นางมาร ตอนที่ 19 - 20

โดย MGR Online   
14 กรกฎาคม 2556 17:58 น.
1 | 2 | 3 | 4  | หน้าถัดไป
นางมาร ตอนที่ 19 - 20
        นางมารตอนที่ 19
        
       อาทิตย์กำลังยืนรออยู่หน้าห้องตรวจ สักพักเนตรอัปสรก็ออกมาบอก
       
       “โชคดีกระสุนแค่ถากไปค่ะ ตอนนี้คุณหมอกำลังทำแผลอยู่เสร็จแล้วก็กลับบ้านได้คะ”
       อาทิตย์ได้ยินก็เบาใจ ถึงเขาจะไม่ได้ดีกับเชตะวันแต่ก็ไม่อยากให้ลูกชายของเขาเป็นอะไรไปเหมือนกัน
       “ขอบใจเธอมากนะ”
       “ว่าแต่ทำไมคุณพายัพไม่มาด้วยนะคะ”
       “ไอ้ยัพมันโกรธมากที่มีคนร้ายกล้ามาบุกถึงบ้านเราแบบนี้ ตอนนี้มันกำลังไล่ตามสืบอยู่ว่าเป็นพวกไหน”
       “แล้วทำไมคุณอาทิตย์ ไม่แจ้งตำรวจละคะ”
       อาทิตย์อึกอัก เพราะไม่อยากให้เรื่องถึงตำรวจกลัวสาวมาถึงเรื่องการค้ายาของตน
       “ตำรวจมันวุ่นวายน่ะ เรื่องนี้เดี๋ยวพวกฉันจัดการเอง เธอเข้าไปดูไอ้เชตมันดีกว่า เผื่อมันฟื้นมาแล้วไม่เห็นใครมันจะโวยวายอาละวาดได้”
       “คะ”
       เนตรอัปสรสงสัยเหมือนกันคนบ้านนี้แปลกๆ ต้องมีอะไรที่มากกว่านี้แน่ๆ ยิ่งเธอสงสัยอาทิตย์ก็จ้องมองเธอมากขึ้น เนตรอัปสรจึงตัดสินใจกลับเข้าไปดูเชตะวัน อาทิตย์คิดสงสัยพวกไหนกันที่มันคิดทำร้ายเชตะวัน
       “ใครกันนะ ที่จ้องจองล้างจองผลาญไอ้เชตไม่เลิก”
       อาทิตย์คุ่นคิด
       
       พายัพเดินวุ่นวายด้วยความโมโหกดโทรศัพท์หาพงษ์ด้วยความร้อนใจ แต่พงษ์ไม่รับสาย...รถมอเตอร์ไซค์พงษ์ตกถนนมือถือของเขาตกอยู่ข้างทางเครื่องแตกพังเสียหาย พงษ์เนื้อตัวถลอกปอกเปิกหัวแตกนอนสลบอยู่ข้างทางใกล้คูน้ำ ผีเฟื่องกำลังลากขาเขาลงไปในคูน้ำหวังให้จมน้ำตาย
       “มึงคิดจะฆ่าผัวกู มึงต้องตาย”
       ผีเฟื่องลากพงษ์ลงไปในคูน้ำจนสำเร็จ พงษ์เริ่มจมน้ำที่ละน้อยจนนัยน์ตาเหลือกลานจะขาดใจแล้วทันใดนั้นชาวบ้านก็วิ่งเข้ามาเห็นร่างของพงษ์จมน้ำอยู่ แต่ไม่มีใครเห็นเฟื่อง ชาวบ้านตะโกนลั่น
       “เฮ้ย...ช่วยกันหน่อยเร็ว”
       ชาวบ้าน รีบวิ่งลงไปช่วยกันดึงร่างพงษ์ขึ้นจากคูน้ำได้สำเร็จ ผีเฟื่องเจ็บใจที่ไม่สามารถฆ่าพงษ์ได้สำเร็จ
       
