หน้าแรกผู้จัดการ Online | หน้าแรกละครออนไลน์ | ละครออนไลน์
ละครออนไลน์ กุหลาบไฟ

กุหลาบไฟ ตอนที่ 3

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์
21 กรกฎาคม 2556 21:15 น.
หน้าที่แล้ว
1 | 2 | 3 | 4
คลิกที่ภาพเพื่อดูขนาดใหญ่ขึ้น
กุหลาบไฟ ตอนที่ 3

กุหลาบไฟ ตอนที่ 3

กุหลาบไฟ ตอนที่ 3

กุหลาบไฟ ตอนที่ 3

กุหลาบไฟ ตอนที่ 3 (ต่อ)
       

       นพรัชเดินยิ้มออกมาจากห้องไอซียู ไปหาธีรธรกับนิ่มนวลที่นั่งรออยู่
       “ข่าวดีมาก คุณแม่รู้สึกตัวแล้ว และอาการก็ดีขึ้นมาก”
       นิ่มนวลโผเข้ากอดธีรธรด้วยความดีใจ
       “ถ้าบ่ายนี้ไม่มีอะไรผิดคาด ฉันก็จะย้ายคุณป้ากลับไปห้องพิเศษได้เลย”
       “จริงเหรอวะหมอ นี่มันปาฏิหาริย์มากเลยนะ” ธีรธรดีใจ
       นพรัชพยักหน้า
       “ตอนนี้ความดันกับการเต้นของหัวใจ กลับมาทำงานปกติดีทุกอย่าง แถมคุณแม่ยังรู้สึกตัว พูดคุยได้ปกติอีกด้วย”
       “ขอนิ่มเข้าไปเยี่ยมคุณป้าบ้างได้มั้ยคะ”
       “ตอนนี้อย่าเพิ่งเลยครับ รอตอนย้ายเข้าห้องพิเศษทีเดียวดีกว่าเพื่อความชัวร์”
       ธีรธรเข้าไปกอดนพรัช
       “ขอบใจมากนะหมอ ฉันไม่รู้จะตอบแทนแกยังไงจริงๆ”
       นพรัชกระซิบ
       “ฉันคิดว่าคุณไศลาน่าจะเป็นเจ้าของปาฏิหาริย์ตัวจริง”
       
       ชูชิตเดินประคองอรชรที่มีผ้าก๊อซพันหัวอยู่เดินเข้ามาในบ้าน สุทธิพงษ์เดินถือของตามเข้ามาด้วย ชูชิตพาอรชรไปนั่งที่โซฟารับแขก อรชรเอามือจับแผล หน้าตาบอกว่ายังเจ็บอยู่
       “บอกให้นอนโรงพยาบาลดูก่อนก็ไม่เชื่อ มาอยู่บ้านแบบนี้จะไหวมั้ยเนี่ย”
       “ก็อรไม่ชอบนอนโรงพยาบาลนี่ แล้วผลแสกนมันก็ออกมาแล้วว่าไม่เป็นไร”
       ชูชิตบ่นงึมงำ
       “พี่น้องนี่ดื้อเหมือนกันไม่มีผิด”
       อรชรชะงัก
       “พี่ชิตว่าอะไรนะคะ”
       “พี่ว่าอรขึ้นไปพักบนห้องเลยดีกว่า”
       ชูชิตหันไปบอกสุทธิพงษ์
       “เดี๋ยวพงษ์ไปย้ายของมานอนบ้านนี้ชั่วคราวนะ จะได้ช่วยดูแลพี่อรจนกว่าจะหาย ไปตอนนี้เลยก็ได้ เดี๋ยวพี่ดูแลพี่อรเอง”
       สุทธิพงษ์รับปากแล้วเดินออกไป ชูชิตลุกขึ้นประคองอรชรเดินขึ้นบันไดไปข้างบน
       “โอ๊ย...หวังว่าพี่ชิตคงไม่ให้อรเจ็บตัวฟรีหรอกนะคะ”
       
