หน้าแรกผู้จัดการ Online | หน้าแรกละครออนไลน์ | ละครออนไลน์
ละครออนไลน์ นางมาร

นางมาร ตอนที่ 21 - 22

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 17 กรกฎาคม 2556 16:38 น.
หน้าที่แล้ว
1 | 2 | 3 | 4
หน้าถัดไป
นางมาร ตอนที่ 21 - 22
        นางมารตอนที่ 21 (ต่อ)
        
       เนตรอัปสรรีบเข้าไปขวางหน้าเชตะวันไม่ให้ตามไปหาเรื่องพายัพอีก
       
       “พอเถอะค่ะคุณเชต อย่ามีเรื่องเลยนะคะ...ฉันขอร้อง”
       เนตรอัปสรหันไปมองพายัพแบบไม่พอใจแล้วเธอก็ดึงแขนเชตะวันให้เดินเลี่ยงออกไปอีกทาง เชตะวันยอมเดินไปตามแรงลากของเนตรอัปสรอย่างเสียไม่ได้ แต่ตามองจ้องกับพายัพกันอย่างท้าทาย พายัพเบ้ปากตามหลังไปอย่างชิงชัง
       “ทำปากดีไปเถอะมึง อีกไม่นานหรอก...มึงได้ไปปากดีในตะรางแน่ๆ”
       
       เชตะวันอารมณ์เสียหงุดหงิดเดินเข้ามาในสวน เนตรอัปสรเดินตามมา
       “กลับมาก็ต้องมาเจอกับไอ้พี่ชั่วๆอีก ฮึ้ย”
       “ใจเย็นๆนะคะ คุณเชต”
       “คุณไม่รูสึกอะไรบ้างเหรอที่ต้องเห็นหน้ามัน ทั้งๆที่มันก็คิดไม่ดีกับคุณเหมือนกัน”
       “ตอนแรกฉันคิดว่าถ้าฉันอยู่ที่นี่ ฉันจะทนไม่ได้ที่จะเห็นเขา แต่เมื่อฉันรู้ว่าคุณถูกทำร้ายเมื่อคืน ฉันเลือกความปลอดภัยของคุณดีกว่าคะ”
       เมื่อเนตรอัปสรพูดจบเชตะวันก็จับเธอมากอดเลย หญิงสาวรู้สึกหวิว ในตอนนี้เธอรู้แล้วว่าเธอรักเขาเข้าแล้ว
       “อยู่กับผมแบบนี้ อยู่ข้างๆผม อย่าทิ้งผมไปไหนอีกนะ คุณเนตร”
       “ค่ะ ฉันจะอยู่เคียงข้างคุณ ดูแลคุณแบบนี้ตลอดไปค่ะ”
       ชายหนุ่มมองหน้าหญิงสาว เขาเริ่มรักเธอเข้าจริงๆและรักมากด้วย ด้วยบรรยากาศรักอันอบอวน จู่ก็มีเสียงแซลลี่ดังขึ้น
       “อ๊าย กลางแจ้งแบบนี้มากอดกันหวานแหววไม่อายฟ้าอายดินกันบ้างเหรอคะ”
       เชตะวันเห็นแซลลี่โมโห ส่วนเนตรอัปสรโดนพูดแบบนี้รู้สึกอับอาย
       “แซลลี่คุณมาที่นี่อีกทำไม ผมบอกคุณไปแล้วนะว่าเราตัดขาดกันอย่ามายุ่งกับผมอีก”
       “เชตคงสำคัญตัวเองผิดไปนะคะ ที่แซลลี่มาที่นี่ ไม่ใช่มาหาเชตคะ แต่แซลลี่มาที่นี่ในฐานะ คนพิเศษ ของพี่พายัพต่างหาก”
       เชตะวันกับเนตรอัปสรตกใจ เหวอกันไปแล้วแซลลี่ก็สะบัดก้นเชิดกลับเข้าบ้านไปเลย
       
       แซลลี่ที่เดินเข้ามาในบ้าน พร้อมกระเป๋าเดินทาง พายัพเข้ามา
       “พี่ยัพจะให้แซลลี่อยู่ห้องเดียวกับพี่ยัพ หรือห้องไหนดีคะ”
       “ก็ห้องพี่ซิจ๊ะ แซลลี่”
       พายัพจูบแชลลี่ อนงค์กับบวรที่เพิ่งเดินมาจากจากไปเก็บของห้องเชตะวันเห็นแซลลี่หิ้วกระเป๋าเดินทางมากก็มองแซลลี่หน้าเซ็งสุดขีด เมื่อรู้ว่าจะมาอยู่ที่บ้านนี้อีกคน
       