       เชตะวันนอนอยู่บนเตียงโดยทำแผลเสร็จเรียบร้อยแล้ว มีเนตรอัปสรนั่งเฝ้าอยู่ใกล้ๆ สักพักเชตะวันก็เริ่มได้สติ ปรือตาขึ้นมองเห็นหน้าเนตรอัปสรมองหน้าเขาอยู่ เนตรอัปสรเห็นเชตะวันได้สติแล้วก็ยิ้มดีใจ
       “คุณฟื้นแล้ว โชคดีจริงๆที่กระสุนแค่ถากไปเท่านั้น ไม่โดนเส้นเลือดใหญ่ หมอทำแผลให้คุณเรียบร้อยแล้วคะ สักพักคุณก็กลับบ้านได้ หรือคุณจะนอนที่โรงพยาบาลก็ได้นะคะ”
       “ไม่ต้องหรอก ถ้าคุณว่าไม่เป็นไรมาก ผมก็เชื่อคุณ...ผมอยากกลับบ้านมากกว่า”
       เชตะวันลุกขึ้นนั่ง มองเนตรอัปสรอย่างซึ้งใจ
       “แล้วผมก็ต้องขอบคุณคุณมาก...ในสิ่งที่คุณทำ”
       “ก็มันเป็นหน้าที่ของฉันนี่คะ ฉันเป็นพยาบาลส่วนตัวของคุณ ฉันก็ต้องดูแลคุณ”
       “ผมไม่ได้หมายถึงเรื่องที่คุณดูแลผมในฐานะพยาบาล แต่ผมหมายถึงเรื่องที่คุณไม่ทิ้งผม แล้วยังมีสติพอที่จะช่วยผมให้รอดตายได้อย่างหวุดหวิดด้วย ถ้าตอนนั้นคุณไม่กดแตรรถ ไอ้มือปืนนั่นมันคงยิงผมซ้ำแน่”
       เนตรอัปสรถอนใจ
       “ฉันว่าเรื่องนี้คุณควรไปแจ้งตำรวจ”
       เชตะวันหน้าเครียดขึ้นมาทันที
       “ไม่จำเป็น”
       “นี่บ้านคุณเป็นอะไรกันไปหมดเนี่ย พ่อคุณก็บอกว่าไม่ต้องไปแจ้งตำรวจ”
       เชตะวันยิ่งฟังยิ่งโมโห
       “พ่อคุณกับคุณ ไม่กลัวว่าคนร้ายมันอาจจะย้อนกลับมาฆ่าคุณอีกเหรอไงเนี่ย”
       “ผมไม่กลัว แต่คนที่คิดจะฆ่าผมให้ตายสิ มันควรจะกลัว เพราะผมไม่ยอมให้เขาทำผมฝ่ายเดียวแน่”
       “คุณพูดอย่างกับว่าคุณรู้ว่าใครเป็นคนทำอย่างนั้นแหละ”
       เชตะวันไม่ตอบหน้าตาโกรธขึ้ง เขารู้ดีว่าเรื่องนี้เป็นฝีมือใคร
       
