หน้าแรกผู้จัดการ Online | หน้าแรกละครออนไลน์ | ละครออนไลน์
ละครออนไลน์ สุดสายป่าน

สุดสายป่าน ตอนที่ 3

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 16 กรกฎาคม 2556 00:46 น.
หน้าที่แล้ว
1 | 2 | 3 | 4
สุดสายป่าน ตอนที่ 3
       สุดสายป่าน ตอนที่ 3 (ต่อ)
       
       ฐิติกับกานดาวสีเดินเข้ามาในห้องรับแขกของบ้านกิริเนศวรอย่างเฉยเมยด้วยกันทั้งคู่ ท่านหญิงลักษมีซึ่งคอยจับสังเกตอยู่แล้ว พอเห็นหน้าสองหนุ่มสาว ก็รู้ทันทีว่าผลลัพธ์ออกมาไม่ดีแน่จัดแจงรีบคว้ากระเป๋าลุกขึ้นตัดบททันที
       
       “คุยกันเสร็จแล้วใช่มั้ย...งั้นเราก็กลับกันเถอะ”
       “แล้วคำตอบ...” พุดตานงงๆ
       ท่านหญิงบอกกับกานดาวสี “ฉันมานึกดูอีกที ฉันคงจะใจร้อนไปหน่อย ที่มาเร่งรัดเอาคำตอบจากเธอ โดยที่ไม่ได้ให้เวลาเธอไตร่ตรองให้มากกว่านี้”
       กานดาวสีเอ่ยขึ้นจะบอกการตัดสินใจ “แต่ดิฉันตัดสินใจแล้วว่า...”
       ท่านหญิงขัดขึ้น มองกานดาวสีด้วยแววตาเปี่ยมเมตตา
       “ไม่ต้องรีบร้อนไปหรอกน่ะแม่กานดาวสี ระหว่างนี้ฉันอยากให้เธอคิดให้ดีซะก่อน แล้วค่อยให้คำตอบฉัน”
       “ท่านย่าครับ...”
       ท่านหญิงตัดบทอีกครั้ง “ไป แม่พุดตาน ตาติ เรากลับกันได้แล้ว”
       ท่านหญิงเดินออกไปทันที ฐิติกับพุดตานจำใจลุกตามไป กานดาวสีกับวิเศษมองหน้ากันอย่างงุนงง ไม่เข้าใจ
       
       กานดาวสีเปิดประตูเข้ามาในห้องอย่างใจลอย แล้วก็ต้องสะดุ้งสุดตัวที่เห็นนารีรัตน์นั่งนิ่งอยู่
       “ยัยรัตน์...เธอเข้ามาในห้องพี่ทำไม”
       นารีรัตน์แขวะ “เนื้อหอมจริงนะ ไหนจะคุณประพันธ์ ไหนจะคุณฐิติ”
       “บอกแล้วไงว่าพี่ไม่ได้มีอะไรกับคุณประพันธ์”
       “แล้วทำไมพี่ถึงไม่แต่งงานกับคุณฐิติ เค้าทั้งหล่อ ทั้งรวยซะขนาดนั้น” นารีรัตน์คาใจ
       “มันเป็นเรื่องส่วนตัวของพี่”
       
       นารีรัตน์ อย่าให้รู้นะ ว่าที่พี่กานปฏิเสธก็เพราะคิดจะแย่งคุณประพันธ์ไปจากรัตน์...ไม่งั้นรัตน์จะทำให้พี่เสียใจอย่างที่สุดกับสิ่งที่พี่ทำลงไป
       นารีรัตน์วิ่งออกไป
       กานดาวสีตกใจแกมกังวล “ยัยรัตน์”
       
       ภายในวังสูรยกานต์ ท่านหญิงเดินคุยกับพุดตาน
       “ดิฉันไม่เข้าใจ ว่าทำไมถึงกลายมาเป็นแม่กานดาวสีไปได้ล่ะเพคะ ทั้งๆ ที่คุณหญิงไขนภาเธอก็งามพร้อม สมศักดิ์สมตระกูล คู่ควรกับสูรยกานต์ทุกอย่าง”
       “สมศักดิ์สมตระกูลไม่ได้หมายความว่าเค้าจะอยู่ด้วยกันแล้วมีความสุข...นี่แม่พุดตานยังไม่รู้จักลูกชายตัวเองอีกรึว่าเค้าต้องการอะไร”
       “แต่ตาติก็เต็มใจจะแต่งงานกับคุณหญิงไขนภานี่เพคะ”
       ท่านหญิงจ้องหน้าจ้องตาถาม “แล้วตาติเค้าบอกหล่อนรึว่าเค้าไม่เต็มใจจะแต่งงานกับแม่กานดาวสี”
       พุดตานอึ้งหน้าเสีย รู้ว่าท่านหญิงไม่พอใจตน
       ท่านหญิงเสียงแข็ง “ฉันมีหลานคนเดียว ถึงฉันจะไม่ได้เลี้ยงเค้ามา แต่ฉันก็รักเค้ามากที่สุด...และความสุขของหลานฉันก็สำคัญยิ่งกว่าอะไรทั้งหมด เข้าใจมั้ย แม่พุดตาน”
       