       ค่ำนั้น พายัพนั่งกินข้าวกับแซลลี่ที่โต๊ะอาหาร โดยแซลลี่ป้อนให้เอาอกอาใจสุดๆ อนงค์กับบวรมองกันหน้าเหวอ
       “พอโดนไปทีเดียว คุณแซลลี่ถึงกับหอบข้าวหอบของย้ายมาอยู่ที่นี่เลย ย้ายจากน้องมาติดพี่แทน ฉันละกลุ้ม”
       บวรพยักหน้าจริงๆด้วย แซลลี่แอบได้ยิน
       “คนใช้บ้านนี้ใช้ไม่ได้นะคะพี่ยัพ เจ้านายนั่งอยู่ต่อหน้าแต่กลับมานินทา”
       พายัพหันไปดุ
       “อนงค์ บวร มีมารยาทหน่อยนะ ต่อไปพวกเธอต้องดูแลคุณแซลลี่อย่างดี เพราะตอนนี้คุณแซลลี่คือคนของฉัน เข้าใจไหม”
       อนงค์จ๋อย
       “คะ คุณพายัพ”
       แซลลี่ มองเย้ยอนงค์กับบวร ด้วยความสะใจ ทั้งสองคนหน้าจ๋อยตามกัน
       
       เนตรอัปสรที่เปลี่ยนเป็นชุดนอนเรียบร้อยแล้ว เห็นเชตะวันนอนอยู่ที่เตียงแต่ยังไม่ใส่เครื่องช่วยหายใจ ยังไม่ห่มผ้าก็สงสัยพูดเบาๆ
       “คุณเชตคะ คุณเชต คุณหลับแล้วเหรอ”
       เชตะวันไม่ตื่น
       “ทำไมหลับแบบนี้นะ”
       เนตรอัปสรเอื้อมมือจะไปหยิบเครื่องช่วยหายใจ แต่แล้วมือเชตะวันก็มาจับไว้ แล้วพลิกรวบร่างของเธอนอนลงข้างๆ ร่างเขาทับร่างเธอ เนตรอัปสรตกใจ
       “นี่คุณทำอะไรคะ คุณยังไม่หลับเหรอ”
       “หลับแล้ว แต่คุณปลุกให้ผมตื่น ในเมื่อคุณทำให้ผมตื่น คุณต้องอยู่กับผมแบบนี้”
       “คุณเชต นี่มันไม่ใช่เรื่องตลกนะคะ”
       “นี่ผมจริงจังนะ...คุณบอกว่าจะอยู่เคียงข้างผมตลอด งั้นตั้งแต่คืนนี้เป็นต้นไปคุณต้องเปลี่ยนมานอนเตียงนี้และนอนข้างผมแบบนี้” เขาจับเธอพลิกตัวมานอนข้าง “และผมจะไม่ใส่ที่ครอบหายใจแล้ว ดูสิว่าถ้าคุณอยู่กับผมแบบนี้ ผมจะเป็นอะไรอีกไหม”
       พูดจบเชตะวันก็หอมแก้มเนตรอัปสรและยื่นกระดาษใบหนึ่ง ให้แล้วเอามือกอดรัดไว้เลย แล้วหลับตาลง
       “นี่คุณเชต”
       เนตรอัปสรพยายามเรียกแต่เขาก็ทำเป็นหลับปิดตาไปแล้ว เธอจึงค่อยๆหยิบกระดาษที่เขาให้ขึ้นมาดู
       “เป็นแฟนผมนะ"
       เนตรอัปสรอมยิ้มเขินหันไปมอง เธอมองเขาด้วยความรัก ตอนนี้เธอรู้สึกหัวใจพองโตขึ้นมาทีเดียวไม่ต่างกับเชตะวันเลย เนตรอัปสรกระซิบเบาๆ
       “ค่ะ”
       เชตะวันนอนกอดเนตรอัปสรด้วยรอยยิ้ม หญิงสาวก็ยิ้มเช่นกัน
       
       เสียงร้องไห้ของผีเฟื่องดังกึกก้องป่า โหยหวน เธอนั่งร้องไห้ด้วยความเจ็บปวดจากการถูกล้อมสายสิญจน์ทิพย์
       “ช่วยด้วย ช่วยข้าด้วย”
       ผีเดือนได้ยินเสียงร้องนั้น แปละคิดหาทางช่วย
       