       พายัพอยู่ในห้องนอน พยายามกดโทรศัพท์หาพงษ์อยู่ แต่ก็ยังติดต่อไม่ได้สักที พายัพหงุดหงิด
       “ไอ้พงษ์นะไอ้พงษ์ ทำงานไม่สำเร็จ แล้วเลยปิดโทรศัพท์หนีกูเลยเหรอ เดี๋ยวเถอะมึง”
       พายัพเดินเข้าไปล้างหน้าในห้องน้ำ พอเงยหน้าขึ้น เขาก็ต้องตกตะลึงสุดขีดเมื่อเห็นผีเฟื่องยืนมองอยู่อย่างโกรธแค้น
       “ไอ้พัน ชาติที่แล้วมึงก็ชั่ว มาชาตินี้มึงก็เลวไม่ผิดเดิม มึงคิดร้ายกับผัวกู มึงต้องตาย”
       ผีเฟื่องพุ่งเข้าใส่อย่างรวดเร็ว พายัพไม่ทันรู้เนื้อรู้ตัวกระเด็นไปติดผนังดังโครม ข้าวของแถวนั้นหล่นลงใส่หัว
       “โอ๊ย”
       ข้าวของที่หล่นลงพื้นมีดโกนรวมอยู่ในนั้นด้วย ผีเฟื่อง จ้องตา พายัพถูกมนต์สะกดของผีเฟื่องให้เบิกตามอง แล้วผีเฟื่องก็หันไปจ้องที่มีดโกนบนพื้นทันใดนั้น มือของพายัพก็ถูกผีเฟื่องสะกดบังคับให้จับมีดโกนอันนั้นขึ้นมา
       พายัพรู้แล้วว่าผีเฟื่องกำลังจะบังคับให้เขาทำอะไรกับตัวเอง เขาเลยพยายามจะใช้มืออีกข้างห้ามตัวเองที่กำลังหยิบมีดโกนขึ้นมา แต่ก็ต้านแรงสะกดของผีเฟื่องไม่ไหว มือข้างนั้นของพายัพจึงตวัดมีดโกนเข้าที่ซอกคอตัวเอง พายัพนัยน์ตาเหลือกลาน
       “อย่า...”
       พายัพยังพยายามจะรั้งมือตัวเองข้างที่จับมีดโกนนั้นอย่างสุดความสามารถ
       “ไม่”
       พายัพออกแรงดันมือข้างที่จับมีดโกนนั้นออกไปจนสุดแรง จนมีดโกนกระเด็นหลุดมือไปจนได้ในที่สุด เขาก็รีบวิ่งไปที่โต๊ะทำงานในห้อง กระชากเปิดลิ้นชักโต๊ะแล้วคว้านหาตลับพระองค์เล็กๆ ที่ซุกอยู่ก้นลิ้นชักเอาขึ้นมาชูร่อนไปรอบๆตัวประมาณว่าผีเฟื่องเห็นพระในมือเขาก็ต้องกลัว ผีเฟื่องพอเห็นพระในมือพายัพที่ส่องแสงวาววาบขึ้น ก็รีบเอามือขึ้นป้องหน้ากรีดร้องแล้วหายตัวไปทันที พอผีเฟื่องหายตัวไปแล้ว พายัพก็ทรุดตัวลงนั่งอย่างหมดแรงอยู่ตรงนั้นเอง
       
       เนตรอัปสรประคองเชตะวันเข้าห้องมาพาไปที่เตียงดูแลให้เขานอนให้เรียบร้อย
       “นอนซะนะคะ คุณควรพักให้เยอะๆค่ะ”
       “แล้วคุณล่ะ”
       “ฉันเป็นพยาบาลประจำตัวคุณนะคะ ฉันมีหน้าที่ดูแลคุณเวลาคุณหลับ แล้วฉันจะไปไหนได้”
       เชตะวัน มองเนตรอัปสรอย่างซาบซึ้ง
       “ผมขอบคุณคุณอีกทีนะ...กับสิ่งที่คุณทำให้กับผมในวันนี้”
       เนตรอัปสรพยักหน้ารับแล้วเอาเครื่องช่วยหายใจครอบใส่หน้าของเขา เชตะวันค่อยๆมองหน้าหญิงสาวอยู่นานจนหลับไป เนตรอัปสรมองเชตะวันที่หลับไปด้วยความอ่อนเพลียแล้วก็ถอนใจ
       “คุณทำเวรทำกรรมอะไรกับใครมาน๊า...ถึงได้มีแต่เรื่องร้ายๆเกิดขึ้นกับคุณไม่หยุดไม่หย่อนอย่างนี้”
       เนตรอัปสรมองเชตะวันอย่างรู้สึกสงสารจับใจ
       
