โดมทอง ตอนที่ 16**แก้ไข

โดย MGR Online   
22 กรกฎาคม 2556 20:36 น.
1 | 2 | 3 | 4  | หน้าถัดไป
โดมทอง ตอนที่ 16**แก้ไข
        หมายเหตุ : ตัวหนังสือสีแดงคือ เรื่องราวที่เพิ่มเข้ามาใหม่
       
       โดมทอง ตอนที่ 16
       
       ขณะนั้น อดิศวร์กำลังยืนสั่งการ และควบคุมคนงานที่ตรวจดูตามบริเวณต่างๆ ในโรงเก็บรถม้า
       
       “ตรวจดูให้ทั่ว ทั้งผนังทั้งพื้น ...”
       สมซึ่งตรวจมาจนถึงพื้นใต้รถม้าชะงัก เมื่อใช้มือลูบไปเจอผ้าหน้า มีฝุ่นหนาเขรอะปูทับอยู่
       “มาดูตรงนี้ซิครับ คุณลบ”
       “ช่วยกันเลื่อน! รถม้านี่ออกไปก่อน”
       คนงานมาช่วยกัน เลื่อนรถม้าออกไป เผยให้เห็นเป็นผ้าผืนใหญ่พอสมควรคลุมพื้นอยู่ สมค่อยๆ พับผ้า แล้วยกออกอย่างระมัดระวัง เพราะเต็มไปด้วยฝุ่นจับค่อนข้างหนา
       อดิศวร์ทรุดตัวลงเคาะพื้นบริเวณนั้น เสียงดังเหมือนเป็นพื้นโปร่งๆ ไม่ใช่พื้นปูนอัดแน่นเช่นพื้นที่บริเวณอื่น อดิศวร์ลุกขึ้น แล้วสั่งคนงาน
       “ช่วยกันงัดออกซิ”
       คนงานช่วยกันงัดไม้ออกตามคำสั่ง
       สีหน้าแต่ละคนเต็มไปด้วยความสลดหดหู่ใจ เมื่อเห็นโครงกระดูก ซึ่งน่าจะเป็นของท่านเจ้าคุณ เจ้าพระยาสรรักษ์ไกรณรงค์ จมฝุ่นอยู่ใต้นั้น ด้วยมีของใช้ประจำตัวท่านถูกโยนลงมาฝังด้วย
       อุษาสุดกลั้น น้ำตาไหลอย่างอาดูร “โถ...คุณปู่”
       อดิศวร์ทรุดตัวลง ทุกคนทรุดตาม แล้วอดิศวร์ก็ก้มลงกราบ
       “อุษา...ไปจุดธูปให้พี่ดอกหนึ่ง...แล้วก็หาผ้าขาวสะอาดๆ มารองกระดูกคุณปู่ด้วย”
       “ค่ะ” อุษาลุกเดินออกไปทั้งน้ำตา
       “สม....ให้ใครไปสั่งหีบศพอย่างดีมาให้เท่ากับจำนวนโครงกระดูกทั้งหมด”
       “ครับ...” สมเดินออกไป
       “คนที่เหลือ แบ่งกันทำความสะอาดในนี้ แล้วก็ห้องบนยอดโดมด้วย”
       “ครับ”
       คนงานขานรับพร้อมเพรียง คนงานส่วนหนึ่งแบ่งกันไปที่ยอดโดม อีกส่วนหนึ่งช่วยกันหาเครื่องไม้เครื่องมือมาทำความสะอาดโรงเก็บรถม้า
       