       ดุลยศักดิ์นั่งคุยโทรศัพท์มือถืออยู่ที่โต๊ะทำงาน โน้ตบุ๊คตั้งอยู่ตรงหน้า
       “คราวนี้ช่วยไม่ได้เลยจริงๆ เหรอครับ ผมแค่อยากได้ลูกน้องคืน ให้รอผลสืบสวน ไม่รู้ชาตินี้จะได้หรือเปล่า”
       หน้าจอโน้ตบุ๊คของดุลยศักดิ์มีเสียงเตือนว่ามีอีเมลเข้า เขาคลิกเปิดอ่านอีเมลฉบับนั้น หน้าจอโน้ตบุ๊คเปลี่ยนเป็นรูปถ่ายธีรธรในชุดเครื่องแบบเห็นหน้าชัดเจน
       “คนนี้เหรอครับที่ทำคดีเทพกับคง ยังหนุ่มอยู่เลยนะครับ”
       ดุลยศักดิ์แววตาเป็นประกาย คิดอะไรบางอย่างได้
       
       นพรัชหอบของเยี่ยมพะรุงพะรังมาเยี่ยมไศลาที่ห้อง แต่ไม่เจอก็ตกใจ ไศลาเปิดประตูออกมาจากห้องน้ำพอดี นพรัชรีบวางของเยี่ยมแล้วปรี่ไปช่วยประคอง
       “จะเข้าห้องน้ำทำไมไม่กดเรียกพยาบาลมาช่วยล่ะครับ คุณไศลา”
       “ไศลาไม่เป็นไรแล้วค่ะคุณนพ แค่เพลียไปหน่อยเท่านั้นเอง ตอนนี้เดินเองได้สบายมาก”
       ยังไม่ทันที่นพรัชจะปล่อยมือออกจากตัวไศลา ธีรธรก็เข้ามาพอดีมีของมาเยี่ยมเหมือนกัน ธีรธรเห็นนพรัชประคองไศลาอย่างแนบชิดก็เกิดอาการไม่พอใจ อารมณ์ไม่ค่อยจะดี
       “ขอโทษที่มาขัดจังหวะนะครับ”
       ไศลาหน้าจ๋อย นพรัชสัมผัสอาการไม่พอใจของธีรธรได้
       “ขัดจังหวะอะไรกันวะ ฉันแค่ช่วยประคองคุณไศลาเดินออกจากห้องน้ำ กลัวเธอจะล้มก็แค่นั้นเอง”
       ธีรธรสีหน้าดีขึ้นมาหน่อย แต่ยังฟอร์มอยู่
       “ผมซื้อก๋วยเตี๋ยวต้มยำที่คุณชอบมาให้ กลัวจะเบื่ออาหารโรงพยาบาล”
       ไศลาดีใจ
       “ขอบคุณค่ะ ฉันกำลังหิวอยู่พอดีเลย”
       นพรัชรีบบอก
       “ดีเลยครับ ผมก็เตรียมมาเยอะแยะเลย มีทั้งไก่ดำตุ๋น โจ๊กเป๋าฮื้อ ซูชิ พอร์คช็อปสเต็ก”
       ธีรธรหน้าเหวอ
       “ไอ้หมอ แกไปขนอะไรมามากมาย นี่มันแค่มื้อเที่ยงนะ”
       “ก็ฉันยังไม่รู้ว่าคุณไศลาชอบทานแบบไหนไทย จีน ยุโรป ฉันก็เลยเอามาเผื่อให้เลือก”
       ธีรธรส่ายหัวกับการพยายามทำคะแนนของเพื่อน
       “เป็นหน้าที่ของเธอแล้วไศลา ว่าจะเลือกของใคร”
       ไศลามองธีรธรกับนพรัช ที่กำลังกดดันทางสายตากับเธออยู่แล้วถอนใจ
       “ไศกินข้าวโรงพยาบาลแล้วกันค่ะ สะอาด ปลอดภัย ไร้กังวล”
       นพรัชกับธีรธรหัวเราะขึ้นพร้อมกัน
       “ไอ้ธี ทำไมแกจะต้องให้คุณไศลาเลือกวะ ในเมื่อของมันเยอะขนาดนี้ ฉันว่าเราทุกคนมากินด้วยกันดีกว่า กินหลายๆ คนสนุกดี”
       “ไอ้หมอ...วันนี้ความคิดแกเข้าท่ามาก เรามาเริ่มกันเลยดีกว่า ฉันหิวแล้ว”
       “งั้นเดี๋ยวไศเอาอาหารไปจัดใส่จานให้นะคะ”
       ธีรธรรีบห้าม
       “คุณเป็นคนป่วยไม่ต้องทำอะไรหรอก เดี๋ยวผมกับไอ้หมอจัดการเอง”
       สองหนุ่มเดินไปจัดการเทอาหารใส่จาน นพรัชกระซิบ
       “แล้วน้องนิ่มไม่มากินด้วยกันเหรอ”
       “ชวนแล้วเขาไม่ยอมมา ฉันเลยพาไปกินเรียบร้อยแล้วถึงได้มานี่...ไม่งั้นไม่ช้ากว่าแกหรอก”
       ไศลามองสองหนุ่ม ที่กุลีกุจอช่วยกันจัดอาหารอย่างอารมณ์ดี
       