       เช้าวันใหม่...เชตะวันค่อยๆลืมตาตื่นขึ้น แล้วรีบเหลียวหาเนตรอัปสรที่ที่นอนเฝ้า แต่ก็ไม่เห็นแล้ว เขารีบลุกขึ้นทันที...เชตะวันเดินตามหาเนตรอัปสรไปทั่วบ้าน แต่ไม่พบ เจออนงค์ที่ทำงานบ้านอยู่
       “คุณเนตรอยู่ไหน”
       “คุณพยาบาลออกไปข้างนอกตั้งแต่เช้าแล้วค่ะ เธอให้ฝากบอกคุณเชตด้วยว่า...เธอขอไปธุระเดี๋ยวเดียว แล้วจะรีบกลับมาค่ะ”
       “ธุระอะไรของเขานะ ออกไปแต่เช้า”
       เชตะวันถอนใจเซ็ง
       
       เชตะวันเดินกลับเข้ามาในบ้าน อาทิตย์เดินลงมาจากชั้นบนพอดี
       “แผลเป็นยังไงบ้าง”
       “พ่อสนใจด้วยเหรอ”
       “เอ๊ะ...ไอ้นี่ ฉันอุตส่าห์ถามดีๆ ดันมาย้อนให้โมโหอีกโว๊ย”
       “พ่อคงผิดหวังที่ผมไม่ตาย”
       “ไอ้เชต ฉันเป็นพ่อแกนะโว๊ย ทำไมฉันถึงจะอยากให้แกตาย”
       “ผมเกือบลืมไปแล้วนะครับว่าผมยังมีพ่อกับขาด้วย”
       อาทิตย์โมโหเดือดตบหน้าเชตะวันผั๊วะ ตบแล้วก็รู้สึกเสียใจ เชตะวันยกมือขึ้นลูบแก้มข้างที่ถูกพ่อตบ แล้วหัวเราะเสียงขื่น
       “ขอบคุณที่ทำให้ผมเห็นว่า...พ่อยังมีอารมณ์กับผมอยู่ ไม่ได้เห็นผมเป็นหมาตัวหนึ่งในบ้านเท่านั้น ขอบคุณครับพ่อ”
       
       อาทิตย์อารมณ์เสียใจกับเชตะวันสุดๆ ร้องฮึ่ยแล้วเดินปังๆออกไปเลย เชตะวันมองตาม

นางมาร ตอนที่ 19 - 20
        แล้วสีหน้าที่หยิ่งยโสที่เขาทำใส่พ่อเมื่อครู่ก็เปลี่ยนเป็นเศร้าเสียใจน้ำตาซึม เขาไม่เข้าใจว่าทำไมพ่อจึงไม่รักเขาเลย
       
       ในสถานปฏิบัติธรรม...เนตรอัปสรกำลังนั่งอยู่ตรงหน้าคุณสรวง
       “แม่สรวงบอกหนูหน่อยเถอะค่ะ...ชาติที่แล้วคุณเชตเธอไปทำเวร ทำกรรมอะไรกับใครไว้คะ ถึงได้มีเรื่องร้ายเกิดขึ้นกับเธอไม่หยุดไม่หย่อนอย่างนี้”
       “เรื่องบางเรื่อง...แม้แม่จะรู้ หากมิใช่เรื่องของตัวแม่เองแม่ก็พูดไม่ได้ หาไม่จะประสบเคราะห์กรรมร้ายแรง แต่ถ้าเจ้าอยากรู้จริงๆ เจ้าก็สามารถจะรู้ได้...”
       เนตรอัปสรแปลกใจ
       “ยังไงคะคุณแม่...”
       