       ท่านผู้หญิงสรรักษ์ยืนอยู่ที่หน้าต่างอีกด้าน ทอดสายตามองลงไปข้างล่าง เห็นบรรดาคนงานเดินเข้าออกกันวุ่นวาย
       ท่านผู้หญิงยิ้มเยาะนิดๆ เหมือนจะเย้ยหยันแล้วหันกลับมาช้า แต่แล้วต้องสะดุ้ง เมื่อเห็นท่านเจ้าคุณยืนอยู่ในเงามืดของมุมห้อง เป็นภาพรางๆ มองทะลุไปเห็นผนังห้องได้ สีหน้าแววตาของเจ้าคุณมองมาอย่างเย็นชา
       ท่านผู้หญิงตัวแข็งทื่อ ยังคงยืนตะลึงมอง โดยท่านเจ้าคุณยังคงยืนมองมาอย่างเย็นชา
       ท่านผู้หญิงค่อยๆ แสยะยิ้มออกมา หลังจากทิฐิเข้ามาครอบงำอีกครั้ง
       “มัวแต่มองอะไรล่ะ ไปผุดไปเกิดซะไป๊ นังพลับพลึงชู้รักมันรออยู่แล้วนี่ อ้อ ดิฉันก็ลืมไป ท่าทางจะยังพากันไปเสวยสุขไม่ได้เพราะต้องแวะไปปีนต้นงิ้วในนรกก่อน” หญิงชราพยักหน้าเย้ยหยัน “แล้วก็คงจะต้องปีนขึ้นปีนลงอยู่นานทีเดียว...อาจจะนานชั่วกัปชั่วกัลป์ ... สมน้ำหน้า”
       ท่านเจ้าคุณมีสีหน้าเหมือนรู้สึกเวทนา แล้วค่อยๆ เลือนหายไปกับผนังห้อง ท่านผู้หญิงมีสีหน้าทั้งเย้ยทั้งหยัน
       “ขอให้ปีนกันให้สนุกนะเจ้าคะ...เจ้าคุณพี่เจ้าขา”
       ท่านผู้หญิงหัวเราะในลำคอ
       ขณะเดียวกัน อุษาเดินน้ำตาไหลพรากเข้ามาในบ้าน ขณะที่แสงซึ่งกำลังซุบซิบกับโอบอ้อมอยู่ในบริเวณนั้น หันมามอง
       โอบอ้อมพยักเพยิดให้แสงแขหันไปดู
       แสงแขหันมา “อ้าว นั่นกันแสงโศกเศร้าเรื่องอะไรอีกล่ะ”
       อุษาไม่พูดไม่จา เดินร้องไห้ออกไป
       แสงแขยักไหล่พรืด “ไม่พูดก็อย่าพูด”
       “สงสัยจะพบกระดูกใครอีกมั้งคะ”
       “คราวนี้คงเป็นกระดูกหมากระดูกแมวละมั้ง” แสงแขพูดในท่าทีเย้ยหยัน พลางบอก “...แกไปสืบดูซิ”
       “ไปเดี๋ยวนี้เลยค่ะ”
       โอบอ้อมเดินออกไปจากที่นั้นทันที
       
       ฝ่ายอุษาเดินเข้ามาในครัว แล้วทรุดตัวลงนั่งกับพื้นอย่างหมดแรง ภาพโครงกระดูกท่านเจ้าคุณผุดขึ้นมาในห้วงความคิด พอภาพเลือนหาย อุษาส่ายหน้าน้ำตาไหลพราก
       “โถ ... คุณปู่ขา ... ใครช่างทำกับคุณปู่ได้”
       ภาพท่านผู้หญิงผุดซ้อนเข้ามาอีก อุษารู้คำตอบ ทอดถอนใจยาว
       “ความรักที่กลับกลายเป็นความแค้นมันร้ายกาจอย่างคาดไม่ถึงจริงๆ”
       สีหน้าอุษาเต็มไปด้วยความเศร้าสลดใจ
       
       ด้านแสงแขรีบทำหน้าตาตื่น เดินตรงเข้ามาหาที่อดิศวร์ซึ่งเพิ่งเดินเข้าบ้านมา
       “แขเห็นพี่อุษาเดินร้องไห้เข้ามา...ถามก็ไม่บอก...เกิดอะไรขึ้นหรือคะ”
       “พบโครงกระดูกคุณปู่ฝังอยู่ใต้พื้นโรงเก็บรถม้า”
       “ตายจริง ก่อนหน้านี้ก็พบโครงกระดูกคุณย่าน้อยในห้องใต้ยอดโดม...นี่มันเกิดอะไรขึ้น”
       อดิศวร์ไม่ตอบ เดินไปเลย จะไปห้องท่านผู้หญิง แสงแขรีบตามไป
       
       อดิศวร์เดินมาจนถึงหน้าห้องย่า โดยมีแสงแขเดินแกมวิ่งมาติดๆ
       อดิศวร์หยุด หันมาบอก “ไม่ต้องเข้ามา”
       แสงแขทำเสียงแผ่วเบาให้เข้ากับสถานการณ์ “ค่ะ”
       อดิศวร์เปิดประตูเดินเข้าไปแล้ว แสงแขเหยียดยิ้มบ่นพึมพำ
       