       ด้านสองแม่ลูกอยู่ด้วยกันในรถที่ไขนภาเป็นคนขับ ไขศรีกระแทกเสียงหงุดหงิด
       “แม่ไม่เข้าใจเลยว่าท่านป้าของลูกคิดอะไรอยู่ ถึงได้ไปทาบทามแม่กานดาวสีให้กับตาติ”
       “ท่านป้าก็คงทราบน่ะสิคะแม่ ว่าคุณฐิติกับคุณกานดาวสีเค้ารักกัน”
       “จะรักกันได้ยังไง แม่ไม่เห็นว่าตาติจะมีทีท่าอะไรกับแม่กานดาวสี หญิงน่ะแหละมัวแต่ชักช้า มีแต่ความฉลาดแต่ไม่เฉลียวเอาซะเลย อุตส่าห์เรียนจบมาจากฝรั่งเศส แต่กลับมาเป็นครูต๊อกต๋อยเงินเดือนไม่กี่ร้อยกี่ชั่ง แทนที่จะแต่งงานเป็นคุณผู้หญิงของสูรยกานต์”
       ไขนภาขำท่าทีมารดา “โธ่ ก็เพราะหญิงอุตส่าห์เรียนจบมาไงคะ หญิงถึงอยากจะใช้ความรู้ที่เรียนมาให้เป็นประโยชน์มากกว่าจะนั่งเป็นคุณผู้หญิงหายใจทิ้งไปวันๆ อย่างที่แม่ต้องการ...”
       รถจอดเทียบที่ทางเท้า เห็นป้ายโรงเรียนคอนแวนต์ข้างหน้า
       
       ไขนภาไหว้วิสูตรที่อยู่ในห้องพักครูใหญ่อย่างสวยงาม
       “สวัสดีค่ะ ดิฉันหม่อมราชวงศ์ไขนภา ดำรงศักดิ์ ที่จะมาสอนภาษาฝรั่งเศสแทนมาดมัวแซลมิแชลล์ แวงซองค่ะ”
       วิสูตรหน้าตาซีดเซียวเหมือนคนป่วย หลังเหตุการณ์ที่ถูกลูกเลี้ยงผลักในครั้งนั้น พยายามฝืนยิ้ม
       “ยินดีต้อนรับคุณครูคนใหม่ครับคุณหญิง ผมวิสูตร เป็นครูใหญ่ของที่นี่...และนี่เป็นรายละเอียดของรายวิชาที่คุณหญิงจะต้องสอนในเทอมนี้”
       วิสูตรกำลังจะเอื้อมมือมาหยิบแฟ้มที่วางอยู่บนโต๊ะส่งให้ไขนภา แต่กรอบรูปที่ตั้งทับอยู่ตะแคงเกือบจะล้มลง
       ไขนภาจับไว้ได้ ตั้งใจจะเอาไปวางไว้ที่เดิม แต่สายตามองไปที่รูปโดยไม่ได้ตั้งใจ สายตาแลเห็น
       เป็นรูปกานดามณีตอนวัยรุ่น ไขนภาชะงัก มองรูปในมืออย่างพิจารณา
       