       นาถสุดาแต่งหน้าเตรียมออกไปทำงาน โทรศัพท์มือถือส่งเสียงข้อความเข้า เธอหยิบขึ้นมาอ่านข้อความ
       “เจอกันเย็นนี้ที่บ้าน”
       นาถสุดาเบ้หน้าอย่างเบื่อหน่ายไม่อยากไป เสียงเคาะประตูห้องดังรัวขึ้น
       “นั่นใคร”
       “ฉันเอง เจ้าของบ้าน”
       นาถสุดาเดินไปเปิดประตูห้อง ชูชิตเข้ามาในห้องแล้วปิดประตู
       “รู้เรื่องแล้วสินะ” นาถสุดาถามเรียบๆ
       “ทำไมถึงต้องทำร้ายอรชรขนาดนั้น”
       “แล้วทำไมไม่ถามมันดูล่ะ”
       ชูชิตโกรธเข้ามาจับไหล่นาถสุดา
       “เธอไม่มีสิทธิทำร้ายคนในบ้านนี้เข้าใจมั้ย”
       นาถสุดากระชากตัวเองออกจากมือเขา
       “ฉันก็ไม่ได้อยากจะมีปัญหานะ ถ้ามันไม่แส่วิ่งมาหาเรื่องฉันก่อน”
       “ต่อจากนี้ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ถ้าเธอมีปัญหากับคนในบ้านฉันอีก ก็ขนของกลับไปได้เลย อย่าคิดว่าฉันจะกลัวเธอนะ ไอ้เทพ ไอ้คงมันก็ไม่มาคอยอยู่ช่วยแล้วแบบนี้ ยิ่งง่ายใหญ่”
       นาถสุดาได้ยินชูชิตพูดถึงเทพก็โมโห
       “นายคิดว่าฉันอยากอยู่ที่นี่นักเหรอ ก็ดีนะ ฉันก็อยากรู้เหมือนกันว่าถ้าฉันไปบอกนายว่าขอย้ายออกเพราะนายไล่ ใครมันจะเดือดร้อนมากกว่ากัน”
       ชูชิตยิ้มหยัน
       “แล้วถ้านายใหญ่รู้เรื่องของเธอกับไอ้เทพล่ะ ใครมันจะเดือดร้อนมากกว่ากัน”
       ชูชิตหัวเราะด้วยความสะใจ นาถสุดาอึ้งไป
ไศลา ธีรธร นพรัชนั่งกินข้าวกันอย่างเอร็ดอร่อย
       “อาการคุณป้าเป็นยังไงบ้างคะ” ไศลาเอ่ยถาม
       “ดีขึ้นมากเลยครับ เดี๋ยวบ่ายนี้ก็คงย้ายเข้าห้องพิเศษได้แล้ว” นพรัชยิ้มแย้มบอก
       ไศลาดีใจมาก
       “ยินดีด้วยนะคะคุณธี”
       “ขอบคุณมากครับ”
       ธีรธรสบตากับไศลาอย่างสื่อความรู้สึกดีๆ ถึงกัน นพรัชแปลกใจ
       “เอ่อ...ไม่ทราบว่าคุณไศลาทำยังไงครับ คุณป้าถึงได้ อาการดีขึ้นแบบนี้”
       “ไม่ได้ทำอะไรนี่คะ ไศลาแค่สวดมนต์ นั่งสมาธิแผ่เมตตาให้เจ้ากรรมนายเวรคุณป้าเท่านั้นเอง”
       นพรัชจะถามต่อ ก็พอดีมีเสียงประกาศในโรงพยาบาลดังขึ้น
       “นายแพทย์นพรัช เชิญที่แผนกผู้ป่วยฉุกเฉินด้วยค่ะ...นายแพทย์นพรัช เชิญที่แผนกผู้ป่วยฉุกเฉินด้วยค่ะ”
       “งานเข้าซะงั้น ผมขอตัวก่อนนะครับคุณไศลา ธี ฉันไปก่อนนะ เดี๋ยวเจอกัน”
       นพรัชยกแก้วน้ำขึ้นดื่มแล้วรีบออกจากห้องไป
       “ผมอยากให้คุณเล่าให้ผมฟังว่าคุณหายไปไหนมา เอาตั้งแต่วันที่ออกจากบ้านผมไปเลยนะ” ธีรธรถามขึ้น เมื่อยู่กันตามลำพัง
       “เรื่องนั้นไว้ค่อยคุยกันนะคะ ตอนนี้ที่คุณต้องรู้คือนายเทพอยู่ที่บ้านฉัน และยินดียอมเป็นพยานให้เรา คุณต้องรีบพานายไปเทพไปอยู่ในที่ปลอดภัยก่อนที่พวกชูชิตจะรู้”
       ธีรธรรีบหยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดโทรออก
       “จ่านิดเหรอ ตอนนี้อยู่ไหน”
       