       “โหดได้ใจจริงๆ เลยค่ะ คุณย่า”

โดมทอง ตอนที่ 16**แก้ไข
        อดิศวร์ปิดล็อคประตู แล้วหันกลับเดินมาที่เตียง ท่านผู้หญิงทำเป็นนอนห่มผ้านวมเหมือนเจ็บหนัก หลับตา อดิศวร์ลากเก้าอี้มานั่งข้างเตียง
       
       “คุณย่าครับ”
       ท่านผู้หญิงยังคงหลับตา
       “ผมรู้ว่า คุณย่าไม่ได้หลับ”
       ท่านผู้หญิงยังทำเป็นหลับอยู่อย่างนั้น
       อดิศวร์แตะแขนเรียกเบาๆ “คุณย่า”
       ท่านผู้หญิงสรรักษ์ ทำเป็นลืมตาขึ้นมามอง ท่าทีอ่อนระโหย “ลบหรือลูก...ย่าปวดหัวเหลือเกิน”
       อดิศวร์ไม่สนใจ “ผมพบวิรงรองถูกขังอยู่ในห้องใต้โดมกับโครงกระดูกของคุณย่าน้อยพลับพลึง”
       ท่านผู้หญิงตีหน้าตาย “อ้าว .... ทำไมถึงขึ้นไปอยู่บนนั้นได้ล่ะ”
       อดิศวร์จ้องหน้าย่าเขม็ง “แล้วผมก็พบโครงกระดูกคุณปู่ถูกฝั่งอยู่ใต้พื้นในโรงเก็บรถม้า”
       “อ้าว! นี่ก็เล่นพิเรนทร์ลงไปอยู่ที่นั่นได้ยังไง! ว่าแต่ลบแน่ใจเรอะ ว่าใช่ คุณปู่กับนังพลับพลึง! อาจจะมีพวกโจรห้าร้อยหกร้อยไปปล้นฆ่าคนมา แล้วเอาศพมาฝัง...”
       อดิศวร์พูดแทรกขึ้นทันที “ยิ่งกว่าแน่ใจอีกครับ”
       “งั้นก็ดีแล้ว จะได้เลิกตามหากันเสียที”
       “คุณย่าครับ...” อดิศวร์กลั้นใจสุดๆ
       “หือ....”
       อดิศวร์เลื่อนตัวลงมาจากเก้าอี้แล้วก้มกราบ “ผมกราบขอประทานโทษ...คุณย่าทราบเรื่องนี้มาตลอดเวลาใช่ไหมครับ”
       ท่านผู้หญิงชักหงุดหงิด “ฉันจะไปตรัสรู้ได้ยังไง”
       “เพราะคุณย่าเป็นคนสั่งการไงครับ” อดิศวร์บอก
       ท่านผู้หญิงผุดลุกขึ้นทันที “ตาลบ! นี่แกหาว่าฉันเป็นฆาตกรฆ่าคนพวกนั้นเรอะ! ก็เอาซิ! ถ้าคิดอย่างนั้นละก็...พาตำรวจมาลากคอฉันไปเข้าคุกเลย!..ให้มันตายในคุกสะใจไปเลย”
       อดิศวร์เสียงอ่อนลง “ผมแค่ถามคุณย่า...”
       “แกกล่าวหา ไม่ได้ถาม ก็ดีเหมือนกัน ชีวิตฉันไม่มีอะไรเหลือแล้ว ผัวก็ทรยศ น้องก็เนรคุณ แล้วนี่หลานที่ป้อนข้าว
       ป้อนน้ำมากับมือ เฝ้าถนอมกล่อมเกลี้ยงก็อกตัญญูอีก ฉันตายก็อย่ามาเผา...จำใส่หัวเอาไว้เลย”
       อดิศวร์นิ่งไป ท่านบีบน้ำตาร้องไห้สะอึกสะอื้น ผู้เป็นหลานมองย่าอยู่อึดใจหนึ่ง แล้วลุกเดินออกไปเงียบๆ
       ท่านผู้หญิงหยุดสะอื้น เหลือบตามองตาม พร้อมกับยิ้มเยาะ
       