       เนตรอัปสรอยู่ในท่านั่งสมาธิ โดยมีคุณสรวงคอยให้คำแนะนำอยู่ใกล้ๆ
       “การทำสมาธิ จะทำจิตให้นิ่ง และหากจิตของเจ้านิ่งจนถึงระดับหนึ่ง เจ้าก็จะสามารถเห็นนิมิตได้ แต่ในการทำสมาธิครั้งแรกอย่างนี้ เจ้าอาจจะยังทำจิตให้นิ่งได้ยาก แต่แม่จะช่วย...”
       คุณสรวงลงนั่งทำสมาธิตรงหน้าเนตรอัปสร ทั้งคู่หลับตา เนตรอัปสรฟังเสียงคุณสรวงนำทางการทำสมาธิ
       “เจ้าจงกำหนดจิตให้อยู่ที่ลมหายใจ พุท...เข้า โธ...ออก พุท...เข้า...โธ...ออก...”
       เนตรอัปสรวูบเข้าสู่อดีต ภาพนวลอยู่กับชุน ในอดีตชาติแว่บเข้ามาแล้วก็วูบออกอย่างรวดเร็ว...เนตรอัปสรลืมตาขึ้นตื่นตะลึง
       “เนตรกับเขา...เคยเกิดร่วมชาติกันมาก่อน...จริงๆด้วยค่ะ แม่สรวง”
       คุณสรวงพยักหน้า
       “ใช่ ไม่เพียงแต่เจ้ากับเขาเท่านั้น...ที่เคยเกิดร่วมชาติกันมา แต่ยังมีคนอื่นอีก...”
       เนตรอัปสรสงสัย
       “คนอื่น...ใครกันคะแม่สรวง”
       คุณสรวงไม่ตอบ
       
       พายัพในสภาพย่ำแย่จากการโดนผีหลอกเมื่อคืน กำลังโทรศัพท์คุยกับพงษ์อยู่
       “ไอ้พงษ์ เมื่อคืนมึงหายหัวไปไหนมา”
       พงษ์นอนอยู่ในห้องพัก มีผ้าพันแผลตามตัวหลายแห่งกำลังพูดโทรศัพท์กับพายัพ
       “ก็นังพยาบาลคนนั้นมันแสบนักกดแตรซะลั่น จนคนวิ่งมาดู ผมจึงจำเป็นต้องหนีถ้าไม่หนีก็มีหวังถูกจับ แต่ที่แย่ไปกว่านั่นอยู่ดีๆผมหนีมาได้แล้วเกิดอะไรขึ้นก็ไม่รู้รถดันตกคูน้ำข้างทาง ผมจมน้ำเกือบตาย ดีที่ชาวบ้านแถวนั้นมาช่วยไว้ทันครับนาย”
       “เออ...แกซวย ฉันก็ซวย เมื่อคืนฉันถูกผีหลอกอีกแล้ว”
       พงษ์ชะงัก
       “ผี...แต่หมอผี มันจับผีใส่ขวดไปแล้วนี่ครับนาย”
       “กูก็ไม่รู้ แต่กูกำลังสงสัยว่า...ไอ้เชตมันเลี้ยงผีไว้คุ้มครองมัน แล้วที่มึงทำอะไรมันไม่ได้ก็อาจจะเป็นเพราะผีตัวนี้ช่วยมันอยู่ก็ได้ ไอ้พงษ์ มึงไปตามไอ้หมอผีคนเก่าคนนั้นมาที กูมีงานด่วนให้มันทำ ส่วนมึง...ไปกบดานอยู่ที่รีสอร์ต รอคำสั่งของกูต่อไป”
       พายัพสั่งอย่างเครียดๆ
       