       “เอ๊ะ เด็กผู้หญิงคนนี้...ทำไมดิฉันรู้สึกคุ้นหน้า เหมือนว่าเคยเห็นที่ไหน”
       วิสูตรตาเป็นประกายด้วยความตื่นเต้น ร้อนใจ
       “คุณหญิงเคยเจอลูกสาวผมที่ไหน เมื่อไหร่เหรอครับ”
       ไขนภาคิดทบทวน “ดิฉันก็ไม่แน่ใจเหมือนกันค่ะ” พลางมองวิเศษอย่างแปลกใจ “ครูใหญ่มีอะไรหรือเปล่าคะ”
       “กานดามณี ลูกสาวผมหนีออกไปจากบ้านครับ นี่ผมก็พยายามตามหาแกทุกที่ แต่ก็ไม่มีวี่แววอะไรเลย...โอ้ย”
       ขณะพูดวิสูตรเกิดอาการปวดเสียดบริเวณลิ้นปี่ด้านซ้ายใต้ราวนม งอตัวลงไปไขนภารีบเข้าไปประคองไว้อย่างตกใจ
       “ตายแล้ว...ครูใหญ่ไม่สบายนี่คะ มือเย็นเฉียบเลย”
       วิสูตรปวดจนเหงื่อแตกพลั่ก
       “ครูใหญ่ ครูใหญ่คะ”
       ไขนภารีบวิ่งไปที่ประตูห้อง
       “ใครก็ได้ช่วยด้วยค่ะ ครูใหญ่ไม่สบายมาก...”
       ในความเจ็บปวดเจียนตาย วิสูตรพะวงคร่ำครวญถึงแต่กานดามณี
       “ยัยณี...ลูกอยู่ที่ไหน เมื่อไหร่จะกลับมาหาพ่อซะที”
       
       ที่ห้องนั่งเล่น วังอัศวไกรตอนสาย มือของวิทย์ค่อยๆ เอื้อมมาลูบไล้ที่ขากานดามณี สูงขึ้นเรื่อยๆเรื่อยๆ กานดามณีสยิว ลืมตาขึ้นมาเห็นสายตาวิทย์มองมาด้วยความปรารถนา กานดามณีตกใจ พรวดพราดลุกขึ้น
       “อุ๊ย...นี่อะไรกันคะ” พลางมองไปรอบๆห้อง “แล้วคุณวสันต์ล่ะ”
       “ไอ้สันต์มันไม่อยู่แล้ว”
       “คุณวสันต์ไม่อยู่..หมายความว่ายังไง เค้าไปไหนคะ แล้วทิ้งให้ฉันนอนอยู่ได้ยังไง”
       วิทย์มองกานดามณีด้วยสายตากรุ้มกริ่มเจ้าชู้
       “ใจเย็นๆ น่า...ผมบอกมันว่าวันนี้ผมจะให้คุณเทสต์หน้ากล้อง ไอ้สันต์มันก็เลยกลับไปก่อน”
       กานดามณีชะงัก มองวิทย์อย่างรู้ทัน ยิ้มพอใจ
       “งั้นเหรอคะ...แล้วเราจะเริ่มเทสต์หน้ากล้องกันเมื่อไหร่ล่ะ”
       วิทย์โน้มตัวเข้ามาหากานดามณี
       “แล้วคุณพร้อมหรือยังล่ะ”
       กานดามณีไม่ตอบ ยิ้มยั่วยวน โน้มคอวิทย์ให้ลงมาซบที่อก เห็นกานดามณีหลับตาพริ้มอย่างมีความสุข
       วิทย์อุ้มกานดามณีไปที่เตียง และวางกานดามณีลงบนเตียงอย่างทะนุถนอมกานดามณีหลับตาพริ้ม จัดท่านอนตัวเองให้ดูยั่วยวนมากขึ้นอีก เผยอปากรอ คงจะมโนภาพว่าวิทย์กำลังถอดเสื้อผ้า
       จนกระทั่งมีเสียงกริ๊กของกุญแจมือดังขึ้น กานดามณีลืมตา เห็นข้อมือตัวเองข้างหนึ่งถูกล็อกไว้กับเสาเตียง กานดามณีตกใจ
       “นี่มันอะไรกันคะ”
       วิทย์มองกานดามณีอย่างออดอ้อน
       “น่า...นะ...นิดเดียว แล้วคุณจะติดใจ”
       กานดามณีหน้าเสีย
       “ไม่เอา...ฉันไม่เคย”
       “ลองดูน่า...อยากจะเป็นดารา ก็ต้องกล้าลองอะไรใหม่ๆ”
       กานดามณีอึ้งไปอย่างตัดสินใจ “หมายความว่า ถ้าฉันยอม ฉันจะได้เป็นดาราแน่ๆใช่มั้ย...แล้วจะได้เป็นนางเอกหรือเปล่า”
       “ได้สิ...คุณจะกลายเป็นนางเอกชื่อดัง แล้วผมก็จะพาคุณออกงานสังคมชั้นสูง และอีกหน่อย ทั่วฟ้าเมืองไทยก็จะไม่มีใครที่ไม่รู้จักกานดาวสี กิริเนศวร”
       กานดามณีตัดสินใจได้ทันที “งั้น...ก็ได้ค่ะ”
       กานดามณีพยายามยิ้มด้วยสายตายั่วยวน แต่ใจก็ยังกลัวอยู่ ยกแขนอีกข้างหนึ่งให้วิทย์ใส่กุญแจมือ วิทย์มองกานดามณีอย่างสมความปรารถนา ขึ้นคร่อมกานดามณี ใช้กุญแจล็อกแขนอีกข้างของกานดามณีไว้ที่เสาเตียงอีกข้าง
       
