสามีตัวเองว่าเป็นพ่อแบบไหนถึงได้ไปเข้าข้างผู้หญิงที่จะมาแย่งสามีของลูก รัฐมนตรีพจน์ไม่ได้เข้าข้างใคร ที่สำคัญตั้งแต่พิชญ์แต่งงานกับพิณทอง เขาไม่เคยเห็นวิรงรองมายุ่งเกี่ยวอะไรกับพิชญ์แม้แต่ครั้งเดียว และอีกไม่นานเธอก็จะแต่งงานกับอดิศวร์ คุณหญิงแก้วน่าจะพอใจด้วยซ้ำ

“ฉันไม่พอใจ เพราะน้องชายของฉันควรจะได้ผู้หญิงที่ดีกว่านี้ ขอให้รู้ไว้ด้วย”

ooooooo

แสงแขถึงกับปรี๊ดแตกเมื่อโอบมารายงานว่าอดิศวร์พาวิรงรองมาถึงโดมทองแล้ว หันไปโวยวายใส่อุษา ว่าทำไมเขาต้องพานังนั่นกลับมาด้วย อุษาเองก็ตอบไม่ได้ ถ้าเธออยากรู้ความจริงคงต้องไปถามอดิศวร์เอาเอง

“คุณลบอยู่ที่ไหนพี่อุษา”

“น่าจะอยู่ในห้อง”

“โอบ...แกเอาแจกันใบนี้ไปไว้ในห้องทำงาน” แสงแขสั่งเสร็จคว้าแจกันปักดอกกุหลาบอีกใบหนึ่งขึ้นไปข้างบน อุษามองตามน้องสาวอย่างเหนื่อยใจ ครู่ต่อมา แสงแขหอบแจกันดอกไม้มาเคาะประตูห้อง

อดิศวร์แล้วร้องบอกว่าจะเอาแจกันดอกไม้มาไว้ในห้อง อดิศวร์เปิดประตูออกมาจะรับแจกัน แสงแขรีบเบี่ยงตัวหลบเอาเข้าไปวางไว้ให้เอง แล้วแสร้งถามว่าเขาพาวิรงรองกลับมาด้วยหรือ อดิศวร์ซึ่งยังยืนอยู่ตรงประตู พยักหน้ารับ

“แขดีใจด้วยค่ะ ดีใจที่เห็นคุณลบมีความสุข” แสงแขพูดจบขยับจะออกจากห้อง เหลือบเห็นวิรงรอง เดินผ่านมาพอดี เธอแกล้งเซถลาซบอกอดิศวร์ ซึ่งรับไว้ด้วยสัญชาตญาณ วิรงรองถึงกับชะงัก ขณะที่แสงแขส่งยิ้มหยันไปให้ เธอไม่อยากเห็นภาพบาดตารีบเดินหนี ตลอดเวลานั้น อดิศวร์ไม่ได้รู้เรื่องอะไรด้วยถามแสงแขอย่างพาซื่อว่าเป็นอะไรหรือเปล่า เธอเองก็ไม่รู้เหมือนกัน อยู่ๆก็เวียนหัว เขาช่วยประคองแสงแขมานั่ง

“รออยู่นี่ก่อน พี่จะไปตามอุษามาดู”

“ไม่เป็นไรค่ะ แขค่อยยังชั่วแล้ว” แสงแขค่อยๆ ก้าวออกไปทีละก้าวโดยมีอดิศวร์มองตามอย่างเป็นห่วง พอพ้นสายตาเขาเท่านั้น เธอจ้ำพรวดๆตามวิรงรองจนทัน ขอโทษด้วยที่เมื่อครู่อดิศวร์กอดเธอ ถ้าเขารู้ว่า วิรงรองมาเห็นคงจะกลุ้มใจมาก วิรงรองไม่เห็นจะมี เรื่องอะไรให้เขาต้องกลุ้มใจ แล้วจะเดินเลี่ยงไปทางอื่น แสงแขขวางไว้

“คุณลบรักเธอ ฉันรู้ดี เรื่องของฉันกับเขามันก็แค่...เขาไม่ได้ตั้งใจจะให้เกิดขึ้น แต่ฉันขอสารภาพว่า ฉันตั้งใจเพราะฉันรักเขา เรื่องมันเกิดขึ้นตอนที่เธอไม่อยู่” แสงแขบีบน้ำตาทำเป็นสะอื้น “เธอไม่ต้องกลัวหรอก ฉันบอกคุณลบแล้วว่าฉันจะไม่เรียกร้องอะไร
จากเขา จะไม่พูดถึงเรื่องที่เกิดขึ้นเลย แล้วก็ขอให้เขากับเธอ มีความสุขตลอดไป” แสงแขปั้นเรื่องจบ ยกมือขึ้นปิดหน้าวิ่งหนีราวกับเสียใจสุดๆ วิรงรองมองตามทั้งสับสนและงุนงง...