       เย็นนั้น ดุลยศักดิ์นั่งรอที่โต๊ะอาหารที่จัดไว้พร้อมแล้ว จิบไวน์อย่างใจเย็น นาถสุดารีบเข้ามา
       “ขอโทษด้วยค่ะนาย ที่นาถมาช้า งานเพิ่งจะเสร็จ”
       “ไม่เป็นไร ฉันเข้าใจว่าทำงาน นั่งสิ”
       นาถสุดานั่งลง
       “นายเรียกนาถมาวันนี้มีธุระอะไรเหรอคะ”
       “ไม่กินข้าวกันก่อนแล้วค่อยคุยเหรอ”
       “ช่วงนี้กำลังลดน้ำหนักค่ะนาย”
       ดุลยศักดิ์ส่ายหัว
       “ไม่เห็นจะอ้วนตรงไหน พวกผู้หญิงนี่ห่วงสวยมากกว่าปากท้องจริงอีกนะ”
       ดุลยศักดิ์หยิบมือถือขึ้นมาส่งรูปเข้ามือถือของนาถสุดา มือถือของเธอส่งเสียงเตือนว่ามีข้อความเข้า เธอหยิบมือถือขึ้นมากดดู รูปธีรธรปรากฏขึ้นมา
       “นี่คือ ร้อยตำรวจเอกธีรธร สุริยาฉาย เป็นคนดูแลคดีที่เทพหายตัวไป เป็นไง หล่อมั้ย”
       นาถสุดาแอบสะเทือนใจที่ได้ยินชื่อเทพ
       “ก็หน้าตาดีนะคะ แต่นายดูดีกว่าเยอะค่ะ”
       ดุลยศักดิ์หัวเราะพอใจ
       “หน้าที่ของเธอคือหาทางเข้าหาไอ้หน้าอ่อนนี่ แล้วสืบความคืบหน้าของคดีเทพให้ฉันรู้”
       “ได้เลยค่ะนาย นาถจะไม่ทำให้นายผิดหวัง”
       ดุลยศักดิ์พยักหน้าด้วยความพอใจ นาถสุดามีความหวังขึ้นมาว่าเทพจะหายเป็นปกติ
       