       เวลาผ่านไปจากสายจนล่วงเข้าสู่ตอนบ่าย กานดามณีรู้สึกตัว ยิ้มอย่างอิ่มเอมในความสุขแบบใหม่ที่เพิ่งเคยลองเป็นครั้งแรก เสียงดนตรีเพลง Classic ดังแผ่วๆ
       กานดามณีขยับจะพลิกตัวนอนให้สบาย จึงรู้ตัวว่ายังถูกใส่กุญแจมืออยู่ กานดามณีลืมตาขึ้น แล้วก็ยิ่งตกใจเมื่อเห็นว่าทั้งมือทั้งเท้าถูกล่ามโซ่ไว้
       “คุณวิทย์...อะไรกันเนี่ย นี่คุณยังไม่ปล่อยฉันอีกเหรอ”
       กานดามณีมองหา เห็นวิทย์กำลังจุดเทียนวางไว้ตามที่ต่างๆ วิทย์หันมายิ้ม
       “จะปล่อยได้ยังไง เรายังสนุกกันไม่เสร็จเลย”
       วิทย์เดินถือเทียนเข้ามาใกล้ ขึ้นไปนั่งคร่อมกานดามณี แล้วหยดน้ำตาเทียนลงไปบนตัวกานดามณี เสียงกานดามณีร้องกรี๊ดอย่างเจ็บปวด ปนไปกับเสียงหัวเราะอย่างมีความสุขของวิทย์
       กานดามณีร้องกรี๊ดดดๆๆ
       
       ด้านอุไรกับนารีรัตน์เดินมาด้วยกันถึงหัวมุมถนน ท่าทางอุไรเคร่งเครียดและดูร้อนรน
       “แกเข้าไปรอแม่ในร้านหนังสือก่อนนะ”
       “อ้าว แล้วคุณแม่จะไปไหนล่ะคะ”
       “แม่มีธุระ เสร็จแล้วจะกลับมารับแกที่นี่ละกัน”
       อุไรพูดจบก็รีบเดินไปด้วยท่าทางเป็นกังวล นารีรัตน์มองตามอุไรอย่างไม่เข้าใจ เดินตรงไปที่ร้านหนังสืออย่างเซ็งๆ
       
       สองคนอยู่ในห้องหนังสือที่บ้านราศรี
       “อะไรนะคะ นี่ดิฉันฟังผิดหรือเปล่า คุณอุไรจะมาขอนาฬิกาคืน...แล้วเงินต้นล่ะคะ”
       “คือ ดิฉันอยากได้นาฬิกา Patek Phillipe คืนไปก่อนน่ะค่ะ แต่จะให้ดอกคุณราศรีไปเรื่อยๆเหมือนเดิมจนกว่าจะหาเงินต้นมาคืนให้ครบ”
       ราศีหัวเราะ ราวกับได้ยินอุไรพูดเรื่องตลกๆ ออกมา
       “แหม...คุณอุไรนี่มุกเยอะจังเลยนะคะ มิน่าล่ะ ถึงไม่ค่อยเครียด...แต่เรื่องเนี้ย ดิฉันคงจะรับมุขไม่ทัน...มีที่ไหนคะ เงินยังไม่มา แต่จะมาเอาของที่จำนำไว้คืนไป”
       “แต่ดิฉันจำเป็นจริงๆ นะคะ”
       ราศรีเดินไปเปิดลิ้นชักที่โต๊ะทำงาน
       “เฮ้อ...ดิฉันนี่ก็เป็นอะไรไม่รู้ คุณอุไรเอ่ยปากทีไร ก็อดใจอ่อนไม่ได้ซะที”
       อุไรตาโต ดีใจ คิดว่าราศรีจะหยิบนาฬิกามาคืนให้
       “ขอบคุ...”
       ราศรีหยิบเงินส่งให้อุไรปึกหนึ่ง
       “เอาเป็นว่าดิฉันเพิ่มราคาจำนำให้อีกละกันนะคะ แต่จะเอาคืนไปก่อนน่ะ คงไม่ได้หรอกค่ะ มันเสียระบบ อีกหน่อยถ้าคนอื่นมาขอบ้าง ดิฉันก็แย่สิคะ”
       อุไรท้วง “แต่...”
       ราศรียิ้มหวาน
       “ปกติแล้วดิฉันจะไม่เชื่อถือคำพูดของนักพนันนะคะ แต่ที่มีข้อยกเว้นสำหรับคุณอุไร ก็เพราะเห็นว่าเป็น ภรรยาคุณวิเศษ กิริเนศวร หรอกค่ะ”
       