ครู่ต่อมา แสงแขกลับห้องตัวเอง ปิดประตูตามหลังแล้วหัวเราะอย่างสะใจที่ปั่นหัววิรงรองสำเร็จ ไม่นึกเลยว่าเทพีแห่งโชคจะเข้าข้างตนเอง เหตุการณ์ทุกอย่างถึงได้เป็นใจให้

“ใครดีใครได้ นังวิรงรอง” แสงแขตาวาวเป็นประกายน่ากลัว...

ทันทีที่ท่านผู้หญิงสรรักษ์เห็นหน้าหลานชายคนโปรด ต่อว่าต่อขานยกใหญ่ว่าคราวนี้ไม่อยู่บ้านทำไมถึงไม่บอกกล่าว อดิศวร์อ้างว่ามีธุระด่วนต้องรีบไปทำ ท่านถามดักคอธุระที่ว่าเกี่ยวกับวิรงรองหรือเปล่า เขาถึงกับนิ่งอึ้ง ท่านผู้หญิงสรรักษ์ คาดคั้นให้ตอบ อดิศวร์หมดความอดทน ต่อว่ากลับว่าเขาไม่ใช่เด็กๆแล้ว ต้องมีชีวิตของตัวเอง ขอให้ท่านเข้าใจเขาบ้าง ท่านผู้หญิงสรรักษ์ไม่ต้องการจะเข้าใจอะไรทั้งนั้น ไล่ตะเพิดเขาไปให้พ้นหน้า

“ไม่ว่าจะอย่างไร ผมก็รักคุณย่ามากนะครับ” อดิศวร์ว่าแล้วลุกออกไป พลันภาพในความฝันที่เห็นผีพลับพลึงพูดเย้ยหยันว่าท่านกำลังจะพ่ายแพ้ผุดเข้ามาในสมอง

“ไม่มีวัน ฉันไม่มีวันแพ้แก นังพลับพลึง” ท่าน ผู้หญิงสรรักษ์เข่นเขี้ยวด้วยความแค้น

ooooooo

ระหว่างที่วิรงรองกำลังยืนครุ่นคิดถึงคำพูดของแสงแขเมื่อครู่ อดิศวร์เข้ามากอดจากทางด้านหลัง ถามว่ามาทำอะไรอยู่ตรงนี้ เธอยืนนิ่งอยู่ในอ้อมกอดเขาอึดใจแล้วเบี่ยงตัวออก เขารู้ทันทีว่าต้องมีบางอย่างผิดปกติ

“เป็นอะไรหรือเปล่า”

แค่เหนื่อยนิดหน่อย ขอไปนอนพักนะคะ” วิรงรองพูดจบ เดินหนี ทิ้งให้อดิศวร์ยืนงงอยู่ตรงนั้น...

ในขณะที่วิรงรองคลางแคลงใจในตัวอดิศวร์อีกครั้งหนึ่ง แสงแขพรวดพราดเข้ามาหาคุณย่าที่ห้อง ถามอย่างถือไพ่เหนือกว่าว่าวิรงรองกลับมาแบบนี้ท่านคงต้องให้เธอช่วยอีกแล้วใช่ไหม

“ฉันไม่ต้องพึ่งแกก็ได้ ยังมีนังอุษาอีกคน”

คุณย่าก็ทราบว่าพี่อุษาไม่มีวันรักคุณลบได้เพราะเธอปักอกปักใจกับพันธ์สูรย์ และถึงแม้เธอจะเชื่อฟังคุณย่าเหมือนทาส แต่เธอก็ไม่มีวันช่วยคุณย่าคิดแผนการชั่วร้ายเพื่อกำจัดวิรงรองเหมือนแขได้ เพราะพี่อุษาเป็นคนดี ยอมรับเถอะค่ะคุณย่าว่าเรามันชั่วเหมือนกัน”

“นังแสงแข ออกไป”

“ก็ได้ค่ะ คุณย่าคิดให้ดีก็แล้วกัน แล้วถ้าคิดตกเมื่อไหร่ก็เรียกแขได้นะคะ คุณย่าน่ะแก่มากแล้ว แต่แขยังแข็งแรง เราร่วมมือกันดีกว่า”

ท่านผู้หญิงสรรักษ์โกรธตัวสั่น ชี้หน้าด่าแสงแขหยาบๆ คายๆ หญิงสาวยักไหล่อย่างไม่ยี่หระ ก่อนจะเดินออกจากห้อง...