       วันใหม่...ปารมีกับทิพย์อยู่ที่โรงพยาบาล ชะโงกหน้าพูดสปีคเกอร์โฟนอยู่ด้วยกัน
       “นะโมกลับมากรุงเทพฯมา 3 วันแล้ว”
       “แล้วทำไมไม่โทรบอกพวกเราเลย รู้มั้ยว่าพวกเราเป็นห่วงนะโมแค่ไหน” ทิพย์ต่อว่า
       เนตรอัปสรคุยโทรศัพท์อยู่มุมหนึ่งในบ้านเชตะวัน
       “ขอบคุณจ้า...ที่เป็นห่วง แล้วก็ขอโทษด้วยนะ...ที่ไม่ได้โทรบอก ตั้งแต่กลับมานี่ก็วุ่นๆเรื่องดูแลคุณเชตตลอดเลย”
       “คุณเชตเป็นอะไรเหรอ” ปารมีถามอย่างสงสัย
       ทิพย์หน้าตื่น
       “หรือว่า...ตอนไปอยู่ที่โน่น มีอะไรเกิดขึ้นรึเปล่า”
       “มี”
       ทิพย์รีบถามอย่างอยากรู้อยากเห็นมาก
       “เรื่องอะไร...เรื่องอะไร”
       “คุณเชตถูกคนลอบทำร้ายอีก”
       ปารมีกับทิพย์ตกใจร้องออกมาพร้อมกัน
       “ฮ้า”
       “ก็นี่แหละ...ถึงได้รีบกลับมากรุงเทพ เพราะถึงอย่างไร อยู่ในบ้านที่นี่ ก็ยังน่าจะปลอดภัยกว่าอยู่ที่โน่นละ”
       ปารมีเป็นห่วงเพื่อน
       “นะโมอยู่ใกล้คุณเชต ก็ต้องระวังตัวให้มากนะ ยิ่งเขามีคนปองร้ายมากขนาดนี้ นะโมก็อาจถูกลูกหลงไปด้วยก็ได้ แค่นี้ก็มีคนที่เขาเป็นห่วงนะโมจนแทบจะคลั่งตายอยู่แล้ว ถ้านะโมเป็นอะไรไป เขาก็คงคลั่งจริงๆ”
       ทิพย์แอบหยิกปารมีไม่ให้พูดต่อ แต่ปารมีไม่สนใจ พูดต่อจนจบจนได้
       “นะโมคงรู้นะว่าปานหมายถึงใคร...”
       
       เจ้าหน้าแล็บเอาเอกสารผลการตรวจเลือด และตรวจดีเอ็นเอของเสื้อที่ได้มาจากตำรวจ มาส่งให้หมอก้องในขณะที่ปารมีกำลังจะเดินมาหาหมอก้องพอดี เธอจึงหยุดแอบฟัง
       “ผลตรวจคราบเลือดจากเสื้อเชิร์ตตัวนั้นออกแล้วครับ”
       หมอก้องรับไว้ เจ้าหน้าที่แล็บเดินออกไป ปารมีรีบแอบไม่ให้ใครเห็นว่าเธอมาแอบดูอยู่ หมอก้องอ่านเอกสารผลการตรวจเลือดนั้น โดยไม่รู้ว่าปารมีอยู่ในห้องด้วย อ่านแล้วก็พึมพำกับตัวเอง
       “เลือดที่เปื้อนเสื้อเชิร์ตตัวนั้น เป็นเลือดคุณเชตะวันจริงๆ”
       ปารมีงุนงง หมอก้องครุ่นคิด
       “แต่มันเป็นเลือดเก่า ถ้าอย่างนั้น...ก็หมายความว่า...มีคนเอาเสื้อเปื้อนเลือดเก่าของคุณเชตไปทิ้งไว้ในที่เกิดเหตุ เพื่อจะใส่ร้ายคุณเชตะวันว่าเป็นคนร้าย...”
       หมอก้องนั่งครุ่นคิดเงียบอยู่ ปารมีแอบฟังอยู่โดยตลอดยังงุนงงอยู่ว่า...นี่มันเรื่องอะไรกัน สักครู่ก็มีเสียงเคาะประตูดังขึ้น ปารมียิ่งหลบจนตัวลีบ พยาบาลเปิดประตูเข้ามา
       “มีตำรวจมาขอพบคุณหมอค่ะ”
       หมอก้องพยักหน้าอนุญาต พยาบาลเลยเปิดทางให้ตำรวจ 2 คนเดินเข้ามาหาหมอก้อง
       “ผลตรวจเลือดออกมาแล้วใช่มั้ยครับ ตกลงใช่เลือดคุณเชตะวันไหมครับ”
       หมอก้องนิ่งแล้วตัดสินใจตอบ
       “ยืนยันชัดเจนว่าเป็นคราบเลือดของคุณเชตะวัน”
       ปารมีแอบฟัง
       “งั้นก็แสดงว่าคุณเชตคือคนร้าย ที่บาดเจ็บในที่เกิดเหตุ”
       หมอก้องนิ่ง ปารมีลุ้นว่าเขาจะตอบว่าอะไร ตำรวจเห็นหมอก้องนิ่งก็ถามย้ำ
       “ใช่มั้ยครับหมอ”
       หมอก้องตอบสีหน้าเรียบเฉย
       “ใช่ครับ”
       ปารมี ได้ยินหมอก้องตอบอย่างนั้นก็อ้าปากค้างไปเลย
       
       ปารมีนั่งอึ้งอยู่กับการกระทำของหมอก้อง
       “ทำไมหมอก้องทำอย่างนี้...ทำไม”
       ปารมีเริ่มปะติดปะต่อเรื่องราวได้
       “หมออยากให้คุณเชตะวันถูกตำรวจจับ เพราะหมอจะได้กำจัดคุณเชตให้พ้นไปจากชีวิตยายนะโมเหรอ”
       ปารมีอารมณ์เสียอย่างแรง
       “ทำไมหมอทำอย่างนี้ ทำไมๆ” ปารมีเริ่มโกรธ “เป็นเพราะเธอยายนะโม เพราะเธอคนเดียว ที่ทำให้หมอต้องทำผิดจรรยาบรรณอย่างนี้ เพราะเธอคนเดียว ยายนะโม”
       