       ด้านนารีรัตน์เดินไปที่ชั้นหนังสือที่เคยเจอประพันธ์ คิดถึงอดีตอันหวานชื่นระหว่างประพันธ์และตน พอภาพเลือนหายไป นารีรัตน์ยืนน้ำตารื้นมองไปที่ๆประพันธ์เคยยืนอยู่ด้วยความคิดถึง
       “คุณประพันธ์ คุณอยู่ที่ไหนคะ รัตน์คิดถึงคุณค่ะ”
       นารีรัตน์ปาดน้ำตา หันหน้าออกไปมองนอกหน้าต่างกระจกบานใหญ่อย่างตัดใจ แล้วก็ตาเบิกกว้างขึ้นอย่างตื่นเต้น
       
       นารีรัตน์พุ่งไปที่หน้าต่าง เพ่งมองออกไปให้แน่ใจอีกครั้ง

สุดสายป่าน ตอนที่ 3
       เวลาขณะนั้นประพันธ์กำลังนั่งคุยงานอยู่กับแขกในร้านน้ำชาแห่งหนึ่ง ที่โต๊ะมีเอกสารวางอยู่ 2-3 ปึก
       
       “คุณประพันธ์คะ” เสียงเรียกดังมาจากทางหนึ่ง
       ประพันธ์ชะงัก หันขวับไปตามเสียงเรียก เห็นนารีรัตน์ยืนอยู่ สีหน้าดีใจมาก
       “คุณรัตน์”
       
       สองคนมาคุยกันที่มุมตึกเงียบๆ ประพันธ์ยืนยันเรื่องแหวนที่ฝากกานดาวสีไว้ให้
       “ผมฝากแหวนคุณกานดาวสีไว้ให้คุณรัตน์จริงๆ ครับ ตอนนั้นผมกำลังจะไปต่างจังหวัด แล้วคุณรัตน์ก็กำลังสอบ ผมเลยไม่อยากให้คุณรัตน์เสียสมาธิ”
       “คุณประพันธ์กลับมาจากต่างจังหวัดเมื่อไหร่ ทำไมไม่รีบไปหารัตน์ล่ะคะ”
       “สองสามวันแล้วล่ะครับ แต่พอดีผมกำลังยุ่งๆอยู่...”
       ท่าทางประพันธ์รีบร้อน เหมือนไม่ได้จดจ่ออยู่ที่นารีรัตน์อย่างเดียวเหมือนเมื่อก่อน นารีรัตน์มองอย่างตัดพ้อ
       “ใช่สิ เดี๋ยวนี้รัตน์คงไม่ได้มีความสำคัญอะไรสำหรับคุณประพันธ์อีกแล้ว”
       “ไม่ใช่อย่างงั้นนะครับ แต่ผมเพิ่งได้รับมอบหมายงานใหม่ก็เลยยุ่ง...”
       นารีรัตน์พาล “แล้วเมื่อก่อนล่ะคะ ถึงจะยุ่งยังไงคุณประพันธ์ก็ยังมีเวลาให้รัตน์ กลับจากราชการต่างจังหวัดก็ต้องรีบมาหา...จะมีอะไรซะอีก นอกจากคุณประพันธ์จะหมดรักรัตน์แล้ว”
       ประพันธ์พะว้าพะวัง ห่วงทั้งนารีรัตน์ ทั้งงานที่กำลังคุยค้างอยู่
       “คุณรัตน์ เราอย่าเพิ่งคุยเรื่องนี้กันตอนนี้เลยนะครับ ผมต้องรีบไปคุยงานต่อกับผู้ใหญ่ก่อน...”
       นารีรัตน์มองประพันธ์อย่างผิดหวัง
       “ถ้าคุณไม่พูดกับรัตน์ให้รู้เรื่องวันนี้ เราก็ไม่ควรจะต้องคุยกันอีกเลยค่ะ”
       นารีรัตน์วิ่งร้องไห้ออกไปทันที
       