ทางด้านอดิศวร์ตามมาง้อวิรงรองถึงห้องพัก แต่เธอยังงอนไม่เลิก แถมไม่ยอมบอกว่าโกรธเรื่องอะไร เขาไม่อยากคาดคั้นให้เสียอารมณ์ด้วยกันทั้งสองฝ่าย คว้าแขนเธอออกจากห้อง อ้างว่ามีอะไรจะให้ดู แล้วพาไปที่ห้องนอนของเขาเอง หยิบเศษใบไม้ชิ้นหนึ่งซึ่งเก็บไว้อย่างดีมาให้ดู

“จำคืนที่เราเห็นรถม้าคันนั้นได้ไหม ฉันเข้าไปดูในโรงเก็บม้า ใบไม้นี่ติดอยู่ที่ล้อรถ”

วิรงรองจ้องใบไม้ชิ้นนั้นตาไม่กะพริบ ถ้าเป็นอย่างที่อดิศวร์เล่า แสดงว่ารถม้าคันนั้นออกไปจริงๆ และเธอมั่นใจว่าคนขับรถม้าจะต้องเป็นท่านเจ้าคุณสรรักษ์ คุณปู่ของอดิศวร์ เพราะตั้งแต่วิรงรองตัดสินใจจะมาโดมทองก็ฝันเห็นท่านเจ้าคุณบนรถม้าคันนั้นตลอด

“มันไม่น่าเป็นไปได้ แต่ก็เป็นไปแล้ว...มันต้องมีอะไรสักอย่าง” อดิศวร์มุ่งมั่นจะค้นหาความจริงให้ได้...

ขณะที่ท่านผู้หญิงสรรักษ์กำลังนึกถึงคำชักชวนของแสงแขที่ให้ช่วยกันกำจัดวิรงรอง อุษาเข้ามาในห้องพอดี ท่านคิดแผนชั่วร้ายขึ้นมาได้ แสร้งตัดพ้อว่าในโลกนี้ไม่มีใครรักท่าน อุษาทำท่าจะปฏิเสธ ท่านยกมือห้าม

“ฉันรู้ดี แกไม่ต้องมาปฏิเสธ แต่อย่างน้อยแกก็มีความกตัญญูกับฉันมากกว่าใครๆ ถ้าไม่เหลือบ่ากว่าแรงจริงๆ ฉันคงไม่ขอร้องแกให้ช่วยหรอก” ท่านผู้หญิงสรรักษ์มารยาทำเสียงน่าเวทนา อุษาหลงกล ตกปากรับคำว่าท่านจะให้เธอทำอะไรก็บอกมาได้เลย เธอยินดีทำทุกอย่างเพื่อท่าน

“แต่งงานกับตาลบ...แกสัญญาแล้วว่าจะช่วยฉัน...อย่าลืม”

อุษาตกใจถึงกับอ้าปากค้าง ขณะที่ท่านผู้หญิงสรรักษ์ยิ้มเจ้าเล่ห์
Arit
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 3 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
มันก็นิทานโกหก อ่านไปเรื่อยๆก็ได้ ไม่ต้องรีบ มีโฆษณาขัดตอนไคลแม็กซ์เหมือนในทีวีมั่งก็ได้ มันจะได้ยิ่งสนุกขึ้นไปอีก
เอาเล้ย...
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 2 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ถ้าเวปนี้ เปลี่ยนให้ คุณ WAN หรือคุณ arit อัพแทน
โดยจ่ายค่าจ้างให้คุณ WAN หรือคุณ arit แทนคนเก่า
คุณ WAN หรือคุณ arit จะเอาไหม
(Y) ปรับปรุง
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 1 +3 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ขอโทษนะค่ะ ไม่รู้ว่าสมควรไหมที่จะบอก แต่ขอ ตินิดนึงนะค่ะ ไม่ได้อัพเกือบๆ 2 วัน แต่อัพให้นิดเดียว รอมานานเหลือเกินค่ะ ช้าจริงๆ ไม่ค่อยจะสมกับเวลารอคอยเลย
แต่อย่างน้อยก็ขอบคุณนะค่ะที่ยังอุตสาห์อัพมาให้ แม้จะช้าเหลือเกิน
ไม่อยากติมากค่ะ หวังว่าคอมเม้นท์ของดิฉัน จะทำให้คุณพัฒนาและปรับปรุงค่ะ
เหนื่อยใจ
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
 