       ตำรวจจำนวนหนึ่งมาจับเชตะวันที่บ้าน เนตรอัปสรตกใจสุดขีด
       “พวกคุณมาจับคุณเชต ข้อหาอะไรคะ”
       ตำรวจจำนวนหนึ่งมาขอเข้าพบเชตะวัน
       “ตอนนี้คุณเชตะวันตกเป็นผู้ต้องสงสัยว่า พัวพันกับขบวนการค้ายาเสพติดครับ”
       เชตะวันโวยวายทันที
       “นี่คุณตำรวจจะบ้าเรอะ คนอย่างผมเนี่ยนะ...จะค้ายาน่ะ”
       “แต่ทางเรามีหลักฐานยืนยันว่า...คุณเชตะวันเกี่ยวข้องกับการค้ายาจริงๆครับ”
       “หลักฐานอะไร เอามาดูสิ”
       “ผมขอเชิญตัวคุณเชตะวันไปให้ปากคำที่สำนักงาน ตำรวจดีกว่าครับ”
       “ผมไม่ไป”
       “อย่าทำให้พวกผมลำบากใจเลยครับคุณเชตะวัน ผมขอความกรุณาคุณให้ความร่วมมือกับพวกผมเถอะครับ ถ้าคุณไม่ให้ความร่วมมือ ผมคงต้องขอจับกุม”
       เชตะวันทำท่าจะอาละวาดอีก แต่เนตรอัปสรแตะแขนเขาไว้ เป็นเชิงห้ามไม่อยากให้กลายเป็นเรื่องราวใหญ่โต
       “อย่าทำให้เป็นเรื่องใหญ่เลยค่ะคุณเชต ฉันว่ามันต้องเป็นเรื่องเข้าใจอะไรกันผิดมากกว่า ไปเถอะค่ะ ฉันจะไปเป็นเพื่อนคุณด้วย”
       เชตะวันทีทำท่าฮึดฮัดก็สงบลง จำยอมไปตามคำขอของเนตรอัปสร
       สำนักงานตำรวจ...เชตะวัน กำลังให้การกับตำรวจ
       “ใช่...เมื่อ 3 วันก่อน ผมไปที่ รีสอร์ตจริง แต่ผมก็ไม่ได้ออกไปที่นี่เลย”
       เชตะวันโยนรูปภาพสถานที่เกิดเหตุลงใส่ตำรวจ
       “อ่ะ ถ้าไม่เชื่อ คุณถามคุณเนตรอัปสร พยาบาลส่วนตัวของผมก็ได้ เธออยู่กับผมตลอด”
       
       อีกห้องหนึ่ง...เนตรอัปสร กำลังให้การกับตำรวจเช่นกัน
       “ใช่ค่ะ ฉันอยู่กับคุณเชตะวันตลอดเวลา จะคลาดสายตาก็แต่ตอนที่คุณเชตะวันเข้าห้องน้ำเท่านั้นล่ะค่ะ”
       
       ตำรวจคาดคั้นเชตะวัน
       “งั้นคุณเชตะวันจะยืนยันว่าคุณอยู่แต่ในบ้านพักที่รีสอร์ตเท่านั้น...ใช่ไหมครับ”
       เชตะวันนิ่งไปนิดหนึ่ง
       “ก็มีตอนกลางคืนคืนนั้นแหละที่ผม ออกนอกรีสอร์ทไป เพราะผมเห็นเงาคนวิ่งอยู่หลังบ้าน ผมก็เลยออกไปดู”
       
       เนตรอัปสร เริ่มมีท่าทีอึกอักๆ ไม่ค่อยอยากจะตอบ

นางมาร ตอนที่ 21 - 22
        เนตรอัปสร เริ่มมีท่าทีอึกอักๆ ไม่ค่อยอยากจะตอบ
       
       “เอ่อ...ตอนนั้น...ดิฉันหลับไปแล้วค่ะ เลยไม่เห็นเงาคนที่คุณเชตบอก”
       
       เชตะวันอธิบาย
       “ผมไม่เห็นหน้าคนๆนั้นหรอก ก็ตรงนั้นมันมืดน่ะ แล้วผมก็รู้สึกเหมือนโดนอะไรฟาดที่ท้ายทอย หรืออะไรก็ไม่รู้ แล้วผมก็ไม่รู้สึกตัวอีกเลย มารู้สึกตัวอีกที...ก็อยู่ในป่า แล้วก็เจ็บหัวมาก ผมก็เลยพยายามหาทางเดินกลับมาที่บ้านพัก”
       
       เนตรอัปสรให้การต่อ
       “ตอนที่คุณเชตเดินกลับมา ท่าทางเขา...ก็ดูมึนๆ งงๆ อยู่มากค่ะ”
       