       นารีรัตน์เปิดประตูผางเข้ามาในห้องกานดาวสี สภาพน้ำตานองหน้า สายตาที่มองกานดาวสีเต็มไปด้วยความเกลียดชัง กานดาวสีหันมามองอย่างตกใจ
       “ยัยรัตน์...”
       นารีรัตน์ พูดออกมาด้วยความเจ็บช้ำ “เป็นเพราะพี่กานคนเดียว คุณประพันธ์เค้าถึงได้เปลี่ยนไปขนาดนี้”
       “เธอเป็นอะไรไปอีกล่ะ พี่บอกเธอแล้วไงว่าพี่ไม่ได้คิดจะแย่งคุณประพันธ์ไปจากเธอ”
       “รัตน์ไม่เชื่อ ถ้าพี่ไม่ได้คิดจะแย่งรัตน์จริงๆ พี่ก็ต้องยอมแต่งงานกับคุณฐิติ”
       “ยังไงพี่ก็จะไม่แต่งงานกับคุณฐิติ...เธอไม่มีสิทธิ์จะมาบังคับพี่”
       เสียงเลื่อนคัตเตอร์ดังแก๊ก กานดาวสีสะดุ้งหันกลับมาตกใจ เมื่อเห็นนารีรัตน์ถือคัตเตอร์ไว้ใน
       มือทำท่าจะกรีดข้อมือตัวเอง
       “รัตน์..นั่นเธอจะทำอะไร”
       “ทำให้พี่รู้น่ะสิ ว่ารัตน์รักคุณประพันธ์แค่ไหน ถ้ารัตน์ต้องเสียเขาให้พี่สาวตัวเอง รัตน์ตายเสียดีกว่า”
       กานดาวสีร้องห้าม “อย่านะรัตน์ จะทำอะไรคิดถึงคุณพ่อกับคุณอาอุไรบ้าง”
       “รัตน์ไม่คิดถึงใครทั้งนั้น ไม่มีกะจิตกะใจจะเรียนหรือจะทำอะไรทั้งนั้น ถ้ารัตน์ไม่มีคุณประพันธ์”
       นารีรัตน์กดใบมีดที่ข้อมือไปได้นิดนึง กานดาวสีตกใจสุดขีด รีบเข้าไปจับมือนารีรัตน์ไว้อย่างตกใจ
       “ยัยรัตน์! อย่านะ”
       กานดาวสีกับนารีรีตน์แย่งมีดกัน กานดาวสีแย่งมีดได้ ปามีดทิ้งออกไปไกลนารีรัตน์มองตามอย่างเจ็บใจ แล้วหันกลับมาจ้องหน้ากานดาวสีอย่างไม่ยอมแพ้ ก่อนจะวิ่งออกไป
       “ยัยรัตน์”
       นารีรัตน์วิ่งหนีไปที่ระเบียงชั้น3 ร้องไห้ฟูมฟายน้ำตานองหน้า เสียใจมาก กานดาวสีวิ่งตามมา
       “หยุดเดี๋ยวนี้นะยัยรัตน์”
       “ไม่ต้องมาห้ามเลยนะ ในเมื่อพี่แย่งคุณประพันธ์ไปจากรัตน์ รัตน์ก็จะไม่ขอมีชีวิตอยู่อีกต่อไป”
       “แต่พี่ไม่เคยมีอะไรกับคุณประพันธ์จริงๆ นะ จะให้พี่ทำยังไงเธอถึงจะเชื่อ”
       “แต่งงานกับคุณฐิติสิ” นารีรัตน์บอก
       “พี่แต่งงานกับเค้าไม่ได้”
       นารีรัตน์พุ่งไปที่ระเบียง ทำท่าจะกระโจนลงไปจริงๆ กานดาวสีกรี๊ด ถลาเข้าไปคว้านารีรัตน์ไว้ได้
       “อ๊าย...อย่านะ อย่าทำอย่างนี้”
       นารีรัตน์มองกานดาวสีอย่างคนถือไพ่เหนือกว่า
       
       เช้าวันต่อมา รถวิเศษแล่นเข้ามาในวังสูรยกานต์ ภายในรถวิเศษหันมาทางนารีรัตน์ที่ขอมาด้วย
       “ธุระของผู้ใหญ่ ไม่รู้ว่าแกจะตามมาทำไม ยัยรัตน์”
       นารีรัตน์ รัตน์ก็อยากได้ยินเหมือนกันนี่คะ ว่าพี่กานจะตอบว่ายังไง
       นารีรัตน์หันไปมองกานดาวสี ที่นั่งนิ่งสีหน้าดูเศร้าๆ
       “อย่าว่ายัยรัตน์เลยค่ะ กานเป็นคนชวนน้องมาเอง”
       