       เนตรอัปสรเดินกลับเข้ามาในบ้านอย่างเหม่อลอย ครุ่นคิดถึงเรื่องที่เพิ่งได้รู้มาจากการนั่งสมาธิกับคุณสรวง
       “แม่พูดไม่ได้ แต่แม่บอกได้...หลายคนในชีวิตหนูตอนนี้มีกรรมผูกพันกันมาตั้งแต่ชาติก่อน”
       “งั้นถ้าหนูนั่งสมาธิ...หนูก็อาจจะเห็นนิมิตจากอดีตได้อีก ใช่มั๊ยคะ”
       “ได้ ถ้าสมาธิดีพอ จิตนิ่งพอ”
       “งั้นหนูจะนั่งสมาธิต่อค่ะ”
       คุณสรวงจับมือเนตรอัปสรเป็นเชิงห้าม
       “ตอนนี้ไม่ได้แล้ว หนูไม่ควรหักโหม ต้องค่อยเป็นค่อยไป ไม่เช่นนั้นหากเกิดอาการจิตอ่อนล้า อาจทำให้มีสิ่งไม่ดีเข้าแทรกจิตวิญญาณหนูได้ แล้วหนูจะเป็นอันตราย กลับบ้านเถอะ พักผ่อนให้เพียงพอ แล้วค่อยเริ่มนั่งสมาธิใหม่อีกครั้ง...”
       “ค่ะคุณแม่...”
       
       เนตรอัปสรคิดถึงเรื่องที่คุณสรวงบอกจนเดินชนกับเชตะวัน เขาคว้าตัวเธอไว้
       “เดินเหม่อจริงคุณ ไปไหนมา”
       “ไปนั่งสมาธิ”
       เชตะวันแปลกใจ
       “หือ...นั่งสมาธิ คุณนี่...มีอะไรให้ผมประหลาดใจอยู่เรื่อยเลยนะ ไปนั่งทำไม”
       “ฉันอยากรู้...อะไรบางอย่าง”
       เชตะวันจ้องหน้า
       “เกี่ยวกับผม”
       เนตรอัปสรพยักหน้า เชตะวันขำอย่างไม่เข้าใจอะไร
       “อยากรู้เกี่ยวกับผม งั้นถามผมตรงๆก็ได้นี่”
       “ไม่ได้ ตัวคุณเองก็ไม่รู้”
       “เรื่องของตัวผม ทำไมผมจะไม่รู้”
       “แล้วคุณรู้เหรอว่าทำไมชาตินี้คุณถึงเกิดมาแล้วเป็นโรคประหลาดอย่างนี้”
       “ก็คนมันก็เป็นกันได้ คนมันจะเป็นให้ทำยังไงล่ะคุณ”
       “ไม่ใช่ มันเป็นเพราะกรรมที่คุณทำในชาติที่แล้วต่างหาก และฉันจะต้องหาทางรู้ให้ได้ว่า...ฉัน...หรือคุณจะต้องทำยังไง คุณถึงจะหลุดพ้นจากกรรมนี้ได้”
       เชตะวันมองเนตรอัปสรนิ่ง
       “คุณเป็นห่วงผมเหรอ”
       เนตรอัปสรนิ่ง ไม่ตอบ แต่เชตะวันยิ้มดีใจ เขารู้แล้วว่าเธอห่วงเขา ขณะเดียวกันนั้นที่มุมห้อง ผีเฟื่องยืนมองทั้งสองอยู่
       “แต่กรรมระหว่างเรา...ไม่มีวันหลุดพ้นกันไปได้หรอก อีนวล ตราบใดที่ข้ายังไม่ได้ตัวชุนไป”
       ผีเฟื่องตาวาววาบ
       
       พายัพเรียกบวรมาสั่งงาน
       “เดี๋ยวคืนนี้...ตอนดึกๆจะมีคนมาหาฉัน ช่วยรอเปิดประตูรับเขาด้วย แล้วอย่าให้ใครเห็นแขกคนนี้ของฉันนะ”
       บวรส่งภาษาใบ้ถามใครหรือครับคุณพายัพ
       “แกไม่ต้องรู้หรอก เอาเป็นว่า ถ้าเขามาแล้ว ก็พาเขาไปพบฉันที่ห้อง แล้วแกจะไปไหนก็ไป ไม่ต้องอยู่รอส่งแขก ฉันเสร็จธุระกับเขาแล้ว ฉันจะส่งเอง เข้าใจไหม”
       บวรพยักหน้ารับ ในใจสงสัยว่าพายัพนัดใครมาหาดึกๆ
       