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
แสงแขเห็นใจพี่เหนื่อยใจมากมากค่ะแต่ทางทีมงานโดมทองของนิยายไทยรัฐเขาตีฝีเท้าแซงเว็บนี้ไปไหนต่อไหนแล้วตอนนี้แสงแขก็อ่านแต่ไทยรัฐอย่างเดียวค่ะ เร็วยิ่งกว่า 4G อีกค่ะลองดูซิค่ะ
แสงแข
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ของไทยรัฐ ไม่น่าจะตรงกับทางทีวีนะ
คิดว่า
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
Dialog โดมทอง ของผู้จัดการออนไลน์ตรงตามบทโทรทัศน์ของคุณภาวิตมากที่สุด ส่วนนิยายไทยรัฐมีการผสมระหว่างบทประพันธ์ของวราภารวมไปด้วยจึงให้ออรถรสในการอ่านลดน้อยลงไปค่ะ
คุณหญิงสรรักษ์(ตอนสาว)
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ถ้าของไทยรัฐไม่ตรง เวปนี้ก็ไม่ตรงน่ะสิคะ เพราะเท่าที่อ่านเวปนี้อัพมาเหมือนไทยรัฐเลย ต่างตรงที่ละเอียดกว่าเท่านั้น แต่เนื้อเรื่องเหมือนกันเลย
จากคนที่อ่านนิยายทุกเวป
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
เหมือน เดลินิวส์เป๊ะ แต่เดลินิวส์ ล่วงหน้าไปไกลแล้ว
ไม่รอ
 
โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความคิดเห็น
1. โปรดงดเว้น การใช้คำหยาบคาย ส่อเสียด ดูหมิ่น กล่าวหาให้ร้าย สร้างความแตกแยก หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
2. ทุกความคิดเห็นไม่เกี่ยวข้องกับผู้ดำเนินการเว็บไซต์ และไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมายได้
3. ทีมงานเว็บมาสเตอร์ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
4. เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
5. ผู้ร่วมแสดงความคิดเห็นสามารถร่วมตรวจสอบข้อความที่ไม่เหมาะสมได้ โดยการกดปุ่ม "แจ้งลบ" หรือส่งอีเมลแจ้งมาที่ cs@astvmanager.com หรือ cs.astvmanager@gmail.com ซึ่งทีมงานจะทำการตรวจสอบ และลบข้อความดังกล่าวโดยเร็วที่สุด หรืออย่างช้าภายใน 3 วันทำการ
เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
แสดงความคิดเห็นเพิ่มเติม
โชว์ภาพผู้ใช้ทุกครั้งที่แสดงความเห็น เพียงเข้าสู่ระบบด้วยบัญชีของเฟซบุก กดที่ปุ่มด้านล่างนี้เลย!

ชื่อ/e-mail ของคุณ : *
 
 *
  กฎกติกาการแสดงความคิดเห็นฉบับเต็ม
 
หนังสือพิมพ์: ASTV ผู้จัดการออนไลน์ | ASTV ผู้จัดการรายวัน | นิตยสารผู้จัดการ 360° | Positioning | ASTV News1
มุม: การเมือง | อาชญากรรม | คุณภาพชีวิต | ภูมิภาค | ต่างประเทศ | มุมจีน | ธุรกิจ | หุ้น | SMEs | Motoring
CyberBiz | วิทยาศาสตร์ | เกม | กีฬา | บันเทิง | Life on Campus | Celeb Online | ท่องเที่ยว | ธรรมะกับชีวิต | Multimedia
เว็บ: Asia Times | บุรพัฒน์ คอมมิคส์ | Mars Magazine | ทะเลไทย | คุยกับเว็บมาสเตอร์ | โฆษณาบนเว็บ
All site contents copyright ©1999-2014