       ตำรวจ เอาเสื้อเปื้อนเลือดของเชตะวันที่อยู่ในถุงพลาสติกใส่หลักฐาน ยื่นมาตรงหน้าให้เขาดู
       “แล้วนี่ใช่เสื้อของคุณเชตใช่ไหมครับ”
       เชตะวันสังเกต
       “ใช่...แต่เสื้อตัวนี้ผมให้คนเอาไปทิ้งแล้วนี่ เพราะมันเปื้อนเลือด”
       “ใช่ครับ มันเปื้อนเลือดของคุณ ในขณะที่คุณกำลังหนีการจับกุมของตำรวจ”
       เชตะวันเซ็งมาก
       “โอ๊ย...มันจะบ้ากันไปใหญ่แล้ว”
       
       ตำรวจจ้องหน้าเนตรอัปสร
       “งั้นสรุปแล้วว่า...คุณเชตะวันก็ไม่ได้อยู่ในสายตาของคุณตลอดเวลา...อย่างที่คุณบอกสิครับ เพราะฉะนั้น...ถ้าเขาจะออกไปพบใครหรือไปทำอะไร ที่ไหน คุณก็ไม่รู้...ใช่ไหมครับ”
       เนตรอัปสรอึ้งเถียงไม่ออกเลย
       
       เนตรอัปสรเดินหน้าเพลียใจออกมาจากห้องสอบสวน
       “โอ๊ย...ทำไมยิ่งสอบปากคำ คุณเชตก็ยิ่งดูน่าสงสัยมากขึ้นเท่านั้น ทำไมมันถึงเป็นอย่างนี้นะ”
       เนตรอัปสรเห็นหมอก้องเดินออกมาจากห้องๆหนึ่ง
       “หมอ...มาทำอะไรที่นี่คะ”
       หมอก้องสบตาเนตรอัปสรได้ไม่เต็มตานัก
       “หมอมาช่วยตำรวจทำคดีๆหนึ่งอยู่น่ะ” หมอก้องแกล้งถาม “แล้วนะโมล่ะ มาที่นี่ทำไม”
       “เนตรน่ะ...มากับคุณเชตค่ะ ตำรวจเข้าใจผิด คิดว่าคุณเชตพัวพันกับแก๊งค้ายาที่อยู่แถวๆรีสอร์ตที่เป็นกิจการของครอบครัวของคุณเชตน่ะค่ะ”
       “จริงสิ ถ้าลงไปเกี่ยวข้องกับยาเสพติดอย่างงี้ละก็ เห็นทีจะดิ้นหลุดยากละนะโม”
       “ไม่ค่ะ เนตรไม่เชื่อว่าคนอย่างคุณเชตจะยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด”
       “นะโมรู้จักคุณเชตดีแค่ไหนกัน นะโมเพิ่งจะเป็นพยาบาลส่วนตัวให้คุณเชตได้ไม่นานเองนะ คนเราน่ะ กว่าจะรู้นิสัยใจคอที่แท้จริงกัน มันต้องใช้เวลาดูกันนานๆ ถ้าคุณเชตเป็นพวกค้ายาจริงๆ หมออยากให้นะโมห่างจากเขาออกมาซะดีกว่า เดี๋ยวจะติดร่างแหไปกับเขาด้วย”
       เนตรอัปสรแววตามั่นใจ
       “แต่เนตรไม่เชื่อว่าคุณเชตจะค้ายาคะหมอ”
       เนตรอัปสรชะเง้อมองหาเชตะวันอย่างเป็นห่วง หมอก้องแอบมองอย่างมีความหวัง มั่นใจว่าเชตะวันจะต้องถูกตำรวจจับอย่างแน่นอน
       
       เชตะวันลุกขึ้นฟาดมือลงบนโต๊ะอย่างอารมณ์เสีย
       “ทำไมจะต้องเอาเงินมาประกันตัวผมด้วย ก็ในเมื่อผมไม่ได้ทำ ผมไม่ผิด”
       พายัพเดินเข้ามา
       “ก็ในเมื่อคุณตำรวจเขายืนยันว่ามีหลักฐานมัดตัวแกแน่นหนาไงล่ะ”
       เชตะวันหันไปมองแค้นพายัพ
       “แกอย่าปฏิเสธต่อไปเลยนายเชต สารภาพซะเถอะ บางทีโทษหนักจะได้กลายเป็นเบาลงได้บ้าง”
       พายัพพูดจบก็ถูกเชตะวันหันมาชกโครม พายัพล้มลงไปกับพื้น ตำรวจรีบเข้ามากันเป็นโกลาหล เชตะวันตะโกนลั่น
       “อย่ามายัดเยียดความผิดให้กับฉัน” เชตะวันหันไปบอกตำรวจ “ผมบอกแล้วไงว่าผมไม่ได้ทำ”
       
       เนตรอัปสรคุยกับหมอก้องอย่างกลุ้มใจสุดๆ
       “นี่ก็ยังไม่รู้เลยว่าทางคุณเชตจะเป็นยังไงบ้าง”
       เนตรอัปสรหันขวับไปทางที่ได้ยินเสียงเชตะวัน
       “นั่นเสียงคุณเชตนี่”
       “เดี๋ยว...เนตร”
       เนตรอัปสรวิ่งไปทันที หมอก้องเจ็บใจที่เนตรอัปสรไม่สนใจตนเลย
       