       ขณะที่ท่านผู้หญิงกำลังนอน ดวงตาจับจ้องมองที่เพดาน มือวางบริเวณท้องขยับเคาะนิ้วอย่างใช้ความคิด เสียงเคาะประตูเบาๆ ท่านผู้หญิงรีบเปลี่ยนอิริยาบถเป็นนอนตะแคงหลับหันหลังให้ ด้วยคิดว่าเป็นอดิศวร์
       แสงแขเข้ามาแล้วทรุดตัวลง ยื่นหน้าไปใกล้ๆหู
       “คุณย่าคะ”
       ท่านผู้หญิงสะดุ้งเฮือก แล้วลุกขึ้นนั่ง แสงแขหัวเราะขบขันกับสีหน้าท่าทางนั้น ท่านผู้หญิงฉุนจัด ตบหน้าที่กำลังหัวเราะนั้นฉาดใหญ่
       “นี่แน่ะ”
       “โอ๊ย คุณย่า! …ตบหน้าแสงทำไมเนี่ย”
       “ก็อยากลอยหน้าน่าตบทำไมล่ะ นี่ถ้าเป็นสมัยก่อนละก็ ...ถูกเฆี่ยนจนหลังลายไปแล้ว”
       “อ๋อ...แล้วนึกว่าแขจะยอมหรือคะ แขไม่ใช่คุณย่าน้อยพลับพลึงนี่”
       “ไสหัวไป๊” ท่านผู้หญิงแผดสียงตะเพิด
       “เขาพบกระดูกคุณปู่แล้วนะคะ...คุณลบมาบอกแล้วใช่มั้ยล่ะ...แขเห็น”
       “ออกไป”
       “คุณย่าทำได้ไงเนี่ย”
       “ออกไป๊”
       “ถามจริง...ยังเหลือกระดูกใครอีกมั้ยคะ”
       “อีแสงแข ออกไป๊” ท่านผู้หญิงเสียงดังลั่น
       ประตูเปิดออก อุษารีบเข้ามา
       “อะไรกันคะ คุณย่า”
       “เอาอีนังนี่ออกไปที”
       “แสงแข ออกไปกับพี่”
       แสงแขยิ้มเยาะ “แขไปก่อนนะคะ ... แล้วว่างๆ จะเข้ามาอยู่เป็นเพื่อนใหม่”
       “ออกไป! ฉันไม่อยากเห็นหน้าแก”
       “ไปกับพี่เดี๋ยวนี้”
       อุษาลากแสงซึ่งกำลังหัวเราะขบขันออกไปจนได้ ท่านผู้หญิงสรรักษ์หายใจหอบเหนื่อย
       
       อุษาลากแสงออกมาห่างห้องท่านผู้หญิงพอสมควร
       “เข้าไปกวนประสาทอะไรคุณย่า”
       “ก็แค่ถามความลับนิดหน่อย ความจริงก็ไม่ค่อยลับเท่าไหร่แล้ว ! พี่อุษาก็รู้นี่ ... เมื่อกี้ถึงได้ร้องห่ม ร้องไห้เข้ามา”
       อุษาอึ้งไป
       “แขถามคุณย่าว่า ยังเหลือกระดูกใครอีกไหม”
       อุษาสะดุ้ง “แสงแข”
       “โอ๊ย เลิกปกป้องฆาตรกรต่อเนื่องได้แล้ว”
       อุษาตบหน้าแสงทันที “หยุดเดี๋ยวนี้”
       “พี่อุษา”
       “คุณย่าจะทำอะไร มันก็เป็นเรื่องส่วนตัวของท่าน ...และมันก็ผ่านไปนานแล้ว”
       แสงแขสวนทันที “แล้วไอ้ที่เกิดเร็วๆ นี้ล่ะ”
       “เธอแน่ใจหรือว่า ไม่ได้มีส่วนร่วม” อุษาสวนทันทีเช่นกัน
       แสงแขสะอึกอึ้ง
       “เราเห็นกันมาตั้งแต่เล็กแต่น้อย ทำไมพี่จะไม่รู้จักเธอ คุณลบเองก็คงคิดเหมือนกันว่า คนอายุมากขนาดคุณย่าจะแบกคุณวิรงรองขึ้นไปไว้บนยอดโดม คนเดียวได้ยังไง! มันต้องมีคนช่วย! …แล้วใครล่ะ ที่เกลียดวิรงรองจนเข้ากระดูกดำ”
       แสงแขหน้าซีด ... เกือบไม่มีเสียง “พะ ...พี่...พี่อุษา”
       “เขารู้...แต่ไม่อยากพูดเท่านั้นแหละ แม้แต่คุณวิรงรองก็เหมือนกัน... เธอรู้อยู่เต็มอกว่าใครเป็นคนทำกับเธอ ... แต่เธอยังเลือกที่จะนิ่งเพราะเธอรักคุณลบ...เธอเกรงว่าตระกูล “ศิโรดม” และ “บ้านโดมทอง” จะเสียชื่อเสียงที่มีมาช้านาน”
       แสงแขกระแทกเสียงแดกดัน “โอ๊ย ! ช่างเลอค่าเสียเหลือเกิ๊น”
       “คุณวิรงรองเขาก็เป็นแค่มนุษย์ธรรมดา...ยังมีโกรธ ...เกลียด...เจ็บแค้น ซึ่งพี่คิดว่า...ถ้ามีครั้งที่ 2 เขาไม่ให้อภัยเหมือนครั้งนี้แน่! จำเอาไว้”
       แสงแขแสยะยิ้ม “เก็บไว้ไปบอกยัยแม่มดในห้องนั่นดีกว่ามั้ง”
       อุษามองหน้าน้องสาวอย่างระอาใจ ขณะที่แสงแขยังคงแสยะยิ้มเยาะอยู่อย่างนั้น
       