       ค่ำนั้น เทพเพิ่งอาบน้ำเสร็จ กำลังจะแต่งตัว ก็ได้ยินเสียงคนแก่ข้างบ้านร้องขอความช่วยเหลือ เขาตั้งใจฟังจนแน่ใจแล้วก็รีบหยิบปืนแล้วรีบวิ่งออกไปช่วย
       นักเลงโต๊ะบอล 2 คนกำลังรื้อของในบ้านกระจุยกระจาย นักเลงคนหนึ่งยกปืนจ่อไปที่ตัวลุงแก่เจ้าของบ้านที่หมอบตัวสั่นด้วยความกลัวอยู่ที่พื้น เทพแอบเข้าไปในบ้านอย่างเงียบๆ แอบดูเหตุการณ์อยู่ที่หน้าต่าง
       “อะไรวะ บ้านออกใหญ่โต ทำไมไม่มีของมีค่าอะไรเลยวะเนี่ย”
       นักเลง เข้าไปกระชากคอลุงเจ้าของบ้านที่โดนซ้อมตาบวมปูด เลือดกบปากขึ้นมาจากพื้น
       “บอกมาเดี๋ยวนี้ว่าซ่อนเงินกับทองไว้ที่ไหน”
       “ก็บอกแล้วไงว่าไม่มี ตั้งแต่ลูกข้าไปเข้าแก๊งกับพวกเอ็ง มันก็เอาของในบ้านไปขาย เอา เงินไปเล่นบอลลงบ่อนของพวกเอ็งหมดแล้ว ยังจะมาเอาอะไรกับข้าอีก”
       “โกหก ก็ลูกชายแกยังบอกอยู่ว่ายังมีอยู่ในเซฟอีกเป็นล้าน บอกมาเดี๋ยวนี้ว่าเอาไว้ที่ไหน”
       ลุงไม่ยอมตอบ เทพแอบหาทางเข้าไปในบ้าน นักเลงคนหนึ่งจับลุงล็อคไว้ อีกคนเข้ามาต่อยที่หน้าลุงชุดใหญ่จนตัวงอ กระอักเลือด
       “ทำเป็นหัวหมอส่งลูกหนีไปเมืองนอก คิดเหรอว่าทุกอย่างมันจะจบ”
       นักเลงพยักหน้าให้เพื่อนต่อยเข้าที่หน้าของลุงอีกชุดใหญ่จนหน้าบวมปูดไปหมด ปากแตกเลือดไหลย้อย แต่ยังไม่ยอมพูดอะไร เทพเข้าไปชาร์จตัวนักเลงแล้วแย่งปืนมาได้
       “ปืนปลอมนี่หว่า ไอ้พวกกระจอกเอ๊ย”
       เทพเอาด้ามปืนฟาดเข้าที่หน้าของนักเลงไปมาจนมันมึนทรุดลงไปกองที่พื้น นักเลงอีกคน กระโดดเข้ามาล็อคคอจากข้าง เทพเอาหลังกระแทกกำแพงจนมันร่วงลงมาที่พื้น นักเลงคนแรกลุกขึ้นหยิบแจกันจะฟาดที่หลัง เทพหลบอย่างเร็ว นักเลงคนนั้นเลยไปทุ่มแจกันใส่เพื่อนจนสลบเหมือด นักเลงเห็นเพื่อนสลบแล้วจึงเปลี่ยนใจวิ่งหนีออกไปอย่างรวดเร็ว เทพวิ่งตามออกไป...นักเลงวิ่งหนีออกไปทางหน้าบ้านจับถังขยะหน้าบ้านใส่เทพเพื่อประวิงเวลาหนี เทพกระโดดหลบได้แล้วรีบวิ่งตามต่อจนถึงหน้าบ้านไศลา จ่านิดขับรถมาจอดหน้าบ้านพอดี
       จ่านิดลงจากรถพุ่งตัวมาชาร์จเทพที่วิ่งอยู่จนล้มนอนไปกับพื้นด้วยกัน
       “หยุดเดี๋ยวนี้นะเทพ ไหนว่ากลับตัวเป็นคนดี”
       “จับผมทำไมล่ะคุณตำรวจ ตามไอ้นั่นไปเร็ว มันเป็นคนร้าย” เทพโวยวาย
       