       เชตะวันออกอาการเหวี่ยงสุดๆ เนตรอัปสรวิ่งเข้ามา ตำรวจพยุงพายัพขึ้น แล้วบอกเนตรอัปสรว่าพายัพเอาเงินมาประกันตัวเชตะวันแล้ว
       “ฉันบอกว่าไม่ได้ทำ”
       เชตะวันเหวี่ยงไม่หยุด พายัพลุกขึ้น เนตรอัปสรเลยเข้าไปดึงแขนเชตะวันเอาไว้
       “ใจเย็นๆค่ะคุณเชต ในเมื่อคุณพายัพเอาเงินมาประกันตัวคุณแล้ว เราก็กลับบ้านกันก่อนเถอะค่ะ เรื่องอื่นค่อยคิดกันทีหลังแล้วกันนะคะ” เนตรอัปสรหันไปบอกตำรวจ “ถ้าอย่างนั่นดิฉันขอนำคุณเชตกลับไปก่อนนะคะ ให้คุณพายัพจัดการเรื่องต่อละกันคะ”
       เนตรอัปสรดึงไป เชตะวันหันมองพายัพแค้นๆ แต่ยอมให้เนตรอัปสรฉุดแขนลากตัวออกจากห้องไป พายัพแอบสะใจ
       
       เชตะวันกับเนตรอัปสรเดินออกมาจากสำนักงานตำรวจ หมอก้องยืนมองมาจากมุมหนึ่ง
       “คราวนี้คุณเสร็จแน่...คุณเชต”
       หมอก้องมองมีความหวัง
       
       ค่ำนั้น ปารมีกับทิพย์อยู่ในหอพัก ปารมีนั่งหน้าเครียดคิดแต่เรื่องที่แอบรู้การกระทำของหมอก้องมาอย่างว้าวุ่นใจมาก ทิพย์เดินทำโน่นทำนี่ หันมามองอย่างสงสัย
       “เป็นอะไรไปน่ะปาน ไม่สบายรึเปล่า”
       “เปล่า...ฉันสบายดี”
       ปารมีนั่งครุ่นคิดต่อไป
       
       เชตะวันเดินเข้ามาในห้องแล้วเอามือกวาดข้าวของบนโต๊ะแต่งตัวทิ้งทั้งหมดเพื่อระบายอารมณ์ เสียงดัง เนตรอัปสรดูอาการของเขาแล้วก็เดินเข้าไปเก็บข้าวของที่ตกแตกกระจายไปทั่วห้องอย่างช้าๆ โดยไม่พูดสักคำ รอจนเขาใจเย็นลง เธอจึงค่อยๆเดินเข้าไปหาเขา
       “คุณเชตคะ...”
       “อยากจะถามผมใช่ไหมว่าผมค้ายาจริงๆรึเปล่า”
       เนตรอัปสรพูดเสียงนิ่ง
       “ไม่คะ ฉันเชื่อว่าคุณไม่ได้ทำ”
       เชตะวันหันมอง
       “แต่ตอนนี้ฉันอยากให้คุณควบคุมสติอารมณ์ของคุณให้ได้ ลองนึกสิคะว่าคุณไปทำยังไงให้ถูกใส่ร้ายเป็นผู้ต้องหาค้ายาได้”
       เชตะวันเริ่มนิ่งคิด
       “มันต้องเกี่ยวข้องกับวันนั้น ที่มีคนล่อผมออกไปข้างนอกรีสอร์ท แล้วผมก็สลบ แล้วไอ้เสื้อตัวนั้น...เหตุการณ์นี้มันต้องเกี่ยวข้องกับเสื้อตัวนั้นแน่ๆ”
       “เสื้อตัวไหนคะ”
       “เสื้อตัวที่ผมใส่ วันที่มีคนมาดักยิงผมที่หน้าบ้านน่ะสิ จำได้ไหมเสื้อตัวนี้มันเปื้อนเลือดผม
       แล้ววันนี้ตำรวจเอาเอาเสื้อตัวนี้มาให้ผมดู เขาบอกว่ามันเป็นเสื้อที่ผมใส่ตอนยิงกับตำรวจขณะจะถูกจับกุมเรื่องค้ายา มันก็เลยกลายเป็นหลักฐานที่สามารถมัดตัวผมได้จนดิ้นไม่หลุดน่ะสิ”
       “แล้วตอนนั้น...คุณเอาเสื้อตัวนั้นเก็บไว้ที่ไหนคะ”
       เชตะวันนึกได้ว่าเอาเสื้อไว้ไหน
       