       ฟากอดิศวร์เปิดประตูเดินเข้ามาในห้องทำงาน แล้วเดินมาทรุดตัวลงนั่ง ทอดถอนใจยาวอย่างอัดอั้นตันใจ
       ภาพเหตุการณ์ต่างผุดๆ ขึ้นมา ทั้งตอนที่พบวิรงรอง และโครงกระดูกหลายโครงในห้องใต้โดม ตามด้วย ภาพเหตุการณ์ที่เจอโครงกระดูกท่านเจ้าคุณใต้พื้นในโรงเก็บรถม้า
       และสุดท้าย เป็นภาพที่ท่านผู้หญิงบีบน้ำตาเมื่อครู่นี้
       “ก็ดีเหมือนกัน ชีวิตฉันไม่มีอะไรเหลือแล้ว ผัวก็ทรยศ น้องก็เนรคุณ แล้วนี่หลานที่ป้อนข้าวป้อนน้ำมากับมือ เฝ้าถนอมกล่อมเกลี้ยงก็อกตัญญูอีก ฉันตายก็อย่ามาเผา...จำใส่หัวเอาไว้เลย”
       ภาพคิดเลือนหาย อดิศวร์เท้าแขนลงกับโต๊ะ ก้มหน้ากับฝ่ามืออย่างเครียดจัด
       
       ค่ำแล้ว ดวงจันทร์คืนข้างแรมลอยผ่านเมฆฝนเหนือยอดโดม บรรยากาศครึ้มฟ้าครึ้มฝน เหมือนฝนกำลังจะตก
       ภายในห้องท่านผู้หญิงสรรักษ์ ลมแรงจากภายนอกพัดพรูเข้ามาจนม่านและข้าวของปลิว เสียงลมดังซู่ ท่านผู้หญิงผุดลุกขึ้นนั่ง ตะโกนแข่งเสียงลม
       “อุษา! อยู่ข้างนอกหรือเปล่า! แสงแข! เข้ามาหน่อย”
       ไม่มีสัญญาณใดๆ ตอบรับจากภายนอก
       ท่านผู้หญิงชักโกรธ “นังอุษา นังแสงแข นังอุไร นังโอบ หายหัวไปไหนกันหมด”
       ยังไม่มีสัญญาณใดๆ เช่นเดิม ท่านผู้หญิงลุกเดินงกๆ เงิ่นๆ มาที่ประตู พลางตะโกนด้วยความโกรธแค้น
       “นังอุษา นังแสงแข นังโอบ นังอุไร”
       มีเสียงเหมือนหน้าต่างปิด เสียงลมพัดวูบหายไป ท่านผู้หญิงหยุดเดิน แล้วหันกลับมา เห็นผีนางพิศทรุดตัวลงสงบเสงี่ยม
       “เอ็งเรอะ...นังพิศ”
       “เจ้าค่ะ”
       ท่านผู้หญิงเดินพลางบ่นพลางกลับมานั่งที่เตียง
       “เฮอะ ผีมันยังกตัญญูยิ่งกว่าคนเสียอีก”
       “ท่านเจ้าขา...พิศมากราบลา”
       ท่านผู้หญิงชะงัก “นังพิศ”
       “ถึงเวลาที่พิศจะต้องไปแล้วเจ้าค่ะ”
       “ข้าไม่ให้เอ็งไป”
       “ถึงเวลาของพิศแล้วเจ้าค่ะ”
       “ไม่ได้ ! เอ็งยังไปไหนไม่ได้ ! ข้าไม่อนุญาต”
       ร่างนางพิศค่อยๆ เลือนหาย “พิศกราบลาเจ้าค่ะ”
       “นังพิศ! อีพิศ!”
       วิญญาณนางพิศเลือนหายไปในที่สุด
       