       ค่ำนั้น ธีรธรเดินผ่านร้านหนังสือ ในมือของเขาถือถุงของชำมาด้วย เขาหยุดเลือกหยิบดูหนังสือพิมพ์ มีวัยรุ่นยืนอยู่ข้างๆ ขณะที่ร่างเป็นกลุ่มควันของโยคีศิลาดำ น้องชายของนักพรตเมฆขาว ซึ่งเป็นศิษย์อาจารย์เดียวกัน มีวิชาอาคมที่แก่กล้าไม่ต่างกัน แต่เลือกที่จะเดินคนละเส้นทาง โดยเลือกที่จะมาทำงานให้กับดุลยศักดิ์ ยืนมองธีรธรอยู่ในมุมมืดไม่ไกลออกไปนัก
       ธีรธรหยิบกระเป๋าสตางค์ ออกมาจะจ่ายค่าหนังสือพิมพ์ วัยรุ่นชำเลืองมองดูสตางค์ในกระเป๋าเห็นธีรธรเอากระเป๋าสตางค์เหน็บใส่กระเป๋าหลังกางเกงแบบหลวมๆ แล้วเดินไปยังรถของตัวเองที่จอดอยู่ริมถนนหน้าร้านหนังสือ วัยรุ่นเดินตามไป ขณะที่ธีรธรหันหลังเปิดกระโปรงรถเก็บของ วัยรุ่นคนนั้นกลายเป็นคนร้ายทันทีเขาเข้ามาเดินชนแล้วดึงกระเป๋าออกไปจากด้านหลังกางเกง ธีรธรสู้สึกตัว จับกระเป๋าสตางค์ด้านหลัง เขาหันไปเรียกเด็กวัยรุ่นที่ทำเป็นเดินเฉย
       “ไอ้น้อง”
       คนร้ายหันมาเห็นว่าธีรธรรู้ตัวแล้ว เขาวิ่งหนี ธีรธรวิ่งตามไปทันที...คนร้ายวิ่งหนีสุดชีวิต เลี้ยวเข้าไปในตรอกสุดซอย เขาหาทางไปต่อไม่ได้ จะวิ่งย้อนกลับมาที่เดิมก็พบว่าโยคีศิลาดำเดินนิ่งเข้ามาขวางทางเข้าไว้
       “พี่เป็นใคร เกี่ยวอะไร”
โยคีศิลาดำเปิดหน้าให้เห็นชัดเจน คนร้ายวิ่งเข้าไปต่อย แต่ปรากฏว่าวืดไป โยคีศิลาดำหายไปอยู่ด้านหลัง มันหันไปจะต่อยอีก แต่โยคีศิลาดำนิ่งมองส่ายหน้าแบบเอือมระอา คนร้ายรู้แล้วว่าเจอคนไม่ธรรมดา มันจะวิ่งหนีก็ปรากฏว่าโยคีศิลาดำ ดักหน้าไว้แล้วเข้ามาจ้องตาคนร้ายร่างของมันก็ทรุดลงไปกอง ก่อนที่จะสลายกลายเป็นฝุ่นไป โยคีศิลาดำรู้สึกถึงพลังที่เพิ่มขึ้น เขากลายร่างเป็นคนร้ายแทน ธีรธรวิ่งเลี้ยวเข้ามาพลางหอบ