       เชตะวันกับเนตรอัปสรมาถามเรื่องเสื้อกับอนงค์
       “อนงค์เอาไปทิ้งแล้วนี่คะ ก็มันเปื้อนเลือดออกอย่างนั้น ซักก็ไม่ออกแล้วคุณเชตก็โยนทิ้งถังขยะแล้ว นงค์ก็เลยเอาไปทิ้งค่ะ”
       เชตะวันแปลกใจ
       “แล้วมันจะไปอยู่ในที่เกิดเหตุ จนตำรวจเก็บเอามาเป็นหลักฐานมัดตัวฉันได้ยังไงกันเนี่ย”
       อนงค์นึกได้
       “อ้อ...แต่วันนั้นก่อนที่อนงค์จะเอาไปทิ้ง เห็นคุณยัพมาถามอยู่เหมือนกันค่ะว่าเสื้อของใคร นงค์ก็ตอบไปว่าเสื้อของคุณเชตค่ะ”
       เชตะวันหันมองเนตรอัปสรพอจะปะติดปะต่อเรื่องได้เลาๆ เขาแค้นใจสุดขีด
       
       ทิพย์รับโทรศัพท์แล้วหันมาบอกปารมี
       “ยายนะโมโทรมา บอกว่าคุณเชตถูกตำรวจตั้งข้อหาค้ายาเสพติด...”
       ปารมีหน้าเครียดขึ้นมาทันทีแล้วเดินเลี่ยงมาคิด ทิพย์มองตามอย่างงงๆ เดินเข้ามาถาม
       “ปาน เธอมีเรื่องอะไรรึเปล่า”
       “ฉัน...ดูคนผิดจริงๆ”
       “ดูใครผิด...ฉัน...”
       ปารมีสั่นหน้า
       “นะโม”
       ปารมีก็สั่นหน้า
       “หมอก้อง”
       ปารมีนิ่ง ทิพย์หน้าตื่น
       “เฮ้ย...หมอก้องไปทำอะไรเหรอ”
       “เขาทำ...ในสิ่งที่ฉันคาดไม่ถึงเลยละ”
       “หมอเขาทำอะไรเหรอ”
       ปารมีออกอาการพูดไม่ออก บอกไม่ได้เลย...ทิพย์ก็อยากรู้เช่นกัน
       
       แนวป่าบรรยากาศวังเวง บริเวณที่ผีเฟื่องอยู่ ถูกล้อมด้วยสายสิญจน์ทิพย์นั้น ปรากฎว่าไม่มีทั้งผีเฟื่องและสายสิญจน์แล้ว
       
       พายัพเข้ามาในห้องทันทีที่เปิดไฟ ปืนกระบอกหนึ่งก็พุ่งเข้ามาจ่อหัวเขาไว้ทันที และคนที่เอาปืนจ่อหัวพายัพไว้ก็คือเชตะวันนั่นเอง
       “ไอ้พี่เฮงซวย...ผมไม่เข้าใจเลยว่าทำไมพี่ถึงเกลียดผมนักหนา ถึงได้อยากให้ผมติดคุก อยากให้ผมตาย”
       พายัพพยายามดันปืนขึ้นกระสุนลั่นปังขึ้นเพดาน พายัพพยายามพุ่งปัดปืนในมือเชตะวันจนหลุดไป จังหวะนี้พวกอนงค์ บวร เนตรอัปสรเข้ามา บวรรีบวิ่งเข้ามาเก็บปืนไว้ เนตรอัปสรอดไม่ไหวที่เห็นเชตะวันเลือดร้อน เธอตบหน้าเขาผั๊วะ
       “เลิกบ้าสักทีสิคะคุณเชต ทำอะไรคิดหน้าคิดหลังหน่อย ถ้าคุณไม่ทำเพื่อตัวคุณเองก็ทำมันเพื่อฉันหน่อยก็ได้นี่คะ”
       แล้วเนตรอัปสรก็เดินออกไปเลย
       “คุณเนตร”
       เชตะวันวิ่งตามไป พายัพขาอ่อนทรุดลงนั่งอย่างหมดเรี่ยวหมดแรงทันที อนงค์กับบวรรีบเข้ามาดูแลพายัพ
       