       ท่านผู้หญิงตะโกนด้วยความโกรธที่ถูกขัดใจสุดๆ “อีพิศ”

โดมทอง ตอนที่ 16**แก้ไข
        ท่านผู้หญิงสะดุ้งตื่นจากฝันกลางวัน
       
       “อีพิศ”
       ประตูเปิดออก อุษาเข้ามาหน้าตาตื่น
       “คุณย่าเป็นอะไรไปหรือคะ”
       “ไปเปิดตู้ แล้วหยิบกุญแจห้องเก็บของมา”
       “ค่ะ”
       อุษาทำตามทั้งที่ยังงงๆ
       “เข็นรถพาฉันไปที่ห้องเก็บของ”
       “คุณย่าจะเอาอะไรหรือคะ...อุษาจะไปหยิบมาให้”
       ท่านผู้หญิงเยาะ “แกน่ะเรอะจะหยิบมัน” พร้อมกับลุกเดินไปนั่งรถเข็น
       “มาเข็นฉันไป”
       อุษาทำตามคำสั่ง
       
       ขณะที่อดิศวร์เดินกลับไปกลับมาอย่างใช้ความคิดอยู่นั้น เสียงเคาะประตูดังขึ้นเบาๆ
       “ใคร”
       “แขค่ะ” แสงแขตะโกนตอบ
       “มีธุระอะไร”
       “พี่อุษาเข็นรถคุณย่าไปที่ห้องเก็บของค่ะ”
       อดิศวร์ชะงัก มีสีหน้าแปลกใจ
       แสงแขเปิดประตูเข้ามา สีหน้าท่าทางกระตือรือร้น
       “แขจะเข้าไปถามก็ไม่กล้า...เลยรีบมาบอกคุณลบค่ะ”
       สีหน้าอดิศวร์ครุ่นคิด
       
       ฟากอุษาไขกุญแจเสร็จเอามาส่งให้ท่านผู้หญิง
       “แกรออยู่ข้างนอกนี่แหละ”
       ท่านผู้หญิงลุกขึ้น เปิดประตูเดินเข้าไปโดยอุษามองตามอย่างเป็นห่วง หญิงชราหันมาสั่ง
       “ปิดประตู”
       “คุณย่าคะ” อุษาเป็นห่วง
       “ฉันบอกให้ปิดประตู”
       อุษาจำใจปิดประตูตามคำสั่ง
       
       ท่านผู้หญิงเดินตรงมาที่มุมห้องด้านหนึ่งช้าๆ ด้วยสีหน้าแววตาแน่วนิ่ง หญิงชราก้าวเรื่อยๆ จนมาหยุดที่ผ้า สีดำเก่าซีดคร่ำคร่าด้วยกาลเวลาซึ่งวางคลุมหีบใส่ศพพิศ
       ซึ่งถ้าไม่สังเกต จะไม่มีใครสงสัย เพราะบนผ้านั้นวางข้าวของเก่าๆ อยู่พอสมควร
       ท่านผู้หญิงปัดข้าวของบนนั้นหล่นกระจาย แล้วดึงผ้าออก หีบศพไม้ใส่ร่างพิศมียันต์ลงอักขระประหลาดๆ ไว้ ใบหน้าท่านผู้หญิงแสยะยิ้ม
       