       ค่ำนั้น...เนตรอัปสรดูแผลที่ซอกคอให้เชตะวันอีกครั้ง แล้วปิดพลาสเตอร์ใหม่ให้อย่างเรียบร้อย
       “แผลแห้งเร็วดีเกินคาดค่ะ”
       “ก็ผมมีพยาบาลดีน่ะ”
       เชตะวันพูดพลางมองเนตรอัปสรตาเป็นประกาย เนตรอัปสรเห็นแววตาของเขาแล้วก็หน้าเก้อๆขยับตัวถอยห่างออกไป
       “คุณแน่ใจเหรอคะว่า...จะไม่แจ้งความเรื่องที่เกิดขึ้นน่ะ นี่มันเรื่องคอขาดบาดตายเชียวนะคุณ คุณน่ะ...เฉียดตายมานิดเดียวเองนะ”
       เชตะวันยักไหล่อย่างไม่แคร์
       “เฉียด แต่ก็ไม่ตายนี่ ผมไม่กลัวตายหรอกนะ บางที...ตายๆซะก็ดี จะได้พ้นทุกข์พ้นทรมานจากไอ้โรคบ้าๆที่เป็นอยู่นี่เสียที”
       “คุณคิดอย่างงี้ไม่ได้นะ คุณรู้มั๊ยว่า...กว่าเราจะได้เกิดมาเป็นคน เป็นตัวเป็นตนอย่างเราในวันนี้ได้ มันยากนะ และในฐานะที่ฉันเรียนมาทางการช่วยชีวิตคน ฉันก็จะช่วยให้คุณมีชีวิตให้ยืนยาวที่สุด”
       ผีเฟื่องที่ยืนอยู่มุมห้อง ตะโกนขึ้นมาทันที
       “ไม่”
       แต่ก็ไม่มีใครได้ยิน ผีเฟื่องยิ่งคั่งแค้นใจแต่ก็ทำอะไรไม่ได้
       “นอนเถอะคุณ พักผ่อนให้เยอะๆ แล้วคุณจะได้มีเรี่ยวแรงอาละวาดได้อีกนานๆไง”
       เชตะวันทำท่าจะเถียง แต่เนตรอัปสรรีบเอาเครื่องช่วยหายใจครอบลงบนหน้าของเขาเสียก่อน แล้วทำตาดุ เป็นเชิงบังคับให้เขานอนแต่โดยดี เชตะวันยอมลงนอนแต่โดยดี เนตรอัปสรดูจนเขานอนเรียบร้อยแล้วก็เดินไปนอนที่นอนของตัวเองบ้าง
       
       เธอปิดไฟ โดยมีผีเฟื่องยืนอยู่ที่ปลายเท้าแต่ห่างๆ 

จำนวนคนโหวต 2 คน
คุณเห็นด้วยกับข่าว/บทความนี้หรือไม่
เห็นด้วย ไม่เห็นด้วย
เห็นด้วย 1 คน
50 %
ไม่เห็นด้วย 1 คน
50 %
 
หนังสือพิมพ์: ผู้จัดการออนไลน์ | ผู้จัดการรายวัน | ผู้จัดการสุดสัปดาห์ | นิตยสารผู้จัดการ 360° | Positioning | News1
มุม: การเมือง | อาชญากรรม | คุณภาพชีวิต | ภูมิภาค | ภาคใต้ | ต่างประเทศ | มุมจีน | iBiz Channel | เศรษฐกิจ-ธุรกิจ | ตลาดหลักทรัพย์
กองทุนรวม | SMEs | Motoring | CyberBiz | วิทยาศาสตร์ | เกม | กีฬา | บันเทิง | โต๊ะญี่ปุ่น | Celeb Online | ท่องเที่ยว | ธรรมะกับชีวิต
เว็บ: Asia Times | บุรพัฒน์ คอมมิคส์ | Mars Magazine | คุยกับเว็บมาสเตอร์ | Site Map | โฆษณาบนเว็บ | ติดต่อเรา
All site contents copyright ©1999-2017