       เนตรอัปสรวิ่งออกมา เชตะวันตามยื้อยุดตัวไว้
       “คุณเนตร ผมขอโทษ”
       “เมื่อไหร่คุณจะเลิกนิสัยเจ้าอารมณ์ เลือดร้อนซะที”
       เนตรอัปสรพยายามสะบัดตัว เชตะวันดึงรั้งไว้
       “แล้วนี่คุณจะไปไหน”
       “ฉันจะไปหาเพื่อนฉัน”
       “ไปหาหมอก้องใช่ไหม ผมไม่ให้คุณไป”
       สร้อยพระที่คอเนตรอัปสรหลุดกระเด็นออกไปโดยที่เธอไม่รู้เลย ผีเฟื่องโผล่มาสภาพเพิ่งหลุดมาจากสายสิญจน์ทิพย์ สภาพย่ำแย่สุดๆ ยืนมองตาวาววาบไปที่พระที่หลุดจากตัวเนตรอัปสรไปแล้ว เนตรอัปสรพยายามดิ้นจนหลุด
       “ปล่อยฉัน แค่นี้คุณยังเลือดร้อนไม่พออีกเหรอ ปล่อย”
       แซลลี่ขับรถกลับเข้ามา เห็นสองคนกำลังทะเลาะกัน มองยิ้มสะใจ ผีเฟื่องหันไปเห็นรถแซลลี่เข้ามาพอดี จึงหันไปจ้องตาแซลลี่ที่ขับรถเข้ามาทันที เนตรอัปสรสะบัดหลุดจากเชตะวัน แล้วผลักเขาล้ม แล้วก็วิ่งออกไป ผีเฟื่องคำราม
       “อีนวล วันนี้เป็นวันตายของมึง”
       เท้าของแซลลี่ เหยียบคันเร่งเต็มที่รถพุ่งเข้าใส่ เนตรอัปสรตกตะลึงเมื่อเห็นรถแซลลี่พุ่งเข้าใส่จนทำไรไม่ถูก เชตะวันเห็นพอดี
       “คุณเนตรระวัง”
       เชตะวันพุ่งผลักเนตรอัปสรให้พ้นทางรถกระเด็นออกไป จึงทำให้รถแซลลี่พุ่งชนเชตะวันเต็มแรง ผีเฟื่องหน้าตื่น รถแซลลี่เบรกกึก เชตะวันล้มลง หัวฟาดพื้นดังปึ้ก แล้วแน่นิ่งไปเลย เนตรอัปสรหันไปเห็น
       “คุณเชต”
       เนตรอัปสรวิ่งเข้าไปดู ผีเฟื่องยืนมองช็อคเสียใจที่ชุนรักนวลขนาดยอมตายแทนได้
        
       เชตะวันนอนหมดสติอยู่ในอ้อมกอดเนตรอัปสรที่ร้องไห้เสียใจ
        
       โปรดอ่านต่อตอนที่ 22

หน้าที่แล้ว
1 | 2 | 3 | 4
หน้าถัดไป
ข่าวล่าสุด ในหมวด
นางมาร ตอนที่ 27 (จบตอน)
นางมาร ตอนที่ 25 - 26
นางมาร ตอนที่ 23-24
นางมาร ตอนที่ 21 - 22
นางมาร ตอนที่ 19 - 20
เครื่องมือจัดการเว็บ
ส่งบทความนี้ต่อ
พิมพ์หน้านี้
ข่าวที่มีผู้ส่งมากที่สุด
แสดงผลหน้าเดียว
จำนวนคนโหวต 6 คน
คุณเห็นด้วยกับข่าว/บทความนี้หรือไม่
เห็นด้วย ไม่เห็นด้วย
เห็นด้วย 6 คน
100 %
ยังไม่มีผู้ไม่เห็นด้วย
0 %
ความคิดเห็นที่ 1 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
กำลังสนุกเชียวค่ะ ขอบคุณนะคะ
อริสอรืส
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความคิดเห็น
1. โปรดงดเว้น การใช้คำหยาบคาย ส่อเสียด ดูหมิ่น กล่าวหาให้ร้าย สร้างความแตกแยก หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
2. ทุกความคิดเห็นไม่เกี่ยวข้องกับผู้ดำเนินการเว็บไซต์ และไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมายได้
3. ทีมงานเว็บมาสเตอร์ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
4. เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
5. ผู้ร่วมแสดงความคิดเห็นสามารถร่วมตรวจสอบข้อความที่ไม่เหมาะสมได้ โดยการกดปุ่ม "แจ้งลบ" หรือส่งอีเมลแจ้งมาที่ cs@astvmanager.com หรือ cs.astvmanager@gmail.com ซึ่งทีมงานจะทำการตรวจสอบ และลบข้อความดังกล่าวโดยเร็วที่สุด หรืออย่างช้าภายใน 3 วันทำการ
เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
แสดงความคิดเห็นเพิ่มเติม
โชว์ภาพผู้ใช้ทุกครั้งที่แสดงความเห็น เพียงเข้าสู่ระบบด้วยบัญชีของเฟซบุก กดที่ปุ่มด้านล่างนี้เลย!

ชื่อ/e-mail ของคุณ : *
 
 *
  กฎกติกาการแสดงความคิดเห็นฉบับเต็ม
 
หนังสือพิมพ์: ASTV ผู้จัดการออนไลน์ | ASTV ผู้จัดการรายวัน | นิตยสารผู้จัดการ 360° | Positioning | ASTV News1
มุม: การเมือง | อาชญากรรม | คุณภาพชีวิต | ภูมิภาค | ต่างประเทศ | มุมจีน | ธุรกิจ | หุ้น | SMEs | Motoring
CyberBiz | วิทยาศาสตร์ | เกม | กีฬา | บันเทิง | Life on Campus | Celeb Online | ท่องเที่ยว | ธรรมะกับชีวิต | Multimedia
เว็บ: Asia Times | บุรพัฒน์ คอมมิคส์ | Mars Magazine | ทะเลไทย | คุยกับเว็บมาสเตอร์ | โฆษณาบนเว็บ
All site contents copyright ©1999-2014