       ขณะเดียวกันอุษาก้มลงมองที่รอยแตกห้องเก็บของ แต่มีเสียงอดิศวร์ดังมาจากด้านหลัง
       “คุณย่าอยู่ที่ไหน”
       อุษาสะดุ้งเฮือกหันกลับมา “คุณลบ”
       “คุณย่าอยู่ที่ไหน”
       “เอ้อ...ข้างในค่ะ”
       อดิศวร์เปิดประตู แล้วเดินเข้าไปเลย โดยอุษามองตามอย่างกังวล
       ขณะนั้นแสงแขลอบแอบมองมาจากอีกมุมหนึ่ง ด้วยสีหน้าอยากรู้อยากเห็น
       
       ด้านท่านผู้หญิงยกมือลูบที่ยันต์นั้นเบาๆ นัยน์ตาเป็นประกายกล้า
       “ในนั้นมีอะไรหรือครับ”
       ท่านผู้หญิงสะดุ้งแล้วหันกลับมา “ลบ”
       ผู้เป็นหลานมองท่านผู้หญิงเป็นเชิงถาม
       “จะมาจับผิดฉันอีกละซี”
       “ผม...” อดิศวร์อึกอัก
       ท่านผู้หญิงชิงพูดขึ้นก่อน แล้วหยิบผ้าคลุมไว้ตามเดิม “ก็แค่สมบัติเก่าๆ ของย่า ไม่มีอะไรน่าสนใจหรอก! นี่นังอุษาคงเสนอหน้าไปรายงานละซี สาระแนไม่เข้าเรื่อง”
       “ผมอยากทราบว่าในหีบมีอะไร”
       “ย่าปวดหัวเหลือเกิน...พาย่าออกไปเถอะ”
       ท่านผู้หญิงหันหลัง ทำเป็นซวนเซจะล้ม อดิศวร์รีบประคอง
       “ระวังครับ คุณย่า”
       “ขอบใจ”
       อดิศวร์ประคองพาท่านผู้หญิงออกไป
       
       อดิศวร์พาท่านผู้หญิงเปิดประตูออกมา แล้วช่วยจัดให้นั่งบนรถเข็น
       “อุษา...พาคุณย่ากลับไปห้อง”
       “ค่ะ”
       “เดี๋ยว ! ใส่กุญแจด้วย” ท่านผู้หญิงสั่ง
       “ไม่ต้อง”
       อุษาซึ่งกำลังจะใส่กุญแจชะงัก
       “อุษา! เอากุญแจมาให้พี่”
       อุษามองอดิศวร์ทีแล้วหันไปมองหน้าย่าที ท่านผู้หญิงแสยะยิ้ม ขณะมองหน้าลบ
       “อุษา” อดิศวร์เสียงดัง
       “ให้เขาไป...ไหนๆ ก็ไหนๆ แล้ว ... รู้เพิ่มอีกสักคนจะเป็นอะไร” ท่านผู้หญิงบอกอย่างไม่ยี่หระ
       อุษาส่งกุญแจให้อดิศวร์ แล้วเข็นท่านผู้หญิงออกไป แสงแขผลุบแอบหลังเสา ...
       อดิศวร์มองตาม แล้วเดินกลับเข้าไปในห้องเก็บของอีกครั้ง
       
       อดิศวร์เดินตรงไปยังหีบใบนั้น แล้วดึงผ้าออก สีหน้าดูเคร่งเครียด
       อดิศวร์เปิดฝาหีบออก แล้วต้องผงะทั้งๆ ที่เตรียมตัวเตรียมใจไว้แล้ว ...กลิ่นสาบสางจางๆ ที่พุ่งขึ้นมา
       ทำให้ต้องปิดจมูก มีโครงกระดูกนางพิศอยู่ในสภาพถูกจับให้งอตัว
       ที่ประตูห้อง แสงแขค่อยๆ แอบมองมา
       ทันใดนั้นควันจางๆ คล้ายๆ ร่างคน ลอยขึ้นมาแล้วผ่านออกไปตามรอยแตกของผนัง อดิศวร์ทอดถอนใจยาว แล้วยกมือไหว้
       แสงแขถามขณะยังอยู่ที่เดิม “ในนั้นมีอะไรหรือคะ”
       อดิศวร์หันกลับมามอง
       แสงแขหน้าเจื่อนไป “ขอประทานโทษค่ะ”
       “ไปตามสมมา”
       “ค่ะ”
       แสงแขเดินออกไป อดิศวร์เดินไปเปิดหน้าต่างให้แสงสว่างเข้ามาในห้อง
       