       “อยู่นี่เอง วิ่งหาซะ...”
       คนร้ายนิ่งมองธีรธร ตาแดงกล่ำ ต่างจากเมื่อครู่ลิบลับ
       “เอากระเป๋าคืนมาเหอะ บัตรเพียบเลย ขี้เกียจแจ้งหาย” เขามองคนร้ายรู้สึกว่าเปลี่ยนไป จึงเลิกชายเสื้อให้เห็นกุญแจมือ “พี่ออกเวรอยู่ จะรีบกลับไปโรงพยาบาล”
       คนร้ายเดินรี่เข้ามาท่าทางเอาเรื่อง
       “เสียอนาคตเปล่าๆ...”
       ธีธรพูดยังไม่ทันขาดคำ เขาก็โดนคนร้ายพุ่งเข้ากระแทก จนกุญแจมือหลุดลงพื้น
       “ไอ้น้อง...”
       ธีรธรเข้าไปจะเล่นงานแต่ปรากฏว่า เขาไม่สามารถทำอะไรได้ คนร้ายมีเรี่ยวแรงมหาศาล เหวี่ยงเขาปลิวไป แล้วพุ่งเข้าไปต่อยท้อง คนร้ายก้มเก็บกุญแจมือที่หล่นอยู่ ธีรธรเข้าไปล็อคเอวมันจากด้านหลัง แว่บนึงร่างคนร้ายในอ้อมแขนกลายเป็นโยคีศิลาดำ ธีรธรตกใจ ยกร่างมันทุ่มหงายท้องคอมันกระแทกพื้นดังกร๊อบ ร่างนั้นมองเห็นเป็นคนร้ายอีกครั้ง ธีรธรหอบแฮ่ก ขยี้ตาตัวเอง
       “เมื่อกี๊มันอะไรวะ”
       ธีรธรหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นกด ร่างคนร้ายที่นอนนิ่งอยู่ด้านหลังเริ่มขยับตัว เขายังไม่เห็น
       “จ่านิดเหรอ มารับตัวผู้ต้องหาไปสอบที...ผมต้องรีบกลับไปโรงพยาบาลอีก”
       แล้วสัญญาณโทรศัพท์ก็ติดๆขัดๆ เมื่อร่างคนร้ายลุกขึ้นมายืนด้านเหลังธีรธร คอวัยรุ่นเอียงพับ
       “แค่นี้ก่อนจ่า เดี๋ยวโทรกลับ”
       ธีรธรหันกลับไป เห็นสภาพคนร้าย ไม่น่าเชื่อว่ามันจะลุกขึ้นยืนได้อีก
       “ไอ้น้อง...”
       คนร้ายเสียงเป็นโยคีศิลาดำ
       “เราต้องได้เจอกันอีกแน่”
       “เรื่องอะไรวะ”
       คนร้ายไม่ตอบร่างชักกระตุกสั่นงั่กๆ แล้วก็ล้มลงแน่นิ่งไป ธีรธรได้แต่ยืนงง กลืนน้ำลายเอื๊อก ไม่รู้ว่ามันเกิดอะไรขึ้น
       