       ขณะนั้นท่านหญิงลักษมี พุดตาน ฐิติ และนมสายนั่งอยู่ที่ห้องโถงของวัง สักครู่หนึ่งวิเศษ กานดาวสี และนารีรัตน์ คลานเข่าเข้ามากราบท่านหญิง
       “ตัดสินใจได้แล้วรึ หนูกานดาวสี”
       “เพคะ”
       นารีรัตน์จดสายตาจ้องกานดาวสีแกมบังคับให้ตอบตกลง
       “ดิฉัน…”
       ทุกคนมองกานดาวสีลุ้นกับคำตอบเป็นสายตาเดียว
       “ดิฉันยอมแต่งงานกับคุณฐิติเพคะ”
       ท่านหญิง วิเศษ และนมสายยิ้มดีใจ ฐิติอึ้งกับคำตอบของกานดาวสีที่ตอบตกลง แต่ลึกๆ ก็ดีใจ พุตตานมองกานดาวสีด้วยสายตาไม่พอใจ
       นารีรัตน์ยิ้มดีใจกับการตอบตกลงของพี่สาว
       “ดีล่ะ...นมสาย เธอไปเอาของที่ฉันเตรียมไว้ให้แม่กานดาวสีมาให้ฉันทีซิ”
       
       ครู่ต่อมา ท่านหญิงส่งแหวนให้กานดาวสี
       “รับไปสิ..นี่ไม่ใช่ของหมั้นหรือของแต่งนะจ๊ะ ฉันให้ไว้ใส่เล่นๆ แค่นั้น”
       กานดาวสีอึกอัก
       “ไม่ต้องคิดมากอะไรหรอกน่ะ ฉันให้ในฐานะที่เป็นว่าที่หลานสะใภ้ของฉัน ...เอ้ารับไป”
       ท่านหญิงคะยั้นคะยอ กานดาวสีลังเล นมสายรีบเสริม
       “หนูกานดาวสี...ผู้ใหญ่ให้ของ ก็ต้องรับสิคะ”
       กานดาวสีกราบขอบคุณท่านหญิง จำใจต้องรับมาท่าทางอึดอัด ท่านหญิงเข้าใจพูดปลอบ
       “ไม่ต้องอึดอัดใจอะไรทั้งนั้น ตอนนี้เธอก็เป็นเสมือนหลานสาวของฉัน...เดือนหน้านี่ก็จะต้องมาอยู่ด้วยกันแล้ว”
       ฐิติและกานดาวสีตกใจ อุทานพร้อมๆกัน “อะไรนะครับ” / “อะไรนะเพคะ”
       สองคนหันมองหน้ากัน นมสายเย้า
       “แหมใจตรงกันเชียวนะคะ”
       “แบบนี้สิดี ฉันจะได้อุ้มเหลนไวๆ ไงนม ฟังให้ดีๆ นะทั้งสองคน ย่าจะให้เธอสองคนแต่งงานกันเดือนหน้านี้”
       
       ฐิติเดินเข้ามาในห้องนอน พุดตานเดินตามเข้ามาด้วยท่าทางไม่สบอารมณ์
       “ลูกเห็นแล้วใช่มั้ย ว่าผู้หญิงที่ลูกรักแทบเป็นแทบตายน่ะ ร้ายกาจขนาดไหน”
       “ผมก็คิดไม่ถึงจริงๆ” ฐิติหลับตาข่มความรู้สึก “ทั้งๆ ที่เธอพูดเองด้วยซ้ำ ว่าเธอไม่ต้องการจะแต่งงานกับผม”
       
       “ใช่จ้ะ กานดาวสีไม่ได้ต้องการแต่งงานกับลูก แต่เธอต้องการแต่งงานกับสมบัติของลูก”
       ฐิติสะเทือนใจ แต่พุดตานมัวแต่โกรธไม่ทันมองพูดต่อ
       “ผู้หญิงคนนี้น่ากลัวเหลือเกิน สูรยกานต์ต้องวุ่นวายแน่ๆ ถ้าเธอเข้ามาเป็นนายหญิง” พุดตาลกังวลมาก “แม่ล่ะเป็นห่วงแทนท่านย่าจริงๆ”
       “ไม่ต้องเป็นห่วงหรอกครับแม่ ในเมื่อเค้าเลือกแล้วว่าจะแต่งงานกับเงิน ผมก็จะทำให้เค้ารู้ให้ได้ว่าการแต่งงานโดยที่ไม่มีความรัก มันทรมานแค่ไหน”
       