       อุษากำลังจัดเสื้อผ้าของท่านผู้หญิงที่ซักรีดแล้วเก็บในตู้ ท่านผู้หญิงนั่งพิงหมอนที่ซ้อนๆ กัน ดวงตามองเหม่อตรงไปข้างหน้าครู่หนึ่ง
       “อุษา”
       อุษาหันกลับมา “คะ...คุณย่า”
       “ออกไปดูซิว่า ตาลบให้รื้อห้องเก็บของหรือเปล่า”
       “ค่ะ”
       อุษาขยับจะลุกขึ้น อุไรเปิดประตูเข้ามา แล้วสะดุ้งเมื่อเห็นท่านผู้หญิงมองมา นัยน์ตาคมกริบ
       “ขอประทานโทษค่ะ” อุไรรีบทรุดตัวลงคุกเข่า “อุไรนึกว่าท่านผู้หญิงนอนหลับ”
       “อ้อ...อ! แล้วไง! แกจะฆ่าฉันเรอะ” ท่านผู้หญิงแดกดัน
       อุไรและอุษาสะดุ้งพร้อมๆกัน
       “เปล่าเจ้าค่ะ อุไรแค่จะมาเรียนให้คุณอุษาทราบว่า คุณลบสั่งให้พี่สมรื้อห้องเก็บของอีกแล้วค่ะ! เห็นว่ามีหีบศพ …”
       ท่านผู้หญิงหัวเราะร่วนขัดขึ้น “ดี! รื้อให้หมดทั้งบ้านยิ่งดี! ผีสางที่มันแอบอยู่มุมไหนซอกไหนจะได้ออกมากันให้หมด”
       อุไรกลืนน้ำลาย
       “อุไร ออกไปก่อน”
       “ค่ะ” อุไรเดินออกไป
       ท่านผู้หญิงนัยน์ตาเหม่อลอย แล้วเริ่มร้องเพลงนางครวญออกมา
       “โอ้ว่าป่านฉะนี้พระพี่เจ้า ...
       จะโศกเศร้ารัญจวนหวนหา...”
       ท่านผู้หญิงหยุดเหมือนมีก้อนสะอื้นขึ้นมา น้ำตาคลอเบ้า
       “ป่านนี้พวกมันคงเจอกันแล้ว...ฉันต่างหากที่ต้องโศกเศร้าหวนหา”
       หญิงชราร้องไห้สะอึกสะอื้น
       “ฉันต่างหากที่ต้องคร่ำครวญอยู่คนเดียว”
       
       อุษามองภาพนั้นด้วยความสลดหดหู่ใจ
       
       อ่านต่อหน้า 2

จำนวนคนโหวต 5 คน
คุณเห็นด้วยกับข่าว/บทความนี้หรือไม่
เห็นด้วย ไม่เห็นด้วย
เห็นด้วย 5 คน
100 %
ยังไม่มีผู้ไม่เห็นด้วย
0 %
 
หนังสือพิมพ์: ผู้จัดการออนไลน์ | ผู้จัดการรายวัน | ผู้จัดการสุดสัปดาห์ | นิตยสารผู้จัดการ 360° | Positioning | News1
มุม: การเมือง | อาชญากรรม | คุณภาพชีวิต | ภูมิภาค | ภาคใต้ | ต่างประเทศ | มุมจีน | iBiz Channel | เศรษฐกิจ-ธุรกิจ | ตลาดหลักทรัพย์
กองทุนรวม | SMEs | Motoring | CyberBiz | วิทยาศาสตร์ | เกม | กีฬา | บันเทิง | โต๊ะญี่ปุ่น | Celeb Online | ท่องเที่ยว | ธรรมะกับชีวิต
เว็บ: Asia Times | บุรพัฒน์ คอมมิคส์ | Mars Magazine | คุยกับเว็บมาสเตอร์ | Site Map | โฆษณาบนเว็บ | ติดต่อเรา
All site contents copyright ©1999-2017