       ดุลยศักดิ์นั่งนิ่งอยู่ภายในห้อง รอการมาของใครคนหนึ่งอยู่ แล้วนาถสุดาก็เดินเข้ามา
       “เรียกมาด่วนแบบนี้ คงมีเรื่องแน่ๆ”
       “ฉันอยากให้เธอไปรับคนๆนึง...เขาจะมาช่วยงาน”
       “สำคัญยังไง ถึงขนาดต้องไปรับ”
       “เขามาเองก็ได้ แต่มันจะเป็นการไม่ให้เกียรติเขา”
       นาถสุดานิ่งฟัง
       “กายทิพย์ของเขามาถึงแล้ว เธอช่วยไปรับกายหยาบเขามาที”
       นาถสุดาพอจะรู้แล้ว
       “หรือว่า...”
       ดุลยศักดิ์พยักหน้า
       “อาจารย์ของเธอไง”
       นาถสุดาหวั่นๆ
       “โยคีศิลาดำ”
       “เราไม่ต้องกลัวใครอีกแล้ว”
       นาถสุดามีแววหวั่นใจ อย่างลูกศิษย์กลัวอาจารย์...
       
       ในห้องคนไข้ นพรัชตรวจอาการของวงทอง โดยมีธีรธร และนิ่มนวลรอฟังผล
       “อาการของคุณแม่ดีขึ้นมากเลยนะครับ ตอนนี้ไม่พบความผิดปกติอะไรแล้ว”
       “ให้แม่กลับบ้านได้หรือยังลูก แม่อยากกลับบ้าน” วงทองถามอย่างอยากกลับบ้านเต็มที่
       นพรัชจับมือของวงทองอย่างอ่อนโยน
       “ถ้าอีกสองวันคุณแม่อาการยังดีขนาดนี้ ผมให้คุณแม่ กลับบ้านได้เลยครับ”
       วงทองยิ้มด้วยความดีใจที่ได้กลับบ้าน ธีรธรถือจานผลไม้เข้ามาให้แม่
       “ทานผลไม้ซะหน่อยนะครับคุณแม่”
       ธีรธรป้อนผลไม้ให้แม่อย่างมีความสุข
       
       ตำรวจ 2 นายคุมตัวนักเลงสองคนขึ้นรถที่จอดอยู่ เทพกับจ่านิดช่วยกันประคองลุงข้างบ้านขึ้นรถพยาบาล
       “ขอบใจมากนะพ่อหนุ่ม ที่ช่วยชีวิตลุงไว้” ลุงมองเทพอย่างซึ้งใจ
       “ไม่เป็นไรครับลุง ขอให้ลุงหายไวๆ นะครับ”
       ลุงพูดกับจ่านิด
       “คุณตำรวจอย่าจับพ่อหนุ่มนะครับ คนร้ายจริงๆ คือไอ้สองคนนั้น ถ้ามีอะไร ติดต่อผมได้เลยนะครับ”
       จ่านิดตะเบ๊ะ
       “ขอบคุณมากครับ”
       รถพยาบาลขับพาลุงออกไป
       “ตอนแรกฉันก็ไม่เชื่อว่านายเทพจะกลับตัวได้จริง แต่พอมาเจอแบบนี้แล้ว...ดีใจด้วยนะ”
       จ่านิดตบบ่าให้กำลังใจเทพ

หน้าที่แล้ว
1 | 2 | 3 | 4
ข่าวล่าสุด ในหมวด
กุหลาบไฟ ตอนที่ 11 (ต่อ)
กุหลาบไฟ ตอนที่ 10
กุหลาบไฟ ตอนที่ 9
กุหลาบไฟ ตอนที่ 8
กุหลาบไฟ ตอนที่ 7
เครื่องมือจัดการเว็บ
ส่งบทความนี้ต่อ
พิมพ์หน้านี้
ข่าวที่มีผู้ส่งมากที่สุด
แสดงผลหน้าเดียว
จำนวนคนโหวต 7 คน
คุณเห็นด้วยกับข่าว/บทความนี้หรือไม่
เห็นด้วย ไม่เห็นด้วย
เห็นด้วย 7 คน
100 %
ยังไม่มีผู้ไม่เห็นด้วย
0 %
คุณสามารถแสดงความคิดเห็นผ่านบัญชีของเฟซบุกได้แล้ววันนี้ กดที่ปุ่มด้านล่างนี้เลย!

 
หนังสือพิมพ์: ASTV ผู้จัดการออนไลน์ | ASTV ผู้จัดการรายวัน | นิตยสารผู้จัดการ 360° | Positioning | ASTV News1
มุม: การเมือง | อาชญากรรม | คุณภาพชีวิต | ภูมิภาค | ต่างประเทศ | มุมจีน | ธุรกิจ | หุ้น | SMEs | Motoring
CyberBiz | วิทยาศาสตร์ | เกม | กีฬา | บันเทิง | Life on Campus | Celeb Online | ท่องเที่ยว | ธรรมะกับชีวิต | Multimedia
เว็บ: Asia Times | บุรพัฒน์ คอมมิคส์ | Mars Magazine | ทะเลไทย | คุยกับเว็บมาสเตอร์ | โฆษณาบนเว็บ
All site contents copyright ©1999-2014