        ขณะพูดกับมารดา นัยน์ตาราชนิกุลรูปงามวาวโรจน์
        
       อ่านต่อตอนที่ 4 

หน้าที่แล้ว
1 | 2 | 3 | 4
ข่าวล่าสุด ในหมวด
สุดสายป่าน ตอนที่ 17 จบบริบูรณ์
สุดสายป่าน ตอนที่ 16
สุดสายป่าน ตอนที่ 15
สุดสายป่าน ตอนที่ 14
สุดสายป่าน ตอนที่ 13
เครื่องมือจัดการเว็บ
ส่งบทความนี้ต่อ
พิมพ์หน้านี้
ข่าวที่มีผู้ส่งมากที่สุด
แสดงผลหน้าเดียว
จำนวนคนโหวต 13 คน
คุณเห็นด้วยกับข่าว/บทความนี้หรือไม่
เห็นด้วย ไม่เห็นด้วย
เห็นด้วย 13 คน
100 %
ยังไม่มีผู้ไม่เห็นด้วย
0 %
ความคิดเห็นที่ 3 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
เป็นไรมากป๊ะ??? โกรธแค้นใครมา ไม่มีดาราโปรดของตัวเองเล่นเหรอถึงได้เคือง มาด่าๆๆแบบนี้ อย่าบอกนะว่าแอบอ่านทุกตอนและก็แอบนั่งจ้องหน้าจอรอฉากอย่างว่าอยู่น่ะ หึหึ
เอิ่มมม
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 2 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
เรื่องที่แล้วบททุเรศกว่านี้อีกเลิกดูเลยจำชื่อเรื่องไม่ได้บทที่นัทมีเรียเล่นน่ะเรื่องนี้พอทน
ดูไปเหอะ
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 1 -1 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
นิยายเรื่องนี้น่าจะชิ่อว่า รวมพลคนโรคประสาท ไม่มีเหตุผลกันเลย บ้าบอเอาแต่อารมณ์ พล๊อตเรื่องก็ยังกับหนังสือปกขาว เอามาฉายหลังข่าวเนี่ยนะ เอ็กแซคนับวันยิ่งเสื่อม หากินง่าย
เปิดเรื่องมาก็เอากันไม่หยุดหย่อน
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความคิดเห็น
1. โปรดงดเว้น การใช้คำหยาบคาย ส่อเสียด ดูหมิ่น กล่าวหาให้ร้าย สร้างความแตกแยก หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
2. ทุกความคิดเห็นไม่เกี่ยวข้องกับผู้ดำเนินการเว็บไซต์ และไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมายได้
3. ทีมงานเว็บมาสเตอร์ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
4. เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
5. ผู้ร่วมแสดงความคิดเห็นสามารถร่วมตรวจสอบข้อความที่ไม่เหมาะสมได้ โดยการกดปุ่ม "แจ้งลบ" หรือส่งอีเมลแจ้งมาที่ cs@astvmanager.com หรือ cs.astvmanager@gmail.com ซึ่งทีมงานจะทำการตรวจสอบ และลบข้อความดังกล่าวโดยเร็วที่สุด หรืออย่างช้าภายใน 3 วันทำการ
เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
แสดงความคิดเห็นเพิ่มเติม
โชว์ภาพผู้ใช้ทุกครั้งที่แสดงความเห็น เพียงเข้าสู่ระบบด้วยบัญชีของเฟซบุก กดที่ปุ่มด้านล่างนี้เลย!

ชื่อ/e-mail ของคุณ : *
 
 *
  กฎกติกาการแสดงความคิดเห็นฉบับเต็ม
 
หนังสือพิมพ์: ASTV ผู้จัดการออนไลน์ | ASTV ผู้จัดการรายวัน | นิตยสารผู้จัดการ 360° | Positioning | ASTV News1
มุม: การเมือง | อาชญากรรม | คุณภาพชีวิต | ภูมิภาค | ต่างประเทศ | มุมจีน | ธุรกิจ | หุ้น | SMEs | Motoring
CyberBiz | วิทยาศาสตร์ | เกม | กีฬา | บันเทิง | Life on Campus | Celeb Online | ท่องเที่ยว | ธรรมะกับชีวิต | Multimedia
เว็บ: Asia Times | บุรพัฒน์ คอมมิคส์ | Mars Magazine | ทะเลไทย | คุยกับเว็บมาสเตอร์ | โฆษณาบนเว็บ
All site contents copyright ©